Gitsune
ดู Blog ทั้งหมด

ขอระบายความคลั่งที่เก็บเอาไว้ในใจมานาน

เขียนโดย Gitsune

ขอระบายความคลั่งที่เก็บเอาไว้ในใจมานาน

            เคยมีคนถามว่า มูนนี่หัดเขียนฟิคชั่นมานานแค่ไหนแล้ว บางคนเข้าใจว่าเริ่มเขียนตอนที่พ่อมดกำลังดัง พูดง่ายๆคือตามกระแสชาวบ้านเขาน่ะแหละ แต่ขอโทษไม่ใช่หรอก แฟนฟิคชั่นแฮร์รี่ชุดแรกที่เขียน เป็นเรื่องราวเพี้ยนๆในฮอกวอตส์ โดยมีพี่น้องฝาแฝดวีสลีย์เป็นตัวนำเรื่อง จนกระทั่งน้องสาวสุดที่รักร้องขอให้เขียนคู่ต่างขั้วยอดนิยมจึงได้เปลี่ยนมาจับคู่มัล เฮอร์

            แรกๆเลยมูนนี่ชอบวาดการ์ตูน ทั้งๆที่ฝีมือไม่ค่อยจะไดเรื่องได้ราวสักเท่าไหร่ แต่อาศัยความบ้าแบบหลุดโลกบวกกับความสติไม่ค่อยเต็มเลยเขียนการ์ตูนในหนังสือลายไทยชนิดปกอ่อน แนวก็ทำนองยานอวกาศ การกู้โลกซึ่งเป็นที่นิยมกันในช่วงนั้น ต่อมาจึงหันมาเขียนแนวปิศาจกับมนุษย์อะไรทำนองนี้

            จนกระทั่ง

            หนังจีนกำลังภายในได้ยาตราเข้าสู่วงการทีวีไทย มูนนี่เลยเริ่มอ่านหนังสือแปลของโกวเล้ง โดยฝีมือการแปลของคุณ น.นพรัตน์ เรื่องที่ชอบมากๆแบบชนิดเป็นขวัญใจเลยคือหงส์ผงาดฟ้า อินทรีย์ผงาดฟ้า ฤทธิ์มีดสั้น และชอลิ้วเฮียง

            และแน่นอน เราย่อมมีตัวละครโปรดในดวงใจ

            เล็กเซี่ยวหงส์ก็เก่ง แต่ไม่มีบุรุษใดที่มีบุคลิกน่าประทับใจชนิดกรี๊ดตั้งแต่ฉากแรกที่เขาปรากฏตัวขึ้น มือกระบี่สังหารในชุดสีขาวสะอาดราวกับหิมะ ยามที่ลงมือสังหารคนเขามักจะเป่าหยดเลือดที่ติดอยู่บนปลายดาบ เขาก็คือ ไซมึ้งชวยเสาะ

            ในหนังสือว่าเท่ห์แล้วพอมาสร้างเป็นหนังยิ่งกรี๊ดสลบโดยเฉพาะเรื่อง Duel ได้คนที่เล่นเป็นฟงอวิ๋นมาเป็นมือกระบี่ชุดขาว ยิ่งละลายทุกครั้งที่เขาออกมา(จำชื่อคนเล่นไม่ได้เพราะเราชอบแค่ไซมึ้ง หึๆ) คนอะไรแข็งเป็นสากได้ทุกิริยาบถ ขนาดจีบหญิงยังทื่อสุดๆ แต่ที่น่ารักคือตอนทำน้ำซุป อ๋าย>< ผู้ชายทำกับข้าว น่ารักมั่กๆ

            จากนั้นก็เริ่มหัดเขียนนิยายจีนกำลังภายในอ่านกันเล่นๆในห้อง มีเพื่อนอ่านแล้วติดหลายคนโดนจิกจนกระทั่งจบเรื่อง หลังลายเหมือนวิลตอนโดนบูทสแตร็ปเฆี่ยนเลย เหอะๆ

            จากนั้นก็ห่างหายจากการเขียนไปนาน

            ระหว่างนั้นก็หาเศษหาเลยกับตัวการ์ตูนญี่ปุ่น มีหลายตัวที่คลั่งไคล้เช่น
กัปตันฮาร็อค(เก่าโคดๆ)
ESPล็อค (เป็นหนังสือแนวพลังจิตที่หาอ่านไม่ได้แล้ว พระเอกน่ารักมากๆผมสีเขียวๆ) ปิคโกโร่ (กวนบาทา) จากนั้นก็เป็นเบจิต้า (มันโหดได้ใจดี) และที่คลั่งไคล้แบบเสียสติไปเลยก็คือ

            ฮิเอ

            เป็นตัวการ์ตูนที่ชอบตั้งแต่ยังเป็นแค่หนังสือ ออกมาตอนแรกเห่ยสุดๆ แต่พอปรากฏตัวครั้งที่สองตอนช่วยพระเอกไปสู้กับซึซาคุ เฮ้ย! มันไปทำหน้าเด้งมาจากไหนกันฟระ น่ารักว้อย >///<

            คำพูดที่ยียวนกวนอารมณ์ สีหน้าขรึมๆหารอยยิ้มได้ยากยิ่งกว่าขุดไส้เดือนในกรุงเทพ ต้องต่อสู้แบบโทรมสุดๆถึงจะยอมปล่อยท่าไม้ตายออกมา ไหวพริบในการเอาชนะศัตรู เวลามองด้วยหางตา โอ้......วาร์ลา เท่ห์ว้อย!

            เป็นตัวการ์ตูนที่นั่งอยู่ในใจมานานหลายปีชนิดไม่มีใครมาเขี่ยให้หลุดออกจากใจได้ เป็นเวลานานพอสมควร วันเวลาผันผ่านไปมหากาพย์อันยิ่งใหญ่ก็ยกพลขึ้นสู่แผ่นดินสารขัณฑ์แห่งนี้พร้อมกับเหล่าพรายๆหน้าเด้งๆ มองๆภาคแรกยังเฉยๆแต่สะดุดตากับพรายตนหนึ่งที่ออกมาต้อนรับพันธมิตรในท่าทางที่ดูหยิ่งๆ

             "ลมหายใจของคนแคระมันดังเสียจนพวกเราสามารถยิงพวกเขาได้ในความมืด"

            เสียงนุ่มๆทุ้มๆฟังแล้วประทับใจจนต้องเงยหน้าจากชามมาม่ารสต้มยำขึ้นมาดู
ว้าวเส้นเหนียวนุ่มแทบหลุดจากปาก พรายอะไรสวยขนาดนี้ หน้ากลมบ๊อกยังกะซาละเปา แก้มงิใสเด้งน่ากัดที่สุด

            ฮัลเดียร์แห่ง ลอริเอน

            ชื่อนี้สะท้อนก้องกลับไปกลับมาอยุ่ในหัวใจดวงน้อยๆที่ใสซื่อ

            ความประทับใจแรกพบเป็นแบบนี้นี่เอง

            หลังจากนั้นก็รอคอยภาคสอง แม้จะไม่ค่อยสนใจเนื้อเรื่องเท่าไหร่ แต่ดีใจสุดๆที่เขาออกมาอีกครั้ง แต่.........................................................

            ฮัลเดียร์ตาย! โอ้ไม่!!!!!! >0<

            หัวใจห่อเหี่ยว โลกทั้งโลกหมองหม่น แต่พอได้ไปคุยกับคนที่อ่านลอร์ด เขาบอกว่า

            เฮ้ย ฮัลเดียร์ในหนังสือน่ะเขาไม่ตายหรอกเพ่!

            ควานหาหนังสือลอร์ดมานั่งอ่าน พอถึงบทลอริเอนหัวใจก็เต้นระรัวเมื่อพบคำว่า

            "ดาโร!" พร้อมกับเสียงหัวเราะลอยลงมาจากด้านบน

            "เรามีนามว่าฮัลเดียร์ และนี่คือน้องชายของเรา รูมิลและโอโรฟิน"

            ช่างน้องสองคนเถอะ มูนนี่สนใจคนพี่มากว่าเป็นบทที่ใช้เวลาในการอ่านนานมากที่สุด ฮัลเดียร์ในหนังสือนี่ น่ารักกว่าในหนัง 10000 เท่า!

            ขอโทษนะฮิเอที่ต้องเขี่ยนายออกจากหัวใจไปนั่งแถวๆตับแทน เพราะตอนนี้มีคนมานั่งใหม่แล้ว

            ฮัลเดียร์ แห่งลอริเอน

            น่ารัก อ่อนน้อม นิสัยดี ร่าเริงตามแบบพราย เก่ง หล่อ สวย เพอเฟ็ค สุดยอดดดดดด!!!!!!!

(((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((O>0<O)))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))

            คลั่งมากจนถึงขนาดเขียนแฟนฟิคชั่นเกี่ยวกับตัวของเขา ซึ่งต่อมากลายเป็นหนังสือ จะมีสักกี่คนรู้ว่าโอลีนน่ะคือคนแต่งเองค่ะ โฮะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (พลั่ก! แฟนๆหนังสือรุมอัด)

            นี่แกหลอกให้พวกชั้นมาอ่านความบ้าของตัวเองหรอกเรอะ มูนนี่!

            เปล่าๆ ล้อเล่งน่อแค่อยากจะให้ฮัลเดียร์ได้พบรักกับใครสักคน เป็นความรักที่มั่นคงแม้ตัวจะตายไปแล้วก็ตาม

            ตอนจบในครั้งแรกคิดจะให้ฮัลเดียร์ตายก่อนในสงครามเฮล์มดิฟแล้วหลังจากนั้นพอทุกอย่างสงบ โอลีนจึงได้รู้และไปนอนร้องไห้บนหลุมศพของเขาจนกระทั่งหัวใจแตกสลายตายตามไปด้วย

            โอโรฟินซึ่งหลงรักโอลีนเมื่อเห็นดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะนั่งเฝ้าหลุมศพของคนทั้งสองและทิ้งลมหายใจของตัวเองไป เขากลายเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ยืนต้นขวางทางเข้าออกของสุสาน ส่วนรูมิลก็อำลาจากไพรทองติดตามลอร์ดเคเลบอร์นไปสู่วาลินอร์

            โดยไม่มีพรายตนใดได้ยินเสียงหัวเราะที่ร่าเริงของเขาอีกต่อไปนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

            พอมานั่งคิดๆดู เราจะไม่เขียนตามหนังนี่นา ไม่เอาๆ เราจะเดินเรื่องตามในของเดิมคือฮัลเดียร์ไม่ได้ไปเฮล์มดิฟ ดังนั้นจึงแก้ไขบทเสียใหม่และให้ทั้งคู่ได้สมหวังจากนั้นก็ลาละร่างไปพร้อมๆกัน

            เป็นการจบที่แสนจะงดงาม

            ระหว่างการเขียนแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้ ได้มีเด็กที่รู้จักกันมาขอให้เขียนนิยายสั้นๆเพื่อเป็นที่ระลึกการเรียนจบ เลยร่างศาสตราแห่งเดราเนียร์ขึ้นมา พอเขียนๆไป อ้าวมันยาวแฮะ เลยพักเรื่องไว้ก่อน จากนั้นก็ผูกเรื่องเฟลมขึ้นมาแทน เขียนแบบเร็วๆสรุปง่ายๆไม่ซับซ้อน

            ศาสตราแห่งเดราเนียร์เลยนอนนิ่งอยู่ใน my document มาราวๆครึ่งปี

            จบไดแค่นี้ก่อน แล้วจะเขียนที่มาที่ไปรวมถึงบทสรุปของนิยายในตอนแรกที่วางไว้มาให้อ่านกัน

            ฮัลเดียร์ขา ไปจิบชากัน

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
คิดแบบเดียวกันเลยพี่ท่าน ฮิเอ เปลี๊ยนไป๋ตอนนั้นแหละ ไปศัลยกรรมเสริมความงามที่ไหนมาหนอ.... = ='

ตอนภาค 2 ฮัลเดียร์ตายแทบร้องไห้ ฮือ T-T  น่าสงสารมาก แม้จะมีเลกี้มาเท่กลบเกลื่อนแล้ว แต่ก็อยากให้ฮัลเดียร์อยู่ไปจนหนังลอร์ดจบเรื่องอยู่ดี (ว่า 20 นี้จะเปียแชร์ไปซื้อลอร์ดแบบยกชุดมาอ่านแล้วล่ะ หลังจากผลัดมาแสนนาน ^_^)
 
โอ้... พี่มูนนี่พาฮัลเดียร์ไปจิบชาแล้ว ถึงคราวจีพาจอมมารไปกิน(เป็น)อาหารว่างบ้างล่ะ  โฮะๆๆๆๆๆ.... ^o^  (ควงแขนท่านคอร์ฟี่ออกไปจากได)
Touchy
Touchy 11 ธ.ค. 49 / 18:54
เพิ่งรู้แหะว่ามูนนี่อ่านนิยายหลายแนวมาก แต่แนวนี้แหละแนวแฟนฟิคมูนนี่แต่งได้สุดยอดมากมาย ( อาจเปงเพราะยังมะเคยอ่านแนวอื่นของมูนนี่มั้ง )

ปล. แอบชอบฮิเอเหมือนกาน แต่เขี่ยตกไปตั้งแต่เจอท่านอาเรส ( เขาคือตัวละครใน Ragnarok Fanfic ที่เคยมีคนแต่งอ่า ) เอิ๊กๆ แต่จะว่าไปเคเลลัสก้อน่ารัก แม้จะเอาท่านอาเรสออกมะได้ แต่ก้อเอาใจไปให้เสี้ยวนึงละ อิอิ
PS.  เพื่อความสำเร็จจงอย่าเพิ่งท้อแม้ยากลำบาก ฝากผลงานข้าพเจ้าด้วยนะคะ Behind The War เบื้องหลังความจริงแห่งสงคราม
ความคิดเห็นที่ 3
ท่านจี
อุส่ามาทานจอมมารถึงในห้องไดของมูนนี่เลยเหรอเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 4

สิ่งมีชีวิตปริศนาจากดาวปูลาลา มาเพื่อตามหม่ำจอมมารคอร์ฟคาร์คาร์สโดยเฉพาะ อิอิอิ

kipling
kipling 17 ธ.ค. 49 / 00:01
ขอโทษนะฮิเอที่ต้องเขี่ยนายออกจากหัวใจไปนั่งแถวๆตับแทน เพราะตอนนี้มีคนมานั่งใหม่แล้ว <<<<< ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

โถๆๆๆ ฮิเอเอ๋ย น่าจ๋งจ๋านนายจิงๆเรย
แต่ก่อนเราก้อชอบนายนะ แต่ตอนนี้ถึงจะเห็นใจแค่ไหน ก้อคงรับเลี้ยงดูไม่ได้
เพราะเรามีเจเรมี่อยู่เต็มหัวจายยยยยยยยยยยยยยย

ปล. แหวะ เน่ากว่าเจ้าของไดอีก เหอๆๆๆ

sourlemon
sourlemon 30 ธ.ค. 49 / 14:06
ไม่ได้มาหาท่านพี่เสียนาน ขอโทษค่ะ

แบบว่า อ่านๆไดพี่มูนนี่ไป พอถึงตรงที่บอกว่า
 - จะมีสักกี่คนรู้ว่าโอลีนน่ะคือคนแต่งเองค่ะ โฮะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (พลั่ก! แฟนๆหนังสือรุมอัด) -

โอทูสำลักน้ำพรวดเลยอ่ะพี่ จิ้นไม่ออกเลยว่าเป็นยังไง  แหะแหะ
PS.  มนุสโสสิ อามะภันเต คนรึเปล่า ใช่ครับโอ้เย เป็นคนแน่เปล่า ก็เป็นแน่เซ่
kougweeny
kougweeny 14 ม.ค. 50 / 20:45
 เหรอท่าน  เข้าใจท่านมากขึ้นนะเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 8
ง่ะ เข้าในแบบไหนอ่ะท่าน tammanaya -_-"