คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

485

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


485

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


9
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  14 มี.ค. 59 / 00:07 น.
นิยาย Choco Baby Choco Baby | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 มี.ค. 59 / 00:07


   

  คิมมยองซูเป็นนักเรียนปีสาม หน้าตาดี เป็นนักกีฬารักบี้ของมหาวิทยาลัย แถมยังโสดอีกด้วย ตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยมาได้สามปี เขายังไม่รู้สึกตกหลุมรักใครเลยสักคน ทำไมไม่เห็นจะเหมือนอย่างที่แม่เขาบอกไว้เลยนะ ว่าเข้ามหาวิทยาลัยแล้วเดี๋ยวก็มีแฟนเองนั่นแหละ แต่นี่ไม่เห็นมีสักคน มันควรจะถึงเวลาได้แล้วสิ คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเป็นครั้งที่ล้าน


     มยองซูเดินล้วงกระเป๋ากางเกงตรงไปยังหน้าลิฟต์ของคอนโด เพื่อรอลิฟต์ขึ้นไปยังบนห้องพักของตัวเอง ก่อนจะเห็นว่ามีคนยืนอยู่หน้าลิฟต์ก่อนแล้ว และคนๆนั้นกำลังกดปุ่มลิฟต์ด้วยแท่งช็อกโกแลตที่คาบไว้ในปากด้วยความทุลักทุเล โดยที่ในมือกำลังถือกล่องกระดาษใบใหญ่อยู่ด้วย...เป็นท่าที่ดูประหลาดจนมยองซูแอบขำไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มีความเป็นคนดีอยู่เหมือนกันนะ 


     “ชั้นไหนครับ” มยองซูเอ่ยถามอีกฝ่ายเมื่อเข้ามาในลิฟต์ จะให้อีกฝ่ายกดชั้นเองเขาก็ดูจะเป็นคนใจจืดใจดำไปหน่อย 

     “อั้นอี่อับ” เสียงอู้อี้ตอบกลับมาไม่เป็นภาษาทำให้มยองซูต้องหันมองหน้าคนถือกล่องใบใหญ่ ที่กำลังทำตาโตเพราะพยายามจะบอกเลขชั้นผ่านทางท่าทาง

     “ผมช่วยแล้วกันครับ” มยองซูแอบขำเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหักแท่งช็อกโกแลตที่อีกคนคาบไว้ในปากออก ให้อีกคนพูดได้ถนัด

     “ชั้นสี่ครับ” เจ้าของช็อกโกแลตและกล่องใบโตบอกด้วยเสียงชัดเจน พร้อมกับเคี้ยวช็อกโกแลตในปากด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย ตอนนี้เองที่มยองซูเพิ่งสังเกตเห็นใบหน้าชัดๆของอีกฝ่าย

     ดวงตากลมโตดูใสบริสุทธิเหมือนลูกหมาตัวเล็ก แก้มอวบอูมที่กำลังเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย และเรียวปากอวบอิ่มที่เปื้อนช็อกโกแลตอย่าน่าเอ็ดดู...คำว่า น่ารักลอยขึ้นมาในหัวของมยองซูอย่างง่ายดาย มยองซูเผลอจับจ้องอีกคนอยู่สักพัก ก่อนจะรู้สึกตัวว่ากำลังเสียมารยาท จึงรีบพยักหน้ารับแล้วกดเลขชั้นให้

     หลังจากนั้นภายในลิฟต์ก็มีแต่ความเงียบงัน ไม่มีบทสนทนาระหว่างเขากับเจ้าของกล่องใบโตนั้นเกิดขึ้นอีก แต่มันไม่ได้เป็นบรรยากาศน่าอึดอัดอย่างที่ควรจะเป็นสักเท่าไร จนกระทั่งเกิดเสียงบางอย่างขึ้นมาทำลายความเงียบลง

กุกกัก กุกกัก กุกกัก

     มยองซูหันไปมองคนข้างๆทันทีที่ได้ยินเสียงปริศนานั่นอย่างไม่ต้องคาดเดา เสียงกุกกักนั้นดังออกมาจากกล่องใบโตที่อยู่ในอ้อมแขนของอีกคน พร้อมกับแรงสั่นเหมือนมีอะไรสักอย่างอยู่ในนั้น มยองซูขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัยก่อนจะต้องตกใจกล่องใบนั้นเปิดออกด้วยแรงสั่นปริศนาจากภายใน

     “ย้า อย่าซนสิอากะคนที่อุ้มกล่องใบโตนั้นรีบปิดฝากล่องลงพร้อมกับทำเสียงดุเบาๆ ก่อนมยองซูจะได้ยินเสียงหงิงๆดังตอบกลับมาจากกล่องใบนั้น

     ลูกหมางั้นเหรอ

 

     ติ้ง! ชั้นสี่

     เสียงบอกชั้นของลิฟต์โดยสารดังขึ้นก่อนประตูจะเปิดออก เจ้าของชั้นที่อยู่ในลิฟต์รีบอุ้มกล่องใบโตกระโดดพรวดออกจากลิฟต์อย่างรวดเร็ว...ย้ำว่ากระโดด...ทำเอามยองซูที่มองอยู่ถึงกับตกใจไม่น้อยและเกิดความสงสัยขึ้น เจ้าของกล่องใบโตหันกลับมามองประตูลิฟต์ที่ยังเปิดค้างอยู่แล้วถอนหายใจฟู่ออกมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับมยองซูที่กำลังกดปิดลิฟต์

     “เอ่อ....ขอบคุณนะครับ”เสียงใสๆตะโกนขอบคุณมยองซู เป็นจังหวะเดียวกับประตูลิฟต์ที่ค่อยๆเลือนปิดลงพร้อมกับภาพรอยยิ้มสดใสของเจ้าของเสียง มยองซูกระพริบตาปริบๆมองประตูลิฟต์ที่ปิดสนิทและเลขชั้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มยองซูหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อมองช็อกโกแลตที่ถูกกินไปครึ่งหนึ่งในมือของเขา

     ช่างเป็นคนที่สดใสจริงๆ

 

     ไม่รู้ว่าความบังเอิญหรืออะไร หลังจากนั้นดูเหมือนมยองซูจะได้ขึ้นลิฟต์พร้อมกับเจ้าของช็อกโกแลตคนนั้นอยู่บ่อยๆ และทำให้ข้อสงสัยที่ว่าทำไมต้องกระโดดพรวดออกจากลิฟต์ทุกครั้งกระจ่าง เพราะวันหนึ่งระหว่างที่กำลังเดินออกจากลิฟต์ จู่ๆเจ้าตัวก็หลับตาปี๋พร้อมกับกรีดร้องออกมาดังลั่น เพราะว่าประตูลิฟต์กำลังจะหนีบเข้าให้ ทำเอามยองซูตกใจต้องรีบเอามือไปดันประตูลิฟต์ไว้ไม่ให้มันหนีบอีกฝ่าย

 

     วันนี้เองก็เช่นกันมยองซูกำลังวิ่งไปยังหน้าลิฟต์ของคอนโดพร้อมกับร้องตะโกนบอกเจ้าของช็อกโกแลตคนนั้นให้รอเขาด้วยแต่ก็ช้าไปเสียแล้ว ประตูลิฟต์ปิดไปแล้วเรียบร้อย มยองซูได้แต่ยืนหอบด้วยความเหนื่อย ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นลังกระดาษใบหนึ่งที่ตกอยู่ตรงแถวหน้าลิฟต์

     “อีซองยอล” มยองซูอ่านชื่อที่เขียนอยู่บนกล่องพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่ตกอยู่บนพื้นใกล้ๆกับกล่อง เขาเลยรู้ว่าควรจะเอากล่องใบนี้ไปคืนเจ้าของที่ชั้นไหน เพราะเจ้าของกล่องใบนี้เล่นทิ้งหลักฐานเอาไว้เป็นซองเยลลี่เปล่าๆที่กินหมดแล้ว

     เดาได้ไม่ยากเลยล่ะว่าใคร

     “วันนี้กินเยลลี่เหรอเนี่ย” มยองซูยิ้มพร้อมหยิบห่อเยลลี่ขึ้นมาใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนจะคว้ากล่องมาถือเอาไว้แล้วขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นสี่  แต่เมื่อถึงชั้นสี่แล้วมยองซูก็ได้แต่หอบกล่องกระดาษใบใหญ่ออกมายืนกระพริบตาปริบๆอยู่หน้าลิฟต์

     “เออว่ะ รู้ว่าอยู่ชั้นสี่ แต่อยู่ห้องไหนละเนี่ย” มยองซูบ่นพึมพำกับความโง่ของตัวเอง พลางมองไปทางซ้ายและขวาเพื่อหาวี่แววของเจ้าของกล่องใบนี้ แต่แล้วเขาก็ได้เจออะไรบางอย่าง ที่ต้องสงสัย เขาหอบกล่องเดินเข้าไปก้มดูใกล้ๆและได้รู้ว่าสิ่งต้องสงสัยที่ตกอยู่ที่พื้นนั้นคือเยลลี่รูปหนอนสีสันสดใส ซึ่งมันตกอยู่หน้าห้องพักหมายเลข 405

     ไม่ผิดแน่ เชื่อคิมมยองซูเถอะ

     มยองซูไม่รอช้าเอื้อมไปกดกริ่งหน้าห้อง แล้วรออยู่เพียงครู่เดียว ประตูห้องก็ถูกเปิดออกโดยเจ้าของห้อง ซึ่งเป็นคนที่มยองซูคาดเดาเอาไว้ไม่ผิด ดวงตากลมโตที่เบิกกว้างและริมฝีปากอวบอิ่มที่กำลังคาบเยลลี่รูปหนอนแบบเดียวกับที่ตกอยู่หน้าห้องพัก

     “นาย............” เสียงสดใสของเจ้าของห้องเปล่งเสียงออกมาดูประหลาดใจอยู่ไม่น้อยที่เห็นหน้าเขา...ผิดที่ไหนล่ะ คิมมยองซูไม่เคยเดาอะไรผิดเลยจริงๆนะ เสียงใสแบบนี้จะมีกี่คนกันล่ะ

     “พี่ชื่ออีซองยอลรึเปล่าครับ” มยองซูถามคนที่กำลังส่งตาโตเป็นเครื่องหมายคำถามมาให้เขาพร้อมกับเคี้ยวเยลลี่ในปาก

     “ชะ  ใช่ แล้วนายรู้จักชื่อฉันได้ยังไง”

     “ก็มันเขียนอยู่บนกล่องที่พี่ลืมไว้ครับ” เขาหันกล่องด้านที่มีชื่อเขียนติดอยู่ให้เจ้าตัวดู อีกฝ่ายถึงกับเบิกตาโตอีกครั้ง ก่อนจะตีหน้าผากตัวเองเหมือนนึกอะไรขึ้นได้

     “อ๊ะ! ถึงว่าทำไมถึงหากระดาษไม่เจอ ขอบคุณนะ” ซองยอลเอ่ยขอบคุณพร้อมกับรับกล่องใบนั้นมาจากมยองซู

     “ไม่เป็นไรครับ ถ้างั้นผมไป.........”

     “เอ่อ เข้ามาดื่มอะไรก่อนมั้ย ถือเป็นการให้ฉันขอบคุณนายสักหน่อยก็ดี นายช่วยฉันไว้ก็หลายครั้งแล้ว”

     “ก็ได้ครับ” มยองซูไม่มีความคิดจะปฏิเสธอยู่ในหัวเลยสักนิด เขารีบพยักหน้ารับคำชวนก่อนจะเดินตามซองยอลเข้าไปด้านในห้องที่ถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะเจอลูกหมาพันธุ์พุดเดิ้ลตัวเล็กสีน้ำตาลตัวเดียวกับที่อยู่ในกล่องวันนั้น กำลังจ้องมองเขาอยู่

     “ว่าไงอากะ” มยองซูเรียกชื่อลูกหมาตัวนั้นเหมือนคุ้นเคยกันมาก่อน ก่อนจะย่อตัวลงไปเล่นกับเจ้าตัวเล็ก

     “นายรู้ชื่อมันได้ยังไงอ่ะ”

     “ก็ในลิฟต์วันนั้นพี่เรียกชื่อมัน ผมก็เลยจำได้”

     “งั้นเหรอ ...งั้นก็ตามสบายนะขอเอาของไปเก็บก่อน” ซองยอลบอกแล้วปล่อยให้มยองซูอยู่เล่นกับลูกหมาของตัวเอง มยองซูทักทายเจ้าตัวเล็กพอเป็นพิธีก่อนจะเดินดูรอบๆห้องของซองยอล ถึงแม้ดีไซน์ห้องจะเหมือนกันหากแต่ข้าวของที่มีเยอะแยะนั้นทำให้ห้องของซองยอลดูแคบกว่าห้องของเขาไปถนัดตา  มยองซูเดินไปดูไปรอบๆจนกระทั่งไปหยุดอยู่ตรงมุมๆหนึ่ง ที่มีต้นไม้ต้นเล็กๆวางเรียงรายอย่างสวยงาม ข้างๆกันมีโมเดลสวนหย่อมเล็กๆน่ารักๆวางอยู่ เหมือนเจ้าของห้องตั้งใจให้มุมตรงนี้เป็นเหมือนสวนเล็กๆตามที่ตัวเองออกแบบ

     “มาแล้ว นายจะดื่มอะไรดี น้ำผลไม้ ชา หรือ กาแฟ”

     “อะไรก็ได้ครับมยองซูหันหลับไปตอบเจ้าของห้องที่เดินมาถาม ก่อนจะเอ่ยถามต่อ ว่าแต่โมเดลส่วนนี่พี่ทำเองเหรอ”

     “อื้อ ว่าแต่มาเรียกคนอื่นเขาว่าพี่ รู้อายุกันแล้วเหรอไง ความจริงนายอาจจะแก่กว่าฉันก็ได้นะ” ซองยอลบอกระหว่างเทน้ำส้มลงในแก้วแล้วส่งมันให้กับมยองซู

     “ผมว่าผมเดาไม่ผิดนะ” มยองซูบอกพลางรับแก้วน้ำส้มมาจากซองยอลที่กำลังเอียงคอเหมือนรอให้เขาพูดอะไรต่อ

     “ผมชื่อคิมมยองซูครับ เรียนอยู่ปีสาม” ซองยอลก็พยักหน้ารับ ก่อนจะแนะนำตัวเองบ้าง

     “ฉันอีซองยอล เรียนอยู่ปีห้า”ซองยอลบอกคนที่กำลังเลิกคิ้วเมื่อเขาบอกว่าตัวเองเรียนอยู่ปีห้า เลยทำให้เขาต้องอธิบายต่อ

     “ฉันเรียนสถาปัตยเลยต้องเรียนห้าปี ไม่ใช่เรียนไม่จบ” ซองยอลบอกพร้อมกับยู่หน้าใส่ ดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่มยองซูคิดว่าตัวเองเรียนไม่จบ

     “คะ ครับ  แล้วเรียนปีห้าแล้วงานหนักมั้ยครับ”

“ต้องถามว่าปีไหนงานไม่หนักมากกว่า แล้วก็ขอตอบเลยว่าไม่มี” ซองยอลพูดด้วยสีหน้าเซ็งๆเมื่อถึงงานต่างๆที่รุมเร้าในแต่ละปี ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะโทรสั่งอาหาร เพราะก่อนหน้าที่มยองซูจะมากดกริ่งนั้น เขาตั้งใจจะโทรสั่งอาหารอยู่พอดี

     “ฉันกำลังจะสั่งจาจังมยอน นายจะกินด้วยมั้ย ร้านนี้มีจัมปงด้วยนะ”

     “เอ่อคือผม...ผมไม่กินอาหารจีนอ่ะครับ แต่ถ้าพี่อยากกินผมกินได้นะ”

     “งั้นเหรอ งั้นเปลี่ยนไปกินไก่ทอดก็แล้วกัน กินได้ใช่ป่ะ” มยองซูพยักหน้าตอบซองยอล ซึ่งอีกคนก็ยิ้มตอบเขากลับมาก่อนจะหันไปโทรสั่งไก่ทอด...เจ้าตัวคงไม่รู้ล่ะมั้งว่ารอยยิ้มสดใสนั้น ทำให้เด็กหนุ่มที่โสดมาตลอดอายุยี่สิบกว่าปี กำลังใจเต้นผิดปกติ

     

     หรือว่ามันถึงเวลาของคิมมยองซูกันแล้วนะ...

 





     มยองซูกลับมายังห้องพักของเขาได้พักใหญ่แล้วแต่ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเอาแต่ยิ้มอยู่อย่างนั้น  ในหัวตอนนี้มีแต่ภาพของซองยอลเต็มไปหมด จนถึงตอนนี้ที่เขากำลังอาบน้ำภาพของซองยอลที่กำลังพูดจาหรือเคี้ยวเยลลี่หนอนนั้นก็ยังคงอยู่ในหัว...มันอาจจะจริงอย่างที่แม่ของเขาเคยพูดก็ได้ว่า เข้ามหาลัยพอถึงเวลาเดี๋ยวมันก็มาเองนั่นแหละความรัก

     คิมมยองซูอยากจะบอกแม่จริงๆเลยว่า...ความรักของเขามันมาแล้วนะ ชอบก็ยอมรับว่าชอบ และเขาเป็นคนไม่ชอบรอช้าเสียด้วย

.

.

     “รอด้วยยยยยยย” เสียงสดใสของซองยอลตะโกนบอกคนในลิฟต์ให้รอตนเองด้วย ก่อนจะรีบซอยเท้าวิ่งเข้าไปด้านในลิฟต์ด้วยอาการกระหืดหอบ โดยไม่ทันสังเกตว่าคนที่กดลิฟต์รอนั้นกำลังอมยิ้มขำๆมองตนเองอยู่

     “อรุณสวัสดิ์ครับ” คนที่กดลิฟต์รอนั้นเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสดใสไม่ต่างกัน เสียงนั้นจะเป็นใครไม่ได้นอกจากคิมมยองซูที่ทำเป็นขึ้นลิฟต์ลงลิฟต์รอใครบางคนมาหลายรอบแล้ว กว่าแผนที่เตรียมจะสำเร็จก็ถูกพนักงานใต้คอนโดมองด้วยสายตาแปลกประหลาดอยู่นานเหมือนกัน มยองซูแอบคิดว่าถ้าเกิดซองยอลมาช้ากว่านี้หน่อย เขาคงถูกพนักงานคนนั้นจับตัวโยนออกนอกคอนโดก็เป็นได้

     “โอ๊ะ! หวัดดี จะไปเรียนเหรอ”

     “ครับ แล้วพี่ละครับ”

     “ฉันก็จะไปมหาลัยเหมือนกัน เอาแบบทีสิสไปให้อาจารย์ดูอ่ะ  ไปพร้อมกันมั้ย” ซองยอลเอ่ยชวนคนแปลกหน้าที่กลายมาเป็นเพื่อนบ้านและรุ่นน้องที่มหาลัยอย่างเป็นกันเอง แม้จะเพิ่งเริ่มพูดคุยกับมยองซูแบบจริงๆจังๆเมื่อไม่กี่วันก่อนก็เถอะ แต่ด้วยความที่เห็นหน้ากันบ่อยๆในลิฟต์เลยทำให้ซองยอลรู้สึกคุ้นเคยกับมยองซูมากกว่าคนเพิ่งเคยคุยกัน

     “ไปครับ!!” มยองซูเผลอกตอบเสียงดังอย่างลืมตัว  คนชวนถึงกับผงะก่อนจะหัวเราะเขาออกมา จนมยองซูรู้สึกหน้าร้อนผ่าวด้วยความอาย ตื่นเต้นทีไรเผลอโชว์ความเด๋อออกไปทุกที

     ตลอดการเดินทางไปมหาลัยพร้อมกันครั้งแรกของเขากับซองยอล ดูจะไม่อึดอัดเหมือนอย่างที่กังวล ซองยอลเป็นคนคุยเก่งแถมยังชอบพูดอะไรน่ารักๆออกมาให้มยองซูยิ้มอยู่บ่อยๆ นอกจากนั้นยังชอบส่งยิ้มสดใสมาให้หัวใจของมยองซูเต้นผิดจังหวะอีกด้วย...ยิ่งได้สัมผัสใกล้ชิด มยองซูยิ่งตกหลุมลึกลงไปเรื่อยๆ ปฏิเสธไม่ได้แล้วล่ะ มันยิ่งกว่าชอบเสียอีก

     ระหว่างที่มยองซูแอบมองคนน่ารักและคิดนู่นคิดนี่ไปเรื่อยเปื่อย ซองยอลก็ก้มหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าอย่างเอาเป็นเอาตาย มยองซูเห็นท่าทางแล้วก็เดาออกทันทีว่าซองยอลกำลังหาอะไรอยู่...เขารู้ เพราะเขารู้

     “นี่ครับ” มยองซูเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งช็อกโกแลตกล่องเล็กๆให้ซองยอล ที่เงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยความประหลาดใจ มยองซูเลยรีบอธิบายต่อ      “เอ่อ.....ผมเห็นว่าพี่ชอบกินเลยซื้อมาฝาก”

     “ว้าว ! ขอบคุณนะ กำลังหาพอดีเลย สงสัยลืมเอาติดมาน่ะ” ซองยอลรับกล่องช็อกโกแลตนั้นมาเปิดกินด้วยความชอบอกชอบใจ เพราะช็อกโกแลตที่ได้จากมยองซูนั้นเป็นยี่ห้อที่ซองยอลชอบที่สุด...คิมมยองซูรู้ได้ยังไงกันนะ

     “พี่ดูชอบขนมมากเลยนะครับ”

     “ก็มันอร่อยนี่หน่า กินแล้วไม่เหงาด้วย” ซองยอลบอกระหว่างเทช็อกโกแลตเม็ดเล็กใส่มือแล้วเข้าปาก แก้มยุ้ยเคี้ยวหนุบหนับพร้อมกับส่งรอยยิ้มหยีไปให้คนถามและเจ้าของช็อกโกแลตกล่องนี้

     อ่า...จะทำให้มยองซูหัวใจวายตายหรือไงกันนะ

     “ถ้าพี่เหงาก็คุยกับผมได้นะ  เรียกหาผมได้เลย”

     “เอางั้นเหรอซองยอลเลิกคิ้วอย่างยิ้มๆ ก่อนจะถามอีกคนต่อ “เออ ลืมถามเลยนายเรียนคณะอะไรเหรอ” ซองยอลถามระหว่างที่ทั้งคู่เดินมาถึงหน้าคณะสถาปัตย์ ซึ่งเป็นคณะเรียนของซองยอล ซองยอลก็เลยสงสัยขึ้นมาว่าแล้วมยองซูล่ะ เรียนคณะอะไร 

     “ผม.....เรียนคณะเดียวกับพี่นั้นแหละครับ” มยองซูรู้สึกว่าตัวเองเหงื่อออกมากกว่าปกติ...ซองยอลจะรู้มั้ยนะ

     “งั้นเหรอ ดีจังเลยเนอะ แต่เดี๋ยวฉันต้องไปหาอาจารย์แล้ว ไว้เจอกันนะ”

     “ครับ” ซองยอลคงไม่รู้...

     “อ่อ ถ้าไม่เข้าใจวิชาไหนมาถามได้นะ  ขอบคุณสำหรับช็อกโกแลตนะ” ซองยอลเอ่ยอย่างยิ้มพร้อมกับโบกมือลามยองซูก่อนจะรีบวิ่งเข้าตึกเรียนไป....

     ซองยอลคงไม่รู้ว่าเขาโกหก

     “เฮ้ย!!! มยองซูมาทำไรแถวนี้วะ” อีโฮวอนเพื่อนสนิทร่วมทีมรักบี้ของมยองซูวิ่งเข้ามากอดคอเพื่อนร่วมทีมด้วยความสนิทสนม โฮวอนเรียนคณะสถาปัตย์เหมือนกันกับซองยอลแต่คนละชั้นปี เอ่ยถามมยองซูด้วยความสงสัย เพราะคณะวิศวะไม่ได้อยู่แถวนี้สักหน่อย ทำไมมยองซูถึงมาป้วนเปี้ยนแถวนี้ได้

     “ชู่ว!!! เงียบๆดิวะ” มยองซูแทบจะหาอะไรไปยัดปากเพื่อนของตัวเองไม่ทัน อีโฮวอนไม่เคยรู้เรื่องร้าวอะไรเลยจริงๆ ให้ตายสิ ถ้าเพื่อนนกขึ้นมาจะว่าไงวะ 

     “อื้ออ อะไออ่ะ”

     “เงียบๆก่อน” มยองซูส่งเสียงดุๆใส่โฮวอน ก่อนจะปล่อยมือออกเมื่อเห็นว่าซองยอลเดินลับสายตาไปแล้ว จริงๆเขาไม่ได้อยากโกหกซองยอลหรอก แต่ทำไงได้ก็อยากอยู่ใกล้ๆซองยอลนี่หว่า

     “มึงชอบพี่ซองยอลเหรอ” โฮวอนที่แอบเห็นว่าเพื่อนของตัวเองมองตามหลังรุ่นพี่สุดน่ารักของคณะด้วยสายตาละห้อย ก็ถามขึ้นทันที

     “มึงรู้จักด้วยเหรอวะ”

     “เออรู้จัก ก็พี่เขาน่ารักดี ใครๆก็รู้จัก...จะให้กูติดต่อให้ม่ะ”

     “ไม่ต้อง รู้จักกันแล้ว อยู่คอนโดเดียวกัน” มยองซูบอกด้วยอาการยิ้มเขินๆ ทำเอาโฮวอนอดไม่ได้ที่จะเบ้ปากใส่เพื่อนของตัวเอง อาการอินเลิฟของคิมมยองซูมันน่าหมั่นไส้จริงๆนะ แต่ก่อนทำเป็นนิ่งใส่คนที่มาจีบตลอด โฮวอนไม่คิดว่าพอตอนหมอนี่มีความรักแล้วจะดูหน่อมแหน่มขนาดนี้

ขณะที่โฮวอนกำลังก่นด่าและจิกกัดมยองซูอยู่ในใจ อีกฝ่ายก็สังเกตว่าโฮวอนกำลังถืออะไรบางอยู่ในมือ ซึ่งมยองซูก็คิดอะไรบางอย่างออกทันที

     “การบ้านมึงเหรอ”

     “เออ เอาโมเดลมาให้อาจารย์ดูก่อนอ่ะ เผื่อต้องแก้จะได้แก้ทัน”

     “เอามา เดี๋ยวกูทำให้เอง” มยองซูบอกพร้อมกับรีบดึงโมเดลมาจากโฮวอนทันที โดยไม่รอให้เจ้าของอนุญาติใดๆ

     “มึงบ้าเปล่าเนี่ย ! ทำเป็นเหรอไง เอาคืนกูมาเลยเดี๋ยวงานกูพัง!” โดนแย่งงานสำคัญไปต่อหน้าต่อตา ทำเอาเจ้าของงานอย่างโฮวอนแทบช็อก รีบจะคว้าเอางานคืน ถ้าเกิดงานพังคามือไอ้เพื่อนตัวดีขึ้นมา งานนี้อีโฮวอนไม่ต้องหลับต้องนอนไปอีกสองอาทิตย์แน่

     “ไม่พังหรอกน่า เชื่อใจกูดิ” แต่มีหรือที่มยองซูจะคืนให้ง่ายๆ มยองซูเองก็รู้ว่าโมเดลพวกนี้กว่าจะทำขึ้นมาเสร็จต้องใช้เวลาและความละเอียดมากแค่ไหน เขามั่นใจว่าจะไม่ทำคามือแน่ ความดื้อรันของมยองซูทำให้โฮวอนได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะนิ่งไปเมื่อลองมาคิดว่าทำไมมยองซูถึงเอาโมเดลตัวเองไป

     “นี่มึงอย่าบอกนะว่า จะเอาโมเดลกูไปให้พี่ซองยอลช่วย”

     “มึงนี่สมกับเป็นเพื่อนรักกูจริงๆ” มยองซูตบบ่าโฮวอนด้วยรอยยิ้ม ที่โฮวอนลงความเห็นว่ามันน่าหมั่นไส้ที่สุด

     ถ้าเกิดโมเดลของอีโฮวอนพังขึ้นมาล่ะก็...เขาจะเอาลูกรักบี้ปาใส่หัวคิมมยองซูแน่ๆ




Choco baby




ตื่อดือดึ่ง

     “ฮะะะ” เสียงใสขานรับแขกที่มากดออดหน้าห้องพักของตัวเอง ก่อนจะสไลด์ตัวไปประตูต้อนรับ แล้วก็พบว่าเป็นคิมมยองซูนั่นเองที่กำลังยืนยิ้มจนตาปิดอยู่หน้าห้องของเขา

     “อ้าว มยองซูมีอะไรเหรอ” ซองยอลแปลกใจไม่น้อยที่มยองซูมากดออดห้องเขาในเวลานี้...นี่มันก็เกือบจะสี่ทุ่มแล้ว

     “คือขอโทษที่ต้องรบกวนนะครับ แต่พอดีพี่พอจะมีต้นไม้ปลอมให้ผมยืมมั้ยอ่ะ ของผมหมดจะออกไปซื้อตอนนี้มันก็ไม่มีที่ไหนขายแล้ว” คนที่มากดออดรบกวนยามวิกาล แสร้งทำหน้าหงอยๆ พร้อมกับชูนาฬิกาบนข้อมือให้เจ้าของห้องเห็นชัดๆว่าตอนนี้เป็นเวลา สี่ทุ่มสิบห้านาที ร้านขายอุปกรณ์งานต่างๆคงปิดตัวไปกันหมดแล้ว

     “อย่าบอกนะ...ว่านายซื้อต้นไม้ปลอมไปทำโมเดลมาเกือบสามปีน่ะ!

     “คะ ครับ ทำไมเหรอครับ” มยองซูงุนงงไม่น้อยที่โดนถามแบบนั้น แน่สิ เขาไม่ได้เรียนสถาปัตย์มาตลอดสามปีที่ผ่านมาสักหน่อย จะรู้ได้ยังไงว่าเวลาพวกเด็กสถาปัตย์เขาทำโมเดลกัน เขาใช้ต้นไม้อะไรทำกัน

     “เปลืองเงินตายเลย ต้นไม้พวกนั้นแพงจะตาย เข้ามาสิ เดี๋ยวทำให้” ซองยอลบอกก่อนจะเบี่ยงตัวให้มยองซูเข้ามาในห้อง แม้มยองซูจะดูงุนๆงงๆไม่หาย แต่มยองซูก็มีสติรีบก้าวเท้าเข้าไปในห้องซองยอลทันทีที่อีกฝ่ายอนุญาต โดยที่มีเจ้าอากะกระโดดโลดเต้นตะกายขามยองซูอยู่ที่พื้น

มยองซูเดินตามซองยอลไปยังห้องๆหนึ่ง ซึ่งมยองซูเดาว่าคงเป็นห้องใช้ทำงานของซองยอลแน่ๆ เพราะภายในห้องนั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์และโมเดลต่างๆวางเอาไว้ ซองยอลหยิบอุปกรณ์ออกมาแล้วเริ่มลงทำ ซองยอลเอาเม็ดโฟมจุ่มกาวแล้วคลุกกับผงหญ้าทำเป็นต้นไม้ต้นเล็กหลายสิบต้น โดยมีมยองซูนั่งมองทุกอากัปกริยา สายตาก็จ้องมองใบหน้าน่ารักที่ตั้งใจทำงาน ส่วนมือก็เล่นกับเจ้าอากะที่นอนให้เกาพุงอยู่กับพื้นแถวนั้น

“เสร็จแล้ว” ซองยอลเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับชูต้นไม้ต้นเล็กๆหันไปหามยองซู ที่กำลังกลั้นขำเบาๆ กับดวงตากลมโตใต้แว่นหนา

“ขำอะไรอ่ะ” ซองยอลกระพริบตาถามอย่างงุนงง

“ตาพี่.....”

“ก็โมเดลมันเล็กนี่ก็เลยต้องใส่แว่น ไม่เห็นจะตลกเลย”

“ผมก็ไม่ได้ว่าว่าตลกนี่ครับ ตากลมๆโตๆ น่ารักดีออก” ซอลยอลชะงักไปที่จู่ๆก็เหมือนโดนชม ก่อนจะกระแอมไอเบาๆเป็นการแก้เขิน

“เอ่อ....หิวอ่ะไปมินิมาร์ทมั้ย”

“ไปครับ เดี๋ยวผมซื้อให้เอง คืนนี้คงอยู่รบกวนพี่อีกนาน” คิมมยองซูไม่เคยปฏิเสธอยู่แล้ว ดีเสียอีก จะได้อยู่กับซองยอลนานๆเลย

ทั้งคู่เดินลงมามินิมาร์ทใต้คอนโด ตอนนี้แทบไม่มีคนเข้ามาใช้บริการแล้ว ทั้งร้านเลยมีเพียงแค่ซองยอลกับมยองซูที่เดินถือตะกร้าร่อนไปทั่วร้าน จริงๆต้องบอกว่าซองยอลคนเดียวมากกว่า รายนั้นพอถึงมินิมาร์ทก็รีบคว้าตะกร้าวิ่งตรงไปตรงชั้นวางช็กโกแลตทันที ซองยอลโกยช็อคโกแลตกับเยลลี่ลงในตะกร้าจนแทบจะล้น ไม่พอยังหันมาสั่งให้มยองซูเดินตามไปเลือกอาหารแช่แข็งที่ตู้ด้านในอีก 

“พี่ชอบต๊อกโปกกีมั้ยครับ” มยองซูถามระหว่างกำลังเลือกของอาหารในตู้แช่ข้างๆ ส่วนซองยอลก็กำลังเลือกน้ำผลไม้ลงตะกร้า

“ชอบ เอาชีสไปด้วยนะ”

“แล้วพี่ชอบผู้ชายมั้ยครับ” เป็นคำถามที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสิ่งที่กำลังทำอยู่เลยแม้แต่น้อย และเป็นคำถามที่ทำเอาซองยอลต้องหันขวับ

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับต๊อกโปกกี”

“ไม่เกี่ยวหรอกครับ ผมแค่อยากรู้” ซองยอลขมวดคิ้วจ้องมองมยองซูที่รอคำตอบของเขาอยู่

“ไม่รู้ แล้วแต่คน”

“แล้วถ้าเป็นผมล่ะ”

“ถามแบบนี้จะจีบเหรอไง” ซองยอลแกล้งถามกลับโดยไม่คิดอะไร แต่คำตอบที่ได้นั้นทำเอารู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นทันที

“แล้วจีบได้มั้ยล่ะครับ”

“มะ ไม่รู้!” ซองยอลโวยวายแล้วยัดตะกร้าใส่มือของมยองซู ก่อนจะรีบเดินหนีไป แต่มยองซูก็ยังตาไวเห็นแก้มยุ้ยๆนั้นเปล่งสีแดงเป็นลูกตำลึง ดูน่ารักน่าชังอย่าบอกใครเชียวล่ะ

หลังจากผ่านเหตุการณ์ชวนใจสั่นที่มินิมาร์ทไป มยองซูก็ทำเนียนไปยกโมเดล(ของโฮวอน)มาให้ซองยอลช่วยทำ จนตอนนี้ปาเข้าไปตีสามแล้ว ห่อช็อกโกแลตกับถุงเย็นลี่เปล่าๆวางเกลื่อนโต๊ะทำงานและพื้นบริเวณนั้น ซองยอลถอนหายใจออกมาหลังจากที่ทำพื้นหญ้าเสร็จ ก่อนจะหยิบเยลลี่หนอนตัวสุดท้ายของถุงเข้าปาก

     “เสร็จสักที....เจ้าเด็กขี้เกียจเอ้ย” ซองยอลจิ๊ปากเบาๆ เมื่อเห็นว่ามยองซูฟุบกับโต๊ะหลับไปแล้ว ปล่อยให้เขานั่งทำงานอยู่คนเดียว ทั้งที่เป็นงานของตัวเองแท้ๆ ซองยอลบ่นในใจอยู่สักพักก่อนจะเริ่มหาวด้วยความง่วง จึงเดินไปทิ้งตัวลงที่โซฟาแถวนั้นแล้วพักผ่อนบ้าง

     ซองยอลไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานแค่ไหน รู้แต่ว่ามันเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวไปหมด สงสัยคงเป็นเพราะนอนในที่แคบๆบนโซฟาแน่ๆ ดวงตากลมกระพริบถี่ไล่ความง่วงงุน ก่อนเสียงใครบางคนจะปลุกให้ตื่นเต็มตา

     “ตื่นแล้วเหรอครับ” มยองซูที่กำลังทำโมเดลต่อให้เสร็จถามซองยอลที่ลุกพรวดพราดขึ้นมา เขาตื่นก่อนซองยอลได้สักพักใหญ่ ตื่นมาก็แอบไปนั่งมองหน้ารุ่นพี่ตอนหลับตั้งครึ่งค่อนชั่วโมง ก่อนจะมานั่งทำโมเดลต่อจากเมื่อคืนให้เสร็จ

     “นี่กี่โมงแล้วอ่ะ”

     “เจ็ดโมงเองครับ วันนี้พี่ไม่มีเรียนนี่ นอนต่อก็ได้นะ หรือว่าอยากกินอะไรมั้ย เดี๋ยวผมทำให้กิน”

     “ทำอย่างกับตัวเองเป็นเจ้าของห้องเลยนะ” ซองยอลอดที่จะพูดเหน็บอีกฝ่ายไม่ได้ คิมมยองซูชักจะทำตัวสบายเกินไปแล้ว

      “พี่น่ะ แค่นอนเฉยๆก็ได้นะครับ ไม่เห็นต้องทำตัวน่ารักโชว์เลย” ซองยอลขมวดคิ้วด้วยความสงสัย จู่ๆมยองซูก็พูดจาประหลาดออกมา เห็นซองยอลทำหน้างงแบบนั้น มยองซูเลยพูดต่อ “ก็เมื่อเช้าผมตื่นมาเห็นพี่อ้าปากหลับ แถมยังมีเยลลี่หนอนคาปากอีก จะไม่ให้น่ารักได้ยังไงละครับ”

     “หยุดพูดคำว่าน่ารักสักที่เถอะน่า! ฉันไม่ได้น่ารักอะไรทั้งนั้นแหละ!” นอกจากมยองซูจะทำตัวสบายเหมือนเป็นเจ้าของห้องเกินไปแล้ว ยังจะทำให้เจ้าของห้องตัวจริงอย่างเขาหัวใจวายตายด้วย....หมอนี่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะ !

     “น่ารักของผมไม่ได้เป็นคำชมนะ แต่เป็นคำจีบ

     “นะ นาย!!” ช็อกคูณสิบเข้าไปอีก ถ้าอีซองยอลหัวใจวายขึ้นมาจริงๆ ก็เรียกตำรวจมาจับคิมมยองซูได้เลย ซองยอลเดาไม่ออกเลยว่ามยองซูพูดจริงหรือแกล้งเขาเล่น แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างแรกหรืออย่างหลัง ซองยอลก็อยากจะเอาโมเดลตีหัวให้รู้แล้วรู้รอด

     “เมื่อวานที่ผมขอจีบพี่ พี่ว่าไงอ่ะครับ” อีกแล้ว คิมมยองซูทำซองยอลหน้าแดงหน้าแดงอีกแล้ว! เพราะแบบนี้ไงอีซองยอลถึงอยากฟาด

     “ไม่รู้โว้ย!” ซองยอลโวยวายด้วยใบหน้าเห่อร้อน ก่อนจะรีบลุกหนีเข้าห้องน้ำไป

     “ไม่รู้แสดงว่าพี่ตกลงนะครับ!

     ยังตามไล่หลังมาอีกนะไอ้เด็กบ้า !



Choco baby




     หลังจากวันนั้นมยองซูก็มักจะมาขลุกตัวอยู่ที่ห้องของซองยอลบ่อยๆ จนคนที่อาศัยอยู่ชั้นเดียวกับซองยอลเห็นเป็นภาพชินตาและคิดเหมือนๆกันว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน ซึ่งมันทำให้มยองซูมีความสุขสุดๆ แน่ล่ะ มันคือเป้าหมายของเขานี่น่า ถ้าคนอื่นๆมองว่าเข้าใจแบบนั้น ก็แปลว่ามันมีสิทธิที่จะเป็นความจริง

     “มยองซูนายต้องติดกาวตรงนี้แน่นๆสิ เดี๋ยวตอนถือไปส่งอาจารย์มันก็หลุดออกมาแล้วต้องทำใหม่อีกนะ” ซองยอลเตือนมยองซูที่กำลังนั่งทำโมเดลอยู่ข้างๆ

     “รู้แล้วครับบบบ” มยองซูขานรับก่อนจะบรรจงทากาวลงไปที่โมเดลอีกครั้งเพื่อให้มันแน่นหนาขึ้นตามที่ซองยอลบอก ซึ่งคนสั่งก็ดูจะพอใจเป็นอย่างมากที่มยองซูทำตามคำสั่งทุกอย่าง ไม่มีขัดใดๆ

     “เชื่อฟังแบบนี้ดีมากก” ซองยอลพูดด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบผมมยองซูเบาๆเหมือนตอนลูบหัวอากะ ก่อนจะนิ่งไปเมื่อสบตาเข้ากับดวงตาสีเข้มที่เอาแต่มองเขา ตอนนั้นซองยอลจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไป

     “มะ มองอะไรเล่า ทำไปสิ”

     “พี่เขินผมเหรอ”

     “ขะ เขินอะไร ใครเขินกัน!

     “แน่ใจนะ” มยองซูถามย้ำ ก่อนจะยื่นหน้าเข้าใปใกล้ซองยอลมากขึ้นกว่าเดิม

     “จะทำอะไร” ซองยอลหรี่ตามองมยองซูที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน

     “ผมจะจูบพี่ไง”

     “นายไม่กล้าหรอก”ซองยอลบอกแล้วทำหน้าอย่างคนเหนือกว่า มยองซูยิ้มน้อยก่อนจะจูบลงบนริมฝีปากอิ่มของคนตรงหน้า แล้วผละออกก่อนจะจูบย้ำๆอยู่อย่างนั้นจนกระทั้งเจ้าอากะที่อยู่บนพื้นเห่าเรียก

     บ๊อก บ๊อก

     “หืออ ว่าไงอากะ อิฉาเหรอ”มยองซูที่ผละออกจากซองยอลถามก่อนจะอุ้มอากะขึ้นมาบนตัก

     “นายต่างหากที่ต้องอิจฉาอากะ”ซองยอลยู่หน้าพร้อมกับยิ้มน้อยๆแล้วอุ้มอากะมาจากมยองซูพร้อมกับจูบเบาๆ

 

     วันนี้มยองซูเดินไปส่งซองยอลที่คณะตามเดิม จนกลายเป็นภาพชินตาของทุกคนที่คณะเสียแล้ว

     “ตั้งใจเรียนนะครับ”

     “บอกตัวนายเองเถอะ วันนี้ฉันแค่มาหาอาจารย์เรื่องทีสิส”

     “ครับบบบบ”มยองซูขานรับเสียงยาวก่อนจะโบกมือให้ซองยอลที่รีบเดินขึ้นตึกไป

     “คิมมยองซู!! เอางานกูมาเลย เดี๋ยวนี้”อีโฮวอนที่แอบมองอยู่แถวนั้นรีบเดินเข้ามาทวงงานของเขาทันทีที่ซองยอลเดินห่างออกไปแล้ว

     “เอาไป”มยองซูบอกแล้วส่งโมเดลที่เพิ่งทำเสร็จให้เพื่อนของตัวเอง พร้อมกับทำหน้าภูมิใจ

     “เออกูเอาไปส่งก่อน อาจารย์จะกินหัวกูอยู่แล้ว รอกูตรงนี้นะ เดี๋ยวกูลงมาจะได้ไปซ้อมกัน” อีโฮวอนบอกก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปส่งงาน

 

 .

.

.


 

     “เอางานมาส่งสักทีนะอีโฮวอน ถ้าครูไม่ทวงจะส่งมั๊ย”อาจารย์เจ้าของวิชาที่อยู่มุมห้องพูดขึ้น

     “ขอโทษครับอาจารย์ ครั้งนี้ส่งช้าจริงๆ คราวหลังไม่ช้าแล้วครับ”โฮวอนบอกก่อนจะแปะชื่อของตัวเองลงบนโมเดล

     “ซองยอลฝากหยิบโมเดลมาให้ครูที”

     “ครับ”ซองยอลที่อยู่แถวนั้นขานรับก่อนจะหันไปรับโมเดลมาจากโฮวอนแล้วนิ่งไป

     “มะ มีอะไรรึเปล่าครับ”โฮวอนกระพริบตาถาม

     “นี่......งานของนายเหรอ”โฮวอนพยักหน้าถี่ๆ

     “แน่ใจนะว่างานของนาย”ซองยอลถามย้ำ เพราะเขามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่างานในมือของอีโฮวอนนั้นคืองานของมยองซูแนน่ๆ

     “แน่ดิพี่ นี่งานผม”

     “งะ งั้นก็ดี”ซองยอลที่ยังคงนิ่งอึ้งไม่หายพูดตะกุกตะกักก่อนจะหยิบงานไปวางไว้บนโต๊ะ

     “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ต้องไปซ้อมรักบี้แล้ว”โฮวอนบอกแล้วรีบวิ่งออกไปทันที

 

 





     ตื่อดือดึ่ง

     “เปิดแล้วๆ ไม่ต้องดีใจขนาดนั้นเลยอากะ”เสียงซองยอลที่ดุลูกหมาตัวเล็กดังลอดประตูบานใหญ่ก่อนจะเจอมยองซูยืนยิ้มอยู่ตามเคย

     “โทษทีนะพี่วันนี้มาช้าไปหน่อย ซ้อมรักบี้อ่ะกำลังจะแข่งแล้ว”มยองซูบอก

     “งั้นเหรอ”

     “ผมซื้อไก่ทอดมาด้วย มากินกันเถอะ”มยองซูบอกก่อนจะถอดรองเท้าแล้วเดินเข้าไปในห้อง

     “นายจะกินทั้งเหงื่อซกเนี้ยนะ”ซองยอลถามพร้อมกับมองมยองซูที่เปียกเหงื่อตั้งแต่หัวจรดเท้า

     “ก็ผมรีบมาหาพี่อ่ะ เลยยังไม่ได้อาบน้ำ”มยองซูบอกพร้อมกับหัวเราะแห้งๆ

     “งั้นก็ไปอาบเลย เร็วๆเข้าด้วย”

     “โอเคคร้าบบบบบ” มยองซูตอบรับเสียงยาวก่อนจะรีบคว้าผ้าเช็ดตัวในกระเป่าเป้ของตัวเองเข้าห้องน้ำไป

     “กินไม่ได้อากะ ไม่ต้องทำท่าน้ำลายไหลเลย”ซองยอลหันไปบอกเจ้าลูกหมาที่จ้องกล่องไก่ทอดที่วางอยู่บนโซฟาตาไม่กระพริบ ก่อนจะเหลือบไปเห็นกระเป๋าสตางค์ของมยองซูที่โผล่ออกมาจากกระเป๋าทำให้เรื่องเมื่อเช้าที่เขาคุยกับโฮวอนเข้ามาในหัวอีกครั้ง 

 

     ถ้าอยากรู้จริงๆก็ต้องดูบัตรนักศึกษา

     ซองยอลคิดในใจแต่ก็ลังเลที่จะเปิดกระเป๋าสตางค์ของมยองซู  เขายืนจ้องกระเป๋าสตางค์สีดำอยู่นิ่งๆเป็นเวลาเกือบนาทีก่อนตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาเปิดหาบัตรนักศึกษา แล้วก็ต้องพบกับความจริง

     “คิมมยองซู นักศึกษาคณะวิศวะกรรมศาสตร์  สาขาวิศวะโยธา”มันเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่คอของเขา มือเรียวรีบเก็บบัตรนักศึกษาของมยองซูใส่กระเป๋าสตางค์ไว้ตามเดิมก่อนที่มยองซูจะเดินออกมา

     “มากินไก่กันเถอะพี่ ผมหิวมากเลย”

     “อะ อืม”

..

.

.


.

.

 

“งั้นผมไปก่อนนะ”มยองซูที่เก็บกวาดทุกอย่างเสร็จหลังจากกินข้าวแล้วพูดขึ้น พลางสะพายกระเป๋า

“อื้อ”ซองยอลตอบรับสั้นๆ

“พี่เป็นอะไรรึเปล่าดูเงียบๆ  ไม่สบายตรงไหนมั๊ย”มยองซูถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง

“นิดหน่อยอ่ะ  แต่นอนพักก็คงหาย”

“ถ้างั้นพี่ไปนอนพักเถอะ แต่ว่าพรุ่งนี้พี่ต้องมาเชียร์ผมนะ ถ้าพี่ไม่มาผมแพ้แน่ๆเลย”มยองซูเริ่มอ้อนคนตรงหน้า

“ทำมาพูด ฉันไม่ไปหรอก”มยองซูเบะปากทำท่าเหมือนร้องไห้ทันทีที่ได้ยินซองยอลพูดแบบนั้น

“รู้แล้วล่ะน่า กลับห้องไปได้แล้วไป”ซองยอลหัวเราะเบาๆ

“งั้นก่อนไปขอกำลังใจหน่อยดิ”มยองซูบอกก่อนจะเข้าไปกอดซองยอลที่ยืนนิ่ง

“ชื่นใจจัง”มยองซูที่กอดซองยอลอยู่พูดขึ้นก่อนที่จะผละออกมาแล้วโบกมือให้



CHOCO BABY 

 

 

สนามแข่งของมหาวิทยาลัยตอนนี้เนืองแน่นไปด้วยนักศึกษาของทั้งสองมหาวิทยาลัยที่จะมาทำการแข่งขันรักบี้ในระดับมหาวิทยาลัยกันวันนี้

“เด็กนายคนไหนบอกมาๆ อยากเห็นหน้า”

“ไม่ใช่เด็กฉันสักหน่อย อย่ามามั่วนะนัมอูฮยอน”ซองยอลแห่วเพื่อนที่มานั่งดูกับเขา

“ถ้าไม่ใช่เด็กแล้วจะเรียกว่าอะไร ......... อ๋อ แฟนนนนนนนน”ซองยอลหันไปค้อนใส่เพื่อนก่อนที่วิดีโอแนะนำผู้แข่งขันจะฉายขึ้นบนจอในสนาม

หมายเลข 13 คิมมยองซู

เสียงกรี๊ดดังขึ้นเมื่อถึงคิวของมยองซู นัมอูฮยอนสังเกตปฏิกิริยาของซองยอลที่อมยิ้มน้อยๆ เมื่อชื่อของมยองซูถูกประกาศขึ้น ไม่บอกก็รู้ว่าเจ้าเด็กเบอร์ 13 จะต้องเป็นแฟนของเพื่อนของเขาอย่างแน่นอน

“รู้ละน้องเบอร์ 13 นี่เอง แห๋ม หล่อนะเนี้ยย”

“บอกให้เงียบไงเล่า!”ซองยอลโวยวายใส่เพื่อนแก้เขินตามสไตล์

 

การแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือด อีซองยอลตั้งใจเชียร์มยองซูจนแทบอยากจะเข้าไปเล่นเองในสนาม เสียงกรี๊ดดังขึ้นเมื่อฝ่ายของมยองซูได้แต้มไป ซองยอลลุกขึ้นร้องดีใจกับนัมอูฮยอนเหมือนๆกับเพื่อนร่วมสถาบันคนอื่น ก่อนจะนิ่งไปเมื่อได้ยินหญิงสาวข้างหน้าสองคนกำลังคุยกันเรื่องของมยองซู

“เออตกลงว่าพี่มยองซูเรียนอยู่คณะไหนอ่ะ สถาปัตย์ป่ะ”

“บ้า สถาปัตย์นั่นมันพี่โฮวอน พี่มยองซูเรียนอยู่วิศวะ”

“เอ้าไม่ได้เรียนสถาปัตย์เหรอ ฉันเจอเขาอยู่แถวนั้นออกจะบ่อย”

“เขาอยู่วิศวะโยธา ฉันเรียนคณะเดียวกับเขาเชื่อดิ ที่เจอที่สถาปัตย์สงสัยไปหาพี่โฮวอนละมั้ง”

“งั้นเหรอ ดีเนอะฉันละอยากให้เขาไปสร้างบ้านให้จังง บ้านของเรางี้”หญิงสาวทั้งสองคนกรี๊ดกร๊าดเมื่อพูดถึงอนาคตในความมโนของทั้งสอง ซองยอลที่ได้ยินได้แต่นิ่งอึ้งเพราะมันเหมือนเป็นการตอกย้ำความจริงให้ซองยอลรู้ว่าทั้งหมดคิมมยองซูโกหกเขามาตลอด ระหว่างนั้นเสียงฮือฮาก็ดังขึ้น พร้อมๆกับมยองซูที่โดนกระแทกเต็มแรงจนลงบนนอนกองกับพื้นสนามหญ้า มือของเขายกขึ้นกุมไปที่บริเวณหัวไหล่สีหน้าตอนนี้บอกได้เป็นอย่างนี้ว่าเจ็บปวดมากแค่ไหน

“นาย....โอเคนะซองยอล”อูฮยอนที่เห็นซองยอลนิ่งไปถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

“ฉันควรโอเคเหรอวะ”

“งั้นก็รีบลงไปหาหมอนั่นสิ!!”ซองยอลไม่พูดอะไรเพียงแต่มองหน้าเพื่อนของตัวเองที่กำลังพูดกันคนละเรื่อง      อูฮยอนเลยตัดสินใจคว้ามือของเพื่อนแล้วรีบพาลงไปยังห้องแต่งตัวของทีมทันที

“เข้าไม่ได้ครับๆ”สต๊าฟของทีมบอกคนหลายคนที่ยืนอออยู่หน้าทางเข้า เพราะต้องการจะดูอาการของมยองซูขวัญใจของพวกเขา

“หลีกทางด้วยครับ”แพทย์สนามที่วิ่งมาพร้อมกับเปลที่มีมยองซูนอนอยู่พูดขอทาง เปลของมยองซูถูหามผ่านหน้าซองยอลไปโดยที่มีโฮวอนวิ่งตามอยู่ข้างๆ

“อ้าวพี่ซองยอล จะเข้าไปดูมันมั๊ยครับ เดี๋ยวผมพาเข้าไป”โฮวอนบอก

“ไม่ ฉันไม่”นั่นคือคำตอบสั้นๆก่อนที่ซองยอลจะเดินหายไปจากตรงนั้นท่ามกลางฝูงชน ทำเอาอูฮยอน และ โฮวอนงงไปตามๆกัน

 

 

มยองซูถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เขาได้รับบาดเจ็บบริเวณไหล่ซ้ายจากการโดนกระแทก แต่ไม่ได้บาดเจ็บอะไรรุนแรงมากนัก เพียงได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีจากหมอและรับยามากินตามคำสั่ง อาการก็จะดีขึ้น

“มึงเห็นพี่ซองยอลบ้างมั๊ย”มยองซูที่ถูกสั่งให้นอนพักที่โรงพยาบาลสักสองสามชั่วโมงถามขึ้นทันทีที่โฮวอนเดินเข้ามาในห้อง

“เจ็บจะตายห่าอยู่แล้วยังร้องหาเขาอีก”

“ก็ตอนกูโดนหามเข้าไปในห้อง กูเห็นพี่เขายืนอยู่นิ”โฮวอนถอนหายพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆเตียง

“กูมีอะไรจะบอกวะ คือตอนมึงโดนหามเข้าไปอ่ะกูถามพี่เขาแล้วว่าจะเข้าไปรึเปล่า แต่เขาบอกว่าไม่

“ว่าไงนะ!!”มยองซูร้องพร้อมกับลุกขึ้นนั่ง

“เออ เขาบอกว่าไม่เว้ย แล้วเขาก็เดินหนีกูไปเลย กูเองก็ไม่เข้าใจ ขนาดเพื่อนเขาที่มาด้วยกันเองก็ไม่เข้าใจ”

“กูว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ”มยองซูบอกก่อนจะลุกออกจากเตียงไปทั้งๆที่ยังเจ็บอยู่

 

 

ตื่อดือดึ่ง

เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นแต่กลับไม่มีใครเปิดประตูออกมา มยองซูยืนอยู่หน้าห้องด้วยความร้อนใจเพราะอยากรู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับซองยอล เขาได้ยินแค่เสียงเห่าของเจ้าอากะพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เดินใกล้เข้ามาแต่แล้วมันก็หยุดอยู่แค่ที่ประตูห้องอีกฝั่งเพียงเท่านั้น

“ไม่มีใครมาหรอกอากะ ไปนอนเถอะ”

ปัง ปัง ปัง

“พี่ซองยอล!! เปิดประตูให้ผมหน่อย ผมอยากคุยกับพี่ พี่เป็นอะไรไป พี่ซองยอล!!!” เสียงทุบประตู และเสียงตะโดนของ มยองซูยังคงดังขึ้นต่อเนื่อง ทำเอาซองยอลร้อนใจกลัวเพื่อนร่วมชั้นจะรำคาญจะรีบเดินมาเปิดประตู

“มีอะไร”ซองยอลถามเสียงนิ่งๆ

“พี่เป็นอะไรไป ทำไมถึงเมินผมแบบนี้”มยองซูถามด้วยความสงสัยเพราะจู่ๆซองยอลก็เปลี่ยนไป

“แล้วฉันควรเป็นอะไรล่ะ เป็นลา หรือว่าเป็นคนโง่ ถึงจะเหมาะกับการที่ถูกนายหลอก”มยองซูนิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูก

“พี่ พี่รู้แล้วเหรอ”

“นายกลับไปเถอะ ฉันไม่อยากเจอนายอีก”ซองยอลบอกก่อนจะปิดประตู แต่มยองซูกลับดันมันเอาไว้

“ขอผมอธิบายก่อนได้มั๊ยครับ ให้ผมอธิบายก็ยังดีนะพี่”

“แค่เริ่มต้นนายยังโกหก แล้วนายคิดว่านายอธิบายแล้วความสัมพันธ์ของเรามันจะกลับมาเหมือนเดิมเหรอไง”

“แต่..........”

“กลับไป ก่อนที่ฉันจะไม่มีให้แม้แต่คำว่าเพื่อน”ซองยอลบอกก่อนจะปิดประตูทันที มยองซูได้แต่ยืนก้มหน้าอยู่อย่างนั้น  เสียงหงิง หงิง ที่ดังลอดออกมาทำให้มยองซูนึกอะไรขึ้นได้ เพราะซองยอลเอาเจ้าอากะไปนอนด้วยอยู่แล้ว เขาจึงคว้าเอากระดาษกับปากกาที่อยู่ในกระเป๋าเป้มาเขียนอธิบายเรื่องของเขาก่อนจะสอดมันเข้าไปใต้ช่องประตู แค่เพียงไม่นานเสียงฝีเท้าก็กลับมาอีกครั้ง

“ไม่ต้องร้องหงิงหงิงเลยนะอากะ ต่อไปนี้หมอนั้นจะไม่มาอีกแล้ว”ซองยอลดุเจ้าลูกหมาเสียงดัง ก่อนเสียงจะเงียบไป มยองซูที่ยังคงยืนรออยู่ มองเห็นกระดาษของเขาที่สอดไว้ถูกดึงไปจากอีกฝั่งซึ่งมันทำให้เขาโล่งใจที่รู้ว่าซองยอลไม่ใจร้ายจนเกินไป

 

.

.

.

 

                หลังจากวันนั้นมยองซูก็ไม่ได้เจอหน้ากับซองยอลอีกเลย ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามไปที่คณะสถาปัตย์บ่อยๆ พยายามอู้เดินไปมาอยู่ที่ชั้นล่างของคอนโดแต่เขากลับไม่เจอซองยอลเลยแม้แต่เงา บางทีเขาก็คิดไปว่าซองยอลย้ายหนีเขาไปแล้วรึเปล่า แต่ก็คงไม่ เพราะวันก่อนที่เขาลองเดินไปหน้าห้องก็ยังคงได้ยินเสียงของเจ้าอากะกำลังร้องหงิงหงิงหลังจากที่ได้ยินเสียงเขาเรียกชื่อของมันอยู่หน้าห้อง  หรือแม้แต่จะให้โฮวอนเข้าไปอธิบายให้ว่าเขาเสียใจขนาดไหน  ซองยอลก็ดูเหมือนจะไม่ให้อภัยเขาแม้แต่น้อย แบบนี้รึเปล่าที่เรียกว่าทำตัวเอง

                ตั้งแต่ไม่ได้เจอซองยอลคิมมยองซูก็ไม่ต่างอะไรกับซอมบี้เขาไปเรียนด้วยสภาพจิตใจเหม่อลอย รวมไปถึงการซ้อมรักบี้ที่ดูเหมือนจะผิดพลาดไปทุกอย่างจนทำให้เขาโดนทำโทษวิ่งรอบสนาม30รอบท่ามกลางฝนที่กำลังโปรยปรายลงมาในตอนนี้ 

                ถึงแม้จะถูกสั่งให้วิ่ง ถึงแม้จะเหนื่อยขนาดไหนแต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย เขายังคงอยากเจอซองยอลเพื่ออธิบายเรื่องราวต่างๆว่าทำไมเขาถึงโกหก เขาอยากขอโอกาสจากซองยอลอีกสักครั้งแค่ครั้งเดียวก็ยังดี น้ำตาค่อยๆไหลออกจากดวงตาคมทั้งสองข้างพร้อมกับเม็ดฝนที่ตกลงมากระทบกับใบหน้าของเขา

ในจังหวะหนึ่งที่มยองซูกำลังวิ่งอยู่นั้นเขาเหลือบไปเห็นใครคนหนึ่งที่กำลังเดินอยู่ริมทางเดินอีกฝั่งของถนนในมหาวิทยาลัยตรงข้ามกับสนาม เขาจำร่างบางใต้ร่มคันใหญ่ที่กำลังค่อยเดินอยู่ได้ดี และ คนนั้นก็คือคนที่เขาอยากเจอมากที่สุด มยองซูวิ่งออกจากสนามข้ามไปอีกฝั่งถนนเพื่อไปหาซองยอลแต่เขากลับไม่พบใคร หรือว่าเขาคิดถึงแต่ซองยอลจนเพ้อไปแล้วกันแน่ แต่เขาจะไม่ยอมแค่นี้ คิดได้อย่างนั้นเจ้าตัวก็ตัดสินใจวิ่งออกไปยังคอนโดที่อยู่ข้างๆมหาวิทยาลัย

ตัวเลขหน้าลิฟต์ตัวใหญ่กำลังที่กำเพิ่งเคลื่นตัวไปบอกให้คนที่เพิ่งวิ่งเข้ามารู้ว่าต้องมีคนกำลังโดยสารมันเมื่อครู่นี้แน่ มยองซูจึงรีบวิ่งขึ้นบันไดไปยังชั้นสี่ และ พบว่าซองยอลกำลังเดินไปทางห้องของเขา มยองซูไม่พูดพร่ำเขารีบวิ่งไปหาร่างบางก่อนจะสวมกอดเอาไว้ทันที

“พี่ซองยอล!!!”มยองซูที่กอดซองยอลไว้จากทางด้านหลังเรียกคนที่อยู่ในอ้อมกอดด้วยเสียงเหนื่อยหอบ

“มะ มยองซู!!”ซองยอลตกใจพร้อมกับพยายามจะผละออกมา หากแต่คิมมยองซูยังคงกอดเขาอยู่อย่างนั้น

“พี่อย่าเพิ่งไล่ผมนะ ขอผมอธิบายให้พี่ฟังก่อนนะ”มยองซูพยายามบอกก่อนที่จะเริ่มพูดสิ่งต่างๆออกมาหลังจากที่ร่างบางยอมอยู่นิ่งเพื่อฟังเรื่องของเขา

“ผมขอโทษ พี่ซองยอลผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ แต่ผมชอบพี่จริงๆ วันนั้ที่ผมต้องบอกว่าอยู่คณะเดียวกับพี่เพราะผมแค่อยากใกล้ชิดพี่ แต่ผมอยากรุ้จักพี่จริงๆ ผมเลยต้องทำแบบนี้ ผมผิดเองที่หลอกพี่ ผมขอโทษจริงๆนะ แต่ผมชอบพี่.....”

“ปล่อยก่อนมยองซู”ซองยอลบอกเสียงนิ่ง ทำเอามยองซูใจหล่อนวูบ
“พี่ซองยอลผมเสียใจ แต่พี่ให้โอกาสผมนะ พี่.....”ซองยอลไม่พูดอะไรอีกครั้งพร้อมกับแกะมือของมยอซูออก และ  เอามือทั้งสองข้า'ดันเขาไว้
“พี่ซองยอล”
“ตัวร้อน เป็นไข้เหรอเนี้ย!”จู่ๆซองยอลก็ถามขึ้นพร้อมกับเอามือจับไปที่แก้มของเขงทั้งสองข้างด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง
“ผมไม่เปนไร 

“จะไม่เปนไรได้ยังไง ตัวเปียกฝน แล้วตัวร้อนขนาดนี้ ไปเช็ดตัวกินยาเดียวนี้เลย!!”
“ผมไม่เป็นไรจริงๆนะ”มยองซูรีบบอกเพราะกลัวว่าซองยอลจะไล่เขาไปอีก ซองยอลได้แต่ถอนหายใจกับความดื้อของอีกฝ่าย
“ถ้ายังบอกว่าไม่เปนไรอีกครั้ง นายก็กลับไปนอนจมพิษไข้ที่ห้องนายเลยไป
!!!”

“หะ ห๊ะ”มยองซูตกใจกับคำพูดของซองยอลเมื่อคู่ จนถูกค้อนเข้าให้ก่อนที่ซองยอลจะกดรหัสห้องของตัวเองแล้วเขาไปโดยที่ประตูนั้นยังคงถูกแง้มเอาไว้ มยองซูยิ้มออกมาด้วยความดีใจไม่แพ้เจ้าอากะที่กำลังตะเกียดตะกายขาของเพื่อนเล่นคนโปรดที่กำลังรีบถอดรองเท้าเข้าไปยังด้านในด้วยความรวดเร็ว

 

 

                หลังจากวันนั้นคิมมยองซูก็ไปมาหาสู่ที่ห้องซองยอลเหมือนเดิมอีกครั้ง แต่ซองยอลยังคงคาดโทษเขาอยู่ และบังคบให้เขาช่วยทำโมเดลทุกวัน ส่วนเขาเองก็ยังคงรู้สึกผิดทุกครั้งที่ได้มองหน้าคนน่ารัก ถึงแม้ว่าทุกคนรอบข้างจะรับรู้ถึงความสัมพันของคนทั้งคู่หากแต่อีซองยอลยังคงไม่ได้ตกลงหรือยอมรับความสัมพันนี้ว่าแฟนเสียที

วันนี้มยองซูแต่งตัวหล่อเป็นพิเศษ เพราะวันนี้เป็นวันพิเศษของเขา วันเกิดปีนี้คิมมยองซูจะไปเดทกับซองยอล แต่ก็เป็นเดทที่มยองซูทึกทักขึ้นมาเสียมากกว่า เพราะซองยอลเรียกมันว่าการกินเลี้ยงวันเกิดแค่สองคน ไม่ใช่เดท ไม่ใช่งานวันเกิดแฟน หรือ คนรักอะไรทั้งนั้นแต่มยองซูก็ไมได้ขัดอะไรหรอกนะ เพราะอย่างที่บอกว่าทุกคนเข้าใจไปหมดแล้ว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน

     “มาแล้วววว”ซองยอลที่วิ่งออกมาจากลิฟต์ร้องบอกมยองซูที่รออยู่ด้านหน้าของคอนโดด้วยเสียงสดใด ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกไปยังร้านอาหารด้วยกัน

     “อ้ะ ผมให้พี่”มยองซูบอกพร้อมกับส่งถุงช็อกโกแลตอย่างดีให้กับคนข้างๆ

     “วันนี้ วันเกิดนายนะ จะมาให้ของฉันทำไม”ซองยอลถามพร้อมกับมองถุงที่ถูกยื่นมาให้

     “ผมอยากให้นิหน่า ว่าแต่พี่มีอะไรให้ผมอ่ะ”มยองซูถามกลับบ้าง

     “ไม่มีหรอก”ซองยอลบอกหน้าตาย พร้อมกับรับถุงช็อกโกแลตมาถือไว้

     “ผมเสียใจนะ” ซองยอลยิ้มให้กับคนที่ทำหน้าเหมือนเด็กกำลังจะร้องไห้

     “ก็ที่จะให้มันไม่ใช่ของอ่ะ  ไม่รู้ว่านายยังอยากได้มันอยู่รึเปล่าด้วยซ้ำ”ซองยอลบอกระกว่างหยิบช็อกโกแลตจากกล่องขึ่นมากินอย่างอร่อย มยองซูเลิกคิ้วสงสัย พร้อมกับจ้องหน้าคนน่ารักรอคำตอบ

     “ให้เป็นแฟน”

     “อะไรนะครับ!!!!!

     “ให้เป็นแฟนไงเล่า!! ไม่พูดซ้ำแล้วนะ!!”ซองยอลโวยวายแก้เขินตามสไตล์พร้อมกับยัดเอาช็อกโกแลตเข้าปากไปสองก้อนแล้วเดินหนีไปทันที 

                คิมมยองซูยิ้มหน้าบาน เขาแทบจะกระโดดโลดเต้นบนทางเท้าเลยทีเดียว ในที่สุดวันที่เขารอคอยก็มาถึง ของขวัญที่ไม่มีอะไร แต่หากมีคุณค่ากับจิตใจของเขา ความสัมพันของคนทั้งคู่ที่ก้าวไปอีกขั้น นั้นคือสิ่งที่เขารอคอยมาตลอด มยองซูวิ่งตามซองยอลไปจนทันแล้วเขยิบเข้าไปหอมแก้มนุ่มเบาๆ จนโดนตีเข้าให้ แต่มันด็คุ้มค่า มยองซูหัวเราะเบาๆให้กับซองยอลที่ยู่ปากใส่เขาอย่างน่ารัก ก่อนจะคว้ามือเรียวมาจับเอาไว้ แล้วเดินไปพร้อมกัน

                 สุขสันต์วันเกิดนะ คิมมยองซู

                ‘คิมมยองซูแฟนของฉันสิ

     ‘เออๆ สุขสันต์วันเกิดนะ คิมมยองซูแฟนของฉัน



CHOCO BABY

ผลงานอื่นๆ ของ MY672

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. #4 ฟหกด่าสว
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 00:56
    ทำไมละมุนอย่างนี้ ง่อววววว มยองไม่นกแล้วนะเคอะ มีความหวาน90%และความดราม่า10% น่ารักง่ะ ไรเตอร์เขียนเรื่องดีๆแบบนี้มาให้รีดเดอร์ตาดำๆอ่านอีกนะเคอะ ขอบคุณมากๆนะคะ เป็นกำลังในการสร้างผลงานดีๆและอยู่คู่กับฟิคมยองยอลไปนานๆ อวยพรซะทางการเลย
    #4
    0
  2. วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 13:09
    มยองเอ้ยชอบพี่ยอลขนาดนั้นเลย ถึงกับโกหกว่าเรียนคณะเดียวกัน ความจริงไม่ต้องโกหกก็ได้มั้งลูกกกก แต่สุดท้ายก็ไม่นก 55555555555555555
    #3
    0
  3. #2 Ekpf
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 01:07
    เรื่องเดียวครบรส เขิล หน่วงนิดๆ มีตลกปน น่ารัก ปริ่มมาก คิดถึงฟิคของคุณไรต์มาก ไม่ได้อ่านมานาน ฮี่ฮี่ ^^

    ในเรื่องมยองไม่นกนะครับ 5555
    #2
    0
  4. #1 Ekpf
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 01:06
    เรื่องเดียวครบรส เขิล หน่วงนิดๆ มีตลกปน น่ารัก ปริ่มมาก คิดถึงฟิคของคุณไรต์มาก ไม่ได้อ่านมานาน ฮี่ฮี่ ^^

    ในเรื่องมยองไม่นกนะครับ 5555
    #1
    0