เล่ห์ร้ายบำเรอรัก/Touch Publishing

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 Fate (โชคชะตา)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 มิ.ย. 53

 เล่ห์ร้ายบำเรอรัก

 

ตอนที่ 1 Fate (โชคชะตา)

 

            นาฬิกาเรือนหรูที่แขวนอยู่ตรงมุมทางเดินบอกแก่นัยน์ตาคู่สวยของหญิงสาวว่าขณะนี้เป็นเวลาห้าโมงเย็นแล้ว ความร้อนใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวานยามที่นัยน์ตาสีนิลของเธอกำลังจ้องมองเวลาแต่ละนาทีที่เดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว

            ห้าโมงกว่าแล้ว...ทำไงดีนะ

            ร่างบางในชุดยูนิฟอร์มแม่บ้านของโรงแรมทรุดตัวลงนั่งข้างรถเข็นที่ใช้ใส่ของใช้ที่เกี่ยวข้องกับการทำความสะอาด  อุปกรณ์ต่างๆ อาทิผ้าขนหนู ผ้าคลุมเตียงที่กองอยู่บนรถสูงจนเลยเอวของหญิงสาว เมื่อร่างของคนตัวเล็กอย่างวาริน ประภาศิริ นั่งลงด้านหลังรถเข็นจึงทำให้ตัวของเธอถูกบังเสียจนมิด

            แม้จะอยู่ในมุมเล็กๆ แต่จากทิศทางที่พิธาน พีระอนันต์ยืนอยู่ก็สามารถมองเห็นวารินที่นั่งหลบมุมอยู่ที่ข้างรถเข็นของแม่บ้านได้อย่างชัดเจน  หลังจากที่เดินออกจากห้องสวีตที่เขาพักอยู่ พิธานก็ได้เห็นสาวน้อยคนหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ 

            ผมเส้นเล็กสีดำเงางามถูกรวบขึ้นและคลุมไว้ด้วยเน็ทคลุมผมสีเดียวกัน ใบหน้าหวานที่ไร้การตกแต่งมีเลือดฝาดสีชมพูระเรื่อตามธรรมชาติดึงดูสายตาของพิธานตั้งแต่นาทีแรกที่ได้เห็น  ชุดยูนิฟอร์มที่หญิงสาวสวมใส่บอกให้พิธานรู้ว่าเธอเป็นแม่บ้านของโรงแรมที่เขากำลังพักอยู่  หากแต่ว่าหลายวันมานี้พิธานเห็นแต่แม่บ้านที่มีอายุประมาณสี่สิบเสียส่วนใหญ่ และสำหรับพิธานแล้วนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอกับวาริน และจากป้ายชื่อพลาสติกใสที่สะท้อนกับแสงไฟตามทางเดิน พิธานจึงสามารถสรุปได้ว่าหญิงสาวที่เขากำลังมองอยู่เพิ่งจะมาทำงานที่นี้เป็นวันแรก

            ท่าทีเงอะๆ งะๆ ที่ดูไม่คุ้นเคยกับงานแม่บ้านทำให้พิธานอมยิ้มเล็กน้อยขณะที่ใจลอยเผลอหยุดมองแม่บ้านคนใหม่ ยิ่งเห็นสีหน้าเอาจริงเอาจังของวารินที่กำลังหัวหมุนเขาก็ตกสู่ภวังค์ยืนนิ่งอยู่กับที่โดยไม่รู้ตัว พิธานใช้เวลายืนมองวารินที่กำลังทำความสะอาดห้องของแขกคนอื่นๆ ด้วยความเพลิดเพลินใจ จนกระทั่งเขาเพิ่งจะมานึกได้ว่าเขานัดกับเพื่อนเอาไว้ตอนห้าโมงตรง

             เมธาวิน นายนี่นะ

            พิธานก้มมองนาฬิกาเรือนสีเงินที่ข้อมือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเลยรถเข็นของแม่บ้านที่มีวารินนั่งแอบอิงอยู่ ไปยังประตูห้องสูทสุดหรูอีกห้องที่ยังคงปิดตาย  ที่ซึ่ง เมธาวิน วงษ์วฤทธิ์เดชา เจ้าของโรงแรมหรูหลายสิบสาขาใช้อาศัยอยู่ต่างบ้านตัวเอง

            พิธานจ้องมองประตูห้องพักของโรงแรมที่ยังคงปิดสนิทก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ อย่างทำใจ พิธานรู้ดีว่าเมธาวินไม่ใช่คนที่ชอบผิดนัด หากแต่นั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง ดังเช่นในตอนนี้พิธานเลือกที่จะเดินไปที่ลิฟท์และลงไปคอยเพื่อนของตัวเองที่ล็อปบี้ด้านล่าง เพราะว่าปัจจัยที่ทำให้เพื่อนของเขาสายในวันนี้ก็คือหญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่ในห้องนอนของเมธาวิน

            แกร๊ก....

            เสียงประตูที่ดังขึ้นทำให้วารินหูผึ่งทันทีที่ได้ยินเสียง วันนี้เป็นวันแรกที่วารินเริ่มงานเป็นแม่บ้าน หลังจากที่ต้องออกจากงานเก่า วารินก็ได้รับการติดต่อให้มาทำงานในตำแหน่งแม่บ้านหลังจากที่สมัครไว้เมื่อสามวันก่อน  ด้วยความที่ทำงานหนักไม่ไหวงานแม่บ้านจึงเป็นงานที่วารินคิดว่าเหมาะกับตัวเองที่สุด ฉะนั้นวารินจึงตั้งใจมากกับการทำงานวันแรก

            หลังจากที่เข้างานเจ็ดโมงเช้าวารินได้รับการสอนงานจากแม่บ้านคนก่อนๆ ด้วยความเอ็นดู วารินเป็นพนักงานแม่บ้านคนแรกที่อายุอ่อนที่สุด และหลายคนต่างก็สงสัยว่าหญิงสาวอายุ 24 หน้าตาดีอย่างวารินทำไมถึงได้มาสมัครงานเป็นแม่บ้านๆ ทั้งๆ ที่คนอย่างเธอน่าจะเรียนจบมาสูงและได้ทำงานที่ดีกว่านี้

            ทุกคำถามเกี่ยวกับข้อสงสัยวารินไม่สามารถพูดมันออกมาได้นอกจากยิ้มรับทุกอย่าง รุ่นพี่แม่บ้านหลายคนผิดหวังไปที่ไม่ได้คำตอบที่น่าพอใจ หากแต่วารินก็ไม่อาจพูดอะไรที่ทำให้ทุกคนสบายใจได้ เพราะเรื่องของเธอไม่สามารถทำให้คนที่ฟังรู้สึกดีได้เลย

            ช่วงเช้าหมดไปกับการเรียนรู้งานจิปาถะที่วารินต้องทำภายในห้องพักของแขก ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างที่เป็นของผู้เข้าพักวารินไม่มีสิทธิ์ไปแตะต้อง ส่วนเรื่องที่ต้องทำก็คือทำความสะอาดภายในห้อง เปลี่ยนผ้าปูที่นอน จัดวางอุปกรณ์อาบน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพิ่มเติมในส่วนที่หมดไป สำหรับวารินเธอชอบงานนี้เพราะมันไม่ต้องใช้แรงมาก นอกจากความละเอียดรอบคอบที่ต้องมีเยอะๆ นอกนั้นวารินก็คิดว่าเธอสามารถทำงานนี้ได้อย่างไม่มีปัญหา

            เป็นเวลาสี่โมงเย็นที่วารินรับผิดชอบงานในส่วนของเธอและมันก็เกือบจะเสร็จแล้ว วารินสามารถเลิกงานได้ตอนเวลาห้าโมงตรงหลังจากที่ทำความสะอาดห้องพักของแขกทั้งหลายจนหมด หากแต่ว่าเวลานี้ห้าโมงสี่สิบห้าวารินยังคงนั่งกระวนกระวายใจอยู่ที่เดิมเพราะเธอไม่อาจเลิกงานไป เนื่องจากเธอยังต้องทำความสะอาดห้องสูทอีกห้องหนึ่งที่ได้รับมอบหมายมา วารินรู้ดีว่าผู้ที่พักอยู่ในห้องนี้คือเจ้าของโรงแรมใหญ่ที่เธอกำลังทำงานอยู่ ถ้าเป็นไปได้วารินยอมแลกงานไปทำห้องพักอื่นสามห้องแลกกับการทำความสะอาดห้องสูทของเจ้าของโรงแรม เพราะหากว่าเธอทำอะไรให้เจ้านายระดับสูงไม่พอใจ เธอก็มีสิทธิ์ถูกไล่ออกจากงานทั้งๆ ที่เพิ่งจะได้เข้ามาทำงานเป็นวันแรก

            วารินไม่มีสิทธิ์ได้ทำความสะอาดห้องนี้นั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนต่างรู้ดี ด้วยความที่เธอเป็นพนักงานใหม่ย่อมไม่เหมาะสมที่จะให้พนักงานที่ยังไม่เข้าใจงานดีพอมาบริการแขกวีไอพี  และยิ่งเป็นเจ้าของอยู่เองด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง วารินโดนหางเลขให้มาทำเพราะอยู่ๆ แม่บ้านที่ทำความสะอาดห้องนี้ประจำต้องพาลูกไปหาหมอ วารินเป็นคนเดียวที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เนื่องจากคนอื่นปฏิเสธไปก่อนหน้าเธอหมดแล้วด้วยเหตุผลเดียวกับที่วารินมี ทุกคนต่างกลัวว่าตัวเองจะโดนไล่ออกหากไปทำให้เจ้าของโรงแรมไม่พอใจ

            ยิ่งเวลาผ่านเลยไปนานเท่าไหร่วารินก็ยิ่งร้อนใจขึ้นเท่านั้น เวลางานที่ควรจะเลิกได้แล้วผ่านไปกว่าห้าสิบนาที วารินได้แต่ทอดถอนใจคอย ก่อนที่ความหวังของเธอจะเป็นจริงเมื่อประตูห้องสูทสุดหรูในที่สุดก็เปิดออก

             ทำไมต้องไปด้วยละคะ วินอยู่กับตาก็ได้นี่ 

            ร่างบางในชุดเดรสสีดำกำมะหยี่ก้าวเท้าออกมาจากประตูห้องที่ถูกเปิดออก ใบหน้าสวยคมที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างดีดูสวยเด่น  ในขณะที่รองเท้าสันสูงสีดำมันวาวก้าวเดินริมฝีปากสีแดงสดก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

             วินค่ะ อยู่กับตาเถอะนะ

             ผมไม่อยากผิดนัดใคร

            น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นพร้อมกับประตูห้องสูทที่เปิดอ้ากว้าง ถึงวารินจะเคยเห็นหน้าตาของเจ้าของโรงแรมที่เธอทำงานอยู่ในทีวีบ่อยๆ แต่กลับไม่ทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยแม้แต่นิด วารินได้แต่ยืนนิ่งไปเมื่อเธอได้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของผู้บริหารโรงแรมหนุ่ม เขาคือเมธาวิน วงษ์วฤทธิ์เดชา และตัวจริงของเขาก็ดูดีจนวารินไม่สามารถละสายตาจากเขาได้เลย

            ด้วยส่วนสูงที่มากกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบทำให้ร่างกายของเมธาวินดูสูงสง่า ขนาดลำตัวที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อทำให้ไม่ว่าจะอยู่ในชุดไหนเขาก็ดูดีไปหมด ใบหน้ารูปไข่เข้ากันกับทรงผมที่ตัดสั่นอย่างมีสไตล์ คิวเข้มและนัยน์ตายาวรีรับกับจมูกที่โด่งเป็นสัน องค์ประกอบทุกสัดส่วนถูกจัดวางอย่างลงตัวและสมบูรณ์ที่สุด หล่อเข้มคมคายในแบบฉบับของเมธาวินนักธุรกิจหนุ่มชื่อดังเจ้าของโรงแรมใหญ่ระดับห้าดาวที่มีสาขาและบริษัทในเครือมากกว่าสิบแห่งในประเทศไทย

             แต่วินกำลังผิดนัดตานะคะ เรานัดกันไว้

            เมื่อร่างใหญ่ของเมธาวินก้าวล้ำออกมานอกห้องอย่างเต็มตัว หญิงสาวในชุดเดรสสีดำก็เบียดกายเข้าไปใกล้เขาทันที

             ไม่กลัวนักข่าวรึไง

            คำถามของเมธาวินทำให้ใบหน้าสวยคมของหญิงสาวที่กำลังรุกเร้าเขามีรอยยิ้มหวาน

             ดีสิค่ะ เป็นข่าวกับวินตาดังจะตาย

             เพตรา...

            เสียงปราบของเมธาวินทำให้เพตรา รังสินันท์ได้แต่ทำหน้างออย่างขัดใจ เพตรารู้ความนัยน์ในน้ำเสียงของเมธาวินดี เขาเกลียดการตกเป็นข่าว แต่มันช่างตรงกันข้ามกับเธอนัก เพราะการตกเป็นข่าวกับเมธาวินมีแต่จะทำให้ดาราสาวอันดับหนึ่งอย่างเธอดังยิ่งขึ้นไปอีก

             ผมต้องไปแล้ว

            เมธาวินโอบมือประคองร่างบางที่โถมตัวเข้าใส่เขา ก่อนจะพลิกตัวและดันร่างของเพตราไปชิดกับผนังห้องที่อยู่ด้านหลัง

            เสียงหัวเราะชอบใจของเพตราดังขึ้นก่อนที่ริมฝีปากสีแดงสดของเธอจะถูกทาบทับด้วยจูบที่ร้อนแรงของอีกฝ่าย

             อืม...

            เพตราครางในลำคออย่างพึงพอใจเมื่อเมธาวินกำลังรุกเร้าเธออย่างเต็มที่  เมธาวินใช้มือหนึ่งรั้งเอวบางของเพตราให้แนบชิดกับลำตัวของเขา ส่วนอีกมือหนึ่งเท้าไปที่ด้านหลังและยันกับกำแพงไว้

            สองมือเรี่ยวเล็กของเพตรายกขึ้นโอบรอบคอเมธาวินในขณะที่กำลังดื่มด่ำกับรสจูบอันร้อนแรงที่ชายหนุ่มมอบให้ รสสัมผัสที่เร้าร้อนปลุกเร้าอารมณ์ของคนทั้งคู่ขึ้นมาอีกครั้ง แต่ทว่าเมธาวินกลับหยุดจูบไปเสียดื้อๆ เล่นเอาเพตราถึงกับร้องประทวงเขาอย่างไม่พอใจ

             หยุดทำไมคะวิน?”

            เพตราอิดออดขึ้นอย่างนึกขัดใจที่อยู่ๆ เมธาวินก็ปล่อยให้อารมณ์ของเธอค้างแบบนี้ เพตราเบียดร่างที่สมส่วนของเธอเข้าไปหาชายหนุ่มอีกครั้ง แต่ทว่าเมธาวินกลับไม่สนใจเธอเลยสักนิด

             หล่อนเป็นใคร!”

            สายตาของเมธาวินที่กำลังมองบางอย่างอยู่เรียกความสนใจของเพตราขึ้นมาทันที และเมื่อเพตรามองตามสายตาของเมธาวินไป เธอก็เจอเข้ากับแขกไม่ได้รับเชิญที่กำลังยืนหน้าแดงแจ๋อยู่ข้างๆ รถเข็นของพนักงานแม่บ้าน

    ..........................50       

             คะ คือ...ขอโทษด้วยค่ะ วารินก้มหัวให้เมธาวินกับเพตราที่กำลังมองเธออยู่อย่างรนราน เหตุการณ์เมื่อครู่ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพราะวารินตั้งใจจะดูพวกเขาเลยสักนิด หากแต่เธอกลับละสายตาจากไปไม่ได้ราวกับกำลังชื่นชมผลงานศิลป์ชิ้นเอกสองชิ้นไม่มีผิด

             ไร้มารยาท!”

            เพตราแว้ดขึ้นอย่างไม่พอใจใบหน้าสาวหวานของดาราสาวบึ้งตึงราวกับนางร้ายในละครไม่มีผิด

             ขอโทษด้วยค่ะ วารินได้แต่ก้มหน้ายืนตัวสั่นอย่างทำอะไรไม่ถูก เป็นเธอผิดเองจริงๆ ที่ยืนดูพวกเขาสองคนอยู่ได้ แถมฉากเมื่อกี้มันก็...

             วินคะ ไล่มันออกเลยค่ะ แบบนี้ถ้าเกิดมันเอาไปพูดชื่อเสียงของตาเสียหายหมดแน่ เพตราหันไปกอดแขนชายหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่ข้างเธอก่อนจะออดอ้อนให้เมธาวินไล่คนออก

            จากปลายหางตาเมธาวินสังเกตเห็นเงาร่างของใครคนหนึ่งเข้า เมธาวินหยุดจูบเพตราแล้วหันไปมองคนที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ไกลจากพวกเขาแทน ร่างเล็กของหญิงสาวในชุดพนักงานแม่บ้านสะดุดตาเมธาวินเป็นสิ่งแรก ก่อนที่เขาจะมองเลยขึ้นไปยังใบหน้าหวานของวาริน

            ผิวเนื้อที่ขาวหมดจดทำให้ไม่อาจซ่อนสีแดงระเรื่อที่ระบายอยู่บนแก้มใส นัยน์ตากลมโตของหญิงสาวที่เบิกกว้างในตอนที่เมธาวินหันกลับไปพบเธอ ทำให้วูบหนึ่งเมธาวินรู้สึกแปลกๆ และเมื่อตอนที่วารินก้มหน้าหลบสายตาของเขา เมธาวินก็พบว่าตัวเองรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้มองสองแก้มที่แดงระเรื่ออย่างน่ารักของเธอให้นานกว่านี้

            ป้ายชื่อพลาสติกที่ติดอยู่ที่หน้าอกบอกแก่เมธาวินว่าผู้หญิงที่กำลังก้มหน้าก้มตาหนีความผิดคนนี้คือ วาริน ประภาศิริ ปกติป้ายชื่อของพนักงานทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นป้ายสีทอง ดังนั้นเมธาวินจึงเดาได้ทันทีว่าวารินเป็นพนักงานใหม่ของที่นี้ และวันนี้ก็คงจะเป็นวันแรกที่เธอมาทำงานด้วย

             วินค่ะ

            เมื่อเห็นเมธาวินเอาแต่ยืนนิ่ง เพตราที่ร้อนใจจะเอาเรื่องจึงเขย่าแขนเรียกเขา

             ช่างเถอะ ก็แค่เด็กใหม่

            เมธาวินมองวารินที่เอาแต่ก้มหน้างุด ก่อนจะละสายตาแล้วเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก

             โชคดีจริงนะ

            เพตรามองวารินที่เอาแต่ก้มหน้าผงกหัวกึกๆ อย่างสำนึกผิดด้วยความไม่พอใจ แต่เมื่อเมธาวินตัดสินแล้วเธอจึงไม่มีสิทธิ์ไปยุ่ง เพตราได้แต่สะบัดหน้าแล้วเดินตามไปควงแขนเมธาวิน ก่อนที่คนทั้งคู่จะพากันเข้าไปในลิฟท์และลงไปยังล็อปบี้ชั้นล่าง

             เฮ้อ...เกือบตายแล้วมั้ยละ

            หลังจากที่ทั้งดาราสาวและเจ้าของโรงแรมหนุ่มหายไปแล้ววารินก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก หญิงสาวคิดไว้แล้วว่าการอยู่ใกล้คนที่มีอำนาจไม่ใช่เรื่องดี แต่เธอก็ไม่ได้คิดเผื่อเอาไว้ว่าเจอกันครั้งแรกเธอจะได้แจ็คพ็อตมาเต็มๆ แบบนี้

            หลังจากพักหายใจหายคอกับเรื่องคอขาดบาดตายที่เพิ่งเกิดเสร็จ วารินก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานของเธอต่อ หากทำห้องของนายใหญ่ผู้บริหารโรงแรมเสร็จเมื่อไหร่วันนี้งานของวารินก็หมด และเธอก็จะได้กลับบ้านเสียที

           

             วันนี้ใครเป็นผู้โชคดีน่ะ?”

            คำถามดังขึ้นเมื่อวารินเปิดประตูเข้าไปในห้องที่เอาไว้เปลี่ยนเสื้อผ้าของพนักงานหญิง

             ไม่รู้ๆ รู้แต่ว่าพรุ่งนี้ฉันจะไปอ่อยให้ถึงทีเลย ฮ่าๆ

            เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่ยากจะเข้าใจดังขึ้นเมื่อกลุ่มพนักงานแม่บ้านรุ่นพี่กลุ่มหนึ่งกำลังยืนคุยพลางเปลี่ยนเสื้อผ้าไปด้วย

             ท่านน่ะใจดีจะตาย ครั้งเดียวได้ตั้งหลายเชียวนะ เผลอๆ ถูกใจ มีซื้อรถซื้อบ้านหรือไม่ก็เลี้ยงเป็นตัวเป็นตนเชียว

             จริงหรอ ตายแล้วแบบนี้ฉันจะต้องหาโอกาสไปเจอให้ได้

            วารินเดินเลยกลุ่มของพวกพนักงานรุ่นพี่ไปที่ล็อกเกอร์ที่ใช้เก็บของใช้ส่วนตัวของเธออย่างเงียบๆ แม้จะไม่ได้ตั้งใจแต่เธอก็ยังได้ยินรุ่นพี่แม่บ้านพวกนั้นคุยกันตลอด

             ท่านเอกรัตน์ซื้อบ้านให้ยัยแนนที่เคยเป็นแม่บ้านอยู่ชั้นห้านะ รู้มั้ยตอนนี้ยัยนั้นสบายไปแล้ว

             ตายฉันเองก็อยากได้บ้างจัง

            ยิ่งฟังก็ยิ่งยากที่จะเข้าใจ ถึงแม้จะดูห่างไกลจากสังคมที่วารินเคยพบ หากแต่มันกลับดึงดูดให้เธอตั้งใจฟังในทุกคำพูด

            ถ้ามันได้ทุกอย่างมากง่ายๆ แบบนั้นจริง...มันก็น่าลองใช่มั้ย?

            คำถามถูกถามขึ้นในหัวของวาริน ความคิดนี้ทำให้เธออยากจะเข้าร่วมวงสนทนากับรุ่นพี่

             เอ่อ...คือ..

             หยุดเหลวไหลกันสักที! พวกคุณเห็นที่นี้เป็นอะไรห๊ะ ถ้าอยากสบายอย่างที่พูดก็ลาออกแล้วไปทำที่อื่นซะเถอะ!”

เสียงตวาดของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย การปรากฏตัวของเจ้าของเสียงทำให้วงสนทนาของเหล่าแม่บ้านรุ่นพี่แตกกระเจิง ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง โดยที่วารินยังคงได้แต่ยืนอึ้ง เพราะเธอกำลังอยากจะเข้าไปร่วมวงสนทนาเมื่อครู่อยู่พอดี

             อ้าววารินอยู่ที่นี้ด้วยเรอะ!” เสียงทักทายที่ดูสดใสต่างจากน้ำเสียงโหดๆ ที่เพิ่งใช้ไปสักครู่ของคนที่เข้ามาทักเธอ ทำให้วารินรู้สึกเสียวสันหลังแบบแปลกๆ

            “  พี่นารี... วารินเรียกหญิงสาวใส่สูทสีเทาเข้มและรวบผมเอาไว้อย่างเรียบร้อยที่เดินเข้ามาหาเธอ ก่อนแย้มยิ้มเก้อๆ ให้อย่างคนทำตัวไม่ถูก

             ยังไม่กลับอีกหรือเรา เราเลิกงานห้าโมงตรงไม่ใช่รึไง นารี เปรมประมุขเงยหน้าขึ้นจากนาฬิกาเรือนสวยที่สวมใส่ ก่อนจะเอ่ยถามเด็กสาวรุ่นน้องที่เธอรับเข้ามาทำงานเองอย่างวาริน

             คือรินต้องรอแขกออกนะคะ เลยเลิกงานช้า วารินบอกเหตุผลในการที่เธอยังคงปรากฏตัวอยู่ที่นี้ให้แก่หัวหน้าฝ่ายบุคคลหรือก็คือพี่นารีที่เธอได้เจอตอนมาสมัครงาน และได้เจอเป็นหนที่สองก็วันนี้

             อ่อ...งั้นไปเถอะ” นารีมองนาฬิกาที่ข้อมือของเธออีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวกลับและตั้งใจจะออกจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าไป

             จริงสิ!”

            นารีนึกบ้างอย่างขึ้นมาได้ เธอจึงหันกลับมาหาวารินอีกครั้ง

             คะ?”

             เรื่องเมื่อกี้คงได้ยินแล้วสินะ

             เอ่อ...ค่ะ...

             งั้นฟังพี่นะ พูดตรงๆ เลย คนบ้างคนที่มาเป็นแม่บ้านของที่นี้ไม่ได้หวังจะเป็นแม่บ้านจริงๆ เราเข้าใจใช่มั้ย 

             เอ่อ...

            ที่จริงวารินไม่เข้าใจเลยสักนิดว่านารีกำลังจะพูดอะไร

             มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่มีความคิดทุเรศๆ ว่า การมาทำงานที่นี้จะสามารถจับผู้ชายรวยๆ ได้ พี่ขอบอกเลยว่าพวกนั้นเป็นพวกที่น่ารังเกลียด และถ้าเป็นไปได้วารินควรอยู่ให้ห่างเอาไว้

            ในที่สุดเมื่อนารีพูดจบวารินก็เข้าใจทุกอย่างกระจาง สิ่งที่พวกรุ่นพี่แม่บ้านกลุ่มนั้นคุยกันก็คือเรื่องที่พี่สาวคนนี้กำลังห้ามเธออยู่

             มันเป็นแค่คนกลุ่มน้อยที่ทำให้ชื่อเสียงของคนดีๆ เสียหาย พี่อยากให้เราทำตัวให้เหมาะสม

             เข้าใจแล้วค่ะ

             ดีแล้ว พี่หวังว่าเราจะไม่ทำตัวเป็นคนกลุ่มน้อยนะ

            นารีเดินจากไปหลังจากที่พูดในสิ่งที่อยากจะพูดจบ

             นั้นสินะ ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ จริงด้วย

            วารินเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ตามลำพังหลังจากที่ทุกคนออกไปจนหมด ความหวังเล็กๆ ของเธอพังทลายลงไปเมื่อเธอได้รับรู้ว่าโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ

            หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จวารินก็เดินออกจากประตูที่มีไว้เป็นทางเข้าออกของพนักงานเพื่อออกจากตัวตึกโรงแรมที่มีขนาดใหญ่ พนักงานไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปเดินบริเวณหน้าล็อปบี้ ฉะนั้นทุกคนจึงต้องเดินอ้อมด้านข้างตึกของโรงแรมไปโผล่ยังประตูหน้าเพื่อจะกลับบ้าน

ผมสีดำเงางามที่ถูกรวบไว้ถูกปล่อยให้เป็นอิสระโดยที่วารินเพียงแต่มัดยางหลวมๆ เอาไว้ ร่างบางของวารินเดินออกจากโรงแรมอ้อมมาที่ทางเข้าด้านหน้า เพราะว่าทางเข้าออกของตัวโรงแรมมีทางเดียวคือทางวนเวียนด้านหน้าโรงแรมเท่านั้น

             นี่หนู...

             คะ?”

            วารินรู้สึกเหมือนมีใครเรียกจึงหันกลับไปตอบรับ

             ดีจ๊ะหนู

            คนที่ยืนตรงหน้าของวารินคือชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานคนหนึ่ง วารินหันกลับไปมองที่ด้านหลังของตัวเอง เพราะไม่คิดว่าบุคคลท่านนี้จะเรียกเธอ

             หนูหรือค่ะ?”

เมื่อหันกลับไปไม่พบใคร วารินจึงชี้มือมาที่หน้าตัวเองก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง

 เอานี่ไปสิ ถ้ามีเรื่องเดือดร้อนก็มาหาผมได้นะ

นามบัตรใบหนึ่งถูกยัดใส่มือของวาริน หญิงสาวได้แต่ยืนทำหน้างงๆ ในขณะที่ชายวัยกลางคนที่อยู่ในชุดสูทสีเทาดำหันหลังให้แล้วเดินอย่างสง่าเข้าไปในตัวโรงแรม

 คือว่า...นี่มัน...

วารินมองนามบัตรใบสีทองที่สะท้อนกับแสงไฟในมือของตัวเองด้วยสีหน้างงงวย เมื่อเธอตั้งใจจะเอ่ยเรียกบุคคลปริศนาที่มอบนามบัตรให้ สายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับนัยน์ตาสีนิลของใครอีกคน

 อุ้ย!”

วารินหน้าร้อนวูบเมื่อคนที่เธอเงยหน้าขึ้นไปเห็นคือเจ้าของโรงแรม หรือก็คือคนที่เธอไปยืนดูเขาจูบกับดาราที่หน้าห้องสูทนั้นเอง

ด้วยความตกใจวารินลืมเรื่องที่จะเดินไปถามชายวัยกลางคนเกี่ยวกับนามบัตรที่ให้มาจนสนิท ร่างบางหันหลังแล้วก้าวเดินอย่างเร็วราวกับกำลังหนีความผิด และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ วารินตังใจว่าเธอจะไม่โผล่ไปให้เมธาวินหรือก็คือเจ้าของโรงแรมได้เห็นหน้าอีก เพราะว่าเธอกลัวว่าเขาจะจำได้แล้วไล่เธอออก

รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม ท่าทางตกใจกับอะไรบ้างอย่างของแม่บ้านคนใหม่ดึงดูดสายตาของพิธานไว้ได้อีกครั้ง ร่างบางของหญิงสาวที่เดินจากไปอย่างเร็ว ทำให้พิธานนึกขำกับท่าทีของเธอ

 อ่า...คุณพิธาน คุณเมธาวิน ดีใจที่ได้พบครับ

เสียงทักทายของหนึ่งในผู้ร่วมทุนของโครงการใหม่เกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ดังขึ้นเรียกความสนใจของพิธานที่มีต่อสาวน้อยไป

 สวัสดีครับคุณเอกรัตน์ ยินดีที่ได้พบครับ พิธานเอ่ยต้อนรับแขกที่เขารออยู่ ก่อนจะเชื้อเชิญให้แขกเข้าไปยังห้องอาหารที่เขากับเมธาวินจองเอาไว้

            ทันทีที่ร่างบางเลี้ยวออกมาจากทางเดินสายเล็กด้านข้างของตัวโรงแรม สายตาคู่หนึ่งก็จับจ้องมองเธออยู่ การกระทำทุกอย่างของวารินถูกเห็นจากจุดที่เมธาวินยืน และเขาก็ได้เห็นด้วยว่าวารินรับนามบัตรของผู้ร่วมทุนของเขาไป

 วินมาเถอะ

พิธานเอ่ยเรียกเพื่อนสนิทที่ยืนนิ่ง ก่อนจะเดินนำหน้าเอกรัตน์ผู้ร่วมทุนไปยังห้องอาหารฝั่งตะวันตกของตัวโรงแรม

เมื่อร่างบางของคนที่มองอยู่หายลับไปกับขอบรั่วสูงของกำแพงใหญ่เมธาวินจึงเริ่มขยับตัวอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาของเมธาวินยังคงเรียบเฉยเมื่อเขาเดินตามพิธานเพื่อนสนิทเข้าไปยังห้องอาหาร หากแต่ความคิดของเขากลับไม่ค่อยคงทีนัก

            เธอเป็นผู้หญิงแบบนั้น...

"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

ข้อคิดเห็นที่แสดงไว้เป็นแรงใจในการสร้างงานของนักเขียนนะคะ
สละเวลาสักนิดเมนต์ๆ โหวดๆ ด้วยนะคะ...^^

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น