คุณชายสายโหด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,834 Views

  • 23 Comments

  • 211 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    176

    Overall
    3,834

ตอนที่ 2 : ตอนที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 849
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    2 ม.ค. 62

:: [2] ::

นางร้าย

 

          เมื่อเข้าไปในห้องแล้วอัศก็คว้าแขนเรียวมาบีบแรงๆ ก่อนจะผลักลงพื้นอย่างไร้ความปรานี ไอ้กาฝากมันกล้าเถียงเขาเมื่อคืนนี้ต้องจัดการให้เข็ดหลาบ

            “รีบออกไปเคลียร์ข้างนอกให้เรียบร้อย กูให้เวลายี่สิบนาทีทุกอย่างต้องเสร็จ ไม่งั้นมึงโดนแน่” อัศชี้หน้าคาดโทษเอาไว้

            “ครับคุณชาย”

            ชายหนุ่มจ้องหน้าคนที่นั่งอยู่บนพื้นห้องด้วยความเดือดดาล แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง

            เมื่ออีกฝ่ายเดินออกไปแล้วรันก็ลุกขึ้นยืนใช้หลังมือปาดน้ำตาออกเบาๆ จากนั้นก็เดินออกมาดูสภาพห้องที่ผ่านการจัดปาร์ตี้มาเมื่อคืนนี้ ภาพที่เห็นก็ทำเอาเจ้าตัวถึงกับถอนหายใจเสียงดัง แล้วเดินไปหยิบถุงขยะสีดำในครัวออกมาเก็บขยะจนเกลี้ยง หลังจากนั้นก็เก็บจานและแก้วน้ำเข้าไปวางไว้ในอ่างล้างจาน แล้วหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดมาปัดกวาดเช็ดถูจนกลับมาอยู่ในสภาพเดิม กว่าทุกอย่างจะเสร็จทำเอาเจ้าตัวเหงื่อไหลไคลย้อยราวกับออกไปวิ่งรอบสนามมาซะอย่างนั้น

            รันเดินเข้ามาในครัวอีกครั้ง แล้วหุงข้าวเอาไว้ ระหว่างนั้นก็จัดการกับจานชามและแก้วน้ำที่อยู่ในอ่างล้างจานอย่างคล่องแคล่ว เรื่องแค่นี้รันทำได้สบายมากเพราะเจ้าตัวเป็นคนที่ชอบทำงานบ้านงานเรือนอยู่แล้ว ยิ่งได้มาอยู่ที่นี่เขาเองก็ต้องทำเป็นประจำอย่างปฏิเสธมิได้ หลังจากเคลียร์ทุกอย่างเสร็จหมดแล้วก็ถึงคิวทำอาหารเช้า จริงๆ แล้วเรื่องกับข้าวกับปลาสามารถลงไปซื้อที่ร้านค้าข้างล่างได้ แต่อัศกลับสั่งให้เขาเป็นคนทำเสียเอง ไม่รู้ว่าเพราะติดใจฝีมือหรือเพราะต้องการแกล้งกันแน่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เต็มใจเพราะเป็นอะไรที่ชอบทำอยู่แล้ว แถมประหยัดและอิ่มกว่าการไปซื้อมาเป็นไหนๆ

 

            ก๊อกๆๆ!!!

            “คุณชายครับอาหารเช้าเสร็จแล้ว” หลังจากจัดสำรับไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว รันก็เดินมาเคาะประตูห้องเรียกอีกฝ่ายให้ไปรับประทาน

            “เดี๋ยวกูออกไป” เสียงเข้มตะโกนออกมาจากในห้อง เมื่ออีกฝ่ายทราบแล้วรันก็เดินมารอที่โต๊ะ ระหว่างนั้นก็มีสายโทรเข้าจาก หมิว เพื่อนรัก รันมีเพื่อนรักอยู่สามคนนั่นคือ หมิว ภพ และแอน ทั้งสามคนเป็นเพื่อนนักศึกษาแพทย์ร่วมรุ่นที่เพิ่งมารู้จักกันที่นี่

Rrrrr….

            “ฮัลโลว่าไงแก” เสียงหวานเอ่ยผ่านสายไป สายตายังคงจ้องไปยังทางเดิน เพื่อดูว่าอัศจะเข้ามาตอนไหน

            (“รันวันนี้ตอนบ่ายไปซื้อหนังสือกันป่ะ”) น้ำเสียงร่าเริงเอ่ยผ่านสายมา บ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังอารมณ์ดีอยู่ไม่น้อย

            “ตอนบ่ายงั้นเหรอได้ๆ ฉันไม่ได้ไปไหน รู้สึกเบื่อพอดีล่ะ” รันรีบตอบรับอย่างไม่ต้องคิดมาก เขาไม่อยากอยู่ที่นี่ให้ต้องอึดอัดใจ

            (“แกเป็นอะไรรึเปล่าน้ำเสียงดูแปลกๆ หรือว่าไอ้คุณชายนั่นมันทำร้ายแกอีกแล้ว”) หมิวถามด้วยความเป็นห่วง เพราะรู้เรื่องที่เพื่อนรักกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้เป็นอย่างดี เวลามีเรื่องไม่สบายใจรันสามารถปรึกษาเพื่อนกลุ่มนี้ได้ดีซะกว่ามารดาของตัวเองเสียอีก รายนั้นมีแต่ดุด่าว่ากล่าว และชอบสั่งให้เขาทำอะไรที่ไม่ชอบอยู่เป็นประจำ รวมถึงการที่ต้องมาอยู่ร่วมห้องกับอัศนี่ด้วย

            “เดี๋ยวไปถึงแล้วค่อยคุยกันนะ ตอนนี้คุณชายกำลังเดินมาแล้ว” รันต้องรีบตัดบทเพราะอัศกำลังเดินเข้ามา ในสภาพสวมกางเกงบอลสีขาวเพียงตัวเดียว

            เมื่อเดินมาถึงแล้วอัศก็นั่งลงที่เก้าอี้มองเมนูอาหาร ที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่กำลังคดข้าวใส่จานให้

            “มึงทำเมนูอื่นไม่เป็นบ้างเหรอวะนอกจากไข่เจียว”

            “ก็เห็นว่าคุณชายชอบทานผมเลยทำให้ทุกมื้อ แต่อย่างอื่นผมก็เปลี่ยนเมนูไม่ให้ซ้ำเลยนะครับ” รันตอบไปตามความจริง ชอบทำเป็นบ่นแต่เขาก็เห็นทานซะเกลี้ยงทุกมื้อ ส่วนเมนูอื่นนานทีถึงจะทำซ้ำ แต่ก็อย่างว่าคนอย่างเขาไม่เคยทำอะไรถูกใจอยู่แล้ว

            “กูไม่ได้ชอบ! แต่มึงนั่นล่ะชอบทำให้กูกินเอง” แม้จะเอ่ยอย่างนั้นออกไปแต่เจ้าตัวกลับตักไข่เจียวไปที่จานข้าวของตัวเอง ช่างขัดกันเสียนี่กระไร

            “ถ้างั้นผมจะงดเมนูไข่สักเดือนดีไหมครับ” เขาอยากจะรู้เหมือนกันว่าจะทนได้ถึงเดือนไหม แค่บอกว่าชอบทานมันจะทำให้เสียศักดิ์ศรีขนาดนั้นเลยหรือ

            “ไม่ต้อง! กูจะยอมทานกับข้าวฝีมือมึงไปก่อน จนกว่ามึงจะทนอยู่กับกูไม่ไหวแล้วย้ายออกไปอยู่ที่อื่น”

            “ยังไงผมก็จะอยู่รับใช้คุณชายที่นี่...เพื่อทดแทนบุญคุณท่านชายครับ” รันตอบกลับเสียงนิ่ง จริงๆ แล้วที่ทนอยู่เพราะคำสั่งของมารดาต่างหาก แต่ถ้าเป็นท่านชายไม่เคยบังคับใจเขาแม้แต่ครั้งเดียว จนบางทีก็คิดท่านดีกว่าพ่อแท้ๆ ของเขาเสียอีก

            “มึงอย่าเอาท่านพ่อมาอ้าง กูรู้ว่ามึงทนอยู่กับกูที่นี่เพราะแม่ของมึงให้มาจับกูไง”

            “มะ...มันไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ” รันทำหน้าเหลอหลาเมื่ออีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างนั้น ซึ่งมันเป็นเรื่องจริงที่เขาเองก็ไม่อยากจะปฏิเสธแม้แต่น้อย

            “คนอย่างมึงโกหกกูไม่ได้หรอก หัวอ่อนอย่างนี้เรียนหมอไปได้ยังไงวะ” อัศเอ่ยพลางส่ายหน้า คนอย่างไอ้กาฝากเขารู้นิสัยมันดี รู้สึกอะไรมันก็แสดงออกทางสีหน้าหมด ไม่ว่าจะเป็นโกรธ โมโหหรือเวลาโกหกคนอื่นก็จะมีพิรุธให้เห็นตลอด

            แม้จะโดนว่าซึ่งๆ หน้าแต่รันไม่ได้สนใจ เจ้าตัวนั่งก้มหน้ารีบทานข้าวต่อ เพราะจะต้องรีบไปเคลียร์งานในห้องและช่วงบ่ายจะได้ออกไปพบเพื่อน

            “คุณชายครับ...ช่วงบ่ายผมจะออกไปซื้อหนังสือกับเพื่อนนะครับ” เมื่อเห็นว่าอัศทานข้าวอิ่มแล้วรันก็เอ่ยขึ้นมาทันที จริงๆ แล้วอีกฝ่ายไม่ได้บังคับว่าให้บอก แต่รันเลือกที่จะตัดความรำคาญใจออกไป จะได้ไม่ต้องโดนว่าเวลากลับมาที่ห้อง

            “แล้วแต่มึง” พูดเสียงดังราวกับโมโหอีกฝ่ายแล้วก็ลุกขึ้นเดินออกไป

            รันถอนหายใจทันทีที่อีกฝ่ายเดินออกไป ไม่รู้ที่หน้าเขามีอะไรที่ทำให้เห็นแล้วรู้สึกโมโหร้ายได้ตลอดเวลา รันรีบสลัดความคิดนั้นออกจากสมอง รีบเก็บจานชามไปล้างแล้วเข้าไปในห้องนอน

*-*-*-*-*-*-*

            รันนั่งรถเมล์มาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง วันนี้เจ้าตัวแต่งตัวสบายๆ สวมเสื้อยืดสีขาวเข้าคู่กับกางเกงยีนตัวเก่าๆ รองเท้าผ้าใบ สะพายกระเป๋าผ้าใบใหญ่ไว้ข้างกาย นั่งรอได้สักพักเพื่อนรักทั้งสามคนก็เดินเข้ามาหา

            “รอนานไหมแกกกก” หมิวลากเสียงยาวดังมาแต่ไกล ได้ยินรันก็ลุกขึ้นยืนแล้วยิ้มให้เพื่อนรักทั้งสามคน

            “ไม่นานหรอกว่าแต่ทำไมพวกแกมาพร้อมกันได้เนี่ย”

            “พอดีอีสองตัวเนี่ยมันโทรให้ฉันไปรับน่ะสิ” หมินโบ้ยหน้าไปหาเพื่อนทั้งสองคน

            “พอดีรถฉันเสียอ่ะ” แอนตอบ

            “ส่วนฉันก็ขี้เกียจนั่งรถเมล์มาเหมือนแก เลยเรียกมันมารับเฉยๆ นี่ล่ะ” ภพตอบออกไปพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์

            “อีภพแกหลอกฉันได้ซะเนียนเลยนะ บอกว่าปวดหัวที่ไหนได้ขี้เกียจนั่งรถเมล์ หอพักฉันกับแกใกล้กันซะที่ไหนยะ” หมิวหันไปเอ็ดเพื่อนเมื่อรู้ว่าตัวเองโดนหลอกเข้าให้

            “ขอโทษจ๊ะเพื่อนรัก” ภพยิ้มหวานตอบ

            “ขึ้นไปกันเถอะซื้อแล้วจะได้ไปนั่งกินไอติมกัน” แอนบอกกับทุกคน

            ทั้งสี่คนเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย และความสัมพันธ์ยังคงแน่นแฟ้นมาจนถึงตอนนี้

            ขึ้นมาถึงชั้นสี่ของตัวห้างก็ถึงที่ตั้งของร้านหนังสือชื่อดัง ทั้งหมดเดินแยกย้ายกันเพื่อดูหนังสือที่ตัวเองสนใจ ส่วนรันก็เดินมาที่ชั้นหนังสือวิทยาศาสตร์ เมื่อมองเห็นเล่มที่ตัวเองสนใจก็หยิบออกมาจากชั้นแล้วเปิดดู ก่อนจะเดินไปนั่งอ่านอีกมุมซึ่งอยู่ไม่ไกล แต่บังเอิญเดินชนกับใครบางคนเข้าให้เสียก่อน

            “โทษทีครับ” รันเอ่ยขอโทษทั้งที่ยังไม่ได้มองหน้าอีกฝ่าย แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็ต้องตกใจเล็กน้อย เพราะชายหนุ่มที่ยืนส่งยิ้มให้อยู่ตรงหน้านั่นคือ เต๋า  รุ่นพี่นักศึกษาแพทย์ปีสี่นั่นเอง

            “ไม่เป็นไรครับน้องรัน” เอ่ยแล้วก็ส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

            “พี่เต๋ามากับใครครับเนี่ยบังเอิญจัง”

            “พี่มาคนเดียวครับ เห็นว่าวันนี้มีหนังสือเข้าใหม่เยอะเลยลองเข้ามาดูเผื่อมีอะไรน่าสนใจ” เต๋าตอบกลับไปซะยาวเหยียดจนอีกฝ่ายแทบไม่ต้องถามต่อ

            “แล้วเราล่ะมากับใคร” เต๋าถามกลับ พลางมองใบหน้าเรียวรูปไข่อย่างสนใจ

            “มากับเพื่อนครับพวกมันแยกย้ายไปไหนแล้วก็ไม่รู้” มองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นเพื่อนสักคน

            “ออ...แล้วจะไปไหนกันต่อรึเปล่า” ถ้าไม่ได้ไปไหนต่อเขาจะเป็นคนชวนอีกฝ่ายเอง ทั้งสองเคยร่วมกิจกรรมที่คณะอยู่บ่อยๆ ทำให้รู้จักและสนิทกันในระดับหนึ่ง ด้วยความน่ารัก นิสัยดี และพูดจาไพเราะ ทำให้เต๋าสนใจรุ่นน้องคนนี้อยู่ไม่น้อย แม้จะไม่ได้เอื้อนเอ่ยให้อีกฝ่ายรับรู้ แต่เขาก็พยายามแสดงออกว่ารู้สึกพิเศษด้วย

            “พวกผมชวนกันไปกินไอติมต่อครับ แต่คงอีกสักพักเพราะยังไม่ได้หนังสือถูกใจเลย” รันตอบออกไป

            “ถ้างั้นพี่ขอไปด้วยคนได้หรือเปล่า กลับไปก็ไม่รู้จะไปทำอะไร”

            “ได้สิครับแต่พี่เต๋ารอได้ใช่ไหม”

            “ได้พี่ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”

            “ถ้างั้นก็ตามนี้เลยครับ” รันยิ้มให้

            “แล้วดูหนังสืออะไรอยู่น่ะ” เห็นหนังสือที่รุ่นน้องกำลังถืออยู่ในมือก็เอ่ยถามทันที ในตอนนี้เขาไม่รู้จะชวนคุยเรื่องอะไรได้นอกจากเรื่องหนังสือ

            “เคมีครับเล่มนี้เพิ่งตีพิมพ์มาใหม่อัพเดตเนื้อหาเกือบจะล่าสุดแล้ว” เจ้าตัวตอบไป

            “ถ้ามีอะไรสงสัยถามพี่ได้นะ ไม่อยากจะชมตัวเองเลยว่าตอนปี่หนึ่งที่ท็อปเจ็นเคม”

            “ไม่บอกก็รู้แล้วครับ ก็พี่เต๋าเป็นอันดับหนึ่งของชั้นซะขนาดนั้น”

            “ดีใจนะเนี่ยที่รันสนใจเรื่องของพี่ด้วย” เต๋าส่งยิ้มพร้อมจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่ละสายตา จนรันเองก็ทำหน้าไม่ถูกได้แต่หลุบตาลงมาจ้องที่หนังสือแทน

            “คณะเราไม่ได้คนเยอะขนาดนั้นสักหน่อยครับ ใครเก่งใครไม่เก่งก็รู้กันหมด” รันตอบไป

            ระหว่างนั้นเจ้าตัวก็มองหาเพื่อนๆ ไม่รู้หายหัวกันไปไหนกันหมด ตอนนี้เขาเริ่มทำตัวไม่ถูกแล้ว แต่เหมือนทั้งสามคนจะอายุยืนพอบ่นหาก็เดินมาอย่างพร้อมเพียงกัน

            “อ้าว! พี่เต๋าสวัสดีครับ” แอนเอ่ยทักก่อนแล้วทั้งสามคนก็ยกมือไหว้ตาม

            “หวัดดีครับน้องๆ” เต๋าโปรยยิ้มให้ตามสไตล์รุ่นพี่ที่มีอัธยาศัยดี นั่นทำให้สาวๆ หลายคนต่างก็กรี๊ดกร๊าดเขาอยู่ไม่น้อย

            “นี่บังเอิญหรือว่าตั้งใจครับเนี่ย” ภพเอ่ยแซวเพราะรู้ดีว่ารุ่นพี่คิดยังไงกับเพื่อนรักของตัวเอง

            “บังเอิญครับ แต่ว่าเรื่องไปทานไอติมนี่ตั้งใจ” ทั้งสามคนหันไปมองหน้าเพื่อนทันที

            “ไม่ได้หรอ” รันถามเพื่อน เพราะเห็นสีหน้าของแต่ละคนดูไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรเลย

            “ได้สิ...ดีจะตายจะได้มีคนเลี้ยง” หมิวเอ่ยแล้วมองหน้ารุ่นพี่อย่างมีเลศนัย

            “ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว วันนี้เดี๋ยวป๋าเลี้ยงเอง” ถึงหมิวไม่เอ่ยอย่างนั้นออกไป เขาเองก็คิดจะเลี้ยงรุ่นน้องอยู่แล้ว

            “ไอ้หมิวมันก็พูดเล่นไปอย่างนั้นเองครับพี่เต๋า ลำบากพี่เปล่าๆ” รันเอ่ยด้วยความเกรงใจ เพราะรู้ดีว่าเพื่อนแต่ละคนทานน้อยซะที่ไหนกันล่ะ

            “พี่เต๋าพูดขนาดนี้แล้วจะเกรงใจทำไมล่ะแก” หมิวเอ่ยยืนยันความคิดของตัวเอง

            “น้องรันอย่าเกรงใจไปเลยครับ ถือซะว่าเป็นการเลี้ยงรุ่นน้องในคณะละกัน”

            “ก็ได้ครับ” เต๋ายังคงยิ้มให้จนเพื่อนทั้งสามคนปรายตามองอย่างอิจฉาตาร้อน

            หลังจากรับรู้ว่ารุ่นพี่คนนี้มาเทียวจีบเพื่อนอยู่บ่อยๆ ต่างก็พากันสนับสนุนเพราะเต๋าเป็นรุ่นพี่ที่นิสัยดีมากคนหนึ่ง หากเพื่อนยอมเปิดใจให้ก็จะเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมาก แต่ติดตรงที่รันยังไม่ยอมรับใครเข้ามาในหัวใจนั่นเพราะโดนมารดาห้ามเอาไว้ เพราะหมายหมั้นปั้นมือจะให้จับคุณชายซึ่งเป็นลูกเลี้ยงนั่นเอง

            “แกได้หนังสือหรือยังพวกฉันซื้อกันแล้วนะ” แอนเอ่ยถามในมือก็ถือถุงหนังสือคนละใบ เหมือนเตรียมพร้อมออกจากร้านแล้ว

            “อ้าว! ทำไมไม่รอกันเลยอ่ะ ฉันกำลังเลือกอยู่เนี่ย” มองเห็นถุงในมือเพื่อนก็ทำหน้าดุให้ ปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวก็อยากจะด่ามากพอแล้ว นี่ยังแอบไปซื้อไม่ปรึกษากันเลย มันน่าโมโหนักไอ้เพื่อนสามตัวนี้

            “ก็เห็นกำลังสวีทกันอยู่เลยไม่กล้าเข้ามาขัดจังหวะ” นี่คือเหตุผลที่ทั้งสามคนแยกตัวออกไป เพราะรู้ว่าเพื่อนกำลังอยู่กับรุ่นพี่นั่นเอง

            “ทำดีมาก” เต๋ายกนิ้วให้ทั้งสามคนอย่างพอใจ

            “พวกแกนี่นะ...ถ้างั้นเดี๋ยวผมไปจ่ายเงินก่อนจะได้รีบไปที่ร้านไอติมต่อเลย” รันตัดสินใจซื้อหนังสือที่อยู่ในมืออย่างไม่ลังเล

            “ถ้างั้นพวกฉันไปรอที่หน้าร้านนะ” หมิวบอก

            “อื้ม...เดี๋ยวตามไป”

            ตกลงกันได้แล้วทั้งหมดก็เดินแยกย้ายกัน แต่เต๋ากลับเดินตามหลังรันไปแทนที่จะไปยืนรอกับอีกสามคน

            “อ้าว! พี่เต๋าทำไมไม่ไปรอที่หน้าร้านกับพวกนั้นล่ะครับ” เมื่อเห็นรุ่นพี่เดินตามหลังมาก็รู้สึกสงสัย

            “เดี๋ยวพี่ช่วยถือหนังสือนะรันจะได้ไม่ต้องหนักไง” รอยยิ้มหวานถูกส่งให้อีกฝ่ายอย่างเต็มใจ

            “ไม่เป็นไรครับผมถือได้...แค่นี้เอง”

            “ให้พี่ถือให้เถอะนะ”  ชายหนุ่มรุ่นพี่ทำหน้างองุ้มเหมือนกำลังต้องการคนตามใจ

            “ก็ได้ครับ พี่เต๋านี่นะทำเอาซะผมไปไม่เป็นเลย” เจ้าตัวยิ้มแล้วส่ายหน้าให้กับความดื้อดึงของรุ่นพี่

            “เยส! เดี๋ยวพี่ยืนรอตรงนี้นะ”

            “ครับ”

            เต๋ายืนรออยู่ไม่ห่างจากเคาน์เตอร์มากนัก หลังจากรันจ่ายเงินและรับถุงหนังสือมาแล้ว รุ่นพี่ก็ยื่นมือไปรับมาถือไว้เอง จากนั้นก็เดินตามหลังไปสมทบกับเพื่อนอีกสามคนที่ยืนรออยู่หน้าร้าน แล้วทั้งหมดก็เดินมุ่งหน้าไปยังร้านไอศกรีมซึ่งอยู่ถัดลงไปอีกชั้น

            หลังจากทั้งหมดลงบันไดเลื่อนไปแล้ว สองสาวเพื่อนซี้ก็มองตามหลังไปอย่างมีเลศนัย เธอทั้งสองคือ เมย์  และ แบม   เมย์เป็นหนึ่งในผู้หญิงที่หลงเสน่ห์ผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างอัศ เธอรู้ว่าอัศเกลียดรันอย่างกับอะไรดี เมื่อมีโอกาสเจ้าหล่อนก็พยายามซ้ำเติมรันเพื่อเอาใจผู้ชายที่เธอรัก

            “คราวนี้คุณชายเอาแกตายแน่ไอ้รัน” เธอมองภาพที่แอบถ่ายไว้ในโทรศัพท์มือถืออย่างสะใจ มันคือภาพที่เต๋าเดินถือถุงหนังสือตามหลังรันไปติดๆ ดูท่าทางกระหนุงกระหนิงอย่างกับคนเป็นแฟนกัน

            “แค่ภาพนี้นะจะทำให้คุณชายทำอะไรมันได้” แบมถามเพื่อนด้วยสีหน้าสงสัย

            “ก็คนมันเกลียดจะทำอะไรก็หาเรื่องด่าว่าอยู่ดี ยิ่งเห็นอย่างนี้ยิ่งทำให้คุณชายคิดว่ามันร่าน อาจจะไล่มันออกจากห้องก็ได้ ยิ่งรู้ว่าแม่มันให้มาจับคุณชายฉันยิ่งไม่ไว้ใจ กลัวว่าคุณชายจะหน้ามืดตามัวเข้าสักวัน” ยิ่งคิดยิ่งทำให้เมย์รู้สึกกลัวว่ารันจะใช้มารยาอ่อยผู้ชายที่เธอรัก

            “ถ้างั้นก็จัดไปเลยย่ะ” ได้ยินอย่างนั้นเพื่อนสาวก็สนับสนุนเต็มที่

            เมย์ส่งภาพให้อัศแล้วเงยหน้าขึ้นมาแสยะยิ้มให้เพื่อนสาวอย่างสะใจ ใครก็ตามที่มันอยู่ใกล้ผู้ชายที่เธอรัก จะต้องถูกกำจัดให้พ้นทางทุกคน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

0 ความคิดเห็น