เพลิงรักมายา (ตีพิมพ์กับสนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 17 : เหมันต์วันอ้างว้าง < up 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,988
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    8 มิ.ย. 52

                อชิระยกแก้วที่มีของเหลวสีอำพันขึ้นตรงหน้า มือที่กุมแก้วเหล้าครอนไปมา นัยน์ตาสีมืดสนิทสะท้อนความเจ็บปวดทางใจ ก่อนกระดกวิสกี้เพรียวๆ ผ่านลำคอหนารวดเดียว แก้วแล้วแก้วเล่านับไม่ถ้วน... 
                ไม่มีผู้ใดอยู่ห้ามปรามการกระทำที่จะพาให้อชิระเมาหัวราน้ำ เพราะ เมย่า หญิงสาวที่กลายเป็นอดีตรักที่ถาวรจากไปแล้วพร้อมๆ กับคำร่ำลา เสียงเหี้ยมเกรียมครางในลำคอหนา สะท้อนความเจ็บปวดเมื่อระลึกถึงคำพูดตัดรอนของเมย่า เธอต้องการให้เขาลืมเธอ มันง่าย...ง่ายดายเช่นนั้นเชียวหรือกับเวลาหลายปีผ่านที่หญิงสาวเป็นคนรักที่ผูกพันลึกซึ้ง หรือภรรยาทางพฤตินัยของเขา

คำรักที่เคยหวานกลายเป็นคำร่ำลาสั้นๆ จากหญิงสาวที่เขาถวิลหาทุกเมื่อเชื่อวัน มั่นใจว่าเธอต้องการเขามากกว่าไอ้แก่คาโอล แต่ทุกคำพูดทั้งน้ำตาของหล่อนกลับตอกย้ำให้อชิระผิดหวัง เมย่าไม่ใช่ผู้หญิงของเขาอีกต่อไปแล้ว เธอยินยอมเป็นสมบัติของนักธุรกิจเฒ่าเจ้าเล่ห์ตามความปรารถนาต่ำๆ ของเมสัน รอยตาเหี้ยมๆ กัดกินทุกๆ วัตถุที่ขวางนัยน์ตาสีหม่นเบื้องหน้า จนอยากทำลาย!
ฝ่ามือหนาที่กุมแก้วเปล่าวาวใส ออกแรงบีบกดลงบนเนื้อแก้วราวกับมันเป็นเนื้อหนังของผู้ที่บังอาจสร้างรอยปวดปร่าในหัวใจของเขา ยิ่งคิดยิ่งแค้น แต่แรงแค้นฝังลึกมิได้ทำร้ายผู้ใดให้เจ็บช้ำ...มากไปกว่าตัวเขาเอง
เพล้ง!
แก้วใบเดิมแตกละเอียดยามปลิวไปกระทบผนังห้องเพราะระบายความคับแค้น เศษของมันร่วงกราวลงสู่พื้นพรมราคาแพง
หึ! ใบหน้าหล่อร้ายเหยียดเยาะโชคชะตาที่ไม่สมหวังของตนเอง ร่างกายแข็งแกร่งที่ไร้หัวใจรักผุดลุกจากเก้าอี้สตูลเดินโซซัดโซเซไปยังโซฟารับแขก ล้มตัวลงนอนแผ่หราหมดสภาพ แผ่นหลังแข็งๆ กระทบกับผิวโซฟาหนังสีโอ๊คสากๆ
ความร้อนจากฤทธิ์ของสุราที่ระดมดื่ม กระจายทั่วใบหน้าสีน้ำผึ้ง เรียวตาสีเทาเข้มหม่นมัวยามที่มีรอยน้ำตามาคลอ จะหลงเหลือสิ่งใดไว้กับความรักครั้งนี้อีก ไม่มี...จะมีบ้างก็แค่เศษซากของหัวใจที่แหลกยับเพราะน้ำมือของใครบางคน รอยน้ำตาจากลูผู้ชายไหลเป็นทางยาวรดใบหน้าเกลี้ยงเกลา
เม คุณไม่รักผมแล้ว ทำไม... เสียงครวญครางแผ่วเบา ส่วนในใจตัดพ้อต่อว่าอดีตคนรัก ทรมาณเหลือเกินกว่าที่อชิระจะหลับลง
 
การตัดสินใจที่ไม่อาจล่วงรู้ว่าถูกหรือผิดของณัฐมณกำลังดำเนินไปอย่างช้าเนิบ พร้อมกับย่างก้าวเล็กๆ ของหญิงสาว เริ่มตั้งแต่ร่างโปร่งระหงเดินทางออกจากคฤหาสน์สีขาวไปยังคอนโดของอชิระ หญิงสาวก้าวลงจากรถลิมูซีนที่มี รอน บอร์ดี้การ์ดมือรองจากปราบทำหน้าที่สารถีพาณัฐมณมาถึงที่หมายในตอนสายๆ เรียวตาเศร้าซึ้งปรายมองข้างทางตลอดเวลาไม่นานนัก เฝ้าคิดถึงถ้อยคำที่จะเอ่ยอธิบายกับเจ้านายหนุ่ม เฝ้ากังวลว่าเขาจะเข้าใจเธอไหมว่าไม่ได้มีเจตนา
เฮ้อ...’ อาการพ่นลมหายใจของหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นเลขานุการของเจ้านายคนรองลอดดัง จนรอนซึ่งนั่งอยู่เบื้องหน้าเหลือบมอง
ทุกๆ ลมหายใจเข้าออกที่สะท้อนผ่านแผ่นอกบอบบาง สั่นไหวราวกับหวั่นเกรงอะไรบางอย่างที่ยังไม่มีตัวตน ณ เวลานี้ หากแต่กำลังก่อตัวในหัวใจแข็งกระด้างของชายหนุ่มที่หัวใจของเธอกำลังโบยบินไปหา
ก๊อก ก๊อก
มือเรียวบางกำกุญแจคอนโดส่วนตัวของอชิระเอาไว้แน่น หลังจากณัฐมณสร่างจากพิษไข้เมื่อคืน หญิงสาวก็รีบร้อนแสดงเจตนาจะไปพบกับเจ้านายของเธอเพื่อไกล่เกลี่ย และบอกความจำนงว่าเธอเองก็ไม่ต้องการหักหาญน้ำใจ บังคับให้ใครต้องมารับผิดชอบตัวเธอ แต่จังหวะที่ณัฐมณคิดว่าเหมาะว่าควรกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะปรากฎตัวที่นี่ในเวลานี้
เงียบ...ไม่มีการตอบรับจากคนซึ่งอยู่ข้างใน หญิงสาวจึงใช้กุญแจที่มีไขเข้าไปเอง
เสียงกุญแจลั่นกริ๊กเบาๆ ก่อนมือเรียวบางจะผลักบานประตูให้เปิดออก ร่างบอบบางก้าวเข้าไปภายในห้องแล้วหมุนตัวไปรอบๆ มองหาอชิระเท่าที่เห็นในกรอบสายตาไม่มี ภายในห้องชุดสุดหรูกว้างขวางราวกับบ้านหลังย่อมๆ แบ่งพื้นที่ออกเป็นห้องหับ ทั้งห้องรับแขก ครัวและห้องนอน เรียวตาของเธอสะดุดกับปลายเท้าที่ยื่นพ้นพนักโซฟาตัวยาวออกมา เป็นเจ้านายหนุ่มที่นอน หมดสภาพ
คุณชิน!” อุทานแผ่วเบา ก่อนเข้าไปทรุดนั่งลงกับพื้นพรมข้างๆ ร่างหนาใหญ่ สะท้อนแววตาห่วงใยกับสภาพนั้น
ใบหน้าคมคายดูง่วงงุนเพราะโดนฤทธิ์ของมึนเมาเล่นงาน ผมสีเข้มยุ่งเหยิง แพขนตาหนาดกปิดทาบไปกับผิวหน้าสีน้ำผึ้ง ดวงตาสวยหวานยามทอดมองอชิระอย่างอ่อนโยนราวกับเธอหลงใหลไปกับเจ้าของใบหน้านี้เสียแล้ว หลงรักทั้งๆ ที่อชิระมองเธอเป็นแค่ตัวปัญหา
ณัฐมณเอื้อมมือบางไปแตะผิวหน้าของเขา ไม่แน่ใจว่าชายหนุ่มแค่เมามายหรือไม่สบาย แล้วชักมือกลับช้าๆ เมื่อรับรู้ว่าอุณหภูมิปกติ แต่ข้อมือบางถูกคว้าหมับทั้งที่อีกฝ่ายยังหลับตา ณัฐมณสะดุ้งเฮือกเมื่อแลเห็นแถบคิ้วที่พาดเฉียงเหนือดวงตาดุๆ เริ่มขยับขมวดเป็นปมเพราะเธอไปปลุกเขานั่นเอง
ขอโทษค่ะคุณชิน เน็ทไม่ได้ตั้งใจ อ้อมแอ้มบอก พลางยื้อมือกลับแต่เขากลับกระตุกรั้งไว้พร้อมบีบแน่น นัยน์ตาสีหม่นลืมขึ้นส่งแววตาแปลกปร่ามายังเธอจนคิดขนพองสยองเกล้า อชิระดูไม่เหมือนมึนเมาแต่เหมือนกำลังโกรธเกรี้ยวมากกว่าเมื่อเห็นว่าเป็นเธอ
มาทำอะไรที่นี่?” เสียงแหบห้าวเอ่ยถามแทบจะเป็นตะคอก
อชิระรั้งข้อมือเล็กจนร่างบอบบางโน้มลงมาใกล้แผงอกหนา ดวงหน้าเล็กลอยเด่นอยู่เหนือเรียวตาคมกริบที่กำลังแสดงอานุภาพร้ายๆ ใส่ เพราะสายตาดุดันกับความใกล้ชิดอชิระเกินไปทำให้ณัฐมณเอ่ยไม่ได้ดังใจ ใบหน้านวลเนียนร้อนขึ้น เสียงตะกุกตะกักกำลังจะรวบรวมเป็นคำพูดกลับถูกท่อนแข็งหนาแกร่งตวัดกอดรัดร่างบางที่ล้มลงมาบนตัวเขาเสียก่อน เสียงฮึดฮัดในลำคอบ่งบอกว่าขัดใจ และรำคาญ  

ว๊าย! คุณชิน

ผมถามว่ามาทำอะไรที่นี่ คิดจะมาตอกย้ำกันรึยังไง หรือกลัวว่าผมจะไม่กลับไปหมั้นกับคุณ หา!” อชิระสาดถ้อยคำเยาะๆ ใส่ทั้งที่ใบหน้าอยู่ห่างกันแค่คืบ ณัฐมณส่ายหน้าพัลวัน ดวงตาเศร้าซึ้งร้อนรนเมื่อโดนลมหายใจอ่อนๆ ที่คละเคล้ากลิ่นแอลกอฮอล์เป่าใส่ มือบางถูกใช้เป็นเกราะกำบังทั้งยังพยายามยันตัวเองออกห่างเพื่อกลับมาอยู่ในสถานะที่ปลอดภัยกว่านี้ แต่ไม่ทันแล้ว...เมื่อร่างหนาพลิกตัวกลับมาเป็นฝ่ายควบคุมทุกสถานการณ์

ต้องการแบบนี้ไหม อยากได้ อยากเป็นเจ้าของตัวผมมากไม่ใช่หรือ... อชิระถามเสียงเยียบ แววตาหม่นกลับลุกเรืองราวมีไฟแผดเผาข้างใน

ไม่ ไม่ใช่ คุณกำลังเข้าใจผิด ฉันไม่ได้...

คำอธิบายยังไม่จบดีเพราะเขาไม่อยากฟัง และไม่เชื่ออย่างเด็ดขาด ต่อไปนี้ไม่ว่าจะคำพูดดีร้ายจากผู้หญิงไม่ว่าหน้าไหนก็ตาม จะไม่มีผลต่อหัวใจที่เคยเจ็บของเขาอีกแล้ว โดยเฉพาะผู้หญิงใต้ร่างของเขาคนนี้ อชิระมีแต่ความโกรธแค้นและอยุติธรรม ชายหนุ่มอยากตะโกนใส่หน้าและโทษว่าความเลวร้ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้เพราะเธอ สายตาสีหม่นขุ่นมัวถึงขีดสุดยามที่มองดวงหน้าตื่นๆ จนซีดเผือดของณัฐมณ รอยร้ายกาจวาบขึ้นในนัยน์ตาจนคนมองตัวสั่นงันงก

หึ! ถ้าอยากได้นัก เขาจะให้...

ผู้หญิงคนนี้จะได้ร่างกาย และความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลจากตัวเขา แต่ไม่มีวันได้หัวใจ และความเมตตา

อชิระหลับตาลงในวินาทีนั้น จนแพขนตาดำสนิทแนบราบไปกับผิวแก้มเกลี้ยงเกลา เรียวจมูกโด่งเป็นสันเคลื่อนต่ำเข้ามาใกล้ เสียงหัวใจของคนเบื้องล่างเต้นระทึกราวกลองตี ดวงตาเศร้าซึ้งของคนที่ถูกทาบทับพลันเบิกกว้าง!

คุณชิน อุ๊บ!”

ริมฝีปากนุ่มหยุ่นถูกครอบครองยามที่หญิงสาวเผยอเรียวปากจะอุทาน ปิดกั้นเสียงห้ามปรามมิให้เล็ดลอดมาขัดอารมณ์ที่กำลังคุด้วยความโกรธแค้นไม่ใช่เสน่หา หญิงสาวออกอาการขัดขืนด้วยอาการดิ้นเร่า มีน้ำตาไหลเป็นทางยาวอาบผิวแก้มกับเสียงฮึดฮัดในลำคอระหงเพราะหายใจไม่ทัน แต่ภาพนั้นไม่ได้จุดความสงสารให้เกิดในใจคนมีแผล เพราะใบหน้าคมคร้ามยังคงระดมจูบหนักหน่วง ริดรอนความหอมหวานรัญจวนหัวใจอย่างบ้าคลั่ง

ณัฐมณสะบัดใบหน้าหนี ไม่ยอมตกอยู่ในอารมณ์วาบหวามทั้งที่หัวใจเริ่มโอนอ่อนด้วยความไม่ประสา อชิระกำลังสร้างความหวามไหวแปลกใหม่ให้หญิงสาวที่บริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างณัฐมณด้วยความย่ามใจ ใบหน้าหล่อคมสีน้ำผึ้งตามมาจับจองเรียวปากฉ่ำที่โดนฤทธิ์จูบเมื่อครู่จนเห่อแดงอย่างไม่ลดละ พรมจูบใกล้ซอกคอขาวแผ่วเบาจนขนอ่อนๆ ลุกเกรียว แต่การกระทำกดขี่ที่กำลังได้รับ ส่งให้ร่างกายกับสติสัมปชัญญะที่ยังหลงเหลือสั่งให้สู้ยิบตาเพื่ออิสรภาพและศักดิ์ศรี การต่อต้านที่เกิดขึ้นส่งผลให้อชิระปรือเรียวตาดุดันขึ้นอีกครั้งด้วยความหงุดหงิด แสงวาบทอระยับในแววตาคู่นั้นดูน่ากลัว เขาส่งเสียงขัดใจในลำคอพร้อมกับมือหนาใหญ่เอื้อมมาบีบคางมนพันธนาการให้อยู่กับที่ รอรับรอยจูบดื่มด่ำแต่รุนแรงหักหาญของเขา

คุณมาหาผมเองไม่ใช่รึไง คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เข้าใจไหม เสียงคำรามกร้าวแผดดังในลำคอ ส่งแววตามาดร้ายข่มขวัญคนไร้ทางสู้

เน็ทไม่... ณัฐมณส่ายหน้าทั้งน้ำตา

ร่างบอบบางในอ้อมแขนแข็งๆ ดิ้นรนจนแทบขาดใจ คล้ายปลาขาดน้ำยามได้รับสัมผัสใกล้ชิดกระแทกกระทั้นจากเรียวปากหยักสวยที่ดูดดึงแรงกายไปจนหมดสิ้น อชิระขยับตัวออกห่างกลับไปยืนเต็มความสูงก่อนจะช้อนร่างบางขึ้นอุ้ม ดวงตากลมโตตระหนก ไม่ต้องเดาว่าอันตรายร้ายแรงจากบุรุษเพศคนนี้คืออะไร หญิงสาวดิ้นรนจะออกจากอ้อมแขนที่โอบรัดของเขาแต่กลับไม่เป็นผลเลย บานประตูของห้องที่อยู่ถัดไปจากห้องรับแขกถูกเตะให้เปิดออกด้วยปลายเท้าของชิน

อย่าค่ะคุณชิน ให้เน็ทกลับเถอะนะคะ เน็ทขอโทษที่มารบกวนคุณ หญิงสาวละล่ำละลักบอกทั้งน้ำตา อีกฝ่ายยังนิ่งเฉยมองณัฐมณหมิ่นๆ

ปล่อยเน็ทไปนะคะ เรียวปากนุ่มนิ่มสั่นสะท้านพูดไม่เป็นคำ

รำคาญ!” อชิระตะคอกใส่หน้า ก่อนโยนร่างเล็กจนกลิ้งหลุนไปบนเตียงกว้าง แล้วตามไปตะครุบเอวคอดบางไว้ก่อนที่เธอจะกลิ้งตกเตียงไป

ร่างสูงใหญ่อยู่เหนือร่างบอบบางที่สั่นเป็นลูกนก นัยน์ตาสีเทาเข้มปราศจากแววอ่อนโยนปราดมองเธอราวกับวัตถุชิ้นหนึ่งที่ไร้ซึ่งชีวิตจิตใจ ปรารถนาให้เธอเป็นแค่ที่ที่เขาใช้ระบายอารมณ์โกรธเพราะผู้หญิงอีกคน ความเจ็บแค้นทั้งหมดถูกถ่ายทอดเป็นการรุกรานเรือนกายบอบบางของว่าที่คู่หมั้นอย่างไม่ทะนุถนอม ไม่ว่าจะได้ยินคำร้องขออ้อนวอน ไม่ว่าจะร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือด คนซึ่งเต็มไปด้วยแรงเสียใจ อาฆาตแค้นไม่ยินยอมปล่อยมือ กระทำตนเหยียบย่ำร่างกายกับหัวใจดวงเล็กๆ จนย่อยยับคามือ

ร่างกายสั่นเทาภายใต้อุ้งมือหนาใหญ่ทำได้แค่ปล่อยตัวไปกับภวังค์ จมดิ่งลึกไปกับสัมผัสประหลาดที่เขามอบให้โดยปราศความรัก

เสียงร้องไห้กระซิกถูกกลืนหายไปในลำคอ มีเพียงรอยน้ำตาแห่งการสูญเสียทั้งศักดิ์ศรี ทั้งจิตวิญญาณให้แก่เขา อชิระยอมปล่อยมือจากร่างแบบบางหงายตัวลงนอนสงบข้างๆ ในขณะที่ณัฐมณยังสั่นสะท้านเพราะกลั้นน้ำตา ดวงตาเศร้าสร้อยเบิกโพลงกับเหตุการณ์เมื่อครู่ คงไม่มีวันหลับลงหากต้องอยู่ในรัศมีของคนใจร้ายที่พรากทุกสิ่งไปจากเธออย่างไร้ความปรานี

ร่างกายขาวผุดผาดเกิดรอยแดงช้ำไปทั่วเพราะน้ำมือของอชิระ ณัฐมณขบเม้มริมฝีปากเห่อแดงแต่ลืมเจ็บ เพราะหัวใจเจ็บกว่าร่างกายที่บอบช้ำ เรียวตาคลอไปด้วยหยาดน้ำอุ่นๆ ชำเรืองมองเขาก่อนจะขยับตัวออกห่างพร้อมดึงผ้าห่มคลุมตัวจนมิด

รอยหม่นมัวคลอขอบนัยน์ตา และไม่อาจลบเลือนรอยเจ็บช้ำไปตลอดชีวิต

กลับเมืองไทย! คือสิ่งแรกที่เธออยากทำ

 

คุณศรันยา แล้วคุณเน็ทล่ะ?” บรูคส์เอ่ยถามกับเลขานุการสาว เมื่อต้องการพูดคุยกับว่าที่คู่หมั้นแบบปัจจุบันทันด่วนของน้องชายที่ตนเองแต่งตั้งให้เสร็จสรรพ หญิงสาวไทยซึ่งกำลังจัดแจกันดอกไม้อยู่ภายในห้องทำงานของเขาหมุนตัวกลับมาสบนัยน์ตาสีอำพัน

คุณเน็ทไปพบคุณชินที่คอนโดค่ะ

คำตอบของศรันยาทำให้ผู้เป็นนายพยักหน้ารับรู้ เขากระดิกนิ้วเรียวยาวกับกระจกโต๊ะทำงาน นึกพอใจคนคู่นี้ที่ดูใกล้ชิดกันดีอาจจะถูกแล้วที่เขาคิดจะให้อชิระลืมเมย่าด้วยการคบหากับณัฐมณ หญิงสาวซึ่งถูกชะตาเขา แต่สายตาของเลขานุการสาวที่ส่งกลับมาไม่ได้เห็นดีเห็นงามด้วยนัก

ไอ้การกระทำมัดมือชกของบรูคส์อาจดีในเรื่องหักดิบให้อชิระลืมคนรักเก่า แต่สำหรับณัฐมณเล่า...

มันจะดีเหรอคะ จู่ๆ คุณเน็ทก็ไปที่คอนโดของคุณชิน ทั้งสองคนยังไม่เคยได้พูดคุยอะไรกันเรื่องที่คุณจะจับหมั้น แล้วคุณบรูคส์ว่าคุณชินจะไม่อาละวาดใส่เธอเหรอคะ?” ศรันยาเอ่ยถาม

เลขานุการสาวที่ติดตามมาทำงานให้บรูคส์จากสาขาที่เมืองไทยเพราะทำงานได้ถูกใจและรู้ใจเขา ศรันยาเป็นหญิงสาวที่ฉลาดหลักแหลม ทันเกมส์จนบรูคส์นึกชมในใจ แต่ก็นั่นแหละเขายังมีเรื่องที่ไม่พอใจศรันยาอยู่บ้างๆ ก็เรื่องที่เจ้าหล่อนไม่เคยบอกเขาเลยว่าชื่อ โรส ทั้งที่ร่วมงานกันมานานปีแล้ว

คุณกลัวอะไรล่ะคุณโรส ถ้าเจ้าชินน้องชายผมมันไม่เป็นสุภาพบุรุษพอ ผมก็แค่เปลี่ยนจากงานหมั้นเป็นงานแต่งเท่านั้นแหละไม่ใช่ปัญหา

คนพูดไม่วิตกกังวลสักเท่าไหร่ แถมยังเอ่ยเรียกชื่อเล่นที่เธอปกปิดหน้าตาเฉย ทำงานร่วมกันมาก็หลายปี แต่ศรันยาไม่เคยมอบความเป็นกันเองให้เขาเลย เธอยังคงรักษาระยะห่าง และให้ความเคารพเขาในฐานะเจ้านายอย่างเคร่งครัด บางทีก็ดูหลีกเลี่ยงที่จะใกล้ชิดกับเขาด้วยซ้ำ จะมีบ้างก็แค่สายชื่นชมยามที่เผลอมองเจ้านายหนุ่มเท่านั้น ส่วนที่ว่าหญิงสาวคิดอะไรกับเขาไหมยังมองไม่ออก

โอเคค่ะคุณไม่กังวล แต่ถ้าเป็นดิฉันหรือคุณเน็ทต้องกังวลแน่ เราเป็นผู้หญิงไทยแล้วเรื่องพวกนี้ก็เซ็นซิทีฟกับครอบครัวของเรา ไม่ใช่ว่าจะทำอย่างไรก็ได้ เพราะเราไม่ใช่ฝรั่งค่ะ ศรันยาได้ทีโต้ตอบเจ้านายหนุ่มกลับไปบ้าง พวกเขาคิดว่าศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ตรงไหนนะ ไม่ใช่ว่าทำอย่างไรกับพวกเธอก็ได้แล้วก็แค่รับผิดชอบตบแต่งกันไปแบบแกนๆ

บรูคส์นิ่งฟังตาปริบๆ ไม่เคยสักครั้งที่คิดจะเหยียดหยามศักดิ์ศรี คุณค่าของสตรีเพศอย่างที่ศรันยาเข้าใจ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทผุดลุกขึ้นแล้วก้าวตรงเข้ามาหาเธอ รอยตาสีสวยจ้องมองคนเป็นเลขาฯ ตาไม่กะพริบ เห็นทีต้องแก้ความเข้าใจผิด

ผมก็ไม่เคยคิดจะทำให้ใครเสื่อมเสีย ตัวผมคงไม่ยอมให้เกิดหรอก แต่เรื่องของชินถ้าเกิดแล้วก็ต้องแก้ไขสิ บรูคส์พูด เน้นย้ำทุกถ้อยคำในตอนแรกราวกับต้องการส่งมันไปสู่หัวใจที่กำลังเต้นแรงเพราะความโกรธในตอนแรก แล้วแปรเป็นยวบไหวเพราะเจ้านายหนุ่ม

ให้ใครไปรับคุณเน็ทกลับได้ไหมคะคุณบรูคส์ ดิฉันเป็นห่วงเธอ ศรันยาขอร้องเสียงอ่อนลง 
                ถ้าคนปลายทางไม่ใช่เจ้านายคนรองซึ่งอารมณ์ร้าย ช่างหงุดหงิด ถ้านั่นไม่ใช่ อชิระ คงไม่ต้องกังวลเท่านี้ เสือหนุ่มแห่งเวลล์กรุ๊ปพยักหน้ายอมให้เลขานุการคนสวย การสนทนาระหว่างเขากับเธอต่างจากระบบเจ้านายกับลูกน้องอยู่สักหน่อยเพราะความคุ้นเคย ไม่ก็การที่ศรันยาชอบเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของอีกฝ่ายจนทำให้บรูคส์หันมามองทุกอากัปกริยาของเธอที่ละนิด และมั่นใจในวันหนึ่งว่าคิดอย่างไรกับเธอ แต่ยังไม่ถึงเวลาที่ชายหนุ่มจะเปิดใจ เพราะในฐานะพี่ชายยังมีเรื่องอื่นที่ต้องคลี่คลายให้น้องชายเร่งด่วนกว่า

ก็ได้ ถ้าเลิกแทนตัวเองว่า ดิฉัน แล้วก็ยอมให้ผมเรียกคุณว่า โรส เสียงทุ้มๆ เอ่ยต่อรองอย่างมีหลักการ ส่งนัยน์ตาสีสวยน่ามองเป็นประกายแปลกไปในสายตาของศรันยา แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่เธอจะใส่ใจเรื่องแววตาของเขา
โธ่! คุณบรูคส์ จะเรียกอะไรก็แล้วแต่คุณเถอะค่ะ ปากบอกว่ายอมตามใจ
แต่ศรันยาอดไม่ได้ที่จะส่งค้อนให้เจ้านายหนุ่ม บรูคส์ยิ้มรับพอใจอย่างมากที่ได้ยินเสียงหวานๆ แสร้งดุเอ่ยอนุญาต ที่จริงแล้วเธอก็แค่รับคำส่งๆ ไปก่อนโดยไม่ได้เอะใจว่าทำไมบรูคส์ต้องสนใจ และอยากเรียกเธอด้วยความสนิทสนมกว่าชื่อเดิมนัก ช่างเถอะ!
หญิงสาวที่เป็นแค่เลขานุการของเขาไม่กล้าคิดอาจเอื้อมอย่างที่เคยคิดฝันลมๆ แล้งๆ เป็นแน่
 
เหล่าบอร์ดี้การ์ดที่อยู่โยงที่สำนักงานใหญ่ของเวลล์ กรุ๊ป ถูกคำสั่งด่วนจากผู้เป็นนายให้ไปรับณัฐมณที่คอนโดของเจ้านายคนรองตามคำขอร้องของศรันยาแบบด่วนจี๋ แค่เพียงเพราะสังหรณ์แปลกๆ ของเธอกับกลัวความคิดแผลงๆ ของอชิระ เจ้านายคนรองเป็นพวกเดายาก และไม่อยู่กับร่องกับรอยเท่าบรูคส์ นี่ศรันยาเผลอชื่นชมเจ้านายหนุ่มอีกแล้วจนต้องรีบปรามตัวเองในใจ การเดินทางโดยรถลิมูซีนมุ่งตรงไปยังที่หมายโดยด่วนหารู้ไม่ว่ากำลังสวนทางกับณัฐมณที่เดินดุ่มออกมาจากคอนโด สถานที่ที่สุดแสนจะอันตรายสำหรับเธอ
ร่างโปร่งบางก้าวฝ่าลมหนาว เดินย่ำไปข้างหน้าแบบคนไม่รู้ทิศทาง ฝ่าหิมะขาวโพลนที่โปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ณัฐมณหยุดยืนตรงแนวฟุตปาธ ยื่นมือเรียวบางแบออกรับปุยสีขาวที่ลอยล่องลงมาแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ดวงหน้าขาวซีดเงยรับความเย็นที่พลิ้วพัดผ่าน หนาวยะเยือกจับขั้วหัวใจ ริมฝีปากเริ่มแดงจัดจนสั่น หนทางข้างหน้าที่จะไปไม่ได้บ่งบอกว่าเธอกำลังจะไปที่ไหน เพราะไร้จุดมุ่งหมาย...
ความสับสนในจิตใจไหลวนมาบรรจบที่กลางใจ ในยามยากเงียบเหงา ณัฐมณอ้างว้างกระทั่งไม่มีคนให้คิดถึง ไม่ว่าจะเป็นมารดาหรือพี่สาวที่อยู่เมืองไทย ทำไมจึงรู้สึกว่าตัวคนเดียวเช่นนี้ ม้านั่งสีขาวตรงสวนสาธารณะที่ผ่านทางดึงดูดให้หญิงสาวที่ปราศจากแรงกาย แรงใจไปทรุดนั่งลง ทอดอารมณ์อ่อนไหว ปล่อยแววตาเหม่อลอยไปกับเวลาที่เคลื่อนผ่านช้าๆ โดยไม่สนใจว่าความหนาวกำลังแทรกซึมทุกอณูผิวสัมผัส ท่ามกลางการตามหาตัวเธอของบรรดาบอร์ดี้การ์ดที่ถูกหมายหัว หากไม่พาณัฐมณกลับไปอย่างปลอดภัย
วัชระรอคอยข่าวจากปราบกับยิ่งใหญ่ที่คฤหาสน์สีขาวหลังจากเป็นคนพาศรันยาไปที่พัก ลูกน้องทั้งสองต่างกระจายตัวออกไปตามหาณัฐมณหลังจากไปที่คอนโดของอชิระแล้วไม่พบ คนๆ หนึ่งที่ร้อนใจเห็นจะไม่พ้นปราบที่เผลอแสดงตน ออกอาการจนเพื่อนบอร์ดี้การ์ดรู้ความในใจที่เป็นไปไม่ได้ของเขา 
และใครอีกคนหนึ่งที่เพิ่งจะโงศีรษะลุกขึ้นมานั่งที่ปลายเตียง...
กว่าที่อชิระจะเรียบเรียงเรื่องราวในหัวได้ว่าก่อนหน้านี้มีไออุ่นจากร่างกายของใครคนหนึ่งให้กอด และเธอคนนั้นไม่ใช่ เมย่า ก็ใช้เวลานานพอสมควร เขาใช้มือหนาเสยผมสีเข้มที่ยังยุ่ง สะบัดใบหน้าแรงๆ ใล่อาการมึนงงที่ยังค้างเพราะฤทธิ์สุรา ชายหนุ่มหันกลับไปมองสภาพยับยู่ของผ้าปูเตียงกับรอยยวบของหมอนใบข้างๆ กัน นั่นยืนยันได้ว่าณัฐมณมาที่นี่อย่างที่บอร์ดี้การ์ดของพี่ชายเขาเอ่ยอ้าง
สภาพร่างกายของเขาเปล่าเปลือยที่ด้านบน แม้กางเกงยีนส์จะอยู่ครบ แต่...รอยแดงที่เกิดจากการดึงรั้ง ผลักไสของมือเล็กๆ กับแรงน้อยนิดกลับทิ้งรอยต่อต้านบ่งบอกชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอคนนั้น และความรู้สึกแรกที่พุ่งเข้ามาเสียดแทงหัวใจ คือ รู้สึกผิด
อชิระผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดผ้าห่มที่คลุมอยู่ที่หน้าตักออกไปพ้นตัว รอยตายังหงุดหงิดเมื่อทุกอย่างกลับตาลปัด!
 
คุณเน็ท! นั่นคุณเน็ทนี่ครับ
รอนผุดลุกขึ้นชี้มือไปเบื้องหน้า เมื่อรถแท๊กซี่คันหนึ่งเลี้ยวเข้ามาจอดด้านหน้าของคฤหาสน์ พาให้ศรันยากับวัชระลุกตาม ทั้งสามไปยืนออจดจ่อว่าใช่หญิงสาวที่กำลังรอคอยหรือไม่ แล้วศรันยาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อร่างแบบบางก้าวลงมาจากรถคันนั้น
รอยยิ้มพร้อมอาการโล่งอกเกิดขึ้นกับทุกคน หญิงสาวที่ทุกคนออกตามหากลับมาที่คฤหาสน์สีขาวด้วยตนเอง แม้จะล่าช้าไปบ้างถึงสี่ชั่วโมง
คุณเน็ท!” อีกเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นเป็นของศรันยา เธอเข้าไปรับร่างบางของหญิงสาวรุ่นน้องที่ก้าวลงจากรถแท๊กซี่ มองสำรวจละเอียดลออ แต่ก็ไม่ได้เห็นอะไรแปลกปลอมบนเรือนกายแบบบางนั่น นอกจากใบหน้าขาวซีด รอยตาคล้ำๆ และมือไม้ที่เย็นเฉียบของณัฐมณ
หญิงสาวเผยยิ้มบาง แต่มองทุกคนงงๆ ที่ทำเหมือนรอคอยเธออยู่ และเลือกที่จะเก็บเรื่องที่เกิดขึ้นไว้เป็นความลับ เพราะมีแต่จะอับอายถ้าจะแพร่งพรายให้ใครคนอื่นต้องรับรู้ มันเป็นความโง่เขลาของเธอเองทั้งสิ้น มิใช่อื่นใดเลย
เป็นอะไรหรือเปล่าคะคุณเน็ท พวกพี่เป็นห่วงแทบแย่
ศรันยาเอ่ยถาม พลางกุมมือบางของณัฐมณเอาไว้บีบกระชับ รอยตาของหญิงสาวรุ่นพี่บ่งบอกว่าเป็นห่วง เธอกลับมารอณัฐมณที่คฤหาสน์สีขาวนานแล้ว หลังจากที่บรูคส์ส่งบอร์ดี้การ์ดไปรับตัวณัฐมณ อีกฝ่ายระบายรอยยิ้มบางๆ ขอบคุณอย่างจริงใจ แต่ยังอยากให้สบายใจทุกฝ่าย ณัฐมณส่ายหน้าน้อยๆ แทนคำตอบ ว่าไม่เป็นอะไร
เน็ทออกมาจากคอนโดก่อนที่พวกพี่จะไปรับ ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้วุ่นวายกัน
หญิงสาวเอ่ยบอกเสียงอ่อนหวาน แล้วหันไปโค้งน้อยๆ ให้รอนกับวัชระที่ยืนหน้าสลอนอยู่เบื้องหลังศรันยา แต่ก็ด้วยสีหน้าโล่งอกขึ้น พวกเขาหันไปสบนัยน์ตากันนิดหนึ่ง โชคยังดีที่ณัฐมณกลับมาเสียก่อนเพราะถ้าไม่เป็นเช่นนั้นพวกเขาคงโดนโทษหนักจากบรูคส์
เอ่อ พี่โรสคะ เน็ทขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ เหนื่อยๆ น่ะค่ะ ณัฐมณหันกลับมาหาศรันยาอีกครั้ง แววตานั้นขอร้องเงียบๆ อีกฝ่ายจะทำอย่างไรได้นอกจากพยักหน้าพร้อมยิ้มรับอ่อนโยน
พี่ใหญ่ของบรรดาบอร์ดี้การ์ดจึงโทรศัพท์ตามตัวลูกน้อง ปราบกับยิ่งใหญ่ที่ยังง่วนตามหาหญิงสาวไปทั่วเมือง จากนั้นศรันยาก็ติดต่อไปหาเจ้านายหนุ่มเพื่อรายงานความปลอดภัยของณัฐมณเช่นกัน
อืม ดีแล้ว ว่าแต่ผมอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คุณถามเน็ทได้ไหมคุณโรส?” คนปลายสายบอกความต้องการกลับมา ซึ่งทำให้ศรันยาหนักใจ
ดิฉันไม่อยากถามค่ะ เธอดูไม่อยากพูดถึงเท่าไหร่ เลขานุการสาวตอบกลับทันที ยังไม่ทันไรเธอก็ลืมตัวเรียกตัวเองว่า ดิฉัน ไปซะแล้ว ศรันยาตอบออกไปในฐานะลูกผู้หญิงด้วยกันที่คงจะไม่อยากเอ่ยถึงอะไรร้ายๆ หากมันเกิดขึ้นจริง
ถ้าคุณไม่ถามเอาความจริงมาให้ผม ผมจะจัดการอย่างไรให้ยุติธรรมสำหรับเน็ทได้ล่ะ บรูคส์แย้ง
มันก็จริงของเขาอีกนั่นแหละ ศรันยาต้องยอมรับข้อนี้ แต่จะมีวิธีไหนไหมนะที่ทำแล้วจะไม่ไปกระทบจิตใจที่เปราะบางของอีกฝ่าย
แต่บางทีวิธีการจัดการของคุณบรูคส์อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณเน็ทต้องการก็ได้นี่คะ แต่ยังไงก็เถอะดิฉันจะถามให้ก็แล้วกันค่ะ แค่นี้นะคะเจ้านาย
หญิงสาวรับคำว่าจะติดตามซ่อกแซ่กเรื่องนี้มาให้ได้ทั้งที่ไม่อยากเลย ไม่อยากขุดคุ้ยหัวใจใคร ศรันยามองดวงตาเศร้าๆ คู่นั้นก็รู้แล้วว่าหญิงสาวพบเจอบางอย่างที่หนักหนา แล้วถ้ามันเกินจะเอ่ย พูดถึงเมื่อใดก็คล้ายคมมีดกรีดลงบนแผลเดิมซ้ำๆ ศรันยาคิดเห็นใจณัฐมณเป็นที่สุด แต่เธอคงขัดบรูคส์ซึ่งมีศักดิ์เป็นเจ้านายไม่ได้
คนที่คฤหาสน์สีขาววุ่นวาย ส่วนอีกคนเล่า...
อชิระจะเดือดร้อนบ้างไหม ที่เป็นต้นเหตุทำให้ชะตาชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่งพลิกผัน
 
คิดอะไรไร้สาระน่าไอ้ปราบ คุณเน็ทน่ะเลขาฯ ของเจ้านาย วันนั้นแกดูสายตาของคุณชินไม่ออกจริงๆ รึไงวะถึงได้พาตัวเองเข้าไปเสี่ยงหมัดน่ะ รอนแกล้งกระเซ้าทั้งยังกระทุ้งเข้าที่สีข้างของปราบ เหตุเพราะทุกคนได้เห็นแววตาของอชิระว่าเป็นเช่นไรตอนที่บอร์ดี้การ์ดเหล่านี้ไปตามหา
ณัฐมณ คนถูกกระเซ้าแทบสำลักเหล้าที่เพิ่งจะกระดกผ่านลำคอลงไปจนรสชาดของมันบาดคอ คำปลอบใจปนเย้ยเยาะจากเพื่อนบอร์ดี้การ์ดพาให้ปราบตาขวางใส่
รอนกับยิ่งใหญ่น่าจะสรรหาถ้อยคำที่มันแทงใจน้อยกว่านี้มาเย้ยเขา แต่กลับซ้ำลงตรงแผลเดิมเรื่องที่เขาไม่เจียมตัวเป็นแค่ต้นหญ้าเรี่ยดินที่กล้าแหงนมองหมายปองดอกไม้สูงส่ง ทั้งที่น้อยครั้งที่ปราบจะมองคนใกล้ตัวเพราะอุปนิสัยที่เป็นอยู่ คือ คบแค่เป็นครั้งเป็นคราวกับหญิงสาวมากหน้า แล้วต่างคนต่างไป มาครั้งนี้หัวใจที่ชอบโบยบินเลื้อยพันหลักลอยมานานกลับอยากหยุดเมื่อพบเธอคนนี้ แต่หญิงสาวกลับกลายไปคนของเจ้านายไปอีก เหล้าเพรียวๆ ถูกซดไหลลงลำคอรวดเดียวอีกครั้ง พร้อมกับเสียงหัวเราะร่วนของรอน มันพอใจที่เพื่อนอกหัก!
นัยน์ตาสีเข้มตวัดใส่หมั่นไส้เพื่อนร่วมก๊วน พร้อมฟาดมือใหญ่ลงบนแผ่นหลังด้านบนของรอนดังป้าบ
เออ กูผิด ผิดที่ไม่ดูตาม้าตาเรือ ปราบประชด
โอ๊ย! ไอ้บ้า ตบมาได้ รอนร้องโอดโอยบิดตัวงอ ยิ่งใหญ่หัวเราะ
ก็จริงนะโว๊ย แล้วก็อย่าไปแหยมเชียว ตอนนี้คุณเน็ทเป็นว่าที่คู่หมั้นของคุณชิน แกไปทำผิดหูผิดตา โดนเตะแน่ ยิ่งใหญ่เตือนปราบอีกครั้ง พลันได้ยินเสียงถอนหายใจยาวเหยียดของคนถูกเตือนให้ระวังมือระวังเท้าของเจ้านาย  
ฮื่อ กูเจียมตัวอยู่แล้วล่ะน่า แต่ก็เสียดายนี่หว่า ปราบเปรยกับตัวเอง ต้องเลิกคิด เลิกมองดอกฟ้าเสียที
 
กระเป๋าสัมภาระถูกรื้อออกมาวางบนเตียง ณัฐมณรื้อค้นเอกสารเดินทางหากจะกลับก็ต้องเตรียมให้พร้อม พร้อมทั้งปลดชุดลงจากตู้เสื้อผ้า หญิงสาวไม่คิดปริปากบอกใครแม้แต่ศรันยา เพราะคิดว่าอาจถูกห้ามปรามและถามเรื่องเก่า เรื่องที่เธออยากฝังลึกไว้กับเนินหิมะที่สูงชันที่นี่ หากกลับไปถึงเมืองไทย เธอหวังจะลืมเลือนรอยเสน่หาที่เกิดขึ้นโดยปราศจากความรักของเขา
เมย่า  ชื่อของหญิงสาวที่อชิระพร่ำละเมอเพ้อหา บอกเธอว่า เขารักเธอคนนั้นสุดหัวใจ และสิ่งที่เกิดขึ้นกับณัฐมณในเวลานั้นเป็นแค่ตัวแทนใครคนหนึ่งเท่านั้น หยดน้ำตาที่กลั้นไว้เต็มกลืนรินไหล แต่เสียงเคาะประตูปึงปังทำให้หญิงสาวชะงัก รีบปาดเช็ดมันออกแล้วเก็บข้าวของบนเตียงจนหมด ยกเว้นเอกสารการเดินทางที่ถูกนำไปวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งทรงโบราณ พร้อมเมื่อไหร่เธอจะไปจากที่นี่ทันที
ก๊อก ก๊อก
เดี๋ยวค่ะ รอสักครู่นะคะ เธอร้องบอกออกไป เมื่อประตูบานสูงเปิดออกก็พบสาวรับใช้ในชุดฟอร์มยืนรอเธออยู่
คุณบรูคส์เชิญไปพบที่ห้องหนังสือค่ะ
ภายในห้องกว้างซึ่งอยู่ชั้นสองของตัวคฤหาสน์แห่งนี้ ณัฐมณยังไม่มีโอกาสเข้าไปเป็นห้องเพดานสูงซึ่งมีชั้นหนังสือบิวท์อินติดผนังทั้งสามด้าน พื้นที่ตรงกลางยังมีชั้นหนังสือซึ่งเตี้ยกว่าชั้นที่ชิดผนังอีกสองแถวเรียงราย บ่งบอกนิสัยรักการอ่านและสะสมหนังสือของผู้เป็นเจ้าของ ณัฐมณพบว่าผู้ที่เรียกเธอมานั่งรอคอยอยู่ตรงชุดโซฟารับแขกแบบหลุยส์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเรือนภายในห้องนี้ วอลเปเปอร์ที่กรุรอบห้องเป็นลายดอกไม้ดูอ่อนหวาน ที่มุมหนึ่งของห้องจัดเป็นโต๊ะเขียนหนังสือสีน้ำตาลแก่ที่นั่งประจำของบรูคส์ หญิงสาวก้าวไปหย่อนกายลงที่โซฟาตัวหนึ่งตามคำเชิญของเขา
เรียวตาสีอำพันกำลังจับจ้อง พิศมองดวงหน้าหวานแต่หม่นด้วยรอยตาเศร้าสร้อยของหญิงสาว เพราะอชิระสินะ บรูคส์คิดว่าไม่ต้องถามก็รู้คำตอบดี เพราะความที่เขาถูกชะตาและชอบพออุปนิสัยของณัฐมณทำให้เขาอยากถือวิสาสะจัดงานระหว่างอชิระกับณัฐมณเสียโดยไม่ต้องถามไถ่ แต่เมื่อถูกศรันยาคัดค้านก็เปลี่ยนความคิดแต่ก็แค่เสี้ยวเดียวเท่านั้น เขาจึงคิดจะหยั่งเชิงและบอกณัฐมณให้รู้ตัวเสียก่อน
บอกเพื่อให้รับรู้ มิใช่ถามเพื่อให้ตัดสินใจ
คุณบรูคส์มีอะไรกับเน็ทเหรอคะ เสียงอ่อนเอ่ยถาม
มีสิ ผมจะบอกความคืบหน้าเรื่องงานหมั้นของคุณกับเจ้าน้องชายของผมน่ะ มันอาจจะกะทันหันไปหน่อย แต่รับรองว่าสมเกียรติบรูคส์เอ่ยด้วยรอยยิ้ม แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ ไม่ใช่เรื่องความใหญ่โตของงานพิธี มันเกี่ยวกับความรู้สึกมากกว่า คนฟังหน้าเจื่อน
คุณบรูคส์คะ ถ้าเน็ทจะขอร้องว่าไม่ต้องมีพิธีใดๆ เกิดขึ้น คุณบรูคส์จะกรุณาเน็ทไหมคะ
ทำไมล่ะ ผมไม่อาจปล่อยให้คุณเสียเกียรติเพราะนายชินหรอกนะ นายนั่นทำอะไรไว้ก็ต้องรับผิดชอบ บรูคส์บอกจริงจัง พร้อมจับจ้องดวงหน้าซีดๆ ดวงตาตื่นตระหนกของณัฐมณ เมื่อเขาพูดคล้ายว่าเขารู้ ณัฐมรชณยิ่งหน้าแดงซ่านปิดไม่มิด จะกลบเกลื่อนอย่างไรไหว
ไม่ค่ะ ไม่มีอะไรต้องรับผิดชอบ น้ำเสียงนั้นละล่ำละลักบอกพี่ชายของอชิระ ซึ่งบรูส์ไม่คิดจะเชื่อ ท่าทีแบบนี้มันต้องมีอะไรสักอย่างสิ
เอาเป็นว่าผมทำตาบอด ปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ ไม่ได้ ตระกูลของเรามีเกียรติและจะไม่ปฏิบัติต่อสุภาพสตรีแบบนั้น โปรดเข้าใจและอนุญาตให้ผมในฐานะพี่ชายของอชิระจัดการตามความเหมาะสมด้วยนะครับ ปลายเสียงของผู้มีฐานะเป็นเจ้านายเอ่ยขอร้อง ณัฐมณอิดเอื้อน ทุกเรื่องเป็นไปไม่ได้ตั้งแต่หมั้นกับคนที่เขาไม่ได้มีใจ หรือเข้าพิธีแต่งงานกับชายหนุ่มซึ่งมอบหัวใจให้กับผู้หญิงอีกคนไปเสียแล้ว ณัฐมณส่ายหน้าไปมา มือบางเกาะกุมกันและกันไว้แน่น
เน็ท คุณไม่ต้องคิดมากหรอกนะ ทำใจให้สบาย แล้วก็...มีใครคนหนึ่งอยากพบคุณ บรูคส์จบบทสนทนาที่ไม่ใช่การหว่านล้อมนั้นลง เพราะคิดว่าเข้าใจตรงกันหากแต่เป็นการหักหาญ มัดมือชกเสียจนณัฐมณเอ่ยคัดค้านไม่ออก ในเมื่อชายหนุ่มไม่ฟังอะไรเธอเลย
ใครคะ!”
ไปด้วยกันทางนี้สิ เขารออยู่ที่ห้องอาหารแล้วล่ะ
ร่างสูงใหญ่ผุดลุดขึ้น แล้วเข้าไปโอบประคองร่างบางของว่าที่คู่หมั้นของน้องชายให้ลุกขึ้นแล้วไปด้วยกัน ใบหน้านวลเนียนแฝงความกังวลจนนัยน์ตาแกว่ง ใครกันที่มารอพบเธอ...ขออย่าให้เป็นเขา เทพบุตรในคราบซาตานคนนั้น 

มาส่งแล้วนะคะ จบตอนได้สักที เฮ้อๆ 
ลุ้นๆ ไปกับหนูเน็ทของเรา จะมีงานหมั้นเกิดขึ้นไหม? 
เอ..คนอ่านอยากให้มีหรือเปล่าคะ เห็นเชียร์ให้เน็ทหนีกลับอย่างเดียว ฮ่าฮ่า
ฝากฝัง / ช่วยเชียร์เน็ทกันด้วยนะคะ ฮะฮะ หนีแล้วจะบอก วันนี้ไปก่อนค่ะ
                                                                       ดาลัน   
                                                      
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

731 ความคิดเห็น

  1. #562 kasinee2526 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 / 12:45
    สนุกค่ะ
    #562
    0
  2. #507 DewII (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2552 / 21:57
    คือว่ามีเรื่องแนะนำหน่อยค่ะ


    คงไม่ว่ากันนะ


    คือคำบางคำอย่างเช่นชาเฉย


    ใช้คำว่าเฉยชาหรือไม่ก็เย็นชาหรือเรยบเฉยแทนในบางครั้ง

    มันจะให้อารมณ์ที่เหมาะกว่านะคะ



    ไม่ว่ากันนะ


    ^^   ชอบเรื่องนี้ค่ะ    จามาติดตามอ่านทุกวันเลยนะ(ถ้าอัพ)
    #507
    0
  3. #468 boubou77 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2552 / 03:54
    นัฐมณหนอนัฐมณ...
    #468
    0
  4. #262 naowarat_epp (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2552 / 17:21
    หนีๆๆๆ ไปเลยงานนี้ สนับสนุนเลยพระเอกใจร้ายมาก
    ทำร้ายจิตใจเลย
    #262
    0
  5. #178 keylynn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2552 / 21:50
    รอให้หมั้นก่อนค่อยหนีละกัน 55

    ว่าแต่คนที่มาเนี่ยพี่สาวเน็ทรึปล่าวเนี่ย..แบบจะได้มัดมือหมั้นเลยไง
    #178
    0
  6. #177 นุช (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2552 / 21:23
    ไม่ต้องหมั้นไม่ต้องแต่งแล้วค่ะ อยู่ไปก็มีแต่ช้ำใจ

    ชินยังไม่มีใจให้เน็ทเลย มีแต่เห็นเป็นของใกล้มือ

    หลอกใช้ให้เมย่าหึงเท่านั้น

    ให้เน็ทกลับเมืองไทย หลบไปหางานทำไกล ๆ เลย

    ถ้าจะท้องก็ไม่ต้องให้ใครมารับรู้ เลี้ยงลูกคนเดียว

    ถ้าชินจะรู้ว่าตัวเองว่าคิดยังไงกับเน็ท ก็ให้ทุกข์ทรมานใจสุด ๆ

    เกลียดชิน>๐< badboy
    #177
    0
  7. #176 dreaming (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2552 / 16:52
    แต่งเลยเน็ทชินคงไม่เลวร้ายหรอกมั้ง
    #176
    0
  8. #175 minkkiez (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2552 / 15:40
    ต้องแต่งไปเลยค่ะ เรื่องอะไรจะยอมเสียฟรี
    แต่งไปก่อนให้สังคมรับรู้ แล้วค่อยเลิกกัน
    เน็ทเป็นเด็กดี ต่อไปคนที่เข้ามาถ้าเข้ามาแบบรู้ว่าเป็นแม่ม่าย
    แล้วยังรักได้ อย่างน้อยก็ยังชัวร์ว่าไม่ได้เข้ามาหลอกอย่างเดียว
    แต่ถ้าเน็ทไม่แต่ง จะต้องอยู่กับความทรมานใจว่าไม่มีความบริสุทธิ์เหลือ
    ให้ผู้ชายคนใหม่อีกแล้วไปอีกนาน..เพราะฉะนั้นให้ทำให้มันถูกต้องไปก่อน
    เรื่องอยู่ต่ไปด้วยกันไม่ได้เป็นเหตุผลที่จะขอหย่า หรือไม้ก็ฟ้องหย่า
    ไปเลยทีหลังค่ะ
    #175
    0
  9. #174 prarotna (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2552 / 15:17
    ถ้าเลือกได้ไม่อยากให้มีงานหมั้น
    เน็ทเป็นผู้หญิงที่ดี ไม่เหมาะกับผู้ชาย (หรือไม่ใช่เพราะหาความเป็นสุภาพบุรุษไม่เจอ)อย่างชิน
    ชอบปราบมากกว่า ชอบก็แสดงออกมาตรง ๆ
    #174
    0
  10. #173 super_p (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2552 / 14:55
    กลับไทยดีกว่า อยู่ไปเขาก็ไม่เห็นค่า



    แต่สงสารปราบจังเลย เชียร์ปราบดีกว่า
    #173
    0
  11. #172 super_p (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2552 / 12:54
    อ่า สงสารนางเอกเอก จะเป็นไงต่อน๊า
    #172
    0
  12. #170 annita_1110 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2552 / 22:36
    เน็ท หนี ตาชินกลับเมืองไทยไปเลย นะ  อย่าไปยอม ผู้ชายร้ายกาจ   ชิ ชิ
    #170
    0
  13. #168 keylynn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2552 / 20:05
    คู่คุณเจ้านายกับคุณเลขานี่ก็น่าสนนะเนี่ย...อิอิ

    (แอบเชียร์ให้หนูเน็ทหนีกลับไทยไปเลยค่ะ)
    #168
    0
  14. #167 kasinee2526 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2552 / 19:43
    รับทราบเจ้าค่ะ ยังไง อย่าลืมคนอ่านน้า ไม่ งั้นมีตามอิอิ
    #167
    0
  15. #166 deuanpeng (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2552 / 18:46
    ตายแล้วกว่าจะมาอีกทีตั้งวันจันทร์เหรอคะ โอยยยยสงสัยลงแดงก่อนแน่ๆ เลยค่ะ โฮะๆๆๆๆๆ
    สงสัยต้องไปหาที่บำบัดชั่วคราวรอซะแร้วววววว ถ้าใครมีแฟนอย่างหนุ่มชิน มันก็คงนรกดีนี่เอง
    แต่พอมาอยู่ในนิยาย มันตื่นเต้นเร้าใจเหลือเกินเจ้าค่ะ
    #166
    0
  16. #164 prarotna (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2552 / 14:57
    ยิ่งอ่าน ยิ่งไม่ชอบ ชิน
    #164
    0
  17. #162 dreaming (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2552 / 14:34
    ไปไหนแล้วเนี้ย
    ยังค้างอยุ่เลย
    #162
    0
  18. #161 minkkiez (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2552 / 14:04
    โอยยย หนูเน็ท ไม่รอดจนได้
    โดนคุณชินงาบไปเสียแล้ว
    ฮือ...คุณชินใจร้ายอ่ะ รังแกหนูเน็ททำไม
    หนูเน็ทอุตส่าห์ไปหาด้วยความหวังดี กลับทำร้ายเขาเสียงั้น
    จะมีความรักปนอยู่บ้างก็ไม่ได้ ใจร้าย ๆๆๆๆที่สุด

    แต่ว้าววว อีกคู่นี่น่าสน
    คุณบรู็คส์กับคุณโรส อิอิ..
    คู่นี้คงน่ารักและหวานๆ แบบคู่รักที่เข้าใจกันน้าาา
    เอาใจช่วยดีกว่า สงสัยหนูเน็ทต้องแต่งงานแทนการหมั้นแน่ๆ เลย
    ไม่งั้นหนูเน็ทต้องเดินออกไปจากชีวิตคุณชินแบบไปแล้วไปลับ ไม่ต้องสงสัยเลย

    รออีกห้าสิบที่เหลือต่อไปค่า
    #161
    0
  19. #157 kasinee2526 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2552 / 09:56
    โอม จงมา จงมา อิอิ
    #157
    0
  20. #155 keylynn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2552 / 23:07
    ง่า.....อาไีรกันนี่.....มาอีก70%  ที่เหลือซะดีๆเลยเชียว...

    เป็นพระเอกที่ออกแนวตัวร้ายหน่อยๆนะว่ามั้ยตาชินเนี่ย (แน่ใจนะว่าแค่หน่อย 55+)
    #155
    0
  21. #151 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2552 / 16:10
    ทำไมเป็นอย่างนี้ตาชิน
    #151
    0
  22. #148 prarotna (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2552 / 11:47
    เซ็งเลย....ชินงี่เง่า นิสัยไม่ดี
    เน็ทก็ดีเกินไป เฮ้อออออ
    #148
    0
  23. #147 maxxim69 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2552 / 11:10


      ชินอย่าทำอะไรเค้านะ

      อละก็รอต่อไป

     
    #147
    0
  24. #144 minkkiez (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2552 / 09:30
    โอ้วววว ม่ายยนะ
    หนูเน็ทช่างโชคร้ายจังเลย
    ห่วงเขาผิดที่ผิดเวลา..หรือว่านี่คือพรหมลิขิตกันหนอ
    ไม่งั้นอาจจไม่มีหนทางให้ผูกพัน

    เอาใจช่วยละกันค่าาา
    #144
    0
  25. #143 kasinee2526 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2552 / 14:22
    ยังค่ะ นั่ง ได้ อิอิ
    #143
    0