คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย FFXV: SOMNUS [Gladio x Prompto] FFXV: SOMNUS [Gladio x Prompto] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
"SOMNUS"
Gladiolus x Prompto








มีพาร์ทสองแล้วนะคะ >>>> SOMNUS II



ฟิคเมากาวเมาสเตย์คลีนที่แต่งสด ลงสด เบลอสด อาจมีความมึนงง แต่อยากลงค่ะ 55+
รอบนี้อยากได้อารมณ์แบบเกลียดมาก แต่รักมาก แต่แต่งไปแต่งมาเข้าสู่โหมดดราม่าเฉย ฮ่าาา
Inspired by "Somnus" FFXV Soundtrack ค่ะ เลยออกมาอารมณ์นี้ซะงั้น






หวังว่าคนที่ได้อ่านจะชอบนะคะ






cr.sqw

เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 ก.ค. 60 / 17:19


ร่างของเหล่าทหารคิงส์เกลฟส์กระเด็นด้วยแรงระเบิดมหาศาล พื้นดินสั่นสะเทือนรุนแรงจนกลาดิโอลัสที่ยืนห่างออกไปสัมผัสได้ โลหิตสาดกระเซ็นราวกับหยาดฝนชโลมกายพวกองครักษ์จนท่วม ทหารที่ตั้งหลักรออยู่ด้านนอกต่างจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความตกใจ



                ทหารองครักษ์คิงส์เกลฟส์

                ทหารหน่วยพิเศษที่มีความแข็งแกร่งไร้เทียมทาน ด้วยพลังเวทย์จากราชันย์แห่งอาณาจักรลูซิส
                ทหารผู้จงรักภักดี และไม่เคยพ่ายแพ้


                จนกระทั่งวันนี้..



 

                ร่างของใครบางคนยืนหันหลังอยู่ท่ามกลางสมรภูมิเลือด ผ้าคลุมสีขาวเปื้อนไปด้วยเลือดแดงฉาน มือทั้งสองข้างถือปืนสีเงินอันใหญ่ที่กำลังพ่นไอความร้อนออกมา ผมสีบลอนด์พลิ้วตามลมเมื่อเจ้าตัวหันมามองพวกเขาด้วยหางตา ชุดเครื่องแบบทหารชั้นสูงสีขาวปรากฏชัดเจนต่อหน้าทุกคน


                “นิฟเฟลไฮม์!!


                ชื่อของอาณาจักรที่ล่มสลายไปแล้วหลังสงครามถูกเอ่ยขึ้น ราชาเรจิสได้กวาดล้างทุกชีวิตของนิฟเฟลไฮม์จนกลายเป็นพื้นที่รกร้าง ไม่เหลือแม้แต่ต้นหญ้าสักต้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นคนจากฝั่งตรงข้ามมายืนอยู่แบบนี้


                ใบหน้าเรียวพร้อมนัยน์ตาสีสวย รอยกระใต้ตาอันเป็นเอกลักษณ์ ผมบลอนด์ที่ดูยาวขึ้นกว่าที่เคยของเป้าหมายทำให้หัวหน้าคิงส์เกลฟส์เบิกตากว้าง ทหารอีกกลุ่มรีบตรงเข้าไปตามแผนที่ได้วางเอาไว้โดยใช้การวาร์ปและโจมตีต่อเนื่อง ชายผมบลอนด์แสยะยิ้มก่อนจะเหนี่ยวไก


                อาวุธหลากหลายชนิดที่เกิดจากการใช้เวทย์ไม่สามารถทำอันตรายคนๆ นี้ได้เลย ชายหนุ่มสามารถหลบหลีกการโจมตีได้ทั้งหมดแม้จะช้ากว่าพวกคิงส์เกลฟส์อยู่หลายขุม แต่ทักษะการยิงปืนนั้นรวดเร็วจนแทบมองไม่ทัน ผ้าคลุมปลิวไสวไปตามจังหวะการเคลื่อนไหวราวกับกำลังเต้นรำ ทุกท่วงท่าดูงดงามและน่าเกรงขามจนทุกคนเริ่มหวาดหวั่น


                คิงส์เกลฟส์คนสุดท้ายในกลุ่มยืนประจันหน้ากับเป้าหมายหลังจากคนอื่นถูกกำจัดไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความหวาดกลัวทำให้การเคลื่อนไหวของเขาช้าลงจนอีกคนตามทัน ชายผมบลอนด์คว้าคอเสื้ออีกฝ่ายแล้วดึงเข้ามาใกล้ตัว มืออีกข้างยัดปากกระบอกปืนใส่ปากศัตรู


                กลาดิโอ้รู้สึกตกใจจนเผลอยกมือห้ามอีกฝ่ายจากระยะไกล ดวงตาคู่นั้นเหลือบมองมาที่เขาราวกับจะเยาะเย้ย นิ้วเรียวเหนี่ยวไกและยิงเข้าทันทีโดยไม่รอช้า ศีรษะของทหารคนนั้นถูกเป่ากระจุยต่อหน้าคนที่ดูอยู่โดยไม่มีใครช่วยอะไรได้เลย คนยิงยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะเลียคราบเลือดที่กระเด็นมาติดตรงมุมปากพอดี สายตาเย้ยหยันถูกส่งมาที่เขาอีกครั้ง



                “พรอมพ์โต้!!

..............




                “จะได้ไปเที่ยวกับนอคแล้ว ตื่นเต้นจังเลยน้า”


            เสียงพึมพำอย่างอารมณ์ดีทำให้ชายหนุ่มต้องหันหลังกลับมามอง พรอมพ์โต้นั่งอยู่ที่ขอบหน้าต่างพลางแกว่งขาไปมา ใบหน้าเรียวยิ้มแย้มด้วยความสุขล้นโดยไม่คิดจะปกปิด กลาดิโอ้อมยิ้มตามก่อนจะหยิบดาบคู่ใจมาตรวจสอบสภาพการใช้งานก่อนที่จะได้ลงสนามจริง


            “นายจะเอาดาบนั่นไปด้วยเหรอกลาดิโอ้?” หนุ่มหัวบลอนด์ถาม


            “แหงสิ ข้างนอกลูซิสเต็มไปด้วยอันตราย ต้องพกอาวุธอยู่แล้ว”


            “เห?? แล้วอิกนิสล่ะ?”


            “หมอนั่นดูแลตัวเองได้สบายมาก ว่าแต่นายเถอะ เตรียมตัวพร้อมหรือยัง? จะเอาอะไรไปมั่ง?”


            คำถามของกลาดิโอลัสทำให้คนฟังเริ่มคอตก นั่งมองบรรดาของมีคมและอุปกรณ์ที่คนตัวโตกำลังจัดเตรียมแล้ว ช่างเทียบไม่ได้กับข้าวของของตัวเอง


            “ก็มีกล้องถ่ายรูป..”



            พรืดดด..



            องครักษ์หนุ่มกลั้นขำไม่ไหวอีกต่อไปเมื่อเห็นพรอมพ์โต้ตอบด้วยท่าทางเหงาหงอย ดูเหมือนหนุ่มน้อยคนนี้จะยังไม่เข้าใจโลกภายนอกที่กำลังรออยู่เลยสักนิด คงคิดว่าจะได้ไปเที่ยวกับเจ้าชายนอคทิสจนกว่าจะถึงอัลทีเชียแบบชิลๆ เหรอไงกัน กลาดิโอ้ละมือจากสิ่งที่ทำอยู่มายืนต่อหน้าคนโลกสวยเพื่อพูดคุยอย่างจริงจัง และอยากจะมองใบหน้าที่แสดงความรู้สึกซื่อตรงแบบนั้นให้ชัดขึ้น


            “ข้างนอกลูซิสมีมอนสเตอร์ดุร้ายและทหารจักรวรรดิแอบซ่อนอยู่มากมาย ฉันกับอิกนิสจึงต้องไปด้วยเพื่อคุ้มกันนอคทิสให้ปลอดภัย..”


            “..มันไม่ผิดหรอกที่นายจะไปกับนอคในฐานะเพื่อน แต่ถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นมากล้องถ่ายรูปของนายจะช่วยได้มั้ย?”


            ดวงตาเรียวฉายแววผิดหวังเมื่อฟังจบ หนุ่มน้อยถอนหายใจเฮือกใหญ่ กลาดิโอ้พูดถูก แม้เขาจะอยากติดตามนอคไปทุกที่ แต่คงจะเป็นได้แค่ตัวถ่วงเพราะเขาต่อสู้อะไรก็ไม่เป็น มีดีแค่ทำตัวเฮฮาร่าเริงไปวันๆ ช่วยเหลือใครไม่ได้เลย..


            “จริงๆ มันก็มีทางอยู่นะ..” อิกนิสเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย พรอมพ์โต้หูผึ่งทันที


            “กว่าจะเดินทางก็อีกตั้งหนึ่งเดือน ระหว่างนี้นายก็ฝึกการต่อสู้ซะสิ”


            “ได้เหรอ??” คนถามทำตาโตส่งประกายวิบวับราวกับลูกสุนัขได้กลิ่นขนม


            “อืม แต่ด้วยเวลาจำกัด นายคงฝึกอาวุธได้แค่อย่างเดียวล่ะนะ” ราชเลขายืนครุ่นคิด


            “อืมมม....” หนุ่มผมบลอนด์ก็ช่วยคิดด้วย


            “ปืนไง..” กลาดิโอลัสเสนอ “ใช้เวลาฝึกไม่นาน สามารถโจมตีจากระยะไกล ไม่ต้องลุยแนวหน้า เจ็บตัวน้อยหน่อย”


            “กลาดิโอ้..” คนหน้าหวานยิ้มกว้างให้กับไอเดียนี้ เขาชอบมันมาก แถมท่ายิงปืนยังดูเท่สุดๆ อีกด้วย


            “แต่คนในลูซิสไม่นิยมใช้ปืน..”


            “เอาเถอะอิกนิส นี่ก็แค่เฉพาะกิจน่ะ ไม่เป็นไรหรอก”

 




                ไม่เป็นไรบ้าอะไรล่ะ!!

                ฉันให้นายใช้ปืนเพื่อปกป้องตัวเอง..

                ไม่ใช่ย้อนกลับมาทำร้ายกันแบบนี้สักหน่อย!!






 

                “เอาเลยสิ”


                น้ำเสียงนิ่งเรียบของอาร์เจนทัมกล่าวท้าทาย ร่างอันใหญ่โตยืนอยู่ต่อหน้าคนตัวเล็กที่นอนหมอบอยู่กับพื้น ร่องรอยฟกช้ำปรากฏเด่นชัดทั่วร่างกายจนดูน่าสงสาร แต่หากคิดถึงสิ่งที่ชายคนนี้ทำลงไป ก็สาสมแล้วที่ต้องถูกกักขังในสถานที่แบบนี้


                หลังจากการพบกันแบบเซอร์ไพรส์ในสนามรบ กลาดิโอลัสไม่ลังเลที่จะยับยั้งกระสุนของอีกคนด้วยพละกำลังของตนเอง น่าแปลกที่พรอมพ์โต้ อาร์เจนทัมสามารถสู้มือเปล่าในระยะประชิดกับเขาได้อย่างสูสีทั้งทีเป็นแค่เด็กผอมแห้ง ใช้เวลาไม่นานนักกว่าเจ้าตัวจะหมดแรงและยอมจำนนโดยง่าย


                “อะไร?” เสียงเข้มเอ่ยถาม


                “ฆ่าฉันซะ..”


                กลาดิโอ้คว้าลำคอขาวซีดของคนเจ็บขึ้นมาด้วยมือเพียงข้างเดียว ร่างบางลอยขึ้นตามแรงดึงโดยไม่อาจขัดขืน โซ่เหล็กเส้นใหญ่ที่พันธนาการมือของพรอมพ์โต้ไว้ข้างหลังส่งเสียงดังยามที่กระทบกัน นัยน์ตาราชสีห์ของคนตัวโตเต็มไปด้วยไฟโทสะที่ลุกโชติช่วง ในทางกลับกันดวงตาสีแซฟไฟร์คู่นั้นมองกลับมาอย่างเยือกเย็น


                “หายไปไหนมา”


                ร่างสูงถามพลางลดมือของตนลงเพื่อให้อีกคนได้ยืนง่ายๆ ใบหน้าซีดแดงจัดเพราะขาดอากาศหายใจไปชั่วขณะ คนผมบลอนด์ชะงักไปชั่วครู่ แต่ก็ยังไม่ยอมละสายตาจากคนตรงหน้าไปแม้วินาทีเดียว


                “นอคทิสกับอิกนิสล่ะ?”


                “นอคกำลังเจรจาเรื่องนายกับราชาเรจิส ส่วนอิกกี้กำลังไปสืบเรื่องของนายอยู่..” ชายหนุ่มถอนหายใจ


                “ทีนี้นายก็บอกมา..นายหายไปไหนมาตอนเกิดการปะทะในวันเซ็นสนธิสัญญาน่ะ”


                “...” พรอมพ์โต้ส่ายหน้าก่อนจะจ้องมองลายสักน่าเกรงขามที่โผล่พ้นแขนเสื้อของอีกคน


                “แล้วทำไมต้องฆ่าพวกคิงส์เกลฟ์ด้วย?”


                “ขอโทษ..” ร่างบางหลบสายตาลงต่ำ แต่นั่นกลับทำให้กลาดิโอ้โมโหยิ่งกว่าเก่า


                “นี่เป็นวิธีที่เร็วที่สุดที่จะได้พบนาย”


                “ถึงกับต้องคร่าชีวิตพวกพ้องของฉันเลยเรอะ!!” ชายหนุ่มขึ้มเสียง มือกระชากเสื้ออีกฝ่ายจนขาด เผยให้เห็นบาดแผลสาหัสตามร่างกายซึ่งไม่ได้มาจากฝีมือทหารของเขาแน่


                “เกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่!! จู่ๆ นายก็กลับมา ทั้งๆ ที่ฉันคิดว่านายตายไปแล้ว!! แล้วนายก็ยัง..” กลาดิโอลัสตะคอกสุดเสียงเพราะไม่อาจทนความว่าวุ้นในจิตใจได้อีกต่อไป เขาเสียใจเมื่อต้องเสียพวกพ้องที่เป็นเสมือนครอบครัวไป แต่ก็ยิ่งเสียใจเมื่อคนที่พรากพวกนั้นไปคือคนรักที่เขาคิดว่าถูกความตายพรากไปแล้ว


                “ฉันยอมตาย เพื่อจะได้พบนายอีกครั้ง กลาดิโอลัส”


                คำพูดจริงจังและเรียบง่ายทำให้คนฟังหน้าขึ้นสีอย่างห้ามไม่ได้ ดวงตาเรียวมองตรงมาทางเขาเพื่อสื่อความหมาย กลาดิโอ้ประหลาดใจในความผิดปกตินี้


                “..ต่อให้นายจะเกลียดฉันมากแค่ไหน ฉันก็ยังอยากพบนาย รวมถึงทุกคนด้วย” พรอมพ์โต้ยิ้มเศร้า


                “พรอมพ์..”



                มือหน้าเข้าประคองใบหน้าเรียวก่อนจะบดเบียดริมฝีปากของตนเข้ากับอีกคน ปลายลิ้นเหย้าหยอกกันอย่างนุ่มนวลช่วยสื่อความรู้สึกที่จางหายให้ชัดเจน หัวใจที่สลายเป็นผุยผงกลับก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งสองประสานสายตากันอย่างโหยหา เหมือนวันแรกที่พวกเขาได้ก้าวข้ามผ่านเส้นความเป็นเพื่อน


                องครักษ์หนุ่มเคยไม่เป็นตัวของตัวเองในตอนที่เจอพรอมพ์โต้ครั้งแรก หนุ่มน้อยที่ละจากการวิ่งออกกำลังกายมาแวะถ่ายรูปสุนัขแถวนั้นด้วยท่าทางร่าเริง ผมสีบลอนด์ชวนมองทำให้เขาใจเต้นได้เสมอ จนมีโอกาสได้คุยกัน ถึงได้รู้ว่าหมอนี่อยู่โรงเรียนเดียวกับนอคทิส และกำลังพยายามลดน้ำหนักเพื่อจะทำความรู้จักเจ้าชาย แม้จะเป็นความคิดที่น่าขัน แต่ก็น่ารักอยู่ไม่น้อย


                จนเมื่อพรอมพ์โต้ได้เป็นเพื่อนกับนอคทิส จึงมีโอกาสได้เจอกันมากขึ้น แม้ว่าอีกคนจะเอาแต่ถามหาเจ้าชาย แต่ในใจกลับมีความรู้สึกแบบเดียวกัน สายสัมพันธ์ที่ต้องพยายามปกปิดไม่ให้นอคทิสและอิกนิสรู้ช่างยากลำบาก แต่ก็ควรค่าและหอมหวานที่ได้เป็นเจ้าของรอยยิ้มนั่นเพียงผู้เดียว


                เขาเกือบจะลืมมันได้แล้ว หลังจากที่ทุกคนขอให้เขาล้มเลิกการตามหาตัวพรอมพ์โต้เมื่อสงครามสิ้นสุด ตอนนั้นนอคทิสและอิกนิสรับรู้และเห็นใจเขา เพียงแต่หน้าที่ของการเป็นโล่ราชันย์ทำให้เขาจำต้องสลัดความรู้สึกส่วนตัวทิ้งไป และมีสายตาไว้เพื่อมองเจ้าชายเพียงผู้เดียว


                ไม่นึกฝันว่าจะได้มองดวงตาสีแบบนี้อีกครา..





                “รัก..” กลาดิโอลัสเบิกตากว้าง


                “พรอมพ์..”


                “ขอร้อง..อย่าเสียใจในสิ่งที่ฉันจะทำเลยนะ” ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มจนคนมองแทบเคลิ้ม


                ทันใดนั้นประตูห้องขังก็ถูกเปิดออก ทหารคราวน์การ์ดสี่คนเดินเข้ามาตามด้วยชายวัยกลางคนที่กลาดิโอลัสรู้จักดี คอร์ อดีตหัวหน้าคิงส์เกลฟ์ คนตัวเล็กตีสีหน้าเข้มผิดกับเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัด


                “ราชาเรจิสต้องการให้พรอมพ์โต้เข้าเฝ้า นายจะตามมาด้วยก็ได้นะ”


                ร่างเล็กถูกประกบโดยทหารคราวน์การ์ดพร้อมอาวุธครบมือ กลาดิโอ้เดินตามหลังด้วยความเป็นห่วง อิกนิสเดินเข้ามาสมทบระหว่างทาง สีหน้าเคร่งเครียดของเพื่อนทำให้หนุ่มแว่นต้องคอยตบไหล่ให้กำลังใจ



                “นายสืบได้ข่าวอะไรมาบ้างหรือเปล่า?”


                “ไม่เลย ไร้เบาะแสสุดๆ แล้วพรอมพ์โต้พูดไรกับนายบ้างหรือเปล่า” อิกนิสถามกลับ คนตัวโตส่ายหน้า


                ณ ท้องพระโรงอันใหญ่โตหรูรา ร่างของราชาเรจิสนั่งอยู่บนบัลลังก์ดูสง่างาม ตรงหน้ามีเจ้าชายนอคทิสยืนอยู่ไม่ห่าง บทสนทนาชวนอึดอัดได้ยินแว่วมาแต่ไกล แต่ก็เงียบไปเมื่อเห็นตัวการถูกพาตัวมาตามคำสั่ง หนุ่มผมบลอนด์ถูกปลดออกจากพันธนาการเมื่อมาถึงที่ องค์ราชันย์จ้องมองบุตรชายให้ถอยห่างโดยมีคอร์เป็นคนเชิญเสด็จ


                นอคทิส อิกนิส และกลาดิโอลัสถูกบังคับให้ยืนจนเกือบชิดประตูทางเข้า โดยทิ้งพรอมพ์โต้ไว้กลางห้องโถงพร้อมเหล่าทหาร ไม่นานพวกคราวน์การ์ดก็ถอยห่างไปยืนอารักขาที่มุมท้องพระโรงแทน ปล่อยให้ราชาเรจิสได้สนทนากับชายหนุ่มเพียงลำพังภายใต้การจับตามองของคอร์


                ทั้งสามพยายามฟังเสียงของทั้งสองคนให้ได้มากที่สุด แม้จะไม่เข้าใจเหตุผลที่ต้องบังคับให้พวกเขาออกห่าง แต่ก็ไม่อาจขัดคำสั่งองค์ราชาได้ ร่างบางคุกเข่าลงเพื่อให้เกียรติบุคคลที่ตนสนทนาด้วย และพูดคุยด้วยท่าทีจริงจัง องค์ชายนอคทิสยืนกำหมัดแน่นอย่างร้อนใจ


                ทั้งสองสนทนากันอยู่นานจนคนรอยิ่งกังวลหนัก จนกระทั่งพรอมพ์โต้ลุกขึ้นยืนแล้วหันกลับมามองสหายทั้งสามคน แววตามุ่งมั่นจริงจังเหมือนตอนอยู่ในสนามรบทำให้กลาดิโอลัสเริ่มหวั่น ยามที่คนรักมีสายตาเช่นนี้ เขาไม่อาจคาดเดาความคิดของอีกคนได้ ทุกอย่างกลายเป็นปริศนาไปหมด


                “ถวายบังคมเจ้าชายนอคทิส..” พรอมพ์โต้กล่าวเสียงดังเพื่อให้คนที่อยู่ไกลได้ยิน ร่างเล็กโค้งคำนับให้เจ้าชายอย่างสง่างามในชุดสีขาวนั่น


                “เจ้าบ้า!!” คำเดียวที่นอคตะโกนกลับไปได้ มือเจ้าชายสั่นอย่างใจหาย ความรู้สึกโหวงผุดขึ้นมาในใจอย่างไม่ทราบสาเหตุ


                คนผมบลอนด์เหลือบมองอิกนิสพร้อมรอยยิ้มแทนคำพูด ราชเลขาสัมผัสมันได้จากระยะไกลจนน้ำตาเอ่อล้นออกมา อิกนิสแสร้งดันแว่นแต่แอบซับน้ำตาของตนไม่ให้คนข้างกายรู้ หนุ่มน้อยในชุดขาวหันหลังกลับโดยไม่แม้แต่จะมองกลาดิโอลัส ดวงใจของคนตัวใหญ่ร่วงหล่นลงกับพื้น ดวงตาจับจ้องแผ่นหลังบอบบางนั่นที่เขาเคยโอบกอดอย่างโหยหา


                ร่างของราชาเรจิสยืนห่างพรอมพ์โต้ออกไปเพียงไม่กี่ก้าวเมื่อเขาหันหลังกลับมา นัยน์ตาสีเดียวกับนอคทิสมองเขาอย่างหนักแน่น หนุ่มน้อยคุกเข่าลงคำนับองค์ราชันอีกครั้งก่อนจะสบตาฝ่าบาทด้วยความมั่นใจ



                “พร้อมหรือยัง อาร์เจนทัม”


                “เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ฝ่าบาท”


 







                แสงสีฟ้าปรากฏขึ้นพร้อมกับดาบราชันย์คู่กายของราชาเรจิส ชายชรากระชับดาบในมือแน่นพร้อมสายตาแน่วแน่ไปยังเป้าหมาย คมของมันฝ่าทะลุร่างชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นทหารชั้นสูงแห่งนิฟเฟลไฮม์ โลหิตค่อยๆ หยดจากปลายดาบลงบนพื้น พรอมพ์โต้ยังคงทรงตัวอยู่ในท่าเดิมแม้ว่าฝ่าบาทจะดึงดาบออกจากตัวเขาแล้ว เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นจากด้านหลังแต่เขาพยายามไม่หันกลับไปมอง


                นอคทิสพยายามจะวาร์ปไปช่วยเพื่อนแต่ก็ไม่ทันการ เมื่อเจอสายตาดุดันของบิดา เขากลับไม่กล้าขยับเขยื้อน ทำให้อิกนิสและกลาดิโอ้ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรต่อ ราชาเรจิสเดินตรงมาหาพวกเขาทั้งที่ยังถือดาบเปื้อนเลือดอยู่ ทั้งสามจำต้องหลบทางให้องค์ราชาเดินจากไป


                เจ้าชายวิ่งเข้าไปหาพรอมพ์โต้ที่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่เช่นเดิม อิกนิสและกลาดิโอลัสตามไปติดๆ คนเจ็บหลับตาพริ้มพร้อมรอยยิ้มแห่งความสุข ทั้งสามมองหน้ากันโดยไร้ซึ่งคำพูดใดจะเอ่ย นอคทิสเอื้อมมือไปแตะไหล่บางอย่างเบามือ ร่างทั้งร่างก็เซลงไปจนกลาดิโอ้ต้องเข้ามาประคอง



                พรอมพ์โต้สิ้นใจแล้ว..





                คอร์ที่ยืนดูอยู่นานก้าวเข้ามาตรงหน้าพวกเขา สายตาไร้อารมณ์นั่นไม่ได้ช่วยให้สามหนุ่มเข้าใจอะไรไปมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ และดูเหมือนจะป่วยการหากจะซักถามผู้ชายคนนี้ กลาดิโอ้ลูบเรือนผมบลอนด์อย่างทะนุถนอม มือหยาบหนาสั่นเทาแต่ใบหน้าของเจ้าตัวกลับนิ่งเฉย


                “ฉันรู้ว่านายเสียใจกลาดิโอ้” อิกนิสเปรย “นอคไม่ถือหรอก”


                ชายหนุ่มมองหน้าเพื่อนรักที่ดูจะเข้าใจเขามากกว่าใคร แต่เขาก็ไม่อาจจะแสดงความรู้สึกอ่อนแอออกมาต่อหน้าเจ้าชายได้อยู่ดี เขาจึงเลือกที่จะกอดร่างบางอยู่เงียบๆ แม้น้ำตาพยายามจะไหลออกมามากแค่ไหนก็ตาม





                หลับซะ..


                ถ้าการนิทรานั้นทำให้นายมีความสุข..


               ฉันจะโอบกอดนายอยู่ตรงนี้เอง..



                ...............


Part II >>>> จิ้ม

ผลงานอื่นๆ ของ MOGURE

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 01:03
    คือว่า...ช่วยสรุปหน่อยได้ไหมครับ คือผมงง แต่เนื้อเรื่องเศร้ามาก
    #4
    0
  2. #3 ต้า
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 22:12
    ตับเราไม่เหลือแล้ววววว

    โคตรเศร้าอะ แง้~~~
    #3
    0
  3. #2 DevilSweet (@DevilSweet) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 18:21
    น้ำตาคลอแล้วววววT^T
    #2
    0
  4. #1 soulpccl (@tsukihikari) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 17:31
    งือออ เศร้า // พายเรืออย่างไว
    #1
    0