c o m p e n s a t e

ตอนที่ 43 : c h a n o n #05

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,481
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,056 ครั้ง
    30 ม.ค. 62



             

              ท้องฟ้าด้านบนเปิดโล่ง

              ลมพัดกิ่งไม้สะบัดใบปลิว

              นับว่าเป็นความโชคดีของพวกที่กำลังทำกิจกรรมอยู่ด้านนอก เพราะถึงแม้แสงอาทิตย์จะเจิดจ้าแต่เพราะมีไม้ใหญ่ให้ร่มเงาอากาศจึงเย็นสบาย ชานนท์ดูเวลาจากหน้าจอโทรศัพท์แล้วจึงปิดหนังสือ มองผ่านกระจกร้านกาแฟออกไปยังลานใต้ต้นจามจุรีเหมือนที่ทำมาตลอดสามชั่วโมง ดูเหมือนว่าพวกสตาฟจะเริ่มแจกข้าวกล่องให้น้องแล้ว เงาลางเลือนของเขาบนกระจกทาบทับกับคนคู่หนึ่งที่กำลังเดินหาที่นั่ง พื้นหญ้าตรงนั้นน่าจะทำให้กางเกงสีดำเปื้อนคนที่ตัวโตกว่าจึงหันซ้ายมองขวาก่อนจะลุกไปคว้าเอากระดาษลังมาวางรอง กระดาษมีแผ่นเดียวและเจ้าตัวก็สละให้อีกคน มุมปากชานนท์ขยับเล็กน้อย

              ไอ้น้องหน้าเข้มนั่นมันเอาใจเก่งน่าดู คอยประกบไม่ห่างชนิดที่ว่าแทบไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นเข้าหาเลย ว่างเมื่อไหร่ก็เอาโทรศัพท์ขึ้นมาแอบถ่ายภาพอีกคนแล้วยิ้มกับตัวเอง แค่น้องแว่นย่นคิ้วมันรีบยื่นหน้าเข้าไปคุย หิวน้ำก็เดินไปขอน้ำจากสตาฟมาให้ ผมตกลงมาปิดตาก็เสยให้ ถ้าตักข้าวป้อนใส่ปากให้ได้ก็คงทำ

สงสัยจะคบกันมาตั้งแต่โรงเรียนเดิม

แต่จะคบกันอีกยาวไหมชานนท์ไม่เดา

ก็เท่าที่รู้ มากกว่า 90% ก็มาเลิกตอนเรียนมหาวิทยาลัยทั้งนั้น

“มองอะไรหรือคะ?” มือที่กำลังเกลี่ยปกหนังสือหยุดชะงัก ชานนท์ส่งหนังสือวางบนโต๊ะ ประสานมือไว้บนช่วงขาที่ยกไขว้กัน

“เพื่อนมาแล้วหรือเปล่าครับ”

“มาแล้วค่ะ นั่งตรงนู้นแน่ะ” เธอบุ้ยใบ้ไปทางชุดโต๊ะเก้าอี้ที่อยู่ติดผนังฝั่งตรงข้าม เขาไม่มองตามและเพียงบอกเธอว่า “ไปนั่งกับเพื่อนเถอะครับ อย่าปล่อยให้คนอื่นรอเลย”

“พี่อยากนั่งกับชานนท์ต่อนี่คะ”

“ผมไม่สะดวกแล้วครับ”

“ทำไมล่ะคะ?”

“พี่พีชครับ”

“........”

“ผมอยากอยู่คนเดียว” ด้วยความสัตย์จริง เขาไม่ได้รำคาญ ไม่ได้รู้สึกแย่ที่มีคนคอยส่งเสียงชวนคุยอยู่ใกล้ ๆ เพราะถ้าเขาไม่ฟังค่ามันก็เท่ากับเสียงกลองที่ดังรัวอยู่ข้างนอกนั่น นั่งเงียบ ๆ คนเดียวมันดีกว่า เมื่อได้อยู่ลำพังก็จะไม่ต้องมีคนมาคอยตั้งคำถามทุกครั้งที่เขาขยับตัว

ชานนท์มองออกไปด้านนอกอีกครั้ง

ได้แมสก์อันใหม่มาแล้วหรือ

หัวคิ้วทั้งสองกดต่ำลง

เด็กคนนั้นสวมแมสก์เพื่ออะไร?

พรางใบหน้า?

ก็ไม่ได้น่าเกลียดจนต้องปิดไว้หรือเปล่า

จะว่าไม่สบายก็ไม่น่าใช่ เพราะจากที่เห็นคือสุขสบายดี หัวเราะร่าเริง วิ่งไล่จับกับไอ้น้องหน้าเข้มนั่นตั้งแต่ก่อนเริ่มกิจกรรมด้วยซ้ำ คิดมาถึงตรงนี้ เปลือกตาที่หรี่ต่ำก็ตวัดขึ้น อา ใช่ ตั้งแต่เข้ามารวมตัวกับเพื่อนร่วมบ้านก็ยังไม่เห็นออกอาการหัวเราะเต็มเสียงอย่างก่อนหน้านั้นเลย

ใช่ ขนาดสตาฟสันทนาการเต้นท่าพึลึกพิลั่นจนคนหัวร่องอหงายกันทั้งกลุ่มยังแค่ เหมือนจะ ยิ้มจาง ๆ พี่บ้านให้ทำอะไรก็ทำเหมือนคนอื่น ทั้งร้องเพลง เล่นเกม เต้นสันฯ ไม่มีท่าทีเกียจคร้านหรือเบื่อหน่าย

ไม่ได้นิ่ง แต่สงบ

เหมือนกลมกลืนกับคนรอบข้างอย่างที่สุด

แต่กลับโดดเด่นอย่างที่สุด

 

“มึงโดนแล้วล่ะชานนท์”

“กูยังไม่ได้พูดอะไรนะ”

“มึงไม่พูดนั่นแหละคือคำว่าใช่” ชานนท์ต้องใช้เวลาสรุปความประโยคขอร้องยืดยาวเยิ่นเย้อนั่นไง ถึงไม่ได้ปฏิเสธหรือตอบรับไปในทันที เห็นเขานิ่งไอ้น้องที่เป็นพ่อบ้านก็ทรุดลงไปไหว้ย่อพร้อมขอบคุณเขาแล้วก็วิ่งหน้าบานจากไป

“เธอมาได้ทันเวลาพอดี อย่างกับรู้ใจจจ...”

“กูแค่กำลังเดินไปเอาของที่รถเลยต้องผ่านตรงนี้ไอ้สัตว์”

“เอาน่า ช่วยกันหน่อย ปีนี้น้องบ้านเยอะพี่ไม่พอ ไอ้อาร์ตมันก็เลยต้องลากทุกคนที่เจอมาช่วยหมด มึงทน ๆ เอา ไม่นานหรอก ตอบอะไรได้ตอบ ไม่อยากตอบก็ถามกลับหรือไม่ต้องตอบเลยก็ได้”

“นานไหม?”

“ครึ่งชั่วโมงเอง”

“กูให้ 15 นาที”

“โอ๊ยยยย กูจะใช้คำว่าเองตบท้ายทำไมงั้น เออ 15 ก็ 15 ถ้าไม่เห็นว่าหล่อนะมึ้งงงงง” พอต่อรองเสร็จไอ้โก้มันก็เดินควงหอกปลอม ๆ จากไป เหลือแต่เขาที่ต้องนั่งรอน้องอยู่ตรงเก้าอี้ไม้ใต้ต้นจามจุรี

น้องใหม่คู่แรกที่จูงมือกันเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเป็นคู่ชายหนึ่งหญิงหนึ่งตามกติกาเบื้องต้น ทั้งคู่ถูกมัดมือติดกันคนหนึ่งถูกปิดตาอีกคนถูกปิดปาก คนที่มองไม่เห็นต้องถามคำถาม คนที่พูดไม่ได้ต้องจด ไม่รู้เป็นกิจกรรมที่คิดขึ้นมาเพื่อประโยชน์ด้านไหน ดูลำบากรุงรังแต่เห็นน้องกระตือรือร้นทำเขาเลยให้ความร่วมมือเท่าที่จะทำให้ได้ สิบนาทีแรกผ่านไปมีผ่านมาแค่สองคู่ บางคู่ผ่านมาแต่ไม่แวะ ทำตาโตใส่แล้วจูงคู่วิ่งหนีไปบ้าง ไม่เห็นบ้าง เคสหลังนี้น้องน่าจะไม่รู้ว่าเขาคือพี่บ้านเพราะชานนท์ไม่ได้สวมเสื้อสตาฟ ชายหนุ่มมองนาฬิกาเหลือเวลาไม่ถึงห้านาทีเขาจะได้ไปสูบบุหรี่อย่างที่ตั้งใจไว้ตอนแรก

“สวัสดีครับ”

“........”

“ขออนุญาตถามคำถามพี่ครับ”

“........”

“ชะเอม? พี่เค้าให้ถามไหม?” คนชื่อชะเอมพูดไม่ได้จึงพยักหน้าแรง ๆ พร้อมเขย่ามือที่กุมกันไว้ คนที่ถูกปิดตาไว้เอียงหัวไปทางหนึ่ง ริมฝีปากแดงเล็กค่อยขยับเป็นรอยยิ้ม ยิ้มเจือจาง อย่างสุภาพและไว้ตัว

“พี่ชื่ออะไรครับ?” ชานนท์ไม่ตอบ ความเงียบของเขาทำให้น้องคนที่มองเห็นถือปากกาค้าง ชานนท์ตวัดตามองทีหนึ่งเจ้าตัวก็เขย่ามือเพื่อนหนึ่งที เหมือนนั่นจะเป็นสัญญาณให้เปลี่ยนคำถาม

“พี่เรียนคณะอะไรครับ?” พอเขายังเงียบคนถามก็เงียบ เจ้าตัวหันไปทางเพื่อนคู่หูและเมื่อไม่ได้รับสัญญาณใดตอบกลับก็ยิ้มออกมาเสียดื้อ ๆ

ชานนท์ไม่ชอบรอยยิ้มนั้น

เขาแบมือไปทางน้องผู้หญิง อีกฝ่ายทำหน้าตาตื่น พอเขาลดสายตามองกระดาษกับปากกาน้องก็ทำท่าทางบอกว่าตัวเองต้องเป็นคนจดคำตอบ แต่เมื่อเขาไม่เปลี่ยนสีหน้าน้องก็รีบส่งของทั้งสองอย่างให้แล้วกระตุกมือเพื่อนเป็นสัญญาณให้ถามต่อ

“พี่เรียนปีไหนแล้วครับ?”

เขาเขียนเลข 4 ต่อจากคำว่าเศรษฐศาสตร์

“เรียนยากไหม?”

ไม่

“กับข้าวที่โรงอาหารอร่อยหรือเปล่า?”

ก็ดี

“อะไรอร่อยที่สุดครับ”

น้ำเปล่า

“มีร้านที่แนะนำไหมครับ?”

ริมขวาสุด

“ชีวิตมีปัญหาหรือเปล่าครับ?”

“.........”

“ผมหมายถึงเรื่องเรียนนะครับ” เจ้าตัวอธิบายเพิ่มเติมพร้อมรอยยิ้มที่เคลือบจาง ๆ ในหน้า ชานนท์หมุนปากกาไปมาก่อนจะเขียนลงไปว่า ไม่มี คำตอบเขาสั้นและกระชับ ถ้าทั้งคู่จำคำถามตัวเองไม่ได้ตอนมาอ่านคงจะงงน่าดู เขาคิดดังนั้นจึงย้อนขึ้นไปเขียนหมายเลขข้อกับคีย์เวิร์ดที่สำคัญไว้ให้

“มันดีไหมครับ?”

“.........”

“หมายถึงชีวิตการเป็นนิสิตในรั้วมหาวิทยาลัยน่ะครับ ดีไหม คุ้มค่ากับความพยายามของเราหรือเปล่า” ศัพท์ทางการ จังหวะพูด จังหวะทอดเสียง ไม่เหมือนวัยรุ่นสมัยนี้เลย เหมือนวิธีการพูดของผู้ใหญ่อายุสามสิบสี่สิบมากกว่า 

“อะไรคือความคุ้มค่าที่ว่า?”

“ก็ ในทุกวันน่ะครับ มัน สนุกไหม”

“ชีวิตไม่ได้มีแค่ความสนุกอย่างเดียว”

“อ๋อ... ครับ”

“แค่นี้ใช่ไหม?” น้องผู้หญิงที่เห็นหน้าเขาผงกหัวรับหงึก ๆ ท่าทางอยากดึงคนที่ยืนนิ่งออกตัววิ่งเต็มแก่ ชานนท์ส่งกระดาษปากกาคืน เด็กใหม่ทั้งคู่เอ่ยขอบคุณอย่างรวบรัดก่อนจะผละไป เดินพ้นเงาต้นจามจุรีไปแล้วคนที่ถูกปิดตาแต่ปากยังเป็นอิสระก็หันกลับมาหาเขาอีกรอบ

“พี่ครับ”

“ว่า?”

“ที่ถามไป ไม่ได้จะให้เป็นประเด็นนะครับ ผมไม่ได้ซีเรียสว่าความสนุกจะต้องมาก่อนอย่างอื่นอะไรแบบนั้น แค่รู้สึกว่าความสนุกมันทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นและขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้โดยไม่หน่วงหนักจนเกินไป”

“แล้ว?” ปากกระจับแดงนั่นทวนคำว่าแล้วอยู่สามรอบ

“ชีวิตไม่ได้มีแค่ความสนุกอย่างเดียวก็จริง แต่การที่คนคนหนึ่งได้ใช้ชีวิตกับสิ่งที่ชอบ กับสิ่งที่ตัวเองเลือก สัดส่วนของความสุขมันก็ควรจะมากกว่าความรู้สึกอื่นไม่ใช่หรือครับ”

“...........”

“ถ้าไม่อย่างนั้นจะเรียกว่าใช้ชีวิตได้ยังไง”

ชานนท์เว้นคำตอบข้อสุดท้ายว่างไว้ เย็นวันนั้นเขารับน้องสาวกลับบ้านและไม่เหยียบย่างเข้าไปในเขตมหาวิทยาลัยอีกจนกระทั่งเปิดภาคเรียน

 










.

.

.


เสียงหัวเราะของคนที่นั่งซ้อนไหล่อยู่ด้านหลังส่งผลให้คนที่กำลังจ้องจอทีวีต้องหันไปมอง บริภัทรเอียงคอนิด ๆ แล้วก็หลับตาปี๋เมื่อโดนฝังจูบหนักหน่วงลงมาที่แก้ม

“อยู่ ๆ ก็ขำ ไม่ได้ตั้งใจดูหนังหรือครับ?”

“ขอโทษ” เขาขอโทษแทนการยอมรับ วางคางบนลงไหล่เล็กพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ “พอดูฉากเมื่อกี้ก็เลยคิดถึงเรื่องเมื่อปีก่อนขึ้นมา”

“ฉากไหนครับ?”

Kiss scene

“ครับ?”

“แกล้งน่ะ” บริภัทรชะงักไปนิดเดียว ดวงตาคู่นั้นมองไปที่ผ้าม่านก่อนริมฝีปากที่รั้งสายตาชานนท์ได้เสมอมาจะกดมุมลึกเข้าไป

“ก็ว่า”

“ก็ว่าอะไร?”

“ถ้าจะคิดถึงเรื่องจูบไม่เห็นต้องย้อนไปเป็นปีเลย”

“น้อง...” นี่ยังไงล่ะ บริภัทรคนนั้น คนที่เงียบ ๆ นิ่ง ๆ คนที่มักจะนั่งฟังคนอื่นพูดจนแทบจะถูกกลืนหายไปในวงสนทนาน่ะ ที่จริงแล้วก็เป็นเด็กประเภทน้ำนิ่งไหลลึกยังไงล่ะ “ถ้าจะทำหน้าเฉยก็อย่าให้ใบหูแดงสิ”

“ก็เขินอยู่นี่ครับ”

“น้อง”

“ตกลงกำลังคิดถึงเรื่องอะไรครับ?”

“คิดถึงตอนที่เราคุยกันครั้งแรก”

“ครั้งแรก...” บริภัทรวางแก้วน้ำก่อนจะขยับออกห่าง ไม่ห่างเกินช่วงแขนหรอก แค่พอให้มองหน้าอีกคนได้แบบไม่ต้องเมื่อยคอเท่านั้น “ที่คิโนะน่ะหรือครับ?” เขาหรุบตามองกลีบปากฉ่ำน้ำก่อนจะส่ายหน้า พอคำตอบไม่เหมือนที่เชื่อมาตลอดบริภัทรก็ไปไม่เป็นเลยทีนี้

“ไม่ใช่ตอนนั้นหรือครับ?”

“ไม่ใช่”

“งั้นตอนไหน?” เขายิ้มเฉย มุมปากยกพอให้รู้อารมณ์และดวงตาวาววาม “คุยกันหรือเจอกันครับ ก่อนหน้านั้นเราไม่เคยคุยกันนะ ถ้าแค่เจอก็น่าจะแบบเห็นกันไกล ๆ”

“สองเมตรก็ไม่ไกลนะ” บริภัทรย้อนคิด มันก็เกือบปีแล้วที่บริภัทรย้ายมาอยู่กรุงเทพ สามร้อยกว่าวันมันก็ไม่นานมากพอที่จะหลงลืมเรื่องสำคัญไปได้นะ “จำไม่ได้เลยครับ คิดไม่ออกด้วย”

“เสียใจนะเนี่ย”

“คุณน่ะ ผมอยากรู้มากแล้วนะครับ”

“เราคุยกัน พี่เห็นน้องแต่น้องไม่เห็นพี่”

“แล้วเราคุยกันได้ยังไงครับ?”

“งานรับน้องก้าวใหม่วันแรก พอจะจำได้บ้างไหม?” บริภัทรนิ่งไปครู่ใหญ่ก่อนจะค่อย ๆ เบิกตากว้างขึ้น “น้องโดนน้องผู้หญิงคนหนึ่งลากเข้ามาทักพี่”

“อาาาา พี่ที่แปลก ๆ คนนั้น”

“เศรษฐศาสตร์ ปี 4 ครับ”

“คือคุณเองหรือครับ?” คุณชานนท์พยักหน้า

“จริงหรือครับ?”

“น้ำเปล่าคือเมนูที่อร่อยที่สุดในโรงอาหารเศรษฐศาสตร์”

“ใช่ ๆ ตอนนั้นคุณก็ตอบแบบนี้ กวนมาก ๆ เลย”

“อ้าว ก็น้องถามความเห็นพี่พี่ก็ตอบตามนั้น”

“มันใช่กับข้าวที่ไหนกันล่ะครับ” ชานนท์หัวเราะบริภัทรเลยพลอยขำตามเขาไปด้วย

“อา เหลือเชื่อจัง”

“จำไม่ได้เลยหรือ?”

“จำเหตุการณ์ได้ครับ แต่ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นคุณ วันนั้นผมเจอคนเยอะมาก แบบมากที่สุดเท่าที่เคยเจอมาทั้งชีวิตเลย ตอนคุยกับคุณก็แป๊บเดียว ติดใจสงสัยนิดหน่อยตรงที่คุณไม่ค่อยพูด ผิดกับพี่ ๆ คนอื่นที่พูดเยอะจนเพื่อนผมจดไม่ทัน” ตอนนั้นเหมือนคู่ของบริภัทรจะมีอาการแปลก ๆ ด้วยมั้ง บริภัทรคิดว่าเพื่อนไม่สบายเลยสนใจอาการของเพื่อนมากกว่า ก็คิดไปว่าจุดนั้นคงเป็นฐานที่พี่บ้านตั้งใจเอาไว้แกล้งน้องเลยไม่ได้เก็บมาคิดนาน

“จำได้ไหมว่าตอนนั้นพูดอะไรกับพี่”

“ยากเลย”

“นึกไม่ออกพี่ไม่เล่านะ”

“อ้าว...” ร่างสูงใหญ่เอนร่างลงพิงบีนแบ็กตัวใหญ่ ละมือจากปลายผมบริภัทรไปประสานกันไว้เหนืออก “รู้ไหมว่าเรื่องที่น้องพูดวันนั้นทำให้พี่ไม่กล้ามาเฉียดเข้าใกล้มหาลัยเราตลอดช่วงปิดเทอมที่เหลือเลย” บริภัทรเกือบจะลั่นปากว่าเขาเว่อร์แต่คุณชานนท์ไม่ใช่คนขี้เวอร์ เขาแทบไม่เคยพูดเกินจริงเลยด้วยซ้ำ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นจริง เขาพูดจริง แต่เพราะอะไรล่ะ ตอนนั้นบริภัทรพูดอะไร บริภัทรทำอะไร ทำไมถึงทำให้คนอย่างคุณชานนท์ใช้คำว่าไม่กล้ากับตัวเองได้

“บอกหน่อยไม่ได้หรือครับ”

“คิดให้ออกครับ”

“คิดแล้ว”

“แล้ว?”

เกลียดคิ้วเข้ม ๆ ที่กำลังยกขึ้นนั่นจัง

ที่สุดจะยียวน

“แล้วยังไงครับ?”

แล้วยังไงอย่างนั้นหรือ? บริภัทรลดสายตาลงต่ำ มือก้านนิ้วยาวที่เกี่ยวกันอยู่บนอกกว้าง แล้วยังไงอย่างนั้นหรือ? ตั้งใจมองไล่ลงมาตามเนื้อผ้ายืดสีดำสนิท ชายเสื้อเลิกขึ้นจนเห็นขอบกางเกงยีนส์เนื้อหนา สีดำตัดกับสีตัวหนังสือของคาลวิน ไคล์ บริภัทรกลืนเนื้ออ่อนในปาก วาดดวงตาขึ้นไปสบดวงตาคมพร้อมกับความคิดที่จะหันไปกดปุ่ม Play เพื่อดูหนังต่อ

แล้วยังไงอย่างนั้นหรือ?

ก็ลอง... ---

“น้อง” ยืนเข่าแล้วแยกขาข้างหนึ่งไปทางนั้น วางมือบนกล้ามท้องที่เกร็งสู้มือแล้วลดสะโพกลงไป กดน้ำหนักแล้วขยับนิด ๆ เหมือนหาที่ที่พอดีให้ตัวเอง โน้มตัวลงไปหน่อยเพราะไม่อยากคุยกันเสียงดัง แค่พอให้มือซ้ายขวาของเขาแยกออกจากกันแล้วยกขึ้นมาประคองสะโพกเราแทน


“แล้วยังไงนะครับ?”
















#บริภัทร

พวกคุณแผ่วอะ สู้แม่ ๆ ชาญเบลเค้าไม่ได้เลยรู้ป่าว



พี่สี่ฝากแจ้งว่าหนังสือหลุดจองจำนวนหนึ่งนะคะ ทั้งเล่มฟ้าและเล่มเหลืองเลย ใครสนใจติดต่อที่ทวิตเตอร์พี่สี่ได้เลยค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.056K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,868 ความคิดเห็น

  1. #4633 Vivachoco (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 01:14
    ทำไงดีหลงน้องบีกะภาคิน
    #4,633
    0
  2. #4286 areenachesani (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 08:24
    น้องงงงบี-///-
    #4,286
    0
  3. #4274 ZiritiDa (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 20:41
    นึกท่านั่งน้องบี ไม่ออกอ่าา ยืนเข่าแล้วแยกขาข้างหนึ่งไปทางนั้น …หนูอ่านไม่แตกหรอแม่ ㅠㅠ
    #4,274
    0
  4. #4177 kumacotton (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 13:36
    เห้ยยยยยน้องบี ใจเย็นลูกกกกก
    #4,177
    0
  5. #4080 areenachesani (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 11:50
    แอร้ยย นุ้งบีร้ายที่สุดดดดด
    #4,080
    0
  6. #3960 pbcy (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:44
    น้องบี แม่จะตีนะ
    #3,960
    0
  7. #3699 areenachesani (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 19:23
    เรื่องราวในอดีตก็น่าทับใจ ปัจจุบันน้องบียังไปทับพี่เค้าอีกลูกก พี่เค้าหลงไม่ไหวแล้วว
    #3,699
    0
  8. #3666 pineB (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 13:22
    ก็คือปากบอกรำคาญเค้านะแต่แช่งเค้าให้เลิกกับแฟนทั้งๆที่ยังไม่รู้จักกันอะ สุดจีงว่ะพ่อเอ้ยยยยย
    #3,666
    0
  9. #2993 ppLindeep (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 09:18
    คิดภาพไม่ออก แต่น้องอ่อยใช่ป่าว
    #2,993
    0
  10. #2478 mees$ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 07:40
    ตีตูดๆๆๆๆๆ โอ้ยยย น้องบีขาาา ใครเขาจะทนไหวละคะ
    #2,478
    0
  11. #2158 weiliin (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 20:15
    คือคิดภาพตามไม่ออก แงงงงงง
    #2,158
    0
  12. #1929 ZiritiDa (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 18:47
    ต้องอ่านยังไงถึงจะ คิดภาพออกโอ้ยย ขอภาพปากอบ
    #1,929
    0
  13. #1731 PCY_BBH_PLOY (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:00
    น้องงงงงงง
    #1,731
    0
  14. #1700 pcy921 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:59
    แม่จะฟ้องพ่อหนึ่งนะคะ
    #1,700
    0
  15. #1671 ParkMild (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:59
    น้องบี ๆๆๆ โอ้ยยยเขินน้องลูกก
    #1,671
    0
  16. #1667 domeva (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:35
    น้องลูกผึ้งงงงงงง พี่จะตายแล้วรู้กกกกกกก
    #1,667
    0
  17. #1410 nashsha (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:07
    โอยยยยย เจ้าบี
    #1,410
    0
  18. #1308 เด็กหญิงหัวไชเท้า (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:59
    น้องรู้กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แม่กำไม้เรียวรอละหนา
    #1,308
    0
  19. #1272 sweet-yelly (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:08
    น้องงงง ทำไมทำแบบนั้นกับพี่เขาคะ เดี๋ยวคุณแม่จะตี
    #1,272
    0
  20. #1132 xxxpaintk (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 23:52
    น้องงงงง น้องอ้าาาาา น้องของขุ่นแม่ ทำไมต้องอยากรู้อะไรขนาดนั้นรู้กกกกกกกก โอ้ยยย คุมแม่อยากรู้ไปด้วยเลยเนี่ยยยโอ้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เขินนนนน
    #1,132
    0
  21. #1125 little daffodil (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 22:39
    น้องทำอะไร!!!!! น้องงง
    #1,125
    0
  22. #1124 Browniepsry (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 22:33
    กรี้ดดดดดดดดดด
    #1,124
    0
  23. #1123 Mrmixx (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 22:33
    น้องรู้กกกกก เกียมก้านมะยมเเร้วนะคะะะ!!!!!
    #1,123
    0
  24. #1117 Tiwbyun (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 21:15
    น้องงงงงงงงงง
    #1,117
    0
  25. #1107 pknbr (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 18:44
    น้อง!!
    #1,107
    0