BLACK ROMANCE บาปรักเทพบุตรซาตาน

ตอนที่ 13 : ✟ ลดระยะทีละนิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    13 เม.ย. 61




ตอนที่สาวน้อยหน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตาเดินได้ก้าวเท้าออกจากตึกโรงพยาบาลต่างดึงดูดสายตาผู้คนรอบข้างให้หยุดการกระทำทุกอย่างแล้วเหลียวมามองเป็นตาเดียว... เธอเป็นเด็กสาววัยแรกรุ่นอ่อนใสจนแก้มเปล่งปลั่งเจือสีกลีบดอกซากุระตลอดเวลาที่ออกกำลัง ผิวพรรณทั่วตัวขาวหมดจดดั่งหิมะเนียนละเอียดจนแลเห็นเลือดฝาดจางๆ ยามตกกระทบแสงอาทิตย์แล้วดูเจิดจ้าเหมือนดอกไม้แช่แข็งที่หลอมละลายยามผันเปลี่ยนฤดูกาล เส้นผมเล็กนุ่มดุจสายไหมทิ้งตัวยาวมาจนถึงกลางหลัง


เพราะมีลมหอบหนึ่งพัดมาปัดให้มันดูยุ่งนิดหน่อย ทำให้เธอต้องยกมือหนึ่งขึ้นรวบทัดหู...หากยังแฝงด้วยกิริยาเคอะเขินเมื่อเผชิญหน้ากับชายหนุ่มมาดเท่ในชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำยืนอวดสรีระสูงใหญ่กว่ามาตรฐานชายทั่วไป


เขาพิงอยู่ที่ตัวถังน้ำมันของรถฮาร์ลีย์เดวิดสันคันใหญ่คู่ใจที่ขับมาจอดเทียบฟุตบาทรออยู่แล้ว ลักษณะท่าทางมั่นใจในตนเองตามนิสัยที่ใช้ข้อศอกขวาเท้าขึ้นบนหน้าปัดเข็มไมล์ ปลายนิ้วเรียวอีกข้างกำลังเหวี่ยงกุญแจเล่นเป็นวงกลม ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีดำกลับมาหาจุดโฟกัสใหม่ได้นอกจากของเล่นฆ่าเวลาในมือ เมื่อเห็นหญิงสาวเดินเข้ามาใกล้....


รัศมีดึงดูดระหว่างคนทั้งสองที่เดินเข้ามาบรรจบกันก่อเสน่ห์บางอย่างให้คนมองรู้สึกตาพร่าพร่างพราวเป็นสายหมอก โดยเฉพาะยามที่หญิงสาวตัวเล็กบอบบางประสานมือถือถุงยาใบเล็กๆ แกว่งไปมา ขณะส่งแย้มยิ้มหวานเบิกบานดุจดอกไม้ผลิกลางถนนแห่งมหานครใหญ่


เธอน่ารัก อ่อนหวาน เยาว์วัย และสดใส


ไม่ว่าใครเห็นต่างละสายตาออกห่างไปไม่ได้ราวกับถูกเธอร่ายมนตร์ใส่เสียแล้ว...แต่ก็มียกเว้นคือเขานั่นแหละ!


โทโมยะผู้ที่ทำหน้าเมินเฉย ทำท่าเหมือนไม่รับรู้ไม่เห็นความน่ารักอะไรบนโลกใบนี้... เพราะไม่อยากเสียเวลาฝ่าลมแดดที่เริ่มร้อนทำให้ร่างกายหลั่งเหงื่อออกมาใต้เสื้อแจ็คเก็ตจนเหนียวตัว


จึงรีบชิงรับสัมภาระในมือเธอมาใส่ช่องเก็บของ แทนที่ด้วยหมวกนิรภัยอันเล็กยื่นส่งกลับมาให้ตรงหน้า ขยับปากสีแดงสั่งเร็วๆ


"เอ้า รับไปใส่สิ"


อากิกะมองหน้าเขาเล็กน้อย มือเล็กขาวบางเหมือนพร้อมปลิวลมทุกเมื่อเอื้อมรับมาด้วยท่าทีตกประหม่า...เห็นได้ชัดว่าเธอไม่คุ้นเคยกับเจ้าสิ่งนี้มาก่อน ยกมันขึ้นสวมหัว แต่กลับคาดเกี่ยวรอยต่อไม่ถูกจากความที่มองกะระยะไม่เห็น


โทโมยะเห็นเข้าจึงส่ายหน้าน้อยๆ ไม่ถึงกับหงุดหงิดเสียทีเดียว จนใจเดินอ้อมกลับมาอีกฟาก ย่อตัวลงให้ความสูงเสมอกัน...แย่งสายคาดมาแล้วกดลงล็อคให้รัดอยู่ใต้ปลายคางเล็ก


จังหวะนั้นบังเอิญที่สายตาของเขาเอียงองศาหยุดตรงที่ชายกระโปรงแคบสั้นครึ่งท่อนขาอ่อนที่กำลังถูกขยำเพื่อระบายความตื่นเต้น คิ้วหนาขมวดนิดๆ อย่างใช้ความคิด แน่นอนว่าเขาย่อมสังเกตได้ว่าชุดกระโปรงไหมถักเนื้อนิ่มแขนยาวสีวนิลลาที่คุณพยาบาลเลือกซื้อมาให้นั้น ช่างไม่เหมาะเสียเลยกับพาหนะคันใหญ่ที่พาเธอกลับบ้านวันนี้


และคงเป็นเพราะความรีบ รำคาญที่จะรอเธอปีนสำเร็จอีกนั้นแหละ... เขาถึงตัดสินใจตวัดข้อพับของเรียวขาอ่อนนุ่มขึ้น เหมือนยกตุ๊กตามีชีวิตตัวหนึ่ง ก่อนจะนำเธอมาวางไว้บนเบาะหลังรถ


อากิกะที่ไม่ทันตั้งตัวจึงคว้าตะเข็บแจ็คเก็ตเสื้อหนังตรงหัวไหล่ไว้แน่น พอเขาวางเธอลงก็รีบปล่อยทันทีเหมือนหนีของร้อน


เห็นท่าทีแบบนั้น ด้วยอารมณ์หมั่นไส้ โทโมยะเลยยกนิ้วขึ้นมาเขี่ยจมูกเธอแรงๆ ทีหนึ่ง...ตอนที่อากิกะไม่ทันตั้งตัว


"เธอนี่มันภาระฉันทุกเรื่องจริงๆ"


สุดท้ายเขายังไม่วายย้ำสถานะต่ำต้อยของเธอที่มองเห็นในสายตา อากิกะที่เริ่มจะชินบ้างแล้ว ลูบจมูกที่ยังหลงเหลือสัมผัสอุ่นร้อนมื่อครู่...น้ำเสียงสบายๆ บอกว่าเขากำลังหยอกเล่น


ทำให้ริมฝีปากสีดอกคาร์เนชั่นชมพูหวานเผลอยกยิ้มแก้เก้อไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบสลายหายไปเมื่อเขาขึ้นคร่อมมอเตอไซต์ด้านหน้าแล้วหันมาเลิกคิ้วเชิงถาม


"พร้อมนะ?"


ตอนที่เขาก้มลงมาทำให้ใบหน้าของเราประชิดกันมาก...


จมูกของเธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นบุหรี่ฉุนติดคอเสื้อ...มันทำให้ต้องนิ่วหน้าก่อนจะเบือนไปสูดอากาศทางอื่นที่บริสุทธิ์กว่า


ไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เคยเรียนสายสุขภาพถึงไม่รักษาสุขภาพตัวเองเอาเสียเลย...


คล้ายว่าเขาจะอึ้งไปกับท่าทีรังเกียจอย่างไม่ปกปิดนั้น...แต่ก็เหมือนไม่สนใจ ทำแค่ยักไหล่ ประมาณว่าถ้ารังเกียจมากก็ลงไปซะ...


ใครล่ะจะกล้าลง..รถสูงปานนั้น...


"เอ่อ... พร้อมค่ะ"


เธอตอบไป ขณะที่อาศัยความกล้าๆ กลัวๆ ผสมหน้าหนาของตัวเองนิดหน่อย ค่อยๆ สอดแขนเข้ามาโอบเอวหนาเอาไว้เมื่อรถเคลื่อนตัว สัดส่วนของรถที่เบาะหลังสูงกว่าทำให้อากิกะต้องเอนตัวไปข้างหน้าอย่างไม่มีทางเลือก...


โทโมยะเหมือนจะรับรู้ได้ ก้มมองยังนิ้วเล็กๆ ที่กำลังกำเสื้อหนังของเขาอยู่อย่างหาหลักยึด....มันทำให้อากิกะรู้สึกตื่นเต้นจนขยุกขยิกปลายเล็บไปมาด้วยความกังวลว่าจะถูกเขาต่อว่า


แต่กลายเป็นว่าเขาแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น พูดลอยๆ ขึ้นมาว่า


"จับแน่นๆ ล่ะ..."


"อะ..เอ๋?" ตอนที่เธอตาเบิกกว้าง งุนงงกับท่าทีใจดีผิดปกติของเขา...ก็รีบสวนขึ้นมาทันที


"ฉันชอบขับรถเร็วๆ ถ้าเธอเผลอตกไป ฉันไม่กลับมาเก็บหรอกนะ"


อ๋อยยยย...ที่แท้ก็เหตุผลนี้นี่เอง


ได้ยินแบบนั้นอากิกะยิ่งจับแน่นๆ เพราะจำได้ว่าคราวก่อนโทโมยะขับรถเร็วจนน่าหวาดเสียว เขาปาดไปปาดมาราวกับอยู่ในสนามแข่งรถ ไม่รู้จะรีบด่วนอะไรนักหนา ขับช้าๆ ก็ถึงบ้านได้เหมือนกัน


เธอเองก็ยังไม่อยากตายในเร็ววันนี้อีกด้วย...


มอเตอร์ไซต์เจ้าคันที่ก่อเสียงทุ้มต่ำเรียกความสนใจของคนทั่วโรงพยาบาลเคลื่อนตัวออกห่างเรื่อยๆ จนพ้นจากอาณาเขตรั้ว ขณะนั้นที่มั่นใจว่าสมาธิของโทโมยะจดจ่ออยู่กับถนนข้างหน้าไม่วอกแวกแล้ว หญิงสาวหันมาสบตากับใครบางคนที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ติดกำแพงกระจกด้านบนตึก ชายชราเจ้าของรอยยิ้มอบอุ่นพยักหน้าบอกสัญญาณบางอย่างให้กับเธอ


อากิกะเห็นเข้าก็ยิ้มตอบกลับ ทำมือไม้เป็นสัญลักษณ์รูปวงกลมระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ ความเร็วเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เธอต้องซุกหน้ากับแผ่นหลังแข็งแกร่งดุจหินผาแต่แฝงความอบอุ่นของโทโมยะเพื่อหลบแรงลม


ทั้งยังไม่ลืมความหมายของประโยคไร้เสียงที่เพิ่งส่งสารบอกผู้ชายชุดกราวด์สีขาวคนเมื่อครู่ไปว่า...


...ไม่ต้องห่วงค่ะ ดีลย่อมต้องเป็นดีล...



.................................................................



น่าประหลาดที่การกลับมาเยือนบ้านหลังเดิมของโทโมยะครั้งนี้...กลับให้ความรู้สึกแตกต่างไม่เหมือนเดิมเลยจริงๆ


มันออกจะแปลกสักหน่อยที่สภาพบ้านอันเป็นระเบียบเรียบร้อยนั้นมีฝุ่นจับเล็กน้อย เพราะไม่มีใครคอยดูแลอย่างจริงจัง


อากิกะตกใจยืนตาค้างอยู่นานเกือบเป็นนาที เมื่อเปิดตู้เย็นแล้วมีของกินอัดแน่นเต็มทุกตารางนิ้ว จนเธอต้องเหลียวมองคนที่ยกแก้วน้ำเปล่าดื่มแก้กระหายอยู่ที่หน้าเคาท์เตอร์ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูอะไรบางอย่าง...เธอจึงอดไม่ได้ที่จะถามอย่างจริงจัง


"นี่คุณคงไม่ได้ซื้อมาประชดฉันใช่ไหมคะ?"


แต่ไม่ต้องแปลกใจที่เธอจะได้รับสายตาเหล่มาอย่างดุๆ พร้อมกับคำตอบแสนกวน


"ตู้เย็นฉัน ของกินข้างในก็ของฉัน เธอมาเกี่ยวข้องอะไรด้วย..."


เอิ่ม.......หิวเมื่อไหร่ค่อยขโมยกินก็ได้ฟระ!


ที่มากกว่านั้นคือตอนที่อากิกะเดินเข้าไปในห้องนอน...ซึ่งถูกเธอยึดเป็นของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ซ้ำยังไล่เจ้าของบ้านลงไปนอนโซฟาชั้นล่าง เพราะทั้งบ้านมีแค่ห้องนอนเดียวที่เปิดใช้งานได้


อย่าคิดว่าบ้านของเขาจะเล็กรูหนูมีอย่างละหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องน้ำเหมือนบ้านดาดฟ้าของเธอล่ะ มันยังมีอีกหลายห้อง พอให้อาศัยเป็นครอบครัวใหญ่ได้เลยทีเดียว ...แต่ติดปัญหาเดียวคือติดกุญแจล็อคปิดตายหมดทุกห้อง ตั้งแต่ก่อนที่อากิกะจะมาเหยียบบ้านนี้ครั้งแรกแล้ว พอถามหากุญแจมาไขจากเจ้าของบ้าน ก็ได้ประโยคส่งๆ เหมือนตัดบทรำคาญไปอย่างนั้นว่า


"ไม่รู้...หายไปนานแล้วมั้ง ใครจะไปจำได้ ในเมื่อฉันเคยใช้อยู่แค่ห้องเดียว"


สรุปว่าเกิดเป็นผู้ชายบึกบึนก็ต้องเสียสละให้ผู้หญิงป่วยไปนะ....มันเป็นระเบียบของเจนเทิลแมนที่ดี


พูดถึงตอนเปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นเซอร์ไพรส์วางอยู่บนเตียง เธอยังแก้มหูแดงไม่หาย...


อันที่จริงมันก็ไม่มีอะไรมากหรอก...


แค่เสื้อผ้าพับเป็นระเบียบวางไว้กองหนึ่งเท่านั้นเอง แต่อย่าว่าอย่างงี้อย่างงี้เลยนะ...มันมีชุดชั้นในด้วยอ่ะ... คิดภาพอีตานั่นเอามาเรียงกันไม่ออกเลยจริงๆ


คราวนี้อากิกะขี้เกียจถามแล้ว เพราะกลัวได้คำตอบเดิมๆ ประมาณว่า


"อย่ามโน นั่นฝีมือแม่บ้าน ฉันแค่จ่ายตังก์"


เธอใจตุ้มๆ ต่อมๆ ขณะหยิบเสื้อกระโปรงแต่ละชิ้นขึ้นมาสำรวจทาบดูกับตัวซึ่งมีขนาดพอดีแบบใส่ได้ทุกตัวจริงๆ อย่างผ่านการคัดสรรมาแล้ว


ติดปัญหาเดียวคือมันออกจะหวานแหว๋วไปหน่อย...เป็นสไตล์ผู้หญิงจ๋าที่เธอแทบไม่ค่อยได้มีโอกาสใส่นัก ก็แหม...เธอมีเงินใช้ฟุ่มเฟือยกับสิ่งไม่จำเป็นพวกนี้เสียทีไหนกันเล่า


ยกดูอีกทีก็ยังเขินไม่หาย เพราะมันไม่ใช่แฟชั่นที่เข้ากับตัวเธอเลยสักนิด


ตัวอย่างเช่น กระโปรงผ้าฝ้ายสายเดี่ยวเนื้อเบาฟูฟ่อง เสื้อแขนยาวมีลูกไม้ระบาย หรือไม่ก็...กระโปรงบานพลีทสีลูกกวาด


ความจริงมันก็ดูน่ารักดีอยู่หรอก....


ไม่ใช่ว่าไม่ชอบหรอกนะ แต่ปกติเธอมีแค่ชุดไปโรงเรียนกับไปทำงาน ลองคิดสภาพตัวเองใส่ชุดเดรสผูกริบบิ้นสีโอล์ดโรสไปล้างจานเสิร์ฟอาหาร...คงถูกลูกค้ามองกันตาค้าง!


แถมตอนที่พับเก็บเข้าที่ดันสะดุดไปเห็นป้ายยี่ห้อที่ยังไม่ได้ถูกดึงออก...แล้วเธอก็ต้องตกใจซ้ำสอง เมื่อเห็นว่ามันเป็นยี่ห้อเดียวกับชุดบนตัวเธอนี่นา!


โห ฝีมือพี่พยาบาลคนนั้นเลือกอีกแล้วเหรอเนี่ย...ชั่วขณะหนึ่งเธอเหลียวสายตาแลไปทางประตูที่แง้มอยู่.... มีใครบางคนกำลังนั่งดูโทรทัศน์สบายใจอยู่ข้างล่าง อยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าคราวหลังเลือกพยาบาลที่เทสดีๆ กว่านี้หน่อยนะ นอกจากเปลืองเงินแล้ว ชุดพวกจำพวกนี้มันยังทำให้เธอใช้ชีวิตลำบาก


ขืนใส่ทุกวัน ไม่ต้องง้อให้เขาอุ้มขึ้นรถตลอดเลยเหรอยังไง....


อีกอย่าง....เธอไม่ได้ตั้งใจอยู่ที่นี่นานขนาดนั้น รอแก้ปัญหาเรื่องบ้านเสร็จ เธอก็จะกลับไปอยู่ที่เดิมแล้ว


พูดแล้ว อากิกะก็นึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องต้องพูดกับโทโมยะ


เวลานี้เธอต้องรีบซ่อมบ้าน เพราะฉะนั้นภารกิจสำคัญกว่าคือไปหาเขา เรียกร้องความรับผิดชอบที่เขาทำให้บ้านเธอพัง หลังจากนั้นก็...


ไถเงิน ไถเงิน ไถเงิน


ลูกเจ้าของโรงพยาบาลนี่สมควรรีดให้หนักๆ ใช่ไหม?






..........................................

               สุขสันต์วันสงกรานต์จ้า :'))



 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #8 thenow.1995 (@0101xiahtic) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 01:47
    อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงความตะมุตะมิของนางเอกเลยค่ะ น่ารักกกก
    #8
    0