ตอนที่ 2 : แม่เลี้ยงบ้านไร่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 634
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    7 ก.พ. 62

:: ::

แม่เลี้ยงบ้านไร่ 

 

            มื่อรถกระบะสี่ประตูถูกขับเข้ามาในรั้วอาณาเขตของไร่เหมันต์ ผู้มาใหม่ก็รู้สึกตื่นตากับภาพที่เห็น ที่นี่มีพื้นที่สีเขียวกว้างใหญ่ไพศาล ถูกห้อมล้อมไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน ช่างเป็นภาพที่งดงามมากเหลือเกิน แถมอากาศยังสดชื่นกว่าในกรุงเทพอีกด้วย

น้ำฟ้าไม่เคยย่างกรายขึ้นมาที่ภาคเหนือเลยสักครั้ง ครั้งแรกก็มาถึงเชียงรายเกือบเหนือสุดของประเทศไทยเลยทีเดียว เจ้าหล่อนไม่อยากจะคิดเลยว่าชายหนุ่มที่เธอเพิ่งร่วมหอลงโรงด้วย จะร่ำรวยมหาศาลมากขนาดไหน เพราะดูจากที่นี่แล้วถ้านับเป็นมูลค่าคงจะหลายพันล้านบาทเลยทีเดียว

           ความกว้างใหญ่ไพศาลของไร่เหมันต์ทำให้หญิงสาวนั่งชมอย่างเพลินตาเพลินใจ จนไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้รถได้จอดสนิทแล้ว คนที่นั่งข้างกันจึงเอ่ยเรียกเพื่อจะได้เข้าไปในบ้าน

          “น้ำค้าง น้ำค้าง”

          “คะพ่อเลี้ยง” เจ้าหล่อนรีบหันขวับมามอง ทำหน้าเหลอหลาจนฝ่ายชายอดขำไม่ได้

           “ถึงแล้วเข้าบ้านกันเถอะ” ชายหนุ่มส่งยิ้มให้

           “ออค่ะ แล้วน้องคิมล่ะคะ ให้ฉันช่วยอุ้มไหม” คิมหันต์นอนหลับปุ๋ยอยู่บนตักผู้เป็นพ่อ แต่ทว่าเธอกลับเอ่ยราวกับว่าแข็งแรงกว่าอีกฝ่ายซะอย่างนั้น

           “อวดเก่งจัง ลงไปก่อนเถอะเดี๋ยวผมอุ้มเอง” เหมันต์ขำออกมาเล็กน้อย

            “ฉันแค่อยากจะช่วยทำไมต้องขำกันด้วยล่ะ” เธอเอ่ยราวกับกำลังงอนชายหนุ่ม ก่อนจะเดินหน้าบึ้งลงไป

             น้ำฟ้ามองดูบ้านสองชั้นที่สร้างจากไม้ล้วน มีระเบียงยื่นออกมาเพื่อชมวิวทิวทัศน์ของไร่อีกด้วย ถ้าไม่มาเห็นกับตาเธอคงคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ฝัน ทำไมนะน้องสาวของเธอถึงได้ทิ้งผู้ชายคนนี้ไปได้ ออกจะร่ำรวยขนาดนี้ แถมเขาเองก็ใช่ว่านิสัยจะแย่

            “กรี๊ด! พ่อเลี้ยงกลับมาแล้ววว” หญิงสาววัยรุ่นหน้าตาสะสวย แต่งตัวจัดจ้านเดินผ่านน้ำฟ้าด้วยสีหน้าบูดบึ้ง ตรงเข้าไปหาผู้เป็นเจ้าของไร่

เห็นอย่างนั้นน้ำฟ้าก็หันกลับไปมอง ดูว่าเจ้าหล่อนคนนั้นเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงทำนิสัยอย่างนั้นใส่เธอ ทั้งที่ยังไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แถมยังระริกระรี้เมื่อเห็นสามีของเธออีกต่างหาก

            “สวัสดีค่ะคุณน้ำค้าง” หันกลับมาก็เจอกับหญิงอายุราวห้าสิบกว่า เอ่ยทักทายพร้อมกับยกมือไหว้ เห็นอย่างนั้นเธอก็รีบยกมือไหว้ตอบอย่างตกใจเพราะกลัวว่าจะอายุสั้น

            “สวัสดีค่ะ ไม่ต้องไหว้หนูก็ได้ค่ะป้า ว่าแต่ป้ารู้จักหนูด้วยเหรอคะ” เธอเอ่ยถามด้วยสีหน้างงงวย โดยลืมไปว่าตอนนี้เธอสวมรอยเป็นน้องสาวอยู่

            “ทำไมจะไม่รู้จักล่ะ ก็คุณน้ำค้างมาพักที่นี่กับพ่อเลี้ยงอยู่บ่อยๆ อำป้าเล่นรึเปล่าคะเนี่ย” บัวคลี่ทำหน้างงเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายจำเธอไม่ได้ ทั้งที่แต่ก่อนจิกหัวใช้อย่างกะอะไรดี

            “อ๋อ โทษทีค่ะพอดีหนูอาจจะหลงๆ ลืมๆ ไปหน่อย” น้ำฟ้ายิ้มแหยๆ ให้กับแม่บ้านเก่าแก่ของบ้านหลังนี้

            หลังจากทักทายกันแล้วทั้งหมดก็เข้าไปในบ้าน เหมันต์อุ้มลูกชายไปนอนที่เตียงในห้อง ออกมาแล้วก็เรียกทุกคนในบ้านให้มารวมตัวกัน แนะนำให้รู้จักน้ำฟ้าอย่างเป็นทางการในฐานะนายหญิงคนใหม่ของที่นี่

            “หลายคนคงอาจจะเคยรู้จักกับคุณน้ำค้างมาบ้างแล้ว ก่อนหน้านี้เธอมาที่นี่ในฐานะคนรักของฉัน แต่จากนี้ไปเธอจะอยู่ที่นี่ในฐานะภรรยาของฉัน ให้ทุกคนเรียกเธอว่าแม่เลี้ยง เข้าใจตรงกันนะ” เหมันต์ยืนอยู่ตรงหน้าลูกน้องทุกคน

            ส่วนน้ำฟ้าเองก็ยืนอยู่ข้างสามี ยิ้มให้ทุกคนอย่างเป็นมิตร แต่ทว่าคำปองกลับทำหน้าไม่สบอารมณ์ เพราะตัวหล่อนเองก็หวังที่จะได้เป็นนายหญิงของบ้านหลังนี้ นั่นทำให้ความฝันของเธอพังทลายลงในพริบตา

            “สวัสดีค่ะทุกคน ฉันขอฝากเนื้อฝากตัวอย่างเป็นทางการด้วยนะคะ” เธอส่งยิ้มให้กับทุกคนอย่างเป็นมิตร หลายคนยิ้มตอบ แต่ก็มีบางคนที่ทำสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้ยินดียินร้ายอะไร

            “รู้จักกันแล้วก็แยกย้ายกันไปได้ แค่นี้ล่ะ” เหมันต์เอ่ย จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของใครมัน

            เมื่อเหลือเพียงแค่สองคนแล้ว น้ำฟ้าก็ทำตัวไม่ถูก ได้แต่ส่งยิ้มให้กับชายหนุ่ม

            “ยิ้มให้ฉันอย่างนี้หมายความว่าไง” เหมันต์ถามภรรยาสาวเชิงหยอก เห็นอย่างนี้เขาอยากจะพาเข้าไปในห้องซะตอนนี้เสียด้วยซ้ำ รสสวาทเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาทำให้เขาหลงใหลเจ้าหล่อนได้อย่างง่ายดาย ความรู้สึกแปลกใหม่นี้มันเกิดขึ้นพร้อมกับความสงสัยที่ค้างคาอยู่ในใจ ยิ่งได้พูดคุยได้ใกล้ชิดกัน เขายิ่งมั่นใจว่าเธอคนนี้ไม่ใช่น้ำค้างแน่นอน หากจะบอกว่าเป็นแฝดกันเขาก็เชื่อเพราะใบหน้าเหมือนกันซะเหลือเกิน นั่นคือสิ่งที่เขาจะต้องหาคำตอบให้ได้

            “ปะ...เปล่าค่ะ พอดีฉันจะถามว่าให้ฉันนอนห้องไหน” แววตาของเขาทำให้น้ำฟ้าไม่กล้าสู้หน้า มันทำให้เธอนึกถึงฉากรักบนเตียงเมื่อคืนที่ผ่านมา ยังจำทุกท่วงท่า ทุกแรงกระแทกที่ชายหนุ่มถาโถมเข้ามาในตัวเธอได้ดี

            “ทำอย่างกับเพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรกซะงั้น จำห้องนอนของเราไม่ได้แล้วหรือ” สัมภาระของน้ำฟ้าถูกคนขับรถนำไปไว้ในห้อง เธอจึงไม่รู้ว่าห้องที่น้องสาวเธอเคยนอนร่วมกับผู้เป็นเจ้าของบ้านอยู่ตรงไหน

            “เอ่อ...จำได้ค่ะ เพียงแต่ฉันไม่ได้มาที่นี่นานมันอาจจะหลงๆ ลืมๆ ไปบ้าง”

            “ถ้างั้นไปที่ห้องนอนของเราดีกว่า เธอเดินนำหน้าไปก่อนเลย” เหมันต์ผายมือเชิญเจ้าหล่อนให้เดินนำหน้าไป

            “ค่ะพ่อเลี้ยง” เธอตัดสินใจเดินตามทิศทางที่อีกฝ่ายผายมือไป

            “ไม่ใช่ทางนั้น...ทางนี้” เหมันต์ชี้ไปอีกทาง ทำเอาน้ำฟ้าถึงกับหยุดชะงัก ขมวดคิ้วจนเป็นปม รู้สึกเสียหน้าซะเหลือเกิน ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะสงสัยในตัวเธอแล้วหรือยัง

            “แล้วทำไมคุณถึงผายมือมาทางนี้ล่ะคะ ฉันก็เลยตามเลย” เธอแก้ตัว

            “สงสัยเธอยังคงเมารถอยู่ เอาเป็นว่าเดินตามฉันมาก็แล้วกัน” เหมันต์ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเดินนำหน้าหญิงสาวไปที่ห้องนอน

            น้ำฟ้าเดินตามหลังอย่างว่าง่าย เจ้าหล่อนยกมือขึ้นมาทาบหน้าอกด้วยความโล่งใจ ที่สามารถเอาตัวรอดไปได้อีกครั้ง

           

            เข้ามาในห้องนอนแล้ว น้ำฟ้าก็เดินกวาดสายตามองไปรอบห้อง ด้วยความตื่นตาตื่นใจ เมื่อเห็นระเบียง ก็เปิดประตูออกไปสูดอากาศด้านนอก นี่มันสวรรค์บนดินชัดๆ บนห้องนอนที่อยู่ชั้นบนสุดของตัวบ้านอย่างนี้ ทำให้สามารถมองเห็นวิวบริเวณโดยรอบ ได้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียว

            “สดชื่นจัง” น้ำฟ้ายืนกางแขนสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด หลับตาพริ้มด้วยความสบายใจ

            “ทำอย่างกับไม่เคยมาที่นี่อย่างนั้นล่ะ” เหมันต์เดินเข้ามากอดหญิงสาวจากด้านหลัง ก่อนจะซุกใบหน้าคมลงที่ซอกคอขาว นัวเนียอยู่อย่างนั้น

            “คุณ! ทำอะไรเนี่ย” ด้วยความลืมตัว น้ำฟ้าจึงพยายามแกะมึงอีกฝ่ายออกโดยเร็ว แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เธอมีสถานะเมียเขาแล้ว จึงไม่ควรจะปฏิเสธการสัมผัสให้อีกฝ่ายระแคะระคายเด็ดขาด ดีไม่ดีถ้าโดนจับได้เธอเองก็จะโดนหางเลขไปด้วย

            “ทำไมไม่ขัดขืนต่อล่ะ กำลังได้อารมณ์อยู่แล้วเชียว”

            “ก็ฉันเป็นเมียพ่อเลี้ยงนี่คะ ทำไมจะต้องทำอย่างนั้นด้วย”

            “แล้วทำไมตอนแรกถึงทำล่ะ” เหมันต์ยังกวนไม่เลิก เขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะไปต่อยังไง

            “ก็ฉันตกใจนี่นา อยู่ๆ ก็เดินเข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียง”

            “แสดงว่าตอนนี้ฉันจะทำอะไรก็ได้แล้วสิ” เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆ ข้างใบหู ก่อนจะสูดกลิ่นหอมที่พวงแก้มขาวอย่างบรรจง มือหนาเริ่มเลื้อยเข้าไปใต้เสื้อตัวบาง

            “ยะ...หยุดก่อนค่ะ นี่มันระเบียงนะคะพ่อเลี้ยง ฉันว่ามันไม่เหมาะสักเท่าไหร่” น้ำฟ้าย่นคอ เอียงศีรษะหนีจากการถูกรุกราน

            “ทำไมจะไม่เหมาะล่ะ ก่อนหน้าที่เธอมา เรายังเคยมีความสุขกันอยู่ตรงนี้เลย เธอเองก็ชอบไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มแกล้งพูดหยอกให้อีกฝ่ายตกใจเล่น

            “จะ...จริงเหรอคะ ฉันเคยทำอย่างนั้นด้วยเหรอไม่เห็นจะจำได้เลย” น้ำฟ้าแกล้งทำเป็นจำไม่ได้

            “มารอบนี้เธอดูเปลี่ยนไปนะ ดูหลงๆ ลืมๆ สงสัยต้องรื้อฟื้นความทรงจำซะแล้วสิ” ว่าแล้วก็ซุกไซร้ที่คอระหง สูดกลิ่นกายที่ยั่วเย้าอารมณ์ชายให้พลุ่งพล่านขึ้นทันที

            “เปลืองตัวชะมัด” น้ำฟ้าเผลอบ่นออกมาเบาเสียง เหมันต์ได้ยินไม่ถนัดหูจึงเอ่ยถามอีกครั้ง

            “อะไรเปลืองๆ นะ”

            “เปล่าค่ะพ่อเลี้ยง ไม่มีอะไร”

            “เห็นพื้นที่สีเขียวตรงหน้านี้ไหม” เหมันต์เอ่ย ทั้งที่ยืนกอดอีกฝ่ายจากด้านหลังอยู่

            “เห็น ทำไมคะ”

            “พื้นที่ที่เธอเห็น เป็นของฉันหมดเลย”

            “ออค่ะ” น้ำฟ้าตอบสั้นๆ เธอยังคงไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่อถึงอะไรกันแน่

            “ถ้าเธอมาช่วยฉันทำงาน ทุกอย่างทั้งหมดก็จะเป็นของเธอไปด้วยไงล่ะ”

            “ฉันไม่ได้ต้องการอะไรเลยนะคะ ที่แต่งงานกับพ่อเลี้ยงก็เพราะ...”

            “เพราะอะไรทำไมไม่พูดต่อ ฉันอยากฟัง”

            “เพราะว่า...ฉันรักพ่อเลี้ยงไงคะ” เธอไม่น่าเปิดประเด็นนี้ขึ้นมาเลย อายชะมัดที่ต้องพูดคำนั้นออกไป

            “รักมากแค่ไหน ไหนบอกมาซิ” เหมันต์อยากจะรู้ว่าเจ้าหล่อนจะเล่นละครได้เก่งสักแค่ไหนกันเชียว

            “บอกไม่ถูกค่ะ รู้แค่ว่ารักมาก”

            “ฉันเองก็รักเธอมากรู้ไหม ยอมเธอได้ทุกอย่างไม่ว่าเธอจะต้องการอะไร เพราะงั้นเธอจะต้องอยู่ที่นี่กับฉันไปตลอด ห้ามไปจากฉันเด็ดขาด วันไหนที่ฉันรู้ว่าเธอทรยศฉัน รับรองว่าเธอจะโดนฝังอยู่ที่นี่แน่นอน”

ได้ยินอย่างนั้นน้ำฟ้าก็กลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดกลัว พอจะร้ายทำไมถึงได้น่ากลัวอย่างนี้นะ เธอคงจะยังไม่รู้จักผู้ชายคนนี้มากพอจริงๆ รู้แล้วว่าทำไมน้องสาวฝาแฝดถึงได้กลัวว่าผู้ชายคนนี้จะเอาเรื่อง หากรู้ความจริงเข้า กลายเป็นว่าตอนนี้เธอมารับความซวยแทนแท้ๆ

            “ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ ฉันแค่ล้อเล่นเอง” เหมันต์ขำออกมา เมื่อแกล้งเจ้าหล่อนได้สำเร็จ ดีเหมือนกันอีกฝ่ายจะได้รู้ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายที่จะมาล้อเล่นได้ง่ายๆ

            “จริงเหรอคะ ทำไมหน้าคุณดูจริงจังซะขนาดนั้น” น้ำฟ้ายังคงไม่เชื่อว่าเขาจะแค่ล้อเล่น

            “ทำอย่างกับไม่เคยรู้จักฉันมาก่อน เวลาเราอยู่ด้วยกันสองต่อสองฉันก็เป็นคนขี้เล่นอย่างนี้ล่ะ แต่ถ้าอยู่ต่อหน้าคนงานในไร่ก็จะจริงจัง”

            “อ๋อ...เข้าใจแล้วค่ะ” น้ำฟ้าพยักหน้ายิ้มให้

            “ถ้าเข้าใจแล้วเข้าไปต่อข้างในกันเถอะ ฉันอยากจะกินเธอเต็มทีแล้ว”

            “กินฉัน? หมายความว่า..” นี่เธอต้องเสียตัวอีกแล้วงั้นเหรอเนี่ย ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้เซ็กส์จัดขนาดนี้นะ

            “ใช่...ฉันจะกินเธอไปทั้งตัวเลยล่ะ” ว่าแล้วชายหนุ่มก็อุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าสาว แล้วพาเดินเข้าไปในห้องนอน เปิดประตูระเบียงไว้อย่างนั้นเพื่อรับลมเย็นๆ

            เมื่อวางเจ้าหล่อนลงบนเตียงแล้ว เหมันต์ก็จัดการเปลื้องผ้าออกจนตัวเปล่าเล่าเปลือย ความเป็นชายกระเด้งโดดขึ้นมาตั้งตระหง่าน บ่งบอกว่าตอนนี้เขาพร้อมรบแล้ว น้ำฟ้าได้แต่นอนนิ่งอยู่บนเตียงด้วยท่าทีเขินอาย

            “ฉันลืมบอกเธอไปว่า ฉันเป็นคนที่มีความต้องการสูงมาก สูงจนสามารถมีอะไรกับเธอได้ทุกชั่วโมงเลยล่ะ” เขาเอ่ยแค่นั้นก็โน้มใบหน้าคมเข้ามาประกบจูบ

            ....

            ….(NC)

            ….

            “เธอกำลังยั่วฉันมากเหลือเกินน้ำค้าง” เหมันต์เอ่ยเสียงกระเส่าข้างใบหู

            น้ำฟ้าได้แต่เหลือบตามองเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถเอ่ยอะไรออกมาได้ เพราะตอนนี้เจ้าหล่อนกำลังให้ความสนใจกับนิ้วที่ซุกซนอยู่นั่นเอง

            เหมันต์ชมลีลารักของภรรยาอย่างพอใจ แม้ว่าเธอคนนี้จะไม่ได้เร่าร้อนและลีลาเยี่ยมเหมือนน้ำค้างคนก่อน แต่เธอก็ทำให้เขามีอารมณ์ร่วมและสุขสมได้ไม่แพ้กัน

            “เก่งมากครับเมียสุดที่รัก” เขาเอ่ยชมเพื่อให้เจ้าหล่อนมีความฮึกเหิมในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่คือครั้งที่สองของอีกฝ่าย น้ำฟ้าสามารถทำให้เขาประทับใจกับลีลารักได้เพียงแค่ไม่กี่ครั้ง

            ….

            ….(NC)

            ….

            เมื่อเห็นเจ้าหล่อนมีอารมณ์ร่วมในระดับหนึ่งแล้ว เหมันต์ก็ร่ายลีลารักอย่างชำนิชำนาญ พาเธอผจญภัยกับเส้นทางแห่งรสสวาทอย่างสนุกสนานและเร่าร้อน...จนถึงปลายทางในที่สุด

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

4 ความคิดเห็น