Developer โปรเจกต์นี้ พัฒนารัก

ตอนที่ 13 : ตอนที่12 คิดถึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 เม.ย. 63

 Developerโปรเจกต์นี้พัฒนารัก

ตอนที่12 คิดถึง

 

"ถ้าไม่รักก็ไม่เป็นไร" เจ้าของผิวขาวตาเรียวพูดเสียงเบาก่อนจะเงียบไป แต่ยังมองสบตากับเขาอยู่ และคำพูดนั้นก็ดังก้องสะท้อนในหัวคนฟังจนกระทั่งดวงตาที่ปิดสนิทเปิดขึ้นอย่างรวดเร็ว...

อ้าว ฝัน

ตกใจแทบแย่ โอ๊ย!

มนุษย์ผิวเข้มที่นั่งค้อมตัวเอาแขนวางบนโต๊ะทำงานแล้วซบหน้าไว้ตั้งแต่มาถึงที่ออฟฟิศเริ่มขยับตัวยุกยิก ปาดน้ำลายที่ติดอยู่มุมปากลวกๆ สะบัดหัวอีกสองทีเรียกสติสตังของตัวเอง ก่อนหันซ้ายหันขวา มองเพื่อนร่วมออฟฟิศที่ทยอยมากันเกือบจะค่อนชั้นแล้ว วันหยุดปีใหม่ตั้งหลายวันผ่านไปไวเหมือนโกหก ตอนนี้ขึ้นปีใหม่มาสี่วันแล้วและวันหยุดของทั้งดิวอี้และทุกคนในออฟฟิศก็หมดแล้วเช่นกัน

ติ้ง!

เสียงเตือนจากโปรแกรมแชทสีฟ้าทำให้ยกมือถือขึ้นมาทันที

Teerawut : กินข้าวเช้ายัง

Teerawut : ตอบช้า ลงมาเลย อยู่ร้านบะหมี่ข้างออฟฟิศ

ใจเต้นโครมครามอีกแล้ว โอ๊ย

ดิวอี้ : อืม

Teerawut : อืมอะไร ลงมาเลยนะ ไม่ได้เจอตั้งนาน

ไอ้บ้า! หน้ากูร้อนหมดแล้ว!

ดิวอี้ : รู้แล้วน่า

เขาจำใจ(?)ลุกขึ้น เอามือถือยัดใส่กระเป๋ากางเกงแล้วก็สาวเท้าเร็วๆ ไปที่ลิฟต์

"อ้าว พี่ดิวจะไปไหนอะ" แต่เจอน้องผู้หญิงในออฟฟิศเดินสวนมาทักทายเข้าก่อน

"ไปกินข้าว เออ เดี๋ยวพักเที่ยงถ้าออกไปซื้ออะไรกิน เราฝากซื้อของมาเทคบัดดี้หน่อยดิ"

"ได้ๆ พี่ ทำไมพี่ไม่ซื้อเองเลยอะ พี่เทคใครอะ"

"ไอ้ทีอะดิ นั่งติดกัน กลัวมันรู้ ซื้อขนมมาสักสองร้อยนะ อะตัง แล้วก็ฝากเขียนโน้ตก่อนวางบนโต๊ะด้วย" ดิวสั่งจบก็ล้วงหยิบเงินส่งให้สาวน้อยที่ยอมเป็นธุระ

"โอเค ได้ๆ"

"แต้งมากครับ ไปกินข้าวละ" แล้วก็พยักหน้าให้กันหงึกหงักก่อนที่ดิวจะเดินเข้าไปในลิฟต์ เขาเลือกกดปุ่มชั้นหนึ่ง

 

----------------

 

ทั้งสองคนนั่งกินบะหมี่อยู่ด้วยกันที่ร้านตามปกติ...

ปกติก็เหี้ยแล้ว! ไอ้ทีมันจะนั่งจ้องอะไรขนาดนี้เนี่ย จ้องขนาดนี้ก็แดกกูเข้าไปเลยเถอะวะครับ ดิวบ่นในใจแต่อันที่จริงเขาก็นั่งเขี่ยเส้นบะหมี่เล่นไปเรื่อย ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้

"ไม่หิวหรอ ทำไมไม่กินอะ" ไอ้คนผิวขาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถามเสียงสงสัย อีกนิดอาจมีเอียงคอ

ก็มึงนั่งจ้องกูขนาดนี้ กูจะแดกลงได้ยังไงวะ!

"ก็มึงจ้อง"

"อืม"

อืมเหี้ยไรวะ!

"..." แต่จริงๆ ไม่กล้าปริปากอะไรหรอก

"คิดถึง..."

เหี้ย!!!

ใจเต้นแรง!!!

เต้นแรงเฉยเลย!!!

โรคหัวใจคุกคามชีวิตดิวอี้รึเปล่าวะ!?

ประโยคเดียวสั้นๆ ของทีเข้าโจมตีจนเขารู้สึกตัวเองหูอื้อตาลาย

"ไรมึง"

"..." จ้อง

"อะอะอะไร..." ดิวอี้ตอบเสียงสั่นๆ

"เขิน?"

เหี้ย!!!

"พ่อมึงดิ!"

ไอ้ตี๋ตรงหน้าฟังคำด่าจากปากเขาแล้วมันก็ไม่ปริปากพูดอะไรอีก ทำตัวแบบปกติที่มันชอบทำ แต่ครั้งนี้มันไม่ค่อยปกติเล็กน้อยตรงที่จู่ๆ มันก็ยิ้มกว้าง...กว้างมากเสียด้วย

ไอ้...ไอ้...

ด่าไม่ออก เขินว้อย

หลังจากบะหมี่ในชามของทีหมดลง ดิวก็บอกให้มนุษย์ตี๋เรียกป้าเจ้าของร้านมาเก็บเงินที่โต๊ะ เพราะให้นั่งกินต่อไปก็กินไม่ลง อย่าว่าแต่จะอิ่มท้องอะไรเลย แอบคิดว่าเดี๋ยวค่อยขึ้นไปชงกาแฟที่เครื่องบนออฟฟิศลูบท้องเอาก็ได้ ทั้งคู่เดินไปด้วยกันโดยไม่ได้พูดคุยอะไรเท่าไหร่นัก และคนผิวขาวก็ดูอารมณ์ดีกว่าปกติเล็กน้อย กระทั่งต่างคนต่างถึงโต๊ะทำงานของตัวเองที่อยู่ข้างๆ กันและเริ่มต้นทำงานของใครของมัน

ดิวผ่านพักกลางวันไปอย่างเร็วๆ เขาใช้เวลาทานข้าวที่แคนทีนไม่ถึงสิบนาทีและกลับมานั่งทำงานต่อที่โต๊ะ หลังจากปิดงานช่วงปีใหม่ไปหลายวันกองงานก็พัวพันกันแบบที่เรียกได้ว่ายุ่งเหยิง เขาจึงต้องรีบเคลียร์ ส่วนที ถึงแม้จะงานเยอะไม่แพ้กัน แต่เขาเคลียร์อยู่ที่บ้านก่อนจะเปิดงานมาแล้วจึงยังใช้ชีวิตได้ตามปกติประมาณหนึ่ง ช่วงพักเที่ยงก็ยังสามารถนั่งคุยเล่นกับยีนส์และสองจนเกือบหมดเวลาพักได้ถึงค่อยกลับไปทำงาน พร้อมกับเจอของเทคจากบัดดี้กองเต็มโต๊ะ พอคิดคำนวณแล้วว่าคงกินที่ออฟฟิศไม่หมดเลยแบ่งเก็บใส่ถุงแล้วยัดใส่กระเป๋าไว้อีกที

เวลาผ่านไปจนเข้าสู่ช่วงหัวค่ำ หลายคนเลิกงานและแยกย้ายกันกลับบ้าน ยกเว้นคนผิวเข้มที่งานล้น เดดไลน์กระชั้นชิดราวกับมีไฟกำลังลุกท่วมโต๊ะทำงานของเขา

"เลิกงานแล้วไปไหน"

หลังจากเลยเวลาเลิกงานมาแล้วร่วมชั่วโมง ทีที่รีๆ รอๆ มานานแล้วก็ตัดสินใจปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คแล้วหันไปหาพนักงานคนข้างเคียงที่ตอนนี้ก็อาจจะใกล้ใจ(?)ไปด้วยแล้วก็ได้ เขาทักถามด้วยหน้านิ่งๆ เพราะแอบรออีกฝ่ายอยู่ แต่ดิวไม่มีทีท่าว่าจะลุกออกจากโต๊ะทำงานในเร็วๆ นี้ก็เลยลองถามดู

“ยังไม่เลิกงานอะ กลับเลยๆ ไม่ต้องรอ” ดิวตอบแบบไม่ได้หันมองอีกฝ่าย สองตาคมยังค้างที่หน้าจอของตัวเอง

“แล้วถ้าเลิกแล้วจะไปไหน” ทีถามต่ออย่างดื้อดึงจะเอาคำตอบ จนดิวต้องหันไปมองเพราะรู้ตัวว่าถูกจ้องอยู่

“เอ่อ ไม่ได้จะไปไหน คงกลับบ้าน”

“โอเค เดี๋ยวไปส่ง”

หา... ไปส่งทำไม กูเป็นผู้ชายเนี่ย ไม่มีภยันอันตรายอะไรมากระทบกระเทือนได้แน่นอน มีก็แต่จะไปทำร้ายคนอื่นเขามากกว่า

“ส่งอะไร กลับได้ ถ้าดึกมาก เดี๋ยวแท็กซี่กลับเอง” ดิวสั่นหัวพรืด บอกปฏิเสธพร้อมทั้งเบนสายตากลับมาจดจ่อกับงานต่อ เขาคิดว่าตอบชัดขนาดนี้แล้วคนอย่างทีรวุธคงไม่สนใจอะไรเขาแล้วล่ะวันนี้

แต่ผิดคาดมากๆ เพราะมนุษย์ตี๋ยังคงดื้อดึงจะดื้อด้านไปส่งให้ได้

“เหอะน่า รอนะ หรือจะให้ช่วยก็บอก”

ทีหมุนตัวหันกลับไปที่โต๊ะ เขาเปิดคอมพิวเตอร์ตัวเองอีกครั้ง ท่ามกลางสายตาของดิวที่ฉายแววประหลาดใจ เพราะทีรวุธคนที่เขารู้จักมาเป็นสิบปีไม่ได้เป็นแบบนี้ ตอนนี้มันทำตัวประหลาดเอามากๆ เพราะปกติทีมันไม่ชอบตื้อใคร ถึงขนาดที่ว่าตอนเขาปฏิเสธเมื่อตอนสิบปีก่อนที่มันขอให้ไปกินข้าวเป็นแฟนอะไรนั่น มันยังไม่ตื้ออะไรสักแอะเดียว

เอ๊ะ หรือมันมีอะไรจะคุยกับเขาวะ

แต่รอได้ก็รอไป เรื่องของมึงเลยจ้า 

ถ้ายกมือแล้วไม่แปลก ดิวก็อยากจะชูแขนขึ้นทั้งสองข้างประกอบความคิดนี้

“อะ ขนม รองท้อง เผื่อหิว” หลังจากหันไปรื้อของในลิ้นชักของตัวเอง ทีก็ส่งขนมเทคที่ดิวฝากน้องซื้อมาให้กลับมาให้เขาเอง เขายอมรับมากินไปพลางๆ ทำงานไปพลาง ทีไม่ได้กวนอะไรเขาอีก และเขาก็ไม่ได้วานให้อีกฝ่ายช่วยอะไร ทั้งคู่นั่งอยู่ข้างกันเงียบๆ จนเกือบถึงสามทุ่ม โค้ดที่รันไม่สำเร็จตั้งแต่บ่ายก็รันได้สำเร็จสักที

ฮูเร่ บรรทัดเหี้ยนี่บรรทัดเดียวเลย เฮ้อ เหนื่อย

ดิวกดสลีปหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเองแล้วบิดขี้เกียจอย่างเมื่อยๆ อันที่จริงที่เห็นยุ่งๆ อยู่หน้าคอมมาทั้งเช้าและบ่าย เขาแค่เขียนไม่ออก แล้วพอเขียนได้ตาม flow งานก็เกิดรันแล้วขึ้น error อยู่นั่นแหละ

“กลับได้ละ” ดิวหันไปบอกที แต่พอบอกจบปุ๊บก็รู้สึกคันคะเยอที่หัวใจตัวเอง มันฟังดูจั๊กกะจี้อะ เหมือนให้แฟนมารอแล้วก็เรียกแฟนกลับบ้านอะไรงี้ แม่เจ้า แค่คิดแบบนี้เขาก็รู้สึกคันยิบๆ ที่หัวใจแล้ว

ดิวอี้มึงต้องใจเย็นๆ นะ เพ้อเจ้อใหญ่แล้วมึงอะ!

“ดี” ทีแทบจะลุกขึ้นเดินนำไปก่อนในทันที เขาปิดคอมอีกครั้งตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ ตอนนี้เดินนำหน้าดิวไปก่อนแล้ว ทำให้ดิวต้องวิ่งเหยาะๆ ตามคนที่สูงกว่าเขาเล็กน้อยไป พออยู่ในลิฟต์ดิวก็อดถามข้อข้องใจออกไปไม่ได้

“มีอะไรหรือเปล่า ทำไมจู่ๆ มารอกูอะ?”

“มี เดี๋ยวรอดูที่รถนะ...”

โอ้ ฟังคำตอบแล้วก็ทำเอาหัวใจอันเท่ากำปั้นของเขาเต้นโครมคราม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

5 ความคิดเห็น