[SF] PWJ World

ตอนที่ 2 : [SF] Deep Blue Lover : Jihoon x Woojin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 968
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    29 ม.ค. 62

Deep Blue Lover










Pairing: Jihoon x Woojin

Category: Fantasy // God x God

Rate: NC-17

Warning: แต่งขึ้นด้วยพลอตสด เขียนสด ลงสดตามอารมณ์ ติชมได้ไม่ว่ากันค่ะ










ชายหนุ่มนั่งจ้องลายสลักบนแก้วไวน์ทองคำสลับกับท้องฟ้ามืดครึ้มด้านนอกอย่างเบื่อหน่าย


กลิ่นลมฝนเข้มข้นช่วยบอกตำแหน่งของบุคคลที่เฝ้ารอได้เป็นอย่างดี จีฮุนลุกขึ้นยืนละจากโต๊ะอาหารไปทว่าถูกเจ้าของงานอย่างจีซองปรามไว้





"อยู่ให้ห่างจากระเบียงจะดีกว่า ไม่งั้นจะเจ็บตัวเอานะ" 




เขาเลิกคิ้วด้วยความสงสัยก่อนจะหันไปมองคนรอบข้างที่ต่างก็จับจ้องพื้นที่ตรงระเบียงอย่างสนอกสนใจ



ลมที่พัดแรงขึ้นทำเอาทุกคนพากันกระชับเสื้อคลุมสีเปลือกไข่ของตนไว้แน่น ก่อนจะเกิดเสียงกระแทกดังตุ้บที่ระเบียง



ชายหนุ่มผิวขาวจัดทว่าตัวเล็กผู้เป็นต้นตอเสียงเมื่อครู่เดินยิ้มร่าเข้ามาพร้อมกับลมฝนที่แผ่วเบาลงไป ด้านหลังมีร่างของใครอีกคนที่จับราวระเรียงไว้แน่นด้วยความกลัว





"มาช้าจังนะท่านซองอุน" เจ้าของงานทักทายพร้อมรอยยิ้มสดใส



"โทษเจ้าเด็กบ้านั่นเลย ทำข้ามาเกือบไม่ทันมื้อค่ำแล้วมั้ยล่ะ" 




ตัวต้นเหตุเดินตามเข้ามาพลางทำตัวลีบราวกับรู้ตัว เรือนผมสีบลอนด์เด่นชัดที่ตัดกับผิวแทนเรียกความสนใจให้ทุกคนบนโต๊ะไปทางเดียวกัน










"แปลกชะมัด.." 




จีฮุนได้ยินจินยองพึมพำให้กับแขกคนสุดท้ายด้วยสีหน้าประหลาดใจ 



แม้แต่เขาก็ประหลาดใจไม่ต่างกัน.. 










ในทุกๆ ห้าปีตามเวลามนุษย์ เหล่าทวยเทพจะส่งตัวแทนหรือผู้ส่งสารมาประชุมรวมตัวกันที่วิหารแห่งแสงจันทร์ อันเป็นสถานที่ผู้คนใช้บูชาเทพเจ้าที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักร



โดยผู้ที่เข้าร่วมประชุมต่างเป็นลูกหลานหรือผู้มีเชื้อสายของเหล่าเทพ ซึ่งพากันเดินทางปะปนกับมนุษย์หรือใช้วิธีเหนือธรรมชาติอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ มาแลกเปลี่ยนสาส์นระหว่างเทพกันเองและตัวแทนนักปราชญ์ผู้บูชาเทพเจ้า



หนึ่งในนั้น มีอูจิน บุตรคนสุดท้องของจ้าวสมุทรที่โปรดปรานการเที่ยวอาณาจักรบนผืนดินยิ่งกว่าสิ่งใด ดังนั้นอูจินจึงเป็นตัวแทนเทพคนแรกที่มาถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นี้เสมอ





..และเส้นผมแท้จริงของอูจินเป็นสีดำสนิทที่งดงามยามต้องแสงอาทิตย์ริมทะเล 







 เจ้าตัวยิ้มร่าทักทายมินฮยอนบุตรแห่งเทพผู้ดูแลแมกไม้พลางเอื้อมมือลูบหัวแดฮวีหลานท่านเทพแห่งผืนทรายด้วยความเอ็นดู


ไม่แม้แต่จะชายตามองเขาสักวินาที


นับตั้งแต่วันนั้น..






ห้าปีก่อนที่จีฮุนได้รับมอบหมายจากเทพวายุผู้เป็นบิดาให้ร่วมเข้าประชุมแทนพี่ชาย เขาที่เดิมทำหน้าที่เฝ้าดูสายลมแห่งทะเลทรายในแดนตะวันตกจึงจำต้องจากมาตุภูมิเป็นคราแรก



ระหว่างทางพบชายต่างถิ่นผิวสีแทนแปลกตากำลังเดินทางร่วมขบวนข้ามผืนทรายมาพร้อมเหล่าพ่อค้าพลอย



ดวงตาเรียวพร้อมฟันเขี้ยวที่เผยออกมาทุกคราที่ใบหน้าแต้มด้วยรอยยิ้มทำให้จีฮุนผู้ที่เคยโดดเดี่ยวกลางทะเลทรายใจเต้นรัว



จุมพิตรสหวานล้ำเกิดขึ้นด้วยฤทธิ์สุราในคืนเดือนมืด ร่างกายร้อนรุ่มหลอมรวมกันบนพื้นทรายเย็นเยียบเย้ยแสงดาว 



สัมผัสตราตรึงที่ได้ลิ้มลองเป็นครั้งแรกชวนให้ลุ่มหลง

เสียงครวญครางดังเคล้าคลอหลายราตรีกว่าจะเงียบสงัด พร้อมกับรุ่งอรุณที่ไร้คนข้างกาย





จนกระทั่งจีฮุนได้พบอูจินที่นี่..

ถึงได้รู้ว่าทำไมอีกคนถึงได้มีเรี่ยวแรงตอบสนองความปรารถนารุนแรงของเทพอย่างเขาได้มากขนาดนั้น

ทว่าอีกคนกลับแสร้งทำราวกับไม่เคยพบพาน ทักทายเขาเป็นมารยาทก่อนจะเมินเฉย








จากนั้นเขาเฝ้าแวะเวียนไปยังแถบทะเลทางใต้ ทำทีไปเยี่ยมซองอุนเทพแห่งเมฆหมอกที่้เป็นเครือญาติ แท้จริงคือคอยเฝ้าดูคนที่อาศัยอยู่เบื้องล่างมหาสมุทรสีเข้มต่างหาก



บุตรสุดท้องแสนซนของเจ้าสมุทรมักขึ้นมายังชายฝั่งอยู่บ่อยครั้งจนเขานึกอิจฉาแดฮวีและมินฮยอนที่ดูแลผืนทรายแลแมกไม้แถบนั้น









เท่าที่เขารู้ เจ้าสมุทรมีบุตรทั้งหมดเจ็ดคน

แต่ละคนต่างได้รับหน้าที่ดูแลคาบสมุทรทั้งเจ็ด

คาบสมุทรทิศใต้อันอุดมสมบูรณ์เป็นถิ่นของอูจิน

ผิดกับเขาที่ต้องใช้ชีวิตกับผืนดินแห้งแล้ง

ไร้พืชพรรณสัตว์ป่าหรือความงดงามใดๆ นอกจากเม็ดทราย











ภาพของชายผิวแทนพูดคุยหยอกล้ออย่างสนิทสนมกับมินฮยอนตลอดสามวันนั่นมากพอแล้วสำหรับจีฮุน อีกฝ่ายแทบไม่มองมาทางเขาหากว่าไม่ใช่ตอนประชุมหารือกัน แม้กระทั่งเขาเอ่ยนามรั้งเจ้าตัวไว้หลังภารกิจเสร็จสิ้น




บุตรชายเทพวายุอำพรางกายด้วยเมฆหมอกของเทพซองอุนที่ล่องลอยอยู่เหนือผืนน้ำสีคราม สายตาเฝ้ามองคนเบื้องล่างที่กำลังเดินตรงสู่หาดทราย




คนผมบลอนด์เหยียบย่างบนผืนน้ำเฉกเช่นก้าวเดินบนพื้นดิน เสื้อคลุมสีอ่อนดูเด่นชัดตัดกับสีเข้มของมหาสมุทรเมื่อมองจากระยะไกล






ไม่นานเบื้องหน้าก็ปรากฎร่างของฉลามวาฬขนาดใหญ่โผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำ อูจินก้าวขึ้นบนหลังของสหายตัวโตด้วยท่าทีอันงามสง่าก่อนที่ทั้งคู่จะดำดิ่งลงสู่เบื้องล่าง




จีฮุนเรียกเอาสายลมพัดพาเหล่าเมฆให้รวมตัวกันเป็นมวลหนาแน่น สีขาวของพวกมันสะท้อนแสงอาทิตย์ลงบนพื้นน้ำจนมองเห็นเงาฉลามวาฬตัวนั้นชัดเจน



เมื่อแน่ใจแล้วว่าปลายทางของอีกฝ่ายอยู่ที่ตำแหน่งใดใต้ผืนน้ำเขาจึงปล่อยเหล่าก้อนเมฆให้ไปทำหน้าที่ดังเดิม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าเมื่อนึกถึงเรื่องที่เขากำลังจะลงมือทำ




สายลมก่อตัวหมุนเข้าหากันด้วยความเร็วดังใจนึก ความรุนแรงของมันพัดพากระแสน้ำให้ไหลวนไปตามการควบคุม กลายเป็นวังน้ำวนขนาดใหญ่ที่เปิดช่องทางลงไปสู่พื้นทะเลเบื้องล่าง



จีฮุนกระโจนจากผืนฟ้าลงไปยังใจกลางทะเลลึกที่เปิดทางให้มาหยุดตรงหน้าปราสาทหินที่อยู่ท่ามกลางหุบเขาใต้ทะเลลึกที่แสงอาทิตย์แทบส่องมาไม่ถึง ทว่าเบื้องล่างกลับเต็มไปด้วยปะการังสีสะท้อนแสงแปลกตามากมาย




เหล่าฉลามตัวยักษ์ที่คาดว่าเป็นทหารรักษาการณ์พากันว่ายวนไปรอบๆ เพราะไม่อาจเข้ามาในเขตวังวนพายุที่เขาใช้แหวกทะเลลงมาได้



ร่างของคนผมบลอนด์ก้าวออกมาด้านหน้าตัวปราสาทด้วท่าทางไม่พอใจ สีหน้าเป็นอย่างไรไม่อาจเห็นได้ชัดเจนเพราะในผืนน้ำที่อีกคนยืนอยู่นั้นมืดมิดพอควร




"เจ้าบังอาจมากนะที่ลงมาถึงถิ่นข้า" 



"..."



"กลับไปซะ แล้วอย่าหาว่าข้าไม่เตือน" 



"เหตุใดเจ้าต้องเมินเฉยใส่ข้า?"



"..."



"ทั้งที่คืนนั้นข้ากับเจ้า.."



"หยุดนะจีฮุน!!" อูจินก้าวเข้ามาในวังวนพายุด้วยความเกรี้ยวกราดเพื่อหยุดเรื่องน่าอายที่เขากำลังจะเอ่ย




เสื้อคลุมสีเปลือกไข่ที่เป็นเครื่องแบบทางการกลายเป็นเสื้อตัวโคร่งสีดำสนิท ขอบเสื้อแหวกลึกลงไปจนเกือบถึงหน้าท้อง ด้านในบุด้วยผ้าสีดำผืนบางเสียจนไม่อาจปกปิดหน้าอกสีแทนนั่นได้



ส่วนท่อนล่างสวมกางเกงสีดำพอดีตัวที่เผยให้เห็นต้นขาหนั่นแน่นและสะโพกงดงาม ในมือข้างหนึ่งถือตรีศูลด้ามยาวสีนิลอันเป็นอาวุธประจำกาย




ไม่ทันรู้ตัวว่ากำลังใช้สายตาแบบใดจ้องมองอีกฝ่าย อูจินจึงได้ยกตรีศูลมาชี้หน้าเขาแทน



"หยุดจ้องข้าเช่นนั้น! หากไม่มีอะไรก็กลับไป!" 



"เจ้าต้องยอมคุยกับข้าก่อน" 



"เราไม่มีธุระใดต่อกัน กลับไปก่อนที่ข้าจะลงมือ" 



"คิดว่าข้ากลัวหรือ?" 



"แล้วไม่กลัวบิดาข้าบ้างหรือไง?" 



"หากข้ากลัวจนไม่กล้าแหวกผืนทะเลลงมา ข้าจะได้บุตรชายเขามาเชยชมหรือ?" 



สิ้นคำพูด คนผมบลอนด์เหวี่ยงอาวุธใส่เขาจนเกือบหลบไม่ทัน ผิวเข้มซับสีระเรื่อไม่รู้เพราะโทสะหรือเป็นอาการขวยเขินเพราะคิ้วเรียวยังขมวดเข้าหากันไม่คลาย




"ทะเลคือถิ่นข้า อย่านึกว่าแค่ลมของเจ้าจะทำอะไรได้"



"แต่เจ้าก็ปล่อยให้ข้าเข้ามาเหยียบถึงถิ่นเจ้าได้นะ"



"เช่นนั้นก็คอยดู.."








เพียงแค่เสียงดีดนิ้วของอูจิน ผืนมหาสมุทรที่ถูกสายลมพัดแยกออกจากกันพากันไหลรวมเป็นเช่นเดิม บุตรแห่งเทพวายุแหงนหน้ามองผืนฟ้าเบื้องบนที่ถูกกลืนกินด้วยผืนน้ำจนไร้ซึ่งแสงอาทิตย์




แรงปะทะของเกลียวคลื่นซัดเข้าร่างจนแทบกระอัก อากาศใต้ทะเลหมดสิ้นลงทำให้เขาต้องรีบตะเกียกตะกายว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำทะเล 




ทว่าความลึกใต้มหาสมุทรนั้นมากเกินกว่าที่คาด แม้แต่สำหรับเทพอย่างเขาก็ตาม ลมหายใจเฮือกสุดท้ายหลุดออกมากลายเป็นฟองอากาศพร้อมกับเรี่ยวแรงที่เหลือ




สายตาสบมองกับบุตรเจ้าสมุทรที่ว่ายน้ำวนเวียนอยู่โดยรอบ สีหน้าเรียบเฉยนั่นทำให้เขานึกอิจฉาอีกฝ่ายที่สามารถหายใจในน้ำได้ รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นก่อนที่ฝ่ามือนั่นจะเอื้อมมือมาคว้าเสื้อของเขา



ริมฝีปากหยักบดเบียดเข้ามาพร้อมปลายลิ้นร้อน รสชาติเฝื่อนขมถาโถมเข้ามาพร้อมกับอะไรบางอย่างในปาก สัมผัสเร่าร้อนดุนดันบังคับให้เขากลืนสิ่งนั้นลงไป



อูจินผละริมฝีปากออกก่อนจะคว้ามือเขาเข้าไปใกล้ตัว ร่างกายปราดเปรียวว่ายน้ำอย่างคล่องแคล่วพาเขากลับลงไปใต้ทะเลลึกอีกครั้ง





จีฮุนทรุดลงกับพื้นเมื่อเข้ามาภายในปราสาทหิน หอบหายใจหลังจากหมดแรงไปกับการว่ายน้ำทว่าตอนนี้กลับไม่รู้สึกเหนื่อยอย่างที่คิด





"ค่อยๆ หายใจก็ได้ ไข่มุกที่กินไปออกฤทธิ์ได้ตั้งห้าชั่วโมง" 



เสียงพึมพำของอีกคนทำให้เขานึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังหายใจได้เป็นปกติ 



"ข้ายังไม่อยากให้ใครมาสิ้นใจตายแถวนี้" จีฮุนยิ้มกว้างพลางมองแผ่นหลังของอูจินที่เดินหายไปอีกห้องหนึ่ง



บุตรเทพวายุรีบสาวเท้าเดินตามไปก่อนจะหยุดหายใจอีกครั้งเมื่อพบอีกคนนั่งไขว่ห้างอยู่บนบัลลังก์หิน ดวงตาคมเรียวจ้องตรงมาทางเขา ริมฝีปากสีระเรื่อดูเย้ายวน และอาภรณ์ผืนบางที่มองทะลุไปไหนต่อไหน



"ปกติเจ้าแต่งกายเช่นนี้หรือ?" คำถามที่หลุดออกมาทำเอาคนฟังขมวดคิ้ว



"เฉพาะ.."



"หากข้าเห็นเจ้าสวมชุดนี้ขึ้นมาบนฝั่ง ข้าจะเรียกพายุทรายพัดใส่เจ้า" 



อูจินกัดริมฝีปากเก็บคำพูดในทันทีเมื่อเห็นท่าทีจริงจังของเขา 



"รีบว่าธุระของเจ้าให้เสร็จ จะได้รีบกลับ" 



"เหตุใดเจ้าต้องผลักไสข้า?" น้ำเสียงขึงขังทำให้คนฟังนั่งนิ่ง โทสะเริ่มผุดขึ้นมาเล็กน้อยเมื่ออีกคนออกปากไล่ทั้งที่เพิ่งจะช่วยเขาด้วยจุมพิตแสนร้ายกาจ



"ตอบมาอูจิน! เหตุใดต้องหนีหน้า แสร้งเป็นไม่รู้จักข้า ทั้งที่เราลึกซึ้งกันขนาดนั้น" จีฮุนเดินตรงเข้าไปหาคนบนบัลลังก์อย่างไม่เกรงกลัว 









"เจ้าหลอกข้าจีฮุน"



"หากเรื่องที่ข้าปลอมเป็นมนุษย์เข้าหาเจ้า ข้ารู้ว่าผิด แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าเจ้ามีเชื้อสายเทพเช่นกัน" 



"แต่เจ้าไม่ใช่แค่บุตรแห่งเทพวายุ.." อีกฝ่ายจ้องเขาเขม็ง "เจ้ามีเชื้อสายเทพอัคคีด้วย"



วาจาที่จะโตเแย้งเป็นอันต้องยุติ ความลับเรื่องเชื้อสายฝั่งมารดาที่แม้แต่ญาติสนิทอย่างซองอุนยังไม่รู้ได้ถูกเปิดเผย 



"รู้ได้อย่างไร?"



"เจ้าคงไม่รู้ตัวว่าความรุ่มร้อนในคืนนั้นไม่ใช่แค่กามอารมณ์อย่างเดียว.." ใบหน้าซับสีระเรื่อขึ้นเล็กน้อย "แต่เป็นเพราะพลังของเจ้าด้วย" 



"เช่นนั้นเราไม่ควรรู้จักกันอีก น้ำกับไฟไม่อาจอยู่คู่กัน.."



"แต่ว่า.."



"อย่านึกว่าข้าไม่รู้เรื่องที่เจ้าเฝ้าดูข้าอยู่ สายลมที่อบอวลด้วยไอร้อนจากผืนทรายทำให้ข้ารู้"



"หากเจ้าสังเกตสักนิดจะเห็นภายพื้นเบื้องล่างนี่เงียบเหงาและมืดมิดจนแทบจะไร้ซึ่งมีชีวิต นั่นก็เพราะเจ้าพัดพาเอากระแสน้ำอุ่นตะวันตกมาที่นี่"



"ระบบนิเวศผันเปลี่ยนตามกระแสน้ำอุ่น เหล่าบริวารของข้าล้มตายไปมากในขณะที่เจ้า.."



น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาอาบแก้ม จีฮุนหมายจะเอื้อมมือไปปาดน้ำตาให้แต่ถูกสายตาดุดันปรามเขาไว้








"ขอโทษ.." 



"ข้าผิดเองที่ลืมคิดไปว่าแม้แต่ทวยเทพก็มิอาจเอาชนะธรรมชาติได้ แต่ข้าก็มิอาจห้ามใจตนเองได้เช่นกัน"






สองสายตาสบมองกันโดยไร้คำพูดใดจะเอื้อนเอ่ย จนบุตรเจ้าสมุทรจำต้องลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับอีกคนเพื่อทำลายความเงียบงันในห้องโถงนั้น



"ข้าจะให้บริวารของข้าไปส่งท่าน เชิญ" 



อูจินกล่าวตัดบทก่อนจะเดินนำออกไป ทว่าจีฮุนคว้ามือของอีกฝ่ายไว้ อุณหภูมิร้อนรุ่มผิดกับผืนน้ำเย็นทำให้เขาต้องดึงอีกคนให้กลับมายืนตรงหน้า



"เจ้าป่วยหนักจนสีผมซีดเซียวเพียงนี้เลยหรือ?" 



จุมพิตหนักแน่นบนหน้าผากทำให้คนผิวแทนยืนนิ่ง สายตาที่สบมองกันเลื่อนลงมองพื้น 



"ข้าขอโทษ" 



สัมผัสเน้นย้ำเลื่อนลงมาประทับบนพวงแก้มในขณะที่มือก็ไม่คลายออกจากฝ่ามืออุ่นร้อน 



ริมฝีปากเลื่อนลงมาแนบสนิทกับฝีปากหอมหวานที่เขาเฝ้าคิดถึง จีฮุนดึงจังหวะเชื่องช้าเนิบนาบจนอูจินยอมเปิดช่องทางรุกล้ำให้ตักตวงรสชาติหวานหอม



เสียงครางดังขึ้นเมื่อฝ่ามือเริ่มลุกลามไปตามอาภรณ์ผืนบาง หยอกล้อกับทุกส่วนบนร่างกายที่เขารู้ว่าอ่อนไหวสำหรับอีกฝ่าย



มือบางสอดเข้าที่เรือนผมของจีฮุนก่อนจะเป็นฝ่ายควบคุมองศาที่เหมาะสมสำหรับจูบแสนดูดดื่มนี้ ปล่อยให้เสื้อนอกถูกปลดออกอย่างหมิ่นเหม่









บุตรเจ้าสมุทรถูกดันให้นั่งลงบนบัลลังก์หินก่อนจะทาบทับด้วยร่างของเขา แผงอกสีแทนถูกตีตราจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่างเช่นเดียวกับเขาที่ไร้อาภรณ์ท่อนบนเพราะถูกอีกคนฉีกทึ้งออก



"เจ้าบอกว่าไข่มุกนั่นมีฤทธิ์แค่ห้าชั่วโมงใช่หรือไม่?" 



"ใช่ ถามทำมะ.. อ๊ะ.."



"งั้นข้าคงต้องขอเพิ่ม แค่ห้าชั่วโมงมันไม่พอ อ๊ะ อย่ากัดข้าสิ" 



"แค่นี้เจ้ายังไม่สำนึกอีกหรือว่าเจ้าไม่ควรแม้แต่จะมาที่นี่น่ะ" 



"แต่ข้ายังอยากจะพบเจ้าอีก"







มือที่กำลังสัมผัสส่วนที่อ่อนไหวที่สุดหยุดชะงักลง คนที่กำลังเคลิบเคลิ้มถึงกับขมวดคิ้วก่อนจะพบว่าตนเองอยู่ในท่าทางที่ล่อแหลมเพียงใด

ความอุ่นจากแผ่นอกกว้างเปล่าเปลือยกำลังกอดรัดเจ้าถิ่นที่เสื้อผ้ายังอยู่ครบถ้วน เว้นเสียแต่ท่อนล่างที่กำลังจะถูกล่วงล้ำ







"เจ้าไม่อยากเจอข้าอีกหรือ?" จีฮุนถามพลางรุกล้ำเข้าไปแตะต้องสะโพกและช่องทางด้านหลังเรียกเสียงครางอื้ออึงที่ดังอยู่ข้างหู



"ข้าขอสั่งห้ามไม่ให้เจ้ามาวุ่นวายในแถบนี้อีก" 



"อูจินนา.."



"..ไว้ข้าเบื่อเมื่อไหร่ ค่อยแวะไปเยือนทะเลทรายบ้างก็ได้" 






พูดจบ ร่างของอูจินถูกยกขึ้นให้มาคร่อมตักเขาแทน ดวงตาเรียวมองมาอย่างไม่พอใจที่มีคนกล้านั่งลงบนที่นั่งของตัวเอง



"อย่ามองเช่นนั้นสิ ยังไงข้าก็ให้เจ้าอยู่ข้างบนนะ"



จีฮุนดึงอูจินลงมารับจุมพิตพร้อมกับรุกล้ำด้านหลังหนักหน่วงจนอีกคนตัวสั่นเทิ้ม เสียงครางเคล้าคลอกันดังก้องไปทั่วห้องโถง



มือหนาวนเวียนแถวเอวและสะโพกคนผิวแทนก่อนจะหลอมรวมกายเข้าด้วยกันจนแทบไร้ช่องว่าง เขาสวนกายเข้าหาอีกคนอย่างไม่ออมแรงจนอูจินแทบลอย



ฟันเขี้ยวกัดลงบนลำคอเต็มแรงจนหยาดเลือดไหลเป็นทาง ผิวแทนเองเต็มไปด้วยรอยช้ำหลากสีทั้งจากมือและริมฝีปาก 



จีฮุนลอบมองหน้าต่างที่เปิดกว้างจนเห็นผืนน้ำสีครามเข้มพร้อมฝูงปลาแหวกว่ายสลับกับร่างบนตักที่กำลังขยับเข้าหาเขาเต็มแรงก่อนจะหลุดยิ้มออกมา





อยากรู้เสียจริงว่าเขาจะได้กินไข่มุกต่ออีกกี่เม็ดกัน.. 



................
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

112 ความคิดเห็น

  1. #70 คิดถึงฮุนอูจัง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 00:26

    กิ้ดดดด เเซ่บอ่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆบรรยายเริสมากกกกกกตอนเเรกงงๆตอนพอฉากนั้นปึ้บคือเห็นภาพต่างๆชัดเจนมาก555555555

    #70
    0
  2. #39 lemontea96 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 02:51
    เทพวายุนี่เป็นเทพตัวร้ายมากเรยนะ ป่วนธรรมชาติจนผมน้องซีดละยังจะมา... มันแบ่บบบะลั่กอั่กๆมากค่ะ แง้ เขินอ่ะ
    #39
    0
  3. #30 be your light (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:29
    มหาสมุทรจะแห้งเพราะเจ้านี่แหละจีฮุน
    #30
    0
  4. #15 MMXIX (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:27
    ชอบอ่ะ พล็อตดี ภาษาดี อยากอ่านต่อเลยค่ะ นึกภาพท่านเทพจีฮุนคือจะเปงลมแล้ว
    #15
    0
  5. #14 B a c k b i t e r (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 20:10
    บะลั่กๆๆบั่กๆมากค่ะ ฮือออ ชอบแนวนี้มากๆๆๆๆ
    #14
    0
  6. #11 Summxx (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 19:43
    แงงงง เขียนดีเขียนเก่งมากๆค่ะ(เเละเราก็หน้าร้อนมากๆ;-;) ชอบเเนวเทพเจ้ามากๆเลยค่ะ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากอ่านตอนที่น้องไปเยือนทะเลทรายบ้าง ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ
    #11
    0
  7. #10 TodayPepe (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 17:55
    แอแงงง ชอบมากเลยค่ะ เขียนต่อได้มั้ยคะ อยากอ่านงานคุณจังเลย;/////;)
    #10
    0
  8. #9 Ppnrrx (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 09:59
    มายก้อชชชชชช แงงเขียนต่อได้มั้ยยคะ อินแรง หืดหาด;__________;
    #9
    0
  9. #8 WeiVieW (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 00:45
    อมก หน้าร้อนที่ไม่ใช่ฤดู;;---;;
    #8
    0
  10. #6 TodayPepe (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 22:27
    กี้ดดดดด แงงงงงง แม่เจ้าาา ;//////;
    #6
    0
  11. #5 Seobi_LoveYOU (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 22:23
    ฮอตยิ่งกว่าทะเลทรายทั้งคู่เลย เทพ2คนนี้เค้าจีบกันค่ะแม่

    เขียนบรรยายดีมากเลยค่ะ ชอบมากกก
    #5
    0
  12. #4 unitboyy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 20:44
    เป็นลมมมมมมดห้นดบร้ยบวฃวงลฃ
    ชอบฟิคแฟนตาซีมากกกกกก คือดีย์!!!
    #4
    0