เธอชื่อโรส (กุหลาบทมิฬ)

ตอนที่ 13 : บทที่ 5 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 ส.ค. 63

หญิงสาวเดินไปสำรวจกลอนด้านในห้องนอนอีกครั้ง เพราะรู้ว่าเจ้าของห้องอาจจะมีกุญแจสำหรับไขลูกบิดได้ แต่ถ้าเธอลงกลอนด้านในไว้ ยังไงเขาก็เข้ามาไม่ได้อยู่ดีแล้วก็เป็นจริงอย่างที่โรสคิด อรรณพเอากุญแจมาไขจริงๆ ทว่าก็ยังไม่สามารถเข้ามาในห้องนอนได้ดังเดิม

“โรส เปิดประตูหน่อย ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ”

“ฮึ! ขอโทษ ดีนะไม่ขอโทษตอนที่เจาะไข่แดงฉันไปแล้ว พูดง่ายนะคุณณพ เห็นผู้หญิงยอมให้จูบหน่อยเดียวเล่นล้วงเข้าไปในเสื้อเชียว คราวหน้าแม่จะเอาอีโต้สับให้มือขาดคอยดูสิ” โรสตอบโต้เบาๆ อย่างอดไม่ไหว

“โรส เปิดประตูเถอะ ผมอยากคุยด้วย” อรรณพยังไม่ยอมแพ้ แต่คนในห้องกลับเข้าห้องน้ำอาบน้ำแล้วล้มตัวนอนบนเตียงอย่างสบายอารมณ์

“จะไม่ออกมาใช่มั้ยเนี่ย ผมจะได้ออกไปที่ผับซะที” เสียงถามเริ่มฉุน

“เชิญย่ะ” สาวน้อยตอบเบาๆ พลางเบ้ปากใส่ประตู

อรรณพเงียบเสียงไปพักใหญ่ เขาเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจนเรียบร้อยแล้วเดินมาหน้าประตูห้องของโรสอีกครั้ง ก่อนจะบอกให้คนด้านในทราบ

“ผมออกไปผับแล้วนะ เรื่องที่ทะเลผมขอโทษอีกทีแล้วกัน” เขาบอกจบแล้วเสียงเปิด ปิดประตูก็ดังตามมา 

“ไปแล้วสินะ คนผีทะเล ออกไปหาอะไรในตู้เย็นกินดีกว่าเรา” โรสบอกตัวเองพลางกระโดดลงจากเตียงอย่างคล่องแคล่ว

ร่างบางเปิดประตูออกไปข้างนอกอย่างย่ามใจ สองเท้าทอดเดินอย่างสบายอารมณ์เข้าไปในห้องครัว มือเรียวนุ่มเปิดตู้เย็นแล้วมองหาอาหารที่เธอจะพอรองท้องไปได้ก่อนที่พนักงานของร้านจะนำอาหารมาให้ โรสยังจำได้ว่าอรรณพบอกไว้อย่างนั้น

ขนมปังกับน้ำส้มยังพอมีเหลืออยู่ สาวน้อยยิ้มให้ตัวเองที่รอดตายเพราะอาหารพวกนั้น เธอหยิบขนมปังออกมาจากตู้เย็นเพื่อเตรียมจะนำเข้าเครื่องปิ้งแต่แล้วขนมที่โรสถือไว้ก็แทบจะหลุดร่วงจากมือ

“ยอมออกมาแล้วเหรอโรส”เสียงถามดังขึ้นด้านหลัง

“อุ๊ย!” สาวน้อยสะดุ้งโหยงพลางหันขวับ

ตาโตราวไข่ห่านไม่ต่างกับโดนผีหลอกตอนหัวค่ำ ร่างใหญ่ของอรรณพอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีอ่อนและกางเกงยีนส์สีเข้ม แต่มันก็ไม่เข้มไปกว่าสายตาคมที่กำลังมองมาที่โรสเลย

‘ไหนบอกว่าออกไปแล้ว นี่แสดงว่า....’ โรสมองหน้าเขาพลางทำท่าจะวางขนมปังลงเมื่อคิดได้ว่าโดนอรรณพหลอกเข้าให้แล้ว ชายหนุ่มบอกว่าจะออกไปข้างนอกแล้วแกล้งเปิด ปิดประตู ทั้งที่ในความเป็นจริงเขายังหลบอยู่ในห้องนอนตนเองตลอดเวลานั่นแหละ

ไม่ต้องกงต้องกินมันแล้ว เผ่นกลับเข้าห้องนอนไปก่อนดีกว่า!โรสคิด

“จะหนีไปไหน คุยกันให้รู้เรื่องก่อน” ร่างใหญ่ยืนขวางประตู มือข้างนึงยกขึ้นยันขอบประตูเพื่อไม่ให้มีช่องว่างพอสำหรับสาวน้อยที่จะผ่านไปได้

‘โอ๊ย! อะไรกันเนี่ย ยังจะมาขวางไว้อีก’ โรสบ่นในใจ

เท้าบางที่ตั้งท่าจะ ‘เผ่น’ ต้องชะงักกึก ในใจนึกอยากจะผลักอกเขาให้หน้าหงายกลับไป แต่เพื่อสวัสดิภาพอันดีของตนเองโรสเลยต้องยอมยั้งมือเอาไว้ก่อน

“ทำไมจะต้องเข้าไปแอบในห้องนอนด้วยหือโรส” อรรณพถาม ร่างใหญ่ของเขายังยืนขวางทางไว้อย่างเดิม

‘ออกมาก็โดนปล้ำสิ ถามแปลกๆ อย่างกับสันดานคุณมันไว้ใจอย่างนั้นสินะ’ สาวน้อยเถียงในใจ เธอเม้มปากจนเป็นเส้นตรงด้วยกลัวว่าจะเผลอโต้เถียงออกไป

“ว่าไง ยืนนิ่งเชียว อธิบายมาสิ” เขาถามต่อ

‘เป็นใบ้ไง เอ๊ะ! อีตานี่ โง่หรือความจำสั้นกันแน่นะ’ โรสเริ่มชักสีหน้า

“เออ! ลืมไปเธอพูดไม่ได้นี่ งั้นมาทางนี้เลยมา” อรรณพบอกพลางรีบฉวยมืออีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ส่วนโรสไม่ทันระวัง ข้อมือบางเลยถูกชายหนุ่มฉุดลากให้เดินตามไปที่ห้องรับแขก

“อือๆ” เสียงร้องประท้วงพลางพยายามจะชักแขนกลับ

“ไม่ต้องดิ้นได้มั้ย ตัวเท่ามด คิดเหรอว่าจะสู้แรงผมไหว มานี่ คุยกันให้รู้เรื่องแล้วเดี๋ยวจะปล่อย” อรรณพขึ้นเสียงแล้วเขาก็ลากคนตัวเล็กกว่ามาถึงโซฟาจนสำเร็จ

“นั่งลงดีๆ เอ้านี่กระดาษกับปากกาของเธอ ตอบคำถามมาซะ” อรรณพหยิบอุปกรณ์ที่ว่าส่งให้ตามมาหลังจากจับร่างบางให้นั่งบนโซฟาเรียบร้อยแล้ว

โรสรับมาถืออย่างจำใจ ทว่าสุดท้ายเธอก็ตัดสินใจเขียนแล้วยื่นคืนให้เขาอ่านด้วยสีหน้าไม่พอใจ

คุณฉวยโอกาสกับหนู!

“ฉวยโอกาสที่ไหน เธอเองต่างหากนะโรสที่...เอ่อ...อยากให้ผมทำอย่างนั้น” อรรณพยั้งคำว่า ‘ให้ท่า’ ไว้ได้ทันท่วงที

‘อ๊าย! อีตาบ้า นายกำลังว่าฉันให้ท่าใช่มั้ยนี่ เดี๋ยวแม่ก็ให้ท่าซะจริงๆ หรอก’

โรสเริ่มหน้าเปลี่ยนสี อารมณ์โกรธปะทุขึ้นเรื่อยๆ สาวน้อยกระชากสมุดคืนจากมืออรรณพราวกับลืมไปเสียสนิทว่าตนเองอยู่ในฐานะลูกน้องของเขา

หนูไม่ได้ให้ท่าคุณนะ...โรสเขียนต่อ

“ถ้าอย่างนั้นเขาเรียกว่าอะไรล่ะ” อรรณพถามเมื่ออ่านจบเขาอุตส่าห์เลี่ยงคำนี้แล้วนะ

‘โอ๊ย! อะไรกันเนี่ย ทำไมมันขัดใจอย่างนี้ จะเถียงก็เถียงลำบาก โรสเอ๊ย! แกซวยแท้ๆ’ สาวน้อยด่าตัวเองในใจมือที่ถือปากกาเริ่มสั่น

“ว่าไง เขียนตอบมาสิโรส” อรรณพถามรุก

‘เอาไงดีล่ะโรส เขียนด่าเขาก็พานจะซวยเอาอีก คิดสิคิด...’ โรสก้มหน้ามองกระดาษสีขาวพลางหาวิธีที่จะเอาตัวรอดให้ได้

“อ้าว! มัวแต่ก้มมองกระดาษอยู่นั่นแหละ แล้วเมื่อไหร่ผมจะรู้เรื่อง” อรรณพเริ่มวางอำนาจ

เสียงดุๆ ของชายหนุ่มเลยทำให้โรสตัดสินใจเขียนอะไรบางอย่างลงไปในหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า จากนั้นเธอจึงยื่นให้เขาอีกรอบ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น