นั่งตรวจทานคำผิดของนิยายเรื่องศาสตราแห่งเดราเนียร์จนตอนนี้ตาลายเป็นวงๆแล้ว เลยนั่งพักสักหน่อย เปิดๆอ่านเจอคอมเม้นท์ของนักอ่านท่านหนึ่งซึ่งกรุณานำข้อมูลของนิยายชาวนอร์สบางเรื่องมาให้อ่าน เลยคิดได้ว่าน่าจะเตรียมทำที่มาที่ไปของชื่อตัวละครใน เดราเนียร์ได้แล้ว วันนี้เลยเอามาฝากกันพอจิบๆเป็นน้ำจิ้ม แต่เป็นเรื่องราวของต้นไม้วิเศษที่จะนำไปใช้ในนิยาย เฟลม ตอนพันธนาการแห่งเทพนะ
อิกดราซิล ต้นไม้สวรรค์
ตรงกลางของแดนสวรรค์มีต้นไม้อยู่ต้นหนึ่ง จัดเป็นไม้ในตระกูล แอช Ash (พวกเดียวกันกับตระกูลไม้มะกอก) นับเป็นต้นไม้สำคัญที่สุดเพราะมันโอบรับโลกทั้งเก้าแห่ง ไม่ว่าจะเป็นแดนสวรรค์ โลกมนุษย์ โลกของยักษ์ โลกคนแคระ หรือเอลฟ์ ไว้กับกิ่งก้านสาขาและรากของมัน โลกมนุษย์จะอยู่ภายใต้ร่มเงากิ่งก้าน ยอดไม้ระเมฆบนท้องฟ้า ความแข็งแกร่งของไม้ทำให้โลกทั้งหมดตั้งอยู่อย่างมั่นคง (ตามความเชื่อของคนยุคโบราณว่าโลกแบน)
โลกทั้งเก้าที่ต้นไม้ค้ำไว้นี้มี
แอสการ์ด
วานาไฮล์ม
มิดการ์ด
โจตันไฮล์ม
สวาร์ดัล์ฟไฮล์ม
อัล์ฟไฮล์ม
นิล์ฟไฮล์ม
มัสเปลส์ดฮล์ม
เฮล
ต้นอิกดราซิลมีรากใหญ่สามรากหยั่งลึกลงไป อันหนึ่งไปถึงโจตันไฮล์ม แผ่นดินของยักษ์ อันหนึ่งไปถึงนิล์ฟไฮล์ม แผ่นดินน้ำแข็งและอีกอันหนึ่งไปถึงแอสการ์ดแผ่นดินของชาวสวรรค์
รากทั้งสามนี้ทำให้ต้นอิกดราซิลสัมพันธ์กับโลกทั้งสามคือยักษ์ เทพและมนุษย์และได้ดูดเอาน้ำจากบ่อน้ำสำคัญของแต่ละแห่งไว้หล่อเลี้ยงต้น โดยรากที่อยู่กับชาวแอสการ์ดไปโผล่แถวน้ำพุ เอิร์ด Urd น้ำพุแห่งเยาวภาพ Fountain of Youth มันเป็นน้ำพุที่ชาวสวรรค์ใช้ดื่มกินเพื่อให้มีความเยาว์วัยอยู่เสมอ
เทพีที่คอยรักษาแหล่งน้ำและมีหน้าที่ตักน้ำไปให้ชาวสวรรค์วันละครั้งคือ พวกนอร์น The Norns สามพี่น้องนามว่า
เอิร์ด Urd แปลว่าอดีต
เวอรร์ดานดิ Verdandi แปลว่าปัจจุบัน
และสกัลด์ Skuld แปลว่าอนาคต
จะเรียกทั้งสามรวมกันว่าเป็นเทพีแห่งชะตามนุษย์ก็ไม่ผิด ด้วยเหตุนี้อิกดราซิลจึงมีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า ต้นไม้แห่งชะตาลิขิต tree of destiny ด้วยเหมือนกัน
รากอันต่อมาแผ่ไปถึงแผ่นดิน นิฟล์ไฮล์ม แผ่นดินแห่งน้ำแข็ง ได้น้ำจากน้ำพุ ฮเวอร์เกลเมียร์ Hvergelmir ซึ่งมีน้ำตกหลั่นเป็นชั้น แผ่สาขาออกไปเป็นแม่น้ำสายใหญ่ๆของโลก
ส่วนรากที่สาม แผ่ไปถึงแผ่นดินของพวกยักษ์ซึ่งปกคลุมด้วยน้ำแข็งตลอดกาล ได้น้ำจากน้ำพุ ไมเมียร์ Mimir น้ำจากน้ำพุแห่งนี้เป็นน้ำวิเศษแห่งความรอบรู้พวกยักษ์จึงต้องจัดเปลี่ยนเวรยามกันเฝ้าไม่ยอมให้ใครดักไปดื่มง่ายๆ
อิกดราซิลจะเขียวสดตลอดทั้งปีและตลอดไปแม้ว่าใบของมันจะกลายเป็นอาหารของสัตว์ต่างๆบนต้นไปบ้าง เช่นบนยอดสูงสุดมีไก่ตัวผู้สีทองตัวหนึ่งคอยตรวจตราขอบฟ้า เจ้าตัวนี้มีหน้าที่จะต้องขันเตือนเทพหากศัตรูตลอดกาลของพวกเขาเตรียมยาตราทัพเข้ามา (นั่นก็คือพวกยักษ์)
นอกจากนี้ยังมีนกอินทรีอีกตัวหนึ่ง จะคอยเกาะกิ่งไม้มองสำรวจเช่นเดียวกับไก่ นกตัวนี้มีผู้ช่วยคือนกเหยี่ยวซึ่งเกาะอยู่ระหว่างตาของมัน (หากอ่านฮอบบิทจะพบว่าโทลคีนให้ความสำคัญกับอินทรีเล่านี้มาก)
ส่วนสัตว์ที่ไม่ใช่พวกนกก็มีกะรอกชื่อ ราตาโทสตค์ Ratatosk มันไม่เคยหยุดวิ่งขึ้นวิ่งลงระหว่างตำแหน่งที่นกอินทรีเกาะกับตรงรากของต้นไม้อันเป็นที่อยู่บนแผ่นดินน้ำแข็ง นิล์ฟไฮล์ม เพราะว่าที่นั่นมีพญางู นิตฮอกก์ Nidhoggr ขดล้อมไว้(คนที่อ่านเดราเนียร์บทหลังๆจะคุ้นกับงูตัวนี้นะ) เจ้ากะรอกตัวนี้จะคอยตรวจตรามิให้เจ้าพญางูนั้นกัดกินรากต้นไม้มากเกินไปยามที่มันเกิดอาการเบื่อที่จะแทะศพมนุษย์
มหาเทพโอดินราชันย์แห่งสวรรค์ก็เคยมาแขวนคออยู่ที่ต้นไม้นี้เป็นเวลาเก้าคืนเพื่อล่วงรู้ความลับแห่งความตาย (ถ้าศึกษาประวัติศาสตร์ชาวนอร์ส จะพบว่ามีกลุ่มชนโบราณบางกลุ่มทำพิธีสังเวยมนุษย์ให้เหล่าเทพด้วยวิธีการผูกคอด้วยเหมือนกัน อาทิกลุ่มโทลลันที่พบในจัตแลนด์)
เมื่อถึงยุคแรคนาร็อค พญางูนิตฮอกก์ได้กัดกินรากของอิกดราซิลจนทะลุทำให้ต้นไม้นี้สั่นสะเทือนไปจนถึงยอดและแรงไปถึงแอสการ์ด วินาทีนั้นไก่บนยอดไม้ได้ขันเตือนภัยแก่เหล่าเทพว่า จุดจบได้มาถึงแล้ว ขณะเดียวกันไก่สีแดงของเฮล เทพแห่งนรกก็ขันร้องเรียกผู้เป็นนายในดินแดนแห่งนิล์ฟไฮล์ม
และแล้วสงครามล้างเผ่าเทพแห่งแอสการ์ดก็ระเบิดขึ้น
ความคิดเห็น
ตุ๊บ พลั่ก ผัวะ!!! <<<<< โดนเจ๊มูนนี่ถีบกระเด็น
PS. ~Corpse-Carcass You're Midnight dessert of Pulala... Ngmmm he..he..he~
สุขสันต์วันวาเลนไทน์คับ ปีนี้ขอให้สุขีสุขีกับฮาลดี้~~~~(R) ที่รักเช่นเดิม หุหุหุ
<<<<< กรุณาลากเสียงยาวๆ เพื่อเพิ่มความเร้าใจดุจกำลังวิ่งข้ามเขาเล่นแบบหนังอินเดีย
PS. ~Corpse-Carcass You're Midnight dessert of Pulala... Ngmmm he..he..he~
กร้วม คำเดียวหมดเยย อิอิอิ
มีแก่น้อยด้วย >///<
ขอบคุณมากๆค่ะ โฮะๆ
PS. เลือดและเนื้อของทารกคือภักษาหารเสียงร้องคร่ำครวญครางคือดนตรีที่แสนไพเราะเสนาะโสต ขนาดอาณาจักรแห่งเหล่าจอมเวทย์ยังพังพินาศสิ้น ใครเล่าจะหาญกล้าลุกขึ้นไปต่อกรกับมัน**ศาสตราแห่งเดราเนียร์**