คุณชายสายโหด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,831 Views

  • 23 Comments

  • 211 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    173

    Overall
    3,831

ตอนที่ 11 : ความเจ็บปวด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    7 ม.ค. 62

 :: [11] ::

ความเจ็บปวด

 

          งานฉลองวันคล้ายวันประสูติท่านชายผ่านได้มาหนึ่งสัปดาห์แล้ว รันใช้ชีวิตอย่างปกติสุขโดยไม่มีคุณชายอัศเข้ามาวุ่นวายในชีวิตให้รำคาญใจ แต่หารู้ไม่ว่าพายุลูกใหม่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวขึ้นทุกวัน วันนี้ก็เป็นอีกวันที่รันต้องมาฝึกซ้อมเทควันโดกับรุ่นพี่ รันเป็นคนที่เข้าใจอะไรได้ง่ายทำให้สามารถเรียนรู้ท่วงท่าต่างๆได้อย่างรวดเร็ว นั่นทำให้การฝึกซ้อมได้ผลดีเกินคาด

            เพื่อนทั้งสามคนของรันต่างก็นั่งให้กำลังใจอยู่ข้างสนาม พร้อมทั้งอัดคลิปสั้นๆลงไอจีสตอรี่ไปด้วย หลังจากนี้ทั้งหมดมีนัดไปปาร์ตี้ส้มตำกันที่ร้านประจำ ซึ่งอยู่ใกล้กับหอพักของรันนั่นเอง

            “แกดูภาพนี้สิฟินอ่ะ” หมิวโชว์ภาพในมือถือให้เพื่อนทั้งสองคนดู เป็นภาพที่เต๋ายืนโอบหลังช่วยจัดท่าทางให้กับรันอย่างถึงเนื้อถึงตัว

            “เอาลงไอจีเลยแกฉันว่าคนต้องกดไลค์เพียบ” ภพสนับสนุนให้เพื่อนนำรูปถ่ายนั้นอัพลงในอินสตาแกรม บางทีการสร้างข่าวขึ้นมาอาจจะทำให้เพื่อนรักและรุ่นพี่คบกันจริงๆก็เป็นได้

            “จะดีเหรอแกเดี๋ยวรันมันก็ว่าเอาหรอก” แอนกลับไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เพื่อนทั้งสองคนจะทำ

            “ดีสิยัยแอนเล่นข่าวแบบนี้ไม่แน่รันอาจจะยอมใจอ่อนก็ได้” ภพเอ่ย

            “กรี๊ดดด!!! เอาลงแป๊บเดียวคนไลค์เยอะมากแก รับรองงานนี้คนได้รู้ทั้งมหาลัยแน่นอน” หมิวแสดงท่าทีดีใจเมื่ออัพรูปลงได้ไม่นานยอดกดไลค์และคอมเมนต์กลับถล่มทลาย เกือบทุกคอมเมนท์ต่างก็จิ้นทั้งสองคนอยากให้เป็นแฟนกันจริงๆ

            ตอนนี้ทั้งสามคนไม่ได้สนใจเพื่อนที่กำลังซ้อมเทควันโดอยู่เลย เพราะมัวแต่อ่านคอมเมนต์ที่กำลังผุดขึ้นมาเรื่อยๆ อ่านแล้วก็ยิ้มตามไปด้วย โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้รันและเต๋าได้จบการฝึกซ้อมแล้วและกำลังเดินตรงมาหา

            “พวกแกดูอะไรอยู่อ่ะ กำลังสนุกสนานกันเชียว” รันเดินยิ้มมาแล้วชะโงกหน้าเข้าไปส่องดูบ้าง แต่หมิวกลับปิดหน้าจอมือถือเอาไว้ทันที

            “ไม่มีอะไรแก...ฝึกเสร็จแล้วเหรอดีเลยจะได้รีบไปกันฉันหิวจะแย่แล้วเนี่ย” ทั้งสามคนรีบยืนขึ้นแล้วสะพายกระเป๋าเตรียมพร้อม

            “จะรีบอะไรขนาดนั้น ให้ฉันไปเปลี่ยนชุดก่อนสิ” รันขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีเร่งรีบของเพื่อน

            “เออๆ รีบมาละกันเดี๋ยวพวกฉันรออยู่ที่นี่” หมิวเอ่ย

            “รอแป๊บนึงนะ” รันเอ่ยกับเพื่อนแล้วหันไปเอ่ยกับรุ่นพี่ที่ยืนอยู่ข้างๆอีกที “พี่เต๋าเราไปเปลี่ยนชุดกันเถอะครับ”

            “ป่ะ...เดี๋ยวพี่มานะ” เต๋าเอ่ยกับรุ่นน้องทั้งสามคน

            “ครับ/ค่ะ” ทั้งสามตอบรับอย่างพร้อมเพรียงกัน

            หลังจากรันกับเต๋าเดินไปแล้วทั้งสามคนก็ถอนหายใจพร้อมกันด้วยความโล่งอก หากรันเห็นตอนนี้มีหวังให้ลบภาพนั้นทิ้งเป็นแน่ ระหว่างนี้อยากให้ผู้คนได้เห็นให้มากที่สุดเพื่อเป็นกระแส หากเพื่อนเห็นอีกทีคนก็คงจิ้นกันไปทั่วมหาวิทยาลัยแล้ว

            “เกือบไปแล้วไหมล่ะ” ภพเอ่ยด้วยความโล่งใจมือหนาก็ทับทาบลงที่อกตัวเองไปด้วย

            “กว่ามันจะรู้ตัวอีกทีคงได้เป็นคู่จิ้นกับพี่เต๋าไปแล้ว งานนี้มีเฮแน่นอนจ้า” หมิวกับภพยิ้มให้กันแต่แอนยังคงไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเพื่อนทั้งสองคนเหมือนเดิม

            “รันมันคงจะโกรธมากเลย ก็รู้อยู่ว่ามันคบกับพี่เต๋าไม่ได้” แอนแสดงความเห็นต่างกับเพื่อนทั้งสองคน แต่หมิวกับภพก็ไม่ได้แคร์อะไร

            “ทำไมจะไม่ได้ล่ะในเมื่อตอนนี้ไอ้คุณชายเลิกตามตอแยมันแล้ว” ภพเอ่ยด้วยความมั่นใจ วันก่อนรันเล่าเรื่องนี้ให้ฟังแต่ช่วงนั้นแอนไม่ได้อยู่ด้วยจึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน

            “อ้าว! ทำไมฉันไม่รู้เรื่องนี้เลยล่ะ” แอนทำหน้างงพร้อมกับคิดในใจว่า เรื่องอย่างนี้เธอควรจะรู้ก่อนใครด้วยเสียด้วยซ้ำ

            “ก็แกมัวแต่ติดผู้ชายไงยะ” หมิวเอ่ยประชดประชันเพื่อน

            “ฉันเปล่านะ”

            “ยังจะมีหน้ามาปฏิเสธอีก วันนี้กว่าจะลากตัวแกมาได้พูดจนปากเปียกปากแฉะ ฉันอยากจะรู้จังว่าไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใคร แกถึงได้ติดแจจนลืมเพื่อนฝูงได้ขนาดนี้” หมิวระบายความรู้สึกกับเพื่อนอย่างไม่มีกั๊ก เธอเป็นคนตรงๆ คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น และนี่ยิ่งเป็นเพื่อนกันด้วยแล้วยิ่งต้องพูดให้ชัดเจน

            “แกก็พูดเว่อร์ไปฉันก็เหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนไปซะหน่อย อีกอย่างฉันก็อยากมีแฟนกับเขาบ้างเหมือนกันนะยะ แต่ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นใครเท่านั้นเอง” แอนอธิบายให้เพื่อนฟัง

            “สรุปยอมรับแล้วใช่ไหมว่าคบกันแล้ว” หมิวถามต่อ

            “เออ!!..คบก็คบ” แอนจำใจยอมรับแต่ยังไม่ยอมบอกว่าเป็นใคร

            ระหว่างที่ภพยืนมองเพื่อนสนทนากันอยู่นั้น ก็มีสายโทรเข้ามา เมื่อมองไปที่หน้าจอก็เป็นเบอร์แปลกไม่ได้ขึ้นชื่อ เจ้าตัวขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนจะกดรับสาย

            “ฮัลโลครับ” ภพเอ่ยกับปลายสายแล้วรอฟังการตอบรับ

            “สวัสดีครับคุณภพ จำผมได้หรือเปล่าหึๆ” ภพขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงปลายสาย ก่อนที่หน้าของอาโปจะฉายขึ้นมาในหัวทันที

            ภพยังไม่ตอบกลับแต่หันไปเอ่ยกับเพื่อนแทน

            “พวกแกรออยู่ตรงนี้ก่อนนะเดี๋ยวฉันมา”

            “อย่านานล่ะเดี๋ยวรันมันก็มาแล้ว”

            “เออๆ”

            เดินห่างจากเพื่อนมาไกลพอสมควรแล้วภพก็เริ่มปฏิบัติการสาดคำหยาบใส่ทันที

            “มึงเอาเบอร์กูมาจากไหนไอ้สารเลว” ภพกดเสียงต่ำด้วยความโมโห เขานึกว่าการที่อัศเลิกตามรังควานเพื่อนตัวเองแล้ว อาโปก็จะหายไปจากชีวิตตัวเองด้วยเช่นกัน...แต่มันกลับผิดคาด

            “ถ้ากูบอกกลัวว่ามึงจะช็อกตายก่อนน่ะสิ” อาโปพูดจายียวนเพื่อให้อีกฝ่ายหัวร้อน ถึงเวลาที่เขาจะต้องเอาคืนไอ้เด็กเมื่อวานซืนคนนี้แล้ว

            “มึงไม่ต้องมาเล่นลิ้นกูไม่มีทางเชื่อคำที่มึงเห่าออกมาหรอก”

            “ไม่เชื่อก็อย่าเชื่อ กูแอบเอาเบอร์มึงมาจากเครื่องของน้องแอนไงล่ะ กูคือผู้ชายที่น้องแอนกำลังคบด้วย เซอร์ไพรซ์มึงไหมล่ะ” อาโปรู้สึกสะใจมากที่ได้บอกความจริง ตอนแรกเขารับปากเพื่อนว่าจะแกล้งหลอกจีบแอนเพื่อเป็นสะพานให้อัศได้เข้ามาใกล้ชิดกับรัน แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้วเพราะเพื่อนได้มีวิธีจัดการกับรันไปแล้ว อาโปจึงเบนเข็มมาเล่นงานภพแทนโดยยังคงใช้แอนเป็นเครื่องมือเช่นเดิม

            “คนอย่างมึงมันไม่ได้รักเพื่อนกูจริงๆหรอก มึงคิดจะทำอะไรกันแน่” ตอนนี้ภพรู้สึกเป็นห่วงเพื่อนมากเหลือเกิน กลัวว่าจะเป็นเหยื่อให้อาโปย่ำยี ขนาดเขาเป็นผู้ชายอีกฝ่ายยังไม่เว้น แล้วอย่างนี้แอนเป็นผู้หญิงแท้ๆจะต้องโดนเอาเปรียบอะไรบ้างก็ไม่รู้

            “ถูกต้อง! กูไม่ได้รักเพื่อนมึงเลย ก็แค่เก็บเอาไว้หลอกใช้เล่นๆ ถ้าไม่อยากให้เพื่อนโดนทำอะไรต่อมิอะไร มึงต้องมาหากูที่ลานจอดรถคณะวิศวะตอนนี้ ถ้ามึงไม่ทำตามคำสั่งกูรับรองเพื่อนมึงได้มีผัวเป็นโขยงแน่” อาโปเอ่ยขณะยืนพิงหลังอยู่ข้างรถคู่ใจในลานจอดของคณะ

            “ทำไมกูต้องทำตามที่มึงสั่งด้วยล่ะ กูไม่มีทางให้มึงมีโอกาสเข้าใกล้เพื่อนกูอีกแน่นอน แต่ถ้ามึงทำอะไรแอนกูแจ้งตำรวจจับมึงเข้าคุกแน่” ภพปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งบ้าบอนั่น แม้จะรู้สึกหวั่นใจอยู่ไม่น้อยก็ตาม

            “มึงคงไม่รู้สินะว่าพ่อกูเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ในย่านนี้พ่อกูคุมหมด คดีแค่นี้มึงคิดเหรอว่ากูจะกลัว ทางที่ดีมึงควรจะเชื่อฟัง แล้วเพื่อนมึงจะปลอดภัยกูรับรอง”

            “กูรู้แล้วว่ามึงเลวเหมือนใคร มึงคงเลวเหมือนพ่อของมึง ไอ้ลูกมาเฟีย” ภพด่าออกไปอย่างเจ็บแสบ ลูกชายเลวขนาดนี้คงจะได้สำเนามาจากพ่อเป็นแน่

            “นี่มึงกล้าด่าพ่อกูเหรอวะ! ถ้ามึงไม่มาภายในสิบนาทีกูรับรองว่าคืนนี้เพื่อนมึงได้มีผัวเป็นสิบคนแน่นอน”

            “กะ...กูยอมไปก็ได้ แต่กูจะเชื่อได้ยังไงว่ามึงจะไม่เบี้ยว” ภพอยากได้ยินคำยืนยันจากปากอีกฝ่าย

            “กูรับรองว่าเพื่อนมึงจะปลอดภัย กูพูดได้แค่นี้ล่ะแล้วแต่มึงจะเชื่อนะ กูจะเริ่มจับเวลาตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป...แค่นี้ล่ะ” พูดจบอาโปก็ตัดสายไป ทำเอาภพถึงกับอยากโยนโทรศัพท์ทิ้งลงพื้นเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ

            “เลวไม่มีที่ติจริงๆ ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายแกแน่นอนยัยแอน”

            ภพกำมือถือเอาไว้แน่นแล้วเดินตรงไปหากลุ่มเพื่อน ตอนนี้รันและเต๋าเปลี่ยนชุดกลับมาพอดี เมื่อเดินไปถึงแล้วภพก็ต้องจำใจเอ่ยยกเลิกนัดครั้งนี้ไปก่อน

            “อีภพมาพอดีไปกันเถอะครบทีมแล้ว” หมิวเอ่ยขึ้นเมื่อทุกคนอยู่ครบทีมแล้ว

            “พวกแกฉันขอโทษนะเว้ย พอดีฉันมีธุระด่วนอ่ะ” ภพเอ่ยกับเพื่อนทุกคนด้วยสีหน้ารู้สึกผิด ก่อนจะมองหน้าแอนด้วยความสงสารที่โดนไอ้ผู้ชายสารเลวคนนั้นหลอกโดยไม่รู้ตัว

            “อ้าว! ทำไมมันกะทันหันอย่างนี้ล่ะแก มีใครเป็นอะไรรึเปล่า” รันเอ่ยถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง เพราะสีหน้าภพดูไม่ค่อยดีเอาเสียเลย

            “ไม่มีหรอกแก ฉันต้องรีบไปแล้วนะ...บาย” ภพโบกมือให้เพื่อนแล้วรีบเดินออกไปจากโรงยิมทันที

หลังจากภพเดินไปก่อนแล้ว ทุกคนที่เหลือก็เดินตามหลังออกไปพร้อมกัน ขาดภพไปสักคนบรรยากาศก็ค่อนข้างจะเงียบเหงาอยู่ไม่น้อย เพราะภพเป็นคนสร้างความสนุกสนานให้กับเพื่อนๆในกลุ่มได้เป็นอย่างดี

*-*-*-*-*-*-*

ระยะทางจากโรงยิมไปยังคณะวิศวะค่อนข้างไกลแต่ภพก็รีบวิ่งไปจนทัน เมื่อเห็นชายหนุ่มรูปร่างล่ำสันนักฟุตบอลของมหาวิทยาลัยยืนพิงหลังอยู่ข้างรถหรูอย่างสบายใจ ภพก็มองด้วยความหมั่นไส้ ขณะที่เจ้าตัวเองก็ยืนหอบเหนื่อยอยู่ไม่ไกลมากนัก

            “มีอะไรก็ว่ามา” ภพตะโกนถาม

            “ไปคุยกันที่อื่น ขึ้นรถมากับกู” อาโปตอบหน้ากวนอย่างเป็นต่อ ตอนนี้เขาจะทำอะไรกับไอ้เด็กดื้อคนนี้ยังไงก็ได้

            “ไม่! กูไม่มีทางไปกับมึง” ภพปฏิเสธทันควันเขาไม่มีทางหลงกลแน่นอน เจอกันทุกครั้งเขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบมาโดยตลอด นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลา

            “มึงไม่ห่วงเพื่อนมึงรึไง ทำอย่างกับกูจะเอามึงไปฆ่าซะอย่างนั้นล่ะ” อาโปยังคงมีท่าทีสบายๆ ยืนกอดอกรอฟังคำตอบ

            “คนอย่างมึงมันไว้ใจได้ซะที่ไหนกันล่ะ กูจะยอมไปกับมึงก็ได้แต่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น”

            “ก็ขึ้นรถสิรออะไร” อาโปยกยิ้มแล้วเดินอ้อมไปฝั่งคนขับก่อนจะเปิดประตูรถเข้าไปนั่งรอ

            ภพจำใจเดินขึ้นมานั่งบนรถของอาโปด้วยสีหน้าบึ้งตึง ในใจก็รู้สึกกลัวว่าอีกฝ่ายจะทำมิดีมิร้าย จึงหยิบคัตเตอร์ที่อยู่ในกระเป๋าออกมาถือเอาไว้เพื่อป้องกันตัว

            “มึงจะพากูไปไหน”

            “กูไม่พามึงไปฆ่าหรอกน่าเก็บคัตเตอร์ไปเถอะเสียเวลาเปล่า กูแค่จะพามึงไปกินข้าวเท่านั้นเอง คุยกันสบายๆลืมเรื่องเก่าที่เคยบาดหมางกันไปได้แล้ว กูแค่อยากคุยกับมึงดีๆเท่านั้นเอง” อาโปพยายามเกลี้ยกล่อมให้อีกฝ่ายยอมเก็บมีดคัตเตอร์ เพราะไม่งั้นแผนที่วางไว้อาจจะไม่สำเร็จ

            “ไม่! คนอย่างมึงมันไว้ใจไม่ได้หรอก” แค่ลมปากคิดเหรอว่าเขาจะยอมเชื่อใจง่ายๆ

            “ก็แล้วแต่มึงนะวันนี้กูมาดีจริงๆ กูแค่อยากจะลองพูดคุยทำความรู้จักกับมึงให้มากขึ้นเท่านั้นเอง จริงๆแล้วกูสนใจมึงไม่ใช่น้องแอน มึงเชื่อใจกูเถอะ” อาโปเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ละมุนหู

            ภพอึ้งกับคำพูดหวานนั้นไปสักพัก และเริ่มลังเลในใจว่าจะเชื่อผู้ชายคนนี้ดีหรือไม่ คำพูดหวานๆของอาโปทำให้สาวๆต่างก็หลงมานักต่อนักแล้ว มีหรือที่ภพจะไม่หลงกลเขาเหมือนผู้หญิงพวกนั้น

            “มึงบ้าไปแล้วรึไงอยู่ๆก็มาพูดอย่างนี้” ภพลดดีกรีความดื้อลงมาเล็กน้อย ทำไมคำพูดของนายนั่นทำให้ใจเขามันหวิวอย่างนี้ก็ไม่รู้

            “กูไม่ได้บ้ากูสนใจมึงจริงๆ มึงคงไม่รู้ตัวว่ามึงโคตรมีเสน่ห์มาก” อาโปยังหยอดคำหวานไม่หยุด

            อาโปพูดหว่านล้อมไปเรื่อยๆ พร้อมกันนั้นก็กุมมือของภพเอาไว้ด้วย ส่วนมืออีกข้างก็หยิบผ้าเช็ดหน้าที่แปดเปื้อนไปด้วยยาสลบขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนจะใช้ช่วงเวลาที่ภพเผลอโปะเข้าที่จมูก ภพพยายามยกมือข้างที่จับคัตเตอร์ขึ้นมาหวังจะทำร้ายอีกฝ่าย แต่มันกลับถูกอาโปจับเอาไว้แน่นไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ พยายามดิ้นรนได้ไม่นานภพก็หมดสติลง

            “มึงได้เจ็บตัวทั้งคืนแน่”

            อาโปยิ้มมุมปากด้วยความพอใจแล้วเอื้อมมือไปสัมผัสที่แก้มนุ่มอย่างแผ่วเบา อยากปีนเกลียวดีนักคืนนี้เขาจะจัดการให้หนักเลยคอยดู เขาจะสอนให้ภพได้รู้ว่าอย่ามาเล่นกับคนอย่างเขา ไอ้เด็กดื้อคนนี้มันจะได้รู้ซึ้งว่าการโดนเอาแล้วทิ้งอย่างไม่ไยดี แถมยังต้องมาทะเลาะกับเพื่อนรักเพราะเรื่องผู้ชายนั้นมันเจ็บปวดมากแค่ไหน

*-*-*-*-*-*-*

            ในร้านอาหารอีสานชื่อดังแห่งหนึ่งที่เนืองแน่นไปด้วยลูกค้านักศึกษาวัยรุ่น ที่ต่างก็กำลังสนุกสนานกับการรับประทานอาหารหลากหลายเมนูที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ รวมถึงกลุ่มนักศึกษาแพทย์ทั้งสี่คนที่นั่งอยู่มุมร้าน กำลังงุ่นอยู่กับการโซ้ยส้มตำอย่างเอร็ดอร่อยไม่ต่างจากคนอื่นๆ

            “วันนี้แซบเว่อร์เสียดายอีภพไม่ได้มาด้วยเนาะ” วันนี้รสชาติของส้มตำอร่อยถูกปากมากเป็นพิเศษทำให้แอนนึกถึงเพื่อนขึ้นมา

            “วันหลังค่อยชวนมันมาอีกละกัน” รันเอ่ยพร้อมกับใช้มือฉีกไก่ย่างเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วยัดเข้าไปในปากก่อนจะเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย

            เต๋าเอาแต่มองแล้วยิ้มตามไปด้วยโดยที่รันไม่รู้ตัว แต่เพื่อนสาวทั้งสองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเห็นได้อย่างถนัดตาเลยทีเดียว

            “พี่เต๋ายิ้มอ่ะไรอ่ะ” หมิวเอ่ยแซวรุ่นพี่พร้อมกับยิ้มให้อย่างรู้ทัน

            “เปล่า...พี่ก็แค่ดีใจที่เห็นรันมีความสุขกับการกินอย่างนี้” เต๋าตอบรุ่นน้อง แต่สายตาคมยังคงจ้องมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ

            “อะไรกันพี่เต๋าแอบดูคนกินอายนะเนี่ย” รันมองหน้ารุ่นพี่ด้วยท่าทีเขินอาย พร้อมกับวางชิ้นไก่ย่างลงที่จานทันที

            “จะอายอะไรกินต่อไปดิครับพี่ไม่ดูแล้ว” เต๋าส่งยิ้มให้แต่ยังคงไม่ละสายตาจากรุ่นน้องเลย

            “ไหนบอกไม่ดูแล้ว ยังจ้องอยู่เลยหันไปฝั่งโน้นเลย” รันชี้ไปที่ฝั่งตรงข้าม

            “แหมๆ หยอกล้อกันอย่างกับแฟนเลยนะเนี่ย” หมิวยิ้มอย่างพอใจแล้วเอ่ยแซวคนทั้งสอง หากที่นี่มีมดคงจะไต่ขึ้นบนตัวรันจนเต็มแล้ว เพราะความหวานที่เต๋าส่งให้เพื่อนรักนั้นมันมากมายเหลือเกิน

            ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น แอนก็พยายามส่งข้อความไปหาอาโปอยู่เรื่อยๆ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมตอบกลับมาเสียที มันผิดปกติจากที่เคยคุยกันทุกวัน ทำให้เจ้าหล่อนเริ่มอารมณ์เสียจนไม่ได้สนใจคนรอบข้างเลย

            “ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆก็ดีดิ” เต๋าทำหน้าน้อยใจแล้วปรายตามองรุ่นน้องที่อยู่ข้างๆ

            “รีบกินให้หมดจะได้รีบกลับกัน เร็ว!” รันทำเป็นไม่สนใจแล้วหยิบช้อนไปตักส้มตำในจานมารับประทานต่อ

            “เขินอ่ะดิ” หมิวยังแซวไม่เลิก

            “บ้าแล้วแก” รันไม่กล้ามองหน้ารุ่นพี่เลยแม้แต่น้อย แซวอย่างนี้เป็นใครก็เขินกันทั้งนั้นล่ะ

            ระหว่างนั้นก็มีเสียงเตือนข้อความเข้า รันรีบวางช้อนลงในจานแล้วหยิบกระดาษทิชชู่ในกล่องมาเช็ดมือ หลังจากนั้นก็ล้วงเอาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงออกมา เป็นอัศนั่นเองที่ส่งข้อความมา รันขมวดคิ้วมองหน้าจอด้วยความกลัว กลัวว่าอัศจะไม่รักษาสัญญาที่เคยให้ไว้ ก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสหน้าจอเพื่อเปิดอ่านข้อความ

            “กูปล่อยให้มึงมีความสุขมากเกินไปแล้ว”

            อ่านข้อความที่อัศส่งมาแล้วรันก็รู้แล้วว่าตัวเองโดนหลอก เขารู้แล้วว่าคนเลวยังไงก็เลววันยังค่ำไม่มีทางเปลี่ยนได้ ไม่นานก็มีภาพที่หมิวลงในอินสตาแกรมส่งตามมา รันเห็นอย่างนั้นก็หันไปมองหน้าเพื่อนทันที

            “มีอะไรเหรอแก” หมิวทำหน้าสงสัย

            “แกลงรูปอะไรในอินสตาแกรม” รันเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำเอาหมิวกลืนน้ำลายลงคอทันที

            “แกเห็นแล้วล่ะสิ ฉันขอโทษ”

            “รูปอะไรเหรอ” เต๋าเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน จึงเข้าร่วมวงสนทนาด้วย

            “เป็นรูปที่รันกับพี่เต๋ากำลังฝึกเทควันโดกันอยู่อ่ะคะ”

            “ไม่เห็นจะเป็นไรเลยไหนพี่ดูหน่อยสิ” ว่าแล้วเต๋าก็เข้าไปดูภาพในอินสตาแกรมของหมิวทันที เมื่อเห็นแล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ “น่ารักจะตาย” เต๋าหันไปส่งยิ้มให้คนที่นั่งอยู่ข้างๆ

            รันไม่ตอบแต่ก้มหน้าลงไปมองหน้าจอมือถือตัวเองอีกครั้ง เพราะอัศได้ส่งคลิปสวาทนั้นมาสมทบเพิ่มอีก รันเห็นแค่ภาพปกที่มันโชว์หราอยู่ในคลิปก็พอจะรู้แล้วว่ามันคือคลิปอะไร เจ้าตัวหน้าถอดสีและชาไปทั้งตัวราวกับวิญญาณได้ล่องลอยออกจากร่างไปแล้ว

            “เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” รันพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่นแล้วรีบเดินตรงไปยังห้องน้ำทันที

            ระหว่างเดินรันก็ร้องไห้ไปด้วย เมื่อเข้ามาในห้องน้ำแล้วก็ล็อกห้องโดยเร็วก่อนจะนั่งลงที่โถชักโครก มือเรียวที่สั่นเทาค่อยๆเอื้อมไปเปิดคลิปนั้นดูอย่างเชื่องช้า สิ่งที่รันเห็นในคลิปทำให้ต้องเอามือปิดที่ปากตัวเองเอาไว้ น้ำตาแห่งความเสียใจและพ่ายแพ้มันไหลลงมาเป็นสาย ในที่สุดคำสัญญาของอัศก็เป็นแค่คำลวง เขาเริ่มรู้ชะตากรรมของตัวเองนับจากนี้แล้ว ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง

           

 

 

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #18 Read_G (@Read_G) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 20:49
    สู้นะลูกอย่ายอมแพ้มัน
    อินี่มันควรโดนตอนคะ
    #18
    0