(จบแล้ว) [fic naruto] ❀ fulfill our heart... (Tobirama x OC)

ตอนที่ 24 : เติมเต็มหัวใจของเรา ❀ ตอนที่ ๒๒ สงครามจบลง...กำเนิดหมู่บ้านโคโนฮะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,394
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    15 มี.ค. 62

     *แทรกตอนพิเศษของมาดาระรวมเอาไว้ในตอนนี้...


     ปีต่อมา

     สียงระเบิดยังคงดังต่อเนื่อง...

     มันก้องและสั่นไปทั่วพื้นดินจนหญิงสาวสามารถรู้สึกได้ วันนี้จระกูลเซ็นจูและตระกูลอุจิวะได้ทำการเปิดศึกสงครามกันอีกครั้ง เพียงแต่ทว่ายุคสมัยผ่านไปจนพวกเขาได้เปลี่ยนผู้นำตระกูลของแต่ละฝ่ายเป็นที่เรียบร้อย ฝ่ายตระกูลเซ็นจูนั้นได้ฮาชิรามะเป็นผู้นำต่อจากท่านบุซึมะ ส่วนฝ่ายอุจิวะได้มาดาระเป็นผู้นำตระกูล

     ตึง!

     แผ่นดินสนั่นหวั่นไหวดังก้องอีกครั้ง และอีกครั้ง ราวกับว่าได้มียักษ์ขนาดใหญ่ต่อสู้กันไม่ปาน

     "โอ๋ๆ ไม่ต้องกลัวไปนะ ประเดี๋ยวพ่อเจ้าก็กลับมา..." ฮิสึงิเอ่ยหญิงสาวยิ้มบางๆให้กับลูกๆทั้งสองที่นอนหนุนตัก สองมือลูบศีรษะด้วยความห่วงใย "ลุงของเจ้าก็เก่งกาจ พวกเขาจะต้องไม่เป็นอะไร..."

     "น้องดิ้นๆ น้องกลัวๆ" ฟุตะมารุกล่าวสองมือเล็กๆลูบที่หน้าท้องนูนใหญ่ของหล่อน ใหญ่ตอนนี้หล่อนตั้งครรภ์ได้ประมาณเจ็ดเดือนแล้วสำหรับลูกคนที่สาม ถึงจะช้าไปหน่อย แต่ก่อนหน้านั้นหล่อนถูกพิษจากตระกูลโดคุซัดเข้าไปเต็มๆ ก็เลยป่วยไข้ ร่างกายอ่อนแอเสียนาน กว่าจะขจัดพิษออกไปได้ก็กินเวลาเป็นเดือนๆ 

     ช่วงนั้นทำให้ท่านโทบิรามะต้องลำบากเลย...

     "น้องของเจ้ากำลังปลอบแม่เท่านั้น น้องเขาไม่ได้กลัวหรอก" หล่อนเอ่ยเบาๆ ถ้าหากไม่เพราะต้องปกป้องลูกสองคน หล่อนคงไม่ล้มป่วยเสียนาน ป่านฉะนี้หล่อนคงเหนื่อยเป็นแน่แท้ ทั้งฮิโตะมารุและฟุตะมารุล้วนเป็นเด็กที่ซน ทั้งสองเป็นเด็กฉลาดไหวพริบดีเหมือนท่านโทบิรามะ

     ตอนนี้ท่านฮาชิรามะเองก็ตบแต่งกับท่านหญิงมิโตะแล้ว...ท่านมิโตะเองก็ท้องอ่อนๆ ได้สองเดือน หล่อนจึงคอยดูแลให้คำแนะนำเป็นพิเศษ แม้จะไม่ค่อยได้สนิทกับท่านมิโตะเสียเท่าไหร่ พอท่านมิโตะเข้ามาหล่อนก็สบายขึ้นเยอะ เรื่องหน้าที่ต่างๆ ก็ให้ท่านมิโตะดูแลไป หล่อนนั้นก็หันมาสนใจลูกๆแทน และเรื่องของคนเจ็บป่วยในตระกูล

     "พ่อไปไหน" ฮิโตะมารุถามด้วยประโยคสั้นๆ

     "พ่อ..." ฮิสึงิเงียบ จะตอบไปว่ารบ ฆ่าคนก็กระไรอยู่... "พ่อไปทำงานจ๊ะ" หล่อนตอบอย่างไม่รู้จะตอบอะไรดี

     "พ่อกำลังช่วยท่านลุง...ทำงาน..." ฟุตะมารุตอบ ฮิสึงิลอบมอง ฟุตะมารุเป็นเด็กสาวที่ฉลาดมาก ยังไม่ถึงสองขวบก็เริ่มพูดเป็นประโยคได้ แม้บางคำจะดูยังไม่เข้าใจความหมายมากนักก็เถอะ แต่คงเพราะชอบให้หล่อนอ่านหนังสือบ่อยๆ พวกตำนาน หรือบทกลอนกวีกระมั้งนะ...

     หล่อนแหงนหน้ามองท้องฟ้า...

     ภาวนาให้เขาปลอดภัยดี...

     ในการต่อสู้ครั้งก่อนเขาเกือบถูกอิซึนะฆ่าตาย แต่โชคดีที่เขาโต้กลับได้ทัน อิซึนะตายแล้ว...หล่อนได้ยินเสียงของเขาในช่วงเช้าเมื่อหลายๆวันก่อน หล่อนเองก็เสียใจ เพียงแต่ไม่อาจทำอะไรได้เลย ทุกๆอย่างเป็นไปตามที่มันเป็น เมื่อมีการต่อสู้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ต้องจบชีวิตลง ไม่รู้ว่าท่าฮาชิรามะจะยุติสงครามนี้อย่างไร แต่ก็หวังว่าให้มันจบด้วยดีก็พอ...อย่าได้พรากใครไปมากกว่านี้เลย

     จนกระทั้งเวลาล่วงเลยมาเนินนาน จากเช้าเปลี่ยนเป็นบ่าย ใกล้จะมืดค่ำแล้ว...

     เสียงการปะทะจบลงมาได้สักพัก...สงบลงไร้แรงสั่นสะเทือน หล่อนไม่รับรู้ถึงพลังจักระอีกต่อไป คงต้องรอใครสักคนมาแจ้ง แน่ละว่าหากท่านฮาชิรามะ ท่านโทบิรามะแพ้ หล่อนคงต้องหันมาจับดาบปกป้องตระกูลเอาไว้ ตอนนี้ได้แต่รอข่าวจากใครสักคน...หล่อนคิดแล้วเบนสายตาลงมองลูกๆทั้งสองที่นอนหลับไปเสียแล้ว สักพักก็เข้าสู่สมาธิฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ

     ครืดด...

     ประตูด้านหน้าห้องเลื่อนเปิดโดยใครสักคน

     "ฮิสึงิ" เสียงของท่านมิโตะดังมาจากด้านหลัง ข้างกายเต็มไปด้วยสาวใช้ที่ท่านหญิงนำติดตัวกลับมาด้วย หล่อนหันใบหน้าไปมองเล็กน้อย ตอนนี้หล่อนไม่สามารถขยับตัวได้เลยเนื่องด้วยถูกลูกๆทั้งสองนอนทับตักอยู่

     "มีอะไรรึเจ้าค่ะ ท่านมิโตะ" หล่อนเอ่ยอย่างสุภาพและค้อมหัวให้ตามมารยาท แปลกที่ท่านมิโตะมาตามหล่อนด้วยตนเอง ทั้งๆที่กำลังท้องอ่อนๆอยู่ แต่ก็ยังดีที่ไม่ได้มาคนเดียว

     "ทุกคนกลับมา เจ้าไปที่ห้องโถ่งเถอะ ท่านฮาชิรามะมีบางสิ่งที่จะบอกกับทุกๆคน" ท่านมิโตะเอ่ยจบ หล่อนก็พยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป

     "ประเดี๋ยวข้าจะตามไปนะเจ้าค่ะ" หล่อนกล่าวเบาๆ

      โดยปกติท่านโทบิรามะจะเป็นคนแรกที่เข้ามาหาหล่อน เขาสัญญาเอาไว้เสมอ  แปลกจริงๆ... ทำไมคราวนี้เขาไม่มาหาหล่อนกัน ทำไมเป็นท่านมิโตะไปได้...ไม่จริงนะ เป็นไปไม่ได้น่า ท่านโทบิรามะคงไม่...

     หล่อนคิดน้ำตาเริ่มไหล่โดยไม่รู้...

     . . .

     ณ ห้องโถ่ง

     แปลก...

     โทบิรามะคิด ผ่านมานานแล้วที่ฮิสึงิยังไม่มา เขารู้ว่าหล่อนท้องโตโยเยก็เถอะ ตอนนี้สาวใช้ก็น่าจะประคองหล่อนมาที่นี่แล้วนะ แต่ทำไมถึงยังไม่มาอีกกัน นานจนกระทั้งเขาไม่สามารถทนรอไหว

     "ข้าจะไปตามฮิสึงิ" โทบิรามะเอ่ยบอกผู้เป็นพี่ซึ่งนั่งอยู่เบาะตรงหน้า

     "อา" ฮาชิรามะเอ่ยรับด้านข้างของเขาเป็นท่านหญิงมิโตะ พอได้ยินแบบนั้นแล้ว เขาก็ลุกขึ้นเดินไปยังห้องตนอีกฟากหนึ่ง ในใจเริ่มร้อนรน ไม่แน่ว่าเมียรักของตนนั้นอาจจะกำลังเจ็บท้องคลอดก็เป็นได้ หรือเกิดอุบัติเหตุขึ้น พอมาถึงประตูห้องยังคงแง้มเปิดเอาไว้อยู่...

     พอเขาก้าวเข้าไปข้างในก็พบแม่ภรรยาคนกำลัง...ร้องไห้? 

     ห่ะ!...เหตุใดกัน? ทำไมหล่อนจึงร้องไห้ เขามองใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา สีหน้านั้นเต็มไปด้วยความเศร้าเสียใจด้วยเรื่องอะไรสักอย่าง ด้านข้างของหล่อนขนาบไปด้วยเจ้าลูกๆทั้งสองที่ 

     "พ่อ! แม่ร้องไห้!" เจ้าลูกชายตัวดีวิ่งมาฟ้องเขาด้วยรวดเร็ว ฮิโตะมารุเกาะขาของเขาเอาไว้ "พ่อ! พ่อ!" เด็กชายเอ่ยอีกด้วยความรีบร้อน นั้นทำให้เขารีบคว้าเจ้าลูกชายขึ้นมาอุ้มเอาไว้แล้วตรงไปยังเมียรักที่กำลังร้องไห้

      "ฮิสึงิ!" เขาเอ่ยและนั่งลงข้างๆฮิสึงิ มองหล่อนที่...จ้อมาที่เขาด้วยความตกตะลึง

     "ท่านยังไม่ตาย...ท่านโทบิรามะ!" หล่อนเอ่ยเสียงดัง สองมือนั้นโผเข้ากอดเข้าด้วยความดีใจ สองมือของหล่อนลูบที่แผ่นหลังภายใต้ชุดเกราะสีน้ำเงินของเขาไปมา เหมือนไม่เชื่อว่าเขามีชีวิต...เขาไม่ใช่หุ่นเสียหน่อย แล้วก็ยังไม่ตายด้วยนะ!

     !

    นี่สาวใช้ไม่ได้บอกหล่อนรึไงว่าเขาติดทำแผลรอยกรีดทางยาวที่แขนขวาอยู่...ช่วงนี้เจ้าลูกตัวแสบทั้งสองคนเริ่มฉลาดพูด และเริ่มคิดเป็นแล้ว เขาไม่อยากให้ทั้งสองเห็นบาดแผลของเขาเลย เพราะไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี พอกลายเป็นพ่อคนก็เริ่มคิดมาก ไม่อยากให้พวกเขารับรู้เรื่องที่รุนแรงเท่าไหร่

     เขาคิดว่า ไว้ถึงวัยที่เหมาะสมจะค่อยๆสอนถึงจะเหมาะสมกว่า...

     "ข้าขอโทษนะ แต่สาวใช้ไม่ได้บอกเจ้าหรือ ว่าข้าทำแผลอยู่ที่ห้องโถ่ง" เขาเอ่ยเพราะเรื่องของท่านพี่ที่คิดจะสานสัมพันธ์กับตระกูลอุจิวะก็เลยทำให้เขาเริ่มคิดมากไปเสียหน่อย หลังจากที่สงครามหยุดลงโดยที่ฝ่ายอุจิวะยอมจำนนต่อพวกเรา และตอนที่มาดาระฝ่ายแพ้ให้แก่ท่านพี่

     "ท่านมิโตะเป็นคนมาแจ้งข้า..." หล่อนเอ่ย

     "เฮ้อ...จริงเลยๆ ข้ายังไม่ตาย" เขาบ่นเล็กน้อย สงสัยสาวใช้ผู้นั้นคงถูกพี่สะใภ้ไล่ให้ไปเตรียมข้าวปลาแน่ๆ ในเรือนหลักนี้ค่อนข้างวุ่นวายเสียเหลือเกิน ไหนจะต้องเตรียมอาหารเลี้ยงฉลองชัยชนะของเรา ต้องเตรียมน้ำชารับคนที่ห้องโถง และก็ต้องพยาบาลคนที่บาดเจ็บในสงครามอีก 

     แต่คราวหน้าคราวหลังเขาจะมาบอกเมียรักเองเสียดีกว่า

     เดี๋ยวเมียของตัวเองจะคิดสั้นทำอะไรแผลงๆ หรือสะเทือนใจเสียจนร้องไห้ด้วยความคิดมากเช่นนี้อีก!

     "แม่...พ่อมาแล้ว" ฟุตะมารุเอ่ยเด็กสาวตัวน้อยยิ้มและกอดเอาของฮิสึงิ

     "ใช่ พ่อกลับมาแล้ว ดังนั้นแม่ของเจ้าก็จะไม่ร้องไห้" เขากล่าวและลูบหัวทั้งสองด้วยความเอ็นดู

     "ว่าแต่ท่านฮาชิรามะมีเรื่องอะไรหรือเจ้าค่ะ..." ฮิสึงิเอ่ยถาม จากความคิดของหล่อนมันต้องเป็นเรื่องสำคัญมากแน่ๆ ถึงขนาดที่ทานมิโตะมาด้วยตัวเองเลย..

     "ไว้ข้าจะเล่าให้ฟังอีกทีหลัง เราไปที่ห้องโถ่งกันเถอะ" เขากล่าว "ฮิโตะมารุ ฟุตะมารุ เจ้ารอพ่อกับแม่ที่นี้นะ เดี๋ยวเสร็จธุระ พ่อจะกลับมาเล่นกับพวกเจ้า" เขาบอกลูกๆทั้งสองที่เกาะอยู่แล้วอุ้มฮิสึงิเข้ามาในอ้อมแขน โดยที่เจ้าสองแสบพยักหน้าหงึกๆอย่างเชื่อฟัง



     ตกดึก

     เมื่อทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องโถ่ง ท่านฮาชิรามะก็ได้กล่าวถึงเรื่องการเป็นพันธมิตตรร่วมกันระหว่างตระกูลเซนจูและอุจิวะ จะไม่มีสงครามเกิดขึ้นอีก เขาจะจัดงานกระชับความสะมพันธ์ระหว่างสองตระกูลที่เคยบาดหมางกันขึ้น

     หล่อนก็เลยต้องคอยช่วยท่านมิโตะในเรื่องงานเลี้ยงที่จัดขึ้น...

     "อย่างงั้นรึเจ้าค่ะ..." หล่อนเอ่ยขึ้นถึงเรื่องการกระทำของมาดาระ แม้ว่าคนในตระกูลจะยอมจำนนเพราะความเบื่อหน่ายในสงครามที่ไม่มีจุดสิ้นสุด แต่มาดาระยังคงต่อสู้เป็นคนสุดท้ายของตระกูล เขาใช้ซูซาโนะโอเข้าต่อสู้กับท่านฮาชิรามะจนเหนื่อยล้า และล้มไปกองกับพื้นเป็นครั้งแรก

     ท่านฮาชิรามะนั้นไม่ให้แตะต้องตัวมาดาระเลย เขาเหมือนไม่ต้องการสังหารมาดาระ และอยากจะสานสัมพันธ์ที่มีต่อกัน ในตอนนั้นมาดาระกล่าวว่าหากอยากให้เขาเชื่อใจ ก็ให้ฆ่าตัวเองไม่ก็น้องชายของเขา ท่านโทบิรามะ...ซึ่งท่านฮาชิรามะก็ยอมฆ่าตัวเอง นับเป็นช่วงชุลมุนเลยทีเดียว...

     ไม่รู้จะว่าด้วยอะไร มาดาระคงเห็นถึงความรักของท่านฮาชิรามะที่ยอมสละตัวเองเพื่อหยุดสงคราม และไม่ต้องการให้น้องชายของตนตาย มาดาระจึงคว้าข้อมือของท่านฮาชิรามะเอาไว้ นับเป็นจุดสิ้นสุดของสงครามโดยแท้จริง...

     "ข้ารู้สึกเป็นกังวล" โทบิรามะกล่าวสีหน้าเคร่งเครียด

     "..." หล่อนไม่ได้เอ่ยอะไร ตัวหล่อนเองนั้นเข้าใจทั้งท่านฮาชิรามะ และท่านโทบิรามะดี

      "เจ้าคิดว่าไง" ท่านโทบิรามะถาม

     "ท่านไม่ไว้ใจก็ค่อยๆจับตาดูไปเรื่อยๆ ค่อยๆ แก้ไขทีละเรื่องหากมีปัญหา การปรับความเข้าใจกันคงจะไม่เกิดขึ้นง่ายๆ เพียงแต่ว่าการไม่รีบร้อนเกินไปเป็นเรื่องที่ดี เร่งร้อนจะเสียงานเปล่าๆ" หล่อนกล่าวในขณะที่ห่มผ้าให้กับลูกๆทั้งสองที่นอนหลับสนิทเสียแล้ว

     "เจ้าพูดถูก" เขากล่าวและถอนหายใจ

     "เรารบกันมานานไม่แปลกที่ท่านจะกังวล จู่ๆมาจับมือกัน...แต่ข้าไม่อยากให้ท่านกังวลมากไป ลองได้เชื่อกันพวกเขาบ้าง ไม่ใช่ทุกคนจะมีปีศาจร้ายในใจ" หล่อนกล่าวและขยับตัวมานั่งๆข้างท่านโทบิรามะ น้ำเสียงนั้นเบาลง "ข้าอยู่ข้างท่านเสมอ พักผ่อนเถอะ" หล่อนกล่าว วันนี้เขาเองก็เสียแรงเหนื่อยไปไม่น้อย

     "นั่นสินะ" โทบิรามะถอนหายใจอีกครั้ง เขาค่อยๆประคองเมียรักไปยังฟูกนอนที่เตรียมเอาไว้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นมันเป็นเรื่องที่ดี เด็กๆที่เกิดมาจะไม่ต้องต่อสู้กัน ไม่ต้องทิ้งชีวิตไว้ในสนามเพื่อคำว่าตระกูลและความแค้นที่มีมา...


     เวลาผ่านมาได้หลายสัปดาห์...

     งานเลี้ยงกระชับมิตรได้เกิดขึ้น บ้านหลักตระกูลเซ็นจูเริ่มกลับมาครึกครื้นและวุ่นวายอีกครั้ง งานที่จัดขึ้นนั้นก็ได้คุณฝั่งทางอุจิวะช่วย ก็เลยมีข้าวปลาอาหารเพียบ งานจัดตั้งแต่เช้ายันบ่าย จัดเรื่อยๆ พวกผู้ใหญ่และคนรุ่นใหม่ก็เริ่มเมาสาเกกันถ้วนหน้า... เด็กๆวิ่งเล่นกันสนุกสนาน

     เด็กสาวผมสีขาวประกายเทามัดจุกที่หัว ร่างๆตัวน้อยในชุดกิโมโนสีน้ำเงินนั้นเดินไปมาท่ามกลางเสียงรื่นเริงของคนภายในบ้าน เด็กสาวนั้นอายุได้เกือบจะสองขวบแล้ว ในมือนั้นถือหนังสือเล่มเก่าๆ สองเท้าก้าวไปยังมุมเงียบสงบของบ้าน

     วันนี้บ้านดูแปลกไป มีคนจำนวนมากมาที่นี้...ดูสนุกสนาน ตอนนี้ฮิโตะมารุเล่นกับเด็กจากที่ไหนก็ไม่รู้ เด็กสาวคิด เธอไม่ชอบที่ที่ มีคนเยอะๆ รู้สึกอึดอัดเหมือนถูกบังคับให้เข้านอนแต่หัวค่ำ(?) เด็กสาวตัวน้อยค่อยๆเดินไปยังชานไม้ทางเดินข้างๆตัวบ้าน

     ตุบ!

     เด็กสาวชนกับขาของใครสักคน ไม่สิ เธอชนยักษ์....
    

     อ่า...เจ้าแมวสีส้มตัวอ้วน...

     "เหมี๊ยว! เหมี๊ยวววว..." เจ้าแมวร้องอย่างออดอ้อน และเริ่มขยับตัวถูไถเด็กสาวตัวน้อย

     "กับเด็กก็ไม่เว้นนะแม่คุณ" เสียงของชายผู้เป็นเจ้าของเอ่ย เด็กสาวมองไปที่ชายคนนั้น ชายที่ตัวใหญ่พอๆกับลุงฮะชิ กับพ่อโทบิรามะ ผมสีดำหยักๆ ส่วมชุดสีทึบๆมีตรารูป...อะไรสักอย่าง...ดวงตาเป็นสีแดงเหมือนผลแอปเปิ้ลมีจุดดำๆ

     "หนูชื่ออะไรกัน แม่ของหนูละ" ชายตรงหน้ามถามอย่างสงสัย เขามองมาที่เธอ 

     "ชื่อ...ฟุตะมารุ...แม่หนู..." เด็กสาวเว้นช่วงไปนาน ไม่รู้จะตอบดีไหม สุดท้ายก็นั่งลงข้างๆคุณลุงท่าทางใจดี(?)กับพี่แมวตัวยักษ์อ้วนกลม พร้อมกับเปิดหนังสืออ่านออกเสียงเหมือนที่ทำกับท่านแม่

     "เหมี๊ยว!" เจ้าสีส้มเริ่มตวัดหางไปมา มันเข้ามาใกล้ๆเธอและนั่งลงข้างๆเด็กสาว ห่างของมันชี้ไปตามตัวหนังสือที่เด็กสาวอ่าน ตวัดลากขึ้นตามเสียงสูงต่ำราวกับว่าเข้าใจตัวหนังสือ

     "อยากเป็นนินจารึ? ลุงเห็นหนูอ่านตำราเกี่ยวกับจักระ พลังธาตุ" ชายท่าทางใจดีกล่าวถามเด็กสาวตัวน้อย เขามองเด็กสาวด้วยความทึ่ง เด็กสอบขวบอ่านหนังสือได้ ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ "ลุงชื่อมาดาระ น่ะ นั้นแมวของลุงชื่อ...อาสึเมะ" พอคุณลุงท่าทางใจดีเอ่ยว่า เจ้าแมวอ้วนสีส้มตัวนี้เป็นของลุงก็ถูกเจ้าแมวงับนิ้วทันที

     "ไม่อยากเป็น" เด็กสาวตอบแล้วส่ายหัว "ไม่อยากปวดตา...." เด็กสาวกล่าวก่อนจะขยี้ตาเบาๆทั้งสองข้าง เจ้าแมวอ้วนนั้นยืนขึ้นสองขา อุ้งมือทั้งสองนวดไปที่ขมับด้านข้างอย่างเอาใจเหมือนจะทำอะไรบางอย่าง... เด็กสาวมองไปที่เจ้าแมวด้วยความตกตะลึง "แมวลุงหายไป อาสึเมะหายไป...พี่สาว! พี่สาว!" ฟุตะมารุเอ่ยน้ำเสียงประหลาดใจ

     จากพี่แมวอ้วนตุ้ย กลายเป็นพี่สาวที่ดูสวยมากๆ...

     "ฮืม?" มาดาระพึมพำในลำคอด้วยความสงสัย แมวไม่ได้หายไปเสียหน่อย แล้วก็ไม่ได้กลายเป็นสาวสวยด้วย...

     เด็กน้อยคนนี้เห็นะอไรกัน? เขาคิดและมองไปที่เจ้าแมวตัวอ้วน

     แม่คุณนายจอมขี้เซาตัวนี้...ก็รู้ว่าเป็นแมวประหลาดๆ แต่ก็ไม่น่าจะ... มาดาระคิดและยังคงมองไปที่เจ้าอาสึเมะ เจ้าแมวอ้วนตัวยักษ์ที่เอาแต่ร้องเหมี๊ยวๆด้วยความชอบใจ จนกระทั้งเขาได้ยินเสียงของใครบางคนเรียกชื่อเด็กตรงหน้านี้

      "ฟุตะมารุ!" เสียงดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกรทั้งเห็นร่างเล็กที่คุ้นหน้าคุ้นตา ผู้หญิงคนนี้คือท่านหมอที่อิซึนะชอบ..ภรรยาของไอบ้านั้น ไอเจ้าคนที่ฆ่าน้องชายเขานั้นเอง!

     "แม่!" เด็กสาวเอ่ยและมองไปที่ผู้เป็นแม่ด้วยความดีใจ...

     "ทำอะไรอยู่...เอ๊ะ...ท่านมาดาระ...!?" หล่อนเอ่ยและมองมาที่เขา สายตาจ้องมายังเจ้าแมว ที่บัดนี้ปลีกตัวออกมาจากเด็กสาวแล้วขึ้นมานั่งเอาหัวคลอเคลียกับซอกคอของของเขาอย่างเอาใจ สงสัยคุณนายอยากจะได้ปลาย่างละมั้งนะ เขาคิดและลูบหัวมันเบาๆ

     "แม่! พี่สาวสวยมากเลย" เด็กน้อยเอ่ยและชี้มาที่แมว

     "จ๊ะ...ลูกไปหาท่านพ่อก่อนนะ พ่อเจ้าเรียกน่ะ" ฮิสึงิเอ่ยและยิ้มหล่อนรับตัวเด็กสาวขึ้นมาอุ้มและส่งให้กับสาวใช้รุ่นใหญ่พาออกไปจากชานระเบียงแห่งนี้ พอไร้วี่แววของเด็กสาวฟุตะมารุ เจ้าแมวที่คลอเคลียเขาก็หันไปจ้องฮิสึงิทันที ใบหน้าของมันนิ่งเหมือนปกติ มีเพียงห่างที่ตวัดตีพื้นไปมา 

     ท่านหมอหญิงนั่งลงเอนหลังพิงกำแพง นั้นนะสิ! ก็หล่อนท้องโตขนาดนั้นจะให้ยืนก็คงไม่ไหว

     "ลูกสาวเจ้ารึ?" มาดาระเอ่ยถาม ในตอนนี้เขาทั้งสงสัยเรื่องแมวและเรื่องของโทบิรามะ

     "ลูกสาวข้าเองเจ้าค่ะ...แกชอบอ่านหนังสือจนปวดตา" หลอ่นรับและมองมาที่เจ้าแมว ซึ่งยื่นอุ้งมือทักทายฮิสึงิ "แต่ว่านะ แมวตัวนี้..." ยังไม่ทันจะถามเขาก็ตอบเลย

     "มันเป็นแมวแปลกๆนะ" มาดาระเอ่ยและนึกถึงท่าพ้นไฟของเจ้าแมวอ้วนตัวนี้ ไหนจะเป็นวิชาหมัดมวยที่คล้ายๆคนอีก เป็นแมวที่แปลกๆมาก แค่จ้องงูพิษ หมาป่าตัวยักษ์ หรือกระทั้งสัตว์ดุร้าย เจ้าสัตว์พวกนั้นก็จะหายไปทันทีด้วยความรวดเร็ว...ตอนแรกที่ได้เจอก็เป็นแค่แมวผอมโซธรรมดาๆ ที่ไหนได้กัน...

     "เคยรู้สึกเหมือนมีคนเดินใกล้ๆเวลานอนไหมเจ้าค่ะ...หรือรู้สึกว่ามีคนมากอด หรือลวนลามท่าน" หล่อนเอ่ยคำพูดติดๆขัดเล็กน้อยทว่าสายตายังคงจ้องไปที่เจ้าแมวไม่ได้มองมาที่เขาเลย

     ซึ่ง...มันก็ตรงจริงๆ! ช่วงสองปีเขาจะรู้สึกเช่นนี้เสมอๆ จนพักหลังๆชินก็เลยปล่อยวาง...

     "เจ้ารู้ได้ยัง" เขาเอ่ยเสียงเครียดๆ ในขณะที่เจ้าอาสึเมะนั้นร้องเหมี๊ยวๆ เหมือนคุยกับฮิสึงิได้เสียงั้น

     "..." ฮิสึงิเงียบลงไม่เอ่ยอะไรต่อ "อีกไม่นานท่านคงจะเจอเรื่องที่น่าตกใจกับแมวตัวนี้" หล่อลเอ่ยเบาๆ "ก็นานแล้วที่ไม่ได้พบท่าน..."

     "คนที่อยากพบเจ้าคงเป็นอึซึนะมากกว่าข้า" มาดาระเอ่ยขึ้นมา ท่านหมอหญิงนะเป็นคนที่อิซึนะให้ความสนิทสนมและวางใจที่สุดคนเดียวในตระกูลเซ็นจู

     "ข้าเสียใจด้วย..." หล่อนกล่าวใบหน้าเศร้าลง 

     "ก่อนตายเขาขอเอาไว้ อยากให้เจ้าไปเยี่ยมเขาที่หลุมศพ" เขากล่าวและลูบหัวเจ้าอาสึเมะ ในใจนั้นคิดอยู่หลายเรื่อง คิดถึงอิซึนะด้วย ยังคงรู้สึกว่าความเศร้านั้นไม่ได้จางหายไปเลย...

     "ข้ารู้...ข้าได้ยินเขาเอ่ยถึงข้า" หล่อนเงียบลงไป "ข้าไม่นึกว่าเขาจะติดตามหาข่าวความเป็นไปของข้า...รู้อีกเลยว่าเขาพูดถึงข้าว่า หากไม่มีสงคราม เราคงลงเอยกัน และเด็กคนนี้คงเป็นลูกของเขา"หล่อนกล่าวเบาๆ มาดาระนั้นฟังอย่างตั้งใจ

     ทุกคำพูดของหล่อนไม่ผิดเพี้ยนเลย...

     "คงจริงที่อิซึนะบอก เจ้าได้ยินเสียงคนใกล้ตาย..." เขากล่าวสองมือสอดใต้กิโมโน

     "ข้าน้อยขอได้หรือไม่ ข้าน้อยอยากจะให้เด็กคนนี้มีชื่ออิซึนะรวมอยู่ด้วย" หล่อนกล่าวเบาๆ แล้วยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้รื่นเริงมาก เพียงแต่ทว่าให้คงอยู่ในความสำรวม

     "เจ้านั้นจะไม่ว่าเอาหรืออย่างไร" เขากล่าวและคำว่า'เจ้านั้น'คงไม่พ้นเจ้าโทบิรามะเป็นแน่! ฮิสึงิคิด

     "ข้าขอเอาไว้แล้ว ว่าเด็กคนนี้ข้าขอเป็นคนตั้งชื่อ" หล่อนกล่าวแล้วล้วงหยิบบางอย่างออกมาจากโอบิออกมา มันเชือกสีแดงแซมด้วยด้ายสีทอง "อิซึนะเป็นคนทำให้ข้า...ครั้งหนึ่งข้าเคยเล่าถึงธรรมเนียมเก่าๆของบ้านเกิด นึกไม่ถึงว่าเขาจะทำให้" ฮิสึงิเอ่ยและนึกวันนั้น "เป็นของที่พ่อจะทำให้กับลูกที่กำลังจะเกิดมา...เหมือนเครื่องราง" หล่อนกล่าวเบาๆ น้ำเสียงนั้นพยายามเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่อยากให้ใครรับรู้ถึงความเศร้าของตนเอง

     วันที่หล่อนถูกพิษจากพวกตระกูลโดคุ...วันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่ได้พบกับอิซึนะ อิซึนะได้นำเชือกเส้นนี้มามอบให้หล่อน เขาผูกมันกับคุไนแล้วปามาให้หล่อน ก่อนจะกระโจนหายตัวไป โชคดีที่วันนั้นท่านโทบิรามะไม่อยู่ มันเป็นวันรับตัวเจ้าสาวของท่านฮาชิรามะ ไม่แบบนั้นพวกเขาคงทะเลาะและต่อสู้กันแน่

     "หมอนั้นเป็นแบบนั้นละ..." มาดาระเอ่ย น้ำเสียงของทั้งสองเบาลง ราวกับว่าไม่อยากจะเศร้าเรื่องการตายของอิซึนะไปมากกว่านี้ ยิ่งพูดก็ยิ่งเสียใจและคิดถึง... "เจ้าจะใช้คันจิคำว่า 'ซึนะ' หรือคันจิคำว่า 'เมชิ 'ก็ได้ เมชิอีกเสียงอ่านหนึ่งก็คือ'อิ' ลูกเจ้าสองคนมีคันจิคำว่ามารุ...ซึนะมารุ...เมชิมารุ อิมารุ...เลือกเอาก็แล้วกัน"

     "เมชิมารุก็แล้วกัน ห่วงเชือก..." ฮิสึงิเอ่ยความหมายก็ไม่เลวเท่าไหร่

     "ความหมายมัน..." มาดาะระเอ่ยอย่างเหนื่อยๆใจ ปกติชื่อคนนะจะตั้งจากธรรมชาติ ลูกของหล่อนที่ใช้คำว่า ฮิโตะสึที่แปลว่าชิ้นที่หนึ่ง คำว่าฟุตะสึที่แปลว่าชิ้นที่สอง พอเอามารวมกับคำว่ามารุก็กลายเป็น วงกลมที่หนึ่งและวงกลมที่สอง เพียงแต่ตัดคำว่าสึออกก็เท่านั้น...

     แต่ไอห่วงวงกลม เชือกวงกลมหรืออีกนัยก็ห่วงเชือก...มันพานนึกไปถึงบ่วงรัดคอ 

     "อิซึนะเคยบอกว่าประเพณีการตั้งชื่อแก้เคล็ดของบ้านข้ามันก็ไม่เลว...สามีข้าไม่ใคร่ชอบอิซึนะ หากใช่ชื่ออิซึนะเขาคงโมโหข้าเป็นแน่" 

     ใครกันจะไม่โมโห! ให้ตายสิท่านหมอหญิง...อิซึนะเคยเล่าให้เขาฟังถึงประเพณีแปลกๆของบ้านเกิดท่านหมอหญิง เคยมาบ่นๆให้เขาฟังบ่อยๆในเวลาที่เราฝึกร่วมกัน

     "สงครามก็จบลงแล้ว ข้าอยากให้อิซึนะหรือไม่ก็ท่านเป็นพ่อทูนหัวของเด็กคนนี้" หล่อนกล่าวแล้วลูบหน้าทองที่แสนใหญ่โตราวกับพร้อมที่จะคลอดตลอดเวลา "เรื่องที่ข้าพูดไปสามีของข้าไม่รู้ แต่ท่านไม่ต้องห่วงหรอก"

     "แล้วแต่เจ้าเถอะ" เขากล่าวและอุ้มเจ้าอาสึเมะให้นอนพาดบ่าเกาะที่ไหล่ "เจ้าเข้าไปข้างในเถอะ แดดแรงประเดี๋ยวจะส่งผลต่อเด็กในท้อง" เขากล่าวเมื่อเห็นว่าแดดเริ่มร้อนเห็นทีว่าชานเรือนด้านนอกนี้คงไม่เหมาะ ถึงแม้ว่าด้านในจะเสียงดังก็ตาม

     "เจ้าค่ะๆ" หล่อนเอ่ยรับหล่อนค่อยๆลุกขึ้นและเดินเข้าไปข้างในตัวบ้าน โดยที่มีเขาค่อยดูอยู่ห่างๆ และเดินพาหล่อนไปส่งให้กับสาวใช้ภายในเรือนดูแลต่อ

     สงครามจบลงแล้ว...

     บางทีหมู่บ้านที่ฮาชิรามะคิดจะก่อตั้งขึ้นก็ไม่เลว...







จบตอน



1 คอมเม้นท์ = 100 กำลังใจ รักกันชอบกันช่วยให้กำลังใจไรต์ด้วยนะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

329 ความคิดเห็น

  1. #244 น้องหนูหมายเลข 1 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 23:20
    ดีใจแทนอิสึนะเจ้าคะ อย่างน้อยๆถึงแม้จะไม่ได้ครองรักด้วยกันแต่ก็ได้เป็นพ่อทูลหัวของเด็กที่กำลังจะเกิดแถมจะตั้งชื่อให้มีความหมายถึงตัวเองอีกกก.
    #244
    1
  2. #243 Nic_Saki (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 22:01
    ทำไมตอนนี้อ่านไปๆมาๆ มันทำให้รู้สึกสงบจังไรท์ คือ...เราอ่านแล้วอินอ่ะ อินจริงๆ รู้สึกถึงตัวละครได้เลยอ่ะ
    #243
    1
  3. #240 Kmpainting (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 17:01
    นี้สินะสิ่งที่ไรท์ตอบเม้นข้าน้อยมาว่าแม่หญิงของมาดะซังเป็นแมวปีศาจไม่สงสัยเลยค่ะ แต่มาดะนายมีเนตรวงแหวนนายมองไม่เห็นแม่หญิงของตัวเองในร่างสาวสวยได้ยังงายยยย แล้วทำไมฟุตะน้อยของเรามองเห็นล่ะ ฟุตะมารุ หนูมีอะไรซ่อนไว้รึป่าวลูก หืมมมม
    #240
    0
  4. #239 ธิดาเหมันต์ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 14:52
    แม่หญิงของมาดาระ.....เป็นแมวเหรอ!!!!????
    #239
    0
  5. #237 Nic_Saki (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 14:09
    มาดาระแลดูเป็นพ่อทูลหัวของฟุตะมารุ เจอครั้งแรกก็อ่อนโยนเลย
    #237
    0
  6. #236 น้องหนูหมายเลข 1 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 00:58
    เสถือนใจแม่ลูกอ่อนยิ่งนักเจ้าค่ะ...
    #236
    0
  7. #235 Barea (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 00:10
    ทำไมคนหล่อต้องตายด้วยอ่ะฮือออ
    #235
    0
  8. #234 kpmsi (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 22:51
    หลับให้สบายนะอิซึนะ โฮรววว
    #234
    0
  9. #233 Kmpainting (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 22:26
    บางทีก็รู้สึกสงสารอึซึนะนะเจ้าค่ะ นกแล้วยังตายอีก ถถถ ช่างน่าสงสาร
    #233
    0
  10. #232 pangz' (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 22:12
    ลาก่อนอิซึนะ;-;
    #232
    0