[ fan-fiction Kimetsu no yaiba] 炎柱の妻 (Rengoku Kyoujurou x OC)

ตอนที่ 16 : ตอนที่ ๑๖

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 827
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 107 ครั้ง
    2 มี.ค. 63

 

๑๖

 

ย่างเข้าเดือนที่เจ็ดใกล้จะแปดของการตั้งครรภ์ กลางดึกที่เงียบสงัดมิซูโกะอาเจียนปนเลือดพร้อมอาการกับกระอักเลือดอยู่บ่อยครั้ง ร่างกายที่จู่ ๆ มั่นคงกลับเกิดสะดุดและทรุดตัวลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ เพียงแค่ข้ามคืนเดียวเท่านั้นเส้นผมของมิซูโกะก็แปรเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดเหมือนคนขาดพลังชีวิตในร่าง แต่ถึงกระนั้นร่างกายก็ไม่ได้อ่อนแรงหรือรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว ผิดแปลกไปจากสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น สี่วันต่อมาเธอก็กลับมาแข็งแรงเหมือนคนปกติ แม้แต่คุณโคโจก็หาสาเหตุไม่พบและกลายเป็นความกังวลใจของคุณเคียวจูโร่ ซึ่งมิซูโกะก็รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่นักที่เป็นว่าอีกฝ่ายเป็นเช่นนี้

ช่วงสี่วันที่ผ่านมานี้…

มิซูโกะฝันประหลาดเกี่ยวกับอสูรตนหนึ่ง แม้ยามตื่นมาจะจำไม่ได้ว่าอสูรตนนั้นหน้าตาเป็นเช่นไร แต่เธอกลับรู้สึกได้ว่าอสูรตนนั้นกำลังเคลือบคลานเข้ามาอย่างเชื่องช้า มันเฝ้าตามหาเธอและ พูดประโยคซ้ำ ๆ ที่ว่า ‘สายเลือดของอุบุยาชิกิจะต้องจบสิ้น’ วนเวียนไปจนมิซูโกะเริ่มหวาดกลัวขึ้นมาอย่างจริงจัง

เธอนำเรื่องนี้ไปปรึกษาท่านน้าคางายะ…

จากนั้นก็สรุปได้คราว ๆ จากลางสังหรณ์ของสายเลือดได้ว่า ‘อสูร’ ตนนี้จะต้องปรากฏตัวขึ้นอย่างแน่นอน อาจเพราะกลิ่นอายของเด็กในครรภ์และจิตและร่างของเธอที่ไม่มั่นคงทำให้มันเริ่มสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของเธอขึ้นมาได้

แต่ทำไมมันถึงรู้ได้?

ข้อนี้มิซูโกะไม่เข้าใจนักว่าอสูรตนนี้มีความสามารถอะไรกันแน่? เธอคิดว่ามันน่าจะเป็นอสูรตนเดียวกับที่สังหารแม่และพี่ชายของเธออย่างแน่นอนโดยไม่ต้องสงสัย แต่การเสียความทรงจำในครั้งนั้นทำให้เธอยากที่จะเข้าใจเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในตอนนี้

ไม่สบาย ๆ เลยจริง ๆ

มิซูโกะคิดจนอปวดหัวไม่น้อย ลูกในท้องก็ต้องบำรุงดูแล เรื่องราววุ่นวายของอสูรก็ต้องจัดการให้เรียบร้อย

จะทำอย่างไรดี?

มิซูโกะชันตัวขึ้นจากฟูกนอน กลางดึงขนาดนี้เธอไม่สามารถข่มตาให้หลับได้เลย เธอลุกขึ้นจากนั้นก็ตัดสินใจที่จะไปรื้อค้นอะไรบางอย่างจากบ้านหลังเดิมของคุณพ่อ จากนั้นก็บอกคุณเคียวจูโร่ที่รู้สึกตัวอย่างรวดเร็วขึ้นมานั่งเฝ้าดูเธอว่าเกิดอะไรขึ้นกัน

“ข้าจะไปรื้อเพดานที่บ้านเดิมเจ้าค่ะ” เธอว่าพร้อมตั้งท่าจะลุกอย่างระมัดระวัง “ข้ารู้สึกว่ามีบางสิ่งที่ต้องค้นอีกรอบ ข้ารู้สึกว่าหากไม่ได้ค้นดูที่เพดานแล้วข้าจะไม่สบายใจเป็นอย่างมาก ต้องเป็นตอนนี้เท่านั้น…ได้โปรดเถอะเจ้าค่ะ” เธอกล่าวด้วยเสียงที่ขึงขังจริงจังแม้ว่าน้ำเสียงจะแคบเบาก็ตาม

ทว่าอีกฝ่ายกลับจับร่างของเธอเอาไว้แล้วประคองให้นอนลงที่ฟูกต่อ

“มิซูโกะ ข้าไม่เห็นด้วยกับความคิดของเจ้านะ กลางดึกอันตรายไม่มีแสงไฟ การขึ้นไปรื้อข้าวของที่เพดานนั้นอันตรายและเสี่ยงเกินไปสำหรับเจ้า เอาไว้ตอนเช้าข้าจะไปค้นดูแทนเจ้าเอง เจ้าไม่ต้องทำอะไร! นั่งดูให้สบายแล้วปล่อยให้ข้าจัดการเองเถอะ!”

เขาว่าด้วยท่าทีจริงจังและเข้มงวดไม่น้อย

มิซูโกะได้ฟังก็ร้อนใจและรู้สึกอึดอัด สองคิ้วของเธอขมวดเข้าหากันเป็นอาการที่แสดงออกมาอย่างไม่พอใจ แต่กระนั้นก็ทำอะไรไม่ได้ จำใจนอนต่อพยายามแล้วข่มตาให้หลับเข้าไวแล้วรอให้เช้าเสียทีแล้วพยายามไม่โกรธคุณสามีที่เข้มงวดเพราะห่วงในเธอ

“เจ้าโกรธข้าหรือ?”เขาถามอย่างตรงไปตรงมา

“ข้าเพียงหงุดหงิดกับสิ่งที่ค้างคาใจเจ้าค่ะ ไม่ได้โกรธท่านหรอก” มิซูโกะบ่ายเบี่ยงเล็กน้อย พอคิดได้สีหน้าที่งอแงก็ค่อย ๆ จางหายไป แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่ง่วงอยู่ดี ทั่งนับแกะทั่งท่องบทสวดมนต์แล้วแท้ ๆ ก็ข่มตาหลับไม่ได้

หรือเพราะเธอกลัวว่าจะฝันร้ายอีกกันนะ?

“ข้ารู้ว่าหลายวันนี้เจ้าคงจะกลัว แต่ข้าอยากให้เจ้าวางใจและเชื่อมั่นในตัวข้า สามีคนนี้ไม่มีทางปล่อยให้เจ้าเผชิญหน้ากับความยากลำบากอย่างแน่นอน”

มิซูโกะไม่ตอบ

เธอรู้ดีว่าอีกฝ่ายคิดเช่นไรและจะทำเช่นไร

“เคียวจูโร่ ไม่ใช่ว่าข้าไม่ไว้วางใจท่าน ข้ากลัวว่าความผิดพลาดทั้งหมดจะเป็นเพราะตนเองล้วน ๆ ข้ามีนิสัยขี้กดดันตนเองและแก้ไม่หาย หรือเพราะที่ผ่านมาตัวคนเดียวจึงยากที่จะวางใจให้ใครช่วยเหลือได้ก็ไม่ทราบ”

“ทำใจให้สบายเถอะ ภาระทุกอย่างในช่วงนี้ข้าจะรับผิดชอบเอง ขอให้มุ่งมั่นดูแลรักษาครรภ์และสุขภาพของเจ้าให้แข็งแรงไว้ก่อน! เรื่องอื่นไม่ต้องรีบร้อนไปนักหรอกนะ!” เคียวจูโร่ว่าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนมากขึ้นต่างไปจากก่อนหน้านี้

มิซูโกะพยักหน้ารับ

“…เด็กคนนี้แข็งแรงมาก ต่อให้ร่างกายข้าเป๋ไปบ้างก็ไม่กระเทือนต่อเขาเลย” เธอว่าไม่อยากให้อีกฝ่ายเป็นห่วงเรื่องลูกมากนัก แน่นอนว่าเจ้าเด็กคนนี้เหมือนคุณเคียวจูโร่อย่างแน่นอน เป็นคนมีพรสวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัยเลย

“ถ้าเป็นชายข้าให้ชื่อเคียวสุเกะ หากเป็นหญิงข้าให้ชื่อเคียวโกะ”

เขาเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางของคนที่กำลังจะเป็นพ่อคน

แบบว่า…เป็นหนุ่มที่แต่งงานและมีภาระลูกเมียแล้วประมาณนั้น

“เจ้าค่ะ” เธอรับคำสองมือลูบหน้าท้องนูนโตของตนเอง โตจนอายุยี่สิบห้าไม่เคยมีประสบการณ์คลอดลูกมากก่อน อดตื่นเต้นและหวาดกลัวไม่น้อย เพื่อนสาวที่เล่าให้ฟังตอนคลอดลูกต่างก็พูดว่าเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสจนต้อง ๆ รีบเบ่งให้ออกจากร่างเสียที

เอาน่า ๆ ถือซะว่าลองเชิงก่อนกลับโลกปัจจุบันไปก็แล้วกัน

มิซูโกะแอบยิ้มเล็กน้อยจากนั้นก็มองมืออีกฝ่ายที่สัมผัสหน้าท้องกลมโตของตัวเอง ตอนนี้สีหน้าของคุณสามีดูนุ่มนวลและมีความสุขมาก อาจเพราะเจ้าตัวเล็กในท้องของเธอกำลังดิ้นและถีบฝ่ามือของอีกฝ่ายล่ะมั้งนะ

“ปกติเขาดิ้นและทำรุนแรงเช่นนี้ต่อเจ้าหรือ” เคียวจูโร่ถามอย่างประหลาดใจ

“อีกเดือนกว่าก็ใกล้จะคลอดแล้ว เด็กคนนี้พลังล้นเหลือมาก จนทุก ๆ วันข้าจะคอยนับดูว่าเขาดิ้นเป็นปกติหรือไม่ หากหยอกล้อแกล้งจิ้มแล้วถีบชกกลับก็แปลว่าเขาแข็งแรงตอบสนองดี” เธออธิบายอีกฝ่ายเพราะไหน ๆ ก็นอนไม่หลับแล้วจึงหาเรื่องชวนคุยไปเสียเลยจนกว่าหนังตาจะปิด

“มิซูโกะ…ทำไมข้าถึงอยากมีลูกตั้งสามคน ข้าเห็นตนเองเช่นนั้นก็ยังไม่เข้าใจดีนักถึงความกระตือรือร้นของตนเอง อีกทั้งข้ายังเข้าใจแล้วว่าสังคมในยุคนั้นการมีลูกสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย”

ทำไมถึงอยากมีลูกสามคน?

เหตุผลนี้ไม่ได้พิเศษอะไรมากนัก

อาจเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอในคราวนั่นล่ะมั้ง…

“ข้าไม่รู้ว่าทำไมท่านถึงคิดเช่นนั้น ท่านพูดว่ามีลูกคนเดียวก็คงจะเหงาไป สองคนก็คงจะเล่นไม่สนุก ถ้างั้นสักสามคนก็แล้วกันไม่น้อยเกินไปไม่มากเกินไปน่ะ” เธอว่า“จริง ๆ สมัยที่เรายังเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง ข้าถามท่านว่าถ้าแต่งเมียแล้วคิดจะมีลูกหลานกี่คน ท่านตอบว่า คนเดียวก็พอและบางทีอาจจะไม่คิดมี…ก่อนหน้านั้นที่ข้าจะคบหากับท่าน ข้าเคยคบหากับชายที่พ่อท่านนัดดูตัวให้ช่วงมหาลัย”

มิซูโกะแงนใบหน้ามองดูสามีที่มีทีท่าตกอกตกใจ พอพูดว่าเธอเคยคบหากับชายอีกคนที่ไม่ใช่เขา อีกฝ่ายก็ดูมีท่าทีไม่สบอารมณ์ขึ้นมาเสียอย่างนั้น คิ้วสองข้างขมวดใบหน้าพลันเคร่งขรึมขึ้น

“…ผู้ชายคนนั้นไม่ดีตามทีพ่อท่านว่ามา จะพูดให้ถูกเลยก็คือเป็นคนนิสัยไม่ดีมาก ข้าไม่ชอบเขาเท่าไหร่นัก แต่เพราะทางพ่อเป็นหนี้บุญคุณเขา ท่านก็เลยกดดันดังนั้นจึงต้องตอบรับไมตรีไป มีอยู่วันหนึ่งข้าทะเลาะกับอีกฝ่ายเรื่องแต่งงาน ข้าไม่ชอบ ไม่อยากแต่ง แต่เพราะอีกฝ่ายแก่มากแล้วยังไม่มีภรรยา เขาจึงต้องการแต่งกับข้าให้ข้าลาออกจากมหาลัยไปดูแลเขา วันนั้นข้าถูกเขาซ้อมตบตีด่าทอซะจนสภาพไม่สู้ดีแข่งขาหักหัวแตกเลยเชียว วันนั้นถ้าไม่ใช่เพราะวันนั้นถูกลอบกัดล่ะก็นะข้าสวนคืนไปแล้ว ดีที่ท่านมาช่วยข้าเอาไว้ทันก็เลยไม่ตายไปซะก่อน พอฟื้นข้าก็โมโหมาก โวยวายระบายให้ท่านฟังยกใหญ่เลยเชียว”

มิซูโกะเงียบจากนั้นก็เล่าต่อ

“ท่านน่ะบอกว่าท่านจัดการชายคนนั้นไปแล้ว เล่นซะน่วมไม่น้อยเลย แถมยังใช้เส้นสายกับตำรวจทำให้ไอ้บ้านั่นจำคุกไปสิบปีเลยเชียว ท่านบอกให้ข้าสบายใจได้แล้ว แต่ตอนนั้นข้าแค้นใจก็เลยบ่นต่อสวนคำปรามาสที่คนผู้นั้นพูดเอาไว้ ข้าพูดไปว่า ‘รุ่นพี่! ฉันน่ะจะต้องสวยน่ารักมากขึ้นกว่าเดิม เรียนเก่งทำงานดีเงินเดือนสูง ๆ ให้เหนือกว่ามัน แล้วเดือนจะหน้าต้องมีผู้ชายที่ดีที่สุดในชีวิตมาขอคบหาด้วย จากนั้นภายในสามปีนี้ผู้ชายคนนั้นจะต้องมาขอฉันแต่งงาน แล้วพอแต่งงานฉันต้องมีลูกให้ได้อย่างน้อยสามคนให้ได้เลย!’ และข้าก็ไม่รู้ว่าท่านคิดอะไรกันแน่ เดือนต่อมาท่านก็มาขอข้าคบหาดูใจ สามปีต่อมาขอข้าแต่งงานจนข้าตกใจกลัว จากนั้นก็พูดว่าจะต้องมีลูกสามคนให้ได้เลย”

เธอเล่าไปพลางยิ้มไปด้วยความเก้อเขิน

“ข้าเล่นงานไอ้คนผู้นั้นจนน่วมเลยรึ?”

“เจ้าค่ะ” เธอว่า

“หนักเท่าใดรึ?”

“ท่านชกอีกฝ่ายจนสลบ กรามและคางแตก จมูกหักแล้วก็หน้าบวมเป่งเลยล่ะ เรื่องเอาคืนไม่เท่าไหร่ เรื่องเส้นสายกับพวกตำรวจนี่สิ คุกสิบปีไม่ใช่น้อย ๆ เลยเชียว จากนั้นท่านก็ห่วงข้ามาก ทุกวันหลังเลิกเรียนต้องหาข้ออ้างมารับมาส่งข้าตลอดเลย”

“แบบนั่นน่ะสมควรทำไม่ใช่รึ อีกอย่างจะไม่ให้ห่วงเจ้าได้อย่างไร เป็นสตรีอยู่บ้านเพียงลำพังนั้นอันตรายไม่น้อยเลย” เขาว่าอย่างจริงจัง

“ก็ถูกของท่าน ที่ผ่านมาข้าประมาทเกินไป ไม่ระมัดระวังทำให้เกิดอันตรายเช่นนั้นขึ้นมา” มิซูโกะไม่ได้ปฏิเสธ “ท่านนี่ก็นะ ตอนนี้เริ่มจะจำข้าได้ขึ้นมาไม่น้อยเลย ข้าล่ะกลัวจริงจริ๊งว่าท่านจะจำเรื่องบ้า ๆ บอ ๆ ของข้าขึ้นมาได้”

“เรื่องที่หนีการขอแต่งงานของข้าน่ะรึ?”

“!” มิซูโกะสะดุ้งเล็กน้อย

“เรื่องนั้นข้าได้เห็นแล้วก็ทั้งขำและทั้งเครียดในคราวเดียวเลยจริง ๆ” อีกฝ่ายหัวเราะเสียงดังไม่น้อยจากนั้นก็ประกบฝ่ามือที่หลังมือของเธอแล้วลูบเบา ๆ สองสามที

“ข้าไม่คุยด้วยแล้ว ขอหลับดีกว่านึกถึงเรื่องที่อับอายในตอนนั้น” เธอว่าจากนั้นก็ค่อย ๆ หันตัวตะแคงนอนอีกหันหลังใส่คุณเคียวจูโร่แล้วข่มตานอนหลับทำเป็นไม่ได้ยินเสียงหัวเราะของอีกฝ่ายหรือน้ำเสียงเย้าแหย่ที่ตามหลังมา แต่กระนั้นเพียงเวลาสั้น ๆ เธอก็ยังรับรู้ได้ถึงฟูกนอนที่ถูกย้ายมายังฝั่งที่เธอนอนตะแคงตัวเข้าหาพร้อมลมหายใจที่อบอุ่นจากจังหวะที่เขาจุมพิตที่หน้าผากของเธอ

มิซูโกะคิดในใจอย่างเอียงอายละเป็นสุขเล็กน้อย…

“กู๊ดไนท์นะคะ” เธอเปรยเบา ๆ จากนั้นก็หลับตาลงอีกครั้งหลังจากแอบลืมตาขึ้นมองดูการกระทำของคนตัวใหญ่ข้าง ๆ ฟูกที่นอนอยู่

“กู๊ดไนท์นะครับ ภรรยาคนเก่งของผม” เขาพูดน้ำเสียงไม่หนักไม่เบาจากนั้นโอบเธอเข้ามากอดและนอนหลับไปพร้อมกัน ๆ ท่ามกลางช่วงเวลากลางดึกที่อีกไม่กี่ชั่วโมงจะเข้าสู่ช่วงเช้าตรู่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 107 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #110 SleepyS (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:24
    มดๆๆ มดขึ้นจอแล้วค่าา
    #110
    0
  2. #109 gafill1234gg (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:35
    หวานไปป อร้ายย
    #109
    0
  3. #108 mook123456778 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 06:39
    เเนวนี้เราชอบบบ
    #108
    0
  4. #107 Black Sakura addiction (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 04:29

    หวานมาก หวานขนาดแค่น้ำเปล่ายังหวานเลยจ้าาา
    #107
    0
  5. #106 10243374 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:11
    หวานกันจริงๆ แล้วใต้หลังคานั้นมีอะไร
    #106
    0
  6. #105 manasaporn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:05
    อร้ายยยยยย ไม่รู้จะพูดไรดี
    #105
    0
  7. #104 นักอ่านเเสง(?) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:04
    รู้สึกไม่อยากให้จบเเต่งเเบบครอบครัวสัก100ตอนได้มั้ยคะ?555555
    #104
    0