[ fan-fiction Kimetsu no yaiba] 炎柱の妻 (Rengoku Kyoujurou x OC)

ตอนที่ 17 : ตอนที่ ๑๗

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,183
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 153 ครั้ง
    2 มี.ค. 63

 

๑๗

 

วันนี้หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จเรียบร้อย เธอกับคุณเคียวจูโร่ก็มายังบ้านตระกูลชิซูเอะที่ไร้ผู้อาศัยมานานสองนาน ดีที่ยังมีคนอาสาเข้าไปปัดกวาดดูแลอยู่บ้างมันจึงไม่ได้รกร้าง อีกทั้งเธอยังยกเรือนหลังนี้ให้ท่านน้าคางายะให้ท่านได้นำไปใช้สอยเพื่อผลประโยชน์แก่กลุ่มพิฆาตอสูร ดังนั้นเรือนหลังนี้เลยเป็นที่พำนักของนักดาบของกลุ่มอยู่หลายคนที่อาศัยพักผ่อนก่อนออกไปทำภารกิจ

พอวันนี้เธอกับคุณเคียวจูโร่จะเข้ามารื้อของใต้เพดานบ้านก็เลยมีพวกนักดาบอาสามาช่วยอีกแรง อีกทั้งตอนผ่านทางเธอยืนคุยกับคุณคันโรจิเสาหลักความรักกับทักทายคุณอิกุโระก็เลยได้ทั้งสองคนมาช่วยอีกแรงหนึ่ง เพราะก่อนหน้านั้นเธอทำขนมเค้กฝากไปให้ทานเล่นผ่านคุณอิกุโระ เราเลยสนิทสนมกันเพราะเรื่องทำขนมฝรั่งนี่ล่ะ

“เพดานบ้านชิซูเอะนี่สูงจังนะคะ” อีกฝ่ายว่า มิซูโกะมองคุณคันโรจิแล้วพยักใบหน้ารับ

“เจ้าค่ะ…เพดานเป็นทำสูงเพราะพ่อท่านเล่าว่าบรรพบุรุษท่านไม่ชอบความรู้สึกคับแคบ อีกอย่างห้องนี้เป็นห้องส่วนกลางที่ตรงตามคติทำเลทอง ท่านบรรพบุรุษเลยเอาไว้เป็นห้องหิ้งพระและห้องคัดลอกพระธรรม” เธอว่าแล้วมองเพดานที่ยกสูงกว่าเพดานบ้านในห้องอื่น

ห้องนี้มีกลิ่นสะอาดสะอ้านเหมือนเกลือสมุทร อบอวนไปด้วยกลิ่นของธูปหอมและกำยานที่ใช้ในการทำสมาธิ เป็นทำเลของห้องที่ดีไม่น้อยเลยสำหรับมิซูโกะ เพียงแต่ด้วยเพราะมีกลิ่นธูปหอมแบบโบราณมิซูโกะเลยไม่ได้เข้าไปใกล้นัก เธอกำลังท้องอยู่กลัวว่าจะทำให้มึนหัวเอาได้

“เพดานห้องอื่นไม่เห็นเจออะไรเลย ข้าลองเคาะดูแล้วข้างบนน่าจะมีอะไรบางอย่างอยู่เพราะเสียงเคาะแปลกไป ไม่กลวงเปล่าแต่มีอะไรสะท้อนให้เสียงเคาะเพี้ยน” คุณอิกุโระว่าจากนั้นก็สั่งให้นักดาบของกลุ่มไตบันไดขึ้นไปเปิดช่องเพดานแล้วค้นหาของที่ซ่อนเอาไว้อยู่ลงมา

คุณเคียวจูโร่เองก็ขึ้นไปด้วย เขาช่วยนักดาบหอบหีบเก่า ๆ จำนวนหนึ่งลงมาวางไว้ที่ลานของหิ้งพระ หีบใบใหญ่ยักษ์พวกนั้นถูกปิดผนึกเป็นอย่างดี เป็นหีบที่พิเศษมากเพราะไม่มีช่องหรือรอยต่อที่ผยอให้อากาศเข้าไปได้เลย มันเหมือนกล่องข้าวที่ถูกเทปห่อปิดเป็นอย่างดี

มิซูโกะเริ่มรู้สึกไม่สู่ดีเท่าไหร่นัก รูปลักษณ์และลวดลายของหีบทำให้หดหู่ขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุราวกับว่ามีความรู้สึกอะไรบางอย่างทำให้เธอสั่นกลัวและท้องม้วนอยากจะอาเจียนขึ้นมาเสียอย่างนั้น

มีหีบใบหนึ่งที่มีรูกว้าง…

ช่องกว้าง ๆ กลม ๆ ที่เธอคุ้นเคย…

“คุณมิซูโกะ!”คุณคันโรจิเข้ามาพยุงเธออย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยเสียงเรียกของคุณเคียวจูโร่ สามีของเธอที่ตื่นตกใจและพุ่งเข้ามาประคองอย่างหวงแหน ทั้งสองคนค่อย ๆ ประคองให้เธอนั่งลงก่อนจะมองมาด้วยสีหน้าที่ห่วงใย

“ข้าจำได้แล้ว…จำได้แล้ว…”เธอพึมพำพร้อมดวงตาที่เบิกโต“อสูรไม่ได้บุกเข้ามาภายในบ้าน แต่มันถูกขังอยู่ในบ้านหลังนี้มาโดยตลอด” ร่างกายมิซูโกะสั่นไหวพร้อมน้ำเสียงที่สะเทือนใจ“เพราะไม่รู้วิธีฆ่าที่แท้จริง ท่านเจ้าบ้านอุบุยาชิกิรุ่นที่เก้าสิบจึงตัดสินใจผนึกร่างของมันเอาไว้แยกในหีบบุเหล็กที่ตีจากแร่เหล็กอาบแดดกล้า วันนั้น…วันนั้นเพดานบ้านถล่มลงมา หีบที่ถูกปิดตายใบหนึ่งหล่นออกมาแล้วเปิดโดยบังเอิญ”

หัวใจของมิซูโกะเต้นด้วยความระทึก รัวเร็วจนเจ็บปวดไม่น้อย

ภาพของเหตุการณ์หายนะนั้นปรากฏขึ้นเป็นฉาก ๆ

“หีบส่วนหัวถูกเปิด หัวอสูรที่ยังมีชีวิตอยู่ลืมตาขึ้นจากนั้นก็ตะโกนสาปช่างสายเลือดของบ้านอุบุยาชิกิ ลิ้นของมันตวัดฆ่าแม่ของข้าที่วิ่งเข้ามาช่วย หัวของแม่ท่านกระเด็น…มันยึดร่างของท่านแม่ข้าไป ส่วนตัวข้าถูกพี่ชายเข้ามาช่วย พี่บอกให้ข้าซ่อนในหีบที่มีรูใบนั้น ข้าเห็นพี่ชายถูกสังหาร ส่วนร่างของแม่ที่ยังเหลือจิตสำนึกอยู่ก็พยายามหนีการควบคุมก็ตัดสินใจใช้ดาบตัดคอตัวเองอีกครั้ง…หัวอสูรร่วงและพยายามไล่หาร่างใหม่ แต่มันไม่รับรู้การมีอยู่ของข้า เพราะในกล่องมีเกลือและกำยานกลบกลิ่นเอาไว้”

มิซูโกะพูดไม่ออก…

ที่แท้เธออาศัยอยู่กับอสูรมาโดยตลอดหรือนี่

“แล้วยังไงต่อ อสูรมันหนีไปรึ?เจ้าค่อย ๆ เล่าให้ละเอียดเถอะ เรื่องนี้เรื่องใหญ่ไม่น้อย ต้องรีบจัดการให้เสร็จสิ้นเหมือนคราวเจ้าอสูรเครื่องหอมตนนั้น…เร็นโงคุเจ้าให้ยาดมสมุนไพรนี่แก่นางหน่อยเถอะ” คุณอิกุโระว่าจากนั้นยื่นยาสมุทรไพรหอม ๆ มาให้เธอสูดให้สดชื่นแก้อาการท้องไส้ปั่นป่วนอยากจะอาเจียน

“ส่วนอื่น ๆ ยังอยู่ในหีบห้ามเปิดนะ!”เธอร้องเตือนก่อนว่าต่อด้วนความหวาดหวั่น“อสูรตนนี้ฆ่าไม่ตายด้วยแสงอาทิตย์ง่าย ๆ ข้าเห็นมันต้องแสงยามเย็นก็ยังไม่ตายโดยง่าย ขำได้ว่าส่วนหัวนั้นหลังจากคำรามและกรีดร้องมันก็พยายามพังเพดานบ้าน เพียงแต่ว่าเพดานพิเศษนี้ทำให้มันทำเช่นนั้นไม่ไป เมื่อมันไม่ได้ร่างกายคืนมาก็ดูเหมือนจะสงบและหลับไป…แต่ข้ากลับร้องไห้และปลุกมันตื่นขึ้นมา ข้าจึงต้องวิ่งหนีเอาตัวรอด ช่วงนั้นเริ่มมืดค่ำ…ข้าสติแตกสะดุดหินตกลงไปที่บ่อน้ำข้างบ้าน อสูรตามข้ามาถึงในบ่อน้ำ…ข้าจำได้ว่าตัวเองใช้ปิ่นโอกิบิระของตัวเองแล้วก็ยันต์ป้องกันอสูรที่พ่อมอบให้ปักไปที่กลางศีรษะ…แต่ก็หัวก็ถูกกระแทกจนสลบ แต่จำได้ว่าหัวอสูรนั้นกลายเป็นหินจมน้ำไปแล้ว แต่ทว่าอาจเพราะจมน้ำความทรงจำเลยหายไปล่ะมั้งเจ้าค่ะ…”

เธอว่าจากนั้นก็ขนลุกชัน…

ที่แท้อสูรตนนั้นก็ยังคงฝากร่างเอาไว้ที่บ้านของเธอ…

“สยองเกินไปแล้ว…”คุณคันโจริมีท่าทีวิตกเล็กน้อยพร้อมเหงื่อที่พรุดพรายบนใบหน้า ส่วนสองชายนักดาบที่ได้ฟังก็พยักใบหน้ารับอย่างเข้าใจและเคร่งเครียดขึ้นมา

“บ่อน้ำด้านหลังบ้านที่ถูกท่านคิชิปิดใช่หรือไม่?ข้าจำได้ว่าท่านคิชิเล่าว่าเป็นเพราะเจ้าเกือบจมน้ำตาย ท่านเลยปิดบ่อน้ำนั่นเอาไว้ถาวรเสีย” คุณเคียวจูโร่ถามเธอที่หน้าซีดอยู่ไม่น้อย

มิซูโกะพยักใบหน้ารับ

“ข้าจะนำเรื่องนี้ไปปรึกษานายท่านก่อน ถ้าจัดการมันไม่ได้ก็ต้องหาวิธีฆ่าที่ถูกต้องให้ได้ เร็นโงคุ เจ้าพาภรรยาของเจ้ากลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ แล้วเราเสาหลักอาศัยการประชุมพรุ่งนี้หารือวิธีการจัดการอสูรตนนี้คงจะดีกว่า” คุณอิกุโระว่าอย่างมีเหตุผล

“อื้ม! ข้าเองก็เห็นสมควรเช่นนั้น เป็นอสูรย่อมต้องมีวิธีกำจัด”เขาว่าด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมขึ้นจากนั้นก็หันมายังเธอแล้วกล่าวต่อ“มิซูโกะเจ้าไม่ต้องกังวลไป เรื่องนี้ให้ข้าจัดการเอง”

มิซูโกะพยักใบหน้ารับไม่ได้โต้เถียงอะไร

แล้วเจ้าอสูรที่ท่านพ่อข้าไล่ล่าตนนั่น…คืออสูรอีกตนนั้นรึ

“เคียวจูโร่…เหมือนว่าอสูรคู่แค้นที่พ่อข้าไล่ล่าจะเป็นอสูรอีกตน” เธอเริ่มผ่อนคลายและควบคุมสติของตนเองมากขึ้นแล้วบอกเรื่องสำคัญ คุณเคียวจูโร่พยักใบหน้ารับพร้อมคำว่า‘อื้ม!’เสียงดังอย่างเข้าใจแล้ว

“เช่นนั้นคงจะต้องระมัดระวังรอบคอบมากกว่าเดิม” เขาว่าจากนั้นก็ช้อนตัวเธออุ้มขึ้น เตรียมพาเธอกลับไปยังเรือนพำนักของเขา แล้วสั่งการให้นักดาบที่อาศัยอยู่เฝ้ากล่องเหล่านี้เอาไว้ให้ดี รวมทั้งไม่ให้ใครเข้าไปวุ่นวายกับบ่อน้ำที่ถูกปิดตายบ่อนั้นอีกด้วย

มิซูโกะเองก็รู้สึกกังวลใจไม่น้อย

วิธีการปราบอสูรที่ไม่ตายด้วยแสงแดดตนนี้เป็นเรื่องยาก เธอไม่เข้าใจว่าทำไมแสงแดดจึงเอาชนะมันไม่ได้กัน บางทีมันอาจจะมีเหตุผลลับซ่อนอยู่ก็เป็นได้ คนเจ็ดรุ่นก่อนพยายามที่จะจัดการมัน ดังนั้นคนเจ็ดรุ่นก่อนก็น่าจะเก็บบันทึกเกี่ยวกับมันเอาไว้บ้าง บางทีบ้านชิซูเอะเองก็น่าจะมีบันทึกของบรรพบุรุษเก็บเอาไว้ เธอคงต้องให้คุณเคียวจูโร่ลองรื้อมาอ่านดูเสียแล้ว

 

. . .

 

ยามบ่ายของวันต่อมา

ดูเหมือนว่าการประชุมเสาหลักในวันนี้จะยามนานเป็นพิเศษ จนกระทั่งคุณเคียวจูโร่กลับมาพร้อมใบหน้าที่ดูจะอ่อนล้าเล็กน้อยจากการประชุมตั้งแต่เช้าตรู่ แน่นอนว่าพอมิซูโกะเห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าไม่สดชื่นแจ่มใสเหมือนแต่ก่อนนั้น เธอก็ลุกขึ้นค่อย ๆ ขยับตัวไปลงน้ำชาให้อีกฝ่ายดื่มแก้กระหายเสียก่อนจะไต่ถามเรื่องราว

“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” เธอไต่ถามอีกฝ่ายที่นั่งลงข้าง ๆ

“จากที่สืบค้นหลักบันทึกทั้งฝั่งของบ้านเจ้าและฝั่งของนายท่านดูแล้ว ก็พอจะเดาได้ถึงความร้ายกาจของอสูรตนนี้มาบ้าง มันเป็นอสูรจากสมัยเฮกันมีกำเนิดประหลาดอยู่บ้าง ไม่ใช่ว่ามันไม่แพ้แสงแดด เพียงแต่ต้องเป็นแดดยามเที่ยงตรงเท่านั้นที่แรงจนสามารถแผดเผาให้มันตายได้…ในยุคเอโดะเล่าว่ามันได้รับดอกพลับพลึงสีน้ำเงินจึงทำให้ทนทานต่อแสงอาทิตย์อยู่บ้าง”

เขาเล่าให้ฟังอย่างช้า ๆ ไม่รีบร้อน แม้แต่น้ำเสียงก็เบาบางน่าฟังเหมือนอาจารย์กำลังบรรยายเนื้อหาวิชาเรียนอย่างไรอย่างนั้น

“…ท่านคิชิบิดาของเจ้าท่านเข้าใจจุดนี้จึงออกเดินทางเพื่อตามหาและทำลายดอกพลับพลึงสีน้ำเงิน จนน่าจะพบอสูรตนหนึ่งเข้าให้และเกิดการฟาดฟั่นต่อเนื่องเรื่อยมา อสูรตนนั้นเป็นอสูรข้างขึ้นฝีมือร้ายกาจไม่ธรรมดาเลยประมือกลายเป็นคู่แค้นกันอย่างที่เจ้ารู้”

น่าจะเป็นอสูรที่ท่านพ่อเขียนเอาไว้ว่าฝีมือกระบวนท่าร้ายกาจและรุนแรง ปล่อยเอาไว้ไม่ได้จนจะลกายเป็นภัยของกลุ่มพิฆาตอสูร จึงออกไล่ล่าแม้กระทั่งต้องไปที่ปักกิ่งเพียงลำพังในตอนนั้นจนท่านพ่อป่วยและอ่อนล้าจากการเดินทางและกลับมาสิ้นใจที่บ้านในที่สุด

“ดอกพลับพลึงสีน้ำเงิน…มีด้วยหรือสีนี้”

หรือจะเป็นดอกพลับพลึงในพืชสกุลเดียวกันที่มีสีน้ำเงินนะ?เพียงแต่ว่ามันคงไม่ใช่ดอกพลับพลึงที่มีในประเทศญี่ปุ่นกระมัง พลับพลึงสีน้ำเงินอาจจะปรากฏในฐานะดอกไม้ที่มาจากต่างประเทศกระมั้ง แต่เพราะการดูแลคนละสภาพอากาศและความหายากมันจึงยากที่จะเจริญงอกงาม

“เรื่องนั้นข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน”คุณเคียวจูโร่ว่าต่อ“วิธีกำจัดก็ได้มาแล้ว…ต่อไปเจ้าก็ไม่ต้องกลัวว่าเจ้าอสูรปิ่นตนนั้นทำร้ายเจ้าและลูกแล้ว” เขาว่าคล้ายปลอบขวัญให้เธอคลายกังวลและทำใจให้สบายเพื่อเตรียมตัวที่จะคลอดลูกคนนี้

“เช่นนั้นรบกวนท่านด้วยนะเจ้าคะ” เธอว่าแล้วส่งยิ้มให้คุณเคียวจูโร่สบายใจขึ้น เขาจะได้ไม่ต้องมาพะวงเป็นห่วงเธอจนเสียสมาธิเสียการงานเอาได้

มิซูโกะคิดในใจและภาวนาสั้น ๆ ในใจว่า

‘ข้าขอให้เรื่องราวทั้งหมดผ่านไปได้ด้วยดีเถิด’

ขอโทษที่มาอัปให้ช้านะคะ

พอดีช่วงนี้ไรต์ติดเคลียร์งานเลยหาเวลาว่างไม่ได้จริง ๆ 

ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ 

แต่ตอนนั้นจะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นนิดหน่อย หลังจากนั้นก็อาจจะดรามา เส้า ๆ บ้าง

แต่เรื่องจบสุขนิยมนะคะ ไม่จบแบบ bad end แน่นอน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 153 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #149 khawfang2447 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 16:33
    สนุกมากเลยค่ะ!
    #149
    0
  2. #148 คนหลับมืออาชีพ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 09:13
    รออยู่นะคะ
    #148
    0
  3. #147 YokYokkamonrat (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 13:31

    รออยู่นะคะไรท์ สู้ๆนะคะเค้าจะรอตอนต่อปายย
    #147
    0
  4. #142 som_1010 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 20:53
    ไรท์คะ ยังอยู่ไหมเอ่ย
    #142
    0
  5. #125 LucyTaylor (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 22:08
    อาคาสะเรอะะะ
    #125
    0
  6. #124 Yukari3120 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 10:19

    ทำไมรู้สึกว่าอสูรคู่แค้นนั่นจะเป็นเจ้าหัวชมพูนั่นกันนะ//ไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ยΣ(゚д゚lll)

    #124
    0
  7. #123 LucyTaylor (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:46
    อันที่4ค่า
    #123
    0
  8. #120 -คนขายชานม- (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:12
    อันที่4คะ เราว่ามันดูอบอุ่นแล้วสบายตาดี
    #120
    0
  9. #119 rin_1080 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:05
    อันที่4ค่ะ
    #119
    0
  10. #118 waikawai (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:27
    ชอบอันที่4คะ
    #118
    0
  11. #117 minase yu (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:44
    ชอบอันแรกค่ะ
    #117
    0
  12. #116 ต้าวดำ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:39
    อันที่สี่ก็สวยนะ สีแดงเริศ
    #116
    0
  13. #115 maruyama (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:34
    ชอบอันสองค่ะ ชอบน้องตอนเป็นตัวการ์ตูนน่ารักดีค่ะ
    #115
    0
  14. #114 นักอ่านเเสง(?) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:51
    อันเเรกค่าา
    #114
    0
  15. #113 chion_nai (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:34
    ชอบอันแรกมากกว่าค่ะ
    #113
    0
  16. #112 Lacus1247 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:16
    ชอบอันแรกมากกว่าค่ะ
    #112
    0
  17. #111 wittawat230840 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:14

    อันแรกเลยคะไรท์~~ จะรออ่านนะคะ
    #111
    0