ตอนที่ 8 : หวนคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1062
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    23 ส.ค. 61

บทที่ 7

หวนคืน

 

          ห้าปีผ่านไป

            มหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน

            “คุณอี้เฟยครับ”

            เสียงเข้มของใครบางคนเอ่ยเรียก ขณะที่ผมยืนจ้องมองท้องฟ้ากว้างสุดลูกหูลูกตาบนตึกสูงระฟ้า ผ่านกระจกใสในห้องทำงานส่วนตัว

ผมหันกลับไปมองแล้วส่งยิ้มให้เขา “ว่าไงอาหยาง”

ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมคืออาหยางเป็นมือขวาคนสนิทผมเอง อาหยางสูงประมาณ 180 เซนติเมตร รูปร่างกำยำสมส่วน เป็นหนุ่มหน้าตี๋ฉบับจีนแท้ เตี่ยมอบหมายให้อาหยางเป็นทั้งพี่เลี้ยงและบอดี้การ์ดส่วนตัวผม และเขาคนนี้ก็ดูแลผมมาตลอดห้าปีที่ผ่านมา จนเราสนิทสนมกันมากในระดับหนึ่ง ผมนับถือเขาเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง

“ที่คุณอี้เฟยสั่งให้ไปจองตั๋วเครื่องบิน ตอนนี้ได้ไฟลท์เรียบร้อยแล้วครับ เป็นพรุ่งนี้ตอนแปดโมงเช้า”

            “ดีมาก นายเองก็ไปเตรียมตัวให้พร้อม เราจะกลับไปหาเตี่ยที่กรุงเทพกัน”

            “ครับคุณอี้เฟย” เขายืนถือกล่องอะไรบางอย่างไว้ในมือ ผมขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัย เหมือนอาหยางรู้ตัวเลยชูขึ้นมาให้ผมดู ยิ้มแหยๆ อีกด้วย

            “นั่นอะไรเหรอ” ผมมองหน้าเขายิ้มให้เล็กน้อย

            “คือ...ผมซื้อขนมมาฝากคุณอี้เฟยครับ ขนมเจ้านี้อร่อยมาก ลองชิมดูครับ” อาหยางยื่นถุงขนมมาให้ผม

            “ขอบคุณนะที่ดีกับฉันมาตลอด นายคือคนที่ฉันไว้ใจมากที่สุดในชีวิตแล้ว” ผมยิ้มให้ ยื่นมือไปรับมา

            “ผมจะจงรักภักดีกับคุณอี้เฟยไปตลอดชีวิตครับ”

            “ขอบคุณอีกครั้งนะที่คอยอยู่ข้างๆ ฉันมาตลอดระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา กลับกรุงเทพครั้งนี้คงจะเหนื่อยน่าดู ฉันคงไม่มีอะไรจะตอบแทนนอกจากความรักและความหวังดีเท่านั้นเอง”

            “แค่นั้นมันก็เพียงพอสำหรับคนอย่างผมแล้วครับ”

            “ถ้างั้นกลับไปพักผ่อนเถอะ ฉันขออยู่คนเดียวสักพัก”

            “ครับคุณอี้เฟย” เขาโค้งคำนับให้ผมเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง

            หลังจากอาหยางออกไปแล้ว ผมก็วางถุงขนมไว้บนโต๊ะทำงาน หันกลับไปมองยังท้องฟ้าสีครามเช่นเดิม พรุ่งนี้แล้วสินะที่ผมจะได้กลับเมืองไทยเป็นครั้งแรก หลังจากใช้ชีวิตอยู่ที่เซี่ยงไฮ้เกือบจะห้าปีแล้ว

            ครั้งแรกที่ได้ก้าวเท้าลงเหยียบผืนแผ่นดินแดนมังกรแห่งนี้ ผมรู้สึกว่ากำลังได้เริ่มต้นชีวิตใหม่จริงๆ เตี่ยพาผมเข้าไปทำความรู้จักกับลูกน้องในบริษัท และเรียนรู้งานในอาณาจักรธุรกิจมูลค่ามหาศาลของเตี่ย มีทั้งธุรกิจสีขาวและสีเทา

เตี่ยเล่าให้ฟังว่าเคยมีลูกชายคนหนึ่ง อายุรุ่นราวคราวเดียวกับผม แถมใบหน้ายังละม้ายคล้ายผมราวกับคนเดียว แต่ทว่าเขาคนนั้นได้เสียชีวิตก่อนหน้าที่จะเจอผมหลายปีแล้ว เตี่ยเห็นผมครั้งแรกก็รู้สึกตกใจปนดีใจ ทำให้หวนคิดถึงลูกชายทันที และนั่นก็คือเหตุผลที่เตี่ยพาผมไปรักษาตัวที่บ้านแทนที่จะเป็นโรงพยาบาล และชื่ออี้เฟยคือชื่อของลูกชายของเตี่ยที่เสียชีวิตไปแล้วนั่นเอง

            ผมใช้เวลาทั้งหมดฝึกฝนด้านต่างๆ ทั้งด้านบุ๋นและบู๊ ปรับบุคลิกภาพใหม่ให้ดูเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งขึ้น ทำให้ภาพลักษณ์ใหม่ของผมเป็นหนุ่มแบดบอยหน้าตี๋ที่มีความหล่อระดับเทพ วินคนเก่าที่เคยจืดชืดได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว ผมฝึกยิงปืน เรียนทั้งอังกฤษและจีนกลางจนพูดได้ราวกับเจ้าของภาษา ทุกอย่างที่ทำนี้เพื่อให้เกิดความแตกต่างจากวินคนเดิม หากไปเผชิญหน้ากับคนที่เคยรู้จัก นั่นจะทำให้พวกเขาเชื่อว่าผมไม่ใช่วินคนนั้นจริงๆ ตอนนี้ผมพร้อมแล้วที่จะกลับไปทำลายเขา และพาลูกชายกลับมาอยู่ในอ้อมกอดอีกครั้ง

            ช่วงเวลาที่อยู่เมืองจีนผมไม่เคยลืมเรื่องราวในอดีตเลยแม้แต่วินาทีเดียว เพราะสิ่งเหล่านั้นมันเป็นแรงกระตุ้นให้ผมต้องฝึกฝนตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อกลับไปทวงความยุติธรรมคืนให้กับตัวเองและยายจันทร์ ป่านนี้ตาหนูคงโตขึ้นมากแล้ว รู้สึกหวั่นใจว่าถ้าได้เจอหน้ากันอีกครั้งแกจะจำแม่คนนี้ได้ไหม และกลัวว่าแกจะถูกเลี้ยงให้เติบโตมาเป็นเด็กที่นิสัยไม่ดีเหมือนคนพวกนั้น ก็ได้แต่หวังว่าเลือดครึ่งหนึ่งของผมที่มีอยู่ในตัวตาหนู จะทำให้เขาเอาชนะความเลวร้ายพวกนั้นกลายเป็นเด็กที่ดีได้

*-*-*-*-*-*-*

            เวลาสี่ชั่วโมงกว่าที่ผมต้องนั่งอยู่บนเครื่องบิน ในที่สุดเครื่องก็แลนดิ้งลงบนผืนแผ่นดินไทย การกลับมาครั้งนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองคืออี้เฟย ลูกชายของคุณโจวนักธุรกิจพันล้านไม่ใช่วินคนเดิม ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยฝึกฝนในขณะอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ มันกำลังจะถูกนำมาใช้ในอีกไม่ช้า

            ก้าวแรกที่เหยียบย่างลงบนพื้น ผมรู้สึกได้ถึงชัยชนะที่จะเกิดขึ้นในเร็ววัน วินาทีนั้นผมยิ้มเหี้ยมเดินเชิดหน้าอย่างมั่นอกมั่นใจ ลุคใหม่ของผมทำเอาทั้งหนุ่มและสาวที่อยู่ในสนามบิน ต่างก็มองตาเป็นมันด้วยความสนใจ เห็นอย่างนั้นผมก็ยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ที่รูปลักษณ์ใหม่นั้นชวนให้คนหลงใหลได้ไม่ยาก

            “เตี่ยครับ!” เมื่อเห็นเตี่ยยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ผมก็ตะโกนเรียก รีบวิ่งเข้าไปสวมกอดทันที ผู้ชายคนนี้ดีกับผมมากเหลือเกิน จนชาตินี้ทั้งชาติคงไม่สามารถตอบแทนบุญคุณท่านได้หมด

            “ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะไอ้ลูกชาย”

            “ครับเตี่ย ขอบคุณที่มารับผมด้วยตัวเองนะครับ” ตอนนี้น้ำตาผมเริ่มซึมออกมา จนต้องยกหลังมือขึ้นไปเกลี่ยมันออกจากขอบตา

            “กลับบ้านเรากันเถอะ เตี่ยเตรียมของบางอย่างไว้รอต้อนรับลูก รับรองจะต้องถูกใจ”

            “อะไรน้าตื่นเต้นจังเลย”

            “ตื่นเต้นก็รีบกลับไปดูกัน..ป่ะ”

            หลังจากนั้นพวกเราก็นั่งรถลีมูซีนกลับไปที่บ้าน บ้านที่ผมเคยได้รับโอกาสจากเตี่ยเมื่อห้าปีก่อน และบ้านหลังนั้นจะเป็นฐานที่มั่นของผม ในการต่อสู้กับคนบ้านนั้นในอีกไม่ช้า

           

            เมื่อรถเคลื่อนล้อมาหยุดที่หน้าบ้าน ก็มีชายฉกรรจ์นับสิบมายืนรอรับ พวกเขาสวมชุดสูทสีดำท่าทางดูน่าเกรงขาม พวกเขาเหล่านั้นคือลูกน้องเตี่ย ที่คอยรับใช้มานานหลายปี แต่ละคนฝีมือเก่งกาจระดับพระกาฬทั้งนั้น ถูกฝึกฝนในทักษะการต่อสู้มาจากเมืองจีนอย่างเข้มข้น ก่อนจะถูกส่งตัวกลับมาที่นี่

            ลงจากรถแล้วเตี่ยก็หันมาเอ่ยกับผม

            “เตี่ยจะพาไปดูอะไรบางอย่าง”

            “ครับเตี่ย”

            ว่าแล้วผมก็เดินตามหลังเตี่ยด้วยความตื่นเต้น เตี่ยมักมีเรื่องอย่างนี้ให้ผมประหลาดใจอยู่บ่อยครั้ง เตี่ยพาผมเดินมาที่โรงรถ นั่นทำให้ผมเดาว่าสิ่งที่เตี่ยจะมอบให้คงต้องเป็นรถอย่างแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าเป็นคนไหนกันแน่ เพราะรถที่จอดอยู่นั้นมีมากถึงสิบคัน

            “อย่าบอกนะว่าเตี่ยซื้อรถให้ผม”

            “ถูกต้อง กลับมาเมืองไทยทั้งทีลูกชายเตี่ยต้องมีหน้ามีตาในสังคมไฮโซ คนจะต้องนับหน้าถือตาอี้เฟยคนนี้ นอกจากเงินทองและทรัพย์สินจะเป็นเครื่องประดับบารมีแล้ว รถก็เป็นสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกว่าเราไม่ใช่คนธรรมดา นี่คือรถที่เตี่ยตั้งใจซื้อให้เพื่อต้อนรับกลับบ้าน” ว่าแล้วเตี่ยก็เปิดผ้าคลุมรถออก เผยให้เห็นรถซูปเปอร์คาร์สีบรอนซ์เงิน ราคาหลายสิบล้าน ผมยิ้มให้เตี่ยก่อนจะโผเข้ากอดขอบคุณ

            “ขอบคุณเตี่ยมากๆ นะครับ ขอบคุณจริงๆ”

            “จะลองเข้าไปนั่งดูก่อนไหมแล้วค่อยเข้าไปในบ้าน”

            “ได้เลยครับเตี่ย”

            ว่าแล้วผมก็รีบเดินเข้าไปข้างตัวรถ เอื้อมมือไปสัมผัสลูบไล้อย่างเบามือ ชมความงดงามของรถคู่ใจคันใหม่ของผม จากนั้นก็เปิดประตูเข้าไปนั่ง กวาดตามองดูไปรอบๆ ด้วยความตื่นเต้นดีใจ มันช่างดูหรูหราสมราคาเสียจริง

            ออกมาจากรถแล้วพวกผมก็เดินเข้าไปในบ้าน เพื่อร่วมรับประทานอาหารและพูดคุยกันถึงเรื่องงานที่ต้องรับผิดชอบที่เมืองไทย และที่สำคัญคือเรื่องที่จะหาทางแก้แค้นพี่ธีคืนให้อย่างสาสม

 

            บนโต๊ะหรูที่ทำมาจากไม้สัก มีจานอาหารระดับภัตตาคารวางเรียงรายอยู่ เมนูแต่ละอย่างน่ารับประทานทั้งนั้น เตี่ยรู้ว่าผมไม่ค่อยได้ทานอาหารไทย วันนี้จึงจัดแต่เมนูอาหารไทยให้เกือบทั้งนั้น พวกเราสามคนนั่งรับประทานอาหารอยู่บนโต๊ะอย่างพร้อมหน้า ในระหว่างนั้นก็สนทนาพูดคุยกันอย่างสนุกสนานไปด้วย

            “ขอบใจมากนะอาหยางที่ดูแลลูกชายฉันมาตลอด” เตี่ยเอ่ยกับอาหยางที่นั่งอยู่ข้างผม

            “ไม่เป็นไรครับท่านประธาน ผมยินดีรับใช้คุณอี้เฟยจนกว่าชีวิตจะหาไม่ครับ”

            “ขอบใจมาก นายคือคนที่ฉันไว้ใจมากที่สุด ฉันเชื่อว่านายจะไม่ทำให้ฉันผิดหวัง จงช่วยเหลืออี้เฟยให้ภารกิจครั้งนี้สำเร็จไปได้ด้วยดี จบงานแล้วฉันจะมีสิ่งตอบแทนให้แน่นอน”

            “ผมไม่ต้องการอะไรเป็นสิ่งตอบแทนครับ ผมขอแค่ได้ดูแลคุณอี้เฟยกับท่านประธานอย่างนี้ตลอดไปก็พอแล้วครับ” ผมเห็นแววตาที่มุ่งมั่นจริงใจของอาหยางก็รู้สึกซาบซึ้งใจ น้อยคนนักที่จงรักภักดีกับคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่อย่างนี้ ผมนับถือน้ำใจเขาจริงๆ

            “ขอบคุณนายมากนะ” ผมยิ้มให้ เอื้อมไปกุมมือของอาหยางบีบเบาๆ สื่อว่าขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา

            “ผมยินดีครับ” อาหยางยิ้มตอบ ยิ่งเขายิ้มอย่างนี้ความหล่อยิ่งเพิ่มทวีคูณ ผมเชื่อว่าอาหยางจะต้องเจอใครสักคนที่ถูกใจในเร็ววันอย่างแน่นอน

            “เตี่ยครับแล้วเรื่องแก้แค้นของผมล่ะครับ เตี่ยว่าเราควรจะเริ่มยังไงดี” ผมเปลี่ยนประเด็นเข้าเรื่องที่อยู่ในหัวทันที ใจจริงผมอยากจะเริ่มต้นการแก้แค้นตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบผืนแผ่นดินไทยซะด้วยซ้ำ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับเตี่ย เพราะเตี่ยได้เตรียมวางแผนหาข้อมูลอะไรไว้ให้ผมเรียบร้อยแล้ว

            “ใจเย็นๆ ไอ้ลูกชาย รับรองว่าลูกได้แก้แค้นผู้ชายคนนั้นสมใจอยากแน่ แต่เราต้องวางแผนเรื่องนี้ให้ดี จะได้ไม่มีข้อผิดพลาด พ่อเชื่อว่าตอนนี้ลูกพร้อมทั้งกายและใจแล้ว”

            “ครับเตี่ย ผมพร้อมมาก ผมอยากเจอหน้าลูกชายเต็มทนแล้ว”

            “พ่อมีเรื่องจะบอกให้ลูกรู้ก่อนที่จะเข้าไปเจอเขา”

            “เรื่องอะไรครับเตี่ย”

            “ตอนนี้นายธีภพแต่งงานแล้ว กับลูกสาวหนึ่งในหุ้นส่วนของโรงแรมที่บริหารงานอยู่”

            แม้ว่าผมจะโกรธแค้นเขามากเพียงใด แต่ทำไมเมื่อได้รู้ว่าพี่ธีแต่งงานแล้ว หัวใจผมมันกลับรู้สึกเจ็บแปลบๆ ไม่นะ! ผมจะต้องไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น มันจะต้องมีเพียงความแค้นในใจผม คิดได้อย่างนั้นผมจึงยิ้มให้กับเตี่ย แล้วถามอะไรบางอย่างต่อไป

            “แล้วเขามีลูกด้วยหรือเปล่าครับเตี่ย”

            “ยังไม่มี รู้สึกว่าเมียของนายธีภพจะรักสวยรักงามมากจนไม่อยากมีลูก และที่สำคัญเธอคนนั้นเป็นลูกค้าประจำที่บ่อนของเราอีกด้วย” เตี่ยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ผมรู้ทันทีว่าตอนนี้เตี่ยกำลังคิดอะไร

            “ถ้าอย่างนั้นผมต้องเข้าไปดูแลบ่อนซะหน่อยเผื่อจะได้เจอเมียของศัตรูผม เผื่อว่าเธอจะมีประโยชน์อะไรบ้าง”

            “นั่นคือสิ่งที่พ่อคิดเอาไว้ เธอคนนี้ล่ะจะเป็นคนที่เปิดประตูให้ลูกได้เข้าไปในบ้านหลังนั้น”

            “ผมอยากจะเห็นสีหน้าคนบ้านนั้นจัง ว่าถ้าเห็นผมแล้วจะเป็นยังไง วินคนนั้นที่พวกเขาเคยข่มเหงรังแก มีใบหน้าเหมือนคุณอี้เฟย ทายาทนักธุรกิจพันล้านอย่างกับแกะ คิดแล้วก็น่าสนุกดีนะครับเตี่ย” แววตาที่เคยอ่อนหวานของผม ตอนนี้กลับกลายเป็นแววตาที่กระหายสงครามและชัยชนะไปเสียแล้ว ผมอยากเข้าไปในบ้านหลังนั้นให้เร็วที่สุด อยากไปเจอหน้าลูกชายที่ผมคิดถึงมาตลอด

            “เรื่องตาหนู ถ้าลูกอยากเจอหน้าให้หายคิดถึงพ่อพอมีวิธี”

            ได้ยินอย่างนั้นผมก็รีบวางช้อนลงบนจานจนเกิดเสียง มองหน้าเตี่ยด้วยรอยยิ้ม ผมกำลังจะได้เจอตาหนูอย่างนั้นเหรอ ห้าปีแล้วสินะ ตาหนูโตขึ้นแล้วจะเป็นอย่างไรบ้างผมอยากรู้เหลือเกิน

            “ยังไงครับเตี่ย!

            “ตอนนี้ตาหนูเข้าเรียนชั้นอนุบาลที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ถ้าลูกอยากเจอต้องไปช่วงเวลาเลิกเรียน ช่วงนั้นเด็กๆ จะออกมารอผู้ปกครองมารับ” เตี่ยแนะนำผม

            “ครับเตี่ยถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ผมจะไปที่โรงเรียน ผมอยากเห็นหน้าลูกจะแย่แล้ว” 

วันพรุ่งนี้แล้วสินะที่ผมจะได้เจอหน้าตาหนู รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกเลยจริงๆ

*-*-*-*-*-*-*

            วันต่อมาอาหยางเป็นสารถี ขับรถพาผมมาหน้าโรงเรียนที่ตาหนูเรียนอยู่ ภายในรั้วโรงเรียนเอกชนแห่งนี้ มีแต่อาคารเรียนที่หรูหรา นั่นทำให้ค่าเทอมแพงหูฉี่ เด็กที่นี่ล้วนแต่เป็นลูกหลานของเศรษฐี เห็นอย่างนี้ผมก็อุ่นใจ ที่อย่างน้อยเขาก็ส่งเสียให้ตาหนูได้เรียนโรงเรียนดีๆ

            “คุณอี้เฟยจะลงไปดูใกล้ๆ ไหมครับ” อาหยางที่นั่งคุมพวงมาลัยอยู่เบาะคนขับเอ่ยถาม

            “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันนั่งรอในนี้ก่อนดีกว่า” ผมตอบขณะจ้องมองที่หน้าประตูรั้วโรงเรียนอย่างไม่วางตา ตอนนี้เด็กๆ กำลังทยอยเดินออกมา โดยมีคุณครูยืนรอส่งนักเรียนอยู่สามคน

            ผมเฝ้าจับตามองดูเด็กทุกคนที่เดินออกมาอย่างไม่คลาดสายตา ในที่สุดผมก็เห็นเด็กชายหน้าตาจิ้มลิ้ม ผิวพรรณขาวสะอาด ไว้ผมรองทรงต่ำ สะพายกระเป๋าใบเล็กนักเรียนเดินยิ้มออกมากับเพื่อน แม้ว่าตาหนูจะโตขึ้นมาก แต่ผมก็ยังจำโครงหน้าหน้าแกได้ดี แววตาคู่นั้น รอยยิ้มนั้น ผมไม่เคยลืมเลือนไปจากใจ

            “ตาหนูของแม่ ฮึก” เมื่อเห็นหน้าลูกชายเป็นครั้งแรกในรอบห้าปี ผมจึงกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ยิ่งเห็นความน่ารักของแก ยิ่งทำให้น้ำตาผมไหลลงมาไม่ขาดสาย

            ในระหว่างนั้นผู้ชายที่ผมเกลียดมากที่สุดก็ปรากฏตัว เขาเปิดประตูรถลงมาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง แต่งตัวเปรี้ยวฉ่าดูเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ หน้าตาสะสวย แน่นอนว่าจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากภรรยาของพี่ธี

            เมื่อตาหนูเห็นทั้งสองคนมารับ ก็รีบวิ่งเข้าไปกอดพี่ธี ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็ดูยิ้มแย้มท่าทางจะรักตาหนูดี ทำไมผมเห็นภาพนั้นแล้วถึงได้รู้สึกอิจฉา ทั้งอิจฉาและเกลียดไปพร้อมๆ กัน ผมเกลียดที่เขาให้ผู้หญิงคนอื่นมาเป็นแม่แทนผม ทั้งที่ตรงนั้นมันควรจะเป็นผมไม่ใช่คนอื่น

            “กลับเลยไหมครับ” อาหยางมองผมผ่านทางกระจกหน้า เขาคงเห็นสีหน้าผมไม่ค่อยดีนักจึงเอ่ยถาม

            “ยัง...พาฉันไปที่ที่หนึ่งก่อน”

            “ที่ไหนครับคุณอี้เฟย”

            “บ้านเก่าฉันเอง”

            ผมบอกเส้นทางให้อาหยางขับรถไปยังบ้านของยายจันทร์ บ้านที่เคยให้ที่ซุกหัวนอน บ้านที่เคยให้ความรักและความอบอุ่นผมมาเป็นเวลานานนับปี บ้านที่ผมเรียกได้เต็มปากว่ามันคือบ้านที่แท้จริง

 

            เมื่อรถมาจอดเทียบถนนหน้าบ้านแล้ว ผมก็เปิดประตูก้าวขาลงไปเหยียบบนผืนแผ่นดินที่เป็นสมบัติของยายจันทร์ บ้านไม้ชั้นเดียวที่เคยมีชีวิตชีวา ตอนนี้โทรมไปมาก มีต้นไม้ใบหญ้าขึ้นปกคลุมเกือบทั่วทั้งหลัง ลานหน้าบ้านพื้นที่เล็กๆ เคยเป็นที่จอดรถเข็นขายข้าวแกง ตอนนี้เต็มไปด้วยหญ้ารกชัฏ เห็นแล้วน้ำตาผมก็ไหลลงมา ผมคิดถึงยายจันทร์เหลือเกิน ป่านนี้ยายคงจะมองดูผมจากบนสวรรค์อยู่แน่นอน คิดแล้วจึงเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าที่สดใส ส่งยิ้มให้ยายจันทร์ ให้รู้ว่าตอนนี้ผมกลับมาหายายแล้ว

            “จะเข้าไปข้างในไหมครับคุณอี้เฟย” อาหยางถามผม หลังจากยืนเงียบอย่างนั้นได้สักพัก

            “นายรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปข้างใน”

            “แต่ผมเกรงว่ามันจะไม่ปลอดภัย ให้ผมเข้าไปด้วยเถอะนะครับ”

            “ไม่เป็นไรหรอก ที่นี่คือบ้านของฉัน ไม่มีอะไรอันตรายหรอก” ผมยิ้มให้อาหยาง ก่อนจะหันกลับไปมองประตูหน้าบ้าน แล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปด้านใน

            เมื่อเดินเข้าไปผมแทบจำสภาพเดิมไม่ได้ ข้างในเต็มไปด้วยหยากไย่ พื้นไม้ที่เคยแข็งแน่นตอนนี้กลับผุพัง บางจุดแตกเป็นโพรงลงไปจนเห็นพื้นดิน แถมมีหญ้าขึ้นแซมไปทั่ว เครื่องครัวที่เคยใช้ขายข้าวแกงหล่นกระจุยกระจายไปทั่ว ดูแล้วน่าจะเป็นฝีมือวัยรุ่นแถวนี้ ที่เข้ามาใช้พื้นที่ในการมั่วสุมยาเสพติด เพราะมีเศษก้นบุหรี่ถูกทิ้งเกลื่อนไปทั่ว แถมยังมีอุปกรณ์สำหรับเสพยาถูกทิ้งไว้อีกด้วย เห็นสภาพบ้านแล้วทำเอาผมแทบจะรับไม่ได้

            เดินไปตรงยังเตียงนอนที่ยายจันทร์เคยใช้เป็นที่พักผ่อนกายา ก็เจอเสื้อตัวเก่งของยายถูกวางทิ้งอยู่บนพื้น มันถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นหนาเตอะ ผมปัดฝุ่นออกเบาๆ แล้วหยิบมันขึ้นมาถือไว้

            “ยายจ๋า ผมจะเอาตัวคนที่มันฆ่ายายมาเข้าคุกให้ได้ ผมสัญญา”

            หลังจากนั้นก็เดินไปศาลาริมน้ำ ตอนนี้ไม่สามารถนั่งชมบรรยากาศริมคลองได้เหมือนมัน เพราะมีหญ้าขึ้นปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ผมจึงเดินกลับออกมาด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก อาหยางเห็นอย่างนั้นก็มองด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะเอ่ยปากถามผมทันที

            “คุณอี้เฟยเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

            “ฉันไม่เป็นไร เรากลับบ้านกันเถอะ”

            “ครับ”

            ว่าแล้วอาหยางก็เปิดประตูรถให้ ผมยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเข้าไปนั่งในรถด้วยอาการเหม่อลอย ผมขอเป็นคนอ่อนแอแค่วันเดียว เพราะจากนี้ไปการแก้แค้นมันจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 15:12
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #32
    0
  2. #23 fatipa (@tipawadee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 14:55
    อี้เฟยจัดการมห้สาสมเลย ไม่อยากให้รักกันในตอนจบด้วย อิธีต้องได้รับกรรมอย่างสาสม
    #23
    0
  3. #17 PloyZhang (@PloyZhang) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 11:19
    อ่านไปน้ำตาไหลเลยอ่ะ ไหลแบบไม่รู้ตัวด้วย 55555 สู้ๆน้ะอี้เฟย
    #17
    0