แซฟโฟ (Sappho)
แซฟโฟ เป็นกวีหญิงกรีซโบราณในราว 2500 ปีมาแล้ว กล่าวกันว่าในยุคนั้นจะมีกวีสะท้อนอารมณ์(Lyrcal Poet) อยู่สามคน เป็นชายสองคนและหญิงหนึ่งคนนั่นก็คือแซฟโฟ นั่นเอง

บทกวีของเธอแสดงความรู้สึกและอารมณ์อันเด่นชัดด้วยภาษากวีที่พริ้งเพริศไพเราะเกิรพรรณนา นอกจากนั้นยังเด่นด้วยรูปแบบฉันทลักษณ์เฉพาะซึ่งในกวียุคต่อมาเรียกว่า “แซฟฟิค”
แซฟโฟอาศัยอยู่ในเกาะเลสบอส (
เธอเป็นบุตรสาวของผู้ดีมีตระกูลและแต่งงานกับเซอร์โคลัส เศรษฐีจากเกาะ แอนดรอส มีบุตรสาวด้วยกันหนึ่งคนคือ คลีอีส เธอได้เป็นเจ้าของโรงเรียนสตรีมีชื่อประจำเกาะและได้สอนวิชากวีซึ่งเป็นที่นิยมของเด็กสาวสมัยนั้นมาก
มีกวีหลายบทของแซฟโฟที่บรรยายถึงความรัก ความหลงและความห่วงหาอาวรณ์อย่างรุนแรง โดยเฉพาะการบรรยายถึงความรักของผู้หญิง และเป็นนักเรียนของเธอเสียด้วย ดังนั้นจึงเกิดข่าวร่ำลือขึ้นว่า แซฟโฟหลงรักนักเรียนสาวเหล่านั้นและเมื่อพวกเธอเรียนจบก็ต้องลาจากไป

ข่าวลือมักเริ่มมาจากความริษยา มีนักกวีร่วมสมัยหลายคนอิจฉาในความสามารถของแซฟโฟได้พยายามสร้างเรื่องป้ายสีไปอีกว่า นอกจากจะเป็นเลสเบี้ยนแล้ว แซฟโฟยังเป็นพวกรักไม่เลือก คบหาชายไม่ซ้ำหน้า ที่ร้ายที่สุดคือข่าวลือว่าเธอไปหลงรักนักแจวเรือหนุ่มนาม ฟาออน แต่เขาปฏิเสธจึงเสียใจอย่างสุดซึ้งจนถึงกับไปกระโดดหน้าผาตาย
นักประวัติศาสตร์ปัจจุบันได้ศึกษาเรื่องราวของยอดกวีหญิงผู้นี้และลงความเห็นตรงกันว่า ข่าวรักร่วมเพศตลอดจนถึงความรักไม่เลือกหน้าของแซฟโฟนั้นเป็นเรื่องปั้นแต่งขึ้นมาทั้งสิ้น โดยเฉพาะข่าวที่ว่าเธอกระโดดหน้าผาตายนั้น เป็นสิ่งเหลวไหลไร้สาระในสายตาของนักประวัติศาสตร์ เพราะมีหลักฐานยืนยันว่าแซฟโฟได้มีชีวิตยืนยาวและสิ้นชีวิตอย่างสงบในวัยชรา

คนยุคหลังเห็นรูปร่างหน้าตาของแซฟโฟจากแจกันโบราณ ซึ่งวาดรูปเธอคู่กับ อัลซีอุส ยอดนักกวีสหายของเธอ จากรูปทำให้เห็นว่า แซฟโฟ ไม่ได้เป็นสตรีที่มีความงดงาม หากแต่ด้วยสมองและสติปัญญาของเธอต่างหากที่โดดเด่นเหนือผู้ใด ซึ่งแม้แต่ พลาโต้ ยังให้การยอมรับถึงขนาดยกย่องให้เธอเป็น นางฟ้ามิวซิส (Muses) คนที่สิบ (นางฟ้ามิวซิส มีอยู่ด้วยกันเก้าองค์ แต่ละองค์มีความสามารถในด้านศิลปะการต่างๆกัน)
บทความของแซฟโฟได้สุญหายไปตามกาลเวลา เหลือไว้เพียงบทเดียวที่มีความยาว 28 บรรทัด และต่อมาพบอีก 16 บรรทัด ภายหลังที่มีการค้นคว้า ได้พบเศษบทกวีของเธออีกหลายชิ้นแต่ไม่มีชิ้นใดสมบูรณ์เลย
จากข่าวลือที่ว่า แซฟโฟอกหักจากฟาออนจนโดนหน้าผาตายนั้นยืนยงมานานจนกระทั่งศิลปินยุคหลังบางคนนำไปสร้างสรรค์ผลงานของตัว เช่น อังตวน โกรส์ ซึ่งวาดรูปเธอในลักษณะเศร้าโศกอาลัยรักอยู่บนหน้าผาที่จะกระโดดลงไป

เรื่องราวของแซฟโฟ ยอดกวีหญิงผู้นี่ทำให้รู้สึกว่า ความริษยาของคนน่ากลัวกว่าสิ่งอื่นใด ชื่อเสียงและความดีงามตลอดจนผลงานของเธอต้องตกอยู่ภายใต้เงามืดของคำครหามานานนับพันปี กว่าจะมีนักประวัติศาสตร์มาค้นหาประวัติที่แท้จริง
*/*/*/*/*
ความคิดเห็น