รดีซ่านทรวง

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41,533
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 168 ครั้ง
    4 ส.ค. 61

ปัณณวัตรปลดสายมุ้ง เขายกชายมุ้งให้พ้นร่างของหญิงสาวที่ยังหลับอยู่ หลังจากแขวนเหน็บเรียบร้อยแล้ว ก็มาเรียกเธอที่ยังขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม

ตื่นได้แล้ว”

เขาเรียกอยู่สองสามครั้ง เสียงห้าวเข้าไปในโสตประสาทของหญิงสาวจนร่างบางขยับตัว เธอลืมตาตื่นขึ้นมามองเขา แล้วก็ยันกายขึ้นมาเป็นนั่ง พลางกะพริบตาปริบๆ ไล่ความง่วงงุน

ล้างหน้าล้างตา พระมาบิณฑบาตหกโมงครึ่ง”

เขาพูดแล้วเดินออกไป เธอจึงลุกขึ้นจากที่นอน แล้วก็ไปยังที่กระเป๋าสัมภาระ เพื่อหยิบครีมล้างหน้า แปรงสีฟัน และยาสีฟัน เมื่อออกมายืนอยู่ที่โถงกลางบ้าน ร่างสูงกำยำยืนอยู่ในครัว เขากำลังตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่ขัน และวางถุงกับข้าวลงในตะกร้าสาน

เธอรู้สึกผิด เพราะมาที่นี่เพื่อมาทำหน้าที่แม่บ้านให้กับเขา แต่เขากลับเป็นคนทำอาหารให้เธอกิน และตื่นมาแต่เช้าตรู่ เพื่อทำอาหารใส่บาตรพระอีก แต่ก็ไม่ได้พูดขอโทษอะไร หลังจากออกมาจากห้องน้ำ เขาสวมเสื้อผ้าชุดใหม่แล้ว จากกางเกงขาสั้นกับเสื้อกล้าม กลายเป็นกางเกงยีนส์กับเสื้อยืดและทับด้วยเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตตัวเมื่อวาน อนงค์นางจึงคิดเปลี่ยนเสื้อผ้าบ้าง เพราะไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว วันนี้เปรียบเสมือนวันแต่งงานของเธอ จึงหยิบเดรสสีขาวลูกไม้ฉลุขึ้นมาสวม แต่งหน้านิด ด้วยการหยิบลิปสติกสีชมพูอ่อนมาทาริมฝีปาก จากนั้นก็ออกมาหาเขาที่ด้านนอก

ปัณณวัตรเห็นเธอแล้วไม่พูดอะไร แต่รู้สึกพอใจอยู่ไม่น้อย เขาหยิบตะกร้าสานที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นถือ แล้วก็เดินนำออกไปก่อน มีเธอเดินตามหลัง แต่แล้วเธอก็ต้องรับตะกร้าสานมาจากมือใหญ่ เมื่อเขาจะใช้จักรยานเป็นพาหนะนำออกไปสู่ถนนสายหลักด้านนอก

อนงค์นางไม่พูดอะไร พอเขาขึ้นนั่งคร่อมเบาะ ก็ขยับขึ้นนั่งซ้อนท้าย แล้วใช้มือหนึ่งยึดชายเสื้อเชิ้ตของเขาเอาไว้ ส่วนอีกมือก็จับหูตะกร้าสานที่ตั้งอยู่บนตัก

ชายหนุ่มขี่จักรยานผ่านสองข้างทางที่เขียวขจีออกไปยังถนนสายหลักที่ตัดผ่านหน้าสวน สายลมเย็นยามเช้าโบกโบยต้องผิวให้ความสดชื่น ปลอดโปร่ง และจิตใจสงบ จนเขาหยุดรถจักรยาน เธอลงมายืนอยู่ที่พื้นถนน เวลานั้นริมถนนมีคนมายืนรอใส่บาตรอยู่ก่อนสามสี่คน ล้วนแต่เป็นคนสูงวัยทั้งนั้น

นี่เหรอเมียเอ็ง”

หญิงชราวัยเจ็ดสิบคนหนึ่งถามเขาขึ้นด้วยความสงสัย เพราะลูกหลานของแกเป็นคนงานในสวนของปัณณวัตร จึงรู้ข่าวอันน่ายินดีนี้ไปด้วย

ครับยาย”

เมียเอ็งสวยดีนะ มีเมียก็ดีแล้ว เพราะว่าเอ็งอายุก็มากแล้ว” ยายชม พลางพินิจมองใบหน้าสะสวยที่ดูเพลินตา

คนถูกมองทำตัวไม่ถูก เพราะยังไม่สนิทกับใคร ทุกอย่างยังแปลกใหม่สำหรับเธอ รวมทั้งสายตาของผู้คนที่มองมา...ไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือว่าเอ็นดู

เมียเอ็งสวยจริงๆ” ยายยังชมไม่ขาดปาก เพราะนานๆ จะมีผู้หญิงหน้าตาดีที่สวมเดรสมายืนอยู่แถวนี้ “รู้จักแต่งตัว ผิวพรรณก็ดี อายุเท่าไหร่เหรอจ๊ะ”

ยี่สิบเจ็ดค่ะ” เธอตอบ

แล้วชื่อล่ะจ๊ะ”

นางค่ะ อนงค์นาง”

ชื่อก็เพราะ เห็นว่ามาแต่งงานกันเพราะแม่สื่อ”

ใช่ครับ” ปัณณวัตรเป็นผู้ตอบ

คนเราอยู่ด้วยกัน เดี๋ยวก็รักกันไปเอง” ยายแนะนำการใช้ชีวิตคู่ เพราะสมัยก่อนก็มีหลายคู่ที่เริ่มต้นใช้ชีวิตด้วยกันแบบนี้ บางคนถูกจับปล้ำทำเมียก่อนก็มี

ครับ”

พระมาแล้ว”

ปัณณวัตรปล่อยให้ผู้สูงวัยใส่บาตรก่อน เมื่อถึงคราวที่เขาและเธอต้องตักข้าวลงไปในบาตรพระ ร่างสูงกำยำขยับเข้าไปใกล้ร่างบาง เขาจับหลังมือของเธอพร้อมๆ กับบอกพระสงฆ์ไปด้วย

วันนี้เป็นวันแต่งงานของเราครับ”

ยินดีด้วยนะโยม”

ขอบคุณครับหลวงพี่”

มือใหญ่หยาบกร้านและไอร้อนจากเรือนร่างของเขา ทำให้ประสาทสัมผัสของหญิงสาวสั่นครั่นคร้าม เธออยากถอยหนี แต่ขาไม่ขยับ เมื่อวางของชิ้นสุดท้ายลงไปในบาตรพระ เขาย่อตัวลงนั่งก่อน เธอจึงย่อตัวนั่งลงตาม ต่างยกมือพนม เพื่อรับศีลรับพรจากพระสงฆ์

ยายชวนคุยอีกครั้งหลังจากที่พระสงฆ์เดินออกไปแล้ว แกยังให้ความสนใจในการที่เขาจะมีเมียสักคน

จะปล่อยให้มีลูกกันเลยหรือเปล่า”

น่าจะมีเลยครับ”

มีเลยก็ดีนะ อย่างเอ็งน่าจะมีตั้งนานแล้ว”

ผมก็คิดอย่างนั้น ถึงได้หาเมียสักคน”

คนที่ต้องยอมรับสภาพของตัวเองให้ได้กำลังนึกหวาดหวั่น ว่าบางทีคืนนี้เขาอาจจะเรียกร้องสิทธิ์การเป็นสามี แล้วยายก็พูดถามขึ้นมาอีก

เห็นว่าเย็นนี้มีงานเลี้ยง”

ใช่ครับ”

ขอไปร่วมงานด้วยนะ จะใส่ซองช่วย”

มาเลยยาย แต่ผมไม่รับซองนะ”

อนงค์นางรู้สึกเหมือนยืนอยู่ในห้องที่ปิดตาย เธอหาทางออกไม่เจอ ตอนนี้ทั้งลังเล สับสน และกลัว แต่แล้วก็ต้องขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายจักรยาน มือหนึ่งจับชายเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตเอาไว้ อีกมือจับหูตะกร้าสาน และดวงตาเหม่อมองออกไปไกลอย่างไร้จุดหมาย พอเขาจอดรถจักรยานที่หน้าบ้าน คนงานเข้ามาคุยเรื่องเก็บผลผลิตที่จะขายวันนี้ เธอรู้สึกว่าเหมือนเป็นส่วนเกิน จึงเดินขึ้นบ้านไปเงียบๆ เวลานั้นคนงานในสวนของปัณณวัตรบางคน ชักสงสัยว่าการแต่งงานของชายหนุ่มในครั้งนี้จะมีความสุขหรือเปล่า เพราะเมียที่ตกลงแต่งงานผ่านแม่สื่อดูเหมือนไม่เต็มใจ แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา นอกจากพูดถึงงานเลี้ยงที่จะมีขึ้นในเย็นวันนี้กันอย่างสนุกสนานรื่นเริง

หลังจากคุยงานจบ ร่างสูงกำยำก้าวขึ้นเรือน ชายหนุ่มพบเธอที่โถงกลางบ้าน เธอพูดถามราวกับกำลังรอเจอเขาอยู่

กินข้าวเลยไหมคะ”

เขาพยักหน้า ขณะนึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่เธอปริปากพูดออกมาก่อน เสียงของเธอนุ่มนวลและอ่อนหวาน ไม่แพ้กิริยาท่าทางของเธอ

เรียกว่านางก็ได้นะคะ”

หญิงสาวกำลังพยายามที่จะก้าวผ่านเหตุการณ์นี้ไปให้ได้ เนื่องจากสัมผัสของเขาไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกขยะแขยง แต่รู้สึกหวาดหวั่นจนสั่นไปหมด ถ้าเทียบกับอีกคน สัมผัสของผู้ชายคนนั้นทำให้เธอขัดเขินและเป็นสุข แต่ก็เท่านั้นแหละ มันกลายเป็นอดีตอันขมขื่นไปแล้ว แล้วเขาก็เดินผ่านเธอไป เมื่อเธอยังไม่ได้ยกสำรับอาหารมาตั้งตรงที่เขาและเธอนั่งกินข้าวด้วยกันเมื่อวาน เธอเดินตาม ก่อนจะช่วยยกจานข้าวออกมาวางเอาไว้ที่ด้านนอก ขณะที่นั่งรับประทานอาหารด้วยกัน สติสตังของเธอหลุดลอย กินข้าวราวกับแมวดม คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าจึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา

มีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น มันเป็นสาเหตุที่ทำให้ตกลงแต่งงานกับผม”

มือที่กำลังใช้ช้อนสั้นเขี่ยข้าวอยู่ชะงัก เขาพูดถูก เป็นคำพูดที่จี้ใจดำจนภายในโพรงอกเจ็บจี๊ดๆ พอเงยหน้าขึ้นสบสายตา เธอก็ยังไม่อธิบายอะไรออกมาให้เขาเข้าใจ ความอึดอัดฉายชัดอยู่บนใบหน้านวล

อยากบอกเมื่อไหร่ก็บอก” ปัณณวัตรไม่เร่งรัด แต่ก็ไม่คิดปล่อยเรื่องนี้ผ่านไป เพราะเธอจะกลายเป็นเมียของเขาทั้งทางพฤตินัยและนิตินัย

ฉัน...” อนงค์นางพูดไม่ออกจริงๆ ทั้งที่ก็อยากพูดมันออกมาเหลือเกิน เธอรู้สึกอับอายและขมขื่น จนขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมา

เรื่องนั้นทำให้คุณกินอะไรไม่ลง และนอนไม่หลับ”

เธอก้มหน้ายอมรับว่าใช่ แผลใจยังสดใหม่นัก พอคิดถึงมันขึ้นมา น้ำตาก็พานจะไหลลงอาบแก้มนวล และใจเจ็บจี๊ดๆ ขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้

อีกไม่นาน...คุณก็จะลืมมัน”

คำปลอบโยนอย่างคาดไม่ถึงหลุดออกมาจากปากของเขา เธอเงยหน้าขึ้นสบสายตาด้วย แต่เขาไม่ได้มองมาที่เธอ ชายหนุ่มให้ความสนใจกับการกินอาหารตรงหน้า แล้วร่างสูงกำยำก็ลุกขึ้นยืน เพราะว่าเขาอิ่มแล้ว

ผู้ชายคนนี้ไม่โง่ เขาพอจะเดาได้ว่าเรื่องอะไรที่เป็นสาเหตุพาเธอมาอยู่ที่นี่ มาเป็นเมียของคนแปลกหน้าอย่างเขา เธอเข้าใจเจตนาของเขาที่ต้องการจะแต่งงาน และเขาก็พยายามที่จะเข้าใจในเจตนาของเธอเช่นกัน

ก่อนที่ปัณณวัตรจะลงจากเรือนเพื่อไปทำงานในสวน เขาหันมาพูดเตือนเธอบางอย่างด้วยความหวังดี แต่สีหน้านิ่งราวกับรูปปั้นจนดูเป็นดุ

คนที่นี่เป็นมิตร นิสัยดีทุกคน”

เธอรับรู้และเข้าใจในคำพูดของเขา ถ้าจะอยู่ที่นี่ ก็ควรจะปรับตัวให้เข้ากันกับพวกเขา สุภาษิตกล่าวเอาไว้ว่า...เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 168 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,872 ความคิดเห็น

  1. #4839 pommys (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 16:47
    แม่สื่อ
    #4,839
    0
  2. #3764 Chariyaiem (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 22:03
    แม่สื่อแบบนี้มีอีกไหม อยากให้หาแบบนี้สักคน 555
    #3,764
    0
  3. #2932 TiwticAmp_90 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 23:14
    เริ่มตกหลุมรักพระเอกแล้วค่ะ
    ถึงจะไม่ได้แต่งเพราะรัก แต่การให้เกียรติโดยการไม่นอกใจเป็นอะไรที่ดีและน่ายกย่องมาก
    #2,932
    0
  4. #2501 m-mix (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 06:57
    สนุกมาก
    #2,501
    0
  5. #731 owlreads (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 04:01
    นางประหยัดคำพูดดีนะ เกือบคิดว่านางใบ้สะแล้ว 5555
    #731
    0
  6. #4 Tar (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:25
    รอคอยมาหลายวันในที่สุดก็ได้แต่งงานแล้ว5555555สงสารนางเอกมาก ชอบมากค่ะสนุกมาก มาบ่อยๆนะเป็นกำลังใจให้ค่ะรอติดตาม
    #4
    0