Gitsune
ดู Blog ทั้งหมด

ฝันร้ายของราชันย์มาร

เขียนโดย Gitsune

ศาสตราแห่งเดราเนียร์ภาคพิเศษ

ตอน

ฝันร้ายของราชันย์มาร

 

คอร์ฟคาคาร์ส จอมมารผู้ทรงอำนาจแห่งอาณาจักรแซฟเวจย์เล็มเศษเนื้อที่ติดอยู่บนปลายกระดูกด้วยท่าทางถูกใจ เขาแลบลิ้นตวัดเลียส่วนปลายที่เป็นข้อต่ออีกครั้งก่อนจะโยนออกไปทางหน้าต่าง เสียงครางอย่างพึงพอใจดังออกมาจากลำคอของจอมปิศาจเมื่อเขาได้ยินเสียงบริวารชั้นต่ำกำลังแย่งชิงเศษอาหารที่เขาหยิบโยนลงไป

ดาม่อน

เสียงเปี่ยมไปด้วยพลังดังขึ้น หัวหน้าโจรแห่งแซเวจย์รีบเดินมาโค้งกายตรงหน้าอย่างนอบน้อมพร้อมกับเอ่ยถาม

ท่านต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมอีกหรือ ท่านจอมราชันย์

ข้าจะพักสายตาสักครู่ จอมมารกล่าวตอบพร้อมกับเอนกายพิงพนักบังลังก์ศิลาและยกแขนข้างหนึ่งขึ้นเท้าคาง จงออกไปอยู่ด้านนอกและอย่าให้ผู้ใดมารบกวนข้าเป็นอันขาด มิฉะนั้นหัวเจ้าจะหลุดออกจากบ่า

ขอรับท่านจอมปิศาจ ดาม่อนค้อมตัวลงก่อนหมุนกายเดินออกจากห้อง

คอร์ฟคาคาร์สผ่อนลมหายใจของตนเองและพริ้มตาหลับลง

เสียงหัวเราะสดใสที่แว่วมาตามสายลมปลุกให้ราชันย์แห่งแซฟเวจย์ตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกโกรธจัดขณะที่ดวงตาทั้งคู่เปิดกว้าง

ใครกันที่บังอาจมาส่งเสียงดังรบกวนข้า!”

คอร์ฟคาคาร์สตวาดเสียงก้องพร้อมกับกวาดสายตามองไปโดยรอบ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อจอมปิศาจพบว่าเขามิได้อยู่ในห้องภายในปราสาทของตน ราชันย์มารรีบลุกยืนขึ้นทันที

ข้าอยู่ที่ไหนกัน

เท้าของจอมมารย่ำลงไปบนพื้นหญ้าสีเขียวอันอ่อนนุ่ม เขาชะงักเล็กน้อยก่อนเลื่อนสายตามองต้นไม้ขนาดใหญ่ที่สูงจนไม่อาจมองเห็นปลายยอด เขาขบกรามตนเองอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาโดยรอบ

จะออกมาเดี๋ยวนี้หรือให้ข้าทำลายที่นี่ให้พินาศแล้วลากคอเจ้าออกมาเอง

ใจร้อนเสียจริง เสียงหวานดังตอบกลับมา คอร์ฟคาคาร์สคำรามในลำคอ

กล้าเหลือเกินนะที่กล่าววาจาเช่นนั้น

ข้าเพียงแต่พูดความจริง เสียงในเงาไม้โต้ ใจของท่านร้อนเสียจนข้ารู้สึกอยากจะทำให้มันเย็นลงด้วยตัวของข้าเอง

ถ้าคิดว่าทำเช่นนั้นได้ก็จงเข้ามา

จอมมารพูดเสียงกระหึ่มขณะขยับกรงเล็บของตน เงาขนาดเล็กไหววูบอย่างรวดเร็วไปตามต้นไม้ จอมปิศาจสะบัดมือออกไปทันที

เปลวไฟสีแดงฉานพุ่งวาบออกจากปลายนิ้วของราชันย์ปิศาจระเบิดลำต้นขนาดใหญ่ของต้นไม้จนขาดกระจุย เสียงหักโค่นดังระคนเสียงหัวเราะร่วนจากอีกฝ่าย

ฝีมือท่านมิได้เก่งกาจดังคำร่ำลือเลยสักนิด

คอร์ฟคาคาร์สถึงกับคำรามออกอย่างโกรธจัดเมื่อได้ยินคำสบประมาท เขาตวัดสายตาอันคมกริบไปทางด้านข้างและเอื้อมมือออกไปคว้าร่างขนาดเล็กจากนั้นจึงดึงออกมาจากเงาของต้นไม้

คิดว่าจะหนีข้าพ้นอย่างนั้นหรือ

เขาพูดใส่ร่างนั้นด้วยน้ำเสียงขู่ตะคอก มือรวบลำคอนุ่มนิ่มเอาไว้จนแน่น ราชันย์มารรู้สึกแปลกใจเพราะร่างในกรงเล็บนั้นยืนนิ่งเฉยแทนที่จะดิ้นรนเพื่อให้หลุดรอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชดังเช่นเหยื่อตนอื่นกระทำ จอมปิศาจแยกเขี้ยวของตนก่อนจะก้มหน้าลงไปจ้อง

เจ้าเป็นใครกัน

ข้าเป็นผู้ปกครองป่าแห่งนี้ ร่างนั้นตอบ ข้าคือราชินีแห่งปูลาลา ชนผู้รักอิสระและธรรมชาติอันงดงาม

ราชินีแห่งปูลาลา จอมปิศาจกล่าวทวนและหัวเราะข้าไม่เคยได้ยินชื่ออาณาจักรที่เจ้าเอ่ยมา

ดินแดนของข้าอยู่กึ่งกลางระหว่างความฝันและความจริง ท่านจะไม่มีวันได้พบอาณาจักรปูลาลาหากข้าไม่เปิดทางให้

ฟังดูราวกับว่าเจ้าเป็นผู้ยิ่งใหญ่เสียเต็มประดา

ข้าเป็นเพียงผู้ปกครองแผ่นดินเล็กๆเท่านั้น มิกล้าอวดศักดาต่อท่านอย่างแน่นอน

คอร์คาคาร์สกัดปากของตนขณะที่พิจารณาร่างของราชินีแห่งดินแดนลึกลับ นางเป็นหญิงสาวที่งดงามและดูบอบบางน่าทะนุถนอม หากดวงตาสีน้ำตาลเข้มกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความเข้มแข็ง จอมมารเหลือบมองศีรษะของนางแล้วยิ้ม

เจ้าเป็นร่างแปลงของสัตว์ตัวจ้อย

ท่านรู้ได้อย่างไร

ใบหูของเจ้ามิใช่หูของมนุษย์ จอมปิศาจยกมืออีกข้างขึ้นและเอื้อมออกไปดึงใบหูรูปครึ่งวงกลมที่มีขนนุ่มนิ่มปกคลุมบนศีรษะของนาง เสียงร้องอุทานเบาๆทำให้เขาชะงัก

ข้าเจ็บนะ

ใบหูนุ่มรูปครึ่งวงกลมกระดิกไปมา ใบหน้าหวานแกมซุกซนจ้องจอมมารด้วยสายตาขุ่นเคือง นางอ้าปากและฝังเขี้ยวลงไปบนมือของราชันย์ปิศาจ เขาร้องในลำคอและออกแรงบีบมือเค้นลำคอของราชินีให้หนักขึ้น

กล้ากัดข้าหรือ

ข้าจะทำยิ่งกว่ากัด ราชินีแห่งดินแดนประหลาดตอบด้วยดวงตาวาววับ นางส่งเสียงร้องแหลมเล็กออกมาไม่ดังนัก แต่คอร์ฟคาคาร์สกลับรู้สึกว่าเสียงที่ได้ยินกำลังบาดลึกลงไปในความรู้สึก เขาขบกรามตนเองแน่น

หยุดส่งเสียงบ้าๆนี่เดี๋ยวนี้!”

ราชินีปูลาลาเอียงใบหน้าของตนและยิ้ม

ย่อมได้หากท่านยอมปล่อยข้าก่อน

ทำไมข้าต้องทำตามคำสั่งของเจ้าด้วย

จอมมารตะคอก ราชินีแห่งดินแดนประหลาดเลิกคิ้ว

ข้าจำไม่ได้ว่าออกคำสั่งกับท่าน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ฉาบบนเรียวปากบาง ข้าเพียงแค่เสนอข้อแลกเปลี่ยนเท่านั้น

ข้าไม่ชอบทำข้อตกลงกับใคร!”

ถ้าเช่นนั้นก็จงทนฟังเสียงเพลงของข้าต่อไป

นางอ้าปากเตรียมจะส่งเสียงกรีดร้องอีกครั้ง คอร์ฟคาคาร์สรีบยกมือขึ้นปิดปากของนางเอาไว้ทันที

ข้าจะหักคอเจ้าหากกล้าส่งเสียงร้องบ้าๆนั่นออกมาอีก

ดวงตาของราชินีปูลาลาฉายแววประหลาดออกมา นางขบปลายนิ้วของราชันย์ปิศาจไม่แรงนัก คล้ายต้องการยั่วเย้า จอมมารขมวดคิ้วของตน

ดูเหมือนเจ้าจะคิดว่าข้าไม่กล้าทำจริง

อุ้งมืออันแข็งแกร่งบีบเค้นลงไปบนลำคอระหง ราชินีปูลาลายกมือของตนขึ้นกุมข้อมือของจอมปิศาจและยิ้ม

มีสิ่งใดน่าขัน

ท่าน

ราชินีผู้มีใบหูประหลาดตอบพร้อมกับผิวปากเบาๆ คอร์ฟคาคาร์สยิ้มเยาะ

ดูเหมือนเจ้าจะมีลูกเล่นหลงเหลืออยู่อีก

แน่นอน ราชินีปูลาลาเริ่มเลื่อนมือของตนไปตามท่อนแขนอันกำยำของจอมมาร ลูกเล่นของข้าจะทำให้ท่านประทับใจชนิดไม่มีวันลืมเลือน

น่าสนใจ ราชันย์มารพูดเสียงต่ำพร้อมกับหรี่ตาลง ข้ารู้สึกอยากจะเห็นจนแทบทนต่อไปไม่ได้แล้วสิ

สิ้นคำ พลันพื้นดินที่จอมมารแห่งแซฟเวจย์ยืนอยู่เกิดการเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต ราชันย์ปิศาจก้มลงมองดูด้วยความรู้สึกสงสัยก่อนดวงตาทั้งคู่จะเบิกกว้างอย่างตระหนกเมื่อพบว่าสิ่งที่กำลังวิ่งกรูเข้ามาหาตนนั้นคือฝูงหนูเป็นจำนวนมาก เขารีบร่ายมนต์เรียกไฟเผาพวกมัน แต่ไม่เป็นผล เสียงราชินีปูลาลาหัวเราะด้วยความขบขัน

ท่านไม่สามารถใช้เวททำลายสิ่งมีชีวิตในดินแดนแห่งนี้ได้หรอก ท่านจอมปิศาจ แผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินอาถรรพ์ พลังอันมหาศาลของท่านจะถูกเส้นแบ่งเขตดูดกลืนซับออกไปกึ่งหนึ่ง

เป็นไปไม่ได้

แต่มันก็เป็นไปแล้ว ราชินีผู้มีดวงตาซุกซนตอบ และข้าเองก็เบื่อที่จะอยู่ในอุ้งมือของท่านเต็มทน

นางเพียงบิดกายเล็กน้อย แล้วจู่ๆร่างงามที่คอร์ฟคาคาร์สบีบลำคออยู่ก็หดเล็กลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงแปรเปลี่ยนไปเป็นหนูสีน้ำตาลตัวเล็ก มันวิ่งไปตามท่อนแขนของจอมมารและมุดลงไปภายใต้ผ้าคลุมจากนั้นจึงไปปรากฏตัวที่ปลายเท้าของเขาและวิ่งหนีไปรวมกลุ่มอยู่กับฝูงหนูซึ่งเข้ามายืนรายล้อมไว้ เจ้าหนูสีน้ำตาลค่อยๆคืนสภาพกลับเป็นราชินีผู้งดงามอีกครั้ง

นี่เจ้า......เป็นตัวอะไรกันแน่

ข้าคือราชินีปูลาลา ผู้ปกครองนครแห่งความฝัน ดินแดนซึ่งล่องลอยอยู่ระหว่างความว่างเปล่าและความจริง

นางผายมืออันงดงามออกไปทางด้านข้างพร้อมกับเอียงใบหน้าน้อยๆก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

ตรึงเขาไว้กับต้นไม้

ทันทีที่สิ้นเสียงสั่ง ฝูงหนูจำนวนนับร้อยก็วิ่งกรูกันเข้าไปหาคอร์ฟคาคาร์ส แม้เขาจะพยายามร่ายเวทระเบิดพวกมันจนปลิวกระจายออกไป แต่ด้วยจำนวนที่มีอย่างมากมายทำให้บริวารของราชินีปูลาลาเริ่มไต่ขึ้นไปบนลำตัวของจอมมาร ในขณะที่หนูอีกจำนวนหนึ่งกัดผ้าคลุมของเขาและเริ่มดึงเพื่อให้เขาเสียหลักเซถอยหลังไปจนชนกับต้นไม้ หนูที่อยู่บนลำตัวเริ่มทึ้งผ้าคลุมของเขาและดึงรั้งไปเกี่ยวไว้กับกิ่งก้านราวกำลังพันธนาการ คอร์ฟคาคาร์สร้องคำรามด้วยความโกรธ

บังอาจนัก! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”

ราชินีปูลาลาหัวเราะเสียงใสขณะเยื้องกรายเข้าไปหาราชันย์ปิศาจ และกรีดปลายเล็บไล้ไปบนใบหน้าคมอันดุดัน

พอทำสิ่งใดไม่ได้ดั่งใจก็ร้องโวยวายดุจทารก ช่างบริสุทธิ์เสียเหลือเกินท่านจอมมาร

เจ้าว่าใครเป็นทารก!” คอร์ฟคาคาร์สตะคอกกลับ ใบหน้าซีดเย็นชาแดงจัดด้วยโทสะที่ถึงขีดสุด ราชินีของดินแดนแห่งความฝันยกมือขึ้นปิดปากของตนขณะหัวเราะ

ใบหน้ายามโกรธของท่านช่างน่ารักเสียจริง ท่านจอมมาร นางหรี่ตาลงและเบียดกายแนบชิดกับแผ่นอกกว้างของราชันย์แห่งแซฟเวจย์ ข้าชักจะชอบท่านเสียแล้ว

ข้าไม่ต้องการให้ใครมาชอบ จอมปิศาจตวาดเสียงดัง เขาขบกรามตนเองแน่นเมื่อมือเรียวเล็กลูบไล้ไปตามใบหน้าและไหลเลื่อนลงยังลำคอ ราชินีปูลาลายืดกายของตนและไล้ริมฝีปากของนางบนสันจมูกของราชันย์มารก่อนจะอ้าปากงับเบาๆด้วยกิริยายั่วเย้า

หยุดนะ!” คอร์ฟคาคาร์สร้องห้ามด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด เขาสะบัดตัวดิ้นรนอย่างรุนแรงเพื่อให้หลุดจากการจองจำ ราชินีแห่งดินแดนลึกลับยิ้ม

ท่านไม่อาจใช้พลังมารได้ในดินแดนแห่งนี้ อย่าลืมไปเสียสิ ใบหูสีน้ำตาลกระดิกไปมาขณะที่นางมองจอมมารที่ยังคงดิ้นรนอย่างดื้อดึง ราชินีปูลาลาถอยหลังออกมาสองสามก้าวก่อนสะบัดมือของตน เส้นสายคล้ายแส้สีน้ำตาลเข้มพุ่งออกมาจากปลายนิ้ว มันตวัดหมุนรัดรอบลำตัวและคอของคอร์ฟคาคาร์ส ตรึงเขาให้ยืนนิ่งติดกับต้นไม้ชนิดไม่อาจกระดิกได้แม้ปลายนิ้ว เขาร้องคำรามเสียงดัง เปลวเพลิงสีแดงลุกโพลงรอบกายแต่กลับดับลงไปอย่างรวดเร็ว ราชินีของดินแดนแห่งความฝันเอียงใบหน้าของตน

ดูเหมือนท่านจะไม่เชื่อในสิ่งที่ข้าบอกเลยสักนิด นางเยื้องกรายเข้าไปหาจอมปิศาจและแขนขึ้นโอบลำคอของจอมมารไว้พร้อมกับยื่นใบหน้างดงามเข้าไปใกล้ดวงหน้าดุดันแต่สง่างามพลางเปิดยิ้มอย่างยั่วยวน

ท่านหนีข้าไปไหนไม่ได้แล้ว คอร์ฟคาคาร์ส

ริมฝีปากอิ่มไล้ปลายคางได้รูปอย่างแผ่วเบาก่อนเลื่อนขึ้นไปประทับแนบแน่นกับปากบาง จอมมารแห่งแซฟเวจย์พยายามเบี่ยงหน้าเพื่อหลบแต่ไม่สำเร็จ เขาส่งเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราดในลำคอเมื่อถูกปลายลิ้นนุ่มลื่นของอีกฝ่ายรุกรานเข้ามาในปากของตนและเริ่มควานสำรวจอย่างซุกซน ราชันย์ปิศาจถึงกับกลั้นลมหายใจของตนก่อนระบายออกมายาวๆพร้อมกับเสียงครางในลำคอ  ราชินีปูลาลายิ้มพร้อมกับถอนใบหน้าของตน

คิดแล้วว่าท่านต้องชอบ ดวงตาสีเข้าส่องประกายวาววับ น่าเสียดายเหลือเกินที่ต้องส่งท่านกลับไปตอนนี้

อะไรนะ จอมมารพูดเสียงห้วนแต่ไม่ดุดันดังเช่นครั้งแรก แส้ที่รัดลำตัวของเขาคลายออกคอร์ฟคาคาร์สบิดกายของตนให้หลุดออกจากพันธนาการและเอื้อมมือคว้าไหล่ของราชินีของดินแดนแห่งความฝันทันที

ข้ายังไม่ได้ตอบแทนในสิ่งที่เจ้าทำเลย

ท่านได้ทำแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ราชินีปูลาลากล่าว นางอุทานออกมาเบาๆเมื่อจอมปิศาจกระชากร่างนางเข้าไปหาพร้อมกับก้มหน้าของตนลง กลิ่นอันหอมกรุ่นลอยอ้อยอิ่งออกมาจากกายขาวนวล ราชันย์มารสูดลมหายใจ แต่แล้วจู่ๆความวิงเวียนก็ถาโถมเข้าโจมตีสติสัมปชัญญะจนร่างสูงยืนโงนเงน เสียงหวานแว่วดังก้องกังวานอยู่ในห้วงสติ

แล้วพบกันอีกครั้ง ท่านคอร์ฟคาคาร์ส

.....

.....

.....

.....

ท่านคอร์ฟคาคาร์ส

เสียงทุ้มห้าวคุ้นหูขานขึ้นไม่ดังนัก จอมมารสะดุ้งไหวตัวเล็กน้อยก่อนลืมตาขึ้น ดวงตาดุดันกวาดมองไปโดยรอบ

ที่นี่

เขาพึมพำออกมา ดาม่อนมองดูราชันย์แห่งแซฟเวจย์ด้วยสายตาฉายแววสงสัย

มีอะไรหรือท่าน

จอมปิศาจตวัดมองไปยังหัวหน้าโจรพร้อมกับคำรามตอบ

ไม่มี เขายกมือขึ้นโบก ข้าอยากอยู่คนเดียว ออกไป!”

แม้จะเต็มไปด้วยความประหลาดใจแกมสงสัยในท่าทางแปลกของผู้เป็นเจ้าเหนือหัว แต่ดาม่อนก็ยอมเดินออกจากห้องไปโดยดี เมื่ออยู่เพียงลำพัง คอร์ฟคาคาร์สจึงลดมือลงและลูบบนริมฝีปากของตน

ความฝันรึ เขาเหลือบมองข้อมือที่มีรอยแดงช้ำ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันที

ไม่ใช่ เขากุมมือของตนเองแน่น มันไม่ใช่ความฝัน ร่างสูงเอนกายพิงพนักบัลลังก์พร้อมกับผ่อนลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง

 

 แล้วพบกันอีกครั้ง ท่านคอร์ฟคาคาร์ส

 

เสียงหวานดังขึ้นในห้วงสำนึก จอมมารยิ้ม

 

ครั้งหน้าข้าจะขอเป็นฝ่ายรุกเจ้า ราชินีปูลาลา

 

END

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

iam873
iam873 3 เม.ย. 50 / 00:10
อึ๊ย.......จอมมารภาค X แล้วราชินีปูลาลานี้มันคุ้น ๆ อยู่นา ???
g_maru
g_maru 3 เม.ย. 50 / 10:26
โฮะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ไม่มีอะไร มาหัวเราะแล้วจากไป 5555+++
PS.   ~Corpse-Carcass You're Midnight dessert of Pulala... Ngmmm he..he..he~
draconiz
draconiz 4 เม.ย. 50 / 01:26
     สวัสดีครับ เห็นว่าชอบลอร์ดเหมือนกัน ว่างๆช่วยเเวะไปอ่าน Anti- Narnia ของผมด้วย ขอบคุณครับ

http://my.dek-d.com/draconiz/story/view.php?id=280910
draconiz
draconiz 4 เม.ย. 50 / 23:36
     ขอบคุณสำหรับ คอมเมอนต์ครับ ดีใจที่คุณมูนนี่ว่ามันหนักเเล้วก็เหมือนตำนาน เพราะเเสดงว่าอย่างน้อยผู้อ่านก็เห็นว่ามันป็นไปตามเเนวที่ตั้งใจ

     เเต่ไม่มี ลอร์ด ผม คงไม่ได้เขียนอะไรจริงๆนะ ตอนนี้รอ children of hurin อยู่ล่ะ
g_maru
g_maru 11 เม.ย. 50 / 11:54

มาก่อกวน อิอิอิ จอมมารจ๋า ~~~~~ (/~~~^w^)/


PS.   ~Corpse-Carcass You're Midnight dessert of Pulala... Ngmmm he..he..he~
ramay
ramay 11 เม.ย. 50 / 14:46
ว้าๆ ดาม่อนไม่น่า มาขัดจังหวะเลยเนอะ
PS.  สร้างสรรค์หรือทำลาย มันขึ้นอยู่กับมุมที่เรามอง ---->>>>>> สร้างสรรค์หรือทำลายใครรู้ได้ มองอย่างไรคิดเช่นใดใคร่จะรู้ หรือเพียงเดินก้าวย่างเอาอย่างปู ที่เป็นครูสอนลูกน้อยให้เดินตรง BY RAMAY