[Yaoi - จบแล้ว] ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอก!

ตอนที่ 46 : ประกาศครั้งที่ 36 เพื่อชีวิตที่ดี จงเป็นทาสที่แอสการ์ด!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 469 ครั้ง
    3 มี.ค. 63

ประกาศครั้งที่ 36 เพื่อชีวิตที่ดี จงเป็นทาสที่แอสการ์ดซะ!

 

หลังการประมือผมได้เลื่อนระดับสถานะทาสของตัวเองขึ้นมาอยู่ระดับสีแดงอย่างง่ายดาย


ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่ผมสู้ด้วยเป็นมือดีของที่นี่แล้ว!?


ตอนที่หัวหน้าพ่อค้าเห็นผมโค่นคนคุมยักษ์ได้ ถึงกับตะลึงไปนาน ก่อนจะพึมพำว่าฝีมือยอดเยี่ยม ต้องขายได้ราคางามแน่ๆ อยู่หลายคำรบ ก่อนจะเปลี่ยนสีเอกสารด้านล่างแล้วให้ผมไปพักผ่อนในเรือนทาส


ผมมองร่างกายนี้ เรี่ยวแรงก็ไม่ต่างจากเด็กหนุ่มทั่วไปสักเท่าไหร่ หรือจะเป็นเพราะฝีมือห่างชั้นกันจริงๆ? อย่างไรคนคุมก็เป็นแค่มนุษย์ ส่วนผมนั้นฝึกฝีมือกับยูดัมที่เป็นเทพผู้ชำนาญการต่อสู้ ไหนจะเคยประมือกับราฮาฟมาอีก เลยทำให้เก่งกาจกว่าคนทั่วไปกระมัง?


“เจ้าได้เลื่อนขั้นเป็นสีแดงจริงๆ ด้วย”


ผมนั่งพักอยู่ในเรือน มิวเรย์ก็เข้ามาหา เห็นใบหน้าประดับรอยยิ้มของเขาแล้ว ผมจึงได้รู้ว่าเขาคงได้ระดับสีแดงเช่นกัน


ผมยืนขึ้น “เจ้าผ่านมาถึงระดับนี้อย่างไรน่ะ?”


มิวเรย์ขยิบตา “แน่นอนว่าก็ต้องต่อสู้น่ะสิ อันที่จริงข้าก็ทดสอบทำอาหารด้วยละนะ”


ได้ยินว่าเอลฟ์ส่วนใหญ่จะมีทักษะนายพราน ล่าสัตว์รวมถึงธนู พอเขาบอกทักษะต่อสู้ผมจึงไม่ประหลาดใจ แต่ยินดีมากที่มีคนรู้จักอยู่ในเรือนเดียวกัน


“ข้าก็ดีใจที่เจ้ามาอยู่ขั้นเดียวกัน แล้วข้าก็รอดตัวไม่ต้องถูกส่งกลับไปหารา… เอ่อ เจ้านายเก่า แต่หลังจากนี้ไปข้าจะทำยังไงต่อดีล่ะ?”


ผมมาอยู่ในร่างของทาสโดยไม่ยินยอม แถมเดิมทีผมใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับเนลโลด้วย เวลาเพิ่งจะผ่านมาไม่นานเนลโลน่าจะยังไม่รู้เรื่องที่ผมถูกลักพาตัว คงไม่มีทางมาช่วยผมเร็วๆ นี้แน่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดี


“สถานะของเราตอนนี้คือทาส ยังไงก็ต้องถูกซื้อตัวไปทำงาน” มิวเรย์ว่า จากนั้นก็กุมมือผมไว้ลากมานั่งตากลม “แต่ว่า... เราสามารถเลือกสถานที่ทำงานดีๆ ได้นะ”


“ยังไง?”


คนตรงหน้ามักจะมีเรื่องดีๆ บอกผมเสมอ ทำเอาผมรู้สึกว่าตนพึ่งพิงมิวเรย์มากเกินไปแล้ว


แต่ช่วยไม่ได้นี่นา หมอนี่ดันหาทางออกที่ดีได้ตลอดเลย! และผมก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับระบบทาสนักด้วย!


ถ้าไม่ได้มิวเรย์ช่วย ป่านนี้ผมคงตกอยู่ในเงื้อมมือของราฮาฟไปแล้ว ควรจะขอบคุณความโชคดีที่ทำให้ผมมาเจอเขาด้วยซ้ำ


“ช่วงนี้มีสงครามระหว่างเทพกับปีศาจใช่ไหมล่ะ เบื้องบนย่อมต้องการหาทหารมาเติมเต็มเพื่อช่วยสู้รบให้มากที่สุด คิดว่าพวกเทพจะหาจากไหนเล่า” มิวเรย์บอกด้วยรอยยิ้ม


ดวงตาของผมเป็นประกายวาบ “จริงด้วย พวกเขาย่อมต้องมาหาซื้อทาส!”


นอกจากการรับสมัครแล้วก็มีอีกทางคือซื้อทาสที่มีฝีมือดีหรือหน่วยก้านใช้ได้มาฝึกฝน ขึ้นไปเป็นทาสที่แอสการ์ดก็เป็นเรื่องดี!


“ในเมื่อพวกเราสองคนต่อสู้เก่ง หัวหน้าพ่อค้าย่อมเล็งเห็นผลการค้า เขาจะต้องเก็บพวกเราไว้ขายให้กับเทพแน่นอน” มิวเรย์บอกอย่างมั่นอกมั่นใจ “ระหว่างนี้พวกเราก็แค่คอย กินให้อิ่ม นอนให้หลับ อย่าได้มีโรคภัยไข้เจ็บถามหาก็พอ”


ผมเชื่อฟังคำบอกของมิวเรย์ หลังการคัดเลือกทาสในวันนี้เสร็จสิ้น พวกทาสระดับเดียวกับผมและมิวเรย์ก็ถูกพาไปพักในเรือนหลังใหญ่ สะอาดสะอ้าน เห็นได้ชัดว่าทาสระดับนี้ได้รับการเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี ขนาดอาหารยังมีให้กินได้อิ่มหนำ ไม่ใช่แค่ขนมปังก้อนกับแฮมอีกต่อไปแล้ว


ผมไม่เคยโหยหาเตียงขนาดนี้มาก่อน ไม่สิ ไม่เชิงว่าเป็นเตียง เอาเป็นว่าฟูกนอนแล้วกัน การได้เอนกายนอนกับฟูกนุ่มนิ่มทำเอาผมเคลิ้มจนจะหลับ ก็ตลอดการเดินทางผมต้องนั่งหลับเอาหัวพิงไหล่มิวเรย์ตลอดนี่นา


ผมหัวเราะ “ทีนี้เจ้าคงไม่ต้องใช้ไหล่กับตักเจ้าเป็นหมอนหนุนให้ข้าแล้ว”


มิวเรย์ฟังผมก็หัวเราะตาม “ข้าไม่ว่าหรอกนะถ้าเจ้าจะหนุนไหล่กับตักของข้าอีก เพราะข้าเองก็เอาหัวเจ้าหนุนเป็นหมอนเหมือนกัน”


ด้วยความที่มิวเรย์สูงกว่า เวลานั่งหัวจึงเลยผมมานิดนึง เมื่อผมเอนหัวซบไหล่เขา อีกฝ่ายก็เอนซบหัวผมอีกที


“สรุปคือพวกเราต่างคนต่างก็ใช้เป็นหมอนละนะ” ผมยิ้มให้เขา


“อืม เราแค่ช่วยเหลือกันและกันเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเกรงใจหรือขอบคุณอะไรหรอก” มิวเรย์บอกอย่างใจกว้าง ดวงหน้าแลดูละมุนขึ้นหลายส่วน


โห พ่อเทวดา ตาผมลายไปหมดแล้ว


ผมคิดว่าเจอพวกอาซรามาจะมีภูมิต้านทานคนหล่อแล้วเสียอีก ใครจะคิดว่าผมจะเจอคนที่มีรัศมีเจิดจ้า ขาวผ่องบริสุทธิ์ประหนึ่งเทวดาเช่นนี้


แล้วก็ไม่แปลกเพราะหน้าตาดีแบบนี้นี่เอง มิวเรย์ถึงมีแมลงเม่ามาก่อกวนเยอะแยะเหลือเกิน...


“ขะ ข้าขอนอนข้างๆ เจ้าได้ไหม!”


ผมหันไปมองคนพูดที่เป็นเด็กสาวน่ารัก แก้มสีแดงเรื่อ อืม นี่เป็นรายที่สิบกว่าเข้าไปแล้วนะที่มาขอนอนข้างๆ มิวเรย์เนี่ย


ที่นี่ไม่มีแบ่งแยกนอนชายหญิง ใครใคร่อยากนอนตรงไหนก็นอน มีบางคนจับกลุ่มกันนอนใกล้ชิด หรือไม่ก็แยกไปนอนเดี่ยวเข้ามุมก็มีเช่นกัน


และมิวเรย์ก็ตอบเหมือนเดิมกับคนก่อนหน้านี้ “ขอโทษนะ แต่ข้าอยากจะนอนกับเขามากกว่า ข้าไม่คุ้นชินกับคนแปลกหน้า เกรงว่าจะกระสับกระส่ายทั้งคืน”


“งะ งั้นเหรอ ขะ เข้าใจแล้ว”


เธอทำหน้าผิดหวัง แต่ดวงตากลับตวัดมองผมอย่างเอาเรื่อง


อยากจะอาฆาตก็เชิญเถอะ หล่อนไม่ใช่คนเดียวหรอกนะที่มองแบบนี้น่ะ ผมส่งยิ้มให้เจ้าหล่อน จึงได้สายตาเขียวปั๊ดกลับมา มิวเรย์เห็นก็ยิ้มอ่อนใจ


“อย่าไปยั่วโมโหเขาสิ”


“แล้วใครใช้ทางนั้นทำหน้าตาไม่เป็นมิตรก่อนเล่า?” ผมยักไหล่ไม่นำพา “เจ้าเองก็เลิกเอาข้ามาเป็นข้ออ้างไม่อยากนอนร่วมกับคนอื่นจะได้ไหม”


“ถ้าเจ้าไม่ชอบก็บอกปัดได้นี่นา” มิวเรย์ว่า จัดแจงปูที่นอน รวมถึงปูให้ผมด้วย “ข้าว่าลันเป็นคนใจดี ถึงยอมเงียบไม่ว่าอะไรสักคำ”


ผมค้อนเขาทีหนึ่ง “แหงละ ข้าไม่ใช่คนใจร้ายใจดำ เจ้าช่วยข้ามาตลอด มีอะไรช่วยได้ก็ช่วย”


อีกอย่างนี่ก็เป็นเรื่องเล็กน้อย เมื่อเทียบกับที่เขาช่วยผมหลุดสถานะทาสของราฮาฟมาได้


มิวเรย์ฟังยิ่งยิ้มกว้าง “งั้นข้าก็คิดไม่ผิดที่ผูกมิตรกับเจ้าตั้งแต่แรกเห็น ว่าแล้วเราต้องไปด้วยกันได้”


“คิดเองคนเดียวน่ะสิ”


ผมปั้นปึ่งใส่เขา อีกฝ่ายกลับหัวเราะเสียอย่างนั้น

 

ตกกลางคืนเพียงฟ้ามืดทุกแห่งก็ดับไฟกันหมดแล้ว ในความมืดเช่นนี้ทาสทั้งหลายทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนพักผ่อน การเดินทางอันยาวไกลและการทดสอบทำให้เสียงพูดคุยค่อยๆ เงียบลงกลายเป็นความเงียบสงัด


ผมผล็อยหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีตอนที่มีอะไรบางอย่างมากดทับร่างกาย ผมอึดอัดจนต้องลืมตาภาพที่เห็นคือใบหน้าของมิวเรย์ที่อยู่แนบชิดกับผม


“!”


ผมตกใจจนเกือบหลุดอุทาน กำลังคิดว่าอีกฝ่ายจะเล่นอะไรอีก ปรากฏว่าลมหายใจของมิวเรย์สม่ำเสมอมาก กระทั่งเปลือกตายังไม่ขยับ เห็นได้ชัดว่าหลับลึกไม่รู้เรื่อง


หืม?? ปกติหมอนี่เป็นคนนอนดิ้นขนาดนี้เหรอ?


นึกย้อนดูตอนอยู่บนรถไม่เห็นมีท่าทีอย่างนั้นเลยนี่นา แล้วทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?


มิวเรย์เหมือนจะโอบกอดผมแล้วหลับอย่างเป็นสุขมาก ใบหน้าที่ผ่อนคลายเช่นนี้ทำให้ผมเกรงใจจะปลุก ประกอบกับผมก็ง่วงมากเกินกว่าจะทำอะไรจึงได้แต่ปล่อยให้หมอนั่นกอดผมไป


ผมถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “ทำไมเจ้าถึงติดข้าอย่างนี้เนี่ย”


ทันใดนั้นใบหูแหลมๆ ของมิวเรย์ก็กระดิก ได้ยินเสียงลอดผ่านริมฝีปากตอบออกมาคล้ายกับคนละเมอ


“เพราะข้ารักเจ้า...”


ผมถึงกับตัวแข็งทื่อ


เมื่อกี้หมอนี่บอกว่ารักเหรอ? ผมจ้องหน้ามิวเรย์ด้วยความข้องใจ แต่ว่าคนที่กอดผมแนบแน่นแบบนี้กลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรอีก


ผมสับสนวุ่นวาย หรือที่จริงหมอนี่แค่ฝันถึงใครสักคนก็เลยพูดหรือเปล่านะ?


จมูกของผมได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คล้ายกับ…ธรรมชาติอันสดชื่น กลิ่นนี้คงเป็นกลิ่นประจำตัวของพวกเอลฟ์ เพราะผมเคยได้กลิ่นนี้มาก่อนตอนร่วมงานสังสรรค์ และเพราะกลิ่นนั้นจึงทำให้ผมรู้สึกสบายใจจนหนังตาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ


เฮ้อ… ช่างเถอะ ปล่อยเขากอดไปแล้วกัน ยังไงเสียหมอนี่ไม่ได้ปล้ำผมสักหน่อย อีกอย่างวิธีการกอดของมิวเรย์ก็…


ความง่วงเข้าครอบงำผมจนสติกลับสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง

 

*****************************************


“#$_:€*##¥!”


“หืม?”


ตอนเช้าผมตื่นขึ้นมาเพราะเสียงอุทานที่ฟังไม่ได้ศัพท์และการผลักอย่างแรง ผมรู้สึกว่าร่างตัวเองกลิ้งออกจากฟูกมาสัมผัสพื้นแข็ง มันไม่ได้เจ็บอะไร แต่มันก็กระทบกระเทือนร่างกายผมจนต้องตื่นขึ้นมา


“อะไร… เนี่ย?”


ผมครางเสียงแห้ง ในหัวสับสนงุนงง ผมกะพริบตาอย่างง่วงงุนยันตัวขึ้นมาแล้วก็เห็นใบหน้าแดงก่ำของมิวเรย์


หืม? ทำไมอีกฝ่ายหน้าแดงขนาดนั้น


ผมยังจับต้นชนปลายไม่ถูก อีกฝ่ายกลับเป็นคนกล่าวว่า


“ขะ ขอโทษนะ! ข้าไม่ได้ตั้งใจจะนอนกอด ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง เอ่อ!”


ดวงตาสีฟ้าใสหลุกหลิกคล้ายกับไม่รู้ว่าจะวางสายตาไว้ที่ใดดี ผมได้ยินก็นึกถึงเรื่องเมื่อคืนได้ จริงสิ หมอนั่นนอนดิ้นมากอดนี่นา


ผมโบกมือ “ไม่ต้องคิดมาก ข้ารู้ว่าเจ้าไม่รู้เรื่อง”


แค่กอดเอง แถมทำไปเพราะไม่รู้เนื้อรู้ตัวด้วย ผมจะไปถือสาหาความเขาทำไม


ทว่ามิวเรย์ไม่สบายใจ “ยังไงข้าก็ขอโทษจริงๆ ตอนอยู่ที่ทำงานเก่าข้าติดหมอนข้าง... ไม่นึกว่าจะไปกอดเจ้าเข้า”


“ข้าก็แปลกใจเหมือนกัน ตอนอยู่บนรถเจ้าไม่เห็นเป็นนี่นา”


มิวเรย์ยิ้มเจื่อน “ขอสารภาพว่าตอนอยู่บนรถ ข้านอนหลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืน เพราะการนั่งหลับมันไม่สบายเอามากๆ พอมาเจอฟูกข้าก็เลยเผลอตัวก็เป็นได้”


อย่างนี้นี่เอง ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจ


“เอาเถอะ จะเพราะอะไรก็แล้วแต่เจ้าไม่ต้องไปคิดมาก หากเมื่อคืนข้าถือสาคงถีบเจ้าไปนานแล้ว”


ผมเกาหัว อ้าปากหาว มิวเรย์จ้องผมเขม็ง


“แล้วเหตุใดเจ้าถึงไม่ถือสา”


ไม่คาดว่ามิวเรย์จะถามแบบนี้ แถมสีหน้ายังจริงจัง ทำเอาผมงงวูบ


“ก็แค่กอด เจ้าไม่ได้จะปล้ำเสียหน่อย”


“ถ้าคนอื่นมากอดเจ้าบ้าง เจ้าก็ยอมเขาเหรอ?”


จู่ๆ น้ำเสียงของมิวเรย์ก็กระด้างขึ้น ผมถึงกับมึนงง แต่ก็ตอบไปว่า


“แน่นอนว่าไม่”


“ทำไมล่ะ?”


ทำไมเหรอ ผมขบคิด นั่นสิ อาจจะเป็นเพราะอีกฝ่ายกอดผมไม่ได้มีเจตนาร้ายละมั้ง แถม...


“ข้าแค่รู้สึกว่าเจ้าควานหาคนมาอยู่ในอ้อมกอด เหมือนต้องการปกป้องข้า ข้าเลยยอมให้กอดน่ะ”


คำตอบนั้นทำให้มิวเรย์อึ้งไป และแล้วคนคุมก็ตะโกนเข้ามาในเรือนเพื่อบอกให้พวกเรากินข้าว เราจึงไม่ได้พูดเรื่องนี้กันอีก


หลังกินข้าวผมเห็นมิวเรย์กลับมาเป็นปกติแล้วจึงโล่งอก ไม่รู้ทำไมหมอนี่จึงมาคาดคั้นอะไรแปลกๆ ก็ดีแล้วที่พวกเราไม่ขุ่นข้องหมองใจกัน


พวกเราไม่มีอะไรทำนอกจากอยู่ในเรือน เนื่องจากทาสระดับแดงเป็นสินค้าพิเศษ ไม่เหมือนระดับอื่นๆ ที่ต้องไปนั่งหรือยืนโชว์ตัวให้ลูกค้าเห็น หากมีลูกค้ากระเป๋าหนักต้องการสินค้าระดับดี คนคุมจึงจะมาพาพวกเราไป


ยังดีที่คนคุมไม่ปล่อยให้ทาสระดับแดงต้องอยู่เงียบเหงา มีหนังสือ กระดานเกมหรือไพ่มาให้ ผมกับมิวเรย์เล่นหมากรุกอยู่ตรงหน้าต่าง ผลัดกับแพ้ผลัดกันชนะ จนถึงช่วงเที่ยง ในตอนนั้นเองที่คนคุมคนหนึ่งมาคุยกับพวกเรา


“คารานกับมิวเรย์ใช่ไหม? หลังกินเสร็จแล้วอีกครึ่งชั่วโมงมารายงานตัวที่ห้องหัวหน้าด้วย” แจ้งเพียงเท่านั้นก็เดินจากไป


ผมมองมิวเรย์ “หรือว่ามีคนมาซื้อพวกเราแล้ว?”


“น่าจะใช่ แต่เวลาแบบนี้ไม่ใช่ช่วงที่เทพจะมาซื้อเนี่ยสิ” มิวเรย์ย่นคิ้วด้วยความกังวล


ก่อนหน้านี้พวกเราไปสอบถามมาว่ากว่าเทพจะมาหาทาสก็ราวๆ ปลายเดือน ฉะนั้นนี่มันออกจะเร็วกว่ากำหนดสักหน่อย


“งั้นทำไงดี?”


ผมไม่อยากไปเป็นทาสให้คนอื่น มิวเรย์เงียบไปพักหนึ่งจึงว่า


“ตอนนี้ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ลองไปหาหัวหน้าพ่อค้าก่อนค่อยว่ากันอีกที”


“อืม”


พวกเรารีบกินมื้อเที่ยงก็รีบไปรายงานตัว ปรากฏว่าที่นั่นไม่ได้มีผมกับมิวเรย์แค่สองคน ยังมีทาสระดับสีแดงและส้มคนอื่นๆ อยู่อีก


ผมและมิวเรย์ได้แต่มองหน้ากันด้วยความสงสัย หัวหน้าพ่อค้าที่เพิ่งกินมื้อเที่ยงเสร็จก็ออกมาแล้วอธิบายให้พวกเราฟัง


“เนื่องจากตอนนี้มีลูกค้าสองท่านที่ประสงค์ต้องการทาสที่มีฝีมือต่อสู้ ข้าจึงได้เรียกพวกเจ้ามา โดยห้าคนจะเป็นทาสของหัวหน้าคาราวานคอยคุ้มกันของท่องไปตามดินแดนต่างๆ ส่วนที่เหลือจะได้ขึ้นไปเป็นทหารที่แอสการ์ด!”


ทาสทั้งหลายพากันส่งเสียงเซ็งแซ่ หลายคนได้ยินว่าขึ้นไปแอสการ์ดก็ทำตาลุกวาว ผมมองสถานการณ์โดยรอบแล้วชักจะไม่เข้าที


“...มีคนอยากเป็นทหารเทพกันเยอะกว่าที่คิดนะ”


มิวเรย์ยื่นหน้ามากระซิบ “มันก็แน่นอนอยู่แล้ว ทหารเทพมีเกียรติซ้ำยังได้อายุขัยยืนยาว ทาสทุกคนย่อมอยากเป็นอยู่แล้ว”


ผมเม้มปาก “แต่ฝั่งคาราวานอยากได้คนแค่ห้าคนเอง น่าจะไม่มีปัญหามั้ง”


ขั้นแรกหัวหน้าพ่อค้าถามความสมัครใจก่อนว่ามีใครอยากไปทำงานให้คาราวานบ้าง ปรากฏว่ามีคนเสนอตัวแค่สามคน...


มิวเรย์เผยรอยยิ้มจนใจ “ใครๆ ก็ล้วนทะเยอทะยาน”


ผมยิ้มแบบเดียวกัน “นั่นสินะ”


เห็นแบบนี้หัวหน้าพ่อค้าก็ไม่ได้ประหลาดใจเท่าไหร่ เพียงแต่กล่าวว่า


“งั้นพวกเจ้าคงต้องสู้กันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งทหารแอสการ์ดแล้วล่ะ”


เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง คนคุมบอกให้พวกเราไปยังลานกว้าง จากนั้นคนคุมคนหนึ่งก็ขีดเส้นไว้รอบสนาม พลางว่า


“พวกเจ้าเข้าไปในเส้น หากใครถูกดันออกจากเส้นมาถือว่าต้องไปทำงานคาราวาน ครบสองคนก็ถือว่ายุติ!”


ได้ยินแบบนั้นทุกคนก็หันมามองหน้ากันเองคล้ายหยั่งเชิงท่าที คนคุมบอกว่าห้ามทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นจะลดระดับและเพิ่มโทษทาสเข้าไปอีก


ผมหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ “นี่จะให้ตะลุมบอนกันในที่แคบๆ แบบนี้จริงดิ?”


คนคุมขีดเส้นเป็นกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าก็จริง แต่พอพวกทาสเข้าไปยืน ปรากฏว่ามันคับแคบกว่าที่คิด สู้กันทั้งสภาพนี้เหมือนถูกรุมจากทุกทิศทางเลยด้วยซ้ำ


มิวเรย์ถอนหายใจ “เชื่อเลยว่าถึงจะไม่ตายแต่ก็คงน่วมทั้งตัว”


คนคุมไม่เสียเวลาให้ทุกคนตั้งตัว ตะโกนเสียงดังว่า


“เริ่มได้!”


และแล้วก็เกิดความชุลมุนขึ้น


เพราะทุกคนไม่อยากถูกเบียดออกนอกเส้นจึงพากันรวมศูนย์กลาง ผมเองโดนคลื่นคนโถมเข้ามาทำเอาหัวเสียไม่น้อย แม่ง! เบียดมาไม่ว่าแต่บางคนเหวี่ยงหมัดมาด้วยนะ!


“ระวัง!”


มีกำปั้นหนึ่งมาทางด้านหลังของผม มิวเรย์ขยับตัวรับให้ก่อนจะจับเหวี่ยง แรงของเอลฟ์ผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย เขาเหวี่ยงทีหนึ่งทำเอาคนแถวนั้นล้มระเนระนาดเหมือนโดมิโน่ได้


“ซ้าย!”


ผมเตือนก่อนจะใช้เท้าสกัดคนที่พุ่งเข้ามา จากนั้นก็เอาเข่ากระทุ้งท้องทาสคนนั้นให้ไปไกลๆ


มิวเรย์ยิ้ม “ไม่เลว”


“ขอบใจ แต่ตอนนี้ระวังกันหน่อยเถอะ ทุกคนเริ่มตะลุมบอนกันแล้ว”


เป็นเช่นนั้นจริง ทุกคนเริ่มจับเหวี่ยง ง้างหมัด ฟาดเท้า เล่นมวยปล้ำ เสียงตุบตับดังมาจากทุกทิศทุกทาง


อันว่าอาวุธไร้ตา หมัดและเท้าก็เช่นกัน เพราะพื้นที่จำกัด ทำให้บางทีทาสกำลังสู้กับอีกคนหนึ่งอยู่ แต่ข้อศอกกลับมาโดนพวกเราด้วย


ผมเอียงตัวหลบทาสคนหนึ่งที่ปลิวกระเด็นมา แต่ก็สมแล้วที่ทาสที่นี่ชำนาญการต่อสู้เพราะผ่านไปน่าจะห้านาทีได้แล้วกลับยังไม่มีใครกระเด็นออกนอกเส้นเลย


“เพิ่งกินข้าวอิ่มๆ ให้มาสู้มันจุกนะเนี่ย” ผมงึมงำ


มิวเรย์หัวเราะขณะก้มหัวหลบลูกถีบ “เราแค่ขยับตัวหลบก็พอ เดี๋ยวคงมีใครจัดการซัดคนออกไปเอง”


ผมคิดแบบเดียวกัน พวกเรารักษาตำแหน่งใกล้จุดศูนย์กลางเอาไว้อย่างหนาแน่น หรือบางทีผมควรจะส่งเสริมพวกที่สู้ใกล้ๆ ตัวผมดีนะ เรื่องจะได้จบไวๆ


“ออกหนึ่งคน!”


หลังผ่านไปจวนจะสิบนาทีได้ คนคุมก็ตะโกนว่ามีคนออกแล้วหนึ่งคน เหลืออีกคนเดียวเท่านั้นทุกอย่างก็จะจบ


ฟึ่บ!


ทันใดนั้นมีฝ่ามือซัดมา ผมรีบปัดทิ้งก่อนจะเห็นว่าผู้ที่ประทุษร้ายผมเป็นสาวน้อยน่ารักที่อยากจะมานอนข้างมิวเรย์เมื่อคืนนี่เอง


ห๊ะ? หล่อนก็สายต่อสู้เหรอ ผมมองร่างอันบอบบางด้วยสายตาเหลือเชื่อ ทว่าเธอกลับคิดว่าผมใช้สายตาโลมเลียจึงมีสีหน้าบึ้งตึงระคนขยะแขยง


“อย่ามามองข้าอย่างนั้นนะ! เจ้ามันก็แค่ลูกครึ่งปีศาจโสโครกมีสิทธิ์อะไรมามองข้า!”


อ้าว! พูดอย่างนี้ก็สวยสิเจ๊!


ผมรับรู้ได้ว่าเจ้าหล่อนต้องการจะโค่นผมแน่นอนแล้ว จึงยิ้มเย้ยไป


“ใครมองเจ้า อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย มองไปก็เท่านั้นแหละ ไม่เห็นเจริญหูเจริญตาเลยสักนิด ข้ามีของงดงามอยู่ใกล้ตัวอยู่แล้วจะไปสนเจ้าทำไม”


“หึ”


ผมได้ยินเสียงมิวเรย์หัวเราะ เจ้าตัวกำลังวุ่นวายต่อกรกับทาสคนหนึ่งอยู่แต่หูกลับฟังที่ผมคุยกับเด็กสาว


แยกสมาธิยังไงเนี่ย ฟังไปด้วยสู้ไปด้วยก็ได้เหรอ?


ใบหน้าของเจ้าหล่อนแดงก่ำ “เจ้าคิดว่าตัวเองดีนักหรือไง ได้อยู่ใกล้เอลฟ์คนนั้นน่ะ ข้าจะต่อยเจ้าให้ฟันหลุด เอาให้พูดไม่ได้เลย!”


สิ้นคำพูดเธอก็ปราดเข้ามา กระบวนท่าของเธอไม่ใช่เล่นๆ เลย ออกจะเก่งกว่าไอ้ผู้คุมสองคนเมื่อวานเสียอีก แถมเธอยังเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว ผมรู้สึกว่าแบบนี้สิถึงเรียกว่านักสู้ของจริง


เพราะผมเอาแต่หลบไปมา เธอจึงมีน้ำโห “เจ้า! แน่จริงอย่าหลบสิ!”


“ถ้าไม่หลบข้าก็เจ็บตัวน่ะสิ เรื่องอะไรล่ะ”


ผมมองอีกฝ่ายประหนึ่งว่าสมองเพี้ยนหรือเปล่า ผมไม่ใช่กระสอบทรายใช้ต่อยสักหน่อย!


“แก!!”


เธอแผดเสียงกระบวนท่ายิ่งเร็วและแรงมากขึ้น แต่มันก็ไม่คณามือผมหรอก เพราะถ้าเทียบกับยูดัมแล้ว ท่วงท่าต่อสู้ของเจ้าหล่อนไม่ได้ครึ่งของยูดัมเลยสักนิด!


ผมหลบลูกถีบเธอในตอนนั้นเองที่มีร่างของทาสคนหนึ่งปลิวกระเด็นมาทางผม เพราะด้านหลังของผมก็มีคนถอยไม่ได้ จึงได้แต่คิดในใจว่าแย่แล้ว


“ลัน!”


มิวเรย์แทรกเข้ามาแล้วดึงตัวผมหลบไปได้ทัน กระนั้นหมัดของเด็กสาวคนนั้นกลับพุ่งเข้ามาพอดี


“ระวัง!”


ผมเบียดมิวเรย์เป็นฝ่ายรับหมัดเจ้าหล่อนแทน ซี๊ด! เจ็บเหมือนกันนะเนี่ย!


“ลัน!”


มิวเรย์เห็นผมโดนต่อยจนเลือดกบปาก นัยน์ตาสีฟ้าใสพลันเปล่งประกายอาฆาต พอตวัดสายตาใส่เด็กสาว คนที่ต่อยพลันชะงัก รู้สึกขนลุกไปทั้งร่าง


“อะ อะไรเล่า!? กะ ก็นี่เป็นการต่อสู้”


“นั่นสินะ” มิวเรย์ว่า รอบตัวแผ่กระไอเย็นเยือกออกมา “แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ไม่ชอบให้ใครมาทำร้าย... คนของข้า!”


“ว้าย!”


มิวเรย์พุ่งเข้าไปสู้กับเด็กสาวคนนั้น เพียงออกไม่กี่กระบวนท่า การต่อสู้ของเขาก็ทำให้ผมตะลึง ฝีมือยอดมาก... นี่อาจจะพอๆ กับยูดัมเลยก็ได้!?


เด็กสาวคนนั้นถึงจะสู้เก่งแต่มิวเรย์เก่งกว่า ไม่นานเธอก็ถูกไล่ต้อน


“จะ เจ้าฆ่าข้าไม่ได้นะ! มันผิดกฎ!”


เธอตะโกนขึ้นมาเมื่อคู่ต่อสู้ลงมือหนักหน่วงประหนึ่งต้องการให้ตาย มิวเรย์ผุดรอยยิ้มเย็น


“ข้าจำกฎได้ ไม่ต้องเป็นห่วงไป ข้าแค่ทำให้เจ้ารู้สึกเจ็บชนิดต้องจำไปจนตายเท่านั้น”


“นี่เจ้า… เจ้า!”


เด็กสาวได้แต่กัดฟัน ไม่อาจโต้ตอบกลับได้ เธอถูกดันไปเรื่อยๆ และเมื่อเข้าใกล้เส้นแล้ว ทันใดนั้นคนคุมกลับตะโกนขึ้นว่า


“ออกครบสองคนแล้ว ยุติได้!”


หมัดที่กำลังพุ่งไปหาเด็กสาวพลันชะงัก เธอมองมิวเรย์ด้วยแววตาหวาดกลัวสุดขีด ขาสองข้างสั่นจนรับน้ำหนักไม่ไหวต้องลงไปนั่งที่พื้น ผมเห็นดังนั้นจึงมาจับไหล่เขาไว้


“พอเถอะ ข้าแค่โดนต่อยเอง ไม่ได้บาดเจ็บร้ายแรงเสียหน่อย”


ถึงแก้มผมจะเจ็บแปลบๆ และปากผมมีแต่รสเลือด ยังไงนี่ก็ห่างไกลจากหัวใจเยอะ ผมจึงไม่ว่าอะไร อีกอย่างสีหน้าดุดันของมิวเรย์ก็ข่มขู่ให้เจ้าหล่อนกลัวพอแล้วด้วย แถม…


ผมมองร่างของเจ้าหล่อนที่มีแต่รอยฟกช้ำดำเขียว ตอนที่ประมือกับผมยังไม่มีขนาดนี้เลยแท้ๆ ทั้งหมดเป็นฝีมือของมิวเรย์ล้วนๆ


มิวเรย์ค่อยๆ ลดกำปั้นลง หันไปประคองผมแทน สายตาไม่คิดจะเหลือบแลฝ่ายหญิงอีกเลย


“งั้นเราไปทำแผลกันเถอะ”


“อืม”


ผมรับคำ มองเด็กสาวที่ตัวสั่นบนพื้นก็ถอนหายใจ


เข้าใจอยู่หรอกว่าทำไมถึงกลัวขนาดนั้น ผมเห็นสีหน้าของมิวเรย์ยังขนลุกเลย


ถ้าคนอื่นไม่รู้คงคิดว่าเด็กสาวคนนั้นเป็นศัตรูคู่อาฆาตของมิวเรย์ไปแล้ว!


*สวัสดียามเช้าค่ะ เปลี่ยนอารมณ์มาลงตอนเช้าบ้าง 55555 ตอนนี้เป็นตอนของมิวเรย์ทั้งตอนเลย แต่ว่าตอนหน้าเราจะได้ไปแอสการ์ดกันแล้วค่า! จะได้เจอหน้าพวกอาซรากันแล้ว

ลิ้งค์สั่งซื้อนิยาย

ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอก! ฉบับรูปเล่ม

sds

 

#มาร์ลันจะเป็นพระเอก

คอมเมนท์ = กำลังใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 469 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,179 ความคิดเห็น

  1. #1603 Kanomjeennamya (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 13:15
    อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้ฉันรู้ว่าตัวเป็นคนใจง่ายเหลือเกิน 55 อยากลงเพิ่มอีกสักเรือจัง
    #1,603
    0
  2. #1592 love_forever 1992 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 17:36

    ฮื้อ!! พวกพระชายาจะจำน้องได้ไหมนะ ลุ้นมากแม่!!
    #1,592
    1
    • #1592-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      4 มีนาคม 2563 / 21:10
      ลุ้นสุดๆ เลยเนอะ > <
      #1592-1
  3. #1582 เอนมะ (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 08:21
    อยากได้อะ//ดิ้นๆ
    #1,582
    4
    • #1582-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      4 มีนาคม 2563 / 10:37
      อันนี้หมายถึงมิวเรย์หรือว่าหนังสือคะ? 55555
      #1582-1
    • #1582-3 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      4 มีนาคม 2563 / 21:07
      ค่อยๆ เก็บเงินไปก็ได้นะคะ > < ไรท์ปิดพรีตั้ง 28 มีนาแน่ะ
      #1582-3
  4. #1579 Paperbags (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 03:29
    รออีบุ๊คเลย
    #1,579
    1
    • #1579-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      4 มีนาคม 2563 / 06:58
      อีบุ๊คเล่มแรกวางขายในเว็บแล้วนะคะ ส่วนเล่มสองมาปลายมีนานี้ค่ะ
      #1579-1
  5. #1576 Meiw_55 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 22:44
    ไรท์จะลงจนจบมั้ยคะ แง้
    #1,576
    1
    • #1576-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      4 มีนาคม 2563 / 06:57
      ลงจบค่ะ ^ ^
      #1576-1
  6. #1575 tpsfchsmohkgrk (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 18:27
    เขาควรเป็นของหนู แม่!!!!!!
    #1,575
    1
    • #1575-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      4 มีนาคม 2563 / 06:57
      ขนาดนั้นเลยเหรอคะ 55555
      #1575-1
  7. #1574 เด็กน้อยผมสั้น (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 18:10
    มิวเรย์โหดสุดดด
    #1,574
    1
    • #1574-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      4 มีนาคม 2563 / 06:57
      ไม่โหดไม่ได้มารังแกนายเอกเรานี่นา > <
      #1574-1
  8. #1573 UNicornG (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 18:08
    คิดถึงอาซราเเล้ว
    #1,573
    2
    • #1573-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      4 มีนาคม 2563 / 06:56
      เดี๋ยวได้เจออาซราแล้ว
      #1573-1
  9. #1572 :: Mosifer :: (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 15:36

    มิวเรย์กะคือหวงมากจย้า คนของข้าใครอย่าแตะ พ่อทูนหัวมั่กๆ

    #1,572
    1
    • #1572-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      4 มีนาคม 2563 / 06:56
      คนสำคัญโดนทำร้ายต้องสู้ค่ะ > <
      #1572-1
  10. #1571 Lemonlily (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 14:56
    อัพเช้า 1 ตอน เย็น 1 ตอน ได้จะดีมากค่า
    #1,571
    1
    • #1571-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      4 มีนาคม 2563 / 06:55
      เดี๋ยวๆ > <
      #1571-1
  11. #1570 aonapipan (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 13:53
    เอาอีกกกกกกกกกกกกๆๆ😻
    #1,570
    1
    • #1570-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      4 มีนาคม 2563 / 06:55
      เดี๋ยวไรท์มาต่อค่ะ ใจเย็นนะ 55555
      #1570-1
  12. #1569 MeloMonnn (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 13:07
    รอออออ
    #1,569
    1
    • #1569-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      4 มีนาคม 2563 / 06:54
      ค่า เดี๋ยวไรท์มาต่อน้า ^ ^
      #1569-1
  13. #1568 ja_sang26 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 11:43
    สั่งซื้อเนี่ยชุดนึงรวมทั้ง2เล่มเลยมั้ยคะ
    #1,568
    1
    • #1568-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      3 มีนาคม 2563 / 11:46
      ใช่ค่ะ สองเล่มจบเลย ^ ^
      #1568-1
  14. #1567 p-q5 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 11:30
    ตอนแรกคิดว่าบริท ตอนนี้ไม่แน่ใจละนะ555
    #1,567
    1
    • #1567-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      3 มีนาคม 2563 / 11:49
      เดี๋ยวรอดูไปเรื่อยๆ ค่ะ เดี๋ยวก็รู้ > <
      #1567-1
  15. #1566 Shigama (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 10:33
    จาได้ไปหาถวกอาซราแล้ววว พวกเขาจาจำน้องได้มั้ยอ่า งืออออ
    #1,566
    1
    • #1566-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      3 มีนาคม 2563 / 11:49
      ต้องมารอดูกันค่ะ > <
      #1566-1
  16. #1565 Nnamtnb (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 09:44
    สนุกมากรอตอนต่อไป
    #1,565
    2
    • #1565-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      3 มีนาคม 2563 / 11:48
      ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไรท์มาลงน้า ^ ^
      #1565-1
  17. #1564 Parichat1009 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 09:24
    ค้างมากจ้าาาา
    #1,564
    2
    • #1564-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      3 มีนาคม 2563 / 11:48
      เดี๋ยวพรุ่งนี้ไรท์มาลงต่อค่า > <
      #1564-1
  18. #1563 I'm Princess. (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 09:22
    แอบใจหายตอนเหลือ2คน นึกว่าน้อนลันกะน้อนเอล์ฟจะพลาดไม่ได้ไปแอสการ์ดซะแล้ว ลุ้นจะแย่
    #1,563
    1
    • #1563-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      3 มีนาคม 2563 / 11:47
      เกือบจะไม่ได้ไปเจอพวกอาซราแล้วเนอะ T T
      #1563-1
  19. #1562 ฟอร์รี่ (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 09:21

    คนของข้าใครก็ห้ามแตะระ 555
    #1,562
    1
    • #1562-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      3 มีนาคม 2563 / 11:47
      ถูกต้องที่สุด!
      #1562-1
  20. #1561 kontuayp (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 09:12
    กลิ่นอายคล้ายบริทเลย TT
    #1,561
    1
    • #1561-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      3 มีนาคม 2563 / 11:47
      เหมือนบริทท์แต่ไม่ใช่บริทท์น้า > <
      #1561-1
  21. #1560 worajaroen2517 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 01:30

    ฮึก ฮือออ
    #1,560
    1
    • #1560-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      3 มีนาคม 2563 / 06:47
      ค่อยๆ เก็บเงินไปก็ได้น้า > < ไรท์ปิดพรีตั้งวันที่ 28 แน่ะ
      #1560-1
  22. #1559 GniStar (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 23:49
    นางไม่ได้ละเมอลูก!!!!
    #1,559
    1
    • #1559-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      3 มีนาคม 2563 / 06:47
      นายเอกเขาง่วงค่ะ เลยไม่ทันคิด 55555
      #1559-1
  23. #1558 Kwanchanook (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 23:14
    ติดปีกบินไปแล้ว
    #1,558
    1
    • #1558-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      3 มีนาคม 2563 / 06:45
      เรือติดสปีดจนเหินฟ้าได้!
      #1558-1
  24. #1557 เด็กน้อยผมสั้น (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 22:25
    ร้ายมากกก
    #1,557
    1
    • #1557-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      3 มีนาคม 2563 / 06:46
      ต้องร้ายบ้างอะไรบ้าง > <
      #1557-1
  25. #1555 pop3y3 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 21:02
    ร้ายกาจจจ
    #1,555
    1
    • #1555-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 46)
      3 มีนาคม 2563 / 06:45
      คนชมมิวเรย์เยอะทีเดียวนะคะ 55555
      #1555-1