คุณชายสายโหด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,846 Views

  • 23 Comments

  • 212 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    188

    Overall
    3,846

ตอนที่ 12 : ความลับ(ที่ถูกเปิดเผย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 649
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    7 ม.ค. 62

:: [12] ::

ความลับ(ที่ถูกเปิดเผย)

 

          ณ คอนโดหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร บนเตียงขนาดคิงไซส์ปรากฏเรือนร่างของชายหนุ่มสองคนกำลังนอนกอดก่ายกันในสภาพเปลือยเปล่า แม้จะผ่านบทรักมาหมาดๆ แต่ภพกลับยังคงไม่ได้สติ ส่วนอาโปเอาแต่นอนกอดอีกฝ่ายยิ้มหน้าระรื่น อาโปเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงมา ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปดอมดมที่เรือนผมของภพแล้วถ่ายภาพเอาไว้ ก่อนจะส่งภาพนั้นให้กับแอนทันที หลังจากนั้นไม่นานภพก็เริ่มได้สติ เรือนร่างที่ถูกเชยชมมานับชั่วโมงเริ่มขยับเขยื้อนไปมาอย่างเชื่องช้า

            “อืออ...” ภพยกมือเรียวขึ้นมาสัมผัสที่บริเวณหน้าผากตัวเองด้วยอาการงัวเงีย แม้จะรู้สึกตัวแล้วแต่อาการมึนงงยังคงมีอยู่ไม่หาย หลังจากนั้นก็ค่อยๆคลี่เปลือกตาขึ้นมาอย่างช้าๆ จากภาพที่เบลอก็ค่อยๆชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และนั่นก็ทำให้ภพถึงกับตกใจเพราะรู้สึกไม่คุ้นตากับภาพที่เห็นเอาเสียเลย

            “ตื่นแล้วเหรอที่รัก” อาโปเอื้อมมือไปลูบไล้ที่เรือนผมของภพเล่นอย่างอารมณ์ดี

            “ไอ้เหี้ยมึงทำอะไรกู...โอ๊ย!” เมื่อเห็นหน้าอาโปภพก็ลุกขึ้นพรวดพราดออกจากอ้อมกอดโดยเร็ว จนทำให้รู้สึกเจ็บที่ช่วงล่างจนต้องเปล่งเสียงร้องโอดโอยออกมา

            “ทำไมทำท่ารังเกียจผัวตัวเองอย่างนั้นล่ะครับหึๆ” อาโปเอื้อมมือจะไปสัมผัสที่พวงแก้มแต่ภพกลับปัดมือนั้นออกโดยเร็ว แล้วรีบดึงผ้าห่มมาคลุมร่างอันเปลือยเปล่าเอาไว้

            “ไอ้เหี้ย! กูจะฆ่ามึง” ภพฝืนใจพุ่งตัวเข้าไปทุบตีอาโปแต่กลับโดนจับข้อมือเอาไว้เสียก่อน หลังจากนั้นอาโปก็ผลักจนล้มลงบนเตียงก่อนจะเข้าสู่โหมดจริงจัง

            “มึงรีบออกไปจากคอนโดกูเดี๋ยวนี้เลย คนอย่างมึงมันต้องเจออย่างนี้ โดนเอาแล้วถูกเขี่ยทิ้งอย่างไร้ค่า เป็นได้แค่กระดาษทิชชูที่กูใช้แล้วทิ้งลงในถังขยะ ส่วนน้องแอนกูไม่มีทางเลิกแน่นอนมึงโดนกูหลอกเข้าให้แล้วไอ้โง่ ฮ่าๆ” อาโปชี้หน้าด่าเสียงดัง ทำเอาภพถึงกับร้องไห้ออกมา

            ในที่สุดเขาก็เสียท่าให้ไอ้เลวคนนี้จนได้ โดนข่มเหงแล้วไล่ออกมาอย่างกับหมูกับหมา มันช่างเป็นอะไรที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต

            “มึงมันไม่ใช่คน จำใส่หัวเอาไว้ว่าสักวันกูจะฆ่ามึงให้ได้” ภพตะโกนใส่หน้าเสียงดังด้วยความเจ็บใจ แม้น้ำตาจะไหลลงมาไม่ยอมหยุดแต่เจ้าตัวก็ใช้หลังมือปาดมันออกอยู่เนืองๆ ก่อนจะค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นอย่างทะลักทุเล แล้วหยิบเสื้อผ้าที่วางเกลื่อนอยู่บนพื้นราวกับเศษขยะขึ้นมาสวมใส่

            อาโปนั่งเอนหลังอยู่บนเตียงพร้อมกับยิ้มมุมปากด้วยความสะใจ ในที่สุดเกมนี้เขาก็เป็นผู้ชนะจนได้ แถมอีกฝ่ายยังย่อยยับและพ่ายแพ้อย่างไม่มีชิ้นดี แต่ทว่าเรื่องมันยังไม่จบเท่านี้แน่นอน เพราะภพต้องเจอกับพายุลูกใหม่ที่เกิดจากความหึงหวงของแอน ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนจะต้องขาดสะบั้นลงในอีกไม่ช้า

            “โชคดีนะครับที่รัก” อาโปโบกมือแล้วยิ้มกวนๆให้กับคนที่กำลังเดินออกไปจากห้อง หลังจากนั้นก็นอนลงบนเตียงแล้วยิ้มอย่างพอใจ

            ส่วนภพก็เดินออกมาในสภาพที่บอบช้ำ ความเจ็บปวดทางร่างกายมันไม่ได้ครึ่งของความเจ็บปวดทางใจเลยแม้แต่น้อย เขาเกลียดผู้ชายคนนั้น เกลียดจนคิดว่าสามารถฆ่าอีกฝ่ายได้เลยทีเดียว ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งเดินออกจากคอนโดหรูอย่างไร้เรี่ยวแรง นั่งแท็กซี่กลับบ้านพร้อมกับน้ำตาและความเจ็บปวดเหลือคณานับ

*-*-*-*-*-*-*

            หลังจากเต๋ามาส่งที่หอพักแล้วรันก็รีบเดินขึ้นไปบนห้อง เขาต้องรู้ให้ได้ว่าอัศต้องการอะไรกันแน่ เมื่อนั่งลงบนเตียงแล้วรันก็หยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วโทรหาอีกฝ่ายทันที ระหว่างรอสายรันก็กำมือเอาไว้แน่นด้วยความโกรธแค้นที่โดนหักหลังอย่างไม่มีชิ้นดี

            “คุณชายทำแบบนี้ทำไม” เมื่ออัศรับสายรันก็รีบยิงคำถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก

            (“ในที่สุดมึงก็โทรมา กูนอนรออยู่คอนโดตั้งนาน”) ปลายสายเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ

            “บอกมาสิว่าทำแบบนี้ทำไม” รันยังต้องการฟังคำตอบที่ชัดเจน ยิ่งได้ยินน้ำเสียงที่เย้ยหยันอย่างนั้น ยิ่งทำให้รันโมโหหนักเข้าไปใหญ่

            (“มึงเองก็น่าจะรู้ว่ากูต้องการอะไร ขนของกลับมาอยู่ที่นี่ซะไม่งั้นกูปล่อยคลิปนี้แน่ รับรองมึงได้ดังไปทั้งมหาลัยแน่ ดีไม่ดีอนาคตการเรียนหมอของมึงอาจจะดับวูบลงไปก็ได้นะ”) อัศเอ่ยสิ่งที่ตัวเองต้องการออกมา

            “ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย ผมไปทำอะไรให้คุณชายเจ็บช้ำหนำใจมากขนาดนั้นเหรอครับ ฮึก..ทำไมไม่ต่างคนต่างอยู่ ทำไม!!” รันพูดไปก็ร้องไห้ไปด้วย

            (“ก็เพราะมึงมันเกิดมาเพื่อรองมือรองตีนกูไง กูจะจ้างรถไปขนของที่หอมึงพรุ่งนี้เช้า ส่วนมึงก็กลับมาหากูในสภาพเดิมด้วย กูไม่ชอบสีผมนั่น”) คุณชายสั่งการเสร็จสรรพราวกับได้วางแผนไว้มาเป็นอย่างดี

            “คุณชายไม่มีทางเลือกให้ผมเลย ทำไมถึงได้เลวเกินคนอย่างนี้ คิดเหรอว่าการที่ผมเข้าไปอยู่ที่นั่นแล้วอะไรมันจะเหมือนเดิม” แม้จะเข้าไปอยู่ที่นั่นแต่รันก็จะไม่มีทางยอมให้อีกฝ่ายกดขี่ข่มเหงเหมือนเดิมแน่นอน

            (“ถ้ามึงกล้าหือก็เอาเลยคนจะได้รู้ว่ามึงมันร่านสวาทแค่ไหนหึๆ ไม่ต้องพูดมากทำตามที่กูสั่งภายในพรุ่งนี้มึงต้องกลับมาอยู่ที่นี่เหมือนเดิม”) อัศออกคำสั่งครั้งสุดแล้วก็ตัดสายไป

            “ไอ้คนเลว ฮือๆๆ” รันตะโกนผ่านสายไปแต่ก็ไม่ทันแล้ว เจ้าตัวนอนลงบนเตียงร้องไห้อย่างหมดความหวัง ความสุขที่เคยมีมาในช่วงเวลาก่อนหน้านี้มันกำลังจะหมดลงเสียแล้ว

 

            เช้าวันต่อมารถบรรทุกถูกขับมาถึงหอพักของรันตั้งแต่เช้า หลังจากนั้นก็มีชายฉกรรจ์จำนวนสี่คนมาช่วยกันขนของขึ้นรถจนเสร็จเรียบร้อย รันนั่งข้างคนขับกลับไปที่คอนโดด้วย ระหว่างทางก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย โดยเฉพาะคิดหาทางออกสำหรับเรื่องนี้ แต่ทว่ากลับหาทางออกไม่เจอเสียที จู่ๆก็นึกถึงคำพูดของมารดาขึ้นมา  ที่บอกว่าให้หาทางจับคุณชายมาเป็นคู่ครองให้ได้ หรือจะใช้ช่วงเวลานี้ทำให้มันเป็นจริงไปเลย ถึงแม้ตอนแรกจะไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ แต่ตอนนี้มันคือทางออกที่จะเอาคืนอัศได้เจ็บแสบที่สุดแล้ว ในเมื่ออยากได้ตัวเขามากขนาดนี้ ก็ไม่ต้องแยกจากกันไปไหนอีกเลยตลอด นั่งอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองเสียนาน ตอนนี้รถก็มาจอดที่หน้าคอนโดของอัศเรียบร้อยแล้ว

            “ถึงแล้วครับคุณ” เสียงคนขับรถเอ่ยทักขึ้นทำให้รันหลุดจากภวังค์แล้วหันไปยิ้มให้

            “ถ้างั้นพี่ก็ขนของตามผมขึ้นมาเลยนะครับ”

“ครับ”

 รันลงจากรถไปยืนรออยู่ที่ประตูทางเข้า เพื่อนำทางให้พนักงานหนุ่มขนของตามขึ้นไป เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วรันก็เดินนำหน้าขึ้นไปยังห้องพักที่เคยอาศัยอยู่ ถึงหน้าห้องแล้วรันก็เคาะประตูไม่นานอัศก็เดินออกมาเปิดให้ ครั้งแรกที่ได้เห็นหน้ากันอัศก็ยกยิ้มมุมปากด้วยความสะใจ ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งบนโซฟาดูทีวีเหมือนเดิม

            “พี่ตามผมมาทางนี้เลยครับ” รันหันไปเอ่ยกับพนักงานขนของ แล้วเดินนำไปที่ห้องนอนเก่าที่คุ้นเคย เขาไม่อยู่เสียนานห้องก็เต็มไปด้วยฝุ่นหนาเตอะ

            หลังจากขนของขึ้นมาหมดแล้วรันก็ล็อกห้องเอาไว้เพราะไม่อยากเห็นหน้าเจ้าของคอนโดให้เสียอารมณ์ แล้วจัดการทำความสะอาดห้องและจัดของเข้าตู้จนเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะเอนหลังลงบนเตียงนุ่มเพื่อพักเหนื่อย ไม่นานก็หยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนเตียงขึ้นมาถือไว้ เมื่อคิดว่าตัดสินใจดีแล้วรันก็โทรออกหามารดาทันที

            “ฮัลโลครับแม่”

            (“แกโทรมาทำไมยะ”)

            “ผมจะโทรมาบอกแม่ว่าตอนนี้ผมย้ายกลับมาอยู่กับคุณชายแล้วนะครับ” จากคนที่ไม่เคยมีเล่ห์เหลี่ยมเลยสักนิด แต่เมื่อได้รับแรงกดดันหลายๆอย่างมาเป็นเวลานาน ก็ทำให้รันต้องปรับตัวให้ทันเล่ห์เหลี่ยมของคนอื่นบ้างเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด

            (“แกพูดจริงๆใช่ไหม แกไม่ได้หลอกให้ฉันดีใจเล่นๆใช่ไหม”) ทิพย์ฤดีได้ยินอย่างนั้นก็เปลี่ยนสีหน้าและน้ำเสียงทันที หล่อนดีใจมากที่ลูกชายเข้ามาอยู่ที่นี่อีกครั้ง และหวังว่าครั้งนี้จะสามารถจับคุณชายได้สำเร็จ

            “จริงๆครับแม่ เพิ่งจะย้ายมาวันนี้” รันกำลังตัดสินใจบอกเหตุผลที่ตัวเองต้องเข้ามาอยู่ที่นี่ให้มารดาฟัง

            (“ทำไมจู่ๆแกถึงได้ย้ายเข้ามาล่ะ”) ดีใจได้ไม่นานทิพย์ฤดีก็เกิดความสงสัย ก่อนหน้านี้ลูกชายตัวเองเอาแต่ปฏิเสธที่จะย้ายกลับมา แต่ครั้งนี้กลับย้ายมาโดยง่ายมันต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ

            “คือว่า....ฮึก” รันแสร้งทำเป็นร้องไห้เสียใจให้มารดาสงสาร

            (“แกเป็นอะไร คุณชายทำอะไรแกงั้นเหรอบอกฉันมาเดี๋ยวนี้”)

            “คุณชายข่มขืนผมครับแม่ แล้วบังคับให้ผมกลับมาอยู่ด้วยที่คอนโด ฮือๆ”

            (“ฉันไม่ยอมให้แกเสียตัวฟรีๆแน่ ฉันจะบอกเรื่องนี้ให้ท่านชายรู้”) ในที่สุดวันที่เธอรอคอยก็มาถึง คราวนี้ล่ะสมบัติของท่านชายก็จะตกเป็นของหล่อนและลูกชายทั้งหมดอย่างแน่นอน

            “แม่อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกท่านชายเลยนะ ผมไม่อยากทำให้ท่านไม่สบายใจ” ในใจรันก็รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าไม่ทำอย่างนี้ก็ไม่มีทางเล่นงานอัศได้

            (“ไม่ได้! ก็ฉันบอกแล้วไงว่าจะไม่ให้แกเสียตัวฟรี ฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง อยู่ดูแลคุณชายต่อไปแล้วก็ห้ามย้ายออกมาอีกเด็ดขาด”) ทิพย์ฤดีสั่งลูกชายเอาไว้

            “ครับแม่”

            (“แกทำดีมากฉันภูมิใจในตัวแกที่สุดแค่นี้ล่ะ”)

            เมื่อมารดาวางสายไปแล้วรันก็ทิ้งโทรศัพท์มือถือลงบนเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรง บางครั้งเขาก็คิดว่ามารดารักเงินและทรัพย์สมบัติของท่านชายมากกว่าตัวเขาเสียอีก หากเขาตายไปสักคนมารดาก็คงไม่ได้เสียใจอะไรเลย รันเอาแต่คิดตัดพ้อกับชีวิตของตัวเองอยู่อย่างนั้นก่อนจะเผลอหลับไปในที่สุด

            ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เกือบจะเที่ยงแล้ว รันแปลกใจว่าทำไมอัศไม่ได้เข้ามาปลุกหรือยุ่งวุ่นวายกับเขาเลยตั้งแต่ย้ายเข้ามา จึงลุกขึ้นไปล้างหน้าในห้องน้ำแล้วออกไปดูนอกห้อง ภายนอกห้องมีแต่ความเงียบงันอัศไม่ได้นั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาเหมือนครั้งแรก รันคิดว่าอีกฝ่ายคงจะนอนอยู่ในห้อง จึงเดินเข้าไปในห้องครัวแล้วลงมือทำกับข้าว ระหว่างนั่งทานข้าวอยู่นั้นรันก็ได้ยินเสียงผู้หญิงดังแว่วมาจากห้องนอนของอัศ จึงลุกจากเก้าอี้เดินไปดูที่หน้าห้องให้มั่นใจว่าไม่ได้หูฝาด

            “คุณชายพอเถอะค่ะเมย์เหนื่อยแล้ว” ชายหนุ่มและหญิงสาวยืนกอดก่ายกันอยู่หน้าห้องนอนในสภาพวาบหวิว อัศสวมกางเกงบ๊อกเซอร์เพียงตัวเดียว ส่วนเมย์สวมเสื้อสายเดี่ยวสีขาว สวมกางเกงขาสั้นรัดติ้ว รันเห็นอย่างนั้นแล้วก็ต้องเบือนหน้าหนี

            “แค่นี้ก็เหนื่อยแล้วคราวก่อนตั้งหลายรอบไม่เห็นจะเหนื่อย” อัศว่าพร้อมกับซุกไซร้ที่ซอกคอของหญิงสาวคู่ขาอย่างซุกซน

            “จั๊กจี้ค่ะคุณชาย” เมย์ทำท่าเหนียมอายพร้อมกับหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ

            ในระหว่างนั้นเมย์บังเอิญเห็นรันยืนจ้องมองอยู่จึงสะกิดคุณชายให้มองดูบ้าง เมื่ออัศหันหน้าไปมองผู้มาใหม่ก็ยกยิ้มมุมปาก แล้วเดินตรงเข้าไปหาโดยไม่ลืมที่จะเกี่ยวเอวหญิงสาวให้เดินไปด้วย

            “มึงไม่เคยเห็นคนกำลังมีความสุขกันเหรอวะ”

            “ผมไม่ได้สนใจเรื่องของคุณชายมากขนาดนั้นหรอกครับ เชิญตามสบายเหอะ” รันไม่ได้มีท่าทีตื่นกลัวแต่อย่างใด กลับยืนกอดอกประจันหน้ากับอีกฝ่าย

            “อย่าทำเป็นอวดเก่งหน่อยเลย มึงอย่าลืมว่าตอนนี้มึงก็ไม่ต่างจากหมาตัวหนึ่งเท่านั้นเอง”

            “ว้ายตายแล้ว! เป็นหมาเลยเหรอคะคุณชาย เรียนหมอรักษาคนอยู่ดีๆ กลายเป็นหมอหมาซะงั้น” เมย์ขำออกมาเยาะเย้ยอย่างเต็มที่

            “ถึงฉันจะเป็นหมอรักษาคนหรือสัตว์แต่ก็ยังดีกว่าผู้หญิงอย่างเธอ ที่มานอนถ่างหาให้ผู้ชายถึงที่”

            “กรี๊ดดด!!! ไอ้บ้า คุณชายต้องจัดการมันให้เมย์นะคะ เมย์ไม่ยอมจริงๆ” เมย์กรีดร้องเสียงดังพร้อมกับชี้หน้ารันไปด้วย มืออีกข้างก็เกาะแขนชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆไว้แน่น

            “ขอโทษเมย์เดี๋ยวนี้” อัศจ้องเขม็งพร้อมกับออกคำสั่ง

            “ไม่มีทาง!” รันไม่ยอมให้ใครมารังแกได้แน่ เพราะเขาไม่ได้ทำผิดอะไรเลย

            เพี๊ยะ!

            เมื่อไม่ยอมฟังกันอัศก็ต้องสั่งสอนให้หลาบจำ จะได้ไม่ต้องขึ้นเสียงใส่หน้าเขาอย่างนี้อีก

            “สมน้ำหน้า” เมย์พูดจาเยาะเย้ยพร้อมกับยิ้มเยาะอย่างมีความสุข ตอนแรกก็หวั่นใจว่าอัศจะไปหลงเสน่ห์รัน แต่พอเห็นอย่างนี้แล้วเธอมั่นใจว่าอัศคงไม่มีทางชายตาแลคนอย่างนั้นแน่

            แม้จะโดนตบหน้าจนรู้สึกชา แต่รันกลับยังคงจ้องมองอัศพร้อมกับยิ้มมุมปากอย่างไม่ได้เกรงกลัวแต่อย่างใด อัศเห็นอย่างนั้นก็รู้สึกโมโหจนตัวสั่น กลับมาครั้งนี้รันไม่เหมือนเดิมกลับมีความก้าวร้าวมากขึ้น

            “เมย์กลับไปก่อนเถอะ” อัศยังคงยืนจ้องตากับรันอย่างไม่ลดละ

            “ทำไมล่ะคะคุณชาย” เมย์หุบยิ้มแล้วหันไปมองหน้าชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ

            “ฉันบอกให้กลับก็กลับ อย่ามาถามเซ้าซี้” อัศพูดใส่อารมณ์จนเมย์เริ่มรู้สึกกลัว

            “ก็ได้ค่ะเอาไว้วันหลังเมย์จะมาหาใหม่นะคะ” พูดจบแล้วเมย์ก็หันไปเบะปากใส่รัน ก่อนจะเดินเข้าไปสวมเสื้อผ้าในห้องนอนแล้วเดินออกไปจากห้อง

            เมื่ออยู่ในห้องเพียงลำพังแล้ว อัศก็เดินเข้าไปใกล้ๆรันแล้วก็คว้าแขนเรียวมาบีบเต็มแรง จนรันต้องทำหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ยังฝืนยืนนิ่งไม่ขัดขืนหรือเดินหนีไปไหน

            “เก่งขึ้นนี่ตั้งแต่ออกไปอยู่ข้างนอกมา”

            “ต้องขอบคุณคุณชายมาก ถ้าไม่มีคุณชายคอยทำร้ายร่างกายและจิตใจ ผมคงไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองจนแกร่งขึ้นขนาดนี้หรอกครับ” รันข่มความเจ็บปวดเอาไว้แล้วแสยะยิ้มให้อีกฝ่ายหัวร้อนเล่นๆ

            “กูอยากรู้นักว่ามึงมันจะแน่สักแค่ไหนกันเชียว” อัศออกแรงเหวี่ยงร่างของรันจนล้มลงกับพื้นแล้วคร่อมตัวเอาไว้

            “เลวยังไงก็เลวอย่างนั้นไม่เคยเปลี่ยน คิดจะทำผมตรงนี้เลยเหรอคุณเองมันก็ไม่ต่างจากสัตว์หรอกนะ” เวลาเขาเห็นอัศโมโหร้ายมันรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก เอาคืนได้เท่านี้ก็ดีใจมากแล้วแม้ว่าตัวเองจะโดนกระทำอะไรต่อมิอะไรหลายๆอย่างก็ตาม

            “กูจะกำราบมึงให้อยู่ใต้ตีนกูให้ได้” ยิ่งได้ยินคำพูดที่ยั่วโมโห ยิ่งทำให้อัศอยากจะจัดการอีกฝ่ายให้แหลกคามือ เขาเอื้อมมือหนาไปบีบที่ปลายคางของรัน ก่อนจะออกแรงบีบจนรันต้องหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความเจ็บปวด

            อัศฉีกเสื้อผ้าของรันอย่างบ้าคลั่งจนขาดลุ่ย ก่อนจะก้มลงไปซุกไซร้ที่ซอกคอขาวอย่างหื่นกระหาย รันได้แต่นอนนิ่งอยู่อย่างนั้นไม่ได้ขัดขืนอะไร แต่น้ำตากลับไหลลงมาจากหางตาเป็นสายไม่ยอมหยุด

            Rrrrr….

            ระหว่างที่อัศกำลังเชยชมเรือนร่างของรันอยู่นั้น โทรศัพท์มือถือของอัศที่อยู่ในห้องก็ดังขึ้น แต่เจ้าตัวกลับไม่ได้สนใจ ยังคงบดจูบริมฝีปากของรันไม่ยอมหยุด แต่เมื่อเสียงริงโทนนั้นยังคงดังต่อเนื่อง อัศก็เริ่มอารมณ์เสียขึ้นมา ก่อนจะผละใบหน้าแล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง เมื่อดูที่หน้าจอมือถือก็พบว่าเป็นบิดานั่นเองที่โทรมา

            “ท่านพ่อ” อัศเอ่ยกับตัวเองเบาๆ เขาสงสัยว่าทำไมจู่ๆถึงได้โทรมา เพราะปกติแล้วหากไม่มีเรื่องบิดาก็จะไม่โทรมาอย่างนี้ คิดได้อย่างนั้นก็รีบกดรับสายทันที

            “ท่านพ่อมีอะไรครับ” อัศเอ่ยถาม

            (“ฉันรู้หมดแล้วว่าแกทำอะไรหนูรันไว้ ไอ้ลูกเลวทำไมแกถึงทำกับน้องได้”) ท่านชายไม่พูดพร่ำทำเพลง โปรยคำก่นด่าส่งผ่านสายมาให้ลูกชายทันที

            “ท่านพ่อหมายความว่ายังไง” อัศอยากรู้ให้แน่ชัดว่ามันคือเรื่องไหนกันแน่ เพราะเขาทำอะไรกับรันไว้มากมายเหลือเกิน

            “ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอ แกข่มขืนหนูรัน! จิตใจแกมันทำด้วยอะไร พาหนูรันกลับมาที่วังเดี๋ยวนี้เลย นี่คือคำสั่ง” พูดจบท่านชายก็วางสายไป ทำเอาอัศถึงกับใบหน้าซีดเซียว เขาไม่นึกเลยว่ารันจะกล้าเอาเรื่องนี้ไปบอกกับบิดาของตัวเอง

            อัศเดินออกมาจากห้องด้วยอารมณ์ที่เดือดพล่าน ตอนนี้รันไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้ว เจ้าตัวจึงเดินตรงไปยังหน้าห้องแล้วทุบประตูเสียงดัง

            ปังๆๆ!!!

            “ไอ้กาฝากมึงออกมาพูดกับกูเดี๋ยวนี้เลย” อัศตะโกนอยู่หน้าห้องเสียงดัง แต่รันกลับไม่ยอมเปิดโดยง่าย “มึงจะเล่นกับกูใช่ไหม ได้! ถ้ามึงไม่เปิดกูจะพังประตูเข้าไปเดี๋ยวนี้ล่ะ” รันได้ยินอย่างนั้นก็ยอมเปิดประตูออกมาแต่โดยดี

            “มีอะไรอีกครับหรือว่าจะเอาต่อ” รันยืนกอดอกทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

            “ทำไมมึงถึงเอาเรื่องบ้าๆนี้ไปบอกกับท่านพ่อกู มึงคิดจะทำอะไรกันแน่” อัศคว้าแขนรันมาบีบไว้แน่น

            “แล้วมันจริงไหมล่ะครับ ทำแล้วก็ต้องยอมรับผลที่ตามมาด้วย ตอนแรกที่แม่ให้ผมจับคุณชายผมไม่เห็นด้วยเลย แต่เมื่อโดนทำร้ายขนาดนี้ผมกลับเห็นด้วยอย่างยิ่ง ในเมื่อคุณชายอยากให้ผมเข้ามาอยู่ใกล้ๆก็อยู่ด้วยกันตลอดไปชีวิตเลย ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าคุณชายจะทนผมได้นานขนาดไหนกันเชียว” รันเผยความในใจให้อีกฝ่ายฟัง อยากรู้เหมือนกันว่าจะปฏิเสธอย่างไรได้ เรื่องถึงหูท่านชายขนาดนี้แล้ว ท่านไม่ยอมให้เรื่องมันจบง่ายๆแน่นอน

            “มึงมันก็เลวเหมือนแม่มึงนั่นล่ะ รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับวังไปหาท่านพ่อกับกูเดี๋ยวนี้เลย”

            “เตรียมหาทางออกให้กับชีวิตตัวเองด้วยล่ะครับ ผมขอไปแต่งตัวก่อน” รันสลัดแขนจนหลุดจากการเกาะกุม แล้วเดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนอัศก็เดินหัวเสียกลับมาที่ห้องนอนของตัวเองเพื่อสวมใส่เสื้อผ้าเช่นเดียวกัน

            ตอนนี้อัศคิดว่าตัวเองกำลังหลงกลสองแม่ลูกนั่นเข้าให้แล้ว ไม่รู้ว่าบิดาจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร แต่ถ้าจะให้เขารับผิดชอบกับไอ้ลูกเมียน้อยไม่มีทางแน่นอน เขาจะไม่มีทางให้แผนการของทิพย์ฤดีสำเร็จเป็นแน่

           

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

0 ความคิดเห็น