นายตาบอดกับฆาตกรผู้หลบหนี

เรื่องราวของฆาตกรใจโหดที่ต้องซ่อนตัวในบ้านคุณหนูตาบอด ตอนแรกอยู่เพื่อหลบหนีแต่ก็มีความรู้สึกบางอย่างมาแทนที่

ยอดวิวรวม

150

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


150

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


3
จำนวนรีวิว : ยังไม่มีคนรีวิว
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  7 ก.พ. 65 / 10:41 น.


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 7 ก.พ. 65 / 10:41


“ปั้ง เสียงปืนดังขึ้นในยามดึกที่เงียบสงัด ฆาตกรต่อเนื่องทำการหลบหนีออกจากคุกที่มีความแน่นหนาที่สุด เขาวิ่งหนีเจ้าหน้าที่และหลบกระสุนปืนที่ตำรวจยิงใส่เขา ฆาตกรคนนี้เป็นชายหนุ่มวัย20ปีร่างสูงไม่ผอมมาก เขาเป็นฆาตกรที่มีค่าหัวสูงถูกตามล่าโดยตำรวจทั่วเมืองเพราะฆาตกรคนนี้ฆ่าไปแล้ว20ศพตามอายุของเขา เหยื่อทุกคนคือคนมีชื่อเสียงนักการเมืองและคนรวยทั้งหมด ตำรวจก็คิดว่าจะทำไปเพราะเหตุลักขโมยแต่มันไม่แม้แต่จะสนของมีค่าในบ้านของเหยื่อเลย เขาวิ่งมาเรื่อยๆจนเจอกับบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง เขาไม่รอช้าเขาวิ่งเข้าไปในบ้านหลังนั้น เมื่อเข้าไปถึงก็พบกับชายวัย30กำลังก้มๆเงยๆทำอะไรสักอย่างอยู่ เขาทำการฆ่าชายวัย30คนนั้นทิ้งทันทีเพื่อปิดปาก แต่เมื่อจัดการเสร็จเขาก็รู้สึกว่ายังมีใครอีกคนมองมาที่เขา เขามองขึ้นก็เห็นชายคนหนึ่งอายุ15-16มองมาทางเขา”

ใต้ฝุ่น:

ลุงเกิดนั่นลุงหรอ…เดี๋ยวผมไปปิดประตูให้น้ะ…//เด็กคนนั้นเดินมาหาฆาตกรคนนั้นโดยไม่มีท่าทีที่กลัวอะไร..ดูเหมือนว่าเด็กคนนั้นจะตาบอด..มือของเขาคลำๆกำแพงผนังบ้านจนมาถึงประตู..เขาปิดให้ตามที่บอกไว้

เมฆา:

ห้องใต้ดินอยู่ไหน…//ฆาตกรเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น

ใต้ฝุ่น:

ลุงเกิดก็รู้นี่ครับ…เดี๋ยวน้ะ..คุณคงเป็นคนที่ลุงเกิดจ้างมาดูแลผมหรือปล่าว…//เมฆาไม่ตอบอะไร เด็กน้อยก็เข้าใจว่าอีกฝ่ายอาจจะอายไม่กล้าคุยกับตัวเอง..เขาเลยพาเมฆามาที่ห้องใต้ดินตามที่เมฆาขอ…..

“เมฆาแบกร่างไร้วิญญาณของคนที่น่าจะชื่อว่าลุงเกิดมาไว้ที่ห้องใต้ดิน ชำแหละศพเป็นชิ้นๆแล้วเอาไปให้สุนัขจอนจรแถวนั้นกิน ไม่นานตำรวจก็บุกเข้ามาที่บ้านของใต้ฝุ่น”

ตำรวจ:

คุณหนูใต้ฝุ่น..คุณเห็น…เอ่อ..หมายถึงได้ยินเสียงของคนแปลกหน้าเข้ามาหรือปล่าวครับ พอดีพวกเราตามหาฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าคนรวย20ศพน่ะครับ

ใต้ฝุ่น:

ฆาตกรฆ่าคนรวยหรอ..ที่ผมได้ยินมาในข่าวหรอครับ..แต่ผมว่าคงไม่อยู่ในบ้านผมหรอก..เพราะถ้ามันยังอยู่ผมคงไม่มีชีวิตมายืนคุยกัยคุณแล้วล่ะ…//ใต้ฝุ่นตอบด้วยน้ำเสียงของคนร่าเร่ง ทั้งใสซื่อและอ่อนหวาน ตำรวจก็ชล่าใจ ออกไปตามหาที่อื่น ฆาตกรคนนั้นหลังจัดการศพของลุงเกิดคนนั้นเขาคว้ามีดมาเพื่อจัดการเด็กคนนั้นเป็นรายต่อไป ใต้ฝุ่นสัมผัสร่างที่กำลังเดินมาหาเขาได้เขาหันมาคุยกับคนที่กำลังจะฆ่าเขาด้วยรอยยิ้ม ทำให้เมฆาหยุดชะงัก

ใต้ฝุ่น:

พี่..พี่เป็นรุ่นพี่ผมใช่มั้ย…ผมใต้ฝุ่นน้ะ  พี่คงเหนื่อยตามผมมาสิ..//เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้น ส่งยิ้มให้คนตรงหน้าด้วยความอ่อนโยนก่อนเดินนำเมฆาขึ้นชั้น2ไป

เมฆา:

จะพาพี่ไหนหรอ.//เมฆ่าเอ่ยถามเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

ใต้ฝุ่น:

ห้องนอนผมครับ..ห้องคนใช้มันชำรุดครับ พี่นอนกับผมก่อนน้ะหรือพี่รังเกียจ…//แม้จะเป็นในที่มืดใต้ฝุ่นก็เดินได้คล่องแคล่าวว่องไว หลบหลีกเข้าของตรงหน้าอย่างง่ายดาย เหมือนว่าเด็กคนนี้จะรู้จักทางของบ้านหลังนี้เป็นอย่างมาก สมกับเป็นคุณหนูของบ้าน เมฆานิ่งเงียบไม่ตอบอะไร อีกฝ่ายก็ชวนคุยจนรอยยิ้มแรกของเมฆาปรากฎไม่รู้ตัว มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้หมายถึงความสะใจแต่มันเป็นรอยยิ้มที่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันมันคือรอยยิ้มของอารมณ์ไหน

“เมื่อมาถึง ห้องนอนของใต้ฝุ่น มันกว้างมากพอที่จะจัดปาร์ตี้10-20คน แถมยังมีห้องแยกอีก เจ้าของห้องเดินไปเปิดไฟในห้อง ทำให้เขาเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในห้องมีโซฟาตัวใหญ่2ตัวเตียง1ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งจากนั้นเขาก็เดินไปผลักโซฟา2ตัวให้มาประกบกันด้วยแรงอันน้อยนิดของใต้ฝุ่น โซฟาแทบไม่ขยับหรือกระตุกเลยแม้แต่น้อย เมฆาจึงไปช่วยผลักให้แทนอีกฝ่าย”

ใต้ฝุ่น:

ขอบคุณครัับ..เดี๋ยวพี่นอนเตียงน้ะเดี๋ยวผมจะนอนโซฟาเอง…

เมฆา:

เดี๋ยวก่อน..เราเป็นเจ้าของบ้านเราต้องนอนเตียงไม่ใช่หรอ…

ใต้ฝุ่น:

นึกว่าจะไม่คุยกับผมแล้ว…มันก็ถูกแล้วนี่ครับที่เจ้าบ้านต้องสละให้แขกเป็นมารยาทอยู่แล้วนี่ครับ…ว่าแต่พี่ยังไม่บอกผมเลยน้ะพี่ชื่ออะไร//เมฆามองสีหน้าที่ไร้เดียงสาของใต้ฝุ่น เขารู้สึกร่างกายเหมือนระบบจะขัดข้อง จนแอบลืมชื่อตัวเองไปเลย เขามองทั่วห้องเขาจึงบอกส่งๆให้มันจบๆ

เมฆา:

พี่ชื่อหมอน…

ใต้ฝุ่น:

หมอนหรอ..ชื่อน่ารักจังครับ…งั้นพี่หมอนไปอาบน้ำก่อนน้ะครับ…นี่ผ้าเช็ดตัวครับ…//ใต้ฝุ่งเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเมฆา เมฆารีบเข้าไปอาบน้ำกำจัดกลิ่นเลือดที่ยังหลงเหลืออยู่บนตัว เขาใช้เวลานั้นสำรวจห้องน้ำของใต้ฝุ่นไปด้วย พอออกมาก็พบว่าใต้ฝุนกำลังนั่งส่องกระจกที่โต๊ะเครื่องแป้งอยู่ มันไม่ใช่วิถีของคนตาบอดเอาซะเลย เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเด็กคนนี้ตาบอดหรือปล่าว

เมฆา:

เป็นคนตาบอดแต่ส่องกระจกเนี่ย..มันบอดยังไงกันหรอ…//เด็กคนนั้นหันมามองเมฆา เขาแอบตกใจนิดหน่อยที่เมฆาใช้น้ำเสียงที่ดุใส่เขา เขายิ้มแล้วตอบด้วยสายตาเศร้า

ใต้ฝุ่น:

ผมไม่ได้ส่องเพื่อทาเซรั่มหรืออะไรทั้งนั้นครับ..ผมส่องเพราะให้กำลังใจตัวเอง…ผมรู้ครับผมตาบอด..แต่ความรู้สึกผมไม่ได้บอดน้ะ ทุกครั้งที่ผมเศร้าหรือกลัวหรือรู้สึกไม่ดีผมจะมานั่งส่องกระจกให้ผมรู้สึกว่าโดนมองด้วยความอ่อนโยน…แม่บอกผมว่าไม่มีใครรักเราเท่าตัวเราเอง ผมเลยคิดว่าการได้รู้สึกว่าโดนตัวเองมองด้วยความห่วงใยเป็นอะไรที่รู้สึกดีมากเลยครับ..พี่ลองทำดูสิ..//ใต้ฝุ่นลุกขึ้นให้เมฆานั่งตรงที่ตัวเองนั่ง พี่เมฆาปฏิเสธตอบด้วยน้ำเสียนิ่งๆ

เมฆา:

ไม่ล่ะ..พี่เกลียดตัวเอง พี่ไม่อยากเห็นหน้าตัวเอง…//เด็กน้อยทำหน้าซึมนิดหน่อยเมื่อได้ยินคำตอบอีกฝ่าย…

ใต้ฝุ่น:

ผมก็เกลียดตัวเองเหมือนกัน..เกลียดที่มองอะไรไม่เห็น ไม่เห็นว่าเขาทำอะไรเขาทำยังไง…พ่อแม่ก็คลุมถุงชนให้แต่งงานผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ ทั้งๆที่ผมขอพ่อกับแม่ไว้แล้ว..ผมขอเลือกคู่ของผมเองตอนที่กลับมามองเห็น แต่พวกเขาก็ไม่ฟังผม..ตั้งแต่ผมตาบอด..เหมือนพ่อกับแม่จะควบคุมผมง่ายขึ้น ผมไม่เหลือใครนอกจากลุงเกิดแล้ว…//เด็กน้อยแอบตัดพ้อให้ชายตัวสูงฟัง เมฆาได้ยินก็แอบหดหู่รู้สึกผิดกับสิ่งที่เขาทำ ตอนนี้เขาได้พลากชีวิตของเซฟโซนเจ้าหนุ่มไปเรียบร้อย..นี่เป็นอารมณ์ที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อนตั้งแต่แม่ของเมฆาจากไป จนมันเกิดขึ้นกับเด็กคนนี้ น้ำใสๆค่อยๆไหลออกจากตาที่มองไม่เห็นของเด็กหนุ่ม 2มือเล็กๆปาดน้ำตาออกก่อนที่จะทำหน้าฝืนยิ้มแล้วเดินไปอาบน้ำ

"ในคืนนั้นใต้ฝุ่นถูกเมฆาอุ้มออกจากโซฟาแล้วเอาไปวางไว้บนเตียง...เด็กน้อยหลับลึกแทบไม่รู้สึกตัวใดๆ..เสียงอื้ออึงในลำคอของเด็กหนุ่มดังขึ้น เหมือนคนทรามานฝันร้ายเห็นอะไรสักอย่าง..เมฆานั่งลงข้างเตียงมือลุบหัวใต้ฝุ่นเบาๆแล้วนอนข้างๆใต้ฝุ่น ในตอนเช้าใต้ฝุ่นตื่นขึ้นเขาแอบตกใจที่เขามาโผล่บนเตียงได้ไง ด้วยความกลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้ว่าตนมานอนกับอีกฝ่าย เขาอาจจะรังเกียจตนอยู่ ใต้ฝุ่นรีบลุกออกจากเตียงเบาๆ เขาออกไปเตรียมอาหารเพื่อตักบาตรทำบุญ เมฆาแอบตามเขามาที่ห้องครัว ห้องครัวมีทั้งกระทะและหม้อหลายขนาดแต่ด้วยความที่ใต้ฝุ่นตาบอด สิ่งที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเขาคือหม้อหุงข้าว เขาหุงข้าวทิ้งไว้แล้วออกไปซื้อขนมมาใส่บาตร เมื่อมาถึงข้าวที่หุงไว้ก็เสร็จพอดี..ใต้ฝุ่นเตรียมข้าวของตักบาตรด้วยตนเองอย่างคล่องแคล่ว ทุกอย่างพร้อมรอแค่พระออกบิณฑบาตรเท่านั้น ระหว่างนั้นก็มีจิ๊กโก๋เดินมาทักทายใต้ฝุ่นและแอบหยิบขนมของใต้ฝุ่นไปโดยที่ใต้ฝุ่นไม่รู้ตัว..ไม่ใช่แค่คนเดียวที่ทำแบบนั้น เด็กแถวนั้นก็ทำเหมือนจิ๊กโก๋คนนั้นเหมือนกัน พวกเขาหยิบออกไปเหมือนใต้ฝุ่นเป็นตู้ปัญสุข เมฆาเห็นแบบนั้นจึงรีบออกไปหาใต้ฝุ่นก่อนที่ขนมจะหายไปมากกว่านี้ ด้วยความสามารถของเมฆาคือการปลอมตัว เขาปลอมเป็นบอดี้การ์ดเดินมาหาใต้ฝุ่นแล้วไล่พวกโลภมากทั้งหลายออกไป เมื่อพระมาถึงใต้ฝุ่นก็ชวนพี่หมอนหรือเมฆามาตักบาตรด้วยกัน เจ้าตัวก็ไม่ขัดอะไร 

ใต่ฝุ่น:

วันนี้ผมไม่ลืมขนมล่ะ…ดีจัง//เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นเมื่อมือของเขาสัมผัสกับขนมที่เตรียมมา ปกติแล้วถ้าไม่มีเมฆามาไล่พวกนั้นให้ก็จะโดนขโมยจนหมด ด้วยความที่ใต้ฝุ่นตาบอดเลยคิดว่าตนลืมขนมมาถวาย 

เมฆา:

(งั้นหรอ..ไม่ใช่แค่คนรวยจะแกล้งคนจนได้..คนจนก็สามารถแกล้งคนรวยได้เหมือนกัน…)//เมฆายืนมองใต้ฝุ่นด้วยสายตาที่เวทณาไม่คิดว่าคนรวยก็สามารถลำบากได้เหมือนกันแบบนี้ เมื่อทำบุญตักบาตรเสร็จเมฆาก็พาใต้ฝุ่นกลับเข้าบ้านดังเดิม 

“เมฆาใช้เวลา1ปีในการเนียนเป็นคนที่ลุงเกิดส่งมาดูแลใต้ฝุ่น ทั้งซักผ้าถูบ้านทำความสะอาดดูแลใต้ฝุ่นด้วยความเอาใจใส่ คุณหนูใต้ฝุ่นก็เป็นคนดีคอยช่วยเหลือพี่เมฆาด้วยอีกแรง แต่ไม่ใช่ว่าจะมีความสุขแต่อย่างเดียว..เพราะบางครั้งคุณหนูใต้ฝุ่นจะคอยถามหาลุงเกิดเป็นระยะๆไป เมฆาก็ไม่รู้จะตอบยังไงเพราะเขาดันฆ่าคนคนนั้นไปแล้ว..เขารู้สึกผิดทุกครั้งเมื่อคุณหนูถามถึงลุงเกิด..เขามักจะตอบส่งๆไปว่า ลาพักหรือหยุดงานต่างๆนาๆ ไม่ใช่แค่ตัวเมฆาเท่านั้นที่มีความทุก..ตัวของคุณหนูใต้ฝุ่นเองก็ไม่ต่างกัน..ทุกๆคืนใต้ฝุ่นจะฝันร้าย เขาฝันเห็นเสือ2ตัวที่ต่อสู้กันเองแล้วจะมีตัวนึงที่แพ้ตลอดแล้วตัวที่ชนะจะฆ่าตัวที่แพ้ชำแหละซากของมันและคาบเอาหัวของตัวที่แพ้มาให้ใต้ฝุ่น มันสยดสยองและที่สำคัญสายตาของเสือตัวที่แพ้มันเหมือนสายตาของลุงเกิดที่มองเขาด้วยความเป็นห่วง..ถึงจะไม่เคยเห็นสายตาของลุงเกิดมาก่อนแต่เขาก็สามารถจินตนาการมันเป็นภาพได้ ด้วยความรู้สึกที่ลุงเกิดมองมาทางเขาเวลาที่พี่ชายของใต้ฝุ่นเอาเหล้าให้ดื่มบ่อยๆ ใต้ฝุ่นรู้..สายตานั้นมันเต็มไปด้วยความอบอุ่นและห่วงใย ด้วยความที่พี่ชายใต้ฝุ่นชอบทำแบบนั้นกับตัวใต้ฝุ่นเอง เขาและลุงเกิดจึงขอออกมาอยู่ด้วยกันดีกว่าที่ต้องอยู่ร่วมพี่ชายแบบนั้นแถมพ่อกับแม่ก็ไม่แพ้กัน..เอาแต่ให้ภาระการสืบทาญาติมาที่ใต้ฝุ่นส่วนพี่ชาย..ปล่อยให้กระร่อนตามใจอยาก ในตอนนี้คนที่สัญญาจะอยู่กับคุณหนูใต้ฝุ่นได้หายตัวไป..ถามผู้ที่เข้ามาเลี้ยงดูตนก็แทบไม่ยอมให้คำตอบอะไร..แต่จะว่าคนคนนั้นก็ไม่ได้..เพราะชายคนนั้นเขาดูแลเอาใจใส่ได้ดีพอๆกับลุงเกิด เขาเป็นคนคอยกอดเวลาที่ใต้ฝุ่นฝันร้าย..ซึ่งแน่นอน..ใต้ฝุ่นฝันร้ายทุกวัน..เมฆาก็ได้กอดเขาทุกวัน..อ้อมกอดของเมฆาหรือที่ใต้ฝุ่นเรียกเขาว่าพี่หมอน ทั้งที่อีกฝ่ายตัวใหญ่กว่าตนเองแถมหนักด้วยแต่กลับไม่มีความอึดอัดเลย…กลับกันมันทั้งอบอุ่นสบายใจผ่อนคลาย…และใต้ฝุ่นก็แอบเผลอใจให้พี่หมอนไปเป็นที่เรียบร้อย”

“ในวันนั้น ใต้ฝุ่นออกไปซื้อขนมมาตักบาตรตามปกติแต่ที่ไม่ปกติคือเมื่อเขาเข้าบ้านตอนนี้เขารู้สึกว่ามีผู้คนอยู่ในบ้านของเขาเป็นจำนวนมาก…”

ใต้ฝุ่น:

นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ..พวกคุณเป็นใคร..//ใต้ฝุ่นตะโกนถามด้วยความสงสัย..ไม่นานก็มีคนให้คำตอบกับเขา

ตำรวจ:

คุณหนูใต้ฝุ่นครับ..เรามาจับฆาตกรต่อเนื่องครับ..

ใต้ฝุ่น:

ฆาตกร..เป็นไปได้ไง ผมอยู่กับพี่หมอนผมกับพี่หมอนยังไม่เจอใครเข้าบ้านผมเลยน้ะ….

ตำรวจ:

ครับ..คนในบ้านนั่นล่ะครับ..//ชายผู้ให้คำตอบกับใต้ฝุ่นตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ น้ำตาของใต้ฝุ่นค่อยๆไหล เขารู้ได้ทันทีว่าตำรวจกำลังหมายถึงใคร ใต้ฝุ่นเดินไปหาพี่หมอนของเขา ด้วยอารมณ์ที่บอกตอนนี้ไม่ได้..เขาทั้งโกธร ทั้งเศร้า ทั้งผิดหวังและอื่นๆตีกันไปหมด…พี่หมอน..ที่ลุงเกิดหายไปเพราะพี่…ใช่มั้ย ใต้ฝุ่นยืนเผชิญหน้ากับเมฆา ตัวเมฆาไม่ตอบอะไร ใบหน้าของเมฆาตอนนี้ก็ไม่ต่างกัน..ใต้ฝุ่นยังถามเรื่อยๆขณะที่ตำรวจหลายนายนำตัวของเมฆาออกไป เมฆาก็ทำได้แค่นิ่งไม่ตอบคำถามใดๆที่ใต้ฝุ่นถาม จนมาถึงรถตำรวจ ก่อนที่เมฆาจะถูกส่งตัวขึ้นรถตำรวจไป..เขาหันมามองคุณหนูใต้ฝุ่นอีกครั้งก่อนที่จะไม่ได้มองหน้าเขาอีก ใต้ฝุ่นยืนฟังเสียงของรถตำรวจที่ค่อยๆห่างจากตนไปเรื่อยๆ เขายืนร้องไห้ทำใจสักพัก ไม่คิดว่าคนที่ตนรักหมดหัวใจจะเป็นถึงฆาตรกรต่อเนื่อง 

“เขากลับเข้าบ้านตนเองด้วยอาการของคนไม่มีวิญญาณ เดินเก็บของที่ล้มอยู่ในบ้าน เมื่อไม่มีพี่หมอนและลุงเกิดแล้วเขาต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวแบบจริงๆ คืนนั้นใต้ฝุ่นเปิดวิทยุฟังข่าว นักข่าวได้รายงานการจับกุมพี่หมอกอยู่ด้วย มันเป็นข่าวที่ร้อนแรงมาก ณ ตอนนี้ ใต้ฝุ่นไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิ้น เขาปิดวิทยุแล้วขึ้นไปอาบน้ำ ถึงจะบอกว่าตนไม่อยากรับรู้ใดๆอีกแต่สมองและร่างกายดันจำเรื่องเดิมๆในหัวของใต้ฝุ่นขึ้นไม่หยุด เขาอาบน้ำไปในใจก็คิดถึงมือใหญ่ๆที่คอยขัดหลังให้เขา สระผมให้เขา…คอยเตือนเขาด้วยความอ่อนโยนไม่ให้แก้ผ้าออกจากห้อง…มันไม่งามแบบนั้นแบบนี้ ร่างกายของใต้ฝุ่นดันออกคำสั่งเอง เขาเดินออกจากห้องน้ำโดยไม่มีผ้าขนหนูมาปิดส่วนล่างของเขา เขาหวังว่าคงจะมีเสียงพี่หมอนกลับมาเตือนเขา..แต่ไม่ใช่…มันไม่มีเสียงใดๆเกิดขึ้น ใต้ฝุ่นรีบตั้งสติตัวเอง เขาคว้าผ้าเช็ดตัวมาคลุมตัวเอง..ในคืนนั้นเป็นคืนที่ใต้ฝุ่นนอนโดยไร้อ้อมกอดจากคนที่ตนรัก..เขาร้องไห้เสียใจ..อารมณ์ของเขามันตีกันวุ่นไปหมด ถึงจะแอบเกลียดแต่ส่วนใหญ่ใจมันก็ค่อนไปทางรักเสียมากกว่า…พี่ไม่ใช่คนแบบนั้นใช่มั้ยพี่หมอน ใต้ฝุ่นพูดกับตัวเอง..ปล่อยโฮจนหมดแรงหลับไป  ทางด้านเมฆาก็ไม่ต่างกัน..เขาได้แค่ทำใจยอมรับชะตากรรมที่เขาก่อ…ในคุกที่เต็มไปด้วยผู้ต้องหาหรือส่วนน้อยอ่ะนะที่เป็นผู้ต้องหา…คนในคุกไม่ได้เป็นคนไม่ดีตลอดเวลาขนาดที่แค่มองหน้าก็ฆ่าแกงกัน ผิดกับคนที่คุมเรือนจำต่างหากที่โหดร้ายกว่าฆาตกรในคุกรวมกันซะอีก…สิ่งที่เขาพยายามมันน่าจะพอแค่นี้ล่ะ เมฆาเป็นฆาตกรเพราะเกิดจากโดนเจ้าหนี้ฆ่าแม่ตัวเองต่อหน้าต่อตา ความแค้นที่ีมีต่อผู้ทรงอิทธิพลก่อในใจของเมฆา..เมื่อกฎหมายไม่ช่วยลงโทษ..งั้นเขาเนี่ยล่ะจะจัดการทุกอย่างเอง..เขาทำการกำจัดเจ้าพ่อหลายๆคนในระยะเวลาที่ไล่เรี่ยกันอย่างชำนาญ..การฆ่าที่เลือดเย็น..อามรมณ์ที่เรียบนิ่ง บวกกับการปลอมตัวที่เนียนสุดๆแม้กระทั่งลายเซ็น..เพียงได้เห็นก็สามารถคัดลอกตามได้เหมือนว่าตนเป็นเจ้าของลายเซ็นนั้น จนถูกส่งตัวไปคุมขังในคุกที่มีความแน่นหนาที่สุด..แต่ไม่วายที่เขาจะหนีออกมาได้ ครั้งนี้..เขาไม่คิดหนีแล้ว..เขาเปลี่ยนใจที่จะอยู่ในนี้ต่อไปอย่างไร้จุดหมาย…เพราะต่อให้เขาหนีออกไปได้ ใต้ฝุ่นก็คงไม่ต้อนรับตนอีกแล้ว…สมควรแล้วล่ะ ”

“เมฆาใช้ชีวิตอยู่ในคุกด้วยอารมณ์ที่นิ่งเฉย…เขากินนอนและทำงานที่คนคุมสั่งแบบให้มันเสร็จๆไป..เขามีเรื่องกับคนในคุกเกือบทุกอาทิตย์…จนวันหนึ่งเขาทนไม่ไหวกับการกระทำของโจรข้อหาวิ่งราวคนหนึ่งที่แกล้งหยอกเขาจนเขาแทบไม่มีสมาธิในการทำงาน เพราะปกติเขาก็ไม่มีสมาธิอยู่แล้ว เขากดโจรนั่นลงกลับพื้นหวังให้อีกฝ่ายขาดอาการหายใจ”

ตำรวจ:

นายเมฆา..มีคนมาเยี่ยม!!!//เสียงผู้คุมตะโกนขึ้นหยุดสถานการณ์ที่กำลังจะเกิด..เมฆาสงสัย..ใครกันที่มาเยี่ยมเขา ญาติเขาก็ไม่มี แม่ก็เสียชีวิตตั้งแต่เด็ก เพื่อนก็ไม่เคยมี เขาเก็บความสงสัยเอาไว้ เดินตามผู้คุมไปโดยดี…เมฆาถึงกับใจเต้นกลั้นน้ำตาไม่ไหว..คนที่นั่งรอเพื่อมาเยี่ยมเขาคือใต้ฝุ่น มือน้อยคลำหาโทรศัพท์ของเรือนจำเพื่อโทรข้ามกำแพง..

ใต้ฝุ่น:

ฮ..ฮัลโหล พี่หมอน นั่นพี่ใช่มั้ยครับ

เมฆา:

ครับ..พี่เองครับ ใต้ฝุ่นเป็นไงบ้าง//คนเป็นพี่รีบรับทันทีที่คนน้องต่อสายมาหา เมฆาตอบด้วยน้ำตาที่หลั่งควมรู้สึกผิดอออกมา

ใต้ฝุ่น:

พี่ไปไม่คุยกับผมสักคำ..ผมรู้น้ะว่าความผิดของพี่ม้ันร้ายเเรงแค่ไหน ทุกวันมานี้ผมได้แค่คิดว่าต้องการจะลืมคนเลวๆอย่างพี่ แต่มันทำไม่ได้ครับ..เพราะพี่ดีเกินที่จะลืม สิ่งที่พี่ทำให้ผมมันได้สลัดคราบของฆาตกรที่ผมได้ฟังในข่าวไปจนหมด..พี่หมอน ความผิดที่พี่ก่ออาจโดนถึงขั้นประหารชีวิต ผมเลยจะมาบอกว่า..ผมรักพี่น้ะ…รักมากด้วย…ถ้าพี่เกิดพ้นโทษแล้วล่ะก็..กลับมาหาฝุ่นได้น้ะฝุ่นรอตรงที่เดิม

“คนน้องยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เขาไม่อยากปิดกั้นความรู้สึกของเขาอีกแล้ว เขาทรมานที่ต้องเลี่ยงความต้องการของหัวใจ เมฆาผู้ได้ยินก็เสียใจสุดๆเขาทั้งรู็สึกผิดและเอ็นดู นี่เขาขนาดนี้คนน้องยังให้อภัยตัวเองได้”

เมฆา:

ครับ..พี่สัญญา..ถ้าพี่พ้นโทษเมื่อไหร่..พี่จะไปหาน้ะ ใต้ฝุ่นรอพี่ก่อนน้ะ….แล้วอย่าแก้ผ้าออกจากห้องด้วยมันไม่งาม หม้อต้มอีกตัวตาบอดอย่าใช้มันให้มาก เป็นไปได้ก็ไม่ต้องเดินเข้าห้องครัวเลยก็ได้..ตังค์ก็มีซื้อสำเร็จรูปมากินซะ //เสียงสะอื้นที่แทรกกับคำสัญญาของเมฆาบีบหัวใจคนน้องและคนพูดอย่างสุดๆ..คนน้องยิ้มออกมาให้คนพี่ได้เห็น ใบหน้าที่ส่งยิ้มให้คนตรงหน้าด้วยความหวัง เมฆาแทบที่จะบีบแก้มนวลนั้นแต่ก็กั้นไว้ด้วยราวเหล็ก ก่อนที่จะหมดเวลาการเยี่ยม ใต้ฝุ่นได้ส่งอะไรบางอย่างให้เมฆา เมื่อเปิดออกดูมันคือกระดาษชิ้นเล็กๆที่มีชื่อใต้ฝุ่นอยู่ในนั้น..มันก็แค่ปากกาหมึกที่มีชื่อใต้ฝุ่นคำโต หลายคนอาจจะเห็นว่าไร้ค่าแต่สำหรับเมฆามันคือความพยายามที่ใต้ฝุ่นมีให้เมฆา ตัวหนังสือที่บิดไปเบี้ยวมาเหมือนเด็กเขียนสร้างแรงใจให้เมฆาได้มีจุดหมายชีวิตอีกครั้ง

“เมฆาทนอยู่ในเรือนจำได้5ปี ด้วยหวังที่ใต้ฝุ่นให้เขาทำให้พฤติกรรมถูกมองว่าดีและค่อยๆลดโทษไปเรื่อยๆ เมื่อเมฆาพ้นโทษ ใต้ฝุ่นหอบสังขารมารับตัวเมฆาด้วยตัวเอง หลังจากกลับมา พวกเขาทั้ง2กอดกันอย่างโหยหา เป็นเวลา5ปี4เดือนที่พวกเขาอยู่ห่างกัน..”

ใต้ฝุ่น:

ผมคิดว่าพี่โดนประหารไปแล้ว//คนเป็นน้องกล่าวขึ้นปล่อยโฮออกมาแล้วพูดไม่เป็นภาษาตัวของพี่เมฆาก็เช่นกัน

“ทั้ง2ได้กลับคู่กันอีกครั้ง ตั้งแต่คนพี่เข้าคุก คนน้องก็พัฒนาตัวเองจนสามารถทำงานอะไรต่างๆเหมือนคนปกติเหมือนกับว่าตาของใต้ฝุ่นได้รับการรักษาเรียบร้อย..แต่ทว่ามันกลับไม่ได้จบลงแค่ที่ตรงนี้ ฝั่งญาติผู้ใหย่ยังสรรหาคู่มั่นคลุมถุงชนให้ใต้ฝุ่นตลอด คราวนี้ก็เช่นกัน ตอนนี้ใต้ฝุ่นอายุ20ปีแล้วพร้อมที่จะมีครอบครัว..หมายถึงร่างกายอ่ะนะที่พร้อมแต่หัวใจยังไม่อยากจะทำ พ่อแม่หัวแหลมคิดว่าคงจะเป็นเหมือนในละคร แต่งกันไปเดี๋ยวกันก็รักกันเอง พวกเขาจับใต้ฝุ่นและแก้วอยู่บ้านด้วยกันกินนอนด้วยกัน โดยมีเมฆาคอยปรนนิบัติรับใช้ทั้ง2ตามที่ใต้ฝุ่นขอ ในทุกๆวันของเมฆาเป็นอะไรที่ปวดใจสุดๆที่เห็นคนที่ตอนรักเศร้าหมองทุกๆวันเพราะการแต่งงานครั้งนี้…นางผู้หญิงคนนั้นเอาแต่กดขี่เอาแต่ใจแหว่งใส่ใต้ฝุ่นไม่หยุดหย่อน ต่อหน้าพ่อกับแม่ของใต้ฝุ่นแอ๊บทำตัวเป็นคนดีเสแสร้งรักใต้ฝุ่นอย่างโน้นอย่างนี้ แล้ววันนี้ก็เช่นกัน”

แม่ใต้ฝุ่น:

ว่ายังไงบ้างคะลูกสาวของแม่..อยู่ที่นี่เป็นยังไงบ้างคะ…//เสียงแม่ของใต้ฝุ่นตะโกนเจื้อยแจ้วทันทีที่มาถึงบ้านของใต้ฝุ่น ฝ่ายแก้วก็ออกไปต้อนรับคนเป็นว่าที่แม่สามีในอนาคตเสแสร้งว่าคิดถึงโน้นนี่นั่น ทั้งคู่คุยกันสนุกปากนางแก้วก็แซะร่างกายของใต้ฝุ่นฝ่ายคุณแม่ก็แซะการกระทำของใต้ฝุ่นไม่แคร์ว่าใต้ฝุ่นจะได้ยินหรือไม่

แก้ว:

ก็สนุกดีนะคะ..แต่ว่าเสียดายมากเลยค่ะแม่…ไอ้นั่นของใต้ฝุ่นไม่ค่อยใหญ่อ่ะ เท่าหนอนเลยค่ะ

พ่อใต้ฝุ่น:

ไอ้ฝุ่นมันก็เป็นแบบนั้นล่ะ..แต่พ่อว่าอย่างน้อยมันก็น่าจะมีน้ำยาอยู่นั่นล่ะ..ฝืนทำหน่อยละกันน้อะ//ทั้ง3คุยกันสนุกปากทั้งที่ใต้ฝุ่นก็นั่งอยู่ตรงนั้นแทบไม่มีใครเกรงใจใต้ฝุ่นเลยแม้แต่น้อย เมฆาเห็นก็อดไม่ไหว เขาเดินไปหาใต้ฝุ่นแล้วพาใต้ฝุ่นเดินออกไป แก้วเห็นการดูแลของเมฆาก็แซะเมฆาขึ้นบ้างไหนๆชอบช่วยกันดีงั้นก็หาทางกำจัดมันเลยละกัน

แก้ว:

จริงด้วยค่ะ คุณพ่อคุณแม่..แก้วอ่ะอยู่ไม่ค่อยสบายเลยอ่ะ เพราะไอ้คนรับใช้ที่ฝุ่นขออ่ะค่ะ

พ่อใต้ฝุ่น:

มัน…ทำไมหรอคะ

แก้ว:

แก้ว…แก้วไม่ค่อยสบายใจเลยค่ะ เวลาที่แก้วออกมาจากการอาบน้ำ มันชอบหันมามองแก้วด้วยสายตาที่หื่นสุดๆอ่ะแก้วรู้สึกไม่ปลอดภัยเลยเวลาเห็นน่ามันอ่ะ..วันดีคืนดีมันอาจจะมาข่มขืนแก้วก็ได้นะคะ..คุณพ่อคุณแม่ต้องไล่มันออกนะคะ//เมฆาถึงกับฟิลขาดเมื่อตนกลับมาจากห้องครัวแล้วมาได้ยินสิ่งที่นางดอกไม้ริมทางเอ่ย

เมฆา:

เอาความมั่นมาจากไหนครับ..ผมไม่เคยคิดจะล้วงเกินคุณแม้แต่น้อย..หรือมันเป็นฤทธิ์ยาซิลิโคนทำให้หลอนไปเอง//อีกฝ่ายก็ไม่พอใจเมื่อเมฆาตอบแบบนั้น ยิ่งตอนนี้พ่อแม่ของใต้ฝุ่นก็ให้ท้ายอยู่ ทั้ง3รุมด่าเมฆามากมายแต่กลับไม่มีใครด่าเมฆาชนะสักคน

แก้ว:

ชั้นน่ะเห็นมากับตาว่าแกน่ะพยายามจะข่มขืนชั้นคุณพ่อคุณแม่คะพวกคุณต้องไล่มันออกไปนะคะไม่งั้นไม่ปลอด-//แก้วพูดไม่ทันจบมีดจากห้องครัวก็ปามาเฉียดหัวแก้ว ทุกคนถึงกับทำไรไม่ถูก ต่างยืนนิ่งสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ใต้ฝุ่น:

อีแก้ว..อีตอแหล//คนที่ขว้างมีดใส่แก้วคือใต้ฝุ่น..ร่างเล็กเดินมาหาเมฆาด้วยความโกรธ เขาไม่ว่าอะไรที่จะโดนแซะว่าอ่อนแอโดยแซะว่าอวัยวะเพศมีขนาดเล็กโดนแซะว่ามองไม่เห็นต่างๆนานา เขาทนได้ทุกเรื่องแต่กลับเรื่องของพี่หมอนเขาไม่ยอมเด็ดขาด คนที่ดูแลเอาใจใส่เขามาโดยตลอดไม่มีวันที่จะมีเรื่องอย่างว่าแบบที่แก้วเอ่ย ใต้ฝุ่นเดินไปเก็บมีดที่ตอนนี้ปักอยู่ตรงขอมไม้ตู้เครื่องแก้ว เขาดึงมันออกมาแล้วเอ่ยว่าด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น…ครั้งต่อไป..ผมไม่พลาดแล้วนะ…

“พ่อกับแม่ของใต้ฝุ่นไม่พอใจสุดๆกับการกระทำของใต้ฝุ่น พวกกำลังจะเขาตะหวาดใส่แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นสายตาของลูกชายที่ตอนนี้เป็นสายตาที่เยือกเย็นดุร้ายพร้อมลงมือตลอดเวลา..ผมรู้แล้ว..ผมมีฆาตกรคนนึงเป็นไอดอลล่ะ แล้วก็ไม่กลัวที่จะทำตามไอดอลของผมด้วย เผื่อไอดอลของผมจะชวนผมเข้าร่วมแล้วทำมันไปด้วยกัน….ใต้ฝุ่นเอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มร้าย อยากจะมั่นต่อก็ยอมให้ฆ่าเสียดีๆ เมฆาได้ยินแบบนั้นก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ นี่จิตวิญญาณฆาตรกรของเขากลับไปสิงสู่ในร่างคนน้องแทนแล้วหรอ พ่อกับแม่ของใต้ฝุ่นนะตอนนี้กลัวสุดขีด..แค่จะแตะตัวลูกชายยังทำไม่ได้…เมฆาเป็นคนเดียวเท่านั้นที่ใต้ฝุ่นยอมฟัง ทั้ง4นั่งคุยกันด้วยความสงบนิ่งภายใต้การควบคุมอารมณ์ของใต้ฝุ่นโดยเมฆา จนได้ผลสรุปออกมา พวกเขายินยอมยกสมบัติส่วนหนึ่งให้ใต้ฝุ่นไปใช้ชีวิตของตัวเอง ทำการตัดหางปล่อยวัดใต้ฝุ่นทันทีเมื่อตกลงกันเสร็จ..”

“ใต้ฝุ่นไม่เคยมีความสุขอะไรแบบนี้มาก่อน..สมบัติที่พ่อกับแม่ให้ก่อนจะเทเขาก็มีเยอะพอควร เมฆาจึงเอาสมบัติส่วนหนึ่ีงไปขายเพื่อเปิดร้านกาแฟมาดูแลคนน้อง แรกๆคนน้องก็ช่วยตลอดแต่พอหลังๆคนน้องต้องวางมือเพราะร่างกายที่ไม่ได้แข็งแรงเหมือนคนพี่ ออเดอร์ก็มีเยอะขึ้นจำนวนของก็เยอะขึ้น ใต้ฝุ่นอยากจะช่วยเมฆาด้วยแต่เมื่อตนไม่สามารถช่วยอีกฝ่ายทางนี้ได้..ก็ต้องช่วยในทางอื่นแทน และทางที่ใต้ฝุ่นเลือกนั่นคือ….”

ใต้ฝุ่น:

พี่หมอน..พี่รู้มั้ย..ความจริงน่ะผมเป็นแวมไพร์ล่ะ..คืนนี้ผมจะดูดเลือดพี่ล่ะ//ขณะที่ใต้ฝุ่นเช็ดผมให้พี่หมอนปากก็หยอกเย้าจนคนที่โดนเช็ดหลุดขำเบาๆกับความน่าเอ็นดูของอีกฝ่าย…

เมฆา:

กลัวจังเลยครับ..อย่าทำผมเลยผมมีครอบครัวที่ต้องดูแล…

ใต้ฝุ่น:

ผมรู้น้ะว่าคุณยังไม่มีจริงๆ…เพราะผมอ่านใจคุณได้….

เมฆา:

ก็เราไง..ครอบครัวของพี่

ใต้ฝุ่น:

ไม่ใช่…มันยังไม่ใช่..ครอบครัว…ที่สมบูร..มันยังขาดตำแหน่งนึง//หลังจากเช็คผมให้คนพี่เสร็จใต้ฝุ่นก็มานั่งตักคนพี่ อะไรล่ะตำแหน่งที่ว่าน่ะ…เมฆาถามคนน้องด้วยความสงสัย คนน้องหันหน้ามาหาคนพี่ ปลายจมูก2คนประกบกัน ใต้ฝุ่นสงสายตาเย้ายวนใส่เมฆา มือลุบไล้ไปที่อกคนพี่ช้าๆแล้วคว้าคนพี่มาจูบ คนพี่รู้ได้ทันทีว่าคนน้องต้องการสิ่งใด เขาจูบตอบคนน้องก่อนเริ่มบรรเลงเพลงรักทั้งคืน ร่างคนน้องตอนนี้เพลียสุดๆไม่คิดว่าคนพี่จะอึดขนาดนี้…ตัวเล็กคะ..กินยาก่อนค่ะ..เมฆาเดินเอายามาให้คนน้องที่นอนไข้อ่อนบนเตียง เมฆาแอบรู้สึกผิดหน่อยๆการเก็บอาการของเขามันถึงขีดสุดจนได้มาปลดปล่อยวันนี้เขาควบคุมตัวเองไม่อยู่จริงๆ คนน้องก็พยายามตื่นทำตามคำสั่งคนพี่ไม่ขัดขืน ลีลาดีนี่..ไม่เห็นเหมือนที่นังดอกไม้สีทองนั่นพูดเลย…เมฆาเอ่ยขึ้นเมื่อคนน้องตื่นมากินยา…อยากลองอีกมั้ยล่ะ..ใต้้ฝุ่นเอ่ยขึ้น พอแล้ว…เท่านี้ก็มีไข้แล้วเนี่ย…เมฆากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและห่วงใย

ดาว:

ม่านฟ้า!!!!ห้ามเล่นปักไฟน้ะ..เมฆมันกินไม่ได้น้ะคายออกมา!!!//15ปีต่อมา..ร้านกาแฟของเมฆามีเสียงหญิงสาวคนหนึ่งโวยวายขึ้น ชายอายุ40ปีเดินลงมาดูความวุ่นวายที่เกิดขึ้น

เมฆา:

เล่นอะไรเสียงดังคะดาว..แม่กำลังเอาน้องหลับนะคะ..

ดาว:

พ่อไม่ได้เลี้ยง2แสบเองนี่คะ..ห้ามอะไรก็ไม่ฟัง//ดาว..เด็กสาวอายุ15ปีผมสั้นหันมาตอบคนเป็นพ่ออย่างหงุดหงิดใจ

เมฆา:

พ่อขอโทษก็ได้ค่ะ…แล้วนี่ทำไมยังไม่รีบแต่งตัวเดี๋ยวจะไปเรียนสายน้ะ..

ดาว:

วันนี้วันหยุดชดเชยค่ะ..

เมฆา:

นั่นสิ..พ่อลืมไปเลย..

ใต้ฝุ่น:

หมอน..ทุกอย่างเรียบร้อยดีมั้ย..//หนุ่มวัย35เดินมาหาคนเป็นพ่อลูกคุยกัน หน้าตาของเขาดูอ่อนเยาสุดๆเหมือนพึ่งจะอายุได้20กว่าๆ นัยตายังบอดเหมือนเดิมแต่ก็ไม่มีอะไรขวางทางเขาได้ เขาเดินผ่านอย่างเชี่ยวชาณเหมือนคนสายตาปกติ คนเป็นสามีและลูกสาวรีบวิ่งไปพยุงคนตาบอดด้วยความเป็นห่วง คนเป็นลูกสาวนั่งอยู่กับแม่อ่านข่าวในหนังสือพิมให้ฟัง ส่วนคนเป็นสามีชงชามาให้ 2แสบม่านฟ้าและเมฆเดินมานอนตักคนเป็นแม่ ดาวเห็นก็แอบหมั่นใส้ได้ทีเอาใหญ่เลยน้ะ เมฆาเห็นก็ยิ้ม มานั่งตักพ่อก็ได้นะดาว…เมฆาเอ่ยขึ้น บ้าน่าพ่อ..หนู15แล้วน้ะ ดาวเอ่ยขึ้นด้วยความเขิน เมฆายังตบตักตัวเองให้ดาวมานั่ง ลูกสาวไม่รู้จะปฏิเสธยังไง..เธอเดินไปนั่งตักตามที่พ่อบอก หัวของลูกสาวซบกับอกของคนเป็นพ่อ เมฆาจับมือและมองหน้าภรรยาตัวเอง ฝ่ายใต้ฝุ่นยิ้มออกมา

ใต้ฝุ่น:

เหลือเชื่อน้อะว่า..จะมีวันนี้ได้..//ใต้ฝุ่นเอ่ยขึ้น มือข้างนึงจับมือสามีอีกข้างก็ลุบหัว2แสบม่านฟ้าและเมฆ

เมฆา:

ตำแหน่งที่ฝุ่นว่าคือเด็กพวกนี้เองสิน้ะ….แล้วเดือนล่ะ….

ใต้ฝุ่น:

เดือนหลับไปแล้วครับ…ว่าจะมาช่วยดาวดู2เเสบก่อนแล้วค่อยกลับไปดูเดือนต่อ….

ดาว:

ไม่เป็นไรค่ะดาวไหว//ดาวกล่าวเสียงแผ่วเพราะตอนนี้ได้รับไออุ่นจากอกพ่อจนจะเคลิ้มหลับอยู่แล้ว

เมฆา:

หึ…ดาวเนี่ย..ยังไงก็ดาวยังวันยังค่ำ..ไม่ต้องห่วงผมช่วยดาวดูอีกแรง.คุณไปดูเดือนต่อเถอ…

ใต้ฝุ่น:

แล้วร้านล่ะ..ใครจะดูแล…

เมฆา:

วันนี้ผมปิดร้านก่อนก็ได้..ไม่ต้องห่วงหรอก เงินเราเหลือเฟือ…น้ะครับ//(*หอมแก้ม)เมฆาหอบแก้มปลอบประโลมอีกฝ่ายอย่างใจเย็น..อีกฝ่ายก็จูบตอบไม่ยอมกัน..(*เสียงจูบ)เอาอีกคนมั้ยขนาดนี้แล้ว…ใต้ฝุ่นเอ่ยขึ้น…พอเลย..แค่4คนก็ยังไม่ยอมหยุดช่วยงานพี่เลยเดี๋ยวเหนื่อยกว่าเดิมอีก…เมฆาบีบแก้มและขยี้หัวอีกฝ่ายด้วยความหมั่นเขี้ยวเห็นด้วยเล็กแบบนี้แอบหื่นไม่เบาเหมือนกันน้ะเนี่ย..ใต้ฝุ่นส่งยิ้มอ่อนให้เมฆาก่อนที่จะค่อยๆลุกเบาๆไม่ให้ม่านฟ้าและเมฆสะดุ้งตื่น….เมฆานั่งมองลูกสาวที่นอนหัวพาดกับอกตัวเองและหันไปมองที่2แสบนอน นี่มันคือ..ชีวิตของเขาจริงๆหรอ ทำไมมันมีความสุขแบบนี้ เขาเอาแต่คิดว่าความสุขของเขาน่าจะหายไปตลอดกาลตั้งแต่เสียแม่แล้วสะอีก 

“ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ใต้ฝุ่นและเมฆามาไว้หลุมศพของลุงเกิดที่สุสาน ใต้ฝุ่น ณ ตอนนี้ทำใจได้แล้วเรียบร้อย ใต้ฝุ่นขอให้ลุงเกิดไปอยู่ในภพภูมิที่ดี ส่วนเมฆาก็ขอโทษที่ลุงต้องสละชีวิตตัวเองเพื่อทำให้ตนเจอความสุข ที่แท้จริง..”

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

×