Developer โปรเจกต์นี้ พัฒนารัก

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 11 เคาท์ดาวน์ปีใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 เม.ย. 63

Developer โปรเจกต์นี้ พัฒนารัก

ตอนที่ 11 เคาท์ดาวน์ปีใหม่

 

ติ้ง!

เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันสีน้ำเงินดังเรียกให้คนผิวเข้มเหลือบสายตาจากหน้ากระจกรถไปมองหน้าจอโทรศัพท์ด้านข้าง

Teerawut : หายปวดฟันคุดยัง

ก่อนจะหันกลับมามองถนนที่มุ่งสู่อำเภอนครหลวง จังหวัดอยุธยาหรือก็คือบ้านของเจ้าตัวนั่นเอง ปกติแล้วเขาไม่ขับรถในกรุงเทพเท่าไหร่ เวลาไปทำงานก็ขึ้นรถสาธารณะเอา กลับมาที่ไอ้แจ้งเตือนเมื่อสักครู่นี้ที่ทำเอาเจ้าของมือถือลุกลี้ลุกลนคล้ายคนมีอาการลงแดง

คันไม้คันมืออยากตอบอะ!

ดิวเลี้ยวรถเข้าจอดข้างทางแล้วหยิบมือถือมาตอบแชทแม่ง!

ดิวอี้ : หายแล้ว

อ่านแล้ว

...

อ่านแล้วหายไปไหนอะ ทำไมไม่ตอบเขาอะ ดิวมุ่นหัวคิ้วแล้วจ้องหน้าจอเขม็ง รออีกห้าวิ ไม่ได้คำตอบอะไรอีก เลยพิมพ์ไปถามเองเลย

ดิวอี้ : เที่ยวเป็นไง

ใครรอคำตอบอยู่หรอ ไม่มี๊ ไม่เค๊ย แค่นั่งจ้องแล้วใจเต้นตึกๆ ตอนที่ขึ้นว่ากำลังพิมพ์นิดหน่อย ธรรมด๊า!

Teerawut : เรื่อยๆ เหงาบ้าง แต่โอเค

พิมพ์ยิกๆ ลงไปในกรอบที่มีไว้พิมพ์ว่า งั้นก็กลับมาดิ แต่พิมพ์เสร็จก็ปล่อยไว้ไม่กล้ากดส่ง กะพริบตาอยู่สองปริบก่อนตัดสินใจกดลบทั้งหมด แล้วพิมพ์ลงไปใหม่ว่า

ดิวอี้ : อื้อ

Teerawut : แล้วไปไหน ปีใหม่ต้องกลับบ้านที่อยุธยา?

อ่านจบแล้วทำไมหัวใจมันต้องเต้นแรงกว่าปกติด้วย แค่ทีแม่งจำได้เฉยๆ เอง แค่มันผ่านมาสิบปีแล้วแต่อีกคนก็ไม่เคยลืมเอง

เหี้ยครับ กูใจเต้นแรงไปละ กดล็อคเครื่องแม่ง ไม่กล้าพิมพ์ตอบอะ โอย สั่นไหวอย่างกับสาวน้อย กูบ้าไปแล้วแน่นอน!!!

ขณะที่พยายามสงบจิตใจและกำลังจะออกรถอีกครั้ง เสียงคอลจากแอปพลิเคชันตัวเดิมก็ส่งเสียงขึ้น คนผิวเข้มลนลานยกมือถือขึ้นมา เผลอเม้มริมฝีปาก ทอดเวลาคิดอีกครู่ใหญ่ ดิวสูดลมหายใจเข้าออกอย่างพยายามตั้งสติ แล้วลงท้ายด้วยการกดรับสาย

"เออ ว่าไง"

(อ่านแล้วทำไมไม่ตอบ)

"ตอบไม่ถนัด ขับรถอยู่"

(อ้าว ขับรถไปไหน กลับอยุธยาเหรอ)

"ใช่ กลับบ้าน"

(อ๋อ ขับดีๆ นะ เหนื่อยก็พัก)

อยากจะต่อว่า ถ้าเขาไม่รักก็พอ เอ๊ย ผิดๆ

"แล้วมึงทำอะไร"

(อยู่ในห้อง วันนี้วันสิ้นปีคงได้เที่ยวถึงดึกเลยออกสายหน่อย)

"เออๆ กูขับรถต่อละ"

(อ่าฮะ)

ติ้ด!

วางแล้ว ฮ่อลลลลลลล พ่นลมหายใจออกมาชุดใหญ่ รู้สึกเหนื่อยเหมือนไปวิ่งมินิมาราธอนมาสิบกิโลเมตร เขาโยนมือถือลงบนเบาะด้านข้าง รวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงไปแล้วกลับมาอีกครั้งก่อนสตาร์ทรถ

 

----------------

 

ห้าทุ่ม ห้าสิบสามนาที ห้าสิบสี่วินาที

ติ้ง!

แอปพลิเคชันสีน้ำเงินอันแสนคุ้นเคยส่งเสียงแจ้งเตือนในจังหวะที่เจ้าของเครื่องกำลังหมุนโทรศัพท์ติ้วๆ อยู่บนโต๊ะอาหาร

"แหม่ๆ ใครแชทมาหาน่ะคุณพี่" น้องสาวของมนุษย์ผิวเข้มเอ่ยแซวทันที ขณะที่พี่ชายเจ้าของโทรศัพท์เปิดแอปพลิเคชันอย่างว่องไว ริมฝีปากหยักก็ขยับตอบ

"เออน่า จิวจะไปทำไรก็ไปอย่าเพิ่งมายุ่งกับพี่"

Teerawut : กลับมาแล้ว

ดิวอี้ : กลับอะไร

พิมพ์ตอบไปอย่างรวดเร็ว ใจเต้นโครมคราม

Teerawut : อยากเคาท์ดาวน์ด้วย

ดิวอี้ : ยังไง?

โอย นอกจากใจจะสั่นมากแล้ว มือสั่นก็มาว่ะ

Teerawut : กำลังพิมพ์...

ทำไมแม่งพิมพ์นานจังวะ ลุ้นอะ...

Teerawut : ถ้าบอกว่าถึงไทยแล้ว ถึงอยุธยาแล้ว จะดีใจมั้ย

ตึกตัก... ตึกตัก...

จริงอะ จริงดิ อย่าบอกว่าอยู่หน้าบ้านกูนะ

ดิวนึกในใจพลางวิ่งปร๋อไปหน้าบ้าน วิ่งผ่านรั้วที่แง้มไว้ออกไปทั้งที่มือถือยังอยู่ในมือ สองตากวาดมองลอกแลกไปมาควานหาบางคน

ห้าทุ่ม ห้าสิบแปดนาที สองวินาที

เสียงดังเตือนว่ามีสายเรียกเข้าดึงความสนใจคนจังหวัดอยุธยากลับไปที่มือถืออีกครั้ง

โทรมา?

"ฮัลโหล"

(ทำไมไม่ตอบ)

"เอ่อ" จะให้กูบอกความจริงไหม กูมัวแต่วิ่งมาหน้าบ้านเนี่ย

(งั้นพูดต่อจากที่พิมพ์ตะกี้นะ คือ อยากอยู่อยุธยาเหมือนกัน แต่จริงๆ ยังอยู่โตเกียว)

อ้าว กูดีใจเก้อไปแล้ว

(สรุปดีใจมั้ยอะ)

ไม่มั้ง! โปรดย้อนไปอ่านบรรทัดบนเลยเหี้ยที!!! แต่ในความเป็นจริง ดิวอี้ก็ทำได้แค่เดินเตาะแตะกลับเข้าไปในรั้วบ้าน

"ไม่ ใครจะดีใจกับเรื่องแบบนี้วะ"

(อืม อยากเคาท์ดาวน์ด้วย แต่ยังกลับไม่ได้...)

"..."

(ก็เลยโทรมาแทน...)

"..."

(เมืองไทยเหลืออีกสามสิบวิใช่ไหม)

"ประมาณนั้นมั้ง"

ค่อยๆ ก้าวขาเดินช้าลงเรื่อยๆ ก่อนชายหนุ่มผิวเข้มที่เอาแก้มแนบมือถืออยู่จะหยุดเดินมันดื้อๆ แล้วคู้ตัวลงนั่งยองๆ ที่ริมรั้วบ้านด้านใน ใจก็จดจ่อรอฟังอย่างตื่นเต้นแต่ยังมิวายเก็บอาการสุดฤทธิ์ ท่ามกลางความเงียบ เสียงลมหายใจแผ่วของทั้งคู่คล้ายกำลังเกาะเกี่ยวเลี้ยวรัดอย่างเนิบช้า

(สิบ... เก้า... แปด... เจ็ด... หก... ห้า... สี่...)

ทำไมกูต้องนับถอยหลังในใจตามเสียงมันแล้วใจเต้นแรงแบบนี้ด้วยวะ!!!

(สาม...)

สาม

(สอง...)

สอง

(หนึ่ง...)

หนึ่ง

"แฮปปี้นิวเยียร์"/(สุขสันต์วันปีใหม่) เสียงพลุดังลั่นจนแสบแก้วหู แต่ดวงตาคมก็ตวัดมองพลุบนฟากฟ้าอย่างไม่นึกรังเกียจ ทั้งที่ปกติก็ไม่เคยนึกชอบมันสักเท่าไหร่ แถมด้วยริมฝีปากที่กำลังเหยียดออกกว้างจนแทบถึงใบหู

"ขอให้เป็นปีที่ดีอะ ญี่ปุ่นคงดึกมากแล้วมั้ยมึง นอนเหอะ กูก็จะไปนอนแล้ว"

(อือ เหมือนกัน ขอให้เป็นปีที่ดีของเรานะ)

โอ๊ย พ่องตาย ของเราคืออะไรวะ วางสายแม่งดีกว่า เขินฉิบหายวายวอดหมดแล้วแม่ง!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

5 ความคิดเห็น