Fic Harry Potter [HP/SS] - A New Way of Life

ตอนที่ 5 : บทที่ 5 - ความต้องการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 951
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    6 มี.ค. 61

บทที่ 5 



ในตอนเช้าแฮรี่เป็นคนแรกที่ตื่นขึ้นมาเนื่องจากเพราะต้องการเตรียมตัวอะไรหลาย ๆ อย่าง นอกจากแฮรี่จะอารมณ์ดีทำอาหารเช้าเบา ๆ เตรียมรอสเนปไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว เขายังคงนั่งรอรอนอย่างใจจดใจจ่อเช่นเดียวกัน น้ำยาสรรพรสแฮรี่มีไว้ตั้งนานแล้วล่ะ และเตรียมไว้สามขวดเลยทีเดียวเพื่อหวังว่าสเนปจะได้อยู่ข้างนอกกับเขานานพอถึงสามชั่วใมงนั้นเอง และเวลานั้นได้มาถึงเมื่อมีเสียงเคาะประตูหน้าบ้าน แฮรี่จึงรีบเดินออกไปต้อนรับอย่างไว 


“เฮ้ ว่าไงรอน” แฮรี่ยิ้มกว้างต้อนรับเพื่อนด้วยการสวมกอดรอน 


“ว่าไงแฮรี่” พวกเขาผละออกจากกอด “นายรู้มั้ยว่ามันดีแค่ไหนที่นายชวนฉันมาวันนี้ เพราะฉันรู้สึกเหงามากเลย เฮอร์ไมโอนีมีธุระทำงานอีกแล้ว” 


ดีเลย งั้นเข้ามาสิ” แฮรี่เชื้อเชิญให้รอนเข้ามาภายในบ้านของเขา รอนนั่งลงและทำท่ามองรอบห้องด้วยความแปลกใจอย่างที่เดรโกเป็น 


“ฉันว่านาย ..มีของเยอะแยะน่าดูเลยนะ” แฮรี่ที่กำลังชงชาให้รอนอยู่หันมายกยิ้มให้ 


“ช่วงนี้ฉันว่างบ่อย ๆ มันก็ต้องหาอะไรทำกันบ้าง” แฮรี่พูดพลางเดินเอาน้ำชามาวางไว้ให้ “น้ำชาหน่อยมั้ยรอน เอาเลย” รอนพยักหน้ายกน้ำชาขึ้นดื่มแต่สายตายังคงจับจ้องมองไปรอบ ๆ ห้อง และวางแก้วลงบนพื้นโต๊ะข้างหน้าเมื่อดื่มเสร็จ 


“แย่จังแฮรี่ ฉันว่าฉันคงตื่นเช้าเกินไป รู้สึกง่วงตั้งแต่ยังไม่ได้ดูหนังเลย” รอนหาว “ถ้าฉันหลับกลางเรื่องล่ะก็ ปลุกด้วยล—“ ยังไม่ทันได้พูดจบรอยก็หลับใหลไปซะแล้วบนโชฟาตัวยาวของแฮรี่ ใช่แล้วล่ะ เขาวางยานอนหลับชนิดรุนแรงใส่ในน้ำชาให้รอนดื่ม วันนี้ขอทำตัวแย่ ๆ สักวันเถอะนะ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้เจอโอกาสดี ๆ แบบนี้ได้ตลอด เมื่อแฮรี่มองด้วยความแน่ใจแล้วว่ารอนหลับสนิทไปจริง ๆ จึงได้จัดท่าทางการนอนให้ดูสบายขึ้นก่อนจะลุกเดินไปยังหน้าห้องนอนของสเนปและเคาะประตูเสีย 


“เซเวอรัสครับ ข้าวเช้าพร้อมแล้ว คุณน่าจะออกมาได้แล้วนะ” เมื่อสิ้นเสียงแฮรี่ ประตูก็ถูกกระชากเปิดออกทันที ใบหน้าที่ดูเย็นชานั้นจับจ้องที่แฮรี่นิ่งก่อนจะพูดตอบอีกฝ่าย 


“เดี๋ยวฉันออกไป” ทันทีที่พูดจบสเนปแทบจะปิดประตูใส่เขาทันที เอาเถอะ เขาจะนั่งรอที่โต๊ะทานข้าวแล้วกัน 


เมื่อผ่านไปสักพักสเนปได้เดินออกมาจากห้องด้วยชุดคลุมยาวสีดำเช่นเคย เดาว่าเมื่อสักครู่คงกำลังจะอาบน้ำแต่งตัวล่ะมั้ง ? เมื่อสเนปได้เดินมานั่งทานมื้อเช้ากับแฮรี่เรียบร้อยแล้วจึงได้เอ่ยปากถามในสิ่งที่เขาสงสัยมาตลอดเช้านี้ 


“ทำไม คุณวิสลีย์ถึงได้มานอนอยู่ในบ้านเรา พอตเตอร์” เมื่อสเนปพูดจบ แฮรี่ก็ถึงกับอมยิ้มขึ้นมาทันที ช่วยด้วย แฮรี่กำลังจะมีความสุขจนจะตายอยู่แล้ว ซึ่งความรู้สึกนี้ทำอาเขาเผลอพูดออกเสียงขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ 


“บ้านของเรา ..” แฮรี่ยิ้มด้วยสีหน้าแปลกใจเอ่ยทวนคำพูดของสเนปอีกครั้ง แต่อีกฝ่ายมองนิ่งไม่สนใจในสิ่งที่นอกประเด็นจึงทำให้แฮรี่ยอมแพ้ในทันที 


“โอเค คือคุณจำได้มั้ย เมื่อวานผมบอกคุณไปเรื่องน้ำยาสรรพรส วันนี้ผมจะให้คุณดื่มมันและเราจะออกไปเที่ยวกันก่อนที่คุณจะอุดอู้อยู่แต่ในบ้านจนเบื่อซะก่อน”  


“ข้างนอก ? ฉันต้องดื่มน่ำยาสรรพรสหรือ” สเนปเลื่อนสายตามองไปทางที่คิดว่ารอนนอนอยู่ “อย่าบอกนะว่าคนที่ฉันจะต้องกลายเป็นคือ ..คุณวีสลีย์?” สเนปทำหน้าไม่สู้ดีกับการเอ่ยพูดชื่อรอนออกมา แน่ล่ะก็เขารู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ที่รู้ว่าต้องกลายเป็นใคร 


“ใช่ รอนเป็นคนที่เป็นไปได้มากที่สุดว่าแผนนี้จะไม่ล้มเลว เชื่อผมเถอะ ผมเตรียมไว้หมดแล้ว” แฮรี่พูดก่อนจะหยิบน้ำยาสรรพรสออกมาเปิดขวดใส่เส้นผมของรอนลงไป น้ำยาก็เดือดปุขึ้นมาทันที เมือส่วนผสมลงตัวเรียบร้อยทั้งสามขวดแล้ว แฮรี่จึงยื่นให้สเนปขวดนึง “ดื่มสิ ผมเตรียมไว้สำหรับสามชั่วโมงเลย” 


สเนปมองอย่างไม่สู้ดีนักเท่าไหร่ มันก็จริงที่เขาอยากจะออกไปข้างนอกบ้างเพื่อหาข้อมูลกลับเวลาของเขา แต่ก็อดทำใจไม่ลงว่าเขาจะต้องกลายเป็นวิสลีย์ 


“ไม่ ฉันรู้สึกทำใจไม่ได้ถ้าต้องกลายเป็นคนผมแดงหน้าตาดูโง่เขลาแบบนั้น”สเนปปัดความคิดทั้งหมดออกและบอกเสียงแข็ง แฮรี่เองก็ถึงกับถอนหายใจ 


เซเวอรัสครับ ดื่ม” แต่แฮรี่ไม่ยอมแพ้ เขายังคงยื่นยาขวดนั้นให้ด้วยน้ำเสียงและสายตาบังคับสุดขีด สร้างความรำคาญใจให้สเนปเป็นอย่างมากจนสเนปยอมแพ้ รับขวดมายกดื่มด้วยความฝืนใจ แฮรี่ยกยิ้มกว้างอย่างพอใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายดื่มน้ำยาเข้าไปด้วยสีหน้าบูดเบี้ยว มองดูปฏิกิริยาตรงหน้าที่กำลังเปลี่ยนไปจนกระทั่งตอนนี้ เซเวอรัส สเนป ได้กลายเป็นรอน วิสลีย์ในชุดคลุมสีดำยาวตัวหลวมไปซะแล้ว สเนปก้มมองดูตัวเองด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นเคย เขากลายเป็นรอนเรียบร้อยแล้วจริง ๆ 


“เราคงมีปัญหากับเสื้อผ้า แต่ไม่ต้องห่วง” แฮรี่เดินออกไปหารอนที่นอนอยู่ที่เดิม และไม่รอช้า แฮรี่จัดการถอดเสื้อผ้ารอนออกทันทีเหลือไว้เพียงชั้นในให้ดูไม่น่าเกลียด(?)และเดินกลับมาหาสเนปที่ยังคงนั่งทำใจไม่ได้ แฮรี่วางเสื้อผ้าไว้บนโต๊ะ “เปลี่ยนเลยครับ เราจะออกไปข้างนอกภายในสิบนาที ผมไม่อยากให้น้ำยาออกฤทธิ์อย่างเสียเปล่า ถ้าเรายังเสียเวลา” 


สเนปถอนหายใจก่อนจะหยิบเสื้อผ้าเข้าไปเปลี่ยนที่ห้องนอนของตน สักพักเขาจึงออกมาด้วยลุคของรอนแบบเต็มยศเสียที แฮรี่มองอย่างพอใจ 


“ดี คราวนี้เราจะไปฮ้อกมี้ดกัน ผมว่าร้านหนังสือกับของหวานน่าจะสร้างความสุขให้เราได้ในวันนี้นะ” แฮรี่พูดจบก็จับมือสเนปไว้ก่อนจะพาไปฮ้อกมี้ดทันที 

 

เมื่อถึงฮ้อกมี้ดแล้ว สิ่งแรกที่แฮรี่จะพาสเนปไปก็คงไม่พ้นร้านหนังสือเป็นแน่ทั้งที่อยากจะพาไปเที่ยวที่มันดี ๆ หน่อยแท้ ๆ แต่อีกฝ่ายก็ยังยืนยันว่าอยากไปร้านหนังสือก่อนให้ได้ ทำไมแฮรี่จะไม่รู้ล่ะว่าสเนปอยากจะหาข้อมูลการกลับอดีตมากแค่ไหนทั้งที่แฮรี่แทบอยากจะบอกทุกครั้งที่เห็นสเนปพยายามว่า พอเถอะ อยู่กับผมตลอดไปเลยได้มั้ย ? แต่นั้นเป็นไปไม่ได้แน่เขาจึงได้แต่คิดในใจเท่านั้น เมื่อเดินเข้าไปในร้านอีกฝ่ายก็เอาแต่ยืนมองหาหนังสือ หยิบออกมาอ่านบ้างเก็บบ้างด้วยสีหน้าจริงจัง แฮรี่ยืนมองสเนปไม่วางตา 


“มองอะไรของเธอ” เมื่อสเนปเปิดปากพูดก็ทำเอาแฮรี่หลุดขำออกมาทันทีจนเขาต้องทำหน้าไม่เข้าใจ 


“เอ่อ ..ขอโทษครับ แค่ ..ผมกำลังแปลกใจที่เห็นรอนจริงจังกับหนังสือและก็ เอ่ออ ..เสียงนั้นด้วย นั้นเสียงคุณ” นึกภาพรอนทำหน้าจริงจังแบบสเนปสิ วางมาดเก๊กขรึมเย็นชาใส่งั้นเหรอ มองยังไงก็ไม่น่ากลัวเลยสักนิด 


“ฉันถึงบอกเธอแล้วว่าไม่อยากเป็นเจ้าวิสลีย์นั้น” สเนปทำสีหน้าไม่พอใจใส่แฮรี่ก่อนจะค้นหาหนังสือต่อ  


“คุณยังขยันหาทางกลับไม่เปลี่ยนเลยนะ ไม่อยากอยู่ที่นี่เหรอครับ” แฮรี่เอ่ยถามในขณะที่ยังคงยืนมองสเนปอยู่ สเนปหันมามองแฮรี่เพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะสนใจที่หนังสือต่อ เขาตอบกลับโดยที่ไม่สนใจจะมองแฮรี่สักนิด 


“เธอลองคิดดูนะพอตเตอร์ ถ้าเธอต้องไปอยู่ในโลกโลกนึงที่ไม่ใช่โลกของเธอ แล้วก็ไม่มีที่ของเธออยู่เลย แล้วยังทำอะไรไม่ได้อีก เธอจะรู้สึกยังไงบอกฉันสิ่” แฮรี่ยกยิ้มอย่างคนกลั้นขำเอาไว้เพราะใบหน้าของรอนที่เรียกเขาว่าพอตเตอร์มันช่างแปลกพิกล 


“ผมก็คงหาทางกลับแบบคุณ เว้นแต่ว่า ..” แฮรี่หยุดพูดสักพักเพื่อให้แน่ใจว่าควรจะพูดออกไปหรือไม่ “ที่ตรงนั้นมันมีคุณอยู่ด้วย ผมก็คงไม่อยากกลับไป” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเชื่องช้า มองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่คาดเดาได้ยากจนสเนปหยุดมองและเบี่ยงสายตาไปทางอื่น 


“ฉันเจอหนังสือแล้วพอตเตอร์ ขอตัวไปคิดเงิน” สเนปเดินหลบแฮรี่ไปที่เคาท์เตอร์ ไม่สนใจอีกฝ่ายที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แฮรี่ยักไหล่กับตัวเองก่อนจะหันกลับเดินตามอีกฝ่ายไป 

 

ระหว่างที่คิดเงินอยู่นั้นจู่ ๆ ลูกค้าคนใหม่ก็เปิดประตูเข้ามาภายในร้านซึ่งแฮรี่จะไม่สนใจเลยถ้าหากว่าลูกค้าที่ว่านั้นดันเป็น .. 

 

“เฮ้ แฮรี่ ลมอะไรหอบนายมาข้างนอกได้ล่ะเปลี่ยนใจอยากไปดื่มกับฉันแทนแล้วใช่มั้ย ..แล้วนั้น ? เจ้าวิสลีย์เหรอ ?” เดรโกทักทายแฮรี่เสร็จก็หันมามองอีกคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างแปลกใจ “ไม่ยักรู้ว่าอ่านหนังสือกับเขาด้วย” แฮรี่กรอกตาอย่างเบื่อหน่าย ‘เจ้าเดรโกอีกแล้ว’ เขาคิด 


“ไงเดรโก เอ่ออ วันนี้ฉันพาเซ .. รอนออกมาเที่ยวเล่นน่ะ นายมาทำอะไรที่นี่” แฮรี่เอ่ยถามโดยเลี่ยงที่จะให้สเนปกับเดรโกได้คุยกัน 


“ฉันเหรอ ? ก็มาหาหนังสือที่อยากได้น่ะสิ ช่วงนี้ฉันก็ว่างเหมือนนายนั้นล่ะถึงต้องมาหาหนังสืออ่านที่นี่” เดรโกเดินเข้ามาชิดสเนปที่คิดเงินเรียบร้อยแล้วหันมายืนมองเดรโกอย่างไม่พูดไรเพราะเขาเองก็อย่างเลี่ยงการพูดคุยกับคนอื่นในร่างนี้เช่นกัน แต่เขาไปไหนไม่ได้เขาต้องรอแฮรี่ 


“งั้นก็ขอให้นายเจอหนังสือที่ต้องการนะเดรโก ฉันต้องไปแล้ว” แฮรี่ทำท่าจะเดินออกจากร้านอย่างกระวนกระวายใจ แต่เดรโกยังคงไม่ละความพยายาม 


“เดี๋ยวนี้ตระกูลวิสลีย์มีเงินมาซื้อหนังสือมือหนึ่งแล้วงั้นหรือ” สเนปและแฮรี่หยุดชะงักในทันที ถึงสเนปจะรู้สึกว่านั้นไม่ใช่ชื่อเขาแต่เดรโกพูดถึงเขาแน่นอน ทั้งคู่หันกลับมามองเดรโก 


“ไม่เอาน่าเดรโก ไม่ใช่ตอนนี้” แฮรี่รู้ดีว่ามีแค่ตนเองเท่านั้นที่หันมาญาติดีกับเดรโกด้วย แต่คนอื่น ๆ ไม่ 


“อ่อ ใช้เงินแฮรี่ซื้อสินะ อย่างแกคงจะเกาะแฮรี่ไปวัน ๆ ล่ะสิ” เดรโกยิ้มเยาะแต่สเนปกลับมองนิ่งพลางเดินออกไปใช้มือคว้าคอเดรโกเข้ามาใกล้ ทำเอาเดรโกถึงกับผงะกับท่าทีนั้นทันที และสเนปก็ดันสะดุดกับคำว่า ‘เกาะ’ ที่ออกมาจากปากเดรโกซะด้วย 


ย่ามาปากดีใส่ฉัน มัลฟอย” เมื่อพูดจบสเนปปล่อยมือจากคอเสื้อเดรโกออก น้ำเสียงและท่าทางที่ดูเย็นชานิ่งสงบนั้นทำเอามัลฟอยทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก แต่ไม่ใช่กับแฮรี่ 


“พรืด !..” แฮรี่หลุดขำออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ และเขาเองก็หยุดขำไม่ได้แล้วด้วย ทั้งสองหันมามองแฮรี่อย่างงง ๆ เช่นเดียวกัน 


“เป็นบ้าอะไรน่ะแฮรี่” เดรโกถาม แฮรี่พยายามหยุดขำในทันที 


“เปล่า ๆ โทษที ไม่มีอะไร” แฮรี่ทำมือปัด ๆ เป็นนัยบอกว่าอย่าใส่ใจเขาเลย “ฉันบอกแล้วว่าไม่ใช่ตอนนี้เดรโก ไปก่อนนะ” 


เมื่อพูดจบแฮรี่จับมือสเนปเดินออกไปจากร้านทันที เดรโกยังคงมองไม่วางตานอกจากเขาจะสงสัยท่าทีแปลก ๆ ของรอน(ที่เป็นสเนป)แล้วเขายังสงสัยมือนั้นด้วย  


“ปกติสองคนนั้นสนิทกันขนาดจับมือเดินกันแล้วเหรอ พิลึกแฮะ” เดรโกพูดกับตัวเองก่อนจะหันกลับไปหาหนังสืออย่างที่ตนเองต้องการเช่นเดิม 

 

ทางด้านแฮรี่และสเนป เขาทั้งคู่ตอนนี้อยู่ในร้านของหวาน นั่งทานไอติมถ้วยใหญ่ด้วยกัน แต่กลับเป็นแฮรี่คนเดียวที่ยังคงกินเอา ๆ ทำเอาเขาหยุดกินและมองสเนปที่ยังคงนั่งนิ่งเฉย 


“ไม่กินเหรอครับ ผมสั่งไซส์ใหญ่มาเลยนะ” แฮรี่ตักกิน แต่ตายังคงมองคนตรงหน้า 


“ฉันไม่ชอบของหวาน” สเนปพูดตอบ  


“ไม่เอาน่า ในชีวิตคุณต้องลองบ้างสักครั้งนะ เร็วเข้า” แฮรี่ตักไอติมขึ้นมาช้อนนึงก่อนจะจ่อที่ปากสเนป แต่สเนปก็ยังคงมองช้อนที่ยื่นมาด้วยความนิ่งเฉย ก่อนจะหยิบช้อนตักไอติมขึ้นมาทานเองไม่สนใจช้อนที่ยื่นมาสักนิดทำเอาแฮรี่ทำสีหน้าท่าทางไม่ถูกเลยทีเดียว เขาชักช้อนกลับวางลงบนถ้วยเช่นเดิม 


“คุณอยู่กับผมมาหลายวันแล้ว ไม่เปิดใจให้ผมบ้างเลยหรือไง” แฮรี่พูดตัดพ้อ เขาเอ่ยประโยคถัดมาด้วยเสียงแผ่วเบาราวกระซิบกับตนเอง “อิจฉาแม่ตัวเองชะมัด” 


“ฉันไม่เข้าใจที่เธอพูดหรอกนะพอตเตอร์ แต่สิ่งที่เธอทำกิริยาทุกอย่างมันไม่ใช่สิ่งที่ทำกับ ..ผู้ชาย” สเนปเน้นคำหลัง 


“เหรอ งั้นแบบไหนล่ะถึงเรียกว่าทำกับผู้ชายได้” แฮรี่บอกอย่างเบื่อหน่ายกับความไม่รู้เรื่องรู้ราวกับความรู้สึกเขาเลยของสเนป 


“เธอหมายความว่าไงกันแน่ กำลังล้อฉันเล่นอยู่หรือไง” 


“เปล่าครับ” แฮรี่ตัดไอติมเข้าปากแบบไม่สนใจสเนปอีกต่อไป เขาไม่พูดหรอกว่า ก็ผมจีบคุณอยู่ไม่รู้หรือไง’ ถ้าพูดออกไปล่ะก็ได้กลับบ้านตอนนี้แน่  


เมื่อทั้งสองกินไอติมกันจนหมดถ้วยแฮรี่ก็ยื่นน้ำยาสรรพรสอีกขวดให้สเนปดื่มทันทีเพราะดูเหมือนใกล้จะหมดเวลาหนึ่งชั่วโมงแล้ว สเนปยกดื่มอย่างว่าง่ายแล้วยื่นขวดคืนให้ แฮรี่รับมาก่อนจะสังเกตได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้รู้ตัวเลยว่ากินเลอะแค่ไหน เขาเอื้อมมือไปเช็ดไอติมที่มุมปากสเนป 


“แบบนี้ทำกับผู้ชายได้มั้ยครับ” แฮรี่ยกยิ้มที่สเนปเผลอใจกระตุกไปวูบนึง เขาแค่ตกใจไม่มีอะไร สเนปคิด 


“เลิกล้อเล่นสักที” สเนปพูด แต่เอาเข้าจริง ๆ แฮรี่ก็รู้สึกขัดแปลก ๆ อยู่นะที่คนตรงหน้าเขามีหน้าตาเป็นรอน แต่น้ำเสียงและท่าทางก็ยังคงเป็นสเนปแบบที่เขารู้จักมันจึงทำให้เขาไม่รู้สึกผิดอะไรที่จำเป็นแบบนี้ถึงจะจั๊กจี้แปลก ๆ ในบางทีก็เถอะ 


เมื่อจบจากร้านไอติม พวกเขาก็เดินเข้าร้านนั้นร้านนี้ รวมไปถึงร้านขนมฮันนี่ดุกที่แฮรี่ไม่พลาดจะซื้อขนมไปตุนไว้ที่บ้าน สเนปเพียงแค่เดินมองเท่านั้นก่อนจะไปซื้อกาแฟสักแก้วมาดื่มกัน เดินเล่นไปตามถนนมองดูร้านต่าง ๆ และผู้คนมากมายที่เดินกันไปมา บรรยากาศที่ยังคงเป็นไปได้ดีสำหรับแฮรี่จนสุดท้ายเขาพาสเนปมาที่ทุ่งหญ้าโล่งกว่างที่หนึ่งเขาพาอีกฝ่ายนั่งลงพิงต้นไม้ต้นใหญ่ ลมพลิ้วไหวเย็นสบาย วิวทัศน์ที่โล่งตา ปราศจากผู้คนที่นี่ไม่มีใครผ่านเลยแฮรี่ศึกษามาอย่างดีแล้ว และมันเป็นที่สุดท้ายที่แฮรี่คิดว่าจะพาสเนปมานั่งเล่นชมวิวเอาบรรยากาศเพื่อที่จะได้ผ่อนคลายขึ้นมาบ้างจากการหาทางกลับอดีตและเอาแต่อยู่ในบ้านของสเนปเอง สเนปตัดสินใจนั่งลงข้าง ๆ แฮรี่ที่นั่งก่อนเขาเรียบร้อยแล้ว สายตาทอดมองไปรอบ ๆ พลางคิดในใจว่าที่นี่ก็ทำให้ใจเขาปลอดโปร่งดีเหมือนกัน 


“คุณกลับร่างเดิมแล้วนี่” แฮรี่หันมอง  อีกฝ่ายก้มมองตัวเองเช่นกัน


“เสื้อผ้ามันแน่น ส่งน้ำยามา”สเนปกล่าวพลางยื่นแขนรอรับน้ำยาจากอีกฝ่าย แต่แฮรี่ส่ายหัว 


“ผมอยากใช้เวลากับร่างที่แท้จริงของคุณบ้าง ขวดสุดท้ายคงไม่ต้องใช้แล้วล่ะครับ” แฮรี่พูดพลางยิ้มให้


“แต่ถ้ามีใคร —“ 


“ไม่มีหรอก” แฮรี่รีบพูดขัด ผมชอบมาที่นี่ประจำมันไม่เคยมีใครมาที่นี่เลยสักคน ผมถึงชอบที่จะมานั่งเล่นคนเดียวตลอด” แฮรี่หยิบเสื้อผ้าสเนปจากในกระเป๋าขยายพื้นที่ที่เขาพกมาด้วยยื่นให้อีกฝ่ายเปลี่ยน “เสื้อผ้าครับ” 


สเนปมองอยู่ชั่วครู่นึงก่อนจะตัดสินใจหยิบและลุกไปเปลี่ยนด้านหลัง แฮรี่ยังคงนั่งพิงต้นไม้เหม่อมองทัศนียภาพต่าง ๆ ด้วยความรื่นรมย์ เมื่อสเนปเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จจึงจัดการนำเสื้อผ้าของวีสลีย์ใส่กระเป๋าแฮรี่ด้วยตนเองก่อนจะนั่งลงที่เดิม  พวกเขานั่งเงียบกันอยู่นาน สัมผัสกับธรรมชาติอยู่สักพักจนกระทั่งแฮรี่ที่เป็นฝ่ายเริ่มพูดขึ้นมาก่อน


“บางครั้งผมก็มักจะคิดอยู่บ่อย ๆ ทุกครั้งเวลาที่นั่งอยู่ที่นี่มันคงจะดีถ้ามีคุณอยู่กับผมด้วย ..แล้ววันนี้มันก็เป็นจริง คุณนั่งอยู่ข้าง ๆ ผม กับผม ตอนนี้” แฮรี่พูดด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย สเนปที่นั่งข้าง ๆ รับฟังแฮรี่ด้วยความจริงใจไม่ถากถางเช่นเคย เพราะเขาคิดว่าคงจะดีถ้าได้รู้ความคิดของแฮรี่บ้าง  แต่ก็อดนึกสงสัยขึ้นมาไม่ได้


“ทำไมถึงต้องเป็นฉันล่ะพอตเตอร์ ความจริงฉันคิดว่าน่าจะเป็นพ่อและแม่ของเธอเสียมากกว่า หรือซีเรียสพ่อทูนหัวของเธอ ลูปินที่คอยช่วยเธอเสมอ แต่ทำไมกลับเป็นฉัน ฉันไม่ได้ทำอะไรให้เธอมานึกถึงเท่าคนพวกนั้น” เมื่อสเนปพูดจบแฮรี่ก็หันมามองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่จริงใจมากที่สุดเท่าที่สเนปเคยเห็นจากคนตรงหน้า เพราะเขาหันมามองเช่นกัน และเห็นดวงตาสีเขียวมรกตคู่สวยที่เหมือนกับแม่ของแฮรี่ ลิลี่ หญิงที่เขารักตลอดกาล ช่างเป็นดวงตาที่สวยงามจนเขาไม่อยากจะละสายตาไปไหนเพราะความคิดถึงหญิงสาวภายในใจที่ตายจากไปเสียแล้ว 


“เพราะคุณคือคนที่ช่วยและดูแลผมมาตลอด คุณอาจคิดว่าผมไม่รู้แต่.. ผมรู้ ทุกอย่างที่คุณทำเพื่อผม เพื่อครอบครัวของผม คุณคือคนที่สำคัญกับผมมากที่สุดครับศาสตราจารย์เซเวอรัส สเนป” คำพูดที่ถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากแฮรี่มันถูกส่งผ่านเข้ามาในหัวใจของสเนปทุกคำพูด เขารู้สึกถึงความจริงใจและความรักจากแฮรี่ถูกส่งมาหาเขาโดยตรงสเนปสัมผัสได้ และเพราะความรู้สึกที่ถูกส่งมาหาเขาแบบนั้นเขาไม่เคยได้มันจากไหน มันทำให้สเนปรู้สึกเหมือนใจเขาหวั่นไหวไปกับคำพูดพวกนั้น เขาเคยคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำถึงแม้จะไม่มีใครเห็นมันแต่เพื่อคนที่เขารักเขายอมทำได้ทุกอย่าง แต่ตอนนี้กลับเป็นแฮรี่ที่มองเห็นอย่างชัดเจน นัยน์ตาสีดำสบกับนัยน์ตาสีเขียวคู่สวยด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้นอย่างบอกไม่ถูกเขาไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมถึงรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา 


แฮรี่เองที่ยังคงจ้องมองอยู่เช่นกันเขามองเห็นความรู้สึกหลากหลายในนัยน์ตาสีดำคู่นั้น มันมีความรู้สึกที่เขาต้องการจะได้รับมาตลอดจากสเนปเอ่อล้นอยู่ภายในนั้น ถึงจะสับสนและไม่เข้าใจแต่มันก็ดีพอแล้วสำหรับแฮรี่ที่เขาทำให้สเนปมองเห็นตัวตนของเขาบ้าง ความหวั่นไหวและชั่ววูบหนึ่งเขาคิดว่าคนที่เขารักช่างดูน่าหลงใหล จนแฮรี่เองที่ไม่อาจกักเก็บความรู้สึกที่เขามีอยู่ไว้ได้ ก่อนระยะห่างของทั้งคู่จะลดลง และลดลง เป็นฝ่ายแฮรี่ที่ยอมแพ้ เขาขยับเข้าใกล้สเนปมากขึ้นจนริมฝีปากของเขาประทับลงกับริมฝีปากของคนตรงหน้า อารมณ์ของความต้องการของแฮรี่ถูกครอบงำ เมื่อความหอมหวานอ่อนนุ่มจากอีกฝ่ายทำเขาทิ้งเหตุผลไปทั้งหมด สเนปเองที่เผลอคล้อยตามจูบตอบเขาอย่างไม่รู้ตัว มันยิ่งทำให้แฮรี่ต้องการมันมากขึ้นมือข้างหนึ่งของเขาเลื่อนขึ้นมาประคองใบหน้าอีกฝ่าย และยังคงย้ำจูบริมฝีปากบางอยู่ซ้ำ ๆ ก่อนจะผละออกมาเล็กน้อยสายตามองคนตรงหน้าอย่างสับสน ความรู้สึกและเหตุผลเริ่มกลับมาอีกครั้ง ในตอนนี้แฮรี่จูบสเนปไปแล้ว เขาเผลอปล่อยให้ความต้องการชักนำไป และเป็นอีกครั้งที่เขาเริ่มรู้สึกเสียใจ 



----------------------------------------------------------------------------


ตัดฉับ ! ขอโทษที่ไรต์หายไปหลายวันนะ ไรต์พักร้อนกับวันหยุดของมหาลัยเพลิน(?)  มาต่อกันแล้วกับตอนที่ 5 ไม่มั่นใจว่าจะชอบกันหรือเปล่า ไรต์พิมพ์ไปก็นั่งคิดอยู่นานยอมรับค่ะว่าตอนนี้มันไม่ดีพอเท่าไหร่  ขอบคุณสำหรับคนที่ติดตามฟิคนี้ด้วยนะคะ และขอบคุณสำหรับกำลังใจด้วยเช่นกันชื่นใจทุกครั้งที่คนติดตามเพิ่มขึ้น 


นอกจากนี้ ฝากเม้นกันด้วยนะคะไรต์มีกำลังใจทุกครั้งที่ได้อ่านเม้นตลอดเลย มีแรงฮึด ><' ติชมกันได้ค่ะ เจอกันตอนหน้านะ !

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

230 ความคิดเห็น

  1. #208 Sevy (@nooksingmen) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 15:54
    กลับมาอ่านหลายรอบแล้วอยากให้แต่งต่อชอบๆๆๆ
    #208
    0
  2. #98 BabyFish2547 (@lookpa2547) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 01:21
    ตายสงบศพสีชมพู 😆😆😆😆
    #98
    0
  3. #28 iPhoenyx (@iphoenyx) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 22:58
    ไรท์ เราค้างงง อ๊ากก ไรท์มาช่วยเลยยย
    #28
    0
  4. #27 Me The Ripper (@MeTheRipper) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 08:58
    แว้กกกกกก!! ค้างงง
    #27
    0
  5. #26 Kronos-Hades (@Kronos-Hades) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 07:57
    สนุกๆๆๆๆ
    #26
    0
  6. #25 love-novel-pp (@love-novel-pp) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 06:04
    ฮืออออ เราชอบมากๆ มาต่อเร็วๆนะคะ
    #25
    0
  7. #24 นิหน่อย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 01:37
    ไรท์รีบมาต่อเลยนะ ใจจะขาด
    #24
    0
  8. #23 Yanikajitklang (@Yanikajitklang) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 01:08
    กรี๊ดดดดดดดด ไรท์รีบๆมาต่อน๊าาาาาาาา
    #23
    0
  9. #22 lythim (@lythim) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 22:55
    ฟินไปอีก
    #22
    0