พรางภุมริน (ตีพิมพ์สนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 9 : ตอน 7 เสน่ห์ภุมริน < Re run 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,051
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    9 มิ.ย. 55

ตอน 7

เสน่ห์ภุมริน

              คำขอแต่งงานยังลั่นโสตประสาท ชญาดาถูกจู่โจมเร็วจนเกินจะรับทัน ในความอึดอัดนั้นตรีทัชมีหวังแสนริบหรี่ 

              หญิงสาวขอประวิงเวลาเพราะยังมีเรื่องต้องสะสาง เรื่องหนึ่งซึ่งยิ่งใหญ่ที่อาจทำให้ตรีทัชเปลี่ยนความคิด ล้มเลิกไม่ก็เลิกคบหาไปเลยก็ได้หากเขารู้ว่าหล่อนกำลังฝ่าฟันเพื่อให้ได้ตำแหน่งลูกสะใภ้ของตระกูลเจ้าสัวสิน ชายหนุ่มกลับไปอย่างมีหวัง เฝ้ารอว่าวันหนึ่งจะได้ควงคู่กับชญาดา แต่ในสายตาของหญิงสาวกลับไม่มีอนาคตข้างหน้า เพราะในวันนั้น
...ตรีทัชอาจไม่ให้อภัยเธอก็เป็นได้ 

              “
ตรี ผึ้งขอโทษนะ” พึมพำติดริมฝีปากบอบบาง 

              “
ผมจะรอ...” คำมั่นจากชายหนุ่มผู้รักเดียวใจเดียว มีอำนาจคลอนหัวใจของน้ำผึ้งจนสั่น และเจ็บแปลบ

              “คืบหน้าแค่ไหนก็เล่ามาให้หมดเลยยัยผึ้ง ที่แกทำอยู่เนี่ยเรียกล้วงคองูเห่า เกิดมันแว้งกัดแกก็ม่องเท่งนะสิ”

              ปรียานุชคาดคั้นเรื่องของพีรยุทธ ประชาสัมพันธ์สาวไปลากตัวชญาดาถึงโต๊ะทำงานตอนใกล้เที่ยง พาไปรับประทานอาหารกลางวันพร้อมสอบปากคำไปพลาง คนถูกสอบสวนเงยดวงหน้าเนียนสวยขึ้น มือไม้ยังสาละวนทำหน้าที่ม้วนเส้นสปาเกตตีจนเป็นก้อนพอคำ ส่งเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย

              “ก็แค่เดท กินข้าว จับมือเทือกนี้ ไม่มีอะไรแล้วล่ะเขาไม่กล้าบุ่มบ่ามกับพนักงานของตัวเองหรอก” ตอบอย่างไม่ยี่หระ

              “เออนะ เดทวันเดียวแกโดนจับมือถือแขน แล้วต่อไปแกมิต้อง...”

              เปลืองอะไรต่อมิอะไรงั้นหรือไง ยัยน้ำผึ้งเอ้ย!

              “ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกน่ะ ฉันแค่จะเข้าไปนั่งในใจบอสของแก ปั่นหัวเล่นสนุกๆ หรืออาจชวนแต่งงานเพื่อให้พ่อแม่ของเขาอกแตกตาย ก็แค่คิดน่ะยังไม่ได้ลงมือทำเสียหน่อย” ชญาดาพูดติดตลก หัวเราะขันในลำคอ นึกสาแก่ใจถ้าเรื่องนั้นเป็นความจริงขึ้นมา

              ทั้งคุณสิรินทิพย์ ทั้งผู้ชายคนนั้นคงจะกินไม่ได้นอนไม่หลับถ้าได้เธอเป็นลูกสะใภ้ ใครๆ ต่างก็รู้ว่านางคัดสรรคู่ของลูกแค่ไหน แล้วมีหรือจะยอมรับหญิงสาวไร้บรรดาศักดิ์มาร่วมสกุล

              “ฮ้าดูพูดเข้าแกนี่ นี่ใช่เรื่องล้อเล่นที่ไหน ใครๆ ก็รู้บ้านนั้นเฟ้นสะใภ้กับลูกเขยจะตาย ยิ่งกว่าสอบสมัครผู้แทนอีก แกเข้าไปล่ะก็แย่แน่”

              ปรียานุชอ้าปากหวอ ไม่ร่วมแก๊งเพราะไม่สนุกด้วย นับวันความคิดอ่านของชญาดาไกลเกินตัว อันตรายและเกินจะห้ามปราม จากหญิงสาวคนหนึ่งที่เกลียดกลัวชีวิตคู่ กลับออกปากอยากแต่งงาน แถมเป็นกับ...คาสโนว่าตัวพ่ออย่างพีรยุทธ สร้างความรู้สึกป่วนประสาทจนปรียานุชอยากซัดยาแก้ปวดทีเดียวสักกำมือ ดวงตากลมโตช้อนขึ้น บ่งบอกว่าไม่ใช่เพราะแรงพิศวาสแต่เป็นเพราะความแค้นล้วนๆ

              “ไม่มีวิธีอื่นเหรอ ฉันเป็นห่วง” น้ำผึ้งส่ายหน้าหนักแน่น

              “แล้วตอนหลังแกจะถอนตัวยังไง”

              “ยังไม่ได้คิด” ชญาดาตอบเสียงเรียบเรื่อย ราวกับคนไร้จุดหมายในชีวิต ความแค้นนำมาด้วยความสะใจโดยไม่คิดหาเหตุผล ความถูกต้องใดๆ ปรียานุชนั่งกุมขมับ นิสัยกล้าได้กล้าเสียของเพื่อนคนนี้ยากจะห้ามปราม ไม่มีสักครั้งที่เธอจะเปลี่ยนความคิดของชญาดาได้ แต่จะให้ปล่อยเลยตามเลยก็ทำใจได้ยากเต็มที

              “แม่คุณ!”

              “นุช ฉันรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ง่าย ฉันรู้ว่าอาจจะกำลังทำอะไรผิดๆ อยู่แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยฉันคงทนไม่ได้ แม่ต้องอยู่อย่างทรมานมาตลอดชีวิตเพราะคนพวกนั้น แล้วฉันก็อยากให้พวกเขารู้สึกสำนึกเสียบ้าง สักเศษเสี้ยวก็ยังดีว่าพวกเราต้องเผชิญกับอะไร” เสียงขื่น

              ดวงตากลมโตหม่นมืด ที่ทำอยู่รู้ว่าไม่ถูกต้อง ไม่รวมถึงการทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายด้วยการหว่านเสน่ห์ใส่พีรยุทธ หวังจะปั่นป่วนความสงบ ไม่มีทางที่คุณสิรินทิพย์กับคุณชิตชัยจะยอมรับสะใภ้อย่างเธอ แต่ในเมื่อเกมนี้ทอดลูกเต๋าลงกระดานไปแล้ว ยากที่จะก้าวออกมานั่งดูนอกเกม เธอจึงต้องโลดแล่นไปตามเกมที่แสนอันตรายนี้


              คนที่ถูกกล่าวถึงอย่างพีรยุทธกำลังนั่งกัดฟันกรอด แผ่นหลังตั้งตรง ในมือมีหนังสือพิมพ์ฉบับพิเศษที่เรียกสายตาเขาจนจ้องเขม็ง ชื่อของว่าที่น้องเขยขึ้นหราเป็นข่าวซุบซิบครึกโครม

           เตชิษฏ์พาหญิงสาวเข้าโรงแรมม่านรูดจนถูกถ่ายภาพมาประจาน!

              ปวริศา บุตรสาวเพียงคนเดียวของบ้าน น้องสาวคนเดียวของเขาถูกเลี้ยงดูกลมเกลามาอย่างทะนุถนอม เมื่อตกอยู่ในฐานะคู่หมั้นของเตชิษฏ์เขากลับไม่ดูดำดูดีหล่อนหลายครั้ง และครั้งนี้ร้ายแรงที่สุด!

              “ข่าวนี่มันอะไรกันครับ ผมจะไปถามนายเตชิษฏ์ให้รู้เรื่อง เอาให้แตกหักกันไปเลย” เสียงดังกรุ่นด้วยโทสะ ฮึดฮัดจะไปพบเตชิษฏ์เดี๋ยวนี้

              “ใจเย็นๆ ก่อนสิพี นั่งลงก่อน”

              คุณสิรินทิพย์ซึ่งกำลังปลอบโยนบุตรสาวคนเล็กส่งสายตาปราม ปวริศาร้องไห้กับอกมารดาหลังเห็นข่าวนั้น เด็กสาวไม่ยอมรับโทรศัพท์ของเตชิษฏ์อีกเลย ใช่ว่านางไม่โกรธ แต่ยังไม่ได้สืบสาวหรือเค้นความจากคุณมยุรินซึ่งเป็นเพื่อนร่วมเรียนมาตั้งแต่ยังสาวจึงยกผลประโยชน์ให้จำเลย พีรยุทธเดือดดาลอย่างที่สุด ในใจทั้งโกรธทั้งเกลียดการกระทำหยามหน้าจากอีกฝ่าย ยิ่งเห็นน้ำตาน้องสาวมือหนากำแน่น

              พอดีกับคุณชิตชัยก้าวมาสมทบในห้องรับแขก พบเห็นลูกสาวร้องไห้โฮก็ตกใจ ร่างสูงผอมนั่งลงอีกฟากของโซฟายาวจนร่างเล็กบอบบางของปวริศาอยู่ระหว่างกลางพ่อกับแม่

              “เป็นอะไรไปลูก รศา เกิดอะไรขึ้นหรือคุณ?” หันไปหาภรรยา แววตาร้อนใจ

              “ข่าวลูกชายของยัยรินน่ะสิคะ นายต้นทำยัยรศาเสียใจ อ่านดูสิคะไม่น่าทำกันได้เลยจริงๆ”

              “ข่าวอะไร!”

              บุตรชายคนโตเป็นคนส่งหนังสือพิมพ์ให้พ่อเลี้ยง ดวงตาโรยตามวัยของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยไม่คาดคิด ใครจะเชื่อว่าชายหนุ่มผู้มุ่งมั่นในการงานอย่างเดียวอย่างเตชิษฏ์จะกล้า แต่สำหรับเขาแล้วถือเป็นเรื่องธรรมดาของคนหนุ่ม

              “คุณพ่อขา คุณพ่อ ฮือๆๆ” ปวริศาโผเข้ากอด ไออุ่นของบิดาแผ่ออกปกป้อง เขาลูบศีรษะเล็กทะนุถนอม ปลอบโยนเบาๆ

              “ฟังพี่เขาก่อนดีไหม บางทีอาจไม่ใช่อย่างที่ลูกคิด อีกอย่างนายต้นยังหนุ่มแน่น ที่สำคัญยังไม่ได้แต่งงานการที่เขาจะนอกลู่นอกทางไปบ้างพ่อว่า...มันก็” ความคิดของชายสูงวัยสวนทาง ส่งให้คุณสิรินทิพย์ขัดเคือง นางค้อนขวับค่อนแคะสามีในใจ

              ใช่สิ คนเจ้าชู้ย่อมเห็นใจกัน...

              เมื่อเห็นศรีภรรยาออกอาการโกรธขึ้งเขาจึงเงียบ ปล่อยสองแม่ลูกปลอบประโลมจนปวริศายอมพบหน้าเตชิษฏ์อีกครั้ง พีรยุทธผุดลุกอย่างไม่พอใจเมื่อทุกคนเห็นพ้องให้โอกาสว่าที่น้องเขย ชายหนุ่มหวังจะออกไปดื่มดับอารมณ์เพราะอยู่ไปก็มีแต่จะขัดใจ เตชิษฏ์มีคนเข้าข้าง ได้โอกาสแก้ตัวหลายครั้งแต่ไม่เคยแสดงออกว่ายำเกรงและให้เกียรติปวริศาอย่างที่ควรเป็น มีแต่ฝ่ายหญิงที่ต้องตามให้อภัย มันถูกแล้วรึไง?

              “ถ้าเป็นผมนะผมจะให้น้องถอนหมั้น ไม่ทนให้ไอ้หมอนั่นอ้างนู่นอ้างนี่ เอาเปรียบยัยรศาอีกหรอกครับ” เอ่ยอย่างฉุนเฉียว

              “ตาพี ใจเย็นๆ ก่อนสิลูก พี พี!”

              ชายหนุ่มกระแทกเท้าปึงปัง ครู่เดียวเสียงเครื่องยนต์กระหึ่ม ตามด้วยรถหรูแล่นปราดออกจากคฤหาสน์ทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันตลบ อารมณ์หงุดหงิดคงค้างเป็นแรงผลักให้ชายหนุ่มเหยียบคันเร่งจนมิด ดีว่าช่วงเวลากลางคืนรถบนถนนไม่พลุกพล่าน ไม่เช่นนั้นอาจมองเห็นโรงพยาบาลอยู่รำไร เขาทุบมือลงบนพวงมาลัย อึดอัดขัดข้องที่ทุกคนเข้าข้างเตชิษฏ์ ไอ้ผู้ชายไม่รักดี ไม่ซื่อสัตย์คนนั้น

              แล้วที่ที่เขาเลือกไปก็ไม่ไกลนัก พีรยุทธแหงนเงยจนคอตั้งบ่าเมื่อคอนโดมิเนียมที่พักของพนักงานสาวแสนสวยอยู่ตรงหน้าแล้ว เวลาถัดมาเขาก็กลายเป็นแขกยามวิกาลที่ชญาดาจำต้องเปิดรับ

              “คุณพี!”

              “ขอผมเข้าไปได้ไหมครับ?” สีหน้าสะสมความกังวลปนหงุดหงิดทำให้เธอพยักหน้า

              “นั่งก่อนค่ะ ดื่มสักหน่อยสิคะ ผึ้งเพิ่งชงชามะลิเสร็จพอดี”

              “ขอบคุณครับ”

              ดวงตาที่ปกติวิบวับแฝงรอยเจ้าชู้วันนี้หม่น พีรยุทธแค่คิดที่หมายอื่นไม่ออกในยามที่สมองขุ่นมัว ทั้งที่ควรไปหาผับนั่งดื่มแก้เซ็งอย่างทุกครั้ง แต่เปล่า...เขาเห็นหน้าหวานๆ ลอยมาทำให้เลือกมาหาชญาดาแทน ร่างเพรียวในชุดลำลองกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดนั่งลงข้างๆ พร้อมรินชาสีอ่อนใส่ถ้วยเซรามิกลายน่ารัก

              “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ คุณพีดูเครียดๆ นะคะ” เอ่ยอย่างเอื้อเฟื้อ จับจ้องเพียงแววตาหม่นมัวก็มองออก

              “เรื่องน้องสาวผมน่ะครับ ยัยรศาแกไม่ทันคนเลยจริงๆ ผมโกรธที่ไอ้...นายเตชิษฏ์ที่เป็นคู่หมั้นน่ะครับ เอาเปรียบน้องสาวผมครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ครั้งนี้มันมากเกินไปจริงๆ หมอนั่นหยามหน้าเราด้วยการพาผู้หญิงข้างถนนเข้าโรงแรม คุณคิดดูสิว่าเลวแค่ไหน”

              คนฟังสะอึกน้ำลายตัวเอง ผู้หญิงข้างถนน คนนั้นดันนั่งทนโท่อยู่ตรงหน้านี่แล้วไงล่ะ ชญาดากลืนก้อนแข็งให้ผ่านพ้นแล้วผ่อนลมหายใจอย่างอดกลั้น ถามต่อว่า...

              “แล้วเขาอธิบายว่าอย่างไรคะ แก้ตัวเรื่องนี้ยังไง?”

              “ผมออกมาซะก่อนน่ะ ถ้ายังอยู่จนหมอนั่นมาถึงคงมีเรื่อง” เขาพูดอย่างนักเลงโต ไหวบ่ากว้างไปมา

              “น้องสาวคุณกับคุณเตชิษฏ์หมั้นกันนานหรือยังคะ ทำไมเขาถึงกล้าไปกับผู้หญิงอื่นล่ะ” เป็นทีที่หญิงสาวจะได้ข้อมูลจากพีรยุทธบ้าง เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ อีกฝ่ายไม่ทันคิดจึงเล่าทุกอย่างที่หญิงสาวอยากรู้

              “เกือบๆ ปีครับ ผมอยากให้ยกเลิกซะ คบไปก็รังแต่จะเสียใจเปล่าๆ ยัยรศาตามนายเตชิษฏ์นั่นทันที่ไหน แต่ติดที่คุณพ่อคุณแม่ปลื้มเขาน่าดูเลยมองข้ามความผิดพวกนี้ไป” พูดถึงเมื่อไรก็ยังโกรธ โทสะยังกำหนดให้พีรยุทธพรั่งพรูเรื่องของปวริศากับเตชิษฏ์ออกมาเรื่อยๆ ศิราณีสาวจุดยิ้มนิดๆ หลังสอบถามอย่างแนบเนียน สลับส่งคำปลอบโยนให้เขาเย็นลงซึ่งก็ช่วยได้มาก ท้ายๆ ชั่วโมงพีรยุทธก็กลับมาเป็นคนเดิม

              เจ้าของแววตากรุ้มกริ่มส่งมือหนาไปวางทับมือเล็กที่เท้าอยู่กับโซฟา เอ่ยขอบคุณที่หล่อนอยู่เคียงข้างเวลากลัดกลุ้ม ดวงหน้าหวานหยดหันกลับมามองสบ ซึ้งเสียจนอยากจรดจูบอย่างเอาแต่ใจ พีรยุทธช้อนคางมนจนรูปหน้าเรียวสวยเอียงรับ หัวใจของหญิงสาวสั่นระรัว ดวงตากลมโตตื่นตระหนก

              “คุณพี อย่าค่ะ” ยับยั้งเสียงสั่น

              “หืม ทำไมล่ะครับน้ำผึ้ง ผมว่า...เราน่าจะมีโอกาสทำความรู้จักกันและกันมากขึ้นไม่ใช่เหรอครับ แล้วตอนนี้ก็เหมาะ”

              “เอ้อ ผึ้งว่าไม่เหมาะค่ะ ขอโทษนะคะที่ผึ้งไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่คุณเคยพบ ความรักของผึ้งไม่ใช่ฉาบฉวยถ้าคุณพีทำให้ผึ้งเห็นได้ว่าคุณไม่ได้มองผึ้งแค่ผู้หญิงผ่านทาง ผึ้งจะเชื่อและมอบทุกอย่างให้คุณในเวลาที่เหมาะสมค่ะ” หล่อนงัดคำพูดมาหว่านล้อม อีกคืบเขาจะครอบครองเรียวปากอิ่ม พีรยุทธเผยยิ้ม ผละห่างเล็กน้อยสุดท้ายก็คลี่ยิ้มจนใบหน้านั้นน่ามองอย่างที่สุด

              ชญาดามาแปลกอีกแล้วสิน่า ทั้งที่ภาพลักษณ์ภายนอกน่าจะจัดเจนไม่แคร์ใคร แต่หญิงสาวกลับมีตัวตนที่น่าค้นหาเพราะรักนวลสงวนตัวนี่แหละ หล่อนไม่ใช่ผู้หญิงรายทางที่จะหาได้ง่ายๆ แล้วหยิบฉวยชื่นชมอย่างที่เขาพบในสังคมปัจจุบัน

              “ไม่รู้คุณพีจะเชื่อไหม แต่ผึ้งเป็นแบบนั้นจริงๆ ค่ะ” เธอยืนยันท่าทางจริงจัง

              “แล้วทำไมผมจะไม่เชื่อล่ะครับ งั้นเราเริ่มจาก...”

              ชายหนุ่มโปรยยิ้ม ขณะเดียวกันก็โน้มใบหน้าคมไปแตะยังหน้าผากเนียนใสแทนจูบลิดรอน ทำชญาดาใจเต้นตูมหลับตาปี๋ พีรยุทธผละห่างเกรงว่าจะหยุดไม่อยู่แล้วโฉบชิมเรียวปากบอบบางนั่นจนเสียคำพูด

              “ผมจริงจัง เราจะเริ่มแสดงความจริงใจต่อกันตั้งแต่วันพรุ่งนี้ เตรียมตัวให้พร้อมนะครับคุณจะได้ไปพบคุณพ่อคุณแม่ของผมเร็วๆ นี้ ในฐานะคนรักของผม”

              บอสหนุ่มยิ้มอารมณ์ดี เป็นครั้งแรกที่พีรยุทธยกย่องผู้หญิงที่เขาคบหา ไม่มีใครได้เหยียบเข้าคฤหาสน์เจ้าสัวสินแต่ชญาดากำลังจะก้าวเข้าไปอย่างสง่าผ่าเผยในฐานะคนรู้ใจของทายาทหนุ่ม เธอยิ้มหวานเป็นยิ้มที่กระชากใจเขานัก แต่เป็นยิ้มร้ายๆ ที่แอบแฝงมากับรอยแค้นในดวงตา


              ปวริศาเมินมองไปทางอื่นเมื่อปรายดวงตาคมหวานมาพบเตชิษฏ์ ชายหนุ่มดิ่งเข้ามาหากลับพบสีหน้าบอกบุญไม่รับกับคราบน้ำตารื้น

              “รศา...”

              ข่าวนั้นกระจายมาถึงคฤหาสน์เจ้าสัวสิน เขาจึงถูกมองเยี่ยงฆาตกร คู่หมั้นหนุ่มก้าวมาเผชิญหน้าห่างแค่เอื้อมมือถึง กดใบหน้าหล่อคมลงใกล้จนได้ยินเสียงสะอื้นในลำคอแผ่วเบาที่เด็กสาวกำลังกลั้น ยิ่งเห็นใบหน้าคนรักน้ำตายิ่งไหลบ่า ปวริศาจึงหลบดวงตาคมคู่นั้นเมินไปอีกทาง

              “รศาครับ อย่าหนีหน้าพี่แบบนี้เลยนะครับ พี่ขอโทษ” เว้าวอน พลางเอื้อมมือไปรั้งร่างเล็กบอบบางที่กำลังจะเดินหนี

              “รศาไม่อยากคุยกับพี่ต้นค่ะ รศาอยากอยู่คนเดียว”

              “โธ่รศาครับ” ชายหนุ่มไม่ระย่อต่อการงอนง้อแฟนสาว ครั้งนี้ยอมรับว่าผิดเต็มประตูที่คิดน้อยทำตามอารมณ์จนเกิดเรื่อง ปวริศาเงยดวงหน้าขึ้นทั้งน้ำตา ตัดพ้อต่อว่าด้วยแววตาเอ่อคลอ

              “แล้วต้องให้รศาทำยังไงกับภาพนั้นล่ะคะ พี่ต้นว่ารศาควรต้องยินดี ยิ้มชื่นมื่นที่เห็นคนรักอยู่กับผู้หญิงอื่น รศาทำใจไม่ได้หรอกค่ะ”

              ความที่เป็นลูกสาวคนเล็ก ปวริศามีพร้อมทุกอย่าง บิดามารดาประคบประหงมยิ่งกว่าไข่ในหิน อุปนิสัยบางอย่างยังเด็กและแสนงอน เตชิษฏ์คุ้นชินเมื่อเขาผิดจึงยอมทุกทาง เขาเริ่มจากเยี่ยมหน้ามาขอโทษผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงด้วยตนเองแล้วขออนุญาตปรับความเข้าใจกับแฟนสาว ชายหนุ่มประสานดวงตาเว้าวอน ขอโทษอย่างจริงใจ รวบมือเล็กมากุมไว้กลางอกบีบเบาๆ

              “พี่ขอโทษนะครับรศา ภาพมันเป็นอย่างนั้นก็จริงแต่พี่ไม่ได้ เอ้อ พี่ไม่มีอะไรกับเธอคนนั้นแน่นอน พี่ยืนยันได้ เราต้องเข้าไปในนั้นเพราะมันสุดวิสัย เธอคนนั้นเป็นลมไปพี่ก็เลย...พาเธอเข้าไปพัก” คนฟังอยากตะโกนใส่หน้าเพราะเจ็บช้ำ ขอบตาร้อนผ่าวยามจ้องมองเขา ปวริศากำลังสับสนกับคำสารภาพ ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งเป็นลมเหตุใดไม่ไปที่อื่น นั่นมันโรงแรมม่านรูด คำแก้ตัวฟังไม่ขึ้นเลยแต่ก็อดหวั่นไหวกับคำขอโทษหนักแน่นมิได้

              “รศาไม่รู้จะเชื่อพี่ต้นได้ยังไงนะคะ รศาเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมันเกินกว่าจะทนได้ พี่ต้นทำเหมือนเราไม่ได้รักกัน” สะอื้นฮัก

              “ฟังพี่นะครับจะเป็นไปได้อย่างไรว่าไม่ได้รัก เราหมั้นกันด้วยความสมัครใจไม่ใช่เหรอครับ เชื่อพี่เถอะนะมันเป็นความผิดพลาดที่จะไม่มีทางเกิดขึ้นอีก พี่บริสุทธิ์ใจจึงมาที่นี่ พี่ขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่เกี่ยวข้องกับเธอคนนั้น” ชายหนุ่มสบถสาบาน คู่หมั้นสาวสะอื้นแรงจนตัวโยนแต่อ่อนลงเพราะคำพูดสารภาพ เตชิษฏ์รั้งร่างนุ่มเนียนมาแนบอกอย่างรู้สึกผิด กดปลายคางกับบ่าบาง

              “พี่ขอโทษนะครับรศา ยกโทษให้พี่นะครับ” หญิงสาวยอมพยักหน้าหงึก

              หลังมอบสัญญาแก่คนรัก นิ้วเรียวยาวจึงมีโอกาสยื่นไปปาดเช็ดรอยรื้นของน้ำตา เขารั้งร่างบอบบางเข้าสู่อ้อมกอด แต่ในใจสะท้อนกึกก้องซ้ำไปซ้ำมา รู้สึกแปลกปร่าเมื่อหวนคิดไปถึง คนในภาพข่าว ที่ไม่จำเป็นต้องดูดำดูดี เขาเห็นภาพชญาดาซ้อนขึ้นในตัวปวริศา หากเขากังวลและแคร์คู่หมั้นสาว เหตุใดต้องแคร์ชญาดา ผู้หญิงที่เขาหักหาญน้ำใจอย่างไร้คุณธรรมคนนั้น

              “ขอบคุณครับที่ให้อภัยพี่”

              เตชิษฏ์เบาใจลงอีกเปลาะเมื่อฝ่ายหญิงกับครอบครัวยอมให้อภัย เขาจึงลากลับ แต่แล้วชายหนุ่มกลับเบรกรถจนตัวโก่งเมื่อปรายตาไปพบร่างอ้อนแอ้นในชุดวาบหวิวข้างถนน อย่างครั้งแรกที่พบน้ำผึ้ง ถนนสายนี้...ที่เริ่มต้น

              “ไอ้บ้าเอ้ย!” สบถหงุดหงิด

              เมื่อจอดเทียบฟุตบาทแล้วพบว่า ไม่ใช่ ถนนสายเดียวกัน ใช่ว่าจะพบเจอกันง่ายๆ ต้องอาศัยพรหมลิขิตด้วยกระมัง

              ยังมีบางอย่างค่อยๆ ก่อตัวข้างในกายหนุ่ม ดั่งพายุทรายที่พัดกระหน่ำภาพของชญาดามาโถมทับ

              คืนนั้น...ร่างอ้อนแอ้นในชุดขาดวิ่นเพราะฝีมือเขาก้าวคล้อยหลังไปจากโรงแรมม่านรูดอย่างไม่เกรงสายตาใคร แล้วจู่ๆ มาปรากฏตัวในฐานะเพื่อนสาวของตรีทัชที่บ้านบรรณวัตร ดวงตาคมวับกับรอยปรปักษ์ปะทุ เรียวปากอิ่มเผยอยอกย้อนกลับน่าจูบนักหนา

              ความคิดคำนึงหลุดห้วงเมื่อได้ยินเสียงแตรจากรถคันหลังจนสะดุ้ง

           แปร๊นๆๆ

              “เป็นบ้าอะไรไปเนี่ย นั่นมัน...ผู้หญิงต้องห้าม ทั้งปากร้าย ช่างยั่ว สกปรก ไม่มีอะไรดีสักอย่าง”ชายหนุ่มคิดหาข้อเสียของหล่อนกรอกหูตนเอง คิดกลับไปกลับมาหลายตลบเกี่ยวกับนางร้ายในคราบนางฟ้า

              บ้าเอ้ยหล่อนไม่มีอะไรดีสักอย่างเดียว แต่เหตุใดเขาจึงไม่ลืมไปสักที


           เป็นที่รับรู้กันภายในว่าพนักงานสาวระดับซีเนียร์ด้านพัฒนาบุคลากรที่เพิ่งเข้าทำงานคนนั้น เป็นผู้หญิงคนใหม่ของบอส

              ผู้บริหารระดับสูงของโรงแรมรอยัลปาร์ค รีสอร์ตแอนด์สปา อย่างพีรยุทธเทียวไล้เทียวขื่อจนไม่มีหนุ่มหน้าไหนกล้าข้องแวะ ชญาดาเป็นหญิงสาวหนึ่งเดียวที่ชายหนุ่มควงออกหน้าออกตาอย่างภูมิใจ ด้วยดีกรีนักเรียนนอก ประวัติไร้จุดด่างพร้อย เขาสืบเสาะจนคิดว่ารู้จักหญิงสาวดีพอ กระนั้นพีรยุทธพลาดไปอย่างหนึ่งนั่นก็คือปูมหลัง เขารู้เพียงมารดาของหญิงสาวเพิ่งเสียชีวิต ส่วนบิดาหย่าร้างไปมีครอบครัวใหม่นานแล้ว

              นั่นถือว่าพร้อมแล้วที่จะพาชญาดาไปเยือนคฤหาสน์เจ้าสัวสิน แนะนำกับคุณสิริทิพย์ มารดาที่ช่างเลือกเฟ้นสะใภ้กับคุณชิตชัยบิดาเลี้ยง

              “ไปบ้านผมกันนะ จะพาไปรู้จักคุณพ่อคุณแม่ แล้วก็ทุกคนในครอบครัวของผม” เอ่ยชวน

              ชญาดาตาโต ฝันที่เฝ้ารอใกล้ความจริงทุกขณะ หล่อนคลี่ยิ้มยินดี

              “เมื่อไหร่คะ?” ตื่นเต้น

              “วันเสาร์นี้เป็นไงครับ อยู่กันพร้อมหน้าพอดี ยัยรศาด้วย”

              “ยินดีอย่างยิ่งค่ะ” ยิ้มน้อยๆ หัวใจอิ่มเอิบยากตีความ เจตนาดีหรือร้าย...


              “วันเสาร์นี้พี่ต้นจะมาทานข้าวกับเรานะคะคุณแม่” ปวริศาบอกอวดๆ นานๆ ครั้งเตชิษฏ์จะปลีกตัวจากงานได้ ชายหนุ่มหวังไถ่โทษเก่าที่ยังค้างคาหันมาใส่ใจในตัวคู่หมั้นสาวมากกว่าก่อน

              “วันเดียวกับที่พี่ชายเราเขาจะพาแฟนใหม่มาอวดแม่หรือเปล่าล่ะ” มารดาถามยิ้มๆ

              “วันเดียวกันค่ะคุณแม่”


           คฤหาสน์เจ้าสัวสินพร้อมพรั่งด้วยการต้อนรับ เนื่องจากคนรักของลูกทั้งสองมารวมพลในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้

              อีกทั้งเป็นปรากฎการณ์แปลกที่พีรยุทธพาหญิงสาวมาแนะนำกับครอบครัว นัยว่าคาสโนว่าตัวพ่อจะหยุดที่เธอคนนี้ คุณสิรินทิพย์สนใจนักและคาดเดาไปต่างๆ นานาว่าเธอคนนี้เป็นลูกเต้าเหล่าใคร จึงสยบลูกชายของนางจนหมอบราบ กระทั่งได้ยินเสียงบรืนยาวๆ คล้ายล้อรถลากผ่านมุขด้านนอก เครื่องยนต์ดับลง คนที่รอคงจะมาถึงแล้ว...

              “นั่นคู่ไหนมาก่อนล่ะคุณทิพย์ พี่หรือน้อง?” เสียงที่เอ่ยถามเป็นของชายสูงวัยซึ่งนั่งเอกเขนกบนโซฟายาว ข้างกายเป็นศรีภรรยาที่แต่งองค์ครบเครื่อง คุณสิรินทิพย์ชะเง้อคอยาวพลางกะพริบตาส่ง เด็กรับใช้ร่างเล็กจึงวิ่งไปดูลาดเลาที่มุขด้านนอก แล้ววิ่งโร่กลับมารายงาน

              “คุณเตชิษฏ์กับคุณหนูรศามาถึงแล้วค่ะ”

              “อืม งั้นไปดูความเรียบร้อยในครัวซิ ไปถึงไหนกันแล้วถ้าพร้อมก็เตรียมตั้งโต๊ะ ประเดี๋ยวตาพีก็คงมาถึง” นายผู้หญิงสั่ง พลางหันไปยิ้มให้สามี

              สาวรับใช้รู้งานหายจ้อยไปจากห้องรับแขก ปล่อยคู่อาวุโสต้อนรับคนรักของลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน เรื่องเก่าที่เคยขัดข้องหมองใจถูกลืมเลือนให้โอกาสเตชิษฏ์ปรับตัวเสียใหม่ ชายหนุ่มหันมาเอาอกเอาใจปวริศามากขึ้นจนเป็นที่พอใจของพ่อแม่ฝ่ายหญิง แต่ยังไม่ใช่พีรยุทธ

              “สวัสดีครับคุณลุงคุณป้า” เตชิษฏ์ประณมมือไหว้แล้วโค้งศีรษะทุยนอบน้อม หนุ่มสาวประคองกันนั่งลง สนทนารอคนอีกคู่ที่กำลังฝ่าถนนหนทางในช่วงการจราจรคับคั่ง

           บรืน..นน เอี๊ยด

              หัวใจของผู้มาเยือนคฤหาสน์หลังนี้เป็นครั้งที่สองเต้นตุบ หากไร้เนื้อนุ่มคั่นขวางอาจพุ่งออกมาแดดิ้นเบื้องหน้า ชญาดาเชิดดวงหน้าขึ้นมองคฤหาสน์หลังใหญ่ ลมหายใจสะท้อนถี่เมื่อต้องเผชิญหน้าจึงสูดเข้าไปใหม่จนลึก วันนี้เธอกลับมาเพื่อทวงคืน...

              “เชิญครับ ทางนี้” พีรยุทธก้าวนำเมื่อหญิงสาวก้าวลงจากรถ เขาประคองร่างเพรียวบางอย่างถนอม

              “นั่นมากันแล้ว ไล่เลี่ยกันเลยนะคะคุณ” เสียงแจ้วๆ ของคุณสิรินทิพย์บ่งบอกว่าคนทั้งบ้านรวมตัวอยู่ในห้องรับแขก ร่างสูงโปร่งแตะปลายข้อศอกของชญาดาพาก้าวเข้าไปพร้อมกัน ทุกคนพร้อมใจหันมามองผู้มาใหม่

              “......”

              ชายสูงวัยสะดุดลมหายใจจนแทบคว่ำหงาย อาการหายใจติดขัดเกิดกะทันหัน ไม่ต่างไปจากเตชิษฏ์เมื่อเห็นหน้าผู้หญิงของพีรยุทธ

              “น้ำผึ้ง...” เสียงคุณชิตชัยกับเตชิษฏ์อุทานแผ่วพร่า

              บรรยากาศจะดีกว่านี้มากถ้าหญิงสาวที่มากับบุตรชายคนโตของบ้านไม่ใช่ชญาดา คุณชิตชัยกับเตชิษฏ์นิ่งอึ้งราวเห็นภูตผีเมื่อเห็นหน้าค่าตาคู่ควงของพีรยุทธชัด โดยเฉพาะชายสูงวัย ร่างทั้งร่างไหวโยนก่อนจะแข็งเป็นหินแม้จะผ่านพ้นไปหลายวินาที ดีที่ไม่มีใครทันสังเกต

              ชายชราจุกในอก ปวดปร่าจนโรคหัวใจแทบกำเริบ เป็นน้ำผึ้งบุตรสาวของเขาจริงๆ แต่ทำไมมาเยือนในฐานะคนรักของพีรยุทธได้เล่า?

              “ทุกคนครับนี่คุณน้ำผึ้ง น้ำผึ้งนี่คุณพ่อคุณแม่ผมครับ”

              “สวัสดีค่ะ”

              พีรยุทธแนะนำชญาดาอย่างภาคภูมิใจ ถือวิสาสะแสดงออกสนิทสนมด้วยการแตะบ่าลาดเนียนพาไปนั่งลงยังโซฟาที่ว่างฝั่งซ้ายมือ เตชิษฏ์ปัดเรียวตาคมวับจับจ้องใบหน้าหวานที่ไร้อาการสะดุ้งสะเทือนแม้จะพบเขา

              นี่แหละหนาที่เรียกว่า...ผิวหน้ากร้านกว่าปกติ ชญาดาถูกมองเหยียดราวเศษสวะชิ้นหนึ่งผ่านนัยน์ตาคมวาวของเตชิษฏ์

              “สวัสดีค่ะพี่น้ำผึ้ง รศานะคะ น้องสาวพี่พีแล้วนี่พี่ต้นค่ะ” ปวริศาแนะนำตัวเองกับคู่หมั้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

              “สวัสดีค่ะน้องรศา คุณต้น”

              เสียงหวานโปรยมาพร้อมนัยน์ตาคมหวานดุจภุมรินป่า ที่แซมกระไอร้อนแรงยามสบดวงตาโรยๆ ของบิดากับเตชิษฏ์ ต่างจากยามมองตอบคุณสิรินทิพย์กับลูกสาว มือเล็กช้อนประณมนบนอบ อวดกิริยาน่าเอ็นดูไปทางคุณสิรินทิพย์กับคุณชิตชัย

              “น้ำผึ้ง ชื่อหวานสมตัว หนูเป็นลูกเต้าเหล่าใครเหรอจ๊ะ แล้วรู้จักกับตาพีได้ยังไง”

              คนช่างซักเริ่มคุ้ยประวัติแฟนสาวของลูกชายด้วยเสียงทรงอำนาจ ชญาดาเงยดวงหน้าสีน้ำผึ้งมองคุณสิรินทิพย์ ผู้หญิงซึ่งฉกชิงทุกอย่างไปจากเธอกับแม่ด้วยแววตานิ่ง ดิ่งลึกลงไปในนัยน์ตาคมวับคู่นั้นระริกด้วยไฟแค้น ริมฝีปากเผยอยิ้มเยือนอ่อนหวานก่อนตอบ

              “ผึ้งเพิ่งกลับมาจากออสเตรเลียหลังรับปริญญาโทค่ะ กลับมาไม่นานคุณแม่ก็เสีย จะกลับกะทันหันตามความตั้งใจแรกก็ห่วงน้องสาวค่ะแกเพิ่งจะเรียนจบปริญญาตรี โชคดีที่ผึ้งมีโอกาสทำงานกับโรงแรมรอยัลปาร์ค ผึ้งก็เลยได้รู้จักคนน่ารักๆ เป็นสุภาพบุรุษอย่างคุณพี” หล่อนอมยิ้มขณะเยินยอพีรยุทธ ช้อนดวงตาคมหวานส่งไปอย่างน่ารัก เรียวปากได้รูปตอบคำฉะฉาน ประกาศความมั่นใจผ่านดวงตาสีน้ำผึ้งระยับ

              “แล้วคุณพ่อของหนูล่ะจ๊ะ ไม่เห็นพูดถึง”

              นางวกกลับมา กะสอบปากคำให้ครบเถือกเถาเหล่ากอตามอุปนิสัย ชญาดานิ่งไปอึดใจก่อนเงยใบหน้าสีน้ำผึ้งขึ้นช้าๆ ปล่อยแววตาว่างเปล่ากระแทกหัวใจบิดา ตอบไปว่า...

              “คุณแม่หย่าจากคุณพ่อค่ะ และท่านเสียไปนานแล้ว”

              คำตอบนั้นฟาดลงกลางกระหม่อมของคุณชิตชัยทีเดียว การที่เขานั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ไม่ได้ทำให้ชญาดาเกรงใจ ทุกถ้อยคำกรีดเฉือนเลือดเย็นราวปลายมีดโกนคมวับจนลมหายใจผู้ฟังขาดตอน เตชิษฏ์ชำเลืองมองใบหน้ายิ้มมีจริต นึกเยาะอยากให้น้องชายมาเห็นธาตุแท้ของชญาดาแล้วเลิกงมงายกับผู้หญิงคนนี้สักที หญิงสาวคนนี้ยืนกรานจะคบหาตรีทัช แต่หล่อนกลับเปิดตัวเฉิดฉายเป็นคนรักกับพีรยุทธได้อีก

              ผู้หญิงแพศยา!

              “ไม่มีทั้งพ่อทั้งแม่คงจะลำบากสินะ แล้วนี่พักอยู่ที่ไหนจ๊ะ?”

              เรื่องผู้หญิงของลูกชายยังอยู่ในความสนใจของคุณผู้หญิงของบ้าน ถือเป็นหัวข้อสนทนาหลักซึ่งชญาดาก็ยินดีตอบ หล่อนเตรียมตัวมามากพอสมควรด้วยรู้ว่าคุณสิรินทิพย์ไม่มีวันปล่อยให้เธอนั่งรับประทานอาหารเฉยๆ เป็นแน่

              “ผึ้งพักที่คอนโดใกล้ที่ทำงานค่ะส่วนน้องสาวยังอยู่ที่บ้านหลังเดิม ชีวิตของผึ้งไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกค่ะ แค่เด็กผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ไปโตเมืองนอก ทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนจนจบ ถ้าไม่ติดว่าห่วงน้องสาว ผึ้งตั้งใจจะกลับไปต่อปริญญาเอกค่ะ แต่อย่างไรก็คงไม่แก่เกินเรียนถ้าจะกลับไปช้ากว่านี้สักนิด” ตอบถ่อมตน ชญาดากดแพขนตาหลุบลงต่ำ เรื่องราวชีวิตกำพร้าแสนน่าสงสารแต่กลับเข้มแข็งในแววตาจนไม่มีใครกล้าแสดงความเวทนาได้

              คุณสิรินทิพย์ลดความถือตัวลงเล็กน้อย พอใจอยู่บ้างเมื่อชญาดามีระดับการศึกษาพร้อมด้วยมารยาทอย่างผู้ดี ไม่ใช่หญิงไร้ปัญญาข้างถนน แต่หล่อนยังเป็นแค่ตัวเลือก สำหรับพีรยุทธแล้วลูกสาวคุณหญิงคุณนายอีกหลายรายดีกรีสูงกว่า ฐานะชาติตระกูลก็มี การศึกษาก็เท่าเทียม คำพูดของชญาดาทำให้คุณชิตชัยล่วงรู้เรื่องราวสามชีวิตที่เขาไม่เคยแยแส ว่าแม่ลูกจะอยู่อย่างไรเมื่อไร้หัวหน้าครอบครัว แล้วเขาก็ได้ยินจากปากลูกสาวคนโตว่าหล่อนอยู่มาได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเขาสักแดงเดียว ชายสูงวัยสะท้อนใจนัก

              “นั่นเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจมากค่ะพี่น้ำผึ้ง รศายังทำอย่างนั้นไม่ได้เลยนะคะคุณพ่อคุณแม่ พี่น้ำผึ้งเก่งจัง” ลูกสาวคนเล็กพูดอ้อนๆ พลางลุกไปนั่งลงข้างบิดา อิงศีรษะเล็กกับบ่ากว้าง ชญาดาปรายมองเหยียด เก็บอาการเจ็บแปลบใต้อกที่ถูกกัดกร่อนจากแรงริษยา

              ปวริศาเรียกบิดาของเธอเต็มปากเต็มคำ ส่วนเธอไม่มีสิทธิ์กับคำว่า พ่อ เพราะชิตชัยไม่ยอมรับเธอเป็นลูก ชญาดาตวัดดวงตาคมเฉี่ยวไปอีกทางจึงปะทะกับเตชิษฏ์ที่ไม่ได้อยู่ในข่ายชื่นชมเธอแน่ เขาจ้องเขม็งใกล้กินเลือดกินเนื้อ ชญาดานึกสนุกจึงเอียงคอโปรยยิ้มหวานให้พีรยุทธ เขาเอื้อมมือหนามาแตะบ่าบางประคองอย่างถือสิทธิ์ ยิ่งเห็น...ไอร้อนในกายยิ่งปะทุจนเตชิษฏ์กัดกรามลั่น

              “อาหารพร้อมแล้วค่ะคุณผู้หญิง” สาวรับใช้คนเดิมมาคั่นบทสนทนาของผู้เป็นนาย


              ก่อนหน้านั้น...

              เตชิษฏ์ก้าวไปทรุดลงนั่งข้างๆ มารดาที่มีกิจวัตรขัดบรรดาเครื่องเพชรซึ่งตกทอดจากรุ่นคุณทวด กล่องกำมะหยี่หลายขนาดวางเรียงตรงหน้าคุณมยุริน กล่องสีน้ำเงินเข้มใบหนึ่งเปิดอ้าอวดเครื่องประดับเพชรแวววาวภายใน หนึ่งในนั้นแหวนเพชรน้ำงาม ขาวใส เจียรนัยอย่างดีถูกนำมาวางบนถาดเงินบุด้วยผ้ากำมะหยี่สีดำสนิท

              คุณมยุรินคงมีจุดมุ่งหมาย ไม่เช่นนั้นเจ้าแหวนล้ำค่าคงไม่ตั้งอวดสายตานอกกล่องสี่เหลี่ยม เขาได้ความว่า...มารดาเตรียมไว้ให้ตรีทัช

              “แม่ไม่อยากให้น้องไปหาซื้อใหม่ ที่มีอยู่เหลือเฟือแล้วก็ดูมีคุณค่ามากกว่า ดูสิน้ำงามมากนะจ๊ะวงนี้” มารดาเล่ายิ้มๆ

              ดวงตาของเตชิษฏ์เรืองวาบ หากมารดาจะให้น้องชายเขาไม่ถือสา แต่นั่นแหวนเก่าแก่ของตระกูลวงที่มารดาโปรดปรานจะไม่ได้ตกอยู่ในมือตรีทัช หากแต่เป็นคนที่ชายหนุ่มลุ่มหลง ชญาดา...นั่นเอง

              นั่นเป็นภาพเมื่อตอนกลางวันก่อนที่เขาจะออกจากบ้านบรรณวัตร การพบชญาดาในฐานะคู่รักของพีรยุทธทำให้ชายหนุ่มหมดความอดทน ของมีค่าที่มารดาของเขาหมายมั่นปั้นมือจะให้ ไม่ควรคู่ตกอยู่ในมือผู้หญิงรวนเร รักง่ายหน่ายเร็วอย่างชญาดา ผู้หญิงที่ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ เตชิษฏ์คำรามเหี้ยมในลำคอ ก่นด่าตัวเองที่เผลอปล่อยลูกจระเข้ว่ายทวนกระแสน้ำมาแว้งกัดเอาได้ สุดท้ายคนที่ถูกหลอกเป็นตรีทัช น้องชายแสนซื่อ (บื้อ) ที่ไม่มีทางทันเล่ห์เหลี่ยมของเธอผู้นี้

              “นายตรีคิดจะทำอะไรครับคุณแม่?” ถามเสียงเบาโหวง

              “น้องคงอยากแต่งงานละมั้งจ๊ะ หนูน้ำผึ้งเป็นคนสำคัญของตาตรี แม่พบครั้งเดียวก็รู้แล้ว เห็นว่ารู้จักกันตั้งแต่ไปเรียนปริญญาโทก็เกือบสองปีแล้ว วัยของตาตรีก็ไม่ใช่น้อยๆ พอบอกแม่ว่าอยากแต่งงาน มองหาแหวนหมั้นแม่ก็เลยสนับสนุน หนูน้ำผึ้งเป็นเด็กน่ารัก เห็นแล้วอยากได้มาเป็นลูกสาวแม่อีกคน แต่ได้มาเป็นสะใภ้แทนก็ดีจ๊ะ” สองฝ่ายคิดต่างกันอย่างสิ้นเชิง เตชิษฏ์สงบปากแต่แววตาวาบวับ

           ผู้หญิงร้อยเล่ห์ มารยานั่นน่ะหรือ...น่ารัก

           ผู้หญิงที่ควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้าในเวลาเดียวกันนั่นหรือ...มั่นคง

              น่ารังเกียจเดียดฉันท์ยิ่งกว่ากิ้งกือ ไส้เดือน สัตว์เลื้อยคลานทุกประเภทมารวมกันเสียอีก

              “พี่ต้นคะคิดอะไรอยู่เหรอคะ เงียบเชียว” ปวริศาเรียกสติขุ่นมัวกลับมา เอียงดวงหน้าแอร่มกลางแสงไฟนวลจากเสาตั้งเป็นแนวของสวนสวย

              “อ่ะขอโทษครับ พี่เหม่อไปหน่อย ดึกแล้วพี่ส่งรศาเข้าบ้านดีกว่าครับ แล้วพี่จะลาคุณลุงคุณป้ากลับเลย”

              “ค่ะ” มือเล็กโน้มไปกุมมือเขา ยิ้มหวาน

              หนุ่มสาวก้าวกลับเข้าคฤหาสน์หลังออกมาเดินเล่นประสาคนรัก ส่วนคนอื่นๆ นั่งสนทนาต่อที่ห้องรับแขกหลังรับประทานมื้อค่ำ พ้นเสียงเครื่องยนต์ครางครืน พาหนะราคาเรือนล้านขับเคลื่อนสี่ล้อผ่านประตูอัลลอยด์สีงาช้าง หนึ่งในวงสนทนาลอบถอนใจที่เขาไปเสียได้ ใกล้เวลายี่สิบเอ็ดนาฬิกาควรแก่เวลาต้องลาเช่นกัน กระแสบางอย่างเล็ดลอดผ่านนัยน์ตาพ่อ แต่ลูกเบือนหนีไม่ยี่หระ ร่างระหงยืนขึ้นพร้อมกับพีรยุทธ

              “ผึ้งกลับล่ะค่ะ สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า”

              “ผมไปส่ง” อาสา ชญาดายิ้มแต่ปฏิเสธ หล่อนเหนื่อยกับการแสดงความหวาน ล้าที่ต้องยิ้มหัวทั้งที่ใจแห้งแล้งต่อพีรยุทธ ต้องทนปั้นหน้าค่อนวันต่อหน้าเจ้าของบ้านจึงคิดว่าต้องพอสักที

              “คุณพีแค่เรียกแท็กซี่ให้ผึ้งก็พอค่ะ คุณจะได้พักผ่อนบ้างนะคะ พรุ่งนี้ก็ได้เจอกันอยู่แล้ว”

              “อ้าวแต่นี่ดึกแล้วนะครับ” ทักท้วง

              “ค่ะแต่ผึ้งกลับเองได้ ไม่ต้องห่วงนะคะ” ยืนกรานเสียงหวาน

              ชายหนุ่มไม่อยากขัดใจจึงให้เด็กรับใช้ไปเรียกรถโดยสารรับจ้างส่วนบุคคลเข้ามารับชญาดาถึงในบ้าน โบกมือลาหลังปิดประตูส่งคนรัก พีรยุทธถือว่าวันนี้ประสบความสำเร็จไม่น้อย ชายหนุ่มเดินฮัมเพลงสบายใจกลับห้องส่วนตัวโดยที่ไม่รู้ว่าชญาดาจะผ่านการคัดเลือกของมารดาหรือไม่


           “ว่าที่เจ้าสาวของนายร้ายนักนะตรี นายจะรู้ไหมว่าโดนสวมเขาตั้งแต่ยังไม่แต่ง หึ!”

              ชายหนุ่มผู้พี่เป็นเดือดเป็นร้อนแทนจนกายหนาเทิ้มสั่น รถซีดานแล่นพ้นจากคฤหาสน์เจ้าสัวสิน กลับค้างเติ่งตรงทางเข้าหมู่บ้าน

              เตชิษฏ์ขบกรามแน่น ขบคิดก่อนขับเคลื่อนต่อ ทว่าความโกรธดลใจให้เปลี่ยนที่หมายไม่ใช่บ้านบรรณวัตรแต่เป็น...ขับตามแท็กซี่คันนั้นไป ความฉุนเฉียวที่ปะทุในเรียวตากร้าวราวกับหวงแทนน้องชายปริ่มล้น

              แต่หารู้สึกตัวไม่


สงครามประสาทเริ่มต้นแล้ว ใครจะเป็นคนคุมเกมและใครเป็นเหยื่อล่ะเนี่ย
ที่แน่ๆ ตอนหน้าเตชิษฏ์คิดอะไรแผลงๆ ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง 
แถมยังขับตามรถหนูน้ำผึ้งไปอีก พ่อคุณ! จะตามไปราวีอีกละ ฮึ้ย..ยย โกรธแทน
เอาใจช่วยน้ำผึ้งกันดีกว่าจ้าพี่น้อง ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม "พรางภุมริน" ค่ะ
                                                                   ดาลัน    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

681 ความคิดเห็น

  1. #664 respiration (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2555 / 23:14
    สนใจเค้าก็ไม่บอก
    #664
    0
  2. #590 keepwalkinggirl (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 10:36
    ขอบคุณค่ะ สนุกมาก *_____*
    #590
    0
  3. #126 koonja-jaa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2553 / 21:30
    สะใจจริงๆตอนที่น้ำผึ้งบอกว่า พ่อ..ตาย ไปแล้ว ทั้งๆที่นายชิตชัยนั่งหัวโด่อยู่ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 14 ตุลาคม 2553 / 21:40
    #126
    0
  4. #66 naowarat_epp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2553 / 22:46
    ท่าทางนายต้นหวงให้ตัวเองมากกว่า  ^^
    #66
    0
  5. #45 nidaming (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2553 / 10:28
    รออ่านติดขอบคอมเลยค้า คุณดาลันสุดสวย หนุกหนานมากมายเลย
    #45
    0
  6. #44 nidaming (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2553 / 10:24
    ก้อจะอะไรล่ะค่ะ พี่เตแกเกิดลมเพชรหึงโหด แต่ปากแข้งไม่ยอมรับ เกลี่ยดนักเชียวคนปากไม่ตรงกับใจเนี่ย 
    ชอบอิมเมจคุณอั้มมากค่ะ เหมาะกับคาแร็กเตอร์น้ำผึ้งมากเลยค่ะ สวย เซ็กซี่  พระเอกขอเป็น เดนนิส โอ หล่อเร้าใจที่สุดค่ะ
    ได้ไม๊ไรเตอร์สุดสวย
    #44
    0
  7. #42 แสงจันทร์ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2553 / 10:11
    สมควรแล้วหละชิตชัยได้ฟังเรื่องราวของลูกสาวที่ตัวเองไม่เคยดูดำดูดีแล้วสะท้อนใจ โถ!!! คิดช้าไปหรือเปล่า

    สงสารตรีอะ แต่หมั่นใส้อีตาเตเดี๋ยวเถอะ จะโดนเอาคืน

    บ้านเจ้าสัวสินนี่ลูกหลานกายหุ้มทองหรือไงถึงได้ทำยังกะตัวเองสูงส่งมองคนโน้นคนนี้เป็นแค่ตัวเลือกของลูกตัวเอง
    #42
    0
  8. #41 9647 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2553 / 07:49

    กำลังสนุกค่ะ

    #41
    0
  9. #40 ช่อชะเอม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2553 / 00:18
    กรี๊ดดังๆให้คุณแหม่มก่อนได้มั้ย แบบว่า..รวดเร็วทันใจคนอ่านเหลือเกิน เลิฟเลยค่ะ ^^



    อ่านแล้วสะใจพิลึก จะว่าไป พีรยุทธดูสมน้ำสมเนื้อกับคุณต้นในเรื่องน้ำผึ้งมาก คู่นี้คงห้ำหั่นกันได้มันน่าดู ^0^



    สนุกอ่าาาา ชอบมากกกกก... อ่านไปกรี๊ดไปในความมันส์ 555++



    ให้กำลังใจผึ้งนะคะ แต่เห็นคุณต้นหงุดหงิดเพราะเรื่องน้ำผึ้งก็แอบรู้สึกดี คงเริ่มหึง เริ่มหวงขึ้นมาบ้างแล้วล่ะสิ ติดหลุมพรางภุมรินสาวเข้าเสียแล้วคุณเอ๊ย



    เป็นกำลังใจให้ค่ะคุณแหม่ม เย้!!~
    #40
    0
  10. #39 MeMe (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2553 / 21:06
    เอาใจช่วยน้ำผึ้งค่ะ อย่ายอมแพ้นายเตชิษฏ์นะคะ ขอบคุณค่ะคุณดาลันสนุกมากมายค่ะ
    #39
    0
  11. #38 yin-yin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2553 / 20:44
    สนุกมากค่ะ อัพเร็ว ๆนะคะ รออยู่
    อัพวันละหลายๆ ตอนก็ดีนะคะสนุกมากเลย
    #38
    0