[Yaoi - จบแล้ว] ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอก!

ตอนที่ 47 : ประกาศครั้งที่ 37 หวนคืนสู่อาณาจักรเทพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,542
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 538 ครั้ง
    5 มี.ค. 63

ประกาศครั้งที่ 37 หวนคืนสู่อาณาจักรเทพ

 

สามวันหลังจากนั้นพวกเราก็ถูกส่งตัวไปที่แอสการ์ด


บางทีเพราะเรื่องของสงครามเลยทำให้เบื้องบนต้องการทหารจำนวนมากให้เร็วที่สุด ผมไม่ว่าอะไรหรอกที่เราได้ไปแอสการ์ดไวขึ้น แต่ว่า...


ผมเหลือบมองไปยังทาสที่โดยสารในรถคันเดียวกัน ทุกคนต่างตัวลีบติดกับพนักรถให้มากที่สุด และเว้นระยะห่างจากผมกับมิวเรย์แบบสุดๆ


ถ้าถามว่าทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ ต้องโทษมิวเรย์ เพราะการตะลุมบอนในครั้งนั้น ทุกคนได้ยินกิตติศัพท์ความโหดเหี้ยมของเอลฟ์หนุ่มผู้นี้ ถึงขนาดกล้าชกต่อยผู้หญิง ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงพากันถอยห่างจากพวกเรากันหมด


ผมถอนหายใจเฮือกหนึ่ง จะว่าดีมันก็ดีที่ไม่มีคนมายุ่งวุ่นวายกับเรา แต่มันไม่ดีตรงที่ทุกคนมองพวกเราประหนึ่งเป็นสัตว์ประหลาดดุร้าย พอต้องจับมาอยู่ร่วมกันในรถคันนี้ย่อมก่อให้เกิดบรรยากาศอึดอัดเป็นธรรมดา


ก็นะ... มีอยู่คนเดียวที่ไม่ทุกข์ร้อนกับบรรยากาศขมุกขมัวนี้เลย


“แก้มหายบวมแล้วสินะ”


นับตั้งแต่ที่ถูกต่อย มิวเรย์ก็ดูแลผมอย่างดีผิดวิสัย ทำเอาผมกระอักกระอ่วนใจสุดๆ เขาทำเหมือนผมเป็นเด็กห้าขวบที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เสียอย่างนั้น ทั้งทายาให้ ป้อนยาเอง ยกอาหารมาเสิร์ฟถึงหน้าผม อะไรจะเอาใจใส่ขนาดนี้…


“ข้าบอกแล้วไงว่าแรงต่อยแค่นั้นไม่ทำให้สึกหรอหรอก” ผมว่า ลูบแก้มที่เคยบวมและเขียวช้ำ “อีกอย่างเราเป็นถึงทาสระดับสีแดง หัวหน้าพ่อค้าย่อมไม่อยากให้พวกเรามีรอยตำหนิจนค้าขายไม่ได้หรอกน่า”


แค่โดนต่อยหน้าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรแท้ๆ แต่มิวเรย์กลับรบเร้าให้หมอตรวจ หัวหน้าพ่อค้าทนความจู้จี้นั่นไม่ไหวประกอบกับมีบางคนที่สู้กันจนแขนขาหักด้วย จึงต้องให้หมอมาตรวจดูอาการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ ของผมด้วย


เพราะมีหมอมารักษาเอง ด้วยเหตุนี้ผมถึงได้ยาดีจากแอสการ์ดสามารถลดบวมและอาการฟกช้ำได้ในหนึ่งวัน คงต้องขอบคุณมิวเรย์ละนะ…


“ข้าแค่กลัวว่าเจ้าจะมีอาการแทรกซ้อน อย่างเช่น กรามหลุด ฟันโยกหรือสะเทือนประสาทเบ้าตา เจ้าไม่ควรย่ามใจเพียงเพราะว่ามันคือการชกต่อยธรรมดานะ” มิวเรย์กล่าวด้วยสีหน้าจริงจังจนผมละเหี่ยใจ


“ร้ายแรงได้ขนาดนั้นเลยเหรอ”


“อืม ข้าเคยเห็นมานักต่อนักแล้วล่ะ”


มิวเรย์ยังคงยืนยันสิ่งที่กล่าวไป ผมจึงโคลงหัวน้อยๆ


“เอาเป็นว่าขอบใจที่เป็นห่วงแล้วกัน...”


ผมขี้เกียจเถียงแล้วเลยเลือกที่จะตัดบทแทน เพราะถึงยังไงเขาก็ห่วงผมจริงๆ เราไม่ควรปฏิเสธน้ำใจใช่ไหมล่ะ?


มิวเรย์ยิ้มอ่อนโยน “ข้ายินดีดูแลเจ้าอยู่แล้ว”


เออ เอาที่สบายใจนะ...


ผมยิ้มแห้งตอบแล้วหันไปสนใจวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่าง


หมอกกำลังลง ด้านนอกจึงมองเห็นแต่สีขาวโพลนกับเงาตะคุ่มๆ ที่ต้องมาคาดเดาว่ามันคืออะไรระหว่างต้นไม้กับบ้านเรือนผู้คน จวบจนขบวนรถทะลุม่านหมอก ทุกคนบนรถจึงฮือฮา


แอสการ์ด... ในที่สุดก็มาถึงแล้ว


ทันทีที่เห็นท้องฟ้ากระจ่างใส พืชพรรณสีเขียวสดกับบรรดาปราสาทเหล่านั้น ในอกผมพลันเต็มตื้นอย่างบอกไม่ถูก นานแค่ไหนแล้วนะที่ผมจากที่นี่ไป ไม่คิดเลยว่าผมจะรู้สึกคิดถึงมันได้มากขนาดนี้


ทุกคนบนรถส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นแอสการ์ดย่อมต้องตื่นตาตื่นใจเป็นธรรมดา และนั่นทำให้บรรดาผู้คุมรถส่งสายตาตำหนิมาให้ ทุกคนจึงได้ยอมเงียบเสียงลง


“สมแล้วที่เป็นแดนของเหล่าเทพ” มิวเรย์กล่าวขึ้น ใบหูแหลมๆ นั่นกระดิกน้อยๆ “ขนาดอากาศของที่นี่ก็ยังแตกต่าง”


“ที่ของเทพยังไงก็ต้องวิเศษอยู่แล้ว”


ผมไม่เคยสังเกตเรื่องอากาศเลย พอมาลองๆ คิดดูก็ว่ามันต่างจริงๆ นิฟเฟิลเฮมไม่ต้องถามถึงที่นั่นมีแต่ฝุ่นสูดไปก็เหมือนมีมลพิษอยู่ในปอด ส่วนแดนมนุษย์ก็บริสุทธิ์ขึ้นมาหน่อย แต่ก็มีกลิ่นต่างๆ ปะปนมากเกินไป ทว่าพอเป็นแอสการ์ด นอกจากสูดลมหายใจเข้าไปแล้วปลอดโปร่ง กลิ่นของที่นี่ยังหอมอ่อนๆ ชวนผ่อนคลายอีกด้วย


“กลิ่นของที่นี่ใกล้เคียงกับแดนเอลฟ์อยู่บ้างนะ” มิวเรย์พูด สีหน้าสงบผ่อนคลายราวกับอยู่บ้าน


“ถ้าหมายถึงแดนเอลฟ์ที่อยู่ใกล้ๆ มันก็แหงอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ อากาศมันค่อยๆ ลดหลั่นกันลงมานี่นา”


ผมไม่เคยไปแดนเอลฟ์มาก่อน แต่อาศัยความรู้ที่เหล่าอาจารย์เคยบอก เหมือนที่ดินแดนของเทพวานีร์มีละอองสีทองระยิบระยับนั่นแหละ


“ก็จริงของเจ้า ได้อยู่ในที่ที่อากาศบริสุทธิ์ ร่างกายของเราคงเหมือนได้รับการเยียวยาทุกวัน”


มิวเรย์ยืดอกขึ้นรับอากาศในแอสการ์ดเข้าปอดอย่างรื่นรมย์ ผมเห็นด้วยในเรื่องนี้จึงสูดอากาศเข้าไปบ้าง ตอนนั้นเองผู้คุมก็ตะโกนขึ้นมา


“ถึงแล้ว! พวกเจ้าค่อยๆ ลงมาเข้าแถวให้เป็นระเบียบเรียบร้อย!”


รถจอดเทียบอยู่หน้าปราสาทหลังหนึ่งที่สร้างจากหินอ่อน สลักเสลาเป็นรูปหญิงสาวอันงดงามตามเสาอย่างน่าทึ่ง ทุกคนพอลงมาถึงกับมองค้างจนคนคุมต้องกระตุ้นพวกเขาให้ละสายตาจากสิ่งสวยงาม


หัวหน้าที่มาส่งเหล่าทาสเข้าไปคุยข้างใน เพื่อรับเงินและเซ็นสัญญาซื้อขายให้เรียบร้อย พอออกมาก็พารถที่ว่างเปล่ากลับมิดการ์ด ปล่อยเหล่าทาสยืนเคว้งอยู่หน้าปราสาท


สักพักมีสตรีท่าทางภูมิฐานออกมา เธอเหมือนเป็นนางกำนัลชั้นสูง ท่วงท่าของเธอชวนให้นึกถึงเฟร์ย่าอย่างไรชอบกล แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับเข้มไม่อ่อนหวานเท่า


“ข้าเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องทหารใหม่ นามว่าโรเซ่ จากนี้ไปพวกเจ้าเป็นคนของแอสการ์ดแล้ว ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองให้ดีแล้วพวกเจ้าจะมีชีวิตที่สุขสบาย”


“ขอรับ/เจ้าค่ะ”


ทุกคนตอบรับอย่างนอบน้อม โรเซ่จึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ


“เอาละ ก่อนอื่นทาสที่เป็นมนุษย์และลูกครึ่งต้องได้รับการฝังอัญมณีก่อน” เธอชูอัญมณีใสขึ้นมา ซึ่งรูปทรงคล้ายกับที่อยู่บนข้อมือของบริทท์เลย “นี่คืออัญมณีเพิ่มอายุขัยให้กับพวกเจ้า ทันทีที่ได้รับมันเจ้าจะกลายเป็นเทพวานีร์ จงสำนึกในหน้าที่ของตนและปกป้องมนุษย์!”


“ขอรับ/เจ้าค่ะ!”


ทันทีที่เห็นอัญมณีนั้นเหล่าทาสทั้งหลายก็ทำตาลุกวาว ผมหันไปหามิวเรย์ที่ยืนเงียบอยู่ด้านข้าง


“เขาบอกว่าให้เฉพาะมนุษย์กับลูกครึ่ง แล้วเจ้า?”


มิวเรย์ยิ้ม “เดิมทีอายุขัยของเอลฟ์ก็พอๆ กับเทพอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องรับน่ะ”


“อ๋อ” ก็คิดอยู่ว่าทำไมถึงจำกัดการให้แค่นั้น


พวกเราถูกแยกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือพวกที่ไม่ต้องรับอัญมณี กับอีกพวกที่ต้องรับ มิวเรย์ขยับปากบอกว่าไว้เจอกัน แล้วเดินตามหลังทหารนายหนึ่งออกไป ผมจึงหันไปสนใจการฝังอัญมณีแทน


ที่จริงขั้นตอนก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แค่เอาอัญมณีมากดไว้ตรงข้อมือ จากนั้นมันก็จะค่อยๆ หลอมละลายฝังเข้าไป ขั้นตอนที่เรียบง่ายนี้ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็เสร็จ


ผมยื่นแขนออกไปให้เขาฝังอัญมณี อีกฝ่ายเหลือบตามองผมแวบหนึ่งพลางว่า


“ลูกครึ่งมนุษย์ปีศาจ?”


“ขอรับ”


“งั้นการฝังอัญมณีของเจ้าอาจจะเจ็บสักหน่อยนะ”


“เอ๋?”


ผมไม่ทันได้ถามว่าเพราะอะไร อัญมณีที่ถูกกดลงมาคล้ายเป็นเข็มทิ่มเข้ามาในเนื้อหนัง เจ็บเสียจนผมสะดุ้งสุดตัว เหงื่อแตกพลั่กประหนึ่งไปอาบน้ำมา แล้วคลื่นความรู้สึกบางอย่างที่ทั้งอบอุ่นและนุ่มนวลก็ไหลท่วมร่างผม มันควรจะเป็นความรู้สึกที่ดี แต่ไม่รู้ทำไมมันทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังจะจมน้ำตาย!


“ทนหน่อย” คนที่ฝังอัญมณีบอกผม “เพราะเลือดปีศาจครึ่งหนึ่งในตัวต่อต้านพลังของเทพ เลยทำให้เจ้าเหมือนจะตายแบบนี้ หากเจ้าเปิดใจรับได้ เลือดปีศาจนั่นก็จะถูกกดข่มและเจ้าจะกลายเป็นเทพวานีร์โดยสมบูรณ์”


อย่างนั้นหรอกเหรอ เพราะไอ้เลือดปีศาจนี่ทำพิษผมอีกแล้ว! แม่ง ผมพยายามหอบหายใจ แต่อากาศก็ราวกับไม่เข้าปอดจนผมต้องส่งเสียงขลุกขลักในลำคอแทน


“อึก อ่อก!”


“อีกนิด... จะสำเร็จแล้ว”


อีกฝ่ายว่ามองอัญมณีของผมค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ในตอนนั้นเองที่ความเจ็บปวดของผมบรรเทาเบาบางลง หลงเหลือเพียงความหนักอึ้งตามแขนขาที่แทบจะอ่อนทรุดลงกับพื้น


“เสร็จแล้ว ร่างกายของเจ้าอาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวสักหน่อย เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง” เขาบอกผม ก่อนจะส่งสายตาไปหาทหารที่อยู่ด้านหลัง “ส่งเด็กคนนี้ไปอยู่กับธอร์”


“ขอรับ”


อ่า ผมได้กลายเป็นทหารของธอร์เหรอเนี่ย แย่แล้ว...


ไม่รู้ว่าเขาใช้อะไรเป็นเกณฑ์การเลือก แต่เป็นทหารของธอร์คือบัดซบที่สุด! กองทัพหมอนั่นมีแต่ทหารตัวใหญ่กล้ามโต! แบบนี้ผมก็ถูกจับฝึกให้เป็นทหารกล้ามน่ะสิ!


ผมคิดอย่างห่อเหี่ยว ก่อนที่ทหารจะนำผมไปรวมกลุ่มกับทหารในสังกัดของธอร์ แต่ผมก็โล่งอกขึ้นเมื่อเห็นว่าในนี้มีคนที่ผมคุ้นเคยด้วย


“มิวเรย์”


ผมเรียกเอลฟ์หนุ่มเบาๆ เจ้าตัวหันขวับมายิ้มให้ แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่ซีดเซียวของผมเข้า มิวเรย์ก็ตกใจ


“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมหน้าเจ้าขาวซีดเพียงนี้?”


เขาลูบหน้าผม มือของเขาเย็นดีชะมัด รู้สึกสบายสุดๆ ผมจึงปล่อยให้เขาลูบหน้าไปโดยไม่ถือสา


“เพราะฝังอัญมณีน่ะ เลือดปีศาจครึ่งหนึ่งมันตีกับพลังเทพเข้า”


“อย่างนี้นี่เอง” มิวเรย์พยักหน้า จากนั้นก็ลูบอัญมณีสีดำบนข้อมือผม “อัญมณีที่บรรจุพลังเทพจะทำให้เจ้ามีความรักกับเมตตาต่อมนุษย์มากขึ้น ต่างจากความโหดร้ายและเย็นชาของปีศาจ ความรู้สึกที่ตรงข้ามย่อมทำให้ตีกันเป็นธรรมดา”


อันที่จริงต่อให้ไม่มีสายเลือดปีศาจผมก็คิดว่าตัวเองเป็นคนโหดร้ายและเย็นชาอยู่แล้วละนะ ผมคิดในใจ


“พวกเขาไม่ทำอะไรกับพวกเอลฟ์เลยนะ แบบนี้จะดีเหรอ?” ผมถามมองข้อมือสองข้างที่เกลี้ยงเกลาด้วยความอิจฉา


“เดิมทีเอลฟ์ทั้งหลายก็ไม่ได้สนับสนุนโลกิกับปีศาจอยู่แล้ว พวกเราชอบที่ทุกอย่างอยู่ในความสมดุลแบบนี้นะ ฉะนั้นคงจะยอมไม่ได้หรอกหากพวกโลกิทำลายมัน”


“งั้นหรอกเหรอ”


พวกเราหยุดคุยเมื่อธอร์ปรากฏตัว เทพเจ้าแห่งสายฟ้านั้นยังคงเหมือนเดิม ร่างใหญ่ฉีกยิ้มอวดฟันขาวเป็นมิตรจนหมดความน่าเกรงขาม


เลิกทำหน้างี่เง่าแบบนี้ได้ไหม ผมเอามือกุมขมับ เสียภาพพจน์เทพผู้น่าเกรงขามหมด


“ยินดีต้อนรับทหารใหม่สู่กองทัพของข้า! คติพจน์ประจำตัวของข้าคือ ดาหน้ามันเข้าไป! ฟาดฟันให้แหลก และอาละวาดให้เต็มที่!”


คติพจน์บ้าอะไรเนี่ย!? ผมแทบจะถลึงตาใส่ธอร์ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่อยู่ในฐานะจะดุด่าเจ้าตัวได้จึงฮึดฮัดขัดใจ


“เอาละ เพื่อเป็นการต้อนรับ เราควรจะรับน้องกันหน่อย! ด้วยการให้พวกเจ้าวิ่งรอบแอสการ์ดระยะทางร้อยกิโลเมตรนี้!”


มีเสียง 'หา!? ' ดังมาจากทหารหน้าใหม่ทุกคน นั่นรวมถึงผมด้วย


บ้าไปแล้ว! วิ่งร้อยกิโลเมตร ในสภาพอากาศที่มีแดดส่องเนี่ยนะ!?


ธอร์หาได้สนใจเสียงโวยวายของทุกคน แต่กลับบอกว่า


“หากวิ่งไม่ครบละก็ มื้อเย็นพวกเจ้าไม่ได้กินแน่นอน แล้วเจ้าจะเสียใจที่พลาดงานเลี้ยง เอ้า วิ่งกันได้แล้ว ทหารใหม่ทั้งหลาย ข้าจะให้นกน้อยทั้งหลายคอยจับตาพวกเจ้า ฉะนั้นอย่าโกงล่ะ!”


ธอร์ดีดนิ้วแล้วนกกระจอกสีน้ำตาลก็บินมาเกาะต้นไม้รอบๆ ปราสาทมากมาย ผมมองพวกมันแล้วอยากจะเป็นลม


เดี๋ยวนะ นกกระจอกพวกนั้นบริทท์เป็นคนฝึกสินะ ธอร์ เจ้าจะเอามันมาใช้แบบนี้ไม่ได้!

 

******************************


“ไอ้ธอร์บ้า! งี่เง่า! ไอ้กล้ามเดินได้!”


“ชู่! ลัน เจ้าไม่ควรตะโกนแบบนั้นนะ เดี๋ยวคนอื่นได้ยินเข้าจะเดือดร้อน” มิวเรย์เตือนแล้วใช้มือบีบนวดขาให้ผม


พวกเราใช้เวลาวิ่งร้อยกิโลเมตรอยู่เกือบสามชั่วโมง เจ้านกพวกนั้นก็ไม่มีความปรานีเลยแม้แต่น้อย หากคนใดเดินแทนวิ่งจะพุ่งเข้าไปจิกรัวๆ ผมโดนเจ้านกพวกนั้นจิกหัวจนผมยุ่งไปหมดแล้ว


ผมเอาผ้าที่ชุบน้ำมาโปะหน้า “ได้ยินก็ช่างเถอะ แต่ฝึกแบบนี้มันเกินไปแล้ว! ไม่ใช่แค่ข้า เจ้าดูสภาพของคนอื่นสิเป็นยังไง!?”


รอบตัวผม ณ ลานกว้างหน้าปราสาทมีแต่ทหารใหม่นอนแผ่หราหมดแรงอยู่บนพื้น บางคนถึงขั้นสลบเหมือดไปแล้วด้วยซ้ำ


มิวเรย์ยิ้มบาง “ข้าคิดว่าเป็นการฝึกความอดทนที่ดีนะ ในตอนกรีฑาทัพเราจะต้องใส่ชุด ถือดาบถือเกราะและเดินทางสู่สนามรบ ถ้าแค่นี้ยังไม่ไหวก็คงไปสู้เขาไม่ได้หรอก”


ที่มิวเรย์พูดก็มีเหตุผล...


ปกติเวลาเคลื่อนทัพก็มักจะเดินเท้ากันอยู่แล้ว แถมระยะทางไม่ใช่ใกล้ๆ ด้วย ธอร์ทำแบบนี้ก็เพื่อฝึกความอดทนจริงๆ ดังว่าแหละ


“เจ้านี่ชอบทำให้ข้าเถียงกลับไม่ได้อยู่เรื่อย”


ผมเอาผ้าชุบน้ำโปะหน้ามิวเรย์เป็นการแกล้ง อีกฝ่ายร้อง'โอ๊ะ'เบาๆ ก่อนจะดึงผ้าออก รอยยิ้มหวานยังคงคลี่อยู่บนใบหน้างดงาม


“ข้าบอกเหตุผลเท่านั้น ไม่ได้คิดจะโต้เถียงกับเจ้าเลยนะ”


“หึ” ผมแค่นเสียงขึ้นจมูก “เรื่องนั้นข้ารู้หรอกน่า”


เขาไม่เคยโกรธผม ไม่เคยต่อว่าด้วย มิวเรย์ก็แค่ชี้แจงให้ฟังเท่านั้น


อีกฝ่ายเช็ดหน้าของตัวเองแล้วก็ส่งคืนให้ “ลันเอาไปใช้เถอะ ข้าไม่จำเป็นต้องใช้เท่าเจ้า”


“พูดอะไรอย่างนั้น เจ้าก็วิ่งมาเหนื่อยๆ เหมือนกันนะ” ผมแย้ง แม้เจ้าตัวจะไม่ได้หอบเป็นหมาขาดน้ำเหมือนผมก็ตาม แต่ใบหน้าขาวๆ ที่ถูกแดดก็แดงขึ้นเพราะความร้อนแผดเผา “แล้วก็เลิกนวดขาให้ข้าได้แล้ว เจ้าควรจะนวดขาให้ตัวเองมากกว่าอีก!”


ผมรู้ว่าเขาเป็นห่วง ทว่าก็ทนไม่ได้ที่เขาไม่ห่วงตัวเอง ผมเลยจัดการเช็ดหน้าให้เสียเลย


มิวเรย์ประหม่าขึ้นมา “มะ ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวข้าเช็ดเองก็ได้”


“ทำไมเล่า ทีเจ้ายังนวดขาให้ข้าได้ ทีอย่างนี้ข้าเช็ดหน้าให้เจ้าไม่ได้หรือไง” ผมค้อนใส่ แล้วจับหน้าอีกฝ่ายไว้ “อยู่นิ่งๆ เหอะน่า”


มิวเรย์ยอมอยู่นิ่งๆ ตามที่ผมบอก ดวงตาสีฟ้าใสนั้นจับจ้องมองผมไม่วางตา นัยน์ตาของเอลฟ์ไม่ค่อยเหมือนของมนุษย์เท่าไหร่ มันฉ่ำน้ำและแวววาวราวกับลูกแก้ว รวมถึงมีแรงดึงดูดด้วย


ไปๆ มาๆ ดันกลายเป็นผมที่รู้สึกคันยุบยิบในใจแทน ผมอ่านแววตาของคนตรงหน้าไม่ออก แถมยังทำหน้าเปื้อนยิ้มอยู่ตลอด ผมยิ่งเดาใจไม่ถูกเลย


“มาจ้องหน้าข้าแล้วจะได้อะไรหลับตาไปเลย”


ผมเริ่มทนไม่ไหวเอามือปิดตาอีกฝ่าย ทว่ามิวเรย์กลับหัวเราะ


“ข้าแค่มองก็ไม่ได้เหรอ?”


“ไม่ได้”


“ทำไมล่ะ” มุมปากของอีกฝ่ายยกสูงประหนึ่งอารมณ์ดีอย่างมาก “เจ้าเขินเหรอ?”


“ไม่เชิงเขิน แต่ถ้าถูกจ้องเป็นใครก็ต้องรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง” ผมว่า จากนั้นเอาผ้าโปะหน้ามิวเรย์เสียเลย “ทีนี้หุบปากซะ แล้วให้ความเย็นคลายร้อนบนหน้าของเจ้า! รู้ตัวบ้างไหมเนี่ยว่าหน้าแดงไปหมดแล้ว!”


ผมไม่อยากอยู่ตรงนี้กับมิวเรย์ต่อ แต่ตรงไปที่แม่น้ำเพื่อหาน้ำดื่มแทน ถึงอย่างนั้นผมก็รู้สึกว่าเขายิ้มมองอยู่ด้านหลัง


ให้ตายเถอะ มิวเรย์ให้ความรู้สึกเหมือนกับกระต่ายเป็นบ้า


ไม่รู้ว่าจะเปรียบอะไรดี เพราะเจ้าตัวขาวไปหมดละมั้งเลยทำให้นึกถึงกระต่ายขาวขึ้นมา แถมเจ้าตัวก็กินผักด้วย หูก็แหลม โคตรเหมือนเลย


ผมหลุดยิ้ม คิดว่ากรอกน้ำใส่ถุงนี่ไปให้มิวเรย์จะดีกว่า...


ในตอนที่ผมกำลังกรอกน้ำใส่ถุง ทหารรุ่นพี่ที่กำลังวักน้ำล้างหน้าอยู่ใกล้ๆ ก็พูดคุยกัน


“ได้ยินว่าฝ่าบาทไม่เสวยของหวานแล้วหรือ?”


“อืม พ่อครัวหลวงแทบร้องไห้แน่ะ ตอนเอาเค้กไปถวายแล้วถูกบอกปัดกลับมา ปกติโอดินไม่เป็นอย่างนี้ไม่ใช่เหรอ?”


“เพราะเพิ่งจะหายดีหรือเปล่า ยังไงก็ทรงบาดเจ็บสาหัสมา จะให้กินของหวานก็กระไรอยู่นะ”


“มันไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิ ข้าได้ยินว่ายกเลิกการจิบฟิก้าช่วงบ่ายแล้วด้วยนะ กับเหล่าพระชายาก็ดูห่างเหินด้วย ทุกคนเห็นกัน”


“ข้าว่าอาจจะคิดมากเกินไปหรือเปล่า โอดินกับเหล่าพระชายารักกันจะตาย จำตอนที่ปิดสวนนั่นได้ไหม โอดินกับฟริกกาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง... ทหารที่รักษาการอยู่ด้านนอกแทบจะหาอะไรอุดหูทำเป็นไม่รู้เรื่องน่ะ...”


คำพูดนั้นทำเอาผมหน้าแดงวาบ บ้าจริง ตอนนั้นมีคนได้ยินเหรอ!? น่าขายหน้าสุดๆ เลย!


“มันก็ใช่ แต่ว่าหลังจากที่บาดเจ็บดูโอดินเปลี่ยนไปนะ ใครๆ เขาก็พูดกัน ไม่ใช่แค่นั้นวิลีก็ชอบหายตัวไปบ่อยๆ ไม่ค่อยอยู่เคียงข้างโอดินแล้วด้วย”


เนลโลคงมาอยู่กับผมนั่นแหละ... ฟังที่ทหารคุยผมก็ผุดรอยยิ้มขื่น หมอนั่นช่างรักผมจริงๆ ขนาดยอมทิ้งมาร์ลันเลย


“กับวิลีน่ะ โอดินอาจจะมอบหมายงานบางอย่างก็ได้ เห็นว่าตอนนี้ก็ลาพักร้อนตั้งสามวันแน่ะ ใครๆ ก็รู้ว่าวิลีเป็นคนขยันมากแค่ไหน จู่ๆ มาลาพักร้อนต้องมีเรื่องบางอย่างแน่”


ได้ยินถึงตรงนี้ผมก็สะดุดใจ หมายความว่าตอนนี้เนลโลไม่อยู่ที่แอสการ์ดแล้วสิ ผมกัดริมฝีปาก หมอนั่นต้องตามหาผมแน่เลย!


ทหารทำหน้ามุ่ย “คิดว่าถ้าสงครามสิ้นสุดลง ทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิมหรือเปล่า? ข้าคิดถึงโอดินผู้สดใสคนนั้น เวลาที่พระชายาทั้งสามอยู่กับโอดินเหมือนโลกสว่างไสวเลย ตอนนี้มีแต่บรรยากาศอึมครึม ข้าไม่ชอบเลย”


“มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว” เพื่อนทหารกล่าวด้วยความมั่นใจ “ฉะนั้นเราต้องทำหน้าที่ให้ดี สู้ให้ถึงที่สุดเพื่อโอดิน เพื่อแอสการ์ดและเพื่อโลกใบนี้”


“อืม”


พวกเขาคุยกันแค่นั้นแล้วเดินจากไป ส่วนผมได้แต่นั่งอยู่ริมธารน้ำ สายตาเหม่อลอย


มันคงจะเป็นแบบเดิมไม่ได้แล้วล่ะ เพราะตัวโอดินที่ทุกคนว่าอยู่ตรงนี้นี่นา...


ผมมองเงาที่สะท้อนใบหน้าของลูกครึ่งปีศาจ ความอึดอัดคับแน่นอยู่ในอกจนตีน้ำให้มันกระเพื่อม ภาพสะท้อนใบหน้าของผมจึงหายไป


เจ็บ ผมรู้สึกเจ็บมากๆ ยามที่ต้องตระหนักว่าผมไม่อาจเคียงข้างพวกอาซราได้อีกแล้ว


ผมหลับตาแน่นแล้วผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไม่ให้พลุ่งพล่าน ทว่าผมไม่ทันระวังว่ามีคนเดินอยู่ด้านหลัง จึงเผลอชนแล้วน้ำที่อยู่ในถุงก็หกใส่อีกฝ่ายเต็มๆ


“บ้าเอ๊ย! อะไรวะเนี่ย!?”


ผมก้าวถอยไปด้านหลัง คนตรงหน้าเป็นทหารหน้าใหม่ในกองทัพเดียวกัน แต่ไม่ได้เป็นทาสที่มาจากที่เดียวกัน สีหน้าของอีกฝ่ายกำลังโกรธเคือง ด้านหลังก็มีเพื่อนของทหารใหม่นายนี้ยืนอยู่เป็นพรวน


“ขอโทษนะ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำน้ำหกใส่เจ้า” ผมรีบเอ่ยขอโทษก่อน “คือข้ามัวแต่...”


“แอบฟังทหารสองคนนั้นคุยกันละสิ” อีกฝ่ายว่า ท่าทางอยากหาเรื่องเสียเต็มประดา “ไร้มารยาทชะมัดเลยนะ แอบฟังเรื่องของคนอื่นเนี่ย”


อะไรวะ? ผมเริ่มย่นคิ้ว “ข้าแอบฟังตรงไหน? ข้าก็นั่งตักน้ำอยู่ใกล้ๆ ไม่ได้ซ่อนตัวเลยสักนิด ถ้าพวกเขาไม่อยากให้ได้ยินก็คงไม่มาพูดกันตรงนี้หรอก”


นี่อุตส่าห์ขอโทษดีๆ แล้วนะ นี่คิดจะหาเรื่องกันเหรอ!?


หางคิ้วของคนหาเรื่องชี้ขึ้น “ยังมีหน้ามาเถียงข้างๆ คูๆ อีก! ลูกครึ่งปีศาจก็เงี้ย ไม่ยอมรับความผิด เอาแต่แก้ตัว เจ้ามาเป็รทหารเทพอันทรงเกียรติได้ยังไงเนี่ย!”


อ้าว ไอ้นี่มาเหยียดชาติพันธุ์อีก ผมชักมีน้ำโหขึ้นมาแล้ว


“ขอโทษเถอะนะ ถึงข้าจะเป็นลูกครึ่งปีศาจแล้วยังไงล่ะ? เทพคนอื่นๆ ไม่เห็นว่าอะไรกันสักคำ แถมยังต้อนรับข้าอีกต่างหาก เจ้ามีอคติเกินไปแล้วนะ”


พุทโธ ธัมโม สังโฆ อย่าเผลอเหวี่ยงหมัดอัดหน้ากวนตีนนั่นเชียว...


“อคติ!? ข้าเนี่ยนะอคติ เจ้าแค่ไม่เจียมเนื้อเจียมตัวต่างหาก! ที่พวกเทพไม่ว่าเพราะเห็นแก่เลือดมนุษย์ครึ่งหนึ่งนั่นหรอก! ไม่รู้แล้วยังจะสามหาวอีก!”


“ถ้าอย่างนั้นก็เห็นแก่เลือดมนุษย์ครึ่งหนึ่ง ปล่อยข้าไปได้หรือเปล่า”


ผมทั้งร้อนทั้งเหนื่อยต้องมาเถียงอะไรก็ไม่รู้กับคนแปลกหน้า บอกตามตรงว่าผมไม่ไหว!


อีกฝ่ายกระตุกยิ้ม “จะยอมปล่อยไปก็ได้ แต่หลังจากเจ้าทำให้ข้าอารมณ์เย็นก่อนนะ”


“หา?”


ผมเลิกคิ้วขึ้น และก่อนจะทันรู้ตัวเขาก็ผลักผมอย่างแรงจนผมทรงตัวไม่ได้แล้วก็หงายหลังตกลงไปน้ำ


ตูม!


“เอาละ ข้าอภัยให้เจ้าแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า!”


ไอ้ - บ้า - นี่!!


ผมอยากจะพุ่งจากน้ำขึ้นไปต่อยหมอนั่นบนฝั่ง ทว่าไม่รู้ทำไมผมถึงว่ายขึ้นไปไม่ได้ซ้ำยังรู้สึกเหมือนถูกฉุดดึงลงไปใต้น้ำอีกด้วย


อย่าบอกนะว่า... ร่างนี้ว่ายน้ำไม่เป็น!?


ผมตระหนกโดยพลัน แต่ยิ่งตะเกียกตะกายก็ยิ่งจมลง ทำไมร่างนี้มันไม่ยอมลอยขึ้นละเฮ้ย!? หรือร่างที่เป็นลูกครึ่งปีศาจนี่แพ้น้ำ


เจ้าพวกนั้นที่อยู่บนฝั่งเห็นผมพยายามว่ายก็ดันหัวเราะเยาะ ไอ้เจ้าพวกบ้า! ไม่เห็นหรือว่าผมจะจมน้ำตายแล้ว! จะโหดร้ายก็ให้มันมีขอบเขตหน่อยสิ!


ผมใกล้จะหมดแรง วิ่งมาก็เหนื่อย เจอแดดเผาอีก ผมจะเอาแรงที่ไหนสู้ ขณะที่ผมกำลังจมลงไปก็มีแสงมาห่อหุ้มร่างกาย


อุ่นจัง... นี่มันรูน?


ผมที่กำลังจะสิ้นสติ ถูกแสงนั้นอุ้มกลับขึ้นมาบนฝั่ง ผมสำลักน้ำออกมาก่อนที่ตาจะเหลือบเห็นรองเท้าอยู่เบื้องหน้า


“เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?”


เสียงนี้มัน...


ผมรีบเงยหน้าขึ้นแล้วก็เห็นดวงหน้าพระชายาเอกของโอดิน


อาซราของผมนั่นเอง...


*เอาแล้วนายเอกได้เจออาซราแล้วค่า! มาตอนนี้ทุกคนคงได้รู้แล้วนะคะว่าเนลโลหายไปไหน ออกไปตามหานายเอกแต่กลายเป็นว่าสวนกันแทน! สถานการณ์จะเป็นยังไงต่อไป โปรดติดตามต่อในตอนหน้านะคะ

ปล. มีคนบอกว่าไม่สะดวกจะพรีตอนนี้ มีรีปริ้นหรือเปล่า? ไรท์ขอตอบว่าการรีปริ้นยากมากค่ะ เนื่องจากยอดสั่งซื้อไม่ได้เยอะมากนัก รูปเล่มไรท์ก็หนาด้วย ถ้ารีปริ้นนี่ราคารวมส่งได้แตะ 900 แน่ค่ะ T T ขออภัยด้วยนะคะ สรุปใครคิดจะเก็บรูปเล่มคงมีแค่ครั้งนี้เท่านั้นค่ะ

ลิ้งค์พรีออเดอร์รูปเล่ม

สั่งซื้อนิยาย "ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอก!" ฉบับรูปเล่ม (สองเล่มจบ)

sds

 

คอมเมนท์ = กำลังใจ

#มาร์ลันจะเป็นพระเอก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 538 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,179 ความคิดเห็น

  1. #2172 athunya (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 10:37
    พอเข้าร่างใหม่ อ่อนแอคูณร้อยไปเลย ทหารกากๆ ยังฆ่าได้อ่ะ
    #2,172
    1
    • #2172-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      5 มกราคม 2564 / 18:56
      ร่างนั้นเขาคนธรรมดานี่นา 555555
      #2172-1
  2. #1638 nnj1yh (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 04:23
    ลุ้นเลย ว่าจะเป็นยังไงต่อไป
    #1,638
    1
    • #1638-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      7 มีนาคม 2563 / 06:54
      มาเอาใจช่วยนายเอกกันค่ะ
      #1638-1
  3. #1637 p_nt_ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 01:34

    ขยายเวลาเปิดพรีได้ไหมคะ เราก็อยากเก็บรูปเล่มแต่เงินเราได้ตอนสิ้นเดือนเลยTT

    #1,637
    1
    • #1637-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      7 มีนาคม 2563 / 06:54
      เดี๋ยวไรท์จะลองพิจารณาดูนะคะ ขอรอดูยอดรอบแรกก่อนน้า
      #1637-1
  4. #1633 [°|Tanwa...|°] (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 00:47

    จำไม่ได้ต้องเอะใจละนะว่าไม่ใช่น้องงงง เดาๆเอาบริทน์น่าจะเอะใจสุดเพราะรู้ว่าน้องเป็นวิญญาณมนุษย์รึเปล่า เเต่ อาซราาเมนเราออกมาเเล้วววว กี้ดด

    #1,633
    1
    • #1633-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      6 มีนาคม 2563 / 07:14
      ในที่สุดอาซราก็ปรากฏตัวเสียที หลังหายไปหลายตอน > <
      #1633-1
  5. #1632 นักอ่านผู้ผ่านทางมา (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 23:01

    จะจำได้มั้ยจำได้รึเปล่า จะจำได้มั้ยจำได้รึเปล่า ไม่ได้สิร่างนี้ฉันขึ้นเรือเนลโลแล้ว!

    #1,632
    1
    • #1632-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      6 มีนาคม 2563 / 07:13
      มาช่วยกันแจวเรือเนลโลกัน > <
      #1632-1
  6. #1631 cCONTRAa (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 22:57
    จะเริ่มจำกันได้ตอนไหนนนน
    #1,631
    1
    • #1631-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      6 มีนาคม 2563 / 07:13
      เรื่องนั้นต้องไปดูกันในตอนต่อๆ ไป
      #1631-1
  7. #1630 cake08234 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 21:14
    แบบเราเจ็บปวดหัวใจแทนน้องเลย
    แบบถ้าเกิดว่าคนที่เรารัก
    กลายเป็นคนที่ไม่รู้จักเราแม้อยู่ใกล้มากกกแต่ไม่สามารถสัมผัสได้มันเศร้านะ
    #1,630
    1
    • #1630-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      6 มีนาคม 2563 / 07:12
      นายเอกกำลังทุกข์ระทมเลยค่ะ T T
      #1630-1
  8. #1629 ฟอร์รี่ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 20:19

    จะมีใครจำลันลันได้มั้ยเนี่ยยยย เนลโลรีบมาเร็วๆ
    #1,629
    1
    • #1629-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      6 มีนาคม 2563 / 07:12
      ต้องรอดูกันในตอนต่อไปว่าจะเป็นยังไงนะคะ > <
      #1629-1
  9. #1628 love_forever 1992 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 19:13
    ปลื่มปริ่ม!! เขาเจอกันแล้ววว
    #1,628
    0
  10. #1627 นิยาย ขออ่านที (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 19:12
    กรี๊ดดดดดด
    #1,627
    0
  11. #1626 momokuri1220 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 19:04
    อยากให้น้องได้กลับร่างโอดินแบบชอบตอนหวานๆของน้องกับ3คนนั้น แงงงงงงง
    #1,626
    1
    • #1626-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      5 มีนาคม 2563 / 19:19
      แง~ เราต้องมาดูสถานการณ์กันต่อไปนะคะ T T
      #1626-1
  12. #1625 Parichat1009 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 19:01
    มีอีบุ๊คหรือเปล่าคะ
    #1,625
    2
    • #1625-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      5 มีนาคม 2563 / 19:18
      เล่มหนึ่งมีแล้วค่า วางขายใน meb แล้ว ส่วนเล่มสองวางขายปลายเดือนนี้ค่ะ
      #1625-1
  13. #1624 เด็กน้อยผมสั้น (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 18:59
    ในที่สุดก็เจออาชราแล้วว แงงง
    #1,624
    1
    • #1624-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      5 มีนาคม 2563 / 19:17
      หลังจากไปผจญภัยหลายตอนเนอะ
      #1624-1
  14. #1623 defosw25 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 18:57
    เห็นแจ้งเตือนพรีออเดอร์แล้วรีบเข้ามา เรายังอ่านภาคหนึ่งค้างไว้อยู่เลยค่ะ555555555555 ช่วงนี้ยุ่งๆ เลยคิดว่าจะรออ่านเล่มทีเดียว ไว้จะไปกดสั่งนะคะ คงไม่ได้เข้ามาคอมเม้นอีกบ่อยๆแล้ว แต่เป็นกำลังใจให้เสมอน้า
    #1,623
    1
    • #1623-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      5 มีนาคม 2563 / 19:17
      ขอบคุณค่ะ แล้วก็ขอบคุณที่อุดหนุนด้วยน้า ^ ^
      #1623-1
  15. #1622 rennerOOI (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 18:50
    ยะ อยากได้เล่มจัง แต่ว่า อาซราคะ อยากพิมพ์ว่าแต่งค่ะ แต่ว่า จำน้องของเราให้ได้เถอะนะ อ่อกๆๆๆ ทิ้งเราเลย!!! ใช้ชีวิ๊ตตตต คนตรงนี้จะแสร้งว่าไม่ได้รักเทอ
    #1,622
    1
    • #1622-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      5 มีนาคม 2563 / 19:16
      กวักมือให้กดสั่งซื้อ// หวังว่าอาซราจะไม่ใจร้ายกับน้อง > <
      #1622-1
  16. #1621 M_My☆ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 18:42

    งื้อ ติดว่าการมาเจอกันครั้งนี้น้องทรมานแน่ๆเลย คราวที่แล้วยังจุกแทน เศร้า
    #1,621
    1
    • #1621-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      5 มีนาคม 2563 / 19:15
      นั่นสินะคะ ส่งใจให้น้องกันค่ะ
      #1621-1
  17. #1620 เต่าน้ำ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 18:40
    คือ ตรงๆนะคะ ช่วงนี้การเงินไม่สะดวกเลยค่าา แต่อยากได้เล่มจริงๆนะ ฮึก
    #1,620
    2
    • #1620-2 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      5 มีนาคม 2563 / 19:15
      ค่า ไรท์ปิดพรี 28 มีนา ไว้ใกล้ๆ ปิดพรีแล้วไรท์จะแจ้งเตือนอีกทีนะคะ ^ ^
      #1620-2
  18. #1619 PÏM_3010 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 18:38
    เนลโลเป็นคนเดียวที่เป็นความหวังในตอนนี้ที่จะยืนยันว่าน้องคือครายย;-; แต่เดาว่าอาจจะไม่บอกหรอกคงไม่อยากให้น้องตายแทนมาร์ลันตัวจริง ฮืออออ อย่างน้อยตอนนี้ก็เจอกันแล้ส
    #1,619
    3
    • #1619-1 PÏM_3010(จากตอนที่ 47)
      5 มีนาคม 2563 / 18:39
      แล้ว**
      #1619-1
    • #1619-2 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      5 มีนาคม 2563 / 19:14
      เนลโลความหวังหนึ่งเดียวดันไปตามหานอกแอสการ์ดเสียแล้ว T T
      #1619-2
  19. #1618 aonapipan (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 18:38
    มาต่อเถอะนะนะๆๆๆๆ😻
    #1,618
    2
    • #1618-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      5 มีนาคม 2563 / 19:14
      เดี๋ยวไรท์มาต่อค่า
      #1618-1
  20. #1617 Tmw_sai (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 18:36
    มาต่อไวๆนะคะนี่ปูเสื่อรอ e-bookค่า
    #1,617
    1
    • #1617-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      5 มีนาคม 2563 / 19:14
      อีบุ๊คเล่มสอง รอปลายเดือนมีนานะคะ
      #1617-1
  21. #1616 diamond24 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 18:34
    รอค่าา
    #1,616
    1
    • #1616-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      5 มีนาคม 2563 / 19:13
      ค่า เดี๋ยวไรท์มาต่อน้า ^ ^
      #1616-1
  22. #1615 KilzHuntress (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 18:31

    กรี๊ดดดดด เขาเจอกันล้าววววว

    #1,615
    1
    • #1615-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      5 มีนาคม 2563 / 19:13
      หลังจากผ่านมาหลายตอนเนอะ
      #1615-1
  23. #1613 WangEn_Tuan (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 18:16
    แง้ อยากให้น้องกลับไปเป็นฝ่าบาทแน้ววววว
    #1,613
    1
    • #1613-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      5 มีนาคม 2563 / 18:21
      มาเอาใจช่วยน้องกันค่ะ > <
      #1613-1
  24. #1599 ฟอร์รี่ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 06:58
    รอๆๆค่าาาา
    #1,599
    1
    • #1599-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      5 มีนาคม 2563 / 07:11
      เดี๋ยวไรท์มาต่อนะคะ ^ ^
      #1599-1
  25. #1598 รักนี้...สีเลือด (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 20:24
    ฮือ อยากได้รูปเล่มม แต่ภาพปกล่อแหลมไป สาววายในความลับซื้อไม่ได้จริงๆค่ะ แง
    #1,598
    1
    • #1598-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 47)
      4 มีนาคม 2563 / 21:11
      แอแง~ น่าเสียดายจัง T T
      #1598-1