[EXO] Little Cupid สื่อรักจากหัวใจ

ตอนที่ 16 : Little Cupid :: Chapter 13 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,548
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    26 มี.ค. 57

…..Little Cupid…..

…Chapter Thirteen…

 

 

                เรียวเท้าเล็กก้าวฉับๆ อยู่บนพื้นกระเบื้องหินอ่อนสีขาวนวลสะอาดตาที่ปูเป็นทางยาวของโถงโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่งในโซล 



 

                ในช่วงเวลาบ่ายคล้อยของวันที่คยองซูได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลแห่งนี้เพื่อคุย ธุระ  กับเพื่อนรุ่นพี่ที่เคยรู้จักกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย และเมื่อเดินมาถึงแผนกดังกล่าว  เสียงใสก็เอื้อนเอ่ยถามข้อมูลจากพยาบาลสาวสวยที่นั่งอยู่หน้าห้องตรวจแห่งนั้น



 

                ไม่ทราบว่าคุณหมอเรียวอุคอยู่มั้ยฮ่ะ?  ผมต้องการพบ



 

                “อยู่ค่ะ..เดี๋ยวดิฉันเข้าไปเรียนคุณหมอให้นะค่ะ  ไม่ทราบว่าจะให้เรียนว่าใคร...


 

                “คยองซูฮ่ะ ...”  ยังไม่ทันที่พยาบาลสาวจะเอื้อนเอ่ยคำถามจนจบเสียงใสก็แทรกตอบอย่างรู้ทัน


 

                “ค่ะ  รอสักครู่นะค่ะ



 

                รอได้สักพักสาวสวยในชุดกราวน์แบบฟอร์มสีขาวสะอาดตาก็เดินกลับมาพร้อมรอยยิ้มจริงใจ  ผายมือเชิญให้แขกตัวเล็กเข้าไปพบคุณหมอของเธอ



 

                เชิญค่ะ คุณหมอบอกว่ากำลังรอคุณอยู่พอดีเลย ^_^ ”


 

                “ขอบคุณฮ่ะ”  ว่าแล้วก็โค้งงามๆให้กับหญิงสาวตรงหน้าแล้วเดินเข้าไปในห้องที่มีบานประตูกระจกสีขุ่นปิดกั้นอยู่



 

                ไง..ดีโอย่าส์!”  เสียงใสของคุณหมอที่นั่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะประจำตำแหน่งเอ่ยทักขึ้นพร้อมๆกับยิ้มหวานที่ส่งมาให้กับรุ่นน้องคนสนิทอย่างจริงใจ



 

                หวัดดีฮ่ะพี่หมอ...”  คนเป็นน้องเอ่ยทักทายออกไปพร้อมๆกับพี่เรียวปากอวบอิ่มฉีกยิ้มกว้างจนโค้งเป็นรูปหัวใจ  แก้มสีชมพูโค้งตามองศาการยิ้มจนคนที่เห็นอดจะยิ้มตามไม่ได้



 

                จะมาถามธุระที่ให้พี่จัดการให้ใช่ม๊า..ตอนนี้ก็เรียบร้อยแล้วล่ะพี่หมอใจดีเอ่ยอย่างรู้ทันคนตัวเล็กที่ยังคงยิ้มแป้นแล้นอย่างน่ารักน่าชัง




 

                ขอบคุณมากๆเลยฮ่ะพี่หมอที่อุตส่าห์เป็นธุระให้ผม” 




 

                ไม่เป็นไรน่า เรื่องเล็กน้อย..คุณหมอว่าพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้เลื่อนแล้วเดินไปที่ชั้นเก็บเอกสารที่มุมหนึ่งของห้อง  ก้มๆเงยๆ หาของบางสิ่งอยู่  จากนั้นก็หยิบซองเอกสารสีน้ำตาอ่อนที่วางอยู่ด้านล่างสุดขึ้นมาแล้วเดินกลับมานั่งที่เดิม.. 




 

                ว่าแต่ไอ้ที่ให้พี่หาให้เนี่ย เป็นเรื่องของใครกัน?  อย่าบอกนะว่านายไปทำผู้หญิงที่ไหนเค้าท้อง?”  พี่หมอใจดีเอ่ยแซวพลางยิ้มทะเล้นๆ ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจดีอยู่แล้วว่ารุ่นน้องตัวเล็กคนสนิทนั้นไม่เคยจีบหญิงที่ไหน  ด้วยบุคลิกที่ตัวเล็กๆ บวกกับใบหน้าหวานๆ นั้นจึงทำให้รุ่นน้องคนนี้มีแต่เพื่อนชายมาตามขายขนมจีบเป็นว่าเล่น  เรียวอุคไม่อยากจะบอกว่าไอ้น้องชายคนนี้น่ะเนื้อหอมมากๆเลยนะตอนที่เรียนมหาลัยด้วยกันน่ะ




 

                พี่หมอ! ไม่ใช่ผมซะหน่อย~”  คนตัวเล็กโอดครวญอย่างเง้างอด  ปากรูปหัวใจยู่ลงอย่างอนๆ



 

                พี่ล้อเล่นน่า..แล้วนี่ตกลงเจ้าน้องชายตัวดีคนไหนไปก่อเรื่องกันล่ะ?  เจ้าชานยอล? หรือว่าเจ้าเซฮุน?




 

แฮ่ๆ ชานยอลน่ะฮ่ะ  มันบอกว่ามันเคยไปทำเค้าท้อง  เมื่อ 5 – 6 ปีที่แล้ว  แต่พอมาตอนนี้เค้าบอกมันว่าเด็กที่เกิดมาไม่ใช่ลูกของมัน  แต่มันไม่เชื่อ ก็เลยต้องลำบากให้พี่ช่วยแบบนี้แหละฮ่ะ



 

อื่ม  แต่ผลตรวจ ‘DNA’ ที่ออกมามันก็เป็นแบบที่เจ้าชานยอลมั่นใจนั้นแหละ เด็กคนนั้นเป็นลูกของเจ้าชานยอล คือผลดีเอ็นเอที่ตรวจอ่ะมันถอดแบบกันมาเปี๊ยบเลยนะ  ตามเส้นผมของเจ้าหนูน้อยที่ให้นายให้พี่มาเนี่ย  มันตรงกับของเจ้าชานยอลเลย  เลือดกรุ๊ปเดียวกันด้วยซ้ำไป  พี่แทบไม่ต้องเดาเลยว่าเด็กคนนี้จะหน้าตาถอดแบบมาจากเจ้าชานยอลขนาดไหน  ฮ่าๆ ๆ ”  พี่หมอใจดีพูดเอื่อยๆ แล้วหัวเราะตบท้ายอย่างนึกขบขัน




 

ขนาดนั้นเลยหรอฮ่ะ?...




 

ใช่นะสิ แต่พี่ก็แปลกใจนะว่า....”  พี่หมอคนดีพูดออกมาพอให้สงสัยแล้วก็เงียบไปอย่างใช้ความคิด  ทำเอาคยองซูที่นั่งฟังอยู่ถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ




 

....??....



 

พี่แค่ไม่เข้าใจว่า มันจะมีผู้หญิงสักกี่คนกันที่จะหยิ่งในศักดิ์ศรี  แบบว่าไม่ยอมรับว่าท้องกับเจ้าชานยอลมันน่ะ  แบบว่านะ ...เจ้าชานยอลมันเป็นนักธุรกิจเนื้อหอมที่มีแต่พวกผู้หญิงจ้องจะจับหวังรวยทางลัด  แต่หนึ่งในนั้นคงไม่ใช่แม่ของเจ้าหนูนี่แน่ๆ ฮ่าๆ ๆ 





 

แบคฮยอนเป็นคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีมากฮ่ะ  เอ่อ  แล้วก็อีกอย่าง...




 

“…???....



 

แบคฮยอนเป็นผู้ชายฮ่ะ



 

หืม?  เรากำลังจะบอกว่า เมียเจ้าชานยอลเป็นผู้ชายอย่างนั้นหรอ?




 

ใช่ฮ่ะ  ทีแรกผมก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่ด้วยเหตุผลและหลักฐานหลายๆ อย่างทำเอาผมต้องเชื่อ



 

เฮ้อ  โลกนี่ก็แปลกขึ้นทุกวันนะ  ความจริงก็ไม่ใช่ว่าพี่ไม่เคยเจอเคสคนไข้ที่เป็นแบบนี้หรอก  เดี๋ยวนี้ผู้ชายท้องได้ก็มีถมเถไปจนพี่ยังแอบคิดเลยว่าถ้าผู้ชายหน้าสวยหลายๆคนมีมดลูก  ผู้หญิงกว่าครึ่งค่อนโลกนี่คงจะต้องช้ำใจตาย




 

พี่ก็ว่าไป...




 

จริงนี่  ก็ดูอย่างนายสิ  ตอนเรียนมหาลัยเนื้อหอมน้อยซะที่ไหน วันๆ มีแต่หนุ่มๆมาตามจีบ  ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่หมั่นหน้ากันเป็นแถว หึหึ




 

พี่หมอออ~ ไม่เอาดีกว่า  ผมไม่คุยกับพี่หมอแล้วนะ  ชอบแซวผมอยู่เรื่อยเลย




 

โอเคๆพี่ไม่แซวแล้วก็ได้นะ..



 

อ่า..แต่เดี๋ยวผมต้องขอตัวกลับก่อนนะฮ่ะ  ต้องไปธุระให้คุณแม่ต่อด้วย  ไว้วันหลังผมจะพาไปเลี้ยงข้าวเป็นการขอบคุณนะฮ่ะพี่หมอ ^_^ ”




 

ตามนั้นเลย  อย่าลืมสัญญาล่ะกัน 



 

ฮ่ะ  แล้วเจอกันฮะ”  ว่าจบร่างเล็กๆ ก็ลุกขึ้นยินจนเต็มความสูง(ที่มีอยู่น้อยนิด) แล้วเดินออกไปจากห้องทำงานของพี่หมออย่างเงียบๆ(?)  ปล่อยให้พี่หมอคนดีๆ นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยกับความคิดของตัวเอง….

 

 

หลังจากที่เดินผ่านพ้นประตูกระจกสีขาวขุ่นมาได้สัก เท้าเรียวที่เคยก้าวฉับๆ ก็ชะงักฝีเท้าลงแต่ก็ไม่ถึงกับหยุดนิ่งไปซะทีเดียว  มือบางสอดเข้าไปในกระเป๋าใบโปรดควานหาเครื่องมือสื่อสารคู่ใจ  และหยิบมันออกมาเพื่อติดต่อหาเจ้าน้องชายตัวดีทันที






 

 

[ครับฮยอง...]



 

นายอยู่ไหนน่ะชานยอล..



 

[ผมก็..กำลังพาหลานชายของพี่เที่ยวอยู่ครับ ปลายสายตอบกลับมาเสียงใส 



 

อย่างงั้นหรอ?  อืม  ธุระที่วานั่นฉันจัดการให้เรียบร้อยแล้วนะ..



 

[ได้เรื่องว่าไงมั่งครับ?]

อืม...เอาเป็นว่าเดี๋ยวเรากลับมาคุยกันที่บ้านดีกว่านะ  ตอนนี้พาเจ้าหนูนั่นเที่ยวไปก่อน  ฉันไม่อยากพูดให้นายเครียด แค่นี้นะ..


 

[ฮยอง  เดี๋ยว!!]

 




 

ตู๊ดด ตู๊ดด ตู๊ดด

 




 

คยองซูไม่รอให้เจ้าน้องชายซักถามอะไรไปมากกว่านี้  แกล้งทำเป็นพูดทิ้งท้ายให้ชวนสงสัย  ให้คิดว่าเจ้าหนูไม่ใช่ลูกของตัวเองจริงๆ  อยากแกล้งน้องชายตัวดีบ้างล่ะ  ให้รู้จักเครียดเป็นบ้าง  ทีหลังเวลาจะทำอะไรจะได้คิดหน้าคิดหลังให้ดีๆ ไม่ใช่ไปทำลูกเค้าท้องโย้  แล้วคิดจะทิ้งก็ทิ้ง...




 

เมื่อเจ้าเครื่องมือสื่อสารหมดประโยชน์แล้วในตอนนี้ มันก็ถูกยัดกลับเข้าที่เดิม  แต่มันดันพลาดเป้าไปนิดนึงตรงที่ว่ามันไม่เข้าไปอยู่ในกระเป๋า  แต่ดันกระแทกลงกับพื้นกระเบื้องหินอ่อนเข้าเต็มๆ!!



 

แต่โทรศัพท์เจ้ากรรมมันดันแข็งแรงมาก หรืออาจะเพราะเคสหุ้มที่แสนแข็งแรงก็ไม่รู้   เจ้าเครื่องมือสื่อสารเลยไม่เป็นอะไรสักนิดเดียว..




 

ตาที่โตอยู่เบิกโพลงเมื่อเห็นโทรศัพท์ที่รักลงไปนอนแอ้งแม้งที่พื้น  กายเล็กยอบตกก้มลงเก็บมันอย่างรวดเร็ว  และเมื่อเงยหน้าขึ้นมาด้วยความรวดเร็วและก้าวเดินต่อทันทันโดยไม่ทันสังเกตว่า  ร่างสูงของใครบางคนเดินสวนออกมาทิศทางเดียวกัน!!

 




 

ตุ๊บบ!!




 

 

ร่างสองร่างประสานงากันเข้าเต็มรักเลยทีเดียวเชียว  แต่ด้วยความที่คยองซูตัวเล็กมากๆ(แบบมากๆ ก.ไก่ล้านตัว)  จึงทำให้อีกคนรวบคนตัวเล็กไม้ได้เสียก่อนที่ทั้งคู่จะกลิ้งไปกับพื้น




 

 

ขอโทษครับ/ขอโทษฮ่ะ!”  กลีบปากสีสวยและเรียวปากหนารีบเอ่ยขอโทษเป็นพัลวัน  ดวงตากลมโตรีบเงยขึ้นไปสบตาคนที่ตัวเองนอนทับอยู่อย่างรวดเร็ว  แต่ทันทันที่ได้เห็นเพียงเท่านั้นแหละ....

 





 

จงอิน!!”

 

25 %





 

เมื่อพบว่าคนที่ตนนอนทับอยู่คือใคร  ร่างเล็กก็รีบผุดตัวลุกขึ้นโดยทันที  ชนิดที่ว่าไม่ต้องรอเสียเวลาคิดเลยล่ะ...

 

 

อะ เอ่อ...ขอโทษนะ”  เสียงใสที่ติดจะสั่นๆ เอ่ยขอโทษร่างสูงที่กำลังพยายามช่วยตัวเองพยุงตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก  เมื่อเห็นอย่างนั้นคนตัวเล็กที่คิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้จึงรีบยื่นมือเข้าไปช่วยดึงอีกคนขึ้นยืนในท่าปกติ

ขอบคุณครับ...  เสียงแปร่งๆ เอ่ยขอบคุณเบาๆ ที่อีกคนช่วยตนเอง


มะ ไม่เป็นไร”  คยองซูตอบอ้อมๆ แอ้มๆ มือเล็กผละออกจากอีกคนแล้วเลื่อนไปเกาท้ายทอยแก้เขิน(?)



ฮยองมาทำอะไรที่โรงบาลครับ?  ไม่สบายหรอ?”  คนตัวสูงถามออกไปด้วยความใคร่รู้ สายตาคมกริบเสมองลงไปยังมืออีกข้างที่ถือซองกระดาษสีน้ำตาลเอาไว้ก็เดาว่าคงเป็นเอกสารผลการตรวจโรคอะไรบางอย่าง(?)



เปล่าหรอก ฉันแค่มา...”  พูดเพียงแค่นั้นเสียงเล็กก็เงียบไปเพราะกำลังนึกเหตุผลตอบอีกคนว่าตนเองนั้นมาทำอะไรที่นี่  มาทำธุระน่ะ



อ๋อ  ครับ...”  คนตัวสูงพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจและเตรียมที่จะเอ่ยลาคนตัวเล็ก  ทว่า  เสียงหวานใสกลับถามบางสิ่งบางอย่างออกมาเสียก่อน




แล้วนายล่ะมาทำอะไร?  ไม่สบายหรอ?”  ตากลมโตที่โตอยู่แล้วเบิกขึ้นเล็กๆ แสดงความสงสัย



เปล่าครับ  ผมแค่มาตรวจสุขภาพก่อนออกเดินทาง  อ่า....  ผมหมายถึงเดินเรืออะ  รอบนี้เดินทางหลายเดือนครับ ก็เลยต้องมาตรวจสุขภาพทั่วๆไป



อ๋อ  แล้วนี้เรียบร้อยแล้วหรอ?



ครับ กำลังจะกลับ..งั้น  ผมไปนะ”  เมื่อคิดว่าหมดเรื่องที่จะคุยกันต่อแล้วบวกกับสีหน้าท่าทางของคนตัวเล็กที่ดูลำบากใจเอามากๆ ในขณะที่คุยกับเขา จงอินเลยเลือกที่จะบอกลาเพราะไม่อยากให้ร่างบางที่อยู่ตรงหน้าต้องลำบากใจมากกว่าที่เป็นอยู่



อะ อื้ม.. ^_^ ” รุ่นพี่ตัวเล็กเงอะงะตอบไปด้วยความไม่เข้าใจตัวเอง สิ่งที่คยองซูไม่เข้าใจนั่นคือ...ทั้งๆ ที่หมดเรื่องคุยกันแล้ว  แต่ทำไมถึงยังอยากคุยกันต่อล่ะ?  ทำไมก้อนเนื้อที่อกด้านซ้ายถึงบีบรัดทำงานอย่างหนักยามที่ได้สบตากับดวงตาคมกริบสีสนิม 




แก้วตาใสมองแผ่นหลังกว้างของอีกคนที่ค่อยๆ เดินห่างออกไปเรื่อยๆ พร้อมๆกับหัวใจที่เต้นถี่รัวแรงมากยิ่งขึ้น  ราวกับมันต้องการประท้วงให้เจ้าของทำอะไรสักอย่าง...!!



ดะ เดี๋ยวก่อนสิ... จงอิน!!” เสียงใสเอ่ยเรียกอีกคนออกไปอย่างไม่เข้าใจตัวเอง  หัวสมองพร่าเบลอยืนทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองเอ่ยไป



 

รั้งเขาไว้ทำไม? 

 





 

ครับ?”  ร่างสูงหันกลับมามองคนตัวเล็กเบื้องหลัง  คิ้วที่พาดเฉียงยกขึ้นสูงเป็นเชิงตั้งคำถาม


อะ เอ่อ  นะ นายรีบไปไหนหรือเปล่า?  คือ..คือฉัน  ฉัน..”   เสียงอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียงเอ่ยถามอย่างติดขัด  ในขณะที่อีกคนก็รอฟังอย่างใจจดใจจ่อ  ทั้งๆที่การทำน้ำเสียงแบบนี้มันน่ารำคาญมากจนอาจจะทำให้คนใจร้อนอย่างจงอินต้องรำคาญได้โดยง่าย  ถ้าเป็นคนอื่นคงโดนด่าไปแล้ว  แต่ในเมื่อตอนนี้คนที่กำลังยืนพูดอยู่ตรงหน้าคือคนตัวเล็กเจ้าของใบหน้าเนียนใส  ริมฝีปากอวบอิ่มที่เขาแสนโหยหา  ทำให้คนตัวโตยกยิ้มที่มุมปากเบาๆ มองว่ามันดูน่ารักไปซะอีก...



ไม่ครับผมไม่รีบ  ฮยองมีอะไรหรือเปล่า?



ฉันจะชวนไปนั่งดื่มกาแฟสักแก้วเพื่อเป็นการขอโทษสักหน่อยที่เดินซุ่มซ่ามจนทำให้นายต้องเจ็บตัวแบบเมื่อกี้..พูดจบใบหน้าหวานก็ก้มลงต่ำจนคางแทบชิดอก มือเล็กเลื่อนเข้ามาบีบจับกันแน่นเหมือนกำลังรอลุ้นคำตอบที่จะตามมา  ส่วนทางของจงอินนั้นเมื่อได้ฟังก็ยิ้มกว้างออกมาเบาๆ กับความน่าเอ็นดูของรุ่นพี่ตัวเล็ก  ก็ในเมื่อเหตุการณ์เมื่อครู่มันไม่ได้รุนแรงอะไรอย่างที่อีกคนกำลังกังวลเลยนี่นา  แต่ในเมื่อคยองซูหยิบยื่นโอกาสดีๆ แบบนี้มาให้มีหรอที่คนอย่างจงอินจะไม่คว้าเอาไว้?



ไปสิครับ.. ^_^ ”  คนผิวเข้มเอ่ยแล้วเผยมือเชิญให้คนตัวเล็กเดินนำหน้าแล้วตัวเองจึงเดินตามแผ่นหลังเล็กไปติดๆ  ดวงตาคมกริบจ้องมองแผ่นหลังเล็กที่เดินนำอยู่เบื้องหน้าแล้วก็อดยิ้มออกมาบางๆ กับความคิดของตัวเองไม่ได้ 






 

นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้เดินใกล้คนตัวเล็กอย่างนี้...?

 






ฮยองมายังไงครับเนี่ย?”  เมื่อเดินมาจนถึงโรงจอดรถของทางโรงพยาบาลจงอินจึงเอ่ยถามขึ้นมาท่ามกลางความเงียบที่เกิดขึ้น  แต่จงอินไม่คิดว่ามันน่าอึดอัดอย่างที่ควรจะเป็น



ตอนมาให้ลุงคนขับรถที่บ้านมาส่ง แต่ว่าลุงแกมีธุระด่วนฉันก็เลยให้ลุงกลับไปก่อน  แล้วกะว่าขากลับจะนั่งแท็กซี่กลับเอาเองน่ะ




งั้นไปรถผมนะ  เดี๋ยวเราไปหาอะไรทานเลยดีกว่านี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้วด้วย  แล้วหลังจากนั้นผมค่อยไปส่งฮยองที่บ้าน โอเคมั้ยครับ?



อื้ม  เอาตามนั้นก็ได้


ขึ้นรถเลยครับ”  คนตัวสูงรีบวิ่งเข้าไปเปิดประตูรถทางด้านที่นั่งข้างคนขันทันที  มือหนาเผยเชิญให้อีกคนเข้าไปนั่ง



ขอบคุณนะ  ^_^ ”  ริมฝีปากสีแดงระเรื่อฉีกยิ้มจนกลีบปากอิ่มโค้งเป็นรูปหัวใจ  ทำเอาคนเห็นถึงกับรู้สึกอยากยิ้มตามไปด้วย 



เมื่อบริการเจ้าหญิงองค์น้อยๆ(?) เสร็จแล้ว  จงอินก็รีบวิ่งข้ามไปอีกฝั่งทันที   สารถีจำเป็นเข้าควบประจำตำแหน่งแล้วจัดการดึงเบลท์ออกมาคาดอย่างเรียบร้อย




 

กึก กึก~


 

เสียงกุกกักที่ดังขึ้นเบาๆ เรียกสายตาเฉี่ยวคมให้หันไปมองอย่างเสียไม่ได้


มีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับฮยอง?


อ่า...เบลท์มันเป็นไรไม่รู้อ่ะ  ดึงไม่ออกเลย  ช่วยหน่อยสิ!”  ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มยู่ลงอย่างขัดใจเมื่ออะไรๆ ไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการ  ส่วนจงอินเมื่อได้ยินก็ไม่รอช้าคิดอะไรให้เสียเวลารีบโค้งตัวข้ามไปฝั่งที่คนตัวเล็กนั่งอยู่จนใบหน้าคมไปหยุดอยู่ช่วงข้างแก้มใส คยองซูถึงกับนั่งตัวเกร็งแข็งทื่อไปในบัดดลแต่อีกคนกลับยังไม่รู้ตัวว่าเป็นสาเหตุให้คนตัวเล็กแข็งเป็นหินอย่างนี้



แขนแกร่งข้างนึงเท้าไว้บนเบาะนั่งข้างๆ ขาเล็ก  ส่วนอีกข้าวก็เอื้อมพาดผ่านคนตัวเล็กไปเพื่อจัดการดึงสายเบลท์ที่ติดขัดอยู่กับซอกประตูออกด้วยกำลังเพียงน้อยนิดแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมาบอกอีกคน  และในจังหวะนั้นเองที่ปลายจมูกโด่งเฉียดผ่านผิวแก้มเนียนไปอย่างหวุดหวิด



ดวงตาสองคู่สบประสานกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ราวกับเข็มนาฬิกาหยุดหมุนในเวลานั้น  ผู้คนหรือสิ่งต่างๆ รอบกายหยุดเคลื่อนไหวเหมือนกับสรรพสิ่งทุกอย่างถูกมนต์บางอย่างตราตึงไว้ให้หยุดอยู่กับที่  มีเพียงบุคคลสองคนที่ยังคงสบตากันอยู่แบบนั้น  หากแต่เพียงไม่หันดวงตาคมกริบที่เคยสบอยู่กับแก้วตาใสแจ๋วก็เสมองไปยังสิ่งที่หน้าสนใจยิ่งกว่า...


 

กลีบปากสีระเรื่อ...



 

อีกครั้งที่จงอินรู้สึกราวกับว่าตัวเองนั้นโดนมนต์สะกดเข้าไปเต็มๆ ดวงตาจดจ้องไปยังกลีบปากที่ลูกเชอร์รี่อย่างเพ่งพินิจ  อยากจะรู้จนใจแทบขาดว่ารสชาติของมันจะหวานหอมเหมือนสีของมันที่สวยงามหรือเปล่า?  แล้วก็ไม่ต้องเสียเวลาสงสัยไปมากกว่านั้น  ใบหน้าคมค่อยๆ โน้มต่ำลงไปหาอีกคนอย่างไม่รอช้า




คยองซูนั่งตัวเกร็งแข็งเป็นหินเมื่อเห็นว่าใบหน้าคมโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่คิดจะเลื่อนใบหน้าหลบหนี  เพราะในใจลึกๆ มันประท้วงเสียเหลือเกินว่า..



 
 

คิดถึง..

 





 

ดวงตาคู่สวยหลับลงอย่างช้าๆด้วยจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วมากยิ่งขึ้น  ไม่กล้ามองสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้



ความอ่อนนุ่มเข้าจู่โจมที่กลีบปากอิ่มในเวลาต่อมา ทำเอาตนตัวเล็กรู้สึกอ่อนเปลี้ยไปหมด  เรี่ยวแรงเหมือนจะถูกกลืนหายไปเสียดื้อๆ  มือที่เคยตกอยู่ข้างลำตัวเผลอยกขึ้นมาวางอยู่บนตักกำแน่นอย่างประหม่า ร่างกายร้อนวูบวาบ รู้สึกเหมือนว่าว่าตอนนี้ร่างกายกำลังร้อนรนสั่นสะท้านไปหมดเพียงแค่สัมผัสอ่อนโยนจากคนตรงหน้า



ฮืม...”  ไม่มีการรุกล้ำ  หรือเกินเลยไปมากกว่าการที่ปากสัมผัสกันเพียงแผ่วเบา  เนิ่นนานที่ทั้งคู่หยุดสัมผัสทุกอย่างไว้เพียงแค่นั้น  เป็นจงอินเองที่เรียกสติของตัวเองกลับมาได้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนจึงผละออกจากริมฝีปากสีหวานอย่างพยายามหักห้ามใจไม่ให้เกินเลยไปมากกว่านี้....




และเมื่ออีกคนผละออกคนตัวเล็กจึงได้สติ  มือที่คลายออกไปอย่างผ่อนคลายกลับมาบีบกันแน่นอีกครั้งด้วยความเขินหาย  ใบหน้าหวานก้มงุดอย่างไม่กล้าสบตากับอีกคน จงอินก็ติดจะเขินๆ เล็กน้อยแต่เมื่อเห็นอาการเขินอายจากอีกคนก็อมยิ้มออกมาเล็กๆ  สายตาชำเลืองมองต่ำไปยังกลีบปากสวยที่ตนเพิ่งผละออกมาเมื่อครู่  แล้วยิ้มให้กับตัวเองอย่างพึงพอใจ

 





 

หวานเหมือนเดิม...

 






 

 

ยอลยอลครับ..ยอลยอล  ถึงบ้านแล้วนา...”  เสียงหวานใสเอ่ยเบาๆ ข้างใบหูเล็กของลูกชายตัวน้อยที่กำลังหลับฝันหวานจมอยู๋ในห้วงนิทราล้ำลึก  เจ้าหนูหลับยาวมาตั้งแต่ออกจากสวนสัตว์จนตอนนี้รถยนต์คันหรูของปาร์คชายอลมาจอดสนิทอยู่ที่รั้วบบ้านแสนคุ้นเคยเข้าเสียแล้ว..ซึ่งตอนนี้ท้องฟ้าโดยรอบก็มืดสนิทมืดมิดไปทั่วทุกพื้นที่เป็นผลเนื่องมาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเย็นที่ผ่านมา




นี่แบคฮยอน  ไม่ต้องปลุกลูกหรอกน่า  เดี๋ยวฉันอุ้มแกขึ้นไปนอนบนห้องเอง”  ปาร์คชานยอลขัดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าความพยายามของอีกคนไม่บังเกิดผล




อะ อื้ม  ขะ ขอบคุณ”  แบคฮยอนตอบอย่างตะกุกตะกักไม่เต็มเสียง  ใบหน้าหวานมองไปทั่วๆรถ  แต่ไม่ยักจะหันไปสบตากับคนที่ตนพูดด้วย  เพราะอะไรอย่างนั้นหรอ?  ก็ตั้งแต่สถานการณ์สุดบ้าบอคอแตกที่ลานจอดรถของสวนสัตว์โดยฝีมือเจ้าตัวแสบยังไงกันล่ะ....




เมื่อได้รับเสียงตอบรับจากเจ้าของบ้าน  ปาร์คชานยอลก็เปิอดประตูรคลงไป  แล้วอ้อมไปเปิดประตูหลังที่เจ้าหนูน้อยกำลังนอนหลับพริ้มอย่างสบายอารมณ์อยู่  จากนั้นก็ช้อนรวบรางเล็กขึ้นมาไว้แนบอกแล้วพาเดินดุ่มๆ ขึ้นไปส่งยังห้องนอนของหนูน้อยในทันที




และเมื่อส่งลูกชายแสนรักเข้านอนเรียบร้อยแล้วคุณพ่อตัวสูงก็เดินกลับลงมายังชั้นล่างก็พบเข้ากับเจ้าของบ้านร่างเล็กยืนอยู่ในส่วนของโถงห้องรับแขก





อะ เอ่อ..อยู่ทานมื้อเย็นด้วยกันก่อนมั้ย?”  แบคฮยอนถามแขกตัวสูงแต่สายตาก็ยังคงมองไปรอบๆ ไม่กล้าที่จะสบสายตาคมกริบของอีกคนตรงๆ มือเร็ยวสวยยกขึ้นมาเกาแก้มเบาๆ แก้เก้อ..(เขิน?)




อ่า..ไม่เป็นไรดีกว่า  พอดีว่าวันนี้ฉันมีธุระน่ะ  ต้องรีบกลับ  ขอโทษทีนะ เอาไว้โอกาสหน้าแล้วกัน  ฝากบอกลูกด้วยว่าพรุ่งนี้ฉันจะมาหาแกใหม่  ^_^ ” หลังจากที่ได้ยินคำเชิญชวนปาร์คชานยอลก็ถึงกับเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความงงงวย  อย่างแบคฮยอนนี่นะจะชวนเค้ากินข้าวด้วย?  แปลกไปหรือเปล่า?  แต่ก็ใช่ว่าชานยอลอยากจะปฏิเสธโอกาสดีๆ แบบนี้ซะเมื่อไหร่  แต่นั่นเป็นเพราะว่าเค้าติดธุระต้องรีบกลับไปเคลียร์กับพี่คยองซูต่างหากล่ะ..!!





แต่กลับต่างกันกับแบคฮยอนที่กคิดว่าคนตัวสูงไม่อยากอยู่กินข้าวด้วย  ใบหน้าหวานหันไปสบสายตากับอีกคนอย่างค้นหาคำตอบ แต่กลับได้รับมาเพียงดวงตาที่เปื้อนยิ้มที่ทำเอาแบคฮยอนถึงกับรู้ตัวว่าเสียรู้ให้คนเจ้าเล่ห์อีกครั้งจนได้..!!



ไม่ต้องทำหน้าเสียดายขนาดนั้นก็ได้หน่า..วันนี้ฉันติดธุระจริงๆ เอาไว้โอกาสหน้านะ..



 

โอกาสหน้าอย่างนั้นหรอ?  ทำหน้าเสียดายหรอ?




 

บ้าน่ะ..มันไม่มีทางมีอีกแน่นอนที่บยอนแบคฮยอนคนนี้จะเอ่ยปากชวนปาร์คชานยอลอยู่กินข้าวด้วยกันน่ะ  ปาร์คชานยอลคนบ้า! ชอบสำคัญตัวเองมากเกินไป  ฮึ่ย!



ไปนะ อย่าลืมบอกลูกของเรา ด้วยล่ะว่าวันพรุ่งนี้ฉันจะแวะมาหาแกใหม่ ^_^ ”




อะอื้ม..”  และด้วยความที่ชานยอลเร่งรัดที่จะพูดอย่างรวบหัวรวบหาง(?)  แบคฮยอนจึงตอบกลับไปด้วยความมึนๆ ยังไม่ทันจะได้เคลียร์ด้วยซ้ำที่ปาร์คชานยอลบอกว่าเค้าทำหน้าเสียดาย  มันใช่ที่ไหนกันเล่า  มั่วสุดๆไปเลยผู้ชายคนนี้นี่น้ะ!!



 

แล้วเมื่อกี้อะไรนะ?  ลูกของเรา?

 



 

บ้าจริง!! นี่ใจคอจะทำให้เขินไปถึงไหนกัน?  รู้ก็ทั้งรู้อยู่ว่าปาร์คชานยอลเป็นคนพูดตรงๆ แต่ไม่ว่าจะกี่ครั้งกี่หนที่แบคฮยอนได้ยินคำพูดพวกนี้จากปากของคนตัวสูง  ความเขินอายมันกลับไม่เคยลดลงสักครั้งเลยพับผ่าสิ!!



เสียงใครมาส่งน่ะแบคฮยอน..”  หลังจากยืนเขิน(?)ให้กับคำพูดแบบนั้นของปาร์คชานยอลได้ไม่นาน  เสียงหวานใสที่แสนคุ้นเคยหากทว่าวันนี้มันกลับฟังดูแหบแห้งของพี่ลู่ฮานก็ดังขึ้นมาเบาๆ จากทางบันไดบ้าน 


อ๋อ เอ่อ  คุณชานยอลน่ะฮ่ะ  พี่หายดีแล้วหรอ?  แล้วนี่กินข้างกินยายังฮ่ะ?  ทำไมเดินลงมาข้างแบบนี้ล่ะ?  เดี๋ยวก็หน้ามืดขึ้นมาอีกจนได้




นี่ๆๆ ให้มันน้อยๆ หน่อย  พี่ไม่ได้เป็นอะไรมากขนาดนั้นสักหน่อยนึง  น้องพี่ก็พูดซะเวอร์เลยเชียว”  ใบหน้าหวานของคนเป็นพี่ยู่ลงอย่างไม่ค่อยจะชอบใจเท่าไหร่ที่คนเป็นน้องรัวคำถามใส่เขาแบบนี้ วันนี้ยังเจอเจ้าเด็กเซฮุนนั่นซักไม่พออีกหรือไง?  เอ้ะ!! แล้วไปนึกถึงเจ้าเด็กบ้านั่นทำไมกัน?  ลู่ฮานเอ้ย!!




แหม  ก็ผมมีพี่ชายคนเดียวนี่ฮ่ะ  แถมพี่ชายผมคนนี้ยังน่ารักขนาดนี้  คนมาจีบก็เยอะแยะถมเถไป  เกิดวันนึงมีคนมาขโมยพี่ชายผมไปทำไงล่ะ?  ผมก็ต้องห่วงเป็นธรรมดาสิฮ่ะ”  คนเป็นน้องว่าอย่างเอาอกเอาใจแล้วเดินเข้าไปใก้ลพี่ลู่ฮานที่น่ารักของตัวเอง  สวมกอดร่างที่สูงพอๆ กันไว้อย่างหลวมๆ






พี่ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะจะได้มีใครมาขโมยไปได้ง่ายๆ น่ะ  เราก็พูดไปเรื่อย...







ว่าไม่ได้นี่ฮ่ะ  พี่ชายผมตัวเล็กนิ๊ดดดเดียว   แบคฮยอนก็ยังคงเถียงกับคนเป็นพี่อย่างไม่ลดราวาศอก



งี้ๆๆ  ทำมาเป็นพูดดี  ไปๆ กินข้าวกัน  พี่หิวจะแย่แล้วเนี่ย”  คนเป็นพี่ใช้นิ้วเรียวสวยบีบจมูกโด่งรั้นของน้องชายอย่างหมั่นเขี้ยวกับความคิดเด็กๆของแบคฮยอน  ช่างคิดได้หนอว่าเค้าจะโดนใครมาขโมยไป  ไม่มีทางซะล่ะ...




 

เอ้ะ!!  มันใช่หรอ?  ไม่มีใครมาแอ้มไปจริงๆ หรอ?












 

ขอบคุณนะที่มาส่ง  จะเข้าไปดื่มอะไรในบ้านก่อนมั้ย?”  คนตัวเล็กเจ้าของดวงตากลมโตสุกใสเอ่นกับคนผิวเข้มที่พาไปเลี้ยงข้าวทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นคนชวนเค้าไปเลี้ยงขอโทษแท้ๆ แต่สุดท้ายคนผิวเข้มตรงหน้ากลับเป็นคนนจ่ายเงินเองซะงั้น  มิหนำซ้ำยังขับรถพาเขามาส่งถึงบ้านอีกต่างหาก...




ไม่ล่ะคับ  ดึกแล้ว  พรุ่งนี้ผมมีธุระแต่เช้า”  อีกคนตอบกลับมายิ้มๆ ไม่ได้อยากจะปฏิเสธคำเชิญชวนของอีกคนสักเท่าไหร่  แต่เพียงเท่านี้เขาก็คิดว่ามันมากเพียงพอแล้วกับการพบเจอกันในวันนี้



อะ อื้ม  งั้นขับรถกลับดีๆนะ...”  คยองซูพยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจ  แล้วก้าวลงจากรถคนหรูไป  แต่ก่อนที่คนตัวเล็กจะได้หมุนตัวเดินกลับเข้าบ้าน  เจ้าของรถคันงามก็เลื่อนกระจกรถลงแล้วเอ่ยเรียกเจ้าของบ้านร่างเล็กเอาไว้เสียก่อน




เดี๋ยวครับฮยอง..!”  เมื่อได้ยินเสียงที่เปลงเรียกตัวเอง คยองซูก็หันไปมองอย่างไม่รอช้า  คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นอย่างฉงน




อย่าลืมบอกเจ้าชานยอลด้วยนะครับเรื่องที่ผมบอกพี่ไป..ถ้ามันตกลงก็ให้มันรีบๆ โทรบอกผมด้วย ผมจะได้จองห้องไว้ให้มัน  ที่สำคัญผมจะเดินทางวันศุกร์ที่จะถึงนี้แล้ว ยังไงก็บอกๆมันให้รีบตัดสินใจด้วยนะครับ..




อะ อื้ม ได้เลย  นายก็เดินทางดีๆนะ  เอ่อ  ฉันหมายถึงตอนเดินเรือน่ะ...ดูแลตัวเองดีๆนะ...”  พูดจบก็จะหันกลับเข้าบ้านโดยที่ไม่รอให้อีกคนได้กล่าวอะไรกลับมา  ที่รีบหันกลับนั่นก็เพราะไม่อยากจะมองหน้าร่างสูงที่นั่งอยู่หลัพวงมาลัยไปมากกว่านี้  เพราะใจเขามันรู้สึกหน่วงเหลือเกิน  ทำไมมันถึงได้รู้สึกแปลกๆแบบนี้ก็ไม่รู้สินะ...





คยองซูพยายามที่จะไม่หันไปมองเบื้องหลัง  ทว่าใบหูเล็กก็ยังคงเงี่ยฟังเสียงเครื่องยนต์รถหรูที่ถูกเจ้าของมันสตาร์ทเครื่องพร้อมเคลื่อนตัวออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้  หากทว่าก่อนที่เครื่องยนต์จะได้ขับเคลื่อนออกไป  คยองก็ได้ยินเสียงทุ้มลอยแว่วมาตามสายลม  ถึงแม้ว่าเสียงที่ดังผ่านมา  จะไม่ได้ชัดเจน  แต่คยองซูกลับได้ยินมันอย่างแม่นยำ





ผมยัง...เหมือนเดิมนะ.....

 

 








 

 

ร่างหนาเจ้าของความสูงเฉียดร้อยเก้าสิบเซนติเมตรเดินผิวปากอย่างสบายอารมณ์ออกมาจากห้องน้ำ  มือขวาถือผ้าขนหนูผืนเล็กสำหรับเช็ดผม  อีกข้างก็ใช้มือยีเส้นไหมของตัวเองอย่างลวกๆ

 


 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 




 

ยังไม่ทันที่จะได้เดินไปเลือกเสื้อผ้าสำหรับใส่นอน  เสียงเคาะประตูบานใหญ่ก็ดังขึ้นเรียกให้เจ้าของห้องต้องเดินไปเปิดอย่างเสียมิได้




อ้าว  ว่าไงครับพี่?”  ชานยอลเอ่ยทักทายพี่ชายตัวเล็กที่ยืนตาใสอยู่หลังจากที่ดึงบานประตูให้เปิดออก



อ่ะ  ธุระที่ให้ทำ”  คนเป็นพี่ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลที่เพิ่งได้รับมาวันนี้สดๆร้อนๆ ให้น้องชายตัวดี  แล้วยิ้มให้บางๆ ตามสไตล์ของคนอารมณ์ดี



ขอบคุณมากครับ..”  ร่างสูงยิ้มให้คนเป็นพี่ก่อนจะรับเอาซองสีน้ำตาลนั้นมาถือ  พลางนึกอะไรได้จึงถามออกไป เอ้อ  ฮยองรู้ปะว่าพ่อกับแม่ไปไหน?  ตั้งแต่กลับมาผมยังไม่เห็นเลยอ่ะ



อ๋อ  พ่อไปดูงานที่สิงคโปร์อ่ะ  ส่วนแม่ท่านอยากไปเที่ยวเล่นเปิดหูเปิดตา  เลยตามคุณพ่อไปด้วย  เห็นว่าหลังจากที่งานเสร็จคุณพ่อจะพาคุณแม่เที่ยวที่สิงคโปร์ต่อ จากนั้นก็จะต่อด้วยทัวร์ยุโรปสักสองสามประเทศอ่ะ




ห้ะ?  เอาอีกแล้วหรอ?  นี่แม่เพิ่งกลับมาไม่ทันได้พอเดือนเลย  ไปอีกแล้ว?เลิกคิ้วสูงด้วยความไม่เข้าใจ นี่กะจะปล่อยให้ลูกๆ อยู่บ้านกันตลอดเลยหรือยังไง  แม่น่าจะรู้ว่าผมก็อยากเที่ยวบ้างอะไรบ้าง  ฮือ”  คนตัวโตคร่ำครวญเหมือนกับเด็กตัวเล็กที่อยากได้ของเล็กแต่ผู้ปกครองไม่ยอมซื้อให้เสียอย่างนั้น




แบบนี้แหละดีแล้วน่า..แกควรจะดีใจนะ  จะได้ใช้เวลาที่แม่ไม่อยู่โน้มน้าวใจแบคฮยอนเรื่องลูก  ทุกอย่างจะได้ง่ายขึ้น  พอแบคฮยอนยอมตกลงโอเค  หลังจากนั้นค่อยบอกพวกท่านทั้งสองก็ยังไม่สายนะ  พวกท่านคงจะดีใจมากๆ ที่รู้ว่าหลานคนแรกของตระกูลเป็นผู้ชาย  ไม่รักไม่หลงหลานน้อยก็ให้รู้ไปสิ




ใช่สิ  เอ้ะ!? พูดอย่างงี้แสดงว่าเปิดดูผล DNA แล้วช้ะ?  ตกลงยอลยอลเป็นลูกผมจริงใช่ปะเนี่ย?


ไม่รู้ล่ะ  เปิดดูเอง  ฉันจะไปล้ะ  ง่วงนอนสุดๆ ..


ฮยองไปนอนเถอะ  ยังไงก็ขอบคุณมากๆครับ


บอกแต่ฉัน แล้วแกจะนอนตอนไหน?


ก็อีกสักพัก กะว่าจะนอนคิดแผนการโน้มน้าวแบคฮยอนให้ใจอ่อน  แต่ตอนนี้ยังคิดไม่ออกเลย ฮ่าๆ ๆ


นี่แนะนำเลยนะ  แกต้องทำทุกวิถีทางอ่ะ  ให้แบคฮยอนกลับมามีความทรงจำดีๆ กับแกอีกครั้ง อ่อ  ใช่สิ  ฉันว่าพาแบคฮยอนไปล่องเรือสำราญก็เข้าท่าดีนะ  อีกอย่างจงอินฝากมาบอกด้วยว่าจะเดินเรือวันศุกร์นี้แล้ว  ถ้าแกสนใจก็โทรไปบอกจะได้จองห้องพักบนเรือไว้ให้”  คนเป็นพูดรวบแบบยาวๆ รวดเดียวจบโดยให้คนน้องประมวลผลต่างๆ ตามเอาเอง  จากนั้นก็รีบเอ่อยบอลกลาก่อนจะเดินจากไปให้คนเป็นน้องมองตามแผ่นหลังเล็กอย่างงงๆ



 

 

สองคนนี้ไปคุยกันตอนไหน? ทำไมจงอินถึงฝากพี่คยองซูมาบอกเค้ากันล่ะ?  ปาร์คชานยอลงงครับ! คนหล่องงอ่ะเข้าใจปะ?













 

คล้อยหลังคนตัวเล็กไปแล้ว  ชานยอลก็เดินกลับเข้าไปในห้อง  ในหัวสมองคิดหาคำพูดตลอดเวลา  หลังจากที่ได้เปิดดูเอกสารที่ได้รับมาจากพี่ชาย  ชานยอลก็ยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจกับผลที่ได้รับรู้ อยากจะพูดคุยเจรจากับแม่ของเจ้าหนูน้อยให้รู้เรื่องกันไปวันนี้เลย  ไม่อยากรอจนถึงวันพรุ่งนี้อีกแล้ว...



แบคฮยอน  อีกยี่สิบนาทีออกมาหาฉันที่คอฟฟี่ช็อปหน้าหมู่บ้านเธอหน่อยสิ”  ไม่คิดรีรออะไร  ฝ่ามือหนาหยิบเจ้าเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาแล้วต่อหาปลายสายทันที  สายตาคู่คมชำเลืองเจ้านาฬิกาตั้งโต๊ะที่ตั้งอยู่ข้างๆ เตียงบอกเวลาสองทุ่มนิดๆ ไม่ดึกจนเกินไปจึงเอ่ยปากชวนอีกคนออกมาคุยธุระกันข้างนอก




หืม?  คุณมีอะไรกับฉันอย่างงั้นหรอ?



ออกมาเหอะน่า  แล้วเธอจะรู้


จำเป็นที่ฉันต้องเชื่อคุณด้วยหรือไง?



แล้วเธอจะรู้เอง...”  พูกเพียงแค่นั้นก็ต้องตัดสายปไม่รอให้คนตัวเล็กผลายสายได้ซักถามอะไรไปให้มากความ เพราะในใจลึกๆ ปาร์คชานยอลรู้ว่าบยอนแบคฮยอนต้องออกมาพบกันอยู่แล้วเป็นแน่แท้....

 









 

 

เสียงกระดิ่งที่คล้องอยู่ที่ประตูกระจกใสหน้าร้านสั่นพอเป็นพิธีให้รู้ว่ามีแขกคนใหม่ของร้านเดินเขามา  เรียกให้คนตัวเล็กที่สวมเพียงแค่เสื้อสีขาวกับกางเกงผ้านอนสบายๆ แล้วสวมทับด้วยแจ็คเก็ตตัวเล็กที่นั่งอยู่ในมุมด้านในสุดของร้านหันไปมองอย่างช่วยไม่ได้หลังจากที่มองดูนาฬิกาข้อมก็พบว่ามันถึง เวลานัด เสียแล้ว...




ร่างสูงเฉียดร้อยเก้าสิบเซนติเมตรเดินย่างกรายเข้ามาในร้านค๊อฟฟี่ช็อปท่ามกลางสายตาของแขกในร้านที่ไม่หนาตาเท่าที่ควร  เพราะนี่เป็นเวลาที่จัดว่าเริ่มดึกแล้ว  คงไม่มีใครบ้าบอมานั่งดื่มกาแฟในเวลาที่ใกล้จะเข้านอนอย่างนี้แน่ๆ  จริงมั้ย?





ไง...มาก่อนเวลานัดอีกนะ”  เสียงทุ่มต่ำมีเสน่ห์เอ่ยทักทายร่างเล็กที่นั่งอยู่ก่อน  ชานยอลมาด้วยกางเกงยีนสกินนี่พร้อมเสื้อเชิร์ตแขนยาวสีกรมท่าที่ถูกพับแขนขึ้นไปไว้เหนือศอกดูเซอร์ๆ ตัดมาดนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงออกไปอย่างสิ้นเชิง 





มีอะไรก็รีบพูดมาเถอะน่า...”  เสียงแหบหวานเอ่ยอย่างไม่ค่อยพึงพอใจนักที่อีกคนเรียกออกมาในยามวิกาลแบบนี้  นี่มันควรจะเป็นเวลาพักผ่อนของเค้าแท้ๆเลย!!




ใจร้อนน่า...สั่งอะไรดื่มก่อนสิ”  ชานยอลเอ่ยปรามคนใจร้อนด้วยท่าทีใจเย็นจนคนตัวเล็กอดจะหมั่นไส้ไม่ได้  ไหนจะสายตาที่ทำแหมือนว่าล้อเลียน  รู้ทันเค้าไปเสียหมดทุกอย่างในข้อที่ว่า  ไม่ว่ายังไงนัดคืนนี้บยอนแบคฮยอนต้องออกมาแน่ๆ  แต่ก่อนที่คนตัวเล็กจะได้เหวี่ยงวีนไปมากกว่านั้น  พนักงงานของร้านก็เดินเข้ามาได้ถูกจังหวะพอดิบพอดี  จนปาร์คชานยอลอยากจะตบรางวัล(?)งามๆ




รับอะไรดีคะ?



เอสเปรสโซร้อนแก้วนึงครับ..แบคฮยอนสั่งสิ”  หลังจากที่สั่งของตัวเองไปแล้วก็หันไปถามเอาอีกคนที่นั่งอยู่ฝั่งข้าม



ไม่ล่ะ  ฉันไม่หิว”  คนตัวเล็กปฏิเสธอย่างไม่ต้องคิดให้เสียเวลา 



แบคฮยอน...”  แต่เมื่อได้ยินเสียงเย็นๆ ของคนตรงหน้าพร้อมกับสายตากดดันที่มองมา  เรียวปากเล็กจึงจำต้องเอ่ยออกไปให้พอผ่านๆ




น้ำส้มหนึ่งแก้วครับ!” 



รอสักครู่นะค่ะ”  พนักงงานสาวยิ้มหวานแล้วโค้งน้อยๆ ก่อนจะหมุนตัวหายกลับไปทางเคาท์เตอร์  เพียงไม่ถึงห้านาทีก็เดินกลับมาพร้อมของที่สั่งไปก่อนหน้านี้




มีอะไรก็พูดๆ มาเถอะน่ะ ”  เมื่อคล้อยหลังพนักงงานของร้านไปแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววว่าอีกคนจะพูดธุระที่อุตส่าห์โทรนัดออกมาในเวลาดึกแบบนี้  ซ้ำคนตัวสูงยังหยิบยกแก้วกาแฟร้อนๆ ที่มีควันสีขุ่นวนอยู่รอบๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นออกมายั่วน้ำขึ้นจิบอย่างใจเย็น




ใจร้อนจังนะ”  เมื่อเห็นว่าอีกคนเริ่มไม่สบอารมณ์  ไม่สิ! ไม่ใช่เพิ่งเริ่ม  แต่ปาร์คชานยอลเห็นสีหน้าและแววตาไม่พอใจของแบคฮยอนตั้งแต่เดินเข้าร้านมาแล้วต่างหาก  จึงเริ่มเกริ่นถึงธุระที่ว่าขึ้นมาอย่างจริงๆ   ฝ่ามือหน้าเลื่อนไปแตะเข้าที่ซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วก่อนหน้านี้แต่แบคฮยอนไม่ทันได้สังเกต  ให้เลื่อนมาหยุดอยู่ต่อหน้าร่างบาง



...?...แบคฮยอนมองสิ่งของที่วางอยู่เบื้องหน้าแล้วเลิกคิ้วข้นสูงด้วยความไม่เข้าใจ


เปิดดูสิ...”  เมื่อได้ยินอย่างนั้นแบคฮยอนก็ทำตามที่อีกคนบอกทันทีอย่างไม่ต้องรอให้ย้ำเป็นรอบที่สอง  และกลังจากที่สำรวรจสายตามองตัวหนังสือที่เด่นชัดบนกระดาษแผ่นสีขาวบางเบา  มือเรียวสวยก็กำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนมันเริ่มยับคามือ



แบคฮยอนไม่คิดเลยว่าความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีก่อนหน้านี้จะพังทลายลงตรงหน้าเมื่อเห็นข้อความบนกระดาษอย่างเต็มตา  ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองสักเท่าไหร่ว่าคนตรงหน้าจะทำแบบนี้  ไม่อยากจะเชื่อว่าปาร์คชานยอลจะไม่เชื่อใจเค้าถึงขนาดนี้  ให้ตายสิ!! แล้วอะไรคือยิ้มหน้าชื่นตาบานต่อหน้าเค้า  แต่ลับหลังกลับเอาลูกชายไปตรวจดีเอ็นเอแล้วเอาผลตรวจมายืนยันในสิทธิ์ที่ปาร์คชานยอลก็มีสิทธิ์ในตัวลูกชายเหมือนๆกับแบคฮยอน  ทั้งๆ ที่แบคฮยอนรู้มันอยู่เต็มอกอยู่แล้ว  แต่คนตรงหน้ากลับไม่เชื่อใจอย่างนั้นหรอ?



เขาเป็นลูกของฉัน  และฉันก็อยากจะให้เค้าใช้นามสกุลของฉันด้วยปาร์คชานยอลพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ราวกับไม่ได้รู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว  ซึ่งมันสร้างความไม่พอใจให้เกิดขึ้นในใจดวงน้อยที่เต้นสั่นระริกแทบจะทันที  สิ่งที่แบคฮยอนฝันร้ายถึงมัน  สิ่งกลัวมาตลอดกำลังจะเกิดขึ้นกับเขา  ปาร์คชานยอลกำลังจะมาพรากลูกชายคนเดียวไปจากเขา กำลังจะแย่งสิ่งที่เป็นดั่งดวงใจของเขาไป



มันไม่ง่ายไปหน่อยหรอ?  ยอลยอลไม่ใช่สิ่งของที่พวกคุณอยากจะได้แล้วต้องได้แล้วจะมาเอาแกไปง่ายๆ ทั้งๆ ที่ตัวคุณเองยังไม่เคยมั่นใจไม่เคยเชื่อเลยด้วยซ้ำว่าแกเป็นลูกของคุณ!!”



ฉันเชื่อ”  แบคฮยอนส่ายหน้าช้าๆ อย่างไม่เชื่อในคำบอกกล่าวของร่างสูง  ทั้งชานยอลและคนในครอบครัวของเขาทำเหมือนว่ารักยอลยอลจริงๆ แต่เพียงไม่เท่าไหร่เขาก็ตอกหน้ากลับมาด้วยกระดาษบางๆ ตรงหน้าที่ทำเอาแบคฮยอนชาวาบไปทั่วทั้งร่าง




เชื่อแล้วคุณเอายอลยอลไปตรวจทำไม?  หรือว่าคุณคิดว่าคนอย่างฉันจะมั่วจะไม่รู้ว่าลูกใครเป็นลูกใคร? ฉันไม่ยอมให้ลูกไปอยู่กับคุณแน่ๆ ไม่ว่ายังไงก็ตามคุณชานยอล!!”  เสียงแหบๆ ของแบคฮยอนกดต่ำอย่างพยายามควบคุมความเดือดดาลที่สุมอยู่ในอกตอนนี้  พยายามคุมเสียไม่ให้ดังจนแขกคนอื่นๆ ในร้านต้องหันมาสนใจ!






แต่เค้าต้องใช้นามสกุลฉัน ซึ่งฉันจะไม่ยอมให้ลูกหลบอยู่แม่ตลอดเวลาหรอกนะ



แล้วที่ฉันอุ้มท้อเขามาท่ามกลางคำดูถูกเหยียดหยามและสายตาแปลกประหลาดของหลายๆ คนที่มองมาล่ะ?  ที่ฉันเลี้ยงเค้ามาตลอดห้าหกปีคุณมัวไปทำอะไรอยู่กับใครที่ไหนห้ะคุณชานยอล!?”  แบคฮยอนตวาดออกไปอย่างเหลืออด แต่เสียงที่คิดว่าตวาดดังๆ นั้นมันกลับแผ่วเบาราวกับคนหมดแรง  น้ำหยดใสเอ่อรื้นขึ้นมาคลอดวงตาเรียวรี



ปาร์คชานยอลก้มหน้าลง  ไม่แม้แต่จะพูดคำใดออกไปเมื่อลองนึกย้อนตามคำพูดของคนตัวเล็ก  แล้วพลันนึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้นที่เขาเป็นคนพูดเองว่าไม่ให้แบคฮยอนติดต่อมาหาเขาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม..




คุณยังไม่พร้อมที่จะเป็นพ่อใครหรอกคุณชานยอล  อย่ามาพรากเราสองคนจากกันเลย  ฉันขอให้คุณช่วยทำเหมือนไม่มีเราสองคนอยู่บนโลกนี้ซะ  ทำเหมือนที่คุณเคยทำมาตลอดห้าปี  อย่ามายุ่งกับฉันและลูกอีก  แล้วกลับไปอยู่ในที่ของคุณอย่างเดิมเถอะ!”




ไม่ได้!  และถ้าหากว่าเธอไม่ยอมล่ะก็..เตรียมหาทนายไว้ได้เลยเพราะฉันไม่มีทางยอมแน่ๆ แล้วก็อย่าคิดจะพาลูกหนี  เพราะต่อจากนี้ฉันจะมานั่งเฝ้าเธอทุกวัน!”  พูดจบชานยอลก็ควักเอาธนบัตรใบสีเทาออกมาวางไว้บนโต๊ะแล้วเดินผลุนผลันอกจากร้านไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้ร่างบางมองตามแผ่นหลังกว้างไปด้วยหัวใจที่รวดร้าว...










 

 

ร่างบางในชุดราตรีสีแดงผ่ากลางหลัง วิกผมสีน้ำตาลไหม้สยายลงมาปิดแผ่นหลังเล็กขาวเรียบเนียนเอาไว้  หากทว่าเนื้อนวลยังคงโผล่วับๆ แวมๆ ออกมาโชว์สายตาประชาชี  ทำให้สายตาหลายคู่จ้องมองมาอย่างไม่คลาดสายตา  ใบหน้าสวยเฉี่ยวริมฝีปากอวบอิ่มเม้มน้อยๆ อย่างประหม่า  ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ บยอนแบคฮยอน จะต้องแปลงโฉมเป็นผู้หญิง  และถึงแม้ว่าจะเคยทำแบบนี้มาหลายครั้งแต่ร่างบางกลับไม่เคยคุ้นชินเสียที




งานวันนี้แบคฮยอนถูกจ้างมาในฐานะแฟนสาวไฮโซของฮวางจื่อเทา  ในงานเปิดตัสินค้าตัวใหม่ของตระกูลฮวาง  ร่างเพรียวระหงส์ถูกฝ่ามือใหญ่ของคนตัวสูงที่ได้รับการอุปโลกน์ว่าเป็นแฟนหนุ่มของตัวเองคว้าไปเอวบางเข้าไปประชิดกายอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่นั่นก็ไม่เป็นอุปสรรคให้โปรเฟชชั่นนอลอย่างแบคฮยอนที่ทำงานด้านนี้มาหลายปีดีดักต้องเสียเซลฟ์อย่างเมื่อตอนงานครั้งนั้น




และเมื่อเดินทักทายแขกเหรื่อในงานได้สักพัก  แบคฮยอนก็ขอปลีกตัวออกมาโดยอ้างว่าจะไปเข้าห้องน้ำ  และจื่อเทาก็ยอมปล่อยคนตัวเล็กในอ้อมแขนออกมาแต่โดยดี




แบคฮยอนเดินลัดเลาะออกมาได้สักพักก็เจอเข้ากับลู่ฮานที่ได้รับเชิญให้มางานนี้เหมือนๆ กัน แต่ไม่ใช่ในฐานะเหมือนน้องชาย  หากทว่าตัวเองกลับได้รับการอุปโลกน์ให้เป็นลูกชายคนเล็กของตระกูลฮวางที่หายตัวออกจากบ้านไป  จนตอนนี้ยังไม่มีใครตามหาเจอ จะด้วยเหตุผลอะไรลู่ฮานก็ไม่คิดจะสนใจอยู่แล้ว ที่มาก็เพราะทำตมหน้าที่ของตัวเองก็เท่านั้น...





วันนี้ดูเหมือนเราจะโชคร้านเลยนะแบคฮยอน..”  ลู่ฮานพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ หากทว่าใบหน้าหวานล้ำกลับเต็มไปด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด



ทำไมล่ะฮะ?”   แบคฮยอนเลิกคิ้วถามด้วยความไม่เข้าใจในสิ่งที่คนเป็นพี่จะสื่อถึง  และที่คนตัวเล็กกล้าที่จะพูดกับคนเป็นพี่อย่างเป็นธรรมชาติขนาดนี้นั่นก็เพราะว่าบริเวณที่ทั้งคู่ยืนอยู่นั้นไม่มีบุคคลอื่นๆ ยืนอยู่ด้วย นั่นจึงเป็นโอกาสที่จะให้สองพี่น้องคุยกันได้สบายๆ




พี่เห็นพ่อของเจ้ายอลยอลยืนอยู่ตรงมุมนู้น”  ลู่ฮานกระซิบบอกน้องชายด้วยท่าทางที่ไม่สู้ดีนัก  กลัวว่าชานยอลจะเข้ามาป่วนงานแล้วพาตัวแบคฮยอนออกไปเหมือนครั้งที่แล้วจนเกือบจะชวดค่าจ้างงามๆ ไปแล้ว



ช่างเขาสิพี่  เรามาทำงานก็ทำตามหน้าที่ไป  ไม่เกี่ยวกับเค้าสักหน่อย เค้าคงไม่กล้าเข้ามายุ่งหรอก” 




สายตาคมกริบที่ทอดมองมายังร่างของแบคฮยอนที่อยู่ในชุดสุดวาบหวิวสีแดงเพลิงนั้นมันเต็มไปด้วยความหึงหวงอย่างปิดไม่มิดจนคนที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างลู่ฮานอย่างมองออก  และถึงแม่น้องชายจะพูดออกมาอยางนั้นแต่ลู่ฮานกลับไม่รู้สึกวางใจเลยแม้ตานิดเดียว





รอยยิ้มแสนหวานหยดที่แบคฮยอนส่งมาให้เขาท้าทายขณะที่เดินเคียงคู่กับจื่อเทา  ทำให้ชานยอลกำแก้วที่อยู่ในมือแน่น




เธอกล้าลองดีกับฉันมาก..แบคฮยอน”  สบถกับตัวเองเบาๆ ยิ่งเมื่อมือของไอ้หน้าแพนด้าดีท๊อกจากเมืองจีนอย่างจื่อเทานั้นลูบไล้ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งราวกับอิสตรีเพศของร่างบาง  ความอดทนของเขาก็หมดลง  ร่างสูงก้าวออกจากงานไปเงียบๆ พยายามนับหนึ่งถึงล้านในใจ  ควบคุมตัวเองไม่ให้เข้าไปพังงานนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง




ตอนนี้ชานยอลรับรู้ว่าร่างเล็กที่เดินเฉิดฉายอยู่ในงานนั่นเป็นของเขาและของลูกเพียงเท่านั้น  เมื่อก่อนจะเป็นยังไงเขาไม่สน  เขารู้เพียงแค่ว่าตอนนี้เขายืนอยู่ตรงนี้และยอลยอลก็ยอมรับเขาเป็นพ่อ  เพราฉะนั้นชานยอลก็ไม่ยอมให้ใครมายุ่งกับ เมียของเขาแน่ๆ

 







 

เป็นไงล่ะ  รับจ้างไปส่งมันถึงเตียงด้วยหรือเปล่า?


ทันที่ที่แบคฮยอนเปิดประตูรถร่างบางก็ถูกอีกคนกระชากจนลอยละลิ่วเข้ามาปะทะแผ่นอกกว้าง  แบคฮยอนที่ทีแรกไม่เห็นร่างสูงอยู่ในงานก็พยายามสอดส่องสายตามองหาอยู่หลายครั้งก็ไม่พบจนคิดว่าอีกคนคงกลับไปแล้ว  ตอนนี้แบคฮยอนเลยขอตัวกลับก่อนเวลางานเลิก  พอออกมาก็เจอแจ็คพอร์ตเสียได้..!



แน่นอนอยู่แล้วอะไรที่มันทำแล้วได้เงินฉันก็ทำมันหมดนั่นแหละ  ไม่ว่าจะเป็นอิตัว  เป็นนางบำเรอ หรือเป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้น!”




แบคฮยอนพยายามขืนตัวออกจากอ้อมแขนกำยำที่โอบรัดตัวเองอยู่เมื่อชานยอลออกแรงรั้งร่างบางอ้อนแอ้นเข้าไปแนบชิดพร้อมกับมือหยาบกร้านที่เลื่อนไปลูบไล้แผ่นหลังขาวเนียนอย่างจาบจ้วงและอีกข้างก็รั้งสะโพกกลมกลึงของรางบางเข้าไปจนแนบชิดเนื้อหน้าขาแกร่ง




แล้วได้บอกมันซ้ำหรือเปล่าล่ะว่าเธอมีลูกแล้ว?  แล้วลูกก็กำลังรออยู่ที่บ้านในขณะที่เธอมาระเริงอยู่กับมัน!”




จุ๊จุ๊  อย่าเสียงดังไปสิ  คุณจื่อเทาเขารู้อยู่แล้วล่ะ  แถมเขายังฝากมาขอบคุณคนที่สอนลีลาเด็ดๆ แบบนั้นให้ฉันด้วย  เขาบอกว่าฉันยั่วยวนได้ประทับใจเขามาก”  แบคฮยอนบอกด้วยน้ำเสียงเซ็กซี่แววตาฉ่ำหวานทั้งยังเบียดกายอ้อนแอ้นเข้าหาร่างกำยำ  ซ้ำยังสบตากับดวงตาคมกริบของชานยอลอย่างเปิดเผย  ไม่ได้มีแววตาที่สั่นระริกเหมือนกับแบคฮยอนคนเดิมเมื่อหกปีที่แล้วที่ปาร์คชานยลเคยรู้จักสักนิดเดียว


แบคฮยอน!”  ชานยอลกดเสียงลงต่ำอย่างข่มอารมณ์โมโหที่ถูกคนตัวหน้ากระตุ้นขึ้นมา ฉันจะไม่ให้เธอเลี้ยงลูกของฉันอีก  ฉันกลัวว่าลูกจะเป็บแบบเธอ  เพราะเธอมันก็แค่คนหิวเงิน!”




แหม มันก็เป็นธรรมดานั่นแหละคุณ  ก็ฉันต้องการเงินมาเลี้ยงตัวเองแล้วก็ลูกนี่นา  อย่ามาทำเป็นหึงหวงฉันหน่อยเลย  ไอ้พวกมารยาทั้งหลายคุณก็สอนฉันมาทั้งนั้นแหละ  ไม่ว่าจะเป็นทำให้หลงแล้วก็ทิ้ง  ฉันเรียนมาจากคุณทั้งหมดเลยคุณชานยอล!”




งั้นฉันคงสอนให้เธอ ร่านเกินไปมั้ง เธอถึงไม่รู้จักพอ!!”  ดวงตาคมกริบดุจเปลวเพลิงนั้นจ้องมองคนตัวเล็กราวกับจะให้แหลกเป็นจุณต่อหน้าเขา  อ้อมกอดนั้นรัดรึงร่างเล็กแรงยิ่งขึ้นเหมือนกับว่าจะทำให้กระดูกเล็กแตกละเอียดไปกับแผงอกแกร่ง



พอเลยแบคฮยอน!! จากวันนี้ไปเธอจะไม่มีโอกาสได้ฉอเลาะกับผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น ต่อไปนี้เธอต้องมีแค่ฉัน ต้องเป็นเมียฉันและที่สำคัญเธอต้องเป็นแม่ที่ดีให้กับลูกฉัน!!”




ชานยอลผลักร่างเล็กออกห่างจากตัวราวกับขยะแขยงแล้วลากร่างบางยัดเข้าไปในรถคันหรูอย่างไม่ปรานี  พลันใบหน้าที่ยิ้มหวานของแบคฮยอนยามถูกผู้ชายคนอื่นลูบไล้ทั่วทั้งกายก็ผุดขึ้นมารบกวนของสมองของปาร์คชานยอลไม่หยุดเขากระแทกประตูรถปิดอย่างแรงแล้วขับทยานออกไปยังถนนเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว  ลู่ฮานที่ยืนดูเหตุการณ์ทุกอย่างเงียบๆ สงสารน้องขึ้นมาจับใจ แต่ก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องของคนสองคน  และอีกอย่างก็รู้ดีว่าน้องเขาโตพอที่จะตัดสินใจอะไรหลายๆ อย่างได้ด้วยตัวเองแล้ว...

 





 

คราวนี้คุณจะทำอะไรฉันอีก?”  แบคฮยอนนั่งไพล่ขาอวดเรียวขาสวย พร้อมทั้งยื่นใบหน้าเข้ามาถามเขาอย่างยั่วยวนโดยไม่ที่ไม่ได้เกรงกลัวต่ออารมณ์โกรธของอีกคนสักนิดเดียว



เลิกทำตัวมารยาแบบนี้กับฉันสักทีแบคฮยอน  ฉันไม่ใช่ไอ้พวกผู้ชายหน้าโง่พวกนั้นทีจะให้เธอหลอกเอาเงิน!”



แบคฮยอนหัวเราะเสียงใสก่อนจะยื่นกลีบปากอิ่มเข้าไปเอ่ยกระซิบข้างใบหูของอีกคนอย่างยั่วยวน ฉันก็เคยเอาเงินคุณมาแล้วนี่  ไม่งั้นคุณจะติดใจฉันขนาดนี้หรอ?  หึงจนตาลายแล้วเนี่ย” 



ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบลิปสีสดประทับลงที่ต้นคอแกร่งอย่างยั่วเย้า  แบคฮยอนอยากจะทำทุกอย่างให้คนอย่างปาร์คชานยอลหัวหมุน  ให้ดิ้นรนทุรนทุรายเหมือนที่ตัวเองเคยเป็นเมื่อตอนที่ถูกเขาปฏิเสธอย่างไม่ไยดีแถมยังถูกไล่อย่างกับหมูกับหมา



แบคฮยอนคิดทบทวนมาหลายวันกับสิ่งที่ได้คุยกับชานยอลที่คอฟฟี่ช็อปวันนั้น  มันทำให้แบคฮยอนรู้ว่าที่ชานยอลกลับมาทำดีด้วยนั่นก็เพื่อผลประโยชน์บางอย่าง  ชานยอลก็หวังเพียงแค่จะเอาลูกไป  หวังเพียงแค่รับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น



 แล้วตัวเขาล่ะ?..แล้วหัวใจที่บอบช้ำจนเกินจะเยียวยาของแบคฮยอนคนนี้ปาร์คชานยอลเคยคิดที่จะเหลียวแลมันบ้างหรือเปล่า? 



หยุดสักทีแบคฮยอน เธอไม่เคยเป็นแบบนี้



คุณจะมารู้จักฉันไปได้ดีกว่าตัวฉันได้ไงคุณชานยอล  ฉันมันก็แค่คนที่หิวเงิน  ร่านผู้ชาย  มั่วไม่เลือก!”  ก้านนิ้วเรียวสวยนั้นลูบไล้ไปตามโครงหน้าคมสันแล้วเลื่อนลงมาสัมผัสที่แผ่นอกกว้าง  แล้วตามด้วยประทับจูบลงที่ใบหูชานยอลอีกครั้ง และดูเหมือนว่าการยั่วยวนครั้งนี้ของแบคฮยอนจะได้ผลเมื่อคนที่กำลังสนใจการขับรถโมโหขึ้นมาอย่างจริงจัง  หักรถเลี้ยวลงจอดข้างทางแสนเปลี่ยวแทบจะทันที




แต่ก่อนเธอจะเป็นยังไงฉันไม่สนแม้ว่าเธอจะผ่านอะไรมาก็ตาม แต่ต่อจากนี้เธอต้องหยุด  เธอต้องเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้นจำไว้แบคฮยอน!”



แหม  พอดีว่าฉันมันเป็นพวกหิวเงินแล้วก็จ้างได้ด้วยเงินซะด้วยสิ  งั้นคุณก็จ้างฉันมาสิ จ้างให้ฉันหยุดอยู่ที่คุณ  คิดว่าเท่าไหร่จะเหมาะสมกับการที่ฉันจะเป็นแม่ที่ดีให้กับลูกของคุณล่ะ?แบคฮยอนแกล้งบิดตัวน้อยๆ แต่เพียงเท่านั้นสายของเดรสที่สวมอยู่ก็หลุดลงจากหัวไหล่ขาวนวลเนียน  ร่างบางตั้งใจจะยั่วให้อีกคนคลั่งตายเพราะตัวเองให้ได้  อยากจะรู้ว่าตัวเองจะอิทธิพลต่อคนตรงหน้าบ้างหรือเปล่า?  ทำไมชานยอลถึงอยากได้แค่ลูกแล้วตัวเขาล่ะ? ไม่มีความหมายเลยใช่มั้ย?



ทุกคืนที่แบคฮยอนต้องสะดุ้งตื่นข้นมากลางดึกเพราะฝันร้ายที่ตามมาหลอกหลอน  ในใจของแบคฮยอนถามหาผู้ชายตรงหน้าตลอดเวลา  ทำไมชานยอลถึงต้องห้ามไม่ให้เขาติดต่อไป  ทำไมตอนอยู่บนเรือตอนนั้นขานยอลต้องทำเหมือนว่าห่วงใย  ทำไมต้องทำให้เขารัก?   เมื่อเวลาผ่านไปเขาก็หมดความหมาย  คนตรงหน้ากลับสลัดเขาทิ้งอย่างไม่ไยดี เขาจดจำคนๆนี้มาตลอดเวลา  ทุกครั้งที่เรียกยอลยอล ใจของเขาก็ก็ย้ำเตือนตลอดว่าคนที่เขารักคือพ่อของเจ้าหนู แต่ทำไม?  ชานยอลถึงไม่เคยเห็นใจกันบ้าง?






คุณรวยนิ่   ถ้าอยากให้ฉันอยู่กับคุณก็ทำสัญญาว่าจ้างมาเลย เอานานๆหน่อยแล้วกัน



ถ้าเธอต้องการอย่างนั้นก็ได้แบคฮยอนไหนๆก็จะทำสัญญากันแล้วงั้นฉันขอมัดจำหน่อยเป็นไง!!”




 ว่าจบก็จับคนตัวเล็กที่นั่งเบียดกายกระแซะตัวเองขึ้นมานั่งบนตัก  แล้วบดเบียดริมฝีปากหาเข้าหาคนที่นั่งอยู่บนร่าง  ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนลิ้นหวานราวกับน้ำผึ้ง ผละออกมาแล้วขบเม้มริมฝีปากบนล่างหนักๆ มือไม้ก็เลื่อนคลำสะเปะสะปะไปทั่วเรือนกายอ้อนแอ้นบอบบาง 




ฝ่ามือร้อนสอดเข้าไปลูบไล้เอวคิดกิ่ว มือข้างที่ว่างก็เลื่อนมาจับสายเสื้อเล็กๆ แล้วเลื่อนมันออกจากไหล่อีกข้างอย่างไม่สนใจไยดีจนตอนนี้สายเสื้อทั้งสองด้านตกมาค้างอยู่ที่ข้อศอกของคนตัวเล็ก ริมฝีปากร้อนฉ่าผละออกจากกลีบปากสวยแล้วซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่น  ขบเม้มลงไปแรงๆ จนเกิดรอยไปทั่ว  แบคฮยอนหอบหายใจหนักๆ เมื่อมือหนาเริ่มบีบเค้นคลึงสะโพกกลมและหน้าขาอย่างหนักหน่วง 




ริมฝีปากแกร่งที่พรมจูบขมเม้มที่ซอกคอเลาะเล็มเลื่อยลงมาที่แผ่นอกบางแล้วใช้ปากคาบเนื้อผ้าที่ปิดดอกบัวคู่งามอย่างหมิ่นเหม่ออกอย่างร้อนรน  ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดที่ติ่งเนื้ออ่อนใสผ่านเนื้อผ้าบางจนอีกคนสะท้านวาบ  เมื่อพ้นจากพันธนาการทั้งปวง  ลิ้นร้อนก็วาดลงหนักๆ ที่จุกสีชมพูสวยทั้งสองข้าง  ลงปลายลิ้นหนักๆ ตวัดรัวๆ จนอีกคนต้องแอ่นอกรับสัมผัสหวาม  สะโพกกลมบิดเร่าอย่างซ่านกระสันถูไถเข้ากับส่วนกลางลำตัวที่ซ่อนตัวอยู่ในเนื้อผ้าชั้นดีของร่างสูงที่นั่งอยู่เบื้องร่าง 




ฮืออ”  แบคฮยอนครางอย่างอดกลั้นไม่ไหวเมื่ออีกคนเริ่มรุกหนักขึ้นเรื่อยๆ  มือเล็กเลื่อนขึ้นมายึดไว้ที่ไหล่แกร่งกำเสื้อของอีกคนจนแน่น  ชานยอลดันร่างเล็กจนแผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับพวงมาลัย  กรอบปากซุกซนเบียดเข้าหาแผ่นอกบางในจังหวะที่อีกคนก็แอ่นหยัดกายเข้าสู้อย่างไม่มีใครยอมใคร มืออีกข้างที่ว่างเว้นจากการบีบเค้นสะโพกกลมเลื่อนมาบิดหัวจุกสีสวยเบาๆ อย่างเล้าอารมณ์จนคนถูกกระทำครางเสียงสั่นพร่าไม่หยุด




แต่ก่อนที่อะไรๆ จะเลยเถิดไปมากกว่านี้ ชานยอลก็กู้สติของตัวเองที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดกลับมา  ผละใบหน้าออกมาเสียดื้อๆ จนคนที่กำลังเชิดหน้าอย่างเสียวซ่านต้องก้มหน้าลงมองอย่างฉงนใจ  ยังไม่ทันได้เอ่ยปากถามอะไร คนตัวโตก็ก้มลงประทับจูบที่หน้าผากมนพร้อมกับเอ่ยเสียงทุ้มที่ทำเอาร่างบางถึงกับใจสั่นหวิว



ตรงนี้...”  แล้วเลื่อนไปจูบซับที่กกหูเล็ก



ตรงนี้...”  จากนั้นก็เลื่อนกลับมาที่ปลายจมูกเล็กเชิดรั้นที่เคยแสดงความอวดเก่งถือดีพรมจูบลงไปเบาๆ ....



ตรงนี้....ก่อนจะมาหยุดที่กลีบปากอวบอิ่ม  แตะสัมผัสลงไปบางเบา ไม่มีการลุกล้ำใดๆ แล้วเลื่อนใบหน้าลงที่มาซอกคอขาวเนียน  เป่าลมอุ่นๆ ไปเบาๆ จนขนอ่อนลุกชันขึ้นมา  แล้วมาจูบที่แผ่นอกบางกดจูบลงไปอีกครั้งจนขึ้นสีจางๆ



และตรงนี้....”  ผละใบหน้าออกจากแผ่นอกสวยแล้วจ้องตาอีกคนไม่ลดละ  แบคฮยอนมองสบตากับอีกคนอย่างไม่เข้าใจ  ถึงแม้จะเขินอายแต่ก็อยากจะมองลึกลงไปเพื่อค้นหาคำตอบของการกระทำเมื่อสักครู่ของคนตรงหน้า ที่เอาแต่พรมจูบไปตามร่างกายของเขแล้วก็เอาแต่พูดว่า ตรงนี้...และตรงนี้   สงสัยได้ไม่นานคนที่ก่อให้เกิดความสงสัยก็เฉลยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงทุ้มๆ




จำไว้ว่าทั้งหมดนี้เป็นของลูกฉัน...อย่าให้ใครมาแตะต้อง  นอกจากฉันแล้วฉันอนุญาตให้ลูกแตะต้องได้แค่คนเดียวเท่านั้น”  ว่าจบก็จับคนตัวเล็กใส่ชุดกลับที่เดิมให้เรียบแล้วพร้อมทั้งส่งกลับไปทั่งที่เบาะเดิม จากนั้นเอี้ยวตัวไปหยิบเสื้อคลุมที่อยู่เบาะมาคลุมให้เสร็จสรรพ  ในขณะที่ชานยอลทำอะไรๆด้วยความเป็นปกติ  แต่คนตัวเล็กที่ถูจับทำนู่นนี่นั่นกลับนิ่งเป็นตุ๊กตา  เหมือนกับสติไม่อยู่กับตัว  กำลังประมวลผลคำพูดของคนตรงหน้าด้วยจังหวะหัวใจที่เต้นตึกตัก แก้มใสเห่อร้อนไปหมดอย่างไม่รู้ว่าเพราะอะไร(?)







 

จำไว้ว่าทั้งหมดนี้เป็นของลูกฉัน...อย่าให้ใครมาแตะต้อง…..’

.....ฉันอนุญาตให้ลูกแตะต้องได้แค่คนเดียว









…..Little Cupid…..




 

Littledeer:: อร๊ายยยยยยย  กรีดร้องทุบคอมรัวๆๆๆ  แบบพฮื่ออออ  ชานแบคนี่ยังไงกัน? เดี๋ยวดราม่าเดี๋ยวร้อนแรง  อ๊ายยยยย  ไรท์จิไม่ทนนนน  ตอนนี้ติดเรทนิดนึงหวังว่าคงไม่ทำร้ายกันด้วยการกดแบนนะค่ะ >///< ขอล่ะ  พาร์ทนี้ก็แต่งไปเครียดไปกลัวออกมาไม่ดีเท่าที่ควร  ยากมากสำหรับการสาดอารมณ์gข้าใส่กันของชานแบค  ไม่ถนัดเอาซะเลย พยายามเต็มที่แล้วหวังว่าคงชอบนะค่ะ ^_^

#อืม...ถ้าพูดถึึงเนื้อเรื่องจริงๆ ตอนนี้อิพี่ปาร์คมันบ้าจริงๆเลออ แบคเกือบจะใจอ่อนแล้วดันเอาผลตรวจ DNA มาตอกหน้ากันซะงั้น  แบบนี้ต้องให้แบคงอนนานๆ ฮ่าาาาา #โรคจิตจังไรท์! 

#ฝากติดตามตอนต่อๆไปด้วยนะค่ะ ..สำหรับฮุนฮานนนี่ไม่ลืมค่ะ เจอกันอีกแน่  แต่ของไคโด้นี่ตันเลย #กราบขอโทษแม่ยกไคโด้งามๆ   ที่อัพวันนี้ก็เพื่อเป็นของขวัญให้พี่หมินค่ะ อวยพรให้พี่หมินมีความสุขมากๆ ดูแลน้องๆ ดีๆนะค่ะ :D  


ปล: เมื่อวานนั่งอ่านคอมเม้นแล้วปลื้มมากกก  ชอบคอมเม้นนี้สุดๆ อ่านแล้วมีกำลังใจในการแต่งต่อมากๆ ขอบคุณจริงๆนะค่ะ ^_^  #รักรีดเดอร์ทุกคนนะค่ะ รักทั้งคนเม้นและนักอ่านเงาค่ะ ^^  





ปลล: พล่ามยาวมากกก ขอบคุณที่อ่านนะค่ะ -_- 
 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

1,635 ความคิดเห็น

  1. #1627 @MayBeSmile (@exo_member12) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 16:52
    จะดีกันตอนไหนเนี่ย
    #1627
    0
  2. #1593 Yulyul_Hunhun (@welovesnsdyul) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 21:43
    ฟินกับไคโด้เหมือนกันนะเนี่ย อยากให้กลับมาคบกันเหมือนเดิมอ่ะ แต่ไม่เข้าใจชานแบคเดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้ายใส่กันอยู่นั่นอ่ะ 
    #1593
    0
  3. #1554 snowyonly1312 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 16:20
    แบคเมื่อไรจะเลิกประชดยอลสักทีอ่าาาาาา
    #1554
    0
  4. #1545 kairika (@mewteddybear) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 18:40
    อิอิ ฟินค้าาาาา เดวดี เดวร้าย
    #1545
    0
  5. #1490 oporPS (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 17:17
    ชอบอะชานแบค ฟิน
    #1490
    0
  6. #1462 warnprae (@warnprae) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 23:33
    คือจงอินรู้เรื่องแต่เก็บไว้นานมากอ่ะ 55555
    #1462
    0
  7. #1400 siri (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 20:40
    ฟินมากอ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ชานแบคทำเราฟิน ^^



    ตรงนี้ ฉันอนุญาตให้ลูกแตะได้คนเดียยว โอ้ยยยยยยย ฟินนน
    #1400
    0
  8. #1376 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 16:03
    หึงรุนเเรง 
    #1376
    0
  9. #1314 Aomm Chatthalika (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2557 / 22:29
    เป็นคู่หลักที่ร้อนแรงนะงืออออออออ เดี๋ยวหวาน เดี๋ยวดราม่า ครบเลยที่ชานแบค
    #1314
    0
  10. #1310 littlegift (@siriporn1806) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 18:17
    .... ไม่รู้จะพูดยังไงดีบอกได้คำเดียวว่าฟินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #1310
    0
  11. #1267 khaunkhaw (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 เมษายน 2557 / 11:46
    ชานแบคฟินอ่ะ
    #1267
    0
  12. #1234 pinzaaaaa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 15:37
    ไม่รู้จะอธิบายยังไง
    #1234
    0
  13. #1196 jm-smile (@jm-benz-smile) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 เมษายน 2557 / 23:14
    ชานทำไมว่าแบคยังนี้ T^T
    #1196
    0
  14. #1186 kookkik (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 เมษายน 2557 / 01:04
    โอ๊ะโอ๋ว ร้อนแรงมากมาย รีบมาต่อไวๆนะคะไรท์อารมณ์มันค้างงง >
    #1186
    0
  15. #1170 Hwang Temmy (@temmyza) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 มีนาคม 2557 / 22:32

    อ่ะแห่มๆๆๆ -3-

    อยากจะระบาย ซัก3หน้ากระดาษ[A4doubleA] ว่า ลุ้นกับคู่ ชานแบค สุดๆ ว่าตกลง อิเอ๋อ มันเป็นอะไรของมัน
    กำลัง เข้าด้ายเข้าเข็มกันแล้วแท้ๆ ไฉนๆ???? ถึงมาทะเลาะกันแบบนี้ อิเอ๋อ มันคงต้องบ้าบอคอแตกแน่ๆ ที่มาพูดกับ เมียอิเอ๋อ [อิแบค] แบบนั้น
    เป็นเค้า เค้าก็เข้าใจผิดน่ะ คิดว่าาจะมาพราก ยอลยอล ไป ฮื้อออออออ "เรื่องมันเศร้า ชั-ก-ว่-า-ว แปป"
    ปรับความเข้าใจกันเร็วๆเถอะน่ะ สงสาร ยอลยอล อิแบค หนอ อิแบค ปากก็บอกว่าไม่ยอม ไม่ให้เอาลูกไป แต่ยั่ว อิเอ๋อ ซ่ะจนเคลิ้มเอง 
    [ใช้ได้ซ่ะที่ไหน] เฮ้อออออ เพลียแทน - -''
    ไคโด้ ก็เหมือนกัน คือแบบ ไปมายังไง เค้าเริ่มงงหล่ะ
    [เค้า2คนรู้จักกันด้วยอ่อ จำได้ว่า อิดำ มันมาโผล่ตอนแรกๆที่อยู่บนเรือ เอิ่มมมมม แล้วไงต่อว่ะ]
    ฮุนฮาน คู่นั่น ก็เริ่มคุย และตกลงจะคบกันแล้ว ตอนนี้ขออย่างเดียว ขอให้ เสี่ยวลู่ เปิดใจรับรัก อิติ๋ม

    ไรท์ค่ะ มาต่อไวๆ ให้หายข้องใจ <ไม่ต้องผวน> ด่วนนนนนนนนน !!!!

    รักไรท์น้าาาาาา จุ๊บบบบบ -3- [Thank You 3 Times]

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 31 มีนาคม 2557 / 22:36
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 1 เมษายน 2557 / 17:03
    #1170
    0
  16. #1169 Mookhannie (@mookhannie) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 มีนาคม 2557 / 17:10
    โอ่ยยยยย ยอลลลลล
    แบตงอนนานไปเบยยยย
    #1169
    0
  17. #1165 vviez (@iamjaja) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 18:42
    ชานแบคร้อนแรงจังนะคะ 
    #1165
    0
  18. #1158 Nong Faii (@gufaiimaiexonahi) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 18:19
    ย๊าาาาาา นั่นมันเม้นท์เรานี่ !! *เขินนนนนนนน*  #ระเบิดตัวเอง บู้มมมมมมม .////. 555555555555 วันนี้แวะเวียนเข้ามาดูอีกแล้วว ~ ว่าจะเข้ามาอ่านตอนเดิมนึกว่าไรต์ไม่อัพ แต่ไรต์อัพแล้วคือจุดพลุ กรี๊ด !! >< 
    เข้าใจความรู้สึกแบคนะ ทำไมไม่เชื่อกัน ;_; *แปะโป้งยอลไว้ก่อน*

    รีบมาต่อนะค้าาา มันค้างๆยังไงก็ไม่รู้ฮาาาา ~~

    PS. ตรงนี้ ตรงนี้ . .และตรงนี้ อรั้ก *ระเบิดตัวเองรัวๆ* -///////////////////-
    #1158
    0
  19. #1152 WuLu (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 มีนาคม 2557 / 23:05
    ตอนแรกแบบไม่คิดไรเหมือนกันนะตอนยอลกับดีเอ็นเอมาแต่พอมาเจอแบคแบบเข้าใจความู้สึกเลย ที่ทำดีด้วยทั้งคืออะไรไม่ไหวใจขนาดนั้นเลยเหรอ? เชอะอิปาร์คบ้าาา แบคอย่าพึ่งไปอ่อนข้อนะ 555 จะโรคจิตไปไหมที่ยังอยากเห็นชานแบคทะเลาะกันอยู่มันได้ฟีลมากกกก ชอบบบบ



    #1152
    0
  20. #1151 Helena Kadian (@mint-fah) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 มีนาคม 2557 / 20:50
    กรี้ดตามไรท์
    ไรท์มาต่อไวๆน้าาาาาา
    แบคไม่ยอมบอกอ่าว่าทำไมถึงโกดชานยอล
    จะได้เข้าใจกันซะที //ประเด็นคือรอเอ็นซี เอ้ย! ไม่ๆๆๆเราไม่ได้หื่นนาาาา  555+
    #1151
    0
  21. #1150 Dongruthai Pasanaka (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 มีนาคม 2557 / 20:44
    วาาาาา สนุกมากเลยค่ะเเอด อุ๊ยยย!!! เเบบสุดต้นไม้อ่าาาาา 55555 สุดยอดอ่ะ สู้ๆๆต่อไปน่าา เเบบเค้าชอบเเบบดราม่าอ่ะ 555 ไม่ชอบให้พระเอกนางเอกอินเลิฟฟฟฟฟมีความสุขอ่ะ ( เอาเเล้วไง 555 เข้าขั้นโรคจิตต อ่ะ^^ ) ยังไงก็สู้ๆๆต่อไปนะค่ะ
    #1150
    0
  22. #1139 WaterOne (@neungneung01) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 มีนาคม 2557 / 03:45
    อะไรกันนนนนน ทำไมต้องทะเลาะ อย่าเลยยย กำลังมุ้งมิ้ง บ้าจริง ตอนนี้ใสไปนะ เอาใสใสกว่านี้อีกสิ อิอิ
    #1139
    0
  23. #1138 BYun (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2557 / 22:36
    โอ๊ยยยยยย คุณปาร์คขี้หวง

    เป็นเราก็น้อยใจนะ ดูเหมือนแค่ต้องการลูกเฉยๆอ่ะ ทำอะไรชัดเจนหน่อยสิชานยอล
    #1138
    0
  24. #1137 วุ้นน้ำหวาน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2557 / 22:02
    ชอบจัง "ตรนนี้ ตรงนี้ ตรงนี้ เป็นของฉัน" ฟินนนนนนนน
    #1137
    0
  25. #1136 Sehun_HH (@mint_exoclub) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2557 / 22:01
    กรี๊ด!! แบคฮยอนคือเด็ดเวอร์นางกินยาเขย่าขวดหรือป่าว ชานยอลก็โมโหหึง!>< ชอบแนวนี้มากอ่า ncๆๆๆ ได้โปรดมาหาข้าเถิด(?)
    #1136
    0