ตอนที่ 3 : เมียเก่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 608
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    7 ก.พ. 62

:: ::

เมียเก่า

 

            “ฮัลโลแก”

            (ยัยน้ำฟ้าแกอยู่ไหนยะ ทำไมไม่มาทำงาน) มะเหมี่ยวสาวร่างท้วมเพื่อนรักของน้ำฟ้า ตะโกนผ่านสายเข้ามาเสียงดัง ทำให้ปลายสายถึงกับดึงเจ้าเครื่องมือสื่อสารนั้นให้ออกห่างจากใบหู

            “เบาๆ ดิแกฉันไม่ได้หูหนวกนะยะ”

            (แล้วตอนนี้แกอยู่ไหนบอกฉันมา)

            “ตอนนี้ฉันอยู่เชียงราย” น้ำฟ้าคุยสายอย่างระแวดระวัง เพราะกลัวว่าผู้เป็นเจ้าของบ้านจะเข้ามาได้ยินเอาเสียก่อน

            (เชียงราย! แกไปทำอะไรที่นั่น แล้วทำไมไม่บอกฉัน แล้วงานที่นี่ล่ะจะเอายังไง) มะเหมี่ยวยิงคำถามรัว จนน้ำฟ้าตอบแทบไม่ทัน

            “ทีละคำถามแก ฉันตอบไม่ทันหรอก”

            (ถ้างั้นบอกมาว่าแกไปทำอะไรที่นั่น)

            “ฉัน....ฉันมาทำงาน”

            (อ้าว! แล้วงานที่นี่ล่ะจะเอายังไง ทำอะไรไม่ปรึกษาฉันเลยเนี่ย)

            “ฉันขอโทษแต่มันปุบปับจริงๆ เลยอยากวานแกช่วยแจ้งพี่นกให้หน่อยว่าฉันขอลาออก ฝากขอโทษด้วยที่ไม่ได้ไปลาด้วยตัวเอง”

            (เออๆ ฉันจะบอกให้ แต่ฉันยังไม่หายโกรธแกนะ ทำอย่างกับฉันไม่ใช่เพื่อนซะอย่างนั้น) มะเหมี่ยวเอ่ยกับเพื่อนด้วยน้ำเสียงงอนๆ นั่นเพราะทั้งสองคนสนิทกันมาก ไปไหนไปกัน ตัวติดกันแทบตลอดเวลา เจอเข้าอย่างนี้จึงทำให้อีกฝ่ายเสียความรู้สึกพอสมควร

            “ฉันขอโทษจริงๆ แก แต่มันจำเป็นจริงๆ เอาไว้ว่างๆ ฉันจะโทรหาใหม่นะ แค่นี้ก่อนเจ้านายฉันมาพอดี” พูดจบน้ำฟ้าก็รีบวางสายเพื่อนทันที ทำตัวปกติไม่ให้มีพิรุธ นั่นเพราะเขาเห็นเหมันต์กำลังเดินเข้ามา

            “คุยกับใครอยู่ครับที่รัก” เหมันต์เอ่ยกับภรรยาสาวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

            “อ๋อ คุยกับเพื่อนอยู่ค่ะ”

            “พ่อเลี้ยงมีอะไรหรือเปล่าคะ” เจ้าหล่อนส่งยิ้มให้

            “วันนี้ฉันจะพาเธอเข้าไปในไร่ ไปแนะนำให้คนงานได้รู้จัก” ไม่ว่าเปล่าเหมันต์กลับเดินเข้าไปสวมกอดหญิงสาวจากด้านหลัง เกยคางไว้บนบ่าอันบอบบางราวกับกำลังออดอ้อนภรรยาซะอย่างนั้น

            น้ำฟ้าเองก็ทำตัวไม่ถูก แม้ว่าจะโดนอีกฝ่ายทำอย่างนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่ทว่าหล่อนเองกลับยังไม่คุ้นชินเอาเสียเลย ไม่รู้ต้องใช้เวลานานเท่าไรกว่าจะทำใจยอมรับเรื่องนี้ได้ เพราะเธอรู้สึกว่ากำลังใช้ผู้ชายร่วมกับน้องสาวตัวเองอยู่นั่นเอง

            “ดีเลยค่ะฉันเองก็อยากจะเข้าไปในไร่เหมือนกัน ตั้งแต่เกิดยังไม่เคยมาอยู่ในไร่ใหญ่ๆ อย่างนี้เลย” น้ำฟ้าเอ่ยกับชายหนุ่มอย่างลืมตัว

            “คุณลืมไปแล้วหรือว่าเคยมาที่นี่แล้ว” เหมันต์ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เขารู้สึกขำกับความเปิ่นของอีกฝ่าย ที่เผลอแสดงพิรุธออกมาให้เห็นอยู่บ่อยๆ

            “อ้อ...ฉันลืมไป ใช่ ฉันเคยมาแล้วนี่นา แหะๆ” น้ำฟ้ายิ้มแป้น เกาศีรษะแกร็กแก้เขินไปด้วย

            “ถ้างั้นเราลงไปกันเถอะน้องคิมรออยู่ข้างล่างแล้ว”

            “ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยสิคะ ฉันจะเดินไปได้อย่างไรกันเนี่ย”

            “โทษทีฉันลืมตัวไป นึกว่าเรากำลังจะทำสิ่งที่ฉันคิดอยู่ในหัวตอนนี้” ว่าแล้วเหมันต์ก็หอมแก้มภรรยาสาวฟอดใหญ่ให้ชื่นใจ ก่อนจะปล่อยตัวให้เป็นอิสระ ตั้งแต่มาที่นี่ไม่มีวันไหนที่เขาไม่ล่วงเกินเจ้าหล่อนเลย ความสดใหม่ของน้ำฟ้า ทำให้เหมันต์รู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากเหลือเกิน

            ส่วนน้ำฟ้าก็ได้แต่เขินอายจนใบหน้าแดงก่ำ เธอรู้ดีว่าสิ่งที่อีกฝ่ายคิดอยู่ในหัวมันคืออะไร เพราะเมื่อครู่รับรู้ได้ถึงความเป็นชายที่ดุนอยู่ตรงบริเวณเนินก้นเธอนั่นเอง

 

            ลงมาถึงแล้วน้ำฟ้าก็เดินตรงเข้าไปหาลูกเลี้ยง ที่นั่งรออยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น โชคดีที่คิมหันต์เป็นเด็กดี ทำให้เธอไม่มีปัญหากับลูกเลี้ยงอย่างที่กลัวในตอนแรก เธอเข้ากับคิมหันต์ได้เป็นอย่างดี แถมตอนนี้เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้นอีกด้วย

            “น้องคิมทำอะไรอยู่ครับ” เจ้าหล่อนนั่งลงข้างเด็กชาย ก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปดูที่หน้าจอมือถือด้วยอีกคน

            “กำลังเล่นเกมอยู่ครับคุณแม่”

            “ใกล้จบเกมยังครับเนี่ย เราจะเข้าไปในไร่กันแล้วนะ”

            “ใกล้แล้วครับอีกแปบหนึ่งนะ รอน้องคิมก่อน” เจ้าตัวเล็กเอ่ย แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่หน้าจอมือถือ ส่วนน้ำฟ้าก็นั่งเอาใจช่วยอยู่ข้างกัน

            เหมันต์มองดูคนทั้งสองอย่างพอใจ โชคดีที่ภรรยาคนใหม่เข้ากับลูกชายเขาได้ แม้จะยังมีความเคลือบแคลงใจสงสัยในตัวน้ำฟ้าอยู่ แต่ก็มั่นใจว่าเธอคนนี้ไม่ได้เป็นมิจฉาชีพอย่างแน่นอน น่าจะมีเหตุผลอื่นที่เขาเองก็ยังต้องหาคำตอบต่อไป

            “เย้! ชนะแล้ว” คิมหันต์ตะโกนเสียงดัง พร้อมทั้งชูกำปั้นข้างหนึ่งขึ้นเหนือศีรษะ แสดงความดีใจถึงชัยชนะที่ได้มาจากการเกมออนไลน์

            “ถ้างั้นไปกันเถอะครับน้องคิม” เหมันต์เอ่ยกับลูกชายสุดที่รัก

            “ครับคุณพ่อ”

            น้ำฟ้าลุกขึ้นจากโซฟาก่อนจะช่วยจับมือดึงลูกเลี้ยงให้ลุกขึ้นตาม จากนั้นทั้งสามคนก็เดินออกไปหน้าบ้าน วันนี้อากาศค่อนข้างเป็นใจ ท้องฟ้าโปร่งใส ไม่ได้มีเมฆฝนปกคลุมเหมือนอย่างเช่นทุกวัน

            “พ่อเลี้ยงให้คำปองไปด้วยนะคะ จะได้ช่วยไปดูแลคุณหนูให้ไงคะ” คำปองรีบเดินเร็วออกมาจากบ้าน กลัวว่าจะไม่ทัน

            “เธออยู่ที่นี่ช่วยป้าบัวทำงานบ้านจะดีกว่า น้องคิมมีน้ำค้างช่วยดูแลอยู่แล้ว ขอบใจมาก”

            “แต่คำปองอยากไปด้วยจริงๆ นี่คะ” เจ้าหล่อนทำหน้าบูดบึ้งไม่พอใจเมื่อโดนผู้เป็นนายปฏิเสธ

            น้ำฟ้าเห็นอย่างนั้นก็รู้สึกสงสาร เลยอาสาจะช่วยพูดกับเหมันต์ให้อีกแรง

            “ถ้าคำปองอยากไปก็ให้เธอไปด้วยเถอะค่ะ” เธอหันไปเอ่ยกับผู้เป็นสามี

            “ไปกันแค่สามคนนี่ล่ะสะดวกกว่า หรือว่าเธอขี้เกียจดูแลน้องคิม”

            “เปล่านะคะ” น้ำฟ้ารีบปฏิเสธทันควัน กลัวว่าเหมันต์จะเข้าใจผิด

            “ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามนี้ คำปองกลับเข้าไปช่วยป้าบัวทำงานเถอะ”

            “ค่ะพ่อเลี้ยง” คำปองตอบรับอย่างเสียมิได้ ทำหน้าตาบูดบึ้งจนเห็นได้ชัด แม้ว่าน้ำฟ้าจะช่วยพูดกับเหมันต์ให้ แต่ทว่านั่นกลับไม่ทำให้เธอมองในแง่ดีขึ้นเลย เธอเกลียดผู้หญิงคนนี้ที่เข้ามาแย่งเหมันต์ไป สักวันเธอจะเอาผู้ชายคนนี้มาเป็นของเธอให้ได้

 

            เหมันต์ขับรถจิ๊บพาภรรยาและลูกชายเข้าไปในไร่ ที่นี่มีอาณาเขตกว้างขวาง เขาจึงสร้างถนนคอนกรีตเชื่อมต่อพื้นที่ต่างๆ ไว้ด้วยกัน เพื่อให้สามารถนำรถเข้าไปเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ง่ายขึ้น คนงานที่นี่อยู่กันอย่างเป็นครอบครัว และจงรักภักดีกับเหมันต์ยิ่งกว่าอะไร เพราะเขาให้ความสำคัญกับพนักงานทุกคน จัดหาสวัสดิการมาให้อย่างเพียงพอ

            ระหว่างนั่งรถเหมันต์ก็ทำหน้าที่เป็นไกด์กิตติมศักดิ์ แนะนำสถานที่ต่างๆ ภายในไร่ให้ภรรยาฟังอย่างละเอียด น้ำฟ้ารู้สึกเพลินตากับทัศนียภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้ามากเป็นพิเศษ เธอเคยฝันว่าอยากมาใช้ชีวิตในไร่อย่างนี้ตั้งนานแล้ว และตอนนี้ฝันของเธอก็ได้เป็นจริงแล้ว

            “พ่อเลี้ยงเก่งจังเลยนะคะ ดูแลที่นี่คนเดียวมาตลอด” เธอเอ่ยปากชม แต่สายตายังคงจ้องมองไปที่สวนองุ่น ที่กว้างสุดลูกหูลูกตาอยู่ข้างทาง คนงานที่กำลังพรวนดินใส่ปุ๋ยอยู่ ต่างก็โบกมือทักทายผู้เป็นเจ้าของไร่พร้อมกับรอยยิ้ม

            “ตอนแรกก็ยังไม่เก่งหรอก แต่พอทำไปได้สักระยะประสบการณ์มันจะสอนให้เราเก่งขึ้นเองยังไงล่ะ” เขาตอบคำถามได้อย่างถ่อมตัวที่สุด

            “ถ้าอยากให้ฉันช่วยอะไรก็บอกนะคะ แม้ว่าฉันจะไม่ได้เรียนมาสูงแต่ถ้าได้ทำจริงๆ ฉันก็พร้อมที่จะเรียนรู้ค่ะ” เธอส่งยิ้มให้ผู้เป็นสามี แม้ว่าเธอจะไม่ใช่ตัวจริง แต่ก็จะพยายามคิดซะว่ามาที่นี่เพื่อทำงาน และเหมันต์ก็คือนายจ้าง เธอจะพยายามทำงานช่วยนายจ้างคนนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

            “ฉันคิดไม่ผิดที่แต่งงานกับเธอจริงๆ เอาไว้ฉันจะบอกว่าให้เธอช่วยอะไร”

            “ค่ะพ่อเลี้ยง”

            เหมันต์ขับรถไปยิ้มไป รู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าเจ้าหล่อนคนนี้ เขาลืมน้ำค้างคนนั้นไปเสียสนิทเลย เพราะเธอคนนี้ดูมีความเป็นกุลสตรีและที่สำคัญสามารถเข้ากับลูกชายเขาได้ดี แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับชีวิตคู่ในครั้งนี้

            ขับรถมาไม่นานก็มาถึงสถานที่ซึ่งเป็นศูนย์รวมของคนงานในไร่ เหมันต์ตั้งใจสร้างที่นี่ไว้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพนักงาน ในอาคารแห่งนี้ประกอบไปด้วยโรงอาหาร สำนักงานที่ใช้ทำบัญชีและจ่ายเงินเดือน รวมถึงมีห้องปฐมพยาบาลเบื้องต้น เผื่อว่ามีใครได้รับอุบัติเหตุจากการทำงาน

            ตอนนี้คนงานส่วนมากจะออกไปทำงานในไร่ บางส่วนก็เตรียมทำกับข้าวรอไว้ เพราะอีกไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงเวลาที่จะต้องทานมื้อเที่ยงกันแล้ว

            “คนงานไปไหนหมดคะ ทำไมมีแค่สองสามคนเอง” น้ำฟ้าเดินจูงมือลูกเลี้ยงเข้ามาภายในโรงอาหาร เมื่อเห็นว่ามีคนงานเพียงไม่กี่คนจึงเอ่ยถาม

            “อีกแปบคงจะเข้ามาแล้วล่ะ เพราะใกล้จะเที่ยงแล้ว”

            “อ้อ ฉันลืมไปว่ายังไม่ถึงเวลาพัก” ว่าแล้วน้ำฟ้าก็ปรายตามองไปรอบๆ ที่นี่อากาศเย็นสบายดีเหลือเกิน แม้จะไม่ได้ติดแอร์เหมือนโรงอาหารในบริษัทใหญ่โต แต่ทว่ามันกลับรู้สึกสดชื่นกว่ามาก เพราะใช้ความเย็นจากธรรมชาติ ต้นไม้ที่ห้อมล้อมพื้นที่โดยรอบ ทำให้อากาศเย็นสบายและไร้มลพิษเหมือนเฉกเช่นในเมืองกรุงอีกด้วย

            “จะเข้าไปในสำนักงานด้วยกันไหม หรือเธอจะเดินเล่นแถวนี้รอ”

            “ฉันขอเดินดูแถวนี้รอก็ได้ค่ะ” เธอส่งยิ้มให้เขา

            “แล้วน้องคิมล่ะ” เหมันต์โน้มตัวลงไปถามลูกชาย

            “น้องคิมจะอยู่กับคุณแม่ครับ”

            “ถ้างั้นก็อย่าดื้อนะ เดี๋ยวพ่อมา”

            “ครับคุณพ่อ”

            “ฝากน้องคิมด้วยนะ เดี๋ยวฉันมา”

            “ค่ะพ่อเลี้ยง”

            เหมันต์ส่งยิ้มให้ก่อนจะเดินเข้าไปในสำนักงาน ซึ่งอยู่อีกมุมของอาคารหลังนี้

            เมื่ออยู่กันตามลำพังแล้ว น้ำฟ้าก็หาเรื่องคุยกับลูกเลี้ยงทันที เธอยังไม่รู้จักที่นี่เลยคงจะต้องให้เจ้าตัวเล็กเป็นไกด์นำทางซะแล้วล่ะ

            “น้อมคิมมาที่นี่บ่อยไหมคะ”

            “บ่อยครับ น้องคิมมากับคุณพ่อ”

            “ถ้าอย่างนั้นพาแม่ไปเดินเล่นแถวนี้ได้ไหม”

            “ได้สิครับ ถ้าอย่างนั้นตามน้องคิมมาเลย”

ว่าแล้วคิมหันต์ก็เดินจูงมือแม่เลี้ยงสุดสวย พาเดินออกไปจากโรงอาหาร ตรงไปยังโรงเรือนกล้วยไม้ขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก เหมันต์สร้างที่นี่ให้กับ อิงฟ้า ภรรยาคนก่อน นั่นเพราะเธอเป็นคนที่ชอบดอกกล้วยไม้มาก

             กล้วยไม้หลากหลายพันธุ์กำลังออกดอกบานสะพรั่ง เห็นอย่างนั้นน้ำฟ้าก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับภาพที่เห็น นอกจากสวนผลไม้แล้วเธอเพิ่งรู้ว่ายังมีโรงเรือนกล้วยไม้อย่างนี้ด้วย ยิ่งได้เข้ามาเห็น เธอยิ่งอยากจะเข้ามาที่ไร่ทุกวันเสียเหลือเกิน เพราะคิดว่ายังมีสถานที่อีกตั้งมากมายที่น่าสนใจรออยู่

            “ที่นี่สวยจังเลยค่ะน้องคิม”

             “คุณพ่อสร้างที่นี่ให้คุณแม่อิงฟ้าครับ” ได้ยินอย่างนั้นน้ำฟ้าก็ก้มลงไปมองหน้าเด็กชายทันที

            “คุณแม่ของน้องคิมไปไหนแล้วล่ะครับ” น้ำฟ้ารู้ดีว่าไม่ควรจะถามคำถามนี้กับเด็ก แต่ทว่ากลับอดใจไม่ได้ เพราะเธอเองก็อยากรู้เรื่องนี้อยู่เหมือนกัน

            “คุณแม่อยู่ใกล้ๆ นี่เองล่ะครับ” ได้ยินอย่างนั้นน้ำฟ้าก็ขมวดคิ้ว มองด้วยความสงสัยทันที

            “ใกล้ๆ หมายความว่ายังไงคะน้องคิม”

            “นั่นไงครับ คุณแม่อยู่ที่นั่น” คิมหันต์ชี้ไปยังพื้นที่ข้างโรงเรือนกล้วยไม้

            น้ำฟ้าหันไปมองก็เจอแท่นหินอ่อนขนาดใหญ่คล้ายกับหลุมฝังศพตามหลักศาสนาคริสต์ มีไม้กางเขนตั้งตระหง่านอยู่ด้านบน รอบๆ นั้นเต็มไปด้วยสวนดอกไม้ที่พร้อมใจกันออกดอกบานสะพรั่ง เห็นอย่างนั้นน้ำฟ้าก็พอจะเดาออกว่ามันคืออะไร เจ้าหล่อนหันกลับมามองหน้าเด็กชายก่อนจะโอบกอดเอาไว้ทันที เธอรู้สึกเห็นใจคิมหันต์ที่แม่ต้องมาจากไปตั้งแต่ยังเด็กขนาดนี้

            “เราไปหาคุณแม่น้องคิมกันไหมครับ”

            “ไปสิครับ น้องคิมคิดถึงคุณแม่อยู่เหมือนกัน” ว่าแล้วคิมหันต์ก็เดินเข้าไปเด็ดดอกกล้วยไม้ออกมาสองช่อ ก่อนจะยื่นให้น้ำฟ้าหนึ่งช่อ

            “ขอบใจจ้ะ”

            “เวลาน้องคิมมาหาคุณแม่ ก็จะเอาดอกกล้วยไม้ไปให้ทุกครั้ง คุณแม่ชอบดอกกล้วยไม้มากครับ”

            “เข้าใจแล้วจ้ะ” น้ำค้างส่งยิ้มให้

            ทั้งสองเดินจูงมือกันไปยังสุสานของอิงฟ้า เธอเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อสองปีก่อนหน้านี้ ตอนแรกเหมันต์ตั้งใจว่าจะไม่คิดมีใครอีกแล้ว แต่ทว่าเขากลับหลงเสน่ห์สาวน้อยที่ชื่อน้ำค้าง เมื่อครั้งไปเที่ยวในผับแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร

            “คุณแม่ครับวันนี้น้องคิมเอาดอกกล้วยไม้มาฝากคุณแม่อีกแล้ว” น้ำค้างเห็นการกระทำของคิมหันต์ที่มีต่อมารดาตนเอง เธอแทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ เด็กคนนี้ช่างเป็นเด็กที่มีจิตใจเข้มแข็งมากเหลือเกิน เกินกว่าเด็กที่เธอเคยเห็นมา

            “สวัสดีค่ะคุณอิงฟ้า ฉันเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ฉันสัญญาว่าจะดูแลน้องคิมให้ได้ที่สุด คุณไม่ต้องห่วงนะคะ” ว่าแล้วน้ำฟ้าก็วางช่อดอกกล้วยไม้ไว้หน้าสุสานของอิงฟ้า กวาดสายตาอ่านชื่อที่สลักอยู่บนหินอ่อนไปด้วย

            “คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ แม่น้ำค้างดีกับน้องคิมและคุณพ่อมาก น้องคิมจะชวนแม่น้ำค้างมาหาคุณแม่ทุกวันนะครับ”

            น้ำฟ้ายิ้มด้วยความปลาบปลื้มใจ เธอเริ่มจะรักเด็กคนนี้เหมือนลูกแท้ๆ เสียแล้ว ตั้งใจว่าในช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่จะดูแลคิมหันต์ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

            “อยู่ที่นี่เองตามหาตั้งนาน” เสียงทุ้มที่คุ้นหูของเหมันต์ดังมาจากด้านหลัง ทำให้ทั้งสองแม่ลูกหันกลับไปมองทันที เหมันต์ไม่ได้มาคนเดียวกลับมีใครบางคนเดินมาด้วย

            “ขอโทษค่ะที่ฉันมาที่นี่โดยไม่ได้รับอนุญาต”

            “ทำไมต้องขออนุญาตด้วยล่ะ ที่นี่ไม่ใช่เขตหวงห้ามเสียหน่อย” เหมันต์ตอบ

            “แต่ที่นี่เป็นสุสานของเมียคุณ ฉันนึกว่าคุณจะห้ามซะอีก”

            “ไม่หรอก...ใจจริงฉันว่าจะพาเธอมาอยู่เหมือนกัน แต่น้องคิมดันพามาก่อนซะงั้น”

            “ก็น้องคิมคิดถึงคุณแม่นี่นา” คิมหันต์เอ่ยขณะลุกขึ้นยืนเดินไปจับมือผู้เป็นพ่อไว้

            “พ่อขอโทษที่ไม่ได้มาซะนาน”

            “ไม่เป็นไรครับคุณพ่อ วันนี้คุณแม่น้ำฟ้าสัญญากับคุณแม่อิงฟ้าแล้วว่าจะดูแลน้องคิมแทน” ได้ยินอย่างนั้น เหมันต์ก็ส่งสายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยทันที

            น้ำฟ้าได้แต่ส่งยิ้มให้ ก่อนจะหันไปสนใจมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างสามีตนเอง

            “อ้อ...ฉันลืมแนะนำเลย นี่คุณฉัตรชัยเป็นผู้จัดการไร่”

            “สวัสดีค่ะคุณฉัตรชัย ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

            “สวัสดีครับแม่เลี้ยง ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ”

            “เราเข้าไปในโรงอาหารกันเถอะ ตอนนี้คนงานเริ่มทยอยเข้ามาทานข้าวกันแล้ว” เหมันต์บอกกับทุกคน

            “ค่ะ” น้ำฟ้าตอบรับ พลางส่งยิ้มหวานให้

            ตอนนี้ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองเริ่มพัฒนาขึ้นมาอีกขั้นแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็เริ่มรู้สึกดีที่มีกันและกันอยู่ข้างๆ แต่ทว่าความจริงที่น้ำฟ้าไม่ใช่เจ้าสาวที่เหมันต์หมายปองตั้งแต่แรก ทำให้เธอเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าห้ามเผลอใจให้กับผู้ชายคนนี้ เพราะถึงยังไงเธอเองก็ต้องเป็นฝ่ายเดินจากเขาไปในสักวันอยู่ดี

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

4 ความคิดเห็น