คัดลอกลิงก์เเล้ว

น้องเนย คนดี ของพี่ โม (yaoi)

.............พี่โม ถึง เนย จะลำบากขนาดไหน ถึงจะไม่มีกิน แต่เนย ไม่เคยคิดจะขายตัวนะพี่...................

ยอดวิวรวม

3,839

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


3,839

ความคิดเห็น


23

คนติดตาม


8
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 6
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  31 ต.ค. 50 / 11:25 น.
นิยาย ͧ ͧ (yaoi) น้องเนย คนดี ของพี่ โม (yaoi) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

 เหอๆ....ไม่มีอะไร ไอโมก็แค่คิดถึง น้องคนหนึ่ง ขึ้นมาเท่าน้าน


เลยออยากเขียนถึง หน่ะ หุหุ


ไอแตงโมสุดหล่อเองคร้าบ ^O^

เนื้อเรื่อง อัปเดต 31 ต.ค. 50 / 11:25


หวัดดีครับ ทุกๆคน แปลกใจหล่ะสิ (หรือไม่รู้สึกอะไรเลย คิคิ) ที่เห้นผมมาตั้งกระทู้ใหม่เองแบบนี้ ไม่มีอะไรหรอกครับ  แค่อยากเล่าอะไรนอกเหนือจากในเรื่องของผมให้เพื่อนๆได้อ่านกันเท่านั้นเอง

 

พอดีวันนี้ตอน 11 โมงได้ไอโมได้รับโทรศัพท์จากเพื่อน (ที่ไม่สนิท)คนนึง ที่ไปเจอกันในงานงานหนึ่ง เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว (ไม่สามารถบอกชื่องานได้ครับ กระทบต่อหลายฝ่าย คิคิ)

 

และเพื่อนคนนี้ก็ได้ถามผมถึงน้องคนนึงที่ผมสนิทด้วยมากๆตอนที่ผมได้ไปร่วมกิจกรรมนี้ แปลกนะ บ้างครั้งความทรงจำบางอย่างถ้าไม่มีใครมากระตุ้น...เราก็ไม่นึกถึงมันหรอก

 

.............พี่โม ถึง เนย จะลำบากขนาดไหน ถึงจะไม่มีกิน แต่เนย ไม่เคยคิดจะขายตัวนะพี่...................

 

น้องคนดี ตอนนี้สบายดีไหมครับ...เป็นห่วงจังเลย...ผมได้แต่นึกถามอยู่ในใจ หลังจากวางโทรศัพท์จากเพื่อนคนนั้นไปแล้ว ก็ไม่มีอะไรแค่โทรมาหา โทรมาถามข่าวตามประสาคนรู้จักกัน ผมจึงได้ย้อนถึงเรื่องราวครั้งเก่าก่อน เมื่อตอน เกือบ 3 ปีผ่านมาแล้ว...

 

ในงานงานนึง...ผมได้เข้าร่วมงานด้วยแค่ไม่มีอะไรทำเบื่อ ๆ เลยหาเรื่องออกไปพบปะผู้คน ผมจึงได้ไปร่วมกิจกรรมนึง ซึ่งตอนนั้นแฟนผมก็ไม่ว่าอะนะ....มีคนมากมายหลายวัย ตั้งแต่ วัยประถม ยัน เกษียน ที่มาร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ ก็สนุกดี บางวันได้เจอดาราด้วย ออกต่างจังหวัดกันก็บ่อย...

 

หลังจากที่ผมได้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นครั้งที่ 3 ได้ ขณะที่กำลังก้มๆเงยๆ อยู่ใต้ตึกระฟ้าของบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์บริษัทนึง

 

น้องน้อย ช่วยแนะนำ ใครที่นิสัยดีๆ ไม่เรื่องมากให้พี่รู้จักหน่อยสิ.... เสียงผู้หญิงคนนึงแว่วๆมาเข้าหู ผมก้อไม่ได้สนใจอะไรนะ ก็ได้แต่ขำๆอยู่ในใจ ผุ้หญิงหนอเจี้ยวจ้าวกันแต่วันเลยแม่ม รำคาญชิบ

 

ได้ค่ะ...พี่โม พี่โมค่ะ อ้าวเวรแหละ ...เจือกยุ่งอะไรกะกูเนี๊ยะ ไอโมกำลังเรียงบัตรให้กับบรรดาผู้ร่วมกิจกรรมทั้งหลายกันอยู่อะครับ

 

ครับ ถึงใจจะไม่อยากยุ่ง แต่ก็ต้องหันไปยิ้มหล่ะครับ

 

มีผู้หญิง อวบๆ(ระยะสุดท้าย) ยืนยิ้มแป้นแล่นเก๊กหน้าสวยให้ผมอยู่ ผมก้ยิ้มให้เธอไป

 

พี่โมค่ะ นี้พี่ซาร่าค่ะ...พี่ซาร่านี้พี่โมนะค่ะพี่ เป็นสต๊าฟ ....(ละไว้ในฐานที่เข้าใจ คนเดียว คิคิ) ผมยกมือไหว้พี่ซาร่าสาวลูกครึ่งตัวอวบๆด้วยความนอบน้อม

 

ดีค่ะ...ไม่ต้องไหว้ อายุเท่าไหร่แล้วค่ะ ถึงได้ไหว้ โหย คนถามก็ไม่ได้ดูหนังหน้าตัวเองเลยนะ แก่แล้วนะเจ๊หน่ะคำนวณตามสภาพหนังหน้าแล้ว เกิน 30 แล้วเจ๊ผมอะ 24 เองคร้าบ ได้แต่คิดอยู่ในหัว แต่ทำได้ก็แค่

 

ผมแค่ 24 เองนะพี่ พูดแล้วยิ้มๆ ต้องรักษาภาพพจน์นิดนึงครับ

 

อืมงั้นก็เป็นน้องเรา เธอพูดแล้วยิ้มนิดๆท่าทางคุณนายหน่อย ...เห็นแล้วไอโมก็ได้แต่กรอกตาไปมาด้วยความมึน

 

เอาเป็นว่า วันนี้ให้พี่อยุ่กลุ่มน้องโม แล้วกันนะค่ะ น้องน้อย อะจบกัน .ทิปนี้ชีวิตผมคงสิ้นสุดลงแล้ว...ผมไม่ชอบสาวมั่นท่าทางเปรี้ยวเข็ดฟันโดยไม่ดูสภาพตัวเองแบบนี้อะครับ

 

 

ไอโมก็ได้แต่ยิ้มแหย๋ๆ...ส่งสายตาให้น้อยประมาณว่า น้องเอ๋ย ช่วยพี่ด้วยน้องรัก ไม่งั้นพี่ จะผุกขอตายจริงๆนะ แต่รู้ไหมครับ อิน้องน้อย กระเทยวัยใส มันกระซิบผมว่าไง

 

เถอะ พี่โม ไม่มีใครรับมือเจ้าหล่อนได้ซักคน..นี้น้อยจะบอกอะไรให้นะค่ะ ถึง...พี่จะติดแหงกอยู่ในนรกแต่ว่า...ในนรกนั้นยังมีดอกไม้งามให้ได้ชุ่มชื้นหัวใจนะค่ะเฮีย คิคิ ว่าแล้วอิน้องน้อย มันก็เดินสะบัดบ๊อบแล้วหายเข้าไปในฝูงชน ปล่อยให้ผมมึนกับคำตอบอันแปลกประหลาดของมันเพียงลำพัง

 

น้องโม มาช่วยทางนี้หน่อยค่ะ เสียงเรียกจากพี่ๆสต๊าฟคนอื่นๆ

 

ทำให้ไอโมต้องดึงตัวเองออกจากเรื่อง มึนๆ ของสาวลูกครึ่งตัวอวบคนนั้นไว้ชั่วคราว แล้วหันไปช่วยงานพี่ๆเค้าต่อไป...

 

6 โมงเย็น โดยประมาณรถบัส ที่จะนำพาพวกผมไปยังสถานที่จัดงานได้มาจอดรถรอพวกผมอยู่ก่อนแล้วไอโมและสต๊าฟคนอื่นก็จัดการจัดทุกคนเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละ 10 คน แต่ละกลุ่ม จะมีสต๊าฟ ก้คือ พวกผมนี้หล่ะครับ อยู่ด้วย กลุ่มละ 2คน ที่หน้าอกสต๊าฟ จะแปะชื่อของทุกคนไว้ ไม่ใช่ชื่อจริงนะครับ แต่จะเป้นชื่อนิคเนม ที่พวกผมตั้งกันตอนสมัครเข้าโครงการ

สมมติว่าชื่อผม คือ โมโม แล้วกัน(ตอนนั้นไม่ได้ใช้ชื่อนี้) ...

 

หลายๆคนพออ่านเรื่องของผม คิมกับโม ต่างก็จินตนาการกันไปว่าผมอะคงน่าตาน่ารักพิลึกพลั่นเลยหล่ะสิ ..ออกแนว ตัวเล็กๆบางๆน่าทนุถนอม ตัวขาวๆปากแดงๆ ตาโตๆ หน้าหวานตาหวานยังกะผู้หญิง หลายคนคิดงี้ แต่ผมหาใช่แบบนั้นไม่....นี้โลกแห่งความจริงครับ ไม่ใช่การ์ตูนหรือนิยายที่พวกคุณเคยอ่านกัน...แต่ ครับ แต่

 

ก็ใช่ว่าเกย์ควีน จะไม่มีเช่นทีว่ามาข้างต้น...ในกลุ่มของผมกับพี่ว่าน(สต๊าฟอีกคน) มีสมาชิกกลุ่มสิบคนเหมือนกลุ่มอื่น แต่กลุ่มผมเป็นกลุ่มที่โดดเด่นที่สุด เพราะ....ผมก็หน้าตาหล่ออะนะ   ว่าแล้วจะหาว่าคุย ก้คนมันหล่อไงทำไงได้..คิคิ พี่ว่าน ถึงไม่หล่อ แต่แกก็ดูดีไม่ได้ขี้เหร่ อิเจ๊ลูกครึ่งซาร่าที่ว่าถึงจะอวบระยะสุดท้ายแต่หน้าตาแกก็เก๋ไก๋สไตร์ลูกครึ่ง แถมชี ยังมั่นใจในตัวเองเกินร้อยด้วย เสื้อสายเดี่ยวที่เกือบเห็นหัวนมแผลมๆ...และ ครับ และ....น้องเนยที่ไม่ต้องวิเคราะห์หรือหาเหตุผลใดๆมามองก็รู้ว่าน้องเค้า...เป็นเกย์.....

 

******************************

เป็นเกย์ที่น่ารักที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา...น้องเนยสูงไม่น่าจะถึง 170 ตัวเล็กๆผอมๆ ตัวซีดๆขาวๆ ผมตัดสั้นตามแบบผู้ชายทั่วๆไป ปากแดงอมชมพู อย่างที่หลายๆคนเรียกว่าปากอิ่มเป็นเชอรี่..ผมว่าปากน้องเค้าน่าจูบยิ่งกว่าปากผุ้หญิงซะอีกอะ ตาโตๆ ขนตายาวๆงอนๆ บอกได้คำเดียวว่าน่ารักสุดๆ.....ดูยังไงก้อรู้ว่าเป็นผู้ชาย แต่น่ารักตามแบบผุ้ชายน่ารักอะ..

 

น้องเนยมาในมาดกางเกงยีนส์เก่าๆหลวมๆเสื้อยืดสีดำ ร้องเท้าผ้าใบเก่าๆกับกระเป๋าเป้ อีก 1ใบ ดูธรรมดามาก

 

พอแนะนำตัวกันเสร็จสรรพ ผมก็มองหน้าน้องเนยยิ้มๆ น้องเนยก็ยิ้มให้ผมเหมือนกัน...แต่ผมไม่ได้คิดอะไรกับน้องเค้านะ ผมรู้สึกว่าน้องมันน่ารักเกินไปและดู...สะอาดเกินไป..สะอาดจนผมไม่กล้าเข้าไปยุ่ง ..

รถบัสค่อยๆขับเคลื่อนออกจากหน้าบริษัทแห่งนั้นไปพร้อมกับความมืดที่เข้าปกคลุม บนรถเริ่มเล่นเกมกันแล้วกลุ่มผมเลือกที่จะนั่งอยู่เบาะหลังรถ..เกมก็เล่นไปเสียงหัวเราะเสียงเฮฮา...ตอนแรกผมคิดว่าน้องเนยเรียบร้อยไม่ค่อยพูดเพราะยังไม่คุ้นกับเพื่อนๆ อีกเดี๋ยวเล่นๆเกมไปน้องเนยก็คงเข้ากับทุกคนได้และคงสนุกับเพื่อนๆคนอื่นๆ

 

ผมแหกปากร้องเพลงบ้าๆบอๆ แถมยังกระดกไวท์ ที่พี่เอก สจ๊วตสายการบินแห่งนึง แกซื้อมาฝากจากฮ่องกง ไอโมก็กระดกหายวาบเข้าไปในคอตามสไตร์คนชอบดิ้ง   อิพี่เอกนี้ก็รู้จายกันจริงๆ ชอบสรรหาน้ำเมามาบริการไอโมดีแท้ พี่เอกเนี๊ยะแกเป็นเกย์นะคร้าบ หุหุ อายุแกไม่มากไม่น้อย 30 ฟ่าๆ แต่ยังดูดีตามสไตร์สจ๊วตอะนะ แกคิดจะแดกผมตั้งกะรู้จักกันวันแรก แต่โดนไอโมสกัดดาวรุ่ง เบรคแกไว้ซะก่อนแกเลยถอยแถมแอบมีกลัวนิดๆ คิคิ(ไม่บอกหรอกว่าผมทำยังไงแกถึงถอย เดี๋ยวจะหาว่าผมถ่อย)

 

ถึงจะกินเข้าไปเยอะไอโมก็ยังไม่เมาแค่มึนๆอะ...พอผมหันไปมองลูกทีมผมทุกคนก็เฮฮาร้องเพลงบ้างดิ้งกันบ้าง....แต่น้องเนยก็ยังเงียบครับไม่พูดไม่จาไม่ร้องเพลงเอาแต่นั่งยิ้มน้อยๆ...ตาหวานฉ่ำเชียว คงโดนมอมเหล้าไปแน่ๆนอนๆ...

 

ผมที่ตอนนี้ปริมาณแอลกอฮอร์ที่กระดกเข้าไปทำให้ความหน้าหนาหน้าด้าน ได้ครอบงำ(โทษแอลกอฮอร์เฉยเลย) ผมแทรกตัวเข้าไปนั่งตรงกลางระหว่างอิเจ๊ซาร่ากับน้องเนย จนอิเจ๊มันร้องโวยวาย ด่าทอผม..หันไปฟ้องคนนั้นคนนี้ ตัวมันเองก็เมาอะครับ มันก็เลยโวยวายว่าผมซะเป็นการใหญ่แล้วเดินสะบัดตูดใหญ่ๆของมันไปนั่งแดกเหล้า กับพวกพี่เอก...อิพี่เอกนี้ก็ตาไวมากครับ แม่มมองน้องเนยตาหวานฉ่ำเชียว โหยกะแดกน้องเนยเป็นรายต่อไปอะดิเนี๊ยะ

 

เป็นไงน้อง..ไม่สนุกเหรอ... ผมถามน้องเนยแล้วเอาแขนไปพาดไว้บนบ่าน้องมัน ...คือไม่ต้องคิดไปใหญ่โตนะครับ ไม่ได้คิดอะไรกับน้องมันเลยจริงๆ จริงๆนะ

 

สนุกดีนี่ครับพี่...คึคึ ทำไมเหรอครับ เนยทำหน้าเหมือนไม่สนุกเหรอ น้องเนยถามผมยิ้มๆ คำพูดคำจาก็ไม่ได้ออกสาวอะไรหรอกครับ ก็เหมือนกับเด็กผู้ชายเรียบร้อย เรียบร้อยคนนึงเท่านั้นเอง..

 

ทำไม ไม่ไปร้องเพลงกับเพื่อนๆเค้าวะ นู้นแหนะไมค์ นั้นเห็นอิเจ๊นั้นมะ มัน...สนุกเกินค่าตัวแล้วนะนั้นหน่ะ...เฮ้ย อิเจ๊..เค้าจ้างมาแค่ 300 แต่เจ๊อะ สนุกเกินค่าตัวไปปะ ผมแซวอิเจ๊ที่ตอนนี้ฟอร์มสาวไฮโซของมันหลุดไปแล้วเรียบร้อย เหลือแต่อิคำหล้าสาวอวบบ้านนาเท่านั้นเอง

 

อย่ามายุ่งกะฉาน....บลาๆๆๆ และอีกมากมายที่อิเจ๊มันสาธยาย ฮากันทั้งคันรถ...ไม่คิดว่าอิเจ๊มันจะฮาได้ขนาดนี้...

 

โหย พี่โมครับ ให้ถึงขนาดพี่ซาร่า ก็ไม่ไหวนะครับ... น้องเนยพูดยิ้มๆ ลักยิ้มสองข้างที่ข้างแก้มน่ารักเป็นที่สุด...

 

และอีกมากมายที่ผมขนมาคุยกับน้องเนย...ไม่ใช่ว่าอยากเอาใจน้องมันเป็นพิเศษเพราะมันน่าตาดีอะไรหรอกนะครับ แค่ไม่อยากให้ลูกทีมตัวเองเหงา อยากให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน...มันจะได้สนุกสมกับที่อยากจะมาเล่นมาหัวกัน....ถ้ามาแล้วมีใครคนหนึ่งคนใดได้รับความไม่สนุกกลับบ้านก็เท่ากับกิจกรรมที่เราทำกันประสบความล้มเหลวอย่างย่อยยับ.....

 

ที่คุยกันวันนี้น้องเนยไม่ได้เล่าเรื่องส่วนตัวอะไรให้ผมฟัง บอกแค่ว่าน้องเนยเรียนอยู่ปี 1 มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งนึ่งเท่านั้นเอง ที่เข้าทริปกับเราครั้งนี้เพราะ อยากจะเป้นดาราอยากเข้าวงการบันเทิง...ซึ่งก็ไม่แปลกมีหลายคนในทริปที่อยากเป็นดารา แต่ก็มีอีกหลายคนเช่นกันที่มาเพื่อความสนุก....

 

ประมาณ 2 ชั่วโมงรถบัสก็นำพาเราไปถึงจุดหมาย แล้วจากนั้นกิจกรรมยามค่ำคืนที่รอพวกเราอยู่ก็เริ่มขึ้น งานเลิกประมาณ 4 ทุ่มได้ทุกคนแยกย้ายกันกลับ ตอนกลับผมไม่ได้กลับกับรถบัส ปกติก้เป็นงี้ตอนไปผมจะไปกับรถบัสบริษัท แต่ตอนกลับแฟนผมจะไปรับ

 

กิจกรรมวันนั้นก็ผ่านไป ผมพอวันธรรมดาผมก็ทำงานของผมไปมีโทรคุยกับพวกเพื่อนๆสต๊าฟในทริปบ้าง...สัปดาห์ต่อมาผมไม่ได้ไป งานผมยุ่ง ตอนนั้นผมต้องขยายสาขาร้านหนังสืออะเลยไม่ว่างเลย...อีกสัปดาห์ต่อมาทางพี่ๆที่ทริป สั่งเฉียบขาดมาว่ายังไงผมก็ต้องไป อานะ

 

ไอโมก็เลยจำใจ (คิคิ) ไปก็ได้ฟะ...ไปครั้งนี้สมาชิกส่วนมาก 90 เปอร์เซนต์เป็นสมาชิกเก่าที่เห็นหน้าตากันจนเบื่อจนชิน เห็นกันทีไรก็เมาแอ่นดูไม่ได้กันทุกที...มันก็เลยค่อนข้างที่จะสนิทกัน....แน่นอนอิเจ๊ซาร่าหรือต่อไปจะเรียกอิเจ๊คำหล้า มันก็ยังฮาแตกได้เหมือนเดิมตอนนี้ไม่มีเก๊กไม่มีกั๊กกันแล้ว คุยกับมันได้ความว่า ที่มันต้องเก๊กเพราะมันกลัวหลุดมาด ฮาขี้เรดของมันออกมาเลยต้องกั๊กๆ ดูท่าทีคู่ต่อสู้ไว้ก่อน มันมาทริปมาเอามันส์ครับ ไม่ได้อยากเป็นดาราอะไรกับเค้าหรอกเหมือนกับผมอะแหละมาแก้เซ็ง...

 

ส่วนน้องเนยตอนนี้สนิทสนมกับพี่คนอื่นๆทุกคนแล้ว ด้วยนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตนและหน้าตาอันน่ารักของน้องเนยทำให้พี่ๆในทริปเอ็นดูน้องเนยเป็นอันมาก...

 

และที่ผมสังเหตุเห็นในคราวนี้ก็คือ น้องเนยจะไม่เข้าใกล้ผู้ชายคนไหนเลย (นอกจากผม)...น้องเนยจะไปนั่งไปเล่นไปเฮไปฮากับกลุ่มผู้หญิงซะมากกว่า...และเจ๊คำหล้านี่แหละที่น้องเนยมันสนิทด้วยที่สุด ....

 

อยู่ด้วยกันทำงานด้วยกัน ร่วมทริปกันมา เกือบ 2 เดือน ความสนิทสนมของพวกผมเริ่มเหนี่ยวแน่น..จากแค่ไปร่วมทริปกันเฉยๆวันปกติที่ไม่ได้ไปทริป พวกผมก็ชวนกันไปกินเหล้าไปกินหมูกระทะ ...และเลยเถิดไปจนถึงเที่ยวผับเที่ยวบาร์กัน....

 

วันนึงพวกผมทุกคนนัดกันไปกินหมูกระทะ...แถวรัชดา บอกว่าทุกคนแต่เอาเข้าจริงๆก้อมาไม่ถึง 30 คนหรอกครับ ต่างคนต่างมีธุระกัน...มาคราวนี้ผมรุ้สึกแปลกๆ

 

น้อย...น้องเนยไม่มาเหรอวะ ไม่เห็นเลย ผมถามน้องน้อยมันไปตาก็สอดส่ายหาน้องเนย

 

งานกินๆเที่ยวๆ แบบนี้ผมอยากให้น้องเนยมันมา มันจะได้มากินให้อิ่มๆ ....ผมลืมบอกไปชีวิตน้องเนยมันค่อนข้างน้ำเน่านิดนึงครับ ...จนมากต้องหาเงินส่งตัวเองและน้องเรียน..พ่อเสียไปแล้ว แม่พิการญาติพี่น้องไม่มีใครเหลียวแล..ดีที่มีบ้านให้ซุกหัวนอน...ไม่งั้นก็แย่..น้องเนยมันก็เลยดูตัวเล็กๆไม่สมบูรณ์ซักเท่าไหร่เพราะมันไม่ค่อยได้กินข้าว....

 

มาสิพี่...เด๋วก็คงมาแหละ..เห็นโทรคอนเฟิร์มพี่ๆเค้าแล้วหนิ น้อยมันจีบปากจีบคอพุด..ยักคิ้วยักใหล่ตามสไตร์มัน .

 

..เป็นกระเทยที่น่าถีบมาก แต่ถีบมันไม่ลง ถึงมันจะเป็นแบบนี้แรดเหลือใจแต่มันก็นิสัยดีใช้ได้..เป็นคนไม่คิดมากพี่ด่านู๋ไปเถอะนู๋จะแรดใครจะทำไมมันเคยว่าไว้แบบนี้...

 

เออเหรอ..อะ งั้นนี้ตังค์...ส่วนของไอเนยมัน... ผมยื่นตังค์ให้ไอน้อยให้มันไปจ่ายกับพวกพี่ๆเค้าให้น้องเนยมันหน่อย...

 

เงิน 300 บางคนอาจจะคิดว่าน้อยนิด แต่สำหรับใครบ้างคน เงิน 300 มีค่ากับเค้ามากเกินกว่าที่เค้าจะเอามากินข้าวแค่มื้อเดียว..เงิน 300 หมายถึง ชีวิตของคนอีกหลายคนที่เฝ้ารออยู่ที่บ้าน....

 

อะไรอะพี่..หึหึ.. อิคุณน้อยมันมองผมจิกๆ หัวเราะนิดน่าหมั่นไส้มั๊กมาก

 

โธ่ๆๆๆ..พี่โมค่ะ พี่โมขา....ตังค์ส่วนของพี่เนยหน่ะ...แฮ่ม...พี่เอกโอนมาให้ พี่ติ๊กแล้วค่ะ...คราวนี้เด็กพี่โดนสอยไปแล้วนะค่ะ คิคิ ว่าแล้วมันก็เดินสะบัดบ๊อบใส่ผมไปอีกที..ผมก้อมองมันอย่างงงๆ

 

และก็เริ่มคิดว่า น้องเนยไปสนิทสนมกับไอพี่เอกตั้งแต่ตอนไหนหว่ะ...ความเป็นห่วงมันเกาะกินใจครับ..ผมรู้ว่านิสัยพี่เอกเป็นไง...มันกะฟันน้องเนยชัวร์เลย แล้วอย่างน้องเนยจะทันมันเหรอ...แล้วไปถึงไหนกันแล้วนี้...

 

น้อย..น้อย...มานี้ดิ อดรนทนไม่ไหวครับ เลยเอามือไปสะกิดน้อยที่ตอนนี้กำลังเมาท์อย่างออกรสออกชาติกับพวกพี่ๆในทริป

 

ไรเฮีย...กวนรมณ์จริง..ไหงวันนี้ไม่ไปกินเหล้าหล่ะค่ะ...ปกติปานนี้เฮียพูดไม่รู้เรื่องไปแล้วนะ เกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีกเนี๊ยะ โอ้ยกระเทยเซ็ง ดูมันจิครับ น้องเวร อยากจับมันหักคอจริงๆ ฆ่ากระเทยกวนตีนติดคุกกี่ปีครับ

 

เออน่า..เดี๋ยวเลี้ยงเกะ... ผมบอกมันอย่างรำคาญแล้วลากมันมานั่งตรงม้าหินนอกร้าน..ตอนนี้พวกในทริปกำลังทยอยกันมา แต่ยังไม่เห้นวี่แว่วทั้งของน้องเนย และของพี่เอก สำหรับพี่เอกคงมาไม่ได้เห็นบอกว่ามีบิน...(เค้าเรียกไงอะ)

 

ว่ามาค่ะ ผู้ชาย กระเทยฟังอยู่ อืมนะ...

 

ผมมองหน้าไอคุณน้อยอย่างหมั่นไส้เป็นที่สุด...กัดฟันให้มันกร๊อดๆ..แต่มันก็ยังเฉย จีบปากจีบคอคุยกับผมมือก็แคะขี้เล็บของมันต่อไป โอ้ย ผู้ชายอยากเตะกระเทย

 

เรื่องพี่เอก กับน้องเนยมันยังไงกันวะ...ผมถามไอคุณน้อยมันเบาๆ เพื่อไม่ต้องการให้ใครมาได้ยิน

 

ห่วงเด็ก กลัวพี่เอกมันหลอกแดกหล่ะสิ...โธ่ กลัวขนาดนั้นก็แดกเองซะสิค่ะ...คิคิ..โอ้ยยยย พี่โมอะนู๋เจ็บนะ หมั่นไส้มันเกินทนครับ เลยเอามะเหงกลงหัวมันที...และทำหน้าประมาณกูจริงจังนะยังจะเสือกเล่นๆอีกเด๋วปัดเตะให้ไรประมาณนั้น

 

ก็ดะ..นู๋ไม่รู้อะไรมากหรอก อิพี่เนยไม่เห็นมันพูดอะไรเลย..มันบอกแต่ว่าอยากคุยกับพี่อะ...เด๋วมาอิพี่เนยมันก็คงคุยกับพี่เองแหละ..บ้า..รักน้องไม่เท่ากันใช่สิ นู๋มันกระเทยหนิ...ไม่ใช่ตุ๊ดเหมือนอิพี่เนยมันชิว่าแล้วมันก็สะบัดตูดจากผมไปอีกรอบพร้อมหน้าอันงอง้ำของมัน เออนะ..กูจะเป็นบ้าตายก็เพราะมึงนี้แหละ อิคุณน้อย

 

ผมนั่งรอน้องเนยอยู่ที่ม้าหินนอกร้าน หมูทะ นั้นแหละครับ จนเค้าเริ่มงานกันแล้วน้องเนยยังไม่มาเลย..ตอนแรกกะจะยังไม่กินเหล้าครับ รอให้น้องเนยมาก่อนผมถึงจะกิน กะคุยกันให้รู้เรื่องว่างั้น ไม่ได้คุยกันเป็นจริงเป้นจังนานแล้วอะ...เป็นห่วงน้องมันครับ พักนี้กินอิ่มนอนหลับบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้...

 

ไอโมมานั่งทำอะไรตรงนี้วะ โธ่เอ้ยไปไป ไปแดกเหล้ากัน.... เฮ้อ..ผมยิ้มให้พี่ว่านแล้วเดินตามแกไปในร้านหมูทะแล้วเริ่มแดกเหล้าเคล้าหมูทะกัน...

 

ดื่มกันไปได้ซักพัก ก็มีคนมาสะกิดที่แขนไอโมเริ่มหน้าตึงแล้วครับ...

 

หวัดดีครับพี่โม.....คือ.... น้องเนยครับ มาในชุดนักศึกษาเลย

 

ยิ่งดูน่ารักเข้าไปใหญ่ ที่หลังยังมีกระเป๋าเป้สะพายไว้เหมือนเดิม เนยพูดกับผมอึกๆอักๆเหมือนกับอยากจะพูดอะไรกับผม แต่ตอนนี้ผมยังติดพัน อยู่กับพวกพี่ๆเค้าอาดิ ลืมไปแล้วด้วยว่าตัวเองอยากจะคุยกับเนยมัน

 

อะไรวะ..ทำไมมาช้าจังวะเนย...ไป ไปกิน..กับพวกไอน้อยมันนู้น มันกวักมือเรียกอยู่นั้นหน่ะ..จะกลับรอพี่ เดี๊ยวพี่ไปส่ง พูดเสร็จผมก็ไม่สนใจน้องเนยมันแล้วครับ กลับมาดิ้งกับพวกพี่ๆต่อ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเนยมันไปตอนไหน ได้กินข้าวอิ่มหนำดีรึเปล่า....

 

พวกผมออกจากร้านหมูทะตอน เกือบๆ 3 ทุ่มไอโมก็มึนๆครับ ...เลยกะจะไปเกะต่อกัน..บอกไอคิมแล้วครับมันไม่อยากให้ไปหรอก..แต่ผมก็ดื้อเล็กน้อยถึงปานกลางอะนะ ลูกติดพันอะ ยังไม่หายอยากเลยอะ จะพอได้ไง...เห็นน้องเนยมันมาเดินป่วนๆเปี้ยนๆอยู่แถวๆที่พวกผมยืนรอรถพี่อีกคนขับออกมารับ...ผมก็ไม่ได้เอะใจอะไรอะ...ก็คิดว่ามันคงเป็นปกติ...ลืมไปแล้วว่าจะไปส่งน้องมัน...ลืมเรื่องที่ตัวเองคิดจะคุยกับมันซะสนิทใจ.....

 

****************************************

 

อาทิตย์ถัดมาไม่ได้ไปทริปกันแล้ว พวกพี่ๆในทริปเลยนัดโยนโบว์กัน ที่ เมเจอร์รัชฯ กะแข่งกันเป็นล่ำเป็นสันเลยทีเดียว รางวัล ก็พวกในทริปสต๊าฟอย่างพวกผมนี้แหละ สรรหาไปแจก กัน.....

 

จัดเป้นทีม ก็ กลุ่มเดิมนั้นแหละ กลุ่มในทริปอะ แต่ให้ส่งชื่อลงแข่ง แค่ 2 ทีม ทีมละ 3คน ส่วนคนที่เหลือนั่งดู...ผมก็อยากให้ไอน้องเนยมันมาเที่ยวด้วย ก็ได้หลังไมค์ไปหามัน บอกมันให้มาด้วยเด๋วจ่ายเงินให้ (ผมไม่มีเบอร์น้องเนยนะ) หลังไมค์ก็ส่ง ข้อความไปหามันจากบอร์ดที่ผมสถิตอยู่อะครับ

 

ก็โอเคตามนั้น ทีมผมชายล้วน มีผม น้องเนย และก็น้องผุ้ชายในทริปอีกคน(จำชื่อไม่ได้) พอถึงวันที่พวกผมนัดกันวันนั้นเป็นวันอาทิตย์นะ

 

วันนั้นผมเอารถไป...เผื่อตอนกลับจะได้ไปส่งน้องๆเจ๊ๆด้วย ถึงจะนัดกันบ่ายๆ แต่คาดว่าเสร็จเข้าจริงๆคงดึกสงัดนู้นแหละ

 

 เริ่มจัดทีมเริ่มขานชื่อ ลานโบว์วันนั้นถูกเมาโดยทริปพวกผม

 

ผมกำลังเดินเอาคูปองจากพี่ๆไปแลกรองเท้าจากพนักงานเค้า ก้อมีใครบางคนมาดึงมือผมไปจับไว้แล้วดึงให้ผมหันหน้าไปหา ...

 

พี่โม...เสียงเรียกเบาๆ พร้อมกับเนื้อตัวผอมๆเล็กๆที่ถลาเข้ามาหาผมแล้วกอดเอวผมไว้ ผิดวิสัยน้องเนยที่จะทำ..(ตรงนั้นไม่ค่อยมีคนอะตรงที่ไปหยิบรองเท้าอะครับ มีแค่ผมกับน้องในทีมอีกคนนึงเท่านั้น)

 

อะไร..เป็นไร.. ผมถามน้องเนยเบาๆ พร้อมกับที่สายตาผมเหลือบๆ ไปเห็นพี่เอกที่เดินตามน้องเนยมา พอพี่เอกเห็นผม ก็ยิ้มให้นิดๆ แล้วหันหลังเดินกลับไป

 

อะไรอะเนย... ผมดึงน้องเนยออกจากตัวผมแล้วก้มลงจ้องหน้าน้อง

 

เอ่อ...ไม่มีอะไรครับ..เนยคิดถึงพี่อะ..ขอกอดนิดกอดหน่อยไม่ได้รึไง..ขี้หวง น้องเนยพูดยิ้มๆ น้ำเสียงเหมือนงอน...แต่ปิดความกังวลใจไม่มิดเลย อยากจะคาดคั้นว่ามันเรื่องอะไรกัน แต่ในเมื่อน้องมันไม่พูดจะให้ผมทำอะไรได้....

 

ปะ ไปแลกรองเท้า เนยอยู่ทีมเดียวกับพี่ ผมพูดยิ้มๆแล้วกอดคอน้องเนยกับน้องในทีมอีกคนไปหยิบรองเท้ากัน...

 

พอได้รองเท้าเรียบร้อยพวกผมทั้ง 3 ก็มานั่งตรงโต๊ะ...ทีมพวกผมก็นั่งหน้าสลอนกันพร้อมหน้าพร้อมตา รอนักกีฬาหญ่ายอย่างพวกผมลงแข่ง....สวมรองเท้าปุ๊บ พี่ประธานทริป ก็ตะโกนผ่านโทรโข่งว่า เริ่มแข่ง ลู่เริ่มเปิด ชื่อและลำดับโยนก่อนหลังขึ้นพรึบที่หน้าจอ

 

คนแรกที่จะโยนคือผม...ได้รับเสียงปรบมือเกลียวกลาว...อะนะ เข้าใจคนมันหล่อ ผมเดินไป ที่ลู่ แล้วออกกำลังกายขาเล็กๆน้อยๆ แล้วเดินไปหยิบลูกแล้ววิ่งออกไปโยนลูกไปยังลู่โบว์อย่างสวยงาม..และ และ....ล้างท่ออย่างสวยงามเช่นกัน..หุหุ...โดนโห่ เล็กน้อย..แต่ไอโมก็ตามเก็บสแปได้หมดหมดจดงดงาม.ฮ่าๆๆๆๆ.....

 

คนต่อไปคือน้องเนย...น้องเนยมองหน้าผมแหย๋ๆ...แล้วกระซิบผมเบาๆ...

 

พี่โม..เนยไม่เคยโยนโบว์อะ...ทำไงดี น้องมันพูดเสียงแห้งๆ เหมือนเป็นเรื่องคอขาดบาดตายที่ตัวเองโยนไม่เป้น...

 

เหอๆ..ไม่เป็นไร..มานี้มาพี่สอนให้... ผมดึงแขนน้องเนยมาที่ลู่

 

แล้วบอกให้น้องมันเลือกๆเอาลูกที่พอดีกับนิ้วของตัวเองไม่หลวมไม่คับนิ้วจนเกินไปกะน้ำหนักให้ดีๆ...วิ่งไปแล้วก้อปล่อยลูก ในระหว่างที่ผมสอนน้องมันอยู่นั้น...พวกในกลุ่มผมก็แซวกันใหญ่..เป่าปากฟิ้วฟ้าว ไอโมก็เลยคึกคับ เมื่อกี้ซัดเบียร์ไปแล้วเหยือกนึง เลยหน้ามึน โอบน้องมันอวดไอพวกนี้ซะเลย

 

ฮิ้ววววววววววววโหย จะแต่งกันเมื่อไหร่หล่ะคร้าบ น้องเนย พี่โมเจ้าชู้มากเลยนะจะไหวเหรอคร้าบ ระวังตัวหน่อยหนา ฮิ้ววววววววววว เสียงแซวเสียงเป่าปากของคนในกลุ่มผม

 

ทำให้คนในทริปคนอื่นๆหันมามอง เมื่อเห็นผมยืนกอดน้องเนยอยู่ที่ลู่โบล์ ก็เกิดอาการเหมือนกันหมด ไอโมไม่อายหรอกครับ บริสุทธิ์ใจไง...แต่น้องเนยนี้ก็คงอายหล่ะนะ...แต่คงทำอะไรไม่ได้ก็โดนไอโมรัดซะขนาดนั้น...

 

เอ๋าอาย อาย...ปล่อยก็ได้แหม๋..กอดแค่นี้ทำเป็นหวงเนื้อหวงตัว หมั่นเขี้ยว เลยก้มหน้าลงหอมแก้มน้องมันอวดสายตาประชาชีซะเลย...

 

อะ..ไอพี่โมบ้า...ทำกับเนยแบบนี้ได้ไง.. น้องเนยมันคงทั้งขำทั้งอายในความบ้าของผม

 

 มันสะบัดตัวออกจากอ้อมกอดผม วางลูกไว้แล้วไล่เตะผม ผมก็วิ่งหนีอะดิครับ  ทุกคนก็เฮกันใหญ่เชียร์ยังกะเชียร์มวยให้น้องเนยมันจัดการผมให้หลาบจำ...วิ่งจนเหนื่อยอะ...คนที่เหนื่อยอะคือผมนะ แต่น้องเนยมันยังฟิตปั๋ง มันมายืนเท้าเอวมองหน้าผมยิ้มๆ...

 

อะอะ..ยอมๆ..จะทำอะไรก็ยอมแล้วน้องเอ้ยอะ..ให้หอมคืน.. พูดหอบๆ ทำแก้มป่องๆ แล้วยื่นหน้าไปให้น้องเนยมันหอม..

 

หยี๋ มีแต่เหงื่อ ใครจะไปหอมลง.. น้องเนยมันพูดกลั่วหัวเราะ แล้วเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดๆตามใบหน้าผม ผมจึงหันกลับไปมองหน้ามันยิ้มๆ...

 

น้องมันก็ยิ้มให้ผมเหมือนกัน...ไม่มีความรู้สึกแบบอื่น มีแต่คำว่าพี่น้อง ที่ออกมาจากความรู้สึกของผมกับเนย...เนยมองผมอย่างเคารพรัก ไม่มีความรู้สึกอื่นใด..

 

ขอบใจไอน้อง ผมพูดยิ้มๆหลังจากที่น้องเนยมันเช็ดหน้าผมจนแห้งดีแล้ว...

 

แล้วขยับตัวไปกอดคอน้องเนยมันอีกครั้งแล้วเดินกลับไปหาเพื่อนๆที่โต๊ะ พอไปถึงโต๊ะ ก็มีแขกจากกลุ่มอื่นมานั่งทำหน้าบึ้งอยุ่ที่ทีมผม...หาใช่ใครอื่นไม่ก็อิพี่เอกอะแหละ....

 

พี่เอกมองตรงมาที่พวกผมหน้าตาชวนหาเรื่องมากๆ จนน้องเนยมันต้องขยับตัวเข้ามากอดเอวผมแน่นยิ่งกว่าเดิม

 

อ้าว พี่เอก...เปลี่ยนทีมแล้วเหรอคับ ผมถามพี่เอกยิ้มๆเหมือนกับไม่รับรู้ถึงอาการแปลกๆของทั้งพี่เอกและน้องเนย

 

ปล่าว ทำไมคับ พี่มานั่งด้วยไม่ได้แล้วเหรอทุกวันเนี๊ยะ พี่เอกมองผมเหมือนตัดพ้อ มากกว่าโกรธนะ...

 

ไม่ใช่อย่างนั้น...เอ้า เนยไปโยนสิไปเร็ว เรายังไม่ได้โยนเลยหนิไป ผมบอกน้องเนยแล้วดันให้มันเดินออกไปยังลู่

 

พี่เอกมีอะไรจะคุยกับผมรึเปล่าครับ.. พูดไปผมก็เรียกให้พนักงานเค้ามารับออเดอร์จากผมอะครับ ไอโมก็สั่งเบียร์และก็กับแกล้มไป 2-3 อย่าง..สั่งเบียร์ให้เพื่อนๆในทีมด้วย...

เปล่าหรอก...แค่สงสัย ทำไมสนิทกับเนยจัง พี่เอกถามผมเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ที่พี่น้องในทริป สามารถพูดคุยกันได้...ผมจะตอบหรือไม่ตอบก็ได้หนิ..ท่าทางไม่ได้อยากรู้ซะหน่อย ผมคิดในใจ

 

ก็..คนมันหล่อไงพี่...ใครๆก็รัก ใครๆก็หลง ผมพูดยิ้มๆ แล้วมองหน้าพี่เอก ประมาณว่า พี่ก็ลืมไปแล้วเหรอว่าพี่ก็อีกคนนึง ที่มาหลงผม...

 

พี่เอกส่งยิ้ม แปลกๆมาให้ผม ยกเหยือกเบียร์ขึ้นมาตรงหน้า

 

ชนแก้วกันหน่อยสิโม...บางทีนะโม บางที...อะไร อะไรมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่โมคิดหรอก... ผมชนแก้วกับพี่เอกแต่ตาจ้องพี่เอกเขม็ง

 

แม่มพูดเจี้ยอะไรวะ ไม่เข้าใจหว่ะ ...ได้แต่คิดอย่างเซ็งๆ แล้วพี่เอกก็เดินถือแก้วเบียร์ของตัวเองกลับไปยังทีมของพี่เค้า ไอโมก็ได้แต่ยิ้มอย่างเบื่อๆ แล้วหันหน้ากลับไปมองดูที่ลู่ และ พอน้องอีกคนโยนเสร็จไอโมก็เดินขึ้นไปโยน....ไม่นานเรื่องทั้งหมดที่คุยกับพี่เอกก็อันตธานหายไปในจิตใต้สำนึก....

 

**********************

 

การแข่งขันเสร็จสิ้นโดยที่ไอโมทั้งมึนทั้งเมา...ไม่ได้รางวัลอะไรกับเค้าเลย แต่ไอโมได้รางวัล ขวัญใจช่างภาพมาครองครับ 555555555 ยังกะประกวดนางงามได้ถ้วย ตราไก่ มาใบนึง ตราไก่จริงๆ ก็ถ้วยกินข้าวต้มกุ๋ยอะครับ ใบยังงั้นอะ...งงๆเหมือนกันว่าได้มาได้ยังไง

 

 ยังสนุกได้ต่อครับ บางคนพองานเลิกก็ไปดูหนัง กันต่อ กินข้าวกันต่อ ส่วนพวกผมลากกันเข้าไปเล่นโบล์ต่อ ที่ห้อง vip ครับ เป็นส่วนตัวดี จำได้ว่า ออกกันคนละ รู้สึกจะ 1000 หรือ 2000 นี้แหละ คนเกือบ 10 คนอะนะ และผมก็ลากน้องเนยมาด้วยเหมือนกัน เพราะยังไงวันนี้น้องเนยมันก็ต้องกลับบ้านกับผม..(ตอนนั้นโทรบอกไอคิมแล้วครับว่า คงขับรถกลับไม่ได้ให้มันมารับด้วย นั่งแท็กซี่มาอะ) ผมก็ออกตังค์ให้มันอีกเช่นเคย เมื่อกี้โยนโบล์มันก็นั่งกินแต่กับแกล้ม คราวนี้ผมก็เลยบอกให้มันสั่งอะไรมากินๆซะจะได้อิ่มๆ..แล้วก็ไปเล่นให้สนุก มันทำแต่งานอะ เที่ยวก็ไม่ได้ไปเที่ยวกับเค้า ทำงานจนหัวโตผอมแห้งไปหมดแล้ว.....

 

กินเหล้าไปคุยกันไปกับพวกพี่ว่าน....เมาชิบหายวายวอดเลยแหละ...ไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยผม คือยังไงซะไอคิมมันก็ต้องมารับอยู่แล้วไง ก็เลยไม่ต้องกังวลว่าจะกลับบ้านได้ไหม....

 

อย่างที่ผมเคยบอกถึงผมจะเมาขนาดไหนไม่ได้สติคอพับคออ่อนแต่ ผมก็รู้ตัวตลอดว่าเกิดอะไรขึ้นรอบๆตัวผม...ผมได้ยินเสียงคนข้างๆผมคุยอะไรกันซักอย่างผมจึงพยายามเงี่ยหูฟัง....ก็เป็นเสียงของน้องเนย กับไอพี่เอกแหละ ...

 

ปะเนย เดี๋ยวพี่ไปส่ง..จะไปรอพี่โมทำไม เห็นไหม พี่โมเมาไม่รู้เรื่องแล้ว รู้เรื่องเดะ รู้เรื่องนะว้อย เด๋วแฟนมารับ น้องเนยอย่าไปกับมันนะ ไปกับมันมันจะทำอะไรน้องรึเปล่าก็ไม่รู้ พี่เป็นห่วงหว่ะ

 

ไม่เป็นไรคับพี่..เดี๋ยวเนยกลับเองได้..อีกอย่างพี่โมก็บอกเนยแล้วว่าให้รอกลับพร้อมกัน เพื่อนพี่เค้าจะมารับ น้องเนยตอบกลับไปเบาๆ น้ำเสียงไม่ค่อยมั่นใจ ...ดีมากน้องดีมาก เดี๋ยวแฟนพี่มารับครับ ไม่ต้องห่วงถึงบ้านอย่างปลอดภัย

 

เนย...ลืมอะไรไปรึเปล่าครับพี่เอกยังคงไล่ต้อนน้องเนยต่อไป แต่ไอโมเริ่มตงิดตงิดแล้วครับ มีไรกันวะสองคนนี้

 

แต่..เนย...   เสียงน้องเนยเริ่มไม่มั่นใจครับ

 

 น้องเนยจ๋าอย่าปายกะมานนนนนนนนนอยากลุกขึ้นแล้วดึงแขนน้องไว้ จริงๆเลยครับ แต่ กูลุกไม่ขึ้น ใครก็ได้ช่วยกูด้วยคิม มมมมมมมมมมมมมม อยู่หนายยยย

 

พี่โม...เนยกลับก่อนนะพี่.. กำ..แล้วเสียงร่ำลาของน้องเนยกับไอพี่เอกก็ห่างออกไปเรื่อยๆ...

 

ใจไม่ดีมากมาย อยากบอกว่าอย่าไปแต่ทำไม่ได้ รู้สึกแค้นใจตัวเองเหลือกำลังที่ช่วยอะไรน้องไม่ได้เลย

 

ไม่ต้องห่วง..โม เดี๋ยวเจ๊ไปเป็นก้างให้ เสียงอิเจ๊คำหล้ากระซิบอยู่ที่หูผมอีกข้าง มือมันก็ตบแปะลงที่บ่าผมแล้วคว้าของๆมันมาถือไว้แล้ววิ่งตุ๊บๆตาม สองคนนั้นไป ไอโมถอนหายใจเฮือก.......ค่อยยังชั่ว..โล่งอกมากมาย

 

ผมนั่งคอพับคออ่อน ฟังคนนั้นคนนี้พูดนั้นพุดนี้กันไม่นานไอคิมก็มารับผมกลับบ้าน ก็บ่นบ้างเล้กน้อย แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร....

 

****************************

 

วันนั้นก็ผ่านไปด้วยความหนุกหนานของทุกคน แต่มีสิ่งนึง ที่ไม่ปกติ คือ...เรื่องของพี่เอกกับน้องเนย เหมือนทุกคนอยากจะพูดอยากจะเล่า แต่ขอเล่าแบบเป็นส่วนตัว ...คือกระซิบกระซาบกัน ไปทริปครั้งนี้ผมถึงรู้สึกว่ามันไม่สนุก อิเจ้คำหล้าเหมือนอยากจะพุดอะไรแต่ก็ไม่พุด ....ผมก็นะ เมื่อไม่อยากพูดผมก็ไม่คาดคั้น...

 

ไปทริปคราวนี้ ก็เจอพี่เอกเช่นเคย แต่น้องเนยไม่เห็นเลย และคราวนี้ไอมดมันตามผมไปทริปด้วย...อิพี่เอก พอเห็นน้องผมก็มองตาเป้นมันกันเลยทีเดียว...ผมก็ได้แต่คิด มองไอมดมันแบบนี้ระวังเถอะมันจะก้านคอเข้าให้...ตอนกูแม่มมันไม่เข็ด...

 

โม..เดี๋ยวเสร็จงานแล้วไปเที่ยวต่อกันไหม ปากมันพุดกับผมครับพี่เอก แต่ตามันอะมองน้องผม...

 

คือตอนนั้นน้องผมเรียน ม.ปลาย อยู่อะครับ ยังตัดผมลองทรงผิวคล้ำๆเพราะมันเรียนหนังสือที่ขอนแก่น..ยังไม่โดนน้ำประปาสีจึงยังไม่ตก คิคิ...หน้ามันจึงดูเถื่อนๆดิบๆซื่อๆเหมือนเด็กบ้านนอกทั่วๆไป...แต่นี้มันน้องไอโมนะครับ...พี่มันยังไงน้องมันก็งั้นแหละ...แต่งวดนี้ไอมดมันไม่รู้ตัวครับ ว่ามีคนจ้องจะขย้ำมันอยู่..

 

อ๋อไม่หล่ะพี่...ดึกแล้ว ...เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมต้องพาน้องไปทำธุระ ผมพูดเรียบๆไม่ได้แสดงให้พี่เอกเห็นว่าผมรู้ทัน

 

เหรอ...เสียดายนะ...ธุระอะไรเหรอบอกได้ไหมน้องมด.. แทนที่จะถามผมพี่เอกดันหันไปถามไอมดที่ตอนนี้ยืนฟังผมกับพี่เอกคุยกันอยู่เงียบๆ...

 

ธุระ..ส่วน...ตัว...ครับ ไอมดมันพูดเน้นๆเสียง  จนพี่เอกหน้าชาไปเลย ผมก็ได้แต่นึกขำอยู่ในใจ...ไอมดมันไม่ได้ซื่ออย่างที่คิดหรอกนะพี่...

 

พี่โม..พี่คิมมาแล้ว... มันพูดจบมันก็เดินตรงดิ่งไปหาไอคิมที่ตอนนี้ขับรถตีโค้งเข้ามาจอดใกล้ๆพวกผม โดยพี่ไอมดมันไม่ได้ยกมือไหว้ล่ำลาไอพี่เอกเหมือนกับพวกพี่ๆคนอื่นๆเลย

 

ไปนะครับพี่ ผมยกมือขึ้นไหว้ลาพี่เอก แล้วขยับตัวเดินหนี

 

โม...ได้คุยกับเนยบ้างรึเปล่า... พี่เอกถามผมขึ้นมาเบาๆน้ำเสียงหวาดๆ

 

ผมจึงหันหน้ากลับไปจ้องหน้าพี่เอก

 

เปล่า ครับ...ทำไมเหรอ...ผมกะจะถามพี่เหมือนกัน...ว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น..ทำไมท่าทางทุกคนดูแปลกๆ... ได้โอกาส ถามขึ้นมาแบบที่พี่เอกไม่ทันได้ตั้งตัวกันเลยทีเดียว

 

เอ่อ...เนย ไม่ได้เป็นคนดี  น่ารักอย่างที่โมเห็นหรอกนะ... พี่เอกได้ที พูดไซโคขึ้นมาเลยครับ...งง สิครับไอโม

 

เพราะ ถามกลับพี่เค้าไปอย่างงงงๆ

โม ก็รู้ใช่ว่าพี่...เป็นแบบนั้น และ เนยก็เป็น... พี่เอกพูดมาเสียงอ่อมแอ้ม

 

ครับ รู้ แล้วไง เอามือขึ้นกอดอกเอียงหัวเล็กน้อยทำท่ากวนตีนนิดๆ

 

เริ่มไม่พอใจท่าทางของพี่เอกขึ้นมาบ้างแล้ว..คือถ้ามึงว่าอะไรน้องกูหล่ะก็มึงโดน นี้คือสิ่งที่ผมคิดในใจ

 

พี่ให้เนยยืมเงิน...แล้วเนยก็เชิด แค่นี้ผมก็รู้แล้ว ว่า อะไรเป็นอะไร ไม่ใช่ให้ยื่มหรอก แต่ให้เพื่อแลกกับอะไรบางอย่างต่างหากหล่ะ เหมือนกับตอนแรกที่ไอพี่เอกมันเสนอให้ผม...

 

พี่นี่ก็โง่นะ...ให้เด็กมันหลอกได้ไง... ผมพูดกลับไปอย่างเยาะๆ ก่อนจากมาก็มองพี่เอกด้วยแววตาแสนสมเพศ..

 

พอขึ้นมาบนรถก็โดนไอมดบ่นซะหูแทบฉีก เรื่องไอพี่เอกนี้แหละ...ผมก็เงียบอะ..คำถามมากมายผุดขึ้นในหัว..เนยทำแบบนั้นจริงๆเหรอ...เนยไม่ใช่คนแบบนั้นนะ..แล้วถ้าทำจริงๆแล้วจะทำไม..เนยมันไม่ใช่พึ่งลำบากนะ มันลำบากมานานแล้ว เคยสงสัยอยู่เหมือนกันมันเอาเงินจากไหนมาดูแลรักษาแม่ เรื่องเรียนของตัวเอง ของน้องอีก มันไม่ใช่น้อยๆนะ...สำหรับเด็กอายุ 19 .

 

ที่ผ่านมาผม เคยคิดเหมือนกันว่าทำงานได้เงินเดือน เดือนละเท่านี้ไหนจะเจียดเวลาไปเรียนอีก...เงินพอใช้เหรอ...ไม่พอใช้แล้วมันจะเอามาจากไหน...แต่ผมก็มองในแง่ดีมาตลอด ผมเคยเชื่อมั่นอะไรบางอย่างในตัวน้องเนย

 

จนกลับถึงคอนโดอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ซุกหัวลงกับอกอุ่นๆของไอคิม  ไอคิมมันถึงได้ถามว่ามีเรื่องอะไร เรื่องราวต่างๆจึงหลั่งไหลออกจากปากผม..

 

เอาเรื่องของคนอื่นมาใส่หัวตัวเองอีกแล้ว....เฮ้อ..โมเอ้ย... ไอคิมมันพูดกลั่วหัวเราะเอาจมูกซุนๆที่หัวเน่าๆของผม..

 

ลองเชื่อใจตัวเองอีกซักครั้งจะเป็นไรไปหล่ะโม...ไอคิมมันบอกผมเบาๆ...

 

นั้นสินะ...ทำไมผมต้องกังวลอะไรมากมายถ้าน้องเนยที่น่ารักมันจะไม่เป้นอย่างที่ผมคิดก็ช่างหัวมันสิ...แต่ผมขอเชื่อมั่นในตัวน้องมันหน่อยแล้วกันว่าน้องไม่มีวันทำแบบนั้นแน่ๆ....

 

*********************************

 

คืนวันนั้นก็ผ่านพ้นไป โดยที่ผมก้อลืมเรื่องน้องเนยไปซะสนิท ปกติผมก้ไม่ได้สนใจใยดีใครได้นานอยู่แล้วอะนะ...จนเย็นๆวันศุกร์มั้ง วันพรุ่งนี้ผมต้องไปกับทริปอีกแล้ว...ก้มีโทรศัพท์เบอร์แปลกๆโทรหาผม ปกติถ้าเป็นเบอร์ไม่คุ้นผมจะไม่รับ แต่วันนั้นไม่รู้นึกอะไรขึ้นมาถึงรับ

 

ฮาโหลครับผม ผมกรอกเสียงลงไปขณะที่ตาก้อไล่มองบัญชีร้านไปที่ละตัว.

 

*พี่โม..น้องเนยนะครับพี่..ยุ่งปล่าวครับ.*  น้องเนยพูดมาน้ำเสียงเกรงอกเกรงใจมากมาย

 

อ้าว ว่าไงเรา...มีเบอร์พี่ด้วยเหรอ คือผมนี้ก็บ้าอะครับ ...

 

คือนิสัยเจี้ยๆอะ คือถ้าใครไม่ขอก็ไม่ให้อะเบอร์....ซึ่งน้องเนยรึจะกล้าขอ ก้เคยคิดว่าทำไมไม่โทรไปคุยกับมันวะถ้าเป็นห่วงพอมานึกอีกที กำ กูไม่มีเบอร์น้องมัน ถ้าจะโทรไปถามพวกพี่ๆเพื่อนๆในทริป ก็อายเค้าเปล่าๆ สนิทกับน้องมันยังกะอะไรแต่เจือกไม่มีเบอร์น้องมัน อับอายครับ เลยช่างแม่มเหอะ

 

*เนย ขอ น้องน้อยมาอะ...พี่โม ยุ่งไหม * ยังคงถามคำถามเดิมซ้ำมา

 

ไม่ครับ ไม่..มีอะไรรึเปล่าครับ ผมตอบน้องเนยไปเบาๆพร้อมกับวางมือจากงานที่ทำ..

 

*ก็มี เรื่องจะปรึกษาอะครับพี่..เยอะเลย...* น้องเนยทำเสียงกลุ้มๆ ...

 

ครับ..พี่ฟังอยู่... คราวนี้ตั้งอกตั้งใจเลยหล่ะ

 

*เอ่อ..คือ..พี่โมครับ..พรุ่งนี้พี่โมไปทริปรึเปล่าครับ...*

 

ครับ ไปครับ...ทำไมเหรอ ผมถามน้องเนยออกไปน้ำเสียงสงสัยเล็กๆ..

 

*พี่ไปแน่นะครับ งั้นเนย..จะรอคุยกับพี่พรุ่งนี้นะครับพี่โม...เนยกลุ้มใจมากเลยไม่รู้จะทำไง...แต่เนยอยากคุยกับพี่ตัวต่อตัวมากกว่าอะครับ...*

 

ครับๆได้ๆ..ใจเย็นๆก่อนก็แล้วกันนะเนย พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน.. ผมพุดตอบน้องมันไปเบาๆ...แล้วกดวางสายไป

 

.เกี่ยวกับเรื่องพี่เอกรึเปล่าวะ  ขออย่าให้มีอะไรที่เลวร้ายเกินเยียวยาเลย..เฮ้อ...

 

**************

 

ไปทริปวันนี้ไอโมตั้งใจมากว่าจะเจอน้องมันแต่ก็ไม่เจอ ขึ้นรถบัสไปก็ไม่มี ...อยากจะรู้เต็มแก่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น บรรยากาศในรถอึมครึมมากเลยครับ

 

มีอะไรกันเหรอพี่..ทำไมวันนี้ดูแปลกๆวะ.. ผมถามพี่ว่านขึ้นเบาๆหลังจากที่ขึ้นไปนั่งเบาะหลังข้างๆกับพี่ว่านเรียบร้อย..

 

มึงโง่จริงหรือแกล้งโง่วะไอโม.. พี่ว่านไม่ตอบแต่กลับสวนกลับจนผมจุกเลย

 

อ้าว เรื่องไรอะ..ผมจะตรัสรู้ไหมเนี๊ยะ รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเฉยเลยครับ มาหาว่ากูโง่ซะงั้นแม่มเอ้ย ไม่คิดว่าเป็นพี่นะ เตะปากแม่มไปแหละ..คนยิ่งรมณ์หดหู่อยู่

 

เมื่อตอนเย็นไอเนย มันต่อยปากพี่เอก แค่นั้นเองที่พี่ว่านพูดและไอโมก็เงียบ

 

กูว่ามึงน่าจะรู้บ้างนะ ว่า..จริงๆเรื่องมันเป็นไง พี่ว่านพูดขึ้นมาลอยๆอีกครั้ง

 

และไอโมก็เงียบไปอีกครั้งเหมือนกัน นี้เรื่องมันไปกันใหญ่แล้วนะเนี๊ยะ

 

แล้วเนยหล่ะพี่..มันไปไหนแล้ว..เฮ้อ. ผมถามพี่ว่านไปเบาๆ พร้อมกับถอนหายใจไปหนึ่งเฮือก

 

ไม่รู้หว่ะ..เห็นขับ มอไซต์มากับเพื่อน..เฮ้อ พี่ว่านพูดเบาๆแล้วถอนหายใจเหมือนกัน..

 

แล้วไมมันถึงไปต่อยปากพี่เอกหล่ะ ถามพี่ว่านอีกครั้ง ห่วงน้องมันมากมายไม่รู้จะเป็นไงบ้าง ผมว่าคนอย่างไอเนยไม่เหลืออดจริงๆมันคงไม่ทำ

 

หึหึ..พี่เอกมันเชี่ย ไงมึง...กูไม่รู้นะเว้ย ว่ามันได้ไอเนยจริงรึเปล่าแต่แม่ม..เมื่อวานมันแดกเหล้า แล้วมันเสือกปากเสีย ไปคุยว่าเอาเงินฟาดหัวไอเนย แล้ว..หึหึ..มันหาว่าไอเนยจน แล้วยังง่ายอีก.. พี่ว่านพูดแล้วมองหน้าผมนิ่งๆ หน้าพี่ว่านก็แค้นพอๆกะผม

 

ผม.. ผมพูดไม่ออก

 

พูดได้แค่นั้นจริงๆ สงสารน้อง ถึงมันจะจริง หรือไม่จริงก็ตาม แต่พี่เอกก็ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะพูดแบบนี้..มันหยามกันเกินไป

 

กูเข้าใจ กูรู้ว่ามึงคิดอะไรอยู่..เอาเถอะมึง...กูก็ไม่รู้จะทำไงเหมือนกัน.. พี่ว่านเอามือตบบ่าผมแปะๆ

 

 แล้วจากนั้นผมกับพี่ว่านก็นั่งกันเงียบๆ พร้อมกับที่อิเจ๊คำหล้าและคนอื่นในกลุ่มผมทยอยกันขึ้นรถมาทุกคนมีสีหน้าเดียวกัน คือ เครียด พูดไม่ออก หดหู่....

 

แต่ตัวผมกลับมีความรู้สึกผิดติดตามมาด้วย หลายครั้งแล้วที่น้องมันอยากจะคุยด้วยอยากปรึกษา แต่ผมไม่เคยเลยซักครั้งที่จะอยู่รับฟัง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ผมเคยบอกน้องเนยหลายครั้ง ว่าถ้ามีปัญหาอะไรปรึกษาผมได้ตลอดเวลา แต่ดูผมสิเบอร์โทรก็ไม่ให้น้อง เวลาน้องอยากคุยผมก็ลืม...เหมือนมีก้อนอะไรมีจุกอยู่ทีคอหอย...แล้วนี้พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นไอเนยมันจะเป็นยังไง...

 

 

รถมาถึงที่จัดงาน ทุกคนทยอยลงรถ ไม่เห็นพี่เอกในทริปวันนี้ คงกลับไปแล้วหล่ะมั้ง คงจะอายเหมือนกันหล่ะคงไม่คิดว่า เด็กท่าทางปวกเปียกอย่างไอเนยจะกล้าต่อยปากมันเข้า ต่อหน้าผู้คนนับร้อย..ก็สมควรอยากปากเสียดีนัก

 

เนยเอ้ยจะเป็นไงบ้างวะ ไอน้อง...เป็นห่วงมึงหว่ะ...

 

จนเมื่องานเกือบจะเลิกแล้วความหวังที่จะเจอไอเนยก็หมดสิ้นลงไปด้วย...

 

โอ๊ะ...เฮ้ย... ขณะที่ผมเดินออกจากห้องน้ำที่อยู่ห่างจากที่จัดงานพอสมควร

 

ก็มีมือเย็นๆปริศนายื่นมาจับที่แขนผมแล้วกอดไว้แน่น.....

 

พี่โม...เนยเอง เสียงสั่นๆ อู้อี้อยู่กับแขนผมพูดขึ้นมา

 

ทำให้ผมต้องดึงมันเข้ามากอดด้วยความโล่งอกอย่างสุดใจ...ไม่ใช่ญาติพี่น้องไม่ใช่เพื่อนเป้นแค่คนบังเอิญรู้จัก ไม่เข้าใจทำไมถึงได้เป็นห่วงเป็นใยมันนัก...

 

เป็นไงบ้าง...ทำไมใจร้อนงี้หือเนย.. ผมถามมันไปเอามือลูบหลังไอเนยมันไปด้วย...

 

แล้วจัดการลากมันออกมาจากอาคารจัดงานแล้วเดินตรงไปยังลานจอดรถ ที่มีรถจอดอยู่หลายคัน ผมพาเจ้าเนยเดินไปยังรถตู้ของบริษัท(ที่พวกผมจัดทริปกันอยู่นั้นแหละ)

 

พี่เหน่ง ขอไปนั่งคุยกันในรถหน่อยนะพี่.. ผมพูดกับพี่เหน่งคนขับรถของบริษัทซึ่งพี่เหน่งก็พยักหน้ารับแล้วเปิดประตูรถตู้ให้ผมกับไอเนยเข้าไปนั่งคุยกัน

อะ..ว่ามา.. พอผมเข้าไปนั่งในรถตู้ก็หันหน้าเข้าหาเนยที่ตอนนี้เข้ามานั่งอยู่ข้างๆผม..เนยเงยหน้าขึ้นแล้วมองผมอย่างชั่งใจ...

 

พี่โมรู้เรื่องแล้วใช่ไหม...เรื่องที่เนย...ต่อยพี่เอก เนยพูดขึ้นมามองหน้าผมอย่างหวาดๆ...

 

อือ..พี่รู้แล้ว...แล้วไงครับ.. ผมถามน้องมันไปเบาๆ..ไม่อยากให้มันเกร็ง

 

พี่โม ถึง เนย จะลำบากขนาดไหน ถึงจะไม่มีกิน แต่เนย ไม่เคยคิดจะขายตัวนะพี่ น้องเนยมันมองหน้าผมนิ่งๆ แววตาเด็ดเดี่ยว...คว้ามือผมไปจับไว้แน่น

 

พี่คงไม่คิดว่าเนย จะทำอย่างที่พี่เอก เค้าพูดใช่ไหมครับ...ที่เนยทำไป เนยก็แค่อยากทวงศักดิ์ศรีของเนยคืนเท่านั้น...และเนยก็เอาเงินที่เนยยืมมาคืนเค้าไปแล้วด้วย

 

ตั้งแต่เด็กจนโต แม่เนยสอนเนยมาตลอดให้รักนวลสงวนตัว..น้องเนยมันมองหน้าผมอย่างอายๆ จับมือผมพลิกไปพลิกมา

 

มาถึงตรงนี้ผมก้อยิ้มๆอะนะ ....พ่อแม่น้องเนยคงรู้มาแต่ไหนแต่ไรว่าลูกเป็นยังไง และก็คงยอมรับกันได้ถึงได้เลี้ยงและอบรมลูกมาแบบนี้....

 

ตกลงเนยเอาเงินเค้ามาจริงๆใช่ไหม ผมถามกลับไป พยายามทำเสียงให้ราบเรียบทีสุด

 

น้องเนยมองหน้าผม..ก้มหน้ามองมือตัวเองที่จับมือผมอยู่...แล้วจึงค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองผมแล้วยิ้มนิดๆ...

 

ใช่ เนย เอาเงินพี่เค้ามาจริงๆ... เนยพูดแล้วก้มหน้ามองมือตัวเองเหมือนเดิม..

 

มีอะไรนอกจากนี้อีกไหม...ถ้าเนยอยากบอกอยากเล่าให้พี่ฟัง เนยก็ต้องเล่าให้หมดเข้าใจไหมครับ..ถ้าจะไม่เล่า ก็คือไม่ต้องเล่าเลย..พี่ไม่ว่าอะไรน้องเนยอยู่แล้ว พูดเสียงเรียบๆเช่นเคย แล้วยิ้มให้น้องเนยนิดๆเพื่อให้รู้ว่าผมไม่โกรธถ้าจะไม่เล่า

 

ครับ เนยจะเล่าทุกอย่าง เนยไม่อยากให้พี่เข้าใจเนยผิด...เนยหาโอกาสคุยกับพี่มาตลอด แต่ว่า..เนยไม่มีโอกาสเลยเบอร์โทรพี่เนยก็ไม่มี..เนย.....ไม่รู้จะทำยังไง น้องเนยมันหยุดพูดแล้วเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมแล้วจ้องตากับผมเขม็ง

 

เงินค่าเทอมเนยไม่พอ..เนยหาไม่ทัน...เนยไม่รู้จะทำยังไง จะไปขอเบิกจากที่ทำงานก่อนก็ไม่ได้.เเนยพึ่งออกจากงาน.

 

เดี๋ยวๆๆ...ทำไมถึงออกจากงาน... ผมทะลุกลางปล้องถามน้องเนยขึ้นมาเพราะน้องเนยค่อนข้างที่จะชอบที่ทำงานของตัวเองมาก

 

 เนย..มีเรื่องกับ..รูมเมทเนย...ที่หอพักบริษัทหน่ะ...

 

ทำไม ผมถามขึ้นมาอย่างสงสัย

 

เค้าจะปล้ำเนย..เนยก็เลย..เตะและก็ต่อยมันด้วยแล้วเนยก็หนีมา...เนยพูดน้ำเสียงเฉยๆเหมือนกับเป็นเรื่องปกติ..

 

เป็นแบบนี้บ่อยหรือเนย...เนยถึงพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ผมถามเนยขึ้นมาอย่างสงสัย..

 

ก็บ่อยๆอะพี่..พวกนั้นหน่ะ คงคิดว่าเนยเหมือนคนไม่มีแรง จนด้วย คงไม่มีทางสู้มั้ง.... แต่เนยหน่ะ..ไม่มีพ่อนะพี่ พ่อตายมานานแล้ว เนยอยู่กับน้องกับแม่ เนยต้องเป็นหัวหน้าครอบครัว เนยต้องทันคนต้องเรียนรู้วิธีเอาตัวรอด ไม่งั้นเนยก็อยู่ไม่ได้... ผมพยักหน้าหงึกๆอย่างเข้าใจนั้นสินะ ถ้าไม่เก่งถ้าไม่แกร่งถ้าไม่อดทน ก็คงต้องตกเป็นเบี้ยล่างเค้าตลอด..

 

แล้วตอนที่เนย..หาเงินไม่ทัน เนยก็กลุ้มเครียดด้วย คิดกันหัวแทบแตกกับเพื่อน เนยยืมตังค์เพื่อนมาแล้วแต่ก็ยังไม่พอ พอพี่เอกเค้าโทรมาชวนเนยไปเที่ยว เนยบอกเนยไม่อยากไปเนยไม่มีอารมณ์ พี่เค้าก็ถาม  เนยก็บอกแค่ว่าตอนนี้เนยต้องหาเงินไปจ่ายค่าเทอม พี่เอกเค้าก็เลยบอกว่าจะให้เนยยืมตังค์... น้องเนยพูดแล้วก็เงียบไปนิดนึง

 

เนยไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดนั้น ทำไมเนยจะไม่รู้ว่า พี่เค้าต้องการอะไรตอบแทนจากเนย...เพื่อนเนยก็ไม่อยากให้เนยรับ แต่ว่า..จะให้เนยทำยังไง เนยก็เลยตกลงยืมตังค์จากพี่เค้า แต่เนยก็บอกเพื่อนว่าเนยสามารถเอาตัวรอดได้ เนยไม่ยอมให้พี่เค้าทำอะไรเนยหรอก เนยแค่อยากยืมตังค์ไม่ได้จะเอามาฟรีๆ ไม่ได้จะเอาตัวเข้าแลก..ถ้าเนยจะทำแบบนั้น เนยทำมานานแล้ว... เนยพูดน้ำเสียงมั่นคงผิดกับหน้าตาน่ารักน่าทนุถนอมนั้น

 

ครับพี่เข้าใจ ผมพูดขึ้นมาเบาๆอย่างต้องการให้กำลังใจน้อง..

 

วันนั้นพี่เค้าก้อโอนตังค์ให้เนย...พอเนยได้ตังค์มาก็เอาไปจ่ายค่าเทอมหมด..โล่งใจได้ไม่เท่าไหร่ วันต่อมาพี่เค้าก็โทรมาว่าเลิกเรียนแล้วให้ออกไปหา เนยไม่อยากไปแต่ก็ต้องไปก็ เพราะเนยถือว่าพี่เค้าเป็นผู้มีพระคุณ..พี่เค้าก็แค่พาเนยไปกินข้าวแล้วก็คุยกันเฉยๆ.. ตอนนั้นเนยคิดว่าเนยไม่น่าคิดมากเลย พี่เค้าไม่ได้คิดอะไรกับเนยซะหน่อยพี่เค้าแค่อยากช่วยเนยเฉยๆ... ผมฟังเนยไปก้พยักหน้ารับเนยเป็นพักๆ และแอบแย้งอยู่ในใจหน้าอย่างไอพี่เอกไม่มีคำว่าบริสุทธิ์ใจหรอกน้อง

 

แต่ว่าตอนที่พี่เค้าขับรถมาส่งหน่ะ พี่เค้าบอกว่าอยากจ้างเนยไปอยู่เป็นเพื่อนแม่พี่เค้า พี่เค้าต้องบินบ่อยๆแม่เค้าอยู่บ้านคนเดียวพี่เค้าเป็นห่วง ถ้าได้เนยไปอยู่เป็นเพื่อน... เค้าจะได้สบายใจ พอดีว่า..คนดูแลคนเก่าต้องกลับบ้านต่างจังหวัด พอไอโมได้ยินเท่านั้นแทบอยากหัวเราะให้ฟันหลุดเลยครับเพื่อนๆ โหยคิดได้ไงมุขนี้ กะเลี้ยงต้อยชัดๆ แล้วเอาแม่มาอ้าง

 

พี่เค้าจะให้เงินเดือนเนยเดือนละ 5000 ค่ากินค่าอยู่ไม่ต้องจ่าย เงินนั้นหน่ะเป็นของเนยเน้นๆเลย...ถ้านะพี่โม ถ้าพี่เค้าไม่ได้เป็นแบบเนย เนยจะไม่คิดมากเลยที่จะรับ แต่นี้ ก็อย่างที่รู้ๆ...ถ้าเนยไปก็เท่ากับเนยไปให้พี่เค้าเลี้ยงเนยนะสิ...แบบนั้นไม่ดีแน่ๆ....แต่พี่เค้าบอกว่าสงสารเนยอยากให้เนยอยู่ดีกินดี ไม่อยากให้ไปลำบากตลอนหางานทำ เนยก็พูดไม่ออก จะปฏิเสธก้ไม่กล้าก็เลย...ได้แต่ปัดๆพี่เค้าไปว่าขอเวลาคิดก่อน....เฮ้อ...เล่นบทพ่อพระเชียวนะพี่เอก...

 

และตอนนั้นพอดีเพื่อนเนย ได้งานทำที่อู่ ใกล้บ้านเนย   เค้าต้องการเสมียนด้วย เพื่อนเนยก็เลยบอกให้เนยไปสมัคร เนยก็เลยได้ทำงานที่นั้น ...เนยโทรไปบอกพี่เค้าว่าเนยได้งานทำแล้ว..พี่เค้าก็ไม่ว่าอะไร เนยบอกพี่เค้าว่าถ้ายังไงเดี๋ยวเงินเดือนออกเนยจะค่อยๆทยอยเงินใช้หนี้ พี่เค้าก้อบอกว่าไม่ต้องรีบ

 

ก๊อกกกก ก๊อกกกกก

 

ผมกำลังตั้งใจฟังน้องเนยเล่าถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูรถเบาๆ สองสามที พอมองออกไปก็เห็นผู้ชายคนนึงยืนอยู่ตรงประตูรถนี้เอง

 

เพื่อนเนยเองพี่เดี๋ยวนะครับ เค้าคงเป้นห่วงเนยหน่ะ... น้องเนยพูดกับผมแล้วหลบตาท่าทางอายๆ..ไอโมก็นะ..เพื่อนหรือแฟนหนอ..จากตอนแรกที่ไม่สนใจพอเห็นท่าทางน้องเนย ไอโมก็หูกระดิกหางสั่นดิ๊กๆด้วยความอยากรู้

****************************ถึงตรงนี้

ครืดดดดดดดดดดดดดดดด

 

คุยกันนานจัง... หนุ่มน้อยคนนั้นพูดกับน้องเนยแล้วมองหน้าผมอย่างไม่ไว้ใจ...

 

อืม จะว่าไปก็หน้าตาดีอะนะ...ตัวสูงๆล่ำๆผิวเข้มๆ...ท่าทางคงพอจะฝากผีฝากไข้ได้อยู่หรอก...ผมก็มองหน้าหนุ่มน้อยคนนั้นแล้วยิ้มให้นิดๆ...

 

เอ็ม นี้พี่โม..พี่โมที่เนยเคยเล่าให้ฟังบ่อยๆไง...พี่โมครับ นี้เอ็ม เพื่อนสนิทเนยครับพี่ น้องเนยพูดยิ้มๆเขินๆ.

 

.น้องเอ็มก็ยกมือไหว้ผมแล้วมองหน้าน้องเนยตาหวานเยิ้ม โหยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ....แค่นี้ก็รู้แหละไม่ใช่แค่เพื่อนหรอก..มิน่าหล่ะน้องเนยมันถึงได้ปฏิเสธหนุ่มมาดดี แถมยังรวยๆอย่างพี่เอก ก้เพราะมีตัวจริงอยู่แล้วนี้เอง นะ ...ร้ายใช่เล่นนะน้องตู..ที่บอกว่าจะรักนวลสงวนตัวเนี๊ยะจะทำได้ไหมหนอ...

 

หวัดดีครับ.. ผมรับไหว้น้องเค้าแล้วยิ้มให้อย่างจริงใจ น้องมันก็ยิ้มให้ผมเหมือนกัน

 

เนยคุยกับพี่โมแป๊บนึงนะ รอเด๋ว น้องเนย พูดเสียงหวานกับเพื่อนหนุ่ม แล้วปิดประตู

 

พอน้องเนยหันหน้ามามองผมเท่านั้นแหละ หน้าแดงแจ๊ดเลย...คงอายจัดก็ผมอะส่งสายตาประมาณว่าอะอะ รู้นะ ไม่ใช่แค่เพื่อนหรอกไรเงี๊ยให้น้องมันไป...เลยเขินกันไปใหญ่....จับมือผมบิดไปบิดมา....

 

อะอะ...เลิกเขินซะที เอ้าเล่าต่อพี่กำลังรอฟังอยู่เนี๊ยะ...หึหึ ผมพูดขึ้นเบาๆแล้วเอามือไปลูบหัวน้องเบาๆ...

 

เฮ้อ.. น้องเนยสะบัดหัวพรืดๆแล้วถอนหายใจหนึ่ง เฮือกเพื่อเรียกกำลังใจกลับคืน หลังจากที่นั่งหน้าแดงแจ๋ มาพักใหญ่

 

เนยก็นึกว่าจะจบแค่นั้น...แต่ว่าวันที่โยนโบล์อะ ตอนแรกเนยกะจะไม่ไปแล้วเกรงใจพี่โมที่ต้องมาจ่ายอะไรให้เนยโดยไม่จำเป็น...มองผมแล้วยิ้มอย่างขอบคุณ

 

ไม่เป็นไรหนิ พี่เต็มใจ. ผมยิ้มตอบน้องเนยไปเช่นกัน

 

ขอบคุณครับพี่... น้องเนยยกมือไหว้ผมอีกครั้ง แล้วขยับตัวเข้ามากอดผม...แล้วขยับตัวออกไปนั่งที่เดิม

 

แต่ถ้าจะไม่ไปพี่ก็จ่ายตังค์ไปแล้ว...และเนยก็ไม่เคยโยนโบล์ด้วยก็เลยอยากมาเล่นดู...วันนั้นพี่เอกเค้าก็โทรหาเนยบอกจะไปรับเนย เนยจะปฏิเสธก้ไม่กล้า เนยก็เลยให้เพื่อนเนยมาเป็นเพื่อน.. พอมาถึงเมเจอร์ เพื่อนเนยก็แยกตัวไปเนยก็เดินขึ้นมากับพี่เค้า 2 คน พี่เค้าก็ถามเนยอยู่นั้น ว่าเอ็มเป้นเพื่อนเนยจริงรึเปล่า...ถามจนเนยรู้สึกไม่ดีอะ...อ๋อ..แบบนี้นี่เองวันนั้นเนยถึงได้วิ่งเข้ามากอดผม..

 

พอตอนกลับ เนยคิดว่าคงกลับดึก เนยจึงบอกให้เอ็มกลับบ้านไปก่อน..เดี๋ยวเนยกลับกับพี่โม…”

 

พี่ขอโทษ..” ผมมองน้องอย่างขอลุแก่โทษจริงๆ ที่ผมดันเมาไม่รู้เรื่องไปซะก่อน..

 

พี่โม พี่ขอโทษเนยทำไม..พี่ไม่ผิดหรอก..เนยใจร้อนและก็ชล่าใจเอง..คิดว่าถ้าพี่เค้าจะทำอะไรเนยคงทำไปตั้งนานแล้ว..เนยก็เลยไว้ใจไปกับพี่เค้าง่ายๆ ทั้งๆที่เนยรออีกแป๊บพี่คิมก็มารับพี่แล้วแท้ๆ...

 

ตอนไปส่งเนี๊ยะพี่เอกดูแปลกๆไม่เหมือนกับทุกที  พอส่งพี่ซาร่าเสร็จ...พี่เอกก็ชวนเนยคุยแต่เรื่องลามก ถามเนยว่าเนยเคยดูหนังโป้รึเปล่า เคยช่วยตัวเองไหม...บ้ามากเลย...เนยก็ไม่รู้ว่าพี่เค้าถามเนยทำไม.พอรถติดไฟแดง พี่เค้าก็คว้ามือเนยไปจับ ตรงนั้นของพี่เค้าเฉยเลยอะ..ทุเรศมากเลย น่าเกลียดที่สุด เนยไม่คิดว่าพี่เค้าเป้นคนแบบนี้.. เนยกระชากมือออกแล้วบอกให้พี่เค้าเปิดล๊อกประตูรถแต่พี่เค้าไม่เปิด..แล้วตอนเนี๊ยะแหละที่พี่เค้าทวงเนย พี่เค้าบอกว่า เอาเงินไปแล้วก็ต้องให้เค้าได้เนยสิ..คิดจะเชิดเงินเค้าเหรอ... พูดถึงตรงนี้น้องเนยทำเสียงคับแค้นใจมากเลยครับ เหมือนอยากจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออก...

 

เนยก็บอกพี่เค้าว่าเนยไม่เคยคิดเชิดเงิน ไม่เคยเลยและไม่คิดจะเอาตัวเข้าแลกด้วย...พี่เค้าก็บอกว่าไม่ได้จะเอาเงินคืน   ให้แล้วก็ให้   แต่ยังไงก็ต้องได้อะไรตอบแทนมาบ้าง...แล้วพี่เค้าก็ขับรถจะพาเนยเข้าโรงแรมม่านรูดอะ เนยมองเห็นป้ายเนยตกใจแทบตาย...แต่เนยขู่พี่เค้าว่าถ้าเค้าพาเนยเข้าไปแล้วทำอะไรเนย เนยจะแจ้งตำรวจ...เนยไม่อายหรอกยังไงเนยก็ไม่เอาพี่เค้าไว้แน่...พี่เค้าจึงจอดรถแล้วไล่เนยลง.. พอเนยลงจากรถ เนยก็รีบวิ่งออกมาที่ถนน แล้วโทรบอกเอ็มให้มารับ เนยกลัวแทบตาย คิดว่าคราวนี้ไม่รอดแน่แล้ว...

 

พอเอ็มมารับ   เนยก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เอ็มฟัง...แล้วตั้งแต่นั้นเอ็มก็พยายามหาเงินมาใช้หนี้พี่เอกทุกวิถีทาง จนเนยไม่รู้ว่าเอ็มไปได้เงินมาจากไหน วันนี้ เอ็มก็เลยพาเนย เอาเงินมาคืนพี่ เอก  พอน้อยเห็นหน้าเนยก็เล่าเรื่องที่พี่เอกพูดกับทุกคนให้เนยฟัง..เนยก็เลยฟิวส์ขาดนั้นแหละ..พอต่อยเสร็จเนยก็เลยเอาเงินฟาดหัวพี่เอก แล้วก็หนีมาอย่างที่เห็นนี้หล่ะ

 

แต่เนยอยากคุยกับพี่อะ..แล้วเนยก็ไม่กล้าสู้หน้าพวกพี่ๆทุกคนด้วยก็เลยต้องแอบมา...เรื่องมันก็เป็นแบบนี้หล่ะ.. น้องเนยพูดจบก็เงยหน้ามองผม...

 

น้องเนยนี้เข็มแข็งนะ เจอเรื่องแบบนี้มา เล่าได้เป็นฉากๆ แต่ไม่มีน้ำตาซักหยด..มีแต่แววตาที่บอกว่าเจ็บปวดเสียใจ แต่จะไม่มีวันร้องไห้ให้ใครเห็นน้ำตา..

 

พี่เชื่อเนย.. คำเดียวสั้นๆที่ผมพูดกับน้องเนยตอนนี้..

 

เชื่อจริงๆ เชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจ เชื่อทุกอย่างที่น้องเนยพูด...

 

ขอบคุณครับพี่ ที่เชื่อเนย..พี่โมเนยรักพี่นะ..นอกจากแม่ นอกจากเอ็มแล้ว  เนยรักพี่ที่สุด เชื่อใจพี่ที่สุด เนยไม่อยากให้พี่เข้าใจเนยผิด คนอื่นเนยไม่สนใจแล้ว...เนยกลัวพี่เกลียดเนย... น้องเนยจับมือผมเขย่าๆอีกครั้ง...

 

ครับ พี่ก็รักเนย... คำพูดง่ายๆ ที่จริงใจสุดๆแล้วสำหรับผม...มันตื้ออะ พูดไม่ออกเลย

 

ขอบคุณอีกครั้งครับพี่...ที่เนยมาวันนี้ไม่ใช่เฉพาะอยากจะมาพูดเรื่องนี้หรอกนะพี่..แต่เนยจะมาลา...เราคงจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วหล่ะ เพราะเนยจะไม่มาร่วมทริปอีกแล้ว .. น้องเนยพูดสีหน้าเศร้าๆ

 

อ้าวทำไมหล่ะครับ ผมถามไปอย่างสงสัยใคร่รู้ น้องเนยอยากเป็นดาราหนิ ถ้าเลิกตอนนี้ความพยายามที่ผ่านมาก็ไม่เท่ากับสูญเปล่าหรอกเหรอ

 

เนยไม่เอาแล้วหล่ะ เนยกลับไปทำงาน หาเลี้ยงตัวเองเหมือนเดิมดีกว่า... น้องเนยพูดยิ้มๆ แล้วหันไปมองเพื่อนชายที่ยืนกอดอกรออยู่นอกรถ...

 

เนยไม่อยากได้อะไรแล้ว..ดิ้นรนไปก็สูญเปล่า น้องเนยพูดเศร้าๆ แล้วขยับตัวมากอดผมอีกครั้ง

 

คิดถึงผมบ้างนะพี่..ผมรักพี่นะ...พี่ชายของผม น้ำตาหยดเล็กๆที่หล่นลงที่ซอกคอผม ทำให้ผมสะดุ้งน้อยๆด้วยความคาดไม่ถึงแล้วยกมือขึ้นกอดตอบน้องเนยเบาๆ..

 

ครับ..มีอะไรก็โทรหาพี่ได้นะ..เงินไม่พอใช้โทรหาพี่ พี่ให้ยืม ไม่คิดดอก และไม่คิดหวังอยากได้อะไรตอบแทนด้วย.. ผมพูดยิ้มๆแล้วเอามือยีหัวน้องเนยเบาๆ..ใจหายเหมือนกันนะเนี๊ยะจะไม่เจอกันซะแล้ว...

 

ครับ หึหึหึ น้องเนยหัวเราะในลำคอเบาๆ มือก็เช็ดน้ำตาตัวเองป่อยๆแล้วเปิดประตูรถดังครืด ...

 

พอเห็นประตูรถเปิดหนุ่มน้อยที่ยืนกอดอกกระสับกระส่ายอยู่เมื่อกี้ก็เดินตรงดิ่งมาหาน้องเนยทันที...

 

แล้วจะกลับกันยังไง..รอแป๊บได้ไหมเดี๋ยวเพื่อนพี่ก็มา แล้วเดี๋ยวไปส่ง ผมพูดเบาๆแล้วหันไปมองหน้าเพื่อนของน้องเนย

 

ขอบคุณครับพี่..ไม่เป็นไรหรอกครับ พอดีเอา มอไซต์มาอะครับ หนุ่มน้อยพูดกับผมยิ้มๆ..แล้วก้มหน้ามองหนุ่มน้อยหน้าตาน่ารักที่ยืนอยู่ข้างๆ...

 

หึ เหรอ งั้นก็ขับรถดีๆแล้วกัน..ผมยิ้มนิดๆ.. หนุ่มน้อยทั้งสองยกมือไหว้ผมพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ส่งมาให้

 

ผมยกมือขึ้นรับไหว้เค้าทั้งสองคน ..แล้วหนุ่มน้อยทั้งสอง ก็จับมือกันเดินหันหลังให้ผม

 

เดี๋ยว..เอ็ม ใช่ไหม.พี่ขอคุยด้วยแป๊บนึง ผมตะโกนเรียกเมื่อนึกอะไรขึ้นได้ แล้วเรียกเพื่อนชายของน้องเนยให้เข้ามาหา

 

หนุ่มน้อยมองหน้าผมอย่างสงสัย แต่ก็เดินเข้ามาหาผม โดยให้น้องเนยยืนรออยู่ห่างๆ.. ผมล้วงกระเป๋าตังค์ออกจากกระเป๋ากางเกง แล้วหยิบแบงค์ 1000  5 ใบในกระเป๋ายื่นให้น้องเอ็ม น้องเอ็มมองหน้าผมอย่างไม่เข้าใจ งงๆ และไม่ยอมรับเงินที่ผมยื่นให้...

 

รับไปเถอะ..พี่ไม่ได้ให้เอ็มแต่พี่ให้น้องเนย...ถือว่าเป็นของขวัญจากพี่แล้วกันนะ...ไปยืมใครเค้ามาบ้างก็เอาไปใช้เค้าซะ...ไม่ต้องคิดที่จะเอามาคืนพี่หล่ะ...พี่ไม่ได้ให้เพราะสงสาร พี่ให้เพราะเป็นห่วง... ผมพูดแล้วยัดเงินใส่มือเอ็ม

 

ผมรับไม่ได้.... เอ็มพูดเสียงนิ่งๆมั่นคง...และไม่ยอมรับเงินผมท่าเดียว

 

หยิ่งก็หยิ่งให้มันถูกเวลา ถูกคน...เวลานี้เราสองคนกำลังลำบากไม่ใช่หรอ...ไม่ห่วงตัวเองก็ขอให้ห่วงแฟนเราบ้าง... พอผมพูดคำนี้ออกไปเอ็มถึงกับสะดุ้ง มือสั่น..ถ้าไฟสว่างมากกว่านี้ผมคงเห็นว่าหน้าเข้มๆของน้องเอ็มเปลี่ยนเป็นเขียวเป็นแน่แท้..ผมก็ได้แต่กลั้นยิ้มเอาไว้ กลัวน้องเขินไปมากกว่านี้อะ

 

คือ คือ...ผะ ผม คนที่ทำสีหน้ามั่นอกมั่นใจเมื่อกี้นี้หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ..

 

เอาเหอะไป ไปได้แล้ว แฟนรอจนรากงอกแล้วนั้นหน่ะ หึหึ ผมพูดแล้วหัวเราะออกมาเบาๆอย่างอดไม่ได้ แล้วยัดเงินใส่ลงไปในมือน้องเอ็ม คราวนี้น้องเอ็มกำเงินไว้แน่น แล้วยกมือไหว้ผมอีกครั้ง

 

ขอบคุณครับพี่... ขอบคุณเสร็จน้องเอ็มก็หันหลังให้ผม

 

แล้วเดินไปจูงมือเนยที่ยืนรออยู่  จากนั้นหนุ่มน้อยสองคนก็ลับจากสายตาผมไป..นั้นเป้นภาพสุดท้ายที่ผมได้เห็นน้องเนย ผมคาดว่าน้องเนยคงมีความสุขดี ถึงจะลำบากไปบ้างเหนื่อยไปซักหน่อย...ผมคิดว่าน้องเนยคงผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

 

จากวันนั้นผมก็ไม่ได้ไปร่วมทริปอีก จนในที่สุดกิจกรรมนั้นก็สิ้นสุดลง...เหลือไว้เพียงอนุสรณ์แห่งความทรงจำของพวกเราทุกๆคน และไม่นานเรื่องของน้องเนยก็แทบจะหายออกไปจากความคิดคำนึงของผม

 

เกือบๆจะหนึ่งปี อยู่ๆผมก้ได้รับโทรศัทพ์จากใครบางคนที่ผมลืมเลือนไปแล้ว..

 

ครับ ไอโมกดรับสายและพูดออกไปเบาๆ..

 

*พี่โมเนยเองนะครับ* หนุ่มน้อยน้ำเสียงสดใสพูดทักทายผมกลับมา

 

ครับ เป็นไง..หายไปเลยไม่ติดต่อกันมาบ้างเลยนะ ผมพูดน้ำเสียงกระตือรื้อร้นกับน้องเนยกลับไป

 

*ก็ไม่ค่อยมีเวลาอะครับพี่...พี่โมเป็นไงบ้างครับสบายดีไหม.*

 

แล้วก็อีกมากมายที่ผมกับน้องขนมาคุยกันเรื่องสารทุกข์สุขดิบ ผมกลัวว่าน้องเนยจะเสียเงินค่าโทรเยอะจึงบอกให้น้องวางสายเดี๋ยวผมโทรกลับเอง

 

พอผมโทรกลับเราสองคนก็เมาท์กันสบั้นหั่นแหลก ไม่รู้เอาเรื่องอะไรมาคุยกันบ้าง แต่ที่ทำให้ผมเศร้าที่สุดก็คือ น้องเนยบอกว่า แม่ของน้องเนยเสียแล้ว เสียได้ 5-6 เดือนมาแล้ว และน้องเอ็มก็ย้ายมาอยู่เป็นเพื่อนน้องเนยกับน้องที่บ้าน...อืมก็ขอให้รักกันไปนานๆแล้วกันนะ...ผมก็แซวๆว่าแล้วเมื่อไหร่จะแจกการ์ดซักทีน้องเนยก็ต่อว่าผมใหญ่ ...และจุดประสงค์หลักที่น้องเนยโทรหาผมครั้งนี้ก้คือ..

 

น้องเอ็มได้ไปถ่ายแบบกับนิตยสารฉบับหนึ่ง(บอกไม่ได้ว่าเล่มไหน) และน้องเนยได้ไปออกเกมส์โชว์รายการนึงอัดมานานแล้วและมีกำหนดออกอากาศในอีกไม่กี่วัน..น้องเนยบอกว่าผมเป็นคนสำคัญที่ทั้ง สองคน อยากบอกเล่าเรื่องที่น่าภาคภูมิใจของพวกเค้า ทั้ง 2

 

พอวางสายจากน้องเนย ผมก็บอกให้เด็กที่ร้านเอานิตยสารที่น้องเอ็มได้เป็นนายแบบมาให้ผมดู..น้องเอ็มไม่ได้ขึ้นปกแต่อยู่ในเล่มนั้นนั่นแหละ แค่นี้ก็ดีแล้ว น้องเอ็มวันนี้(วันที่ผมเห็นในนิตยสารอะนะ) ดูเป็นผุ้ใหญ่มากขึ้น หน้าตาดูมุ่งมั่นจริงจัง ถึงจะหล่อไม่เท่านายแบบคนอื่นที่ถ่ายด้วยกัน..แต่เห็นได้ถึงความเท่ห์ที่มีอยู่เหลือเฟือ...

 

พอถึงวันที่รายการ ที่น้องเนยไปออกจะออกอากาศไอโมก็รอดูด้วยใจจดจ่อ คอยลุ้นให้น้องทำแจ๊คพอตแตก ...สนุกมากมาย แต่สุดท้ายน้องก็ทำไม่ได้  แต่ก็ได้เงินกลับไปใช้มากโข....พอรายการจบผมก้โทรไปหาน้องเนย...คุยกันหลายเรื่องมากมายก่ายกอง...และนั้นก้อเป็นการพูดคุยครั้งสุดท้ายของผมกับน้องเนย........

 

น้องเนยเปลี่ยนเบอร์หรืออะไรก็ไม่ทราบได้  ผมโทรไปเบอร์เดิมแต่ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่เรียก เวลาเป้นเหมือนสายลม วันแล้ววันเล่าที่ผมได้แต่เฝ้าภาวนาให้น้องน้อยสุดที่รัก มีความสุขทุกวัน...

 

จนความทรงจำที่ลางเลือนของผมได้เลือนหายไป.. วันนี้ผมอาจจะนึกถึง แต่อีกไม่นานผมก็คงจะลืมน้องเนยไปอีกครั้ง....แต่เชื่อเถอะถึงจะลืมเลือนไปซักกี่ครั้ง แต่ทุกครั้งที่นึกถึงน้องเนย ก็ยังคงเด่นชัดในความทรงจำของผมเสมอ.....

 

จบบริบูรณ์

ผลงานทั้งหมด ของ แมวน้อยสีส้ม

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

23 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 / 19:36
    ซึ้งจังเลย
    เอาใจช่วยทั้งคู่นะ
    #23
    0
  2. วันที่ 1 กันยายน 2552 / 21:46
    อ่านกี่ครั้งก็ยังรักและคิดถึงพี่โมเสมอมา

    ร้ากพี่โมสุดหล่อของพี่คิมที่ซู้ดดดดดดดดดดดดดดดด

    #22
    0
  3. วันที่ 24 กันยายน 2551 / 18:53
    สู้ๆนะ เนยกะเอ็ม  ^^
    #21
    0
  4. #20 คนที่ผ่านมา
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2551 / 23:36
    โมเปลี๋ยนไป๋,คิมแทมไม่มีบทเลย,เอกนี้ใครอ่ะม่ะรุ- -",Mนี้ลงเหรอคนไหนอ่ะม่ะรุเล่มเท่าไหร่ด้วย(เพราะไม่เคยอ่าน),เนยหน้าตาเป็นไงเนี่ย- -?
    #20
    0
  5. วันที่ 25 เมษายน 2551 / 23:29
    เฮ้ย ได้เห็นว่าพี่โมเป็นคนดีก็คราวนี้แหละ ปกติเห็นเป็นคนเอาแต่ใจ (เหมือนผมอ่าแหละ) อ่านแล้วซึ้งอ่าคับ ขอให้พวกเค้าโชคดีก็แล้วกันนะ
    #19
    0
  6. #18 * *
    วันที่ 10 เมษายน 2551 / 21:17
    เนย สู้ สู้ *-*
    #18
    0
  7. วันที่ 7 มีนาคม 2551 / 14:04
    เรื่องราวสนุกน่ารักดีนะครับ
    #17
    0
  8. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 / 22:50
    ขอให้มีความสุขมากๆนะค่ะ
    #16
    0
  9. #15 ยูมี
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 / 14:03
    ซึ้งมากๆๆๆๆๆ
    #15
    0
  10. #14 MoDi
    วันที่ 31 มกราคม 2551 / 01:58
    ใช่..เราก็มีเรื่องบางเรื่องที่แม้ไม่ได้นึกถึง แต่ก็ไม่เคยลืมไปจากความทรงจำ

    ชอบอ่านเรื่องเล่าของคุณโมทุกเรื่องเลย(และก้อข้อความจากบอร์ดอื่นด้วย แหะๆ) จริงๆน่ะ

    ใครอยู่ใกล้คุณโมคงสบายใจ(มั๊ง)

    ขนาดเราอ่านจากที่คุณโมเล่าไว้เรายังสบายใจเลย
    #14
    0
  11. #13 Love Yaoi
    วันที่ 22 มกราคม 2551 / 22:49
    ซึ้งจัง น่ารักจัง พึ่งเข้ามาอ่านเป็นครั้งแรก เดี่ยวจะอ่านเรื่องอื่นให้หมดเลย ขอสมัครเป็นแฟน(นิยาย)ไอโม อีกคนนะจ๊ะ
    #13
    0
  12. ซึ้งมากมายเลยพี่โม

    น้องเนยเป็นคนน่ารักจริง ๆแหละ

    #12
    0
  13. #11 พลอยคร่ะ
    วันที่ 4 มกราคม 2551 / 19:55
    เป็นเรื่องที่ดีจริงๆคร่ะ^_^
    #11
    0
  14. วันที่ 6 ธันวาคม 2550 / 20:03
    งืม ชีวิตคนเราก้เลือกเกิดไม่ได้นี่นะ ขอให้เนตมีความสุขละกัน   ส่วนพี่โมก้ โอย พี่จะทำให้นู๋หลงรักพี่มากเกินไปละนะ  น่ารักจริงๆเลยพี่โมโมเนีย
    #10
    0
  15. วันที่ 11 พฤศจิกายน 2550 / 20:41
    น้องเตยอ่ะน่าสงสารอีตาพี่เอกนี่ทำไมเป็นคนแบบนี้นะ เหยียบย่ำคนอื่นไม่ละอายใจบ้างเลยรึงัยนะ นู๋ว่าพี่โมทำดีที่สุดแล้วค่ะ
    #9
    0
  16. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2550 / 14:29
    เป็นความสัมพันธ์ที่ดี และเป็นเรื่องเล่าที่น่าประทับใจมากนะคะ

    ขอบคุณทั้งคนเขียนและคนโพสต์ค่ะ

    ^_______________^
    #8
    0
  17. #7 0....................
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2550 / 22:17
    เล่าเรื่องได้สนุก



    เจงๆๆค่ะ
    #7
    0
  18. #6 อิอิ
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2550 / 15:28
    ดีจัง ทามมายมีเรื่องเล่าเยอะจังอ่ะ มาเล่าต่อเรื่อยๆนะ จะรออ่านนะ อิอิ
    #6
    0
  19. #5 ชาดำ
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 / 13:24
    ซึ้งแฮะ หายากนะ คนที่ถูกชะตากันแบบนี้อ่ะ ไม่ได้หวังสิ่งอื่นแต่จริงใจให้กันจริงๆ ทั้งๆที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน อ่านแล้วรู้สึกดีจริงๆเลย
    #5
    0
  20. #4 sasara
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 / 01:03
    ซึ้งอ่ะ
    #4
    0
  21. วันที่ 31 ตุลาคม 2550 / 22:42
    โห~ พี่เอกนี้ร้ายกาจมากเลย-*-

    พี่โมใจดีน่านับถือคะ รักตายเลย
    #3
    0
  22. วันที่ 31 ตุลาคม 2550 / 22:27
    อ่านแล้วคร่า

    ซาบซึ้งๆๆ
    #2
    0
  23. #1 00shin00
    วันที่ 31 ตุลาคม 2550 / 19:39
    ><



    ตามมาอ่านๆๆๆ
    #1
    0