c o m p e n s a t e

ตอนที่ 25 : บ ริ ภั ท ร #17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,910
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,214 ครั้ง
    9 ต.ค. 61







 “ตกลงคือไม่มีกล้องในห้องอาจารย์?”

“ไม่มี”

“งั้นหลักฐานที่ว่าก็ไม่มีจริงน่ะสิ”

“ก็ไม่มี”

“คือ น้องบีเล่นละครหลอกเพื่อนเค้าหรือวะ? ยังไง?” คนเล่าอิงไหล่กับผนังตึก ดูดควันอีกครั้งก่อนจะพยักหน้า “เขาได้ยินที่ไอ้คริสพูดเรื่องกล้องในร้านซูชิวันนั้นเลยมาปรึกษากูว่าจะเอาไอเดียนี้ไปใช้ แต่จะติดกล้องย้อนหลังก็ไม่แน่ว่าถ้าส่งงานครั้งใหม่แล้วคนทำจะกล้าลงมืออีกหรือเปล่า เขาเลยรอวันที่คะแนนเก็บออกแล้วแกล้งพูดเรื่องกล้องวงจรปิดกับบทลงโทษหนัก ๆ ให้ได้ยิน จังหวะกำลังร้อนใจคนคนนั้นคงไม่ทันคิดหน้าคิดหลัง เดินมาสารภาพด้วยตัวเอง”

“แล้วน้องบีทำยังไง?”

“บริภัทรบอกว่าไม่เอาเรื่องแล้วก็ให้เพื่อนคนนั้นไปสารภาพกับอาจารย์ด้วยตัวเอง”

“เอ้าเรื่องถึงอาจารย์ก็โดนปรับตกวิชานั้นเป็นอย่างน้อยเลยนะ” ชานนท์กระตุกยิ้ม “มึงคิดว่าบริภัทรจะไม่รู้กฎข้อนี้เหรอวะ?”

“ถ้าเพื่อนคนนั้นไม่ยอมล่ะ ยังไงก็ไม่มีหลักฐาน พยานตอนนั้นก็ไม่มี”

“มี ไอ้คินมันแอบอยู่แถวนั้นแหละ”

“แต่ไอ้คินก็เพื่อนน้องไง น้ำหนักคำพูดของคนในมันจะสักเท่าไหร่กันวะ แค่ฝ่ายนั้นยืนกรานว่าไม่ได้รับรองว่าหลุด มึงเชื่อสิ”

“ไม่หลุดหรอก บริภัทรอัดเสียงตอนคุยกันไว้แล้ว” เตวิชแทบทำบุหรี่หลุดมือ “เหยดดดดด งั้นที่บอกว่าถ้าได้ไกล่เกลี่ยก็อาจจะประนีประนอมกันได้นั่นก็แค่หลอกอะดิ คือถ้าไม่ไปสารภาพเองก็จะปล่อยคลิปเสียงเลยงั้น?”

“........”

“โหดจังวะน้องบีของพี่”

“เขาโกรธ” โกรธมาก ๆ เลยล่ะ ชานนท์ก็เพิ่งเข้าใจคำว่าโกรธของน้องเมื่อคราวนั้น มันไม่ได้ดับไปพร้อมอารมณ์ แต่บริภัทรจดจำฝังใจ เด็กแว่นผู้เยือกเย็นของเขาเจ้าคิดเจ้าแค้นเอาเรื่องเลยทีเดียว “แต่ก็ถือว่าเหลือทางเลือกให้แล้วนะ ให้ไปสารภาพเองก็ดีกว่าโดนจับได้เพราะจำนนต่อหลักฐาน”

“เอ่อเอ๊ย เวรกรรม”

“เวรกรรมของกูด้วยเนี่ย”

“สมน้ำหน้า ใครใช้ให้มึงทำตัวหล่อ ถ้ารวยแล้วเหี้ยก็ไม่วุ่นวายขนาดนี้หรอก”

“พูดเหมือนกูเลือกได้”

“เลือกได้ดิ แค่มึงเลิกเล่นบาส อย่าตีกลอง อย่าเล่นกีตาร์ แล้วก็โดดเรียนบ่อย ๆ ให้พลาดเกียรตินิยม แค่นี้มึงก็เป็นแค่พี่ชานนท์คนเหี้ยได้ละ รับรองจำนวนแฟนคลับมึงจะลดลงครึ่ง ๆ เชื่อเพื่อน เพื่อนเรียนมาเยอะ”

“งั้นมึงก็เอาไว้ปฏิบัติเองเถอะ”

“แน๊ เสียดายความนิยมเหรอจ๊ะ”

“ส้นตีน” เขาจะเป็นตัวเองอย่างที่อยากเป็น ใครไม่พอใจก็แค่ไม่ต้องยุ่ง ทำไมคนเราจะทำเรื่องที่ชอบพร้อมกันหลายอย่างไม่ได้ เขามีแรงมีกำลังจะเรียน เล่นกีฬา เล่นดนตรีแล้วก็ดูแลคนที่ตัวเองรักไปพร้อมกัน มันจะไปมีผลกับใครอีกกี่คนก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องรับผิดชอบ

“กูก็อยู่ของกูดี ๆ เป็นตัวเองก็ผิดเหรอวะ”

“ไม่ผิดดดดดด คนผิดคือคนไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ อยากได้ใคร่มีจนลืมความพอดี มึงไม่ผิดหรอกพี่แต่ก็เถียงไม่ได้ว่าที่เรื่องมันเป็นอย่างนี้ส่วนหนึ่งเพราะนิสัยของมึงเมื่อก่อนด้วย ควงคนนั้นคนนี้แล้วแต่อารมณ์น่ะ เป็นไงล่ะ ออกตัวแรงเช้าถึงคณะเย็นถึงคอนโด น้องมันก็เลยโดนตราหน้าว่าเป็นหนึ่งในคู่ควงของมึงไปด้วยอีกคน”

“กูรักกูก็อยากอยู่ใกล้ อยากไปหา ไปดูแล”

“ไอ้สัด เอาซะกูขนลุก” เคยเหรอสารภาพความในใจเหมือนมนุษย์ขวานผ่าซากแบบนี้ ปกติมันปากหนักยิ่งกว่าหนัก หนักชนิดที่ว่าเอาชะแลงมางัดก็ไม่ขึ้น

“กูเข้าใจ ไม่ได้บอกว่ามึงผิดด้วย แต่อยากให้คิดว่าน้องบีจะโดนอย่างนี้อีกกี่ครั้งจากอีกกี่คนที่หวังในตัวมึง คราวโอ้นั่นโชคดีที่มึงอยู่ในเหตุการณ์” อันนั้นก็ยกเครดิตให้ความติดว่าที่แฟนของมันที่ตามไปเฝ้าเค้าถึงร้านอาหาร “อย่างเรื่องขโมยงานก็ถือว่าหนักนะ ถ้าน้องไม่รอบคอบถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน คงเสียทั้งคะแนนทั้งเครดิต เพื่อนคนนั้นก็ทำเพราะโกรธน้องบีเรื่องมึงไม่ใช่หรือไง”

บุหรี่มวนแรกถูกดับด้วยปลายรองเท้า เตวิชมองใบหน้าเครียดขึ้งของเพื่อนสนิทยามมันจุดบุหรี่มวนที่สองแล้วก็ได้แต่นึกเหนื่อยใจแทน

“คนทำบอกว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องกู เขาไม่ได้ตั้งใจ เป็นอารมณ์ชั่ววูบ”

“น้องบีเชื่อไหม?” ชานนท์ส่ายหน้า

“น้องว่าน่าจะมีส่วนที่จริงอยู่บ้าง คิดง่าย ๆ ว่าคนที่สอบเข้าที่นี่ได้ส่วนหนึ่งจะต้องเคยเป็นตัวเก่งหรือระดับแถวหน้าของโรงเรียนเดิมมาก่อน พอมาเจอคนที่ทำได้ดีกว่าอีโก้ในตัวมันเลยยอมไม่ได้ บางคนเลือกสู้อย่างถูกต้องแต่ก็มีบางคนที่เลือกผิดวิธี แล้วบริภัทรก็ไม่เชื่อว่าฝ่ายนั้นทำเพราะแค่เรื่องเรียน ไม่เชื่อว่าเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบด้วย น้องบอกว่าชั่ววูบจริงคงไม่เงียบไว้ตั้งสองอาทิตย์”

“ก็จริง...”

“อย่างคนนี้มีพิรุธตั้งแต่งานลอยกระทง บริภัทรเล่าว่าตอนกูฝากขนมไปให้สีหน้าเขาแปลก ๆ จากนั้นก็เข้าหาบริภัทรบ่อยขึ้น ที่น่ากลัวก็คือเข้ามาอย่างมิตรและซ่อนอาการได้ดีกว่าโอ้หรือคนอื่น ทีแรกบริภัทรก็ไม่มั่นใจหรอกน้องแค่สงสัยเพราะตอนขึ้นไปส่งงานก็แวะคุยแค่กับคนนี้ ตอนงานแต๊งส์สตาฟน้องเลยแกล้งอวดเรื่องกูฝ่ายนั้นก็หลุดหน่อย ๆ น้องเลยจงใจพูดเวลาอยู่กันเป็นกลุ่ม ปลาร้อนใจก็ติดเบ็ดขึ้นมาเอง”

“สัญชาตญาณและการคาดเดาล้วน ๆ เลยว่ะ”

“เขาเรียกความน่าจะเป็น”

“เออ ๆ ก็ถือว่าโชคดีไปอีกเรื่อง แต่อย่าหาว่าเพื่อนแช่งเลยนะชาน ชีวิตรักมึงท่าจะราบรื่นยากแล้วว่ะ กูหมายถึง คนที่อยากได้มึงอ่ะไม่ได้มีแค่โอ้กับเพื่อนน้องคนนี้แน่ ๆ”

“ตราบใดที่ไม่เข้ามายุ่มย่ามกับน้อง จะยังไงก็ได้...”

“ขอคบให้เป็นเรื่องเป็นราวไปเลยไม่ดีหรือวะ กูว่าตอนนี้น้องไม่น่าจะปฏิเสธมึงแล้วนะ” เพื่อนตัวสูงปล่อยควันขาวลอยไปในอากาศ ชานนท์มองมือที่ว่างเปล่าของตนก่อนจะกำเป็นกำปั้นแล้วคลายออก “กูก็คิดแบบมึงนั่นแหละเต้ ใจกูอยากให้น้องตอบตกลงตั้งแต่สามเดือนที่แล้วด้วยซ้ำ กูเชื่อว่าสถานะแฟนจะปกป้องเขาได้ในระดับหนึ่งแต่บริภัทรไม่คิดแบบเดียวกับเรา น้องไม่ต้องการคบกันเพราะสถานการณ์บังคับหรือเพราะต้องการการปกป้อง แม่ง โคตรดื้อ”

“แล้วมึงทำยังไง?”

“ก็อยู่กับเขา ซับพอร์ทเขา ทำยังไงก็ได้ให้เขาสบายใจที่สุด” เตวิชกระแทกลมหายใจออกพร้อมเสียงเฮ้อยาว ๆ “ถ้าน้องต้องการแบบนั้นก็ทำอะไรไม่ได้แล้วว่ะ แต่ระวังนะมึง น้องเค้าเคยอยู่ดีมีสุข ไม่มีเรื่องให้ทุกข์ร้อนรำคาญใจ ต้องมาเจอการคุกคามซ้ำ ๆ วันหนึ่งเค้าจะทนไม่ไหวเอา”

“เขาไม่ทนหรอก”

“เอ้า?”

“จริง ๆ แล้ว น้องไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียวหรอกมึง”

“ยังไงวะ?” ชานนท์ยิ้มผ่านม่านควัน

“เดี๋ยวมึงรอดู”

 


สองสามวันมานี้เหมือนจะมีคนแปลกหน้าโผล่มาที่คณะศิลปศาสตร์เยอะจนผิดหูผิดตาและเกินครึ่งของคนเหล่านั้นถามหาเด็กปีหนึ่งที่ชื่อบริภัทร วนาเทพสกุล ตอนแรกไม่มีใครเห็นว่าแปลกต่อมาก็เริ่มเอะใจสงสัยจากนั้นก็เริ่มมีคำถาม ไม่มีใครให้คำตอบไม่ว่าจะเป็นบริภัทรหรือคนที่มาหา จนท้ายที่สุดพวกเขาได้คำตอบจากโซเชียลเน็ตเวิร์ก

บริภัทรยื่นฟ้องคดีหมิ่นประมาทเจ้าของยูสเซอร์ในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์และอินสตาแกรม โดยที่เจ้าตัวให้ทนายเดินเรื่องแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจต่อด้วยแจ้งความซ้ำที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเพื่อขอหลักฐานประกอบการยื่นฟ้องต่อศาลทั้งคดีแพ่งและอาญา

บริภัทรคนที่เงียบ ๆ จัดการเก็บหลักฐานทุกอย่างด้วยตัวเองเงียบ ๆ ก่อนส่งให้ทนายจัดการขั้นเด็ดขาด บริภัทรที่ไร้พิษสงคนนั้นทำให้พวกมีชนักปักหลังเลิ่กลั่กกันทั้งไทม์ไลน์ บริภัทรที่มักจะยิ้มบาง ๆ คนนั้นมีคู่กรณีหวังจะไกล่เกลี่ยนอกรอบแบกหน้ามาหาถึงถิ่นแต่เจ้าตัวกลับเชิญให้ไปคุยกับทนายแบบไม่มีการต่อรอง บางคนมาจากที่อื่นบางคนก็อยู่ในเขตรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน ทั้งเด็กกว่าแก่กว่าไม่รู้ว่ามาจากไหนกันมากมายแต่ทุกคนล้วนกลับไปพร้อมความผิดหวัง

“ตอนด่ายังด่าออกสื่อได้ ตอนขอโทษจะมางุบงิบทำเงียบ ๆ งั้นเหรอ หาทางลงกันง่ายจังวะ”

“แล้วพวกนั้นจะเป็นยังไงต่อเหรอภาคิน?” เพื่อนสนิทที่รับหน้าที่เป็นโฆษกประจำตัวชั่วคราววาดยิ้มหวานอย่างเสแสร้ง “อยากรู้ก็โทรไปถามทนายของคุณบริภัทรเองสิจ๊ะหล่อน”

“ไอ้บ้าอย่ามัวแต่เล่นได้ไหมเล่า”

“เออ บอกหน่อยเถอะน่า พวกเราอยากรู้จริง ๆ นะ” ภาคินหัวเราะหึ ฉีกถุงสตรอว์แบรี่อบแห้งของโครงการหลวงดังแควก “ก็ไม่มีอะไรมากอีพวกตัดต่อรูปไปปล่อยในเว็บนั้นเว็บนี้โดนเรียกคนละสองแสน”

“สองแสน!

“ไม่มีจ่ายก็ติดคุกไป พวกนี้มันเล่นแรง ไม่มีการต่อรอง”

“แล้วรายอื่น ๆ ล่ะ?”

“คนละแสนค่ะ” คนหน้าเข้มจีบปากจีบคอว่า “กฎหมายให้เรียกได้มากสุดเท่าไหร่ทนายกูเรียกเท่านั้น เพราะพิจารณาจากหลักฐานทั้งย้อนหน้าและย้อนหลังแล้วแม่งทำด้วยเจตนาร้ายขั้นสุด แก้ตัวยังไงก็คงฟังไม่ขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะไม่มีการถอนฟ้องจนกว่าจะได้เจอกันในศาลเพราะฉะนั้นไม่มีประโยชน์จะเจรจานอกรอบ เก็บน้ำลายของพวกคุณไว้แก้ต่างให้ตัวเองเมื่อเวลานั้นมาถึงเถิด”

“งี้คู่กรณีก็เยอะเลยน่ะสิ”

“ก็ไม่เยอะเกินกว่าจะจัดการ พวกปั่นหนัก ๆ ก็มีแค่ไม่กี่คนหรอก นอกนั้นถ้าไม่น่าเกลียดมากบีมันก็ปล่อย ๆ ไป เนี่ย ใครเคยโพสต์อะไรไว้ก็อย่าลืมไปลบออกนะ เล่นอะไรไม่มีขอบเขตเดี๋ยวหมายศาลจะไปถึงบ้านโดยไม่รู้ตัว” ขณะที่ภาคินกำลังเม้าท์กับเพื่อนหญิงชายอย่างออกรสออกชาดที่ใต้ตึกคณะ บริภัทรที่หนีความวุ่นวายมาซ่อนอยู่ในห้องสมุดก็ได้รับข้อความจากพี่ปีสี่เศรษฐศาสตร์ว่าจะมาถึงในอีกครึ่งชั่วโมง ใจจริงอยากจะลงตึกไปก่อนเวลาแค่ห้านาทีแต่เพราะมีของที่ลืมหยิบมาจากภาคินเป็นโน้ตบุ๊กหนึ่งเครื่อง จะฝากให้เพื่อนเอากลับไปให้ที่คอนโดก็ไม่อยากให้ลำบากคนใช้บริการขนส่งสาธารณะ(ชวนกลับด้วยกันก็ปฏิเสธทุกที)บริภัทจึงจำต้องออกจากห้องสมุดตั้งแต่ตอนที่ได้รับข้อความเลย

“อ้าว บี” ลงมาได้ชั้นเดียวก็เจอกับน้ำหวานที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องเก็บหนังสือของชั้นสอง บริภัทรหยุดก้าว รอให้เพื่อนสาวเดินลงบันไดปูพรมสีเทาไปพร้อมกัน

“เป็นไงบ้างล่ะ?”

“เรื่อง?”

“ก็ เรื่องที่กำลังยุ่ง ๆ อยู่นี่ไง”

“ถ้าหมายถึงเรื่องคดีความก็ไม่ยุ่งแล้วนะ ตอนนี้เหลือแค่รอไปศาลทีเดียว เรื่องอื่น ๆ เรามีทนายจัดการแทนน่ะ” น้ำหวานร้องอ๋อ พวงผมสีน้ำตาลเข้มถูกเจ้าของรวบไพล่ไปทางหนึ่ง เพราะอีกฝ่ายแสดงท่าทีเหมือนอยากพูดบริภัทรเลยเลือกที่จะก้าวลงบันไดเงียบ ๆ

“เรารู้เรื่องอัยย์แล้วนะ”

“รู้ได้ยังไง?”

“ยัยแพรไปเห็นตอนนางออกมาจากห้องประชุมที่ชั้นเจ็ดน่ะสิแต่ไม่ได้พูดไปหรอกนะ รู้กันแค่ในกลุ่มเรา” บริภัทรพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ อัยย์ได้รับโทษสถานเบาเพราะเจ้าตัวเป็นฝ่ายไปสารภาพกับอาจารย์เอง แต่การถูกปรับให้ได้เกรด ในวิชานี้ตั้งแต่ครึ่งเทอมอาจจะไม่ร้ายแรงเท่าการตกเป็นหัวข้อให้เพื่อนพูดถึงทั้งต่อหน้าและลับหลังไปจนกว่าทุกคนจะลืม บริภัทรเชื่อว่าความผิดครั้งนี้ก็จะติดเป็นเงาในใจคนทำไปจนตาย ทั้งความอับอาย ความหวาดระแวง เขาเห็นใจเพื่อนคนนั้นนะแต่ในเมื่ออัยย์ทำผิดได้อัยย์ก็ต้องอยู่กับผลลัพธ์ของความผิดนั้นได้เช่นกัน  

เพราะแบบนี้บริภัทรถึงไม่ชอบตัวเองเวลาโกรธ

“บี?”

“หืม? น้ำหวานว่าไงนะ?”

“ถามว่าเคยคิดว่าเราเป็นคนขโมยงานหรือเปล่า?” บริภัทรคิดพริบตาเดียวก็หัวเราะแห้ง ๆ

“ตรง ๆ อย่างนี้เลยหรือ?”

“จะอ้อมค้อยทำไม บีก็รู้ว่าเราเป็นคนตรง ๆ เรื่อง...ใหญ่กว่านี้เรายังกล้าพูดต่อหน้านายเลย” ดวงตาเรียวรีมองขั้นบันไดที่ทอดยาวลงไปชั้นหนึ่ง บริภัทรหยุดเดินพาให้หญิงสาวอีกคนหยุดตามไปด้วย “ตอนแรกก็คิดว่าอาจเป็นน้ำหวาน” เห็นอีกฝ่ายชักสีหน้าบริภัทรก็ยิ้มกว้างขึ้น “ตอนนั้นเราเพิ่งมีเรื่องกับน้ำหวานมาไง”

“บ้า นั่นไม่ถือว่ามีเรื่องนะยะ แค่เปิดใจพูดกันต่อหน้า”

“ก็ นั่นแหละ เราคิดว่าน้ำหวานอาจจะไม่พอใจเรื่องที่เกิดขึ้นที่บ้านคุณเซย่า แต่พอมีเวลาคิดอย่างถี่ถ้วน ไตร่ตรองเหตุและผลบวกกับนิสัยของน้ำหวานแล้ว เราก็ลดน้ำหวานลงไปเป็นตัวเลือกรอง” ไม่ได้ตัดทิ้งเสียทีเดียวเพราะบริภัทรก็ใช่ว่าจะมั่นใจในการสันนิษฐานของตัวเอง

“นิสัยเรามันยังไง?”

“น้ำหวานถือตัวเกินกว่าจะเล่นลอบกัด”

“ใช่สิ ถึงจะชอบ เออ นั่นแหละ ชอบมากแค่ไหนแต่เราก็ไม่มีทางลดตัวไปทำร้ายใครลับหลังเพราะเรื่องผู้ชายหรอก ยิ่งเรื่องเรียนยิ่งไม่ทำ เสียศักดิ์ศรีจะแย่” สาวสวยว่าเต็มอารมณ์ ใบหน้าสวยแดงเรื่อเพราะความอัดอั้นตันใจ “อีกอย่างเราก็ไม่โง่นะ สู้ในเรื่องที่ไม่มีทางชนะเราจะเสียเวลาเสียแรงเปล่าทำไม”

“คราวก่อนยังอยากจะแข่งกันแบบแฟร์ ๆ อยู่เลย”

“ย่ะ จะพูดอะไรก็พูดเถอะ แต่ เออ โอเค ก็ยอมรับแหละว่าค่อนข้างอคติกับนาย มันธรรมดาหรือเปล่าล่ะที่เราจะไม่ชอบศัตรูหัวใจตัวเองน่ะ ตอนนั้นเราไม่รู้จักนายดีพอเราเลยมั่นใจว่ายังไงเราก็ต้องดีกว่า พี่เขาต้องชอบเราได้แน่ ๆ แต่มันก็เป็นความคิดของเราคนเดียว นั่นเป็นเพราะเราไม่ค่อยเห็นพวกคุณสองคนอยู่ด้วยกัน นั่นมันก่อนที่เราจะได้เห็นพวกคุณกอดกันในห้องโฮมไงบี! จะบ้าเหรอ คนไม่ใช่แฟนที่ไหนเค้ากอดกันกลมขนาดนั้น จูบกันไม่ห่างขนาดนั้น กล้าใช้คำว่าคนคุยได้ยังไงไม่ทราบ”

“ก็เป็นแค่คนคุยจริง ๆ”

“เพราะคำตอบแบบนี้ไงถึงทำให้คนอื่นมีความหวัง” ซึ่งก็รวมถึงสาวมั่นอย่างน้ำหวานด้วย “ช่างเถอะ จะคบหรือจะคุยก็ไม่ใช่เรื่องของเราแล้ว เรากล้าท้านายเราก็กล้ายอมรับความพ่ายแพ้ แต่ขอย้ำตรงนี้ว่าถึงเราจะมั่นใจ ปากไวแล้วก็ทำอะไรไม่ดีกับนายไปบ้างแต่เราก็ไม่เคยจนตรอกจนถึงขั้นกลั่นแกล้งให้เสียอนาคตแบบที่ยัยอัยย์ทำ”

“เข้าใจแล้ว ขอโทษที่เคยสงสัยน้ำหวานนะ แล้วก็ ขอบใจที่มาถามเราตรง ๆ” น้ำหวานถอนหายใจอย่างไม่ปิดซ่อน ปัดมือเร็ว ๆ เหมือนไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญแล้วก็ดันบานประตูออกไปก่อน

“กลับล่ะ อ้อ! ยอมถอยเรื่องพี่ชานนท์แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะยอมรับว่านายดีกว่านะ ยังไงเราก็มั่นใจว่าเราเหนือกว่านายมาก!” บริภัทรหน้าเหวอ มองคุณหนูน้ำหวานก้าวฉับ ๆ ๆ ห่างไปทั้งยังยกมือค้างอยู่ในท่าโบกมือลาอย่างนั้น

 


“ถ้าตัดเรื่องคุณชานนท์ไปแล้วนิสัยด้านอื่นของน้ำหวานก็ไม่ถือว่าเลวร้ายนะ ถ้าแย่จริงคุณเซย่าคงไม่คบเป็นเพื่อนตั้งแต่มัธยมยาวมาจนเข้ามหาวิทยาลัย”

“พวกคุณหนูจ๋าก็งี้ สวยมาก มั่นมาก บางทีก็เผลอเหยียดคนอื่นโดยไม่รู้ตัว”

“แต่คุณเซย่าน่ารักเนาะ ไม่เป็นแบบที่คินว่าเลย”

“อยากโดนปั่นกะโหลกใช่ไม่ใช่?” รีบตะปบมือทับขมับทั้งสองข้างพร้อมถดตัวหนี ภาคินเงื้อง่าทำท่าจะเข้ามาล็อคคอแต่ก็ลดมือลงข้างตัวไปเฉย ๆ สีหน้าเย้าหยอกของเพื่อนแปรเป็นระแวงระวังจนบริภัทรต้องมองตามไปในทิศเดียวกัน

พี่โอ้?

“ขอคุยเรื่องหมายศาลหน่อยสิ” อีกฝ่ายมาถึงตัวบริภัทรอย่างรวดเร็ว หยุดห่างไปเพียงสองเมตรและพุ่งเข้าประเด็นโดยไม่มีการเกริ่นนำอย่างคราวก่อน ไม่มีการเอ่ยถึงเรื่องที่ร้านอาหารหรือแผนการจ้างผู้ชายสองคนมาสร้างข่าวลือเสียหายให้บริภัทร ถ้าไม่เพราะเป็นห่วงเพื่อนมากก็คงเพราะกลัวจะถูกรื้อคดีเก่า

“เชิญครับ”

“เพื่อนของฉัน สองคน ได้หมายศาลเรียกให้ไปไกล่เกลี่ยกับทนายความของนายเพราะโพสต์ข้อความทำให้นายเสียหาย”

“เพื่อนสองคนนี้หรือครับ?” ถามถึงสองคนที่ตามมาประกบอภิสร ชายหนุ่มหญิงหนึ่ง บริภัทรจำได้ว่าเป็นพวกเดียวกับเมื่อคราวก่อน

“ผมมีเวลาไม่มาก พวกพี่อยากพูดอะไรก็พูดมาได้เลยครับ”

“สองคนนี้ไม่ผิด ฉันเป็นคนยุให้พวกมันทำเอง แล้วก็ ทำก่อนหน้านี้นานแล้ว มันก็ไม่ควรมีผลอะไรแล้วไม่ใช่เหรอ” บริภัทรลากเสียงในคอ สีหน้าบอกความเห็นใจที่ไม่มากและไม่น้อยเกินไป พี่โอ้คงอยากสื่อว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนการเจรจากับคุณชานนท์ครั้งล่าสุดกระมัง

“ยากเลยครับ ศาลท่านพิจารณาคดีจากหลักฐานเสียด้วย”

“นายก็แค่ยกฟ้อง คดีหมิ่นประมาทแค่นี้ มันไม่ใช่เรื่องที่จะยอมความกันไม่ได้ ยกฟ้องแล้วให้พวกเราทำอะไรชดใช้ก็ได้”

“คงไม่ได้ครับ เรื่องนี้ผมตั้งใจจะให้จบที่ศาล อย่างเสมอภาค ทุกเคส”

“แต่นายจะทำให้พวกเรามีประวัติด่างพร้อย!

“ใช่ เห็นแก่ความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องด้วยเถอะน้องบี”

“เราไม่มีเงินหรอกนะน้องบี อย่าว่าแต่แสนเลย เงินหมื่นก็หายากแล้ว”

“เราขอโทษก็ได้แต่นายก็ให้โอกาสเราหน่อยได้ไหม เราไม่เคยทำอะไรนายนอกจากข้อความพวกนั้นเลยนะ นั่นก็เป็นครั้งแรกของพวกเราด้วย”

“ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ แค่ฟังเพื่อนมาอีกที ขอโทษจริง ๆ”

“พวกเรารู้แล้วว่าทำผิด ยกโทษให้พวกเราเถอะนะ”

“เห็นใจพวกพี่หน่อยเถอะ ถ้ามีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลมันจะมีผลกับอนาคตที่เหลือของพวกพี่เลยนะน้อง”

จากสามก็เพิ่มเป็นสี่ ห้า หก ตอนนี้คนนับสิบยืนประจัญหน้ากับบริภัทรและภาคินอยู่ใต้ตึกคณะ ในช่วงเย็นที่คนส่วนใหญ่กำลังพักผ่อนเพื่อรอเวลากลับบ้าน คนกลุ่มใหญ่พร้อมใจกันใช้เสียงร้องขอความเห็นใจและยัดเยียดหลักมนุษยธรรมใส่มือบริภัทรได้อย่างหน้าไม่อาย บริภัทรมองหน้าไล่ไปทีละคน บางคนเคยเห็นบางคนไม่เคยแม้แต่จะมีภาพลางเลือนในความจำแต่ทุกคนล้วนมาเพื่อให้ตัวเองพ้นผิดโดยมีคนที่เคยร้ายกับบริภัทรอย่างที่สุดนำทัพ

หน้าด้านกันจัง

“พวกคุณน่ะไม่เคยได้ยินคำว่า Cyberbullying กันบ้างเหรอ?”

“...........”

“ใช่ ผมดูไม่เป็นอะไร ดูสุขสบายดี คำพูดที่พวกคุณโพสต์กันอย่างสนุกปากนั่นน่ะมันไม่ได้ทำให้เนื้อตัวผมบาดเจ็บหรือชอกช้ำ แม้แต่รอยข่วนสักนิดก็ไม่มี นั่นเลยกลายเป็นข้ออ้างให้พวกคุณเอามาเรียกร้องผลประโยชน์ให้ตัวเอง แต่พวกคุณก็รู้ใช่ไหมว่าข้อความพวกนั้นน่ะมันสามารถฆ่าคนได้จริง ๆ”

“แต่เราไม่ได้ตั้งใจจะทำอย่างนั้นนะ”

“คุณจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจเจตนามันก็เริ่มที่คุณต้องการทำร้ายผม ผมจะเป็นยังไงก็ได้ หดหู่จิตตกจนตายไปเลยก็ได้ขอแค่คุณสะใจ”

“เกินไปมั้ง เหมือนนายอยากเพิ่มความผิดให้เรามากกว่านะแบบนี้”

“เพราะผมยังอยู่ตรงนี้ไง ยังมีกำลังส่งเรื่องฟ้องร้องพวกคุณ ทุกคนเลยมองว่ามันเรื่องเล็ก มันไม่เป็นไร แต่ถ้ามันไม่ใช่ล่ะ คุณจะรู้หรือว่าคนที่คุณด่าผ่านทวิตเตอร์ผ่านเฟซผ่านไอจีแต่ละวันเขาต้องเจอกับอะไรมาบ้าง วันนั้นเขาอาจจะทะเลาะกับเพื่อน อาจจะมีปัญหากับครอบครัว ถูกอาจารย์ตำหนิหรืออาจจะเพิ่งเสียของรักไป คุณรู้เหรอว่าเขาจะไม่ได้เจอเรื่องแย่ ๆ มาตอนที่ต้องอ่านข้อความบั่นทอนของพวกคุณ

“...........”

“ไอ้ที่บอกว่าไม่ตั้งใจน่ะมันฆ่าคนได้เลยนะ”

“...........”

“แล้วถ้าผมเป็นแบบนั้น ถ้าผมรับไม่ไหวแล้วทำร้ายตัวเองเพราะข้อความของพวกคุณ ยังจะคิดว่ามันเกินไปอยู่ไหม!”







#บริภัทร



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.214K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,868 ความคิดเห็น

  1. #4652 amolwan1 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 11:51
    ปกติอ่านฟิคพระเอกคลั่งรักจะชอบพระเอกมากๆ พอเจอเรื่องนี้ชอบนิสัยน้องบีมากๆๆๆๆๆๆ น้องฉลาด มีไหวพริบ ทัศนคติดี มองโลกออกมากๆเลย ชอบมากกกกกกก
    #4,652
    0
  2. #4616 Vivachoco (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 17:48
    ชานต้องกลัวบีแล้วแหละแกร่งมาก
    #4,616
    0
  3. #4592 areenachesani (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 12:12
    อ่านกี่ครั้ง ๆ น้องบีก็สุดยอดด
    #4,592
    0
  4. #4496 BLACK PEARL KRIS<3 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 19:09
    อย่าให้เรื่องจบ!
    #4,496
    0
  5. #4453 iamnotadog (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 16:39
    เอาอีกลูกเเม่!!!!
    #4,453
    0
  6. #4385 amafueng (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 20:27
    ชอบคาร์แรคเตอร์บีอ่ะ สุดไปเลย อย่าไปยอม
    #4,385
    0
  7. #4291 txncn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 03:42
    ชอบมากๆที่เอาผิดให้ถึงที่สุด เห็นแก่ตัวอ่ะพวกนี้ไม่สมควรได้รับการผ่อนปรน
    #4,291
    0
  8. #4290 txncn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 03:42
    ชอบอ่ะ คำว่า หน้าด้านกันจัง อ่านละคือแบบเอออิคนที่โดนด่าอ่ะหน้าชาแน่นอนเป็นการด่าที่ถ้าโดนด่าแบบนี้คือหน้าชาเลย
    #4,290
    0
  9. #4281 areenachesani (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 20:38
    น้องบีเริ่ดที่สุดด
    #4,281
    0
  10. #4253 kseventeen (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 13:11
    นายเอกของเราไม่ใช่คนยอมคนนะคะ เริ่ดมากลูกกก
    #4,253
    0
  11. #4063 areenachesani (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 14:33
    ฟาดมันลูกกก
    #4,063
    0
  12. #3947 pbcy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:05
    อย่าให้น้องบีโมโห เชื่อแล้วค่ะ น้องโกด
    #3,947
    0
  13. #3683 notisez (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 07:32
    ลูกดุมาก กัวๆๆๆๆ
    #3,683
    0
  14. #3513 Audaidaj (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 04:19
    เจอกันที่ศาลจะ บอกไปเลยน้องบี ตอนทำไม่คิดเนอะ
    #3,513
    0
  15. #3388 LOMAbin (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 17:57
    ฟาดมัน ชอบคนแบบนี้โว้ย! ชอบมาก! ฟาดมัน!!!!
    #3,388
    0
  16. #2911 kwanaplus (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 22:34
    สตรองมากน้องบี !!
    #2,911
    0
  17. #2618 exo12forever (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 00:08
    เจอกันที่ศาลจ้าาาา
    #2,618
    0
  18. #2461 mees$ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 09:17
    ไขว้ห้าง ยกแว่นดำมาใส่ กอดอก ถอนหายใจ มองออกนอกหน้าต่างรถ "เจอกันที่ศาลครั้งเดียวแล้วจบนะคะ"
    #2,461
    0
  19. #2445 Xingmiii (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 22:10
    แกน่งสุด สวยสุดก็ลูกชั้นนี่แหละ
    #2,445
    0
  20. #2344 toffy34 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 19:02
    ตบมันด้วยคำพูดนี้แหละลูก ผู้ดีสุด ส่วนที่เหลือไปเจอกันในศาลนะจ๊ะ
    #2,344
    0
  21. #2330 Yehetnnxx (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 12:59
    สู้เขา ลูก. สมแล้ว พวกนั้น ต้องโดนแบบนี้
    #2,330
    0
  22. #2145 chootikarn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 10:10
    ชอบบีมั่กๆสุดๆไปเลยบี
    #2,145
    0
  23. #2128 weiliin (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 01:11
    น้องแบบสู้มาก ฮืออออ
    #2,128
    0
  24. #1934 Galaxy cb (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 15:47
    สุดยอด เป็นคนนิ่งๆเงียบๆ แต่โคตรคนจริง👍
    #1,934
    0
  25. #1691 yellowhoney (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:31
    เจอกันที่ศาลนะคะ แซ่บๆๆ
    #1,691
    0