Fic Harry Potter [HP/SS] - A New Way of Life

ตอนที่ 14 : บทที่ 13 - ควิดดิช

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 774
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    9 เม.ย. 61

บทที่ 13 



ในวันต่อมาแฮร์รี่กำลังเดินไปตามทางเดินที่มืดครึ้มมากจนต้องจุดคบไฟและตะเกียง เนื่องจากสภาพอากาศข้างนอกที่ไม่สู้ดีนัก ลมพัดแรงขึ้นเรื่อย ๆ และฝนที่ตกหนักกว่าที่เคย ระหว่างทางเดินแฮรรี่เอาแต่คิดถึงการแข่งขันควิดดิชที่จะมีในวันพรุ่งนี้ วู้ดที่คอยเฝ้ากระหืดกระหอบมาหาเขาอยู่เสมอ ๆ ในระหว่างเปลี่ยนคาบเรียนเพื่อที่จะมาบอกเทคนิคกับเล่นกับทีมฮัฟเฟิลพัฟ วู้ดพูดอยู่นานจนแฮร์รี่ฉุดคิดขึ้นมาได้ว่าตัวเองกำลังจะเข้าเรียนวิชาป้องกันตัวจากศาตร์มืดสายเสียแล้ว จึงได้รีบบอกวู้ดและวิ่งออกมาทันที วู้ดยังมิวายตะโกนไล่หลังเขาออกมา 


“ดิกกอรี่กลับตัวเร็วมากนะ แฮร์รี่! เพราะฉะนั้นนายอาจจะต้องพยายามบินวนเป็นวงล่อเขา!” 


แฮร์รี่เพียงแค่หันกลับมาพยักหน้าไว ๆ แล้ววิ่งตรงไปสู่ชั้นเรียนอย่างรวดเร็วจนมาหยุดยืนอยู่ด้านหน้า เขาดึงประตูเปิดออกก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปด้านใน 


“ขอโทษครับ ศาสตราจารย์ลูปิน ผมมาสาย คือว่าผม ..” 


เสียงของแฮร์รี่หยุดชะงักไปเมื่อเขาพบว่าคนที่ยืนสอนอยู่ตรงหน้าชั้นเรียนไม่ใช่ลูปินที่เขาคาดหวัง กลับกลายเป็นสเนปที่ยืนมองนิ่งตรงมาทางเขา 


“วิชานี้เริ่มมาได้สิบนาทีแล้วแฮร์รี่ รีบนั่งซะ” สเนปพูดจนลืมเผลอเรียกชื่อเล่นของแฮร์รี่ไปเสียแล้วแต่เขาก็ไม่ทันได้ฉุดคิดกับความเคยชินนี้ ผิดกับนักเรียนคนอื่น ๆ ที่หันมามองกันอย่างงุนงงเล็กน้อยแต่ก็ไม่อาจกล้าพูดอะไรได้มากนัก 


แฮร์รี่ยังคงยืนไม่ขยับตามคำสั่ง 


“ศาสตราจารย์ลูปินไปไหนหรือครับ” เขาถาม 


“วันนี้ศาสตราจารย์ของพวกเธอป่วยจนไม่สามารถมาทำการสอนได้ เพราะฉะนั้นนั่งลงเสียที” สเนปพูดอย่างไม่ใส่ใจนักแต่แฮร์รี่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ 


“เขาเป็นอะไรหรือครับ?” เขาถามอีกครั้ง จนสเนปมองมาทางเขาอย่างพินิจ มีความรู้สึกบางอย่างคล้ายกับความไม่พอใจแฝงอยู่จนแฮร์รี่สัมผัสได้ทั้งจากใบหน้าและดวงตาสีดำคู่หนึ่ง ใช่ สเนปไม่พอใจอย่างมากที่เขาเอาแต่ถามเกี่ยวกับลูปินมากมายจนไม่สนใจฟัง 


“เขายังไม่ตายหรอก แต่ถ้าหากเธอยังไม่นั่งลงล่ะก็ เห็นทีฉันคงต้องหักคะแนนกริฟฟินดอร์สักห้าสิบคะแนนเป็นยังไง ?” สเนปร้องขู่ด้วยความพอใจจนแฮร์รี่ต้องยอมทิ้งความสงสัยและนั่งลงตรงที่ว่างอยู่  


สเนปเริ่มเปิดหนังสือของเขาไปที่หน้าท้าย ๆ จนเกือบจะถึงบทสุดท้าย ซึ่งเป็นบทเรียนที่เด็ก ๆ ยังเรียนไม่ถึงเป็นแน่ 


“เปิดหนังสือไปที่หน้าสามร้อยเก้าสิบสี่” เขาสั่ง เด็ก ๆ ทุกคนต่างเปิดหนังสือเรียนตามคำสั่ง  


“มนุษย์หมาป่า ..” เฮอร์ไมโอนี่ร้องขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อเธอเปิดถึงหน้าสามร้อยเก้าสิบสี่เจอเป็นคนแรกและเงยหน้ามองสเนปที่ยืนอยู่หน้าชั้น “แต่เรายังไม่ควรจะเรียนเรื่องมนุษย์หมาป่ากันตอนนี้นะคะ” 


“คุณเกรนเจอร์” สเนปพูดเสียงเหี้ยมเกรียม “ฉันเข้าใจว่าตัวฉันเป็นคนสอนวิชานี้ ไม่ใช่เธอ และฉันก็กำลังบอกพวกเธอทุกคนให้เปิดไปที่หน้าสามร้อยเก้าสิบสี่” เขากวาดตามองเด็ก ๆ รอบห้อง “เดี๋ยวนี้ !” 


หลายคนแอบชำเลืองมองกันอย่างข่มขืนและพึมพำอย่างบูดบึ้ง แล้วทั้งชั้นก็เปิดหนังสือ 


“พวกเธอคนไหนบอกฉันได้บ้างว่า เราจะแยกมนุษย์หมาป่ากับหมาป่าจริง ๆ ได้ยังไง” สเนปถาม 


ทุกคนยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับเว้นเสียแต่เฮอร์ไมโอนี่ที่พยายามชูมือขึ้นอยากจะตอบคำถามเต็มที่ 


“ไม่มี ..” สเนปไม่สนใจเฮอร์ไมโอนี่ที่ยกมืออยู่ “นี่พวกเธอกำลังจะบอกฉันว่า ศาสตราจารย์ลูปินยังไม่ได้สอนกระทั่งข้อแตกต่างพื้น ๆ ระหว่าง..” 


“เราบอกอาจารย์แล้วนี่คะ ว่าพวกเรายังเรียนไม่ถึงมนุษย์หมาป่า เรายังเรียนเรื่อง ..” ปาราวตีพูดขึ้นแต่ก็ถูกขัดขึ้นด้วยสเนป 


“เงียบ !” สเนปตะคอก “ฉันนึกไม่ถึงเลยถ้าหากพวกเธอจะต้องไปพบเจอมันเข้าจะทำยังไง แถมพวกเธอยังเรียนช้ากันขนาดนี้” 


“ขอโทษค่ะ ศาสตราจารย์” เฮอร์ไมโอนี่ที่ยกมือค้างอยู่พูดขึ้น “มนุษย์หมาป่ามีข้อแตกต่างเล็ก ๆ จากหมาป่าจริง ๆ หลายข้อค่ะ ปลายจมูกของมนุษย์หมาป่า...” 


“นี่เป็นครั้งที่สองที่เธอพูดแทรกขึ้นคุณเกรนเจอร์” สเนปพูดขัดด้วยความเย็นชา “หักกริฟฟินดอร์ห้าคะแนน โทษฐานที่รู้มากเสียจนน่ารำคาญ” 


หลังจากนั้นทั้งชั้นก็ตกอยู่ในความเงียบไม่มีใครกล้าพูดขัดขึ้นมาอีก ได้แต่จดโน้ตย่อเกี่ยวกับมนุษย์หมาป่าจากตำราและคำอธิบายของสเนป จนกระทั่งเสียงระฆังดังขึ้น สเนปยังคงไม่เลิกชั้น 


“ให้แต่ละคนเขียนเรียงความส่งฉันเรื่องวิธีสังเกตมนุษย์หมาป่าและวิธีฆ่ามัน ฉันต้องการความยาวสองม้วนกระดาษ ส่งภายในเช้าวันจันทร์ ถึงเวลาที่ต้องมีใครสักคนควบคุมพวกเธอเสียบ้าง ...เลิกชั้นได้” 


นักเรียนทุกคนต่างเก็บข้าวของใส่กระเป๋าทันที และทยอยเดินออกจากห้องไป มีเพียงแฮร์รี่ที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม รอนและเฮอร์ไมโอนี่ต่างสงสัยที่เขาไม่ออกมาจากห้องด้วยกัน 


พวกเธอไปก่อนเลย เดี๋ยวฉันตามไป” แฮร์รี่บอกเพื่อนของเขาที่ยังคงแปลกใจว่าจะมีธุระอะไรถึงทำให้แฮร์รี่อยากจะอยู่กับสเนปต่อแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรทั้งคู่เดินออกไปจากห้องจนกระทั่งเหลือแฮร์รี่เพียงคนเดียวที่ยังคงอยู่ในห้องนี้ 


สเนปที่ก้มหน้าก้มตาเก็บหนังสืออยู่สักพักรู้สึกถึงใครบางคนที่ยังอยู่ในห้องของเขาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง 


“ทำไมเธอไม่ไปกินมื้อเที่ยงที่ห้องโถงเสียล่ะแฮร์รี่” สเนปพูดเสียงเนิบนาบตามฉบับของเขา  


“อันที่จริง คุณไม่ควรจะทำแบบนั้นกับนักเรียนเลยนะครับ” แฮร์รี่พูดขึ้นอย่างไม่ใช่ประเด็น เพียงแค่เขาไม่รู้จะเริ่มต้นพูดอะไรขึ้นมาดี สเนปเลิกคิ้วมองน้อย ๆ 


“งั้นหรือ ..ที่แท้จะมาวิจารณ์การสอนของฉันใช่ไหม ไม่ต้องห่วงหรอกพอตเตอร์ ครั้งหน้าพวกเธอจะได้ศาสตราจารย์ลูปินคืนและจะไม่เจอฉันอยู่ในวิชานี้แน่นอน” สเนปพูดประชดประชัน แต่แทนที่แฮร์รี่จะแสดงความไม่พอใจหรือความรู้สึกอื่น ๆ ออกมา เขากลับหัวเราะเสียงดังลั่นจนทำให้คนร่างสูงมึนงง 


หัวเราะอะไร ?” สเนปถาม แฮร์รี่ยังคงหัวเราะเขาไม่หยุดจนกระทั่งต้องพยายามแทบตายที่จะหยุดขำให้ได้ 


“อุบ ..ผม—ขอโทษครับ แค่-บางครั้งคุณก็เริ่มดูเดาง่ายขึ้นมานิดหน่อย เมื่อวานคุณยังน่ารักกับผมอยู่เลยนะครับ” เมื่อแฮร์รี่พูดดังนั้น สเนปตกใจกับคำว่าน่ารักที่ออกมาจากปากเขาในทันที  


“เธอ—ว่ายังไงนะ ?!” สเนปตวาดลั่น 


“คุณเปลี่ยนไปจริง ๆ ด้วย” แฮร์รี่ทรุดตัวนั่งลงกับที่นั่งใกล้ ๆ “ผมไม่รู้หรอกว่าเพราะอะไร และผมรู้ว่าคุณคงไม่บอกผมหรอก แต่—รู้ไหมว่ามันไม่ดีกับผมเลย” แฮร์รี่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเคร่งเครียด สายตาเขาจับจ้องไปที่มือของตัวเองที่วางกุมเอาไว้ที่หน้าตัก 


“เธอกำลังกังวนเรื่องอะไรกันแน่” สเนปถาม แฮร์รี่เงียบอยู่ชั่วครู่หนึ่งเหมือนกำลังเพ่งสมาธิไปที่นิ้วมือของตนเองที่กำลังหมุนวนเล่นไปมาก่อนจะพูดขึ้น 


ความจริงแล้ว..” แฮร์รี่ละสายตาจากนิ้วมือมามองสเนป “คุณไม่ได้เกลียดผมใช่ไหมครับ ?”  


“.. ไม่” คำตอบของสเนปสร้างรอยยิ้มให้กับแฮร์รี่เป็นอย่างดี อย่างน้อยสิ่งที่เขากังวนก็ยกออกจากหัวไปได้แล้วหนึ่งในสี่ 


“งั้น—จะเป็นอะไรไหม ถ้าผมจะขอมาหาคุณบ่อย ๆ  น่ะครับ ศาสตราจารย์สเนป 


“ดูเหมือนที่ผ่านมาฉันจำได้ว่าเธอเข้ามาหาฉันถึงสามครั้งแล้วแฮร์รี่ มันคงจะสายไปถ้าจะมาขอเสียตอนนี้ ..และฉันก็เพิ่งบอกเธอไปเรื่องซื่อตรงเพราะฉะนั้น อยากจะทำอะไรก็ทำ” แฮร์รี่ส่งรอยยิ้มกว้างอีกครั้ง สเนปนิ่งชะงักไปทันทีที่เขาได้มองเด็กชายตรงหน้าที่กำลังมีภาพซ้อนทับกับแฮร์รี่ในอนาคตที่ส่งรอยยิ้มแบบนี้ให้เขาบ่อย ๆ เผลอจ้องมองและจมลึกไปกับมัน นึกถึงเหตุการณ์ที่เขาเผชิญมาไม่นานมานี้ .. 


“ศาสตราจารย์ฮะ ?” แฮร์รี่ขมวดคิ้วมองอย่างุนงงกับท่าทางนิ่งไปของอีกฝ่าย มือโบกไปมาเพื่อเรียกสเนปให้กลับมามีสติอีกครั้ง สเนปสะดุ้งน้อย ๆ เมื่อเขาคิดว่าตัวเองเผลอใจลอยไปไกลก่อนจะกลับมามองด้วยสีหน้าปกติอีกครั้ง 


“ใกล้จะหมดเวลาพักแล้วแฮร์รี่ รีบไปกินมื้อเที่ยงซะก่อนที่เธอจะหิวจนเรียนวิชาบ่ายไม่ไหว” สเนปพูดพลางเก็บเอกสารต่าง ๆ นานา ทำท่าทางยุ่งเสียจนไม่สามารถสนทนากับคนตรงหน้าต่อได้ แฮร์รี่เมื่อเห็นว่าเขาอยู่ที่นี่จนเกือบจะกินเวลามื้อเที่ยงไปมากแล้วจึงได้ลุกขึ้นยืนพลางเดินกลับไปที่ประตูห้อง 


“แล้วเจอกันนะครับศาสตราจารย์” สเนปพยักหน้าตอบเท่านั้น แฮร์รี่จึงได้ออกจากห้องพร้อมกับปิดประตูลง เมื่อสเนปรับรู้ถึงการจากไปของแฮร์รี่แล้วจึงได้ละจากสิ่งที่ตนเองแสร้งทำงานอยู่แล้วเงยหน้ามองบานประตูด้วยความห่วงหา พร้อมกับนั่งลงอย่างผ่อนคลายอารมณ์ เขาเผลอคิดอะไรไม่เข้าท่าอยู่เสมอ แม้กระทั่งเผลอคิดไปถึงแฮร์รี่ที่อยู่ในอนาคตที่เขาจากมา รอยยิ้มแบบนั้นเป็นรอยยิ้มที่เขาคิดถึง มันฉายขึ้นมาบนใบหน้าของเด็กหนุ่มวัยสิบสาม ช่างเหมือนกันเสียจนเขาอดที่จะเสียใจเล็ก ๆ ไม่ได้ แหงสิ เพราะนี่คือแฮร์รี่คนเดียวกัน สเนปคิดอย่างเหม่อลอยก่อนจะนึกห่วงขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ 


“ตอนนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้างนะแฮร์รี่ ..”  

 


แฮร์รี่ที่เพิ่งละออกมาจากชั้นเรียนของศาสตราจารย์สเนปเข้ามาในห้องโถงใหญ่เพื่อรับประทานอาหารมื้อเที่ยงที่เหลือเวลาเพียงน่อยนิดเท่านั้น แต่โชคดีที่ดูเหมือนเพื่อนทั้งสองของเขาจะเหลือที่นั่งไว้ให้หนึ่งที่ตรงกลางระหว่างทั้งคู่ เขามองอย่างขบขันก่อนจะเดินไปนั่งลงที่โต๊ะของกริฟฟินดอร์ เริ่มจัดแจงหยิบอาหารที่ทั้งคู่ได้เผื่อไว้ให้เขาเป็นที่เรียบร้อยแล้วมากินด้วยความรีบร้อน รอนหันมามองเขาที่มาโดยไม่ให้สุ้มให้เสียงเลยสักนิด ขมวดคิ้วน้อย ๆ กับความสงสัย 


“นายมีเรื่องอะไรกับสเนปหรือแฮร์รี่ สบายดีไหม โอเคหรือเปล่า” รอนพูดพลางมองเพื่อนของตนอย่างพิจารณาว่ามีอะไรบาดเจ็บเสียหายตรงไหนหรือไม่ราวกับกลัวว่าแฮร์รี่จะเพิ่งผ่านสงครามของสเนปมไม่มีผิด 


“ฉันไม่เป็นอะไรรอน แค่สงสัยเรื่องการบ้านนิดหน่อยน่ะ” แฮร์รี่ตอบปัด ๆ พลางกัดขนมปังเข้าปากอย่างไม่ใส่ใจ ผิดกับรอนที่ทำหน้าบู้ดบึ้งขึ้นมาทันที 


“แน่ล่ะสิ เขาสั่งการบ้านเราตั้งสองม้วนเชียวนะ แล้วเรื่องมนุษย์หมาป่า ..เรายังเรียนไม่ถึงด้วยซ้ำ” รอนบ่น 


“แล้วเป็นยังไงบ้างแฮร์รี่ สเนปพูดกับนายว่าไง” เฮร์ไมโอนี่ที่นั่งฟังอยู่นานหันมาถามบ้าง แฮร์รี่นั่งกินขนมปังอยู่เงียบ ๆ อย่างสบายอารมณ์สักพักก่อนจะตอบ 


เขาบอกว่าการแข่งควิชดิกของฉันไม่เกี่ยวกับการบ้านที่เขาสั่ง ยังไงซะ..” แฮร์รี่ที่ทานขนมปังทั้งหมดหมดแล้วปัดมือเพื่อปัดเศษขนมปังออกก่อนจะดื่มน้ำฟักทองตามไป “ฉันก็ต้องทำการบ้านให้เสร็จก่อนที่จะต้องไปซ้อมอยู่ดี” 


“ว่าแล้วเชียว นายก็รู้สเนปไม่เคยเข้าใจอะไรหรอก เขาน่ะอย่างกับไอ้—“ รอนที่สบถคำพูดจะว่าด่าสเนปด้วยคำไม่เหมาะสมก็ถูกสายตาเฮอร์ไมโอนี่จ้องเขม่งมาที่เขาพร้อมจะตวาด แต่กลับถูกแฮร์รี่ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน 


“โอ้ ! วิชาบ่ายจะเริ่มแล้ว เราควรจะไปกันได้แล้วล่ะ เร็วเข้า รอน เฮอร์ไมโอนี่” แฮร์รี่พูดพลางลุกขึ้นยืนเพื่อจะเดินออกจากห้องโถงทันควัน ทำเอาเพื่อนทั้งสองที่ยังพูดค้างอยู่ต้องรีบจบบทสนทนา เก็บข้าวของเดินตามเพื่อนของเขาไปที่ชั้นเรียนในคาบบ่ายแทบจะทันที 



ในที่สุดวันแข่งขันควิดดิชก็มาถึงเมื่อทีมของกริฟฟินดอร์พบกับทีมฮัฟเฟิลพัฟถึงอย่างไรนั้นก็ดูเหมือนฝนฟ้าอากาศก็ดูจะไม่เป็นใจเหลือเกิน เสียงพายุยิ่งดังหนักขึ้นเรื่อย ๆ แต่แฮร์รี่รู้ดีว่าการแข่งขันจะไม่ยกเลิกง่าย ๆ เพียงแค่อากาศเป็นแน่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เริ่มรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี วู้ดเคยชี้ให้เขาดูเซดริก ดิกกอรี่ตรงทางเดิน ซึ่งเป็นเด็กหนุ่มหล่อเหลา หุ่นดีและสูงกว่าแฮร์รี่มากนัก เขาได้แต่มองพลางคิดว่าตัวเองจะเสียเปรียบตรงไหน ซีกเกอร์ที่น้ำหนักเบาน่ะจะต้องได้เปรียบเรื่องความว่องไวอยู่แล้ว แต่ดูจากสภาพอากาศดูเหมือนน้ำหนักตัวของเขาจะเสียเปรียบเสียมากกว่า 


ทว่าฝนฟ้าที่หนักใช่เล่น แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ชมต่างลดละการมาดูการแข่งขันเช่นนี้เลยสักนิด ทุกคนต่างต้องวิ่งก้มหัวฝ่าลมพัดกระโชกลงเนินไปที่สนามควิดดิช ร่มปลิวหลุดมือระหว่างทางไปก่อนแฮร์รี่จะเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเพียงเล็กน้อย เขาเห็นมัลฟอย แครบ และกอยล์กำลังหัวเราะและชี้มาทางเขา แน่ล่ะ คงจะภูมิใจมากสินะที่หาข้ออ้างเลี่ยงการแข่งเพียงเพราะอากาศแย่น่ะ อ่อนหัดสิ้นดี 


เมื่อทีมกริฟฟินดอร์เปลี่ยนเสื้อคลุมเป็นสีแดงสด แล้วรอฟังวู้พูดให้กำลังใจก่อนลงแข่งเหมือนเช่นเคย แต่เขาพูดไม่ออก วู้ดพยายามอยู่หลายครั้ง ทำเสียงสะอึกแปลก ๆ ทีหนึ่ง แล้วก็ส่ายหัวอย่างผิดหวังก่อนจะพยักหน้าให้ลูกทีมตามไป ระหว่างที่แต่ละคนออกจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าไปจนกระทั่งแฮร์รี่ที่ออกเป็นคนสุดท้าย หากแต่เขาถูกใครบางคนหน้าประตูจับแขนไว้อย่างแรงและกระชากเข้าไปในห้องเช่นเดิม ลูกทีมคนอื่น ๆ ไม่ได้สังเกตจึงได้เดินนำออกไปแล้วนั้นเอง เมื่อแฮร์รี่รับรู้ถึงแรงกระชาก เขารีบหันกลับมาเพื่อจะส่งเสียงต่อว่าแต่กลับต้องหยุดชะงักลงเมื่อเห็นว่าใครคือคนที่ดึงเขาเข้ามา 


“ศาสตราจารย์สเนป ..?” แฮร์รี่มองด้วยความแปลกใจเล็กน้อยที่อาจารย์ประจำบ้านสลิธิรินมาหาเขาถึงห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของกริฟฟินดอร์ได้ 


“ใช่ ฉันเอง” สเนปพูดเสียงเรียบนิ่ง 


“ค— คุณ” แฮร์รี่ยังคงน้ำเสียงแปลกใจก่อนจะหันซ้ายหันขวาไปรอบ ๆ ว่ามีใครอื่นนอกจากพวกเขาอีกหรือไม่ แต่กลับพบว่าไม่มีจึงได้หันมาพูดต่อ “ศาสตราจารย์มาทำอะไรที่นี่ นี่ห้องเปลี่ยนเสื้อของกริฟฟินดอร์นะครับ” 


“ใช่ ฉันรู้ ฉันแค่อยากมาให้กำลังใจเธอก่อนการแข่งขัน เอาล่ะ อย่างแรกเธอคงรู้ว่าอากาศด้านนอกมันเป็นอย่างไร แฮร์รี่ เพราะฉะนั้น” สเนปพูดพลางหยิบไม้กายสิทธิ์ออกจากกระเป๋าเสื้อของเขา ก่อนจะชี้ไปที่หน้าของแฮร์รี่จนอีกฝ่ายรู้สึกระแวง 


“เดี๋ยว คุณจะทำอะไร” แฮร์รี่พยายามขัดขืนต่อการร่ายคาถาของสเนปทำให้ร่างสูงยิ่งต้องจับแขนของแฮร์รี่แรงขึ้นอีก 


“อยู่นิ่ง ๆ น่ะ ฉันกำลังจะช่วยเธออยู่รู้ตัวซะด้วย เจ้าสมองทึ่ม!” สเนปกระชากเสียงเข้ม ทำให้แฮร์รี่ยอมที่จะยืนนิ่ง ๆ แต่ยังคงสีหน้าหวาดกลัวอยู่น้อย ๆ “อิมเพอร์วิอัส!” 


แฮร์รี่นิ่งไปสักพักและเห็นว่าไม่เกิดผลอะไรขึ้นเลยสักนิด 


“แล้วยังไงต่อครับ ?”  


“เจ้าโง่ ! คาถานี้มันช่วยให้แว่นของเธอไล่น้ำได้ จะได้เล่นโดยที่ไม่มีฝนบังแว่นเซ่อ ๆ ของเธอยังไงล่ะ” เมื่อสเนปพูดดังนั้น แฮร์รี่ยิ่งสงสัยมากกว่าเดิม 


“อาจารย์คงลืมไปแล้วนะครับว่าผมอยู่บ้านกริฟฟินดอร์ ไม่ใช่สลิธิรินน่ะ ? ไม่เห็นจะต้องมาช่วยผมเลย” 


สเนปมองแฮร์รี่ด้วยนัยน์ตาที่อ่อนลงเล็กน้อย เขาถอนหายใจก่อนจะเอื้อมมือหนึ่งขึ้นไปลูบผมแฮร์รี่อย่างแผ่วเบา แฮร์รี่ผงะกับสัมผัสที่แปลกใหม่ อีกฝ่ายรู้สึกเคอะเขินนิดหน่อยกับท่าทีแปลก ๆ ของเขา 


ขอให้เธอชนะการแข่งแล้วมาเจอกับทีมสลิธิรินให้ได้ล่ะ คงจะรู้สึกแย่น่าดูถ้าทีมของเธอแพ้ก่อนจะมาเจอทีมของบ้านฉัน แฮร์รี่” สเนปไม่ได้ตอบคำถามของแฮร์รี่แต่กลับพูดเย้ยหยันแทน ผิดกับน้ำเสียงที่อ่อนโยนนั้นแฮร์รี่ไม่รู้สึกแย่เลยสักนิด มันเหมือนเขากำลังให้กำลังใจการแข่งในแบบของสเนปเสียมากกว่า 


แฮร์รี่พยักหน้าตอบเบา ๆ เมื่อเห็นดังนั้นสเนปจึงละมือของตนออก 


“ดี งั้นไปได้แล้ว” พูดจบสเนปก็เดินออกจากห้องไปทันที แฮร์รี่ที่ยังยืนนิ่งเมื่ออีกฝ่ายออกไปเขาจึงเผลอหลุดยิ้มให้กับตัวเองอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันหลังเดินออกไปจากห้องด้วยเช่นกันและวิ่งไปยืนอยู่ในสนามกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ  


“ไปไหนมาน่ะแฮร์รี่” วู้ดตะโกนถามเขาท่ามกลางสายฝน แต่เขากลับได้ยินเป็นอย่างดีเพราะยืนอยู่ห่างกันแค่นิดเดียว 


“ให้โชคตัวเองมาน่ะ ฉันคิดว่าครั้งนี้เราคงชนะแน่นอน เชื่อสิโอลิเวอร์!” แฮร์รี่ตอบพลางทำสีหน้ามั่นใจเต็มเปี่ยม รอยยิ้มที่หวังมุ่งชัยชนะและเต็มที่กับการแข่งครั้งนี้มากแค่ไหนทำให้วู้ดใจชื่นขึ้นมาเยอะกับความเต็มที่นั้น ถึงจะไม่เข้าใจก็เถอะว่าอะไรทำให้แฮร์รี่ดูจะมั่นใจขนาดนี้ก็ตาม ก็ในเมื่อมีคนที่เขารักอยู่เต็มอกมาให้กำลังใจแถมช่วยร่ายคาถาดี ๆ ให้ เขาจะไม่ดีใจได้ยังไง จะแพ้ไม่ได้หรอก ไม่งั้นคงผิดหวังแน่ ๆ ที่สเนปมาช่วยเขาขนาดนี้แต่กลับไม่ชนะกลับไป 


คาถาของสเนปได้ผลชะงัด แฮร์รี่รู้สึกถึงความหนาวเย็นและเปียกชื้นของสายฝนแต่กลับมองเห็นทัศนียภาพชัดแจ๋ว เขาบังคับไม้กวาดฝ่าอากาศแปรปรวน ตาจ้องมองหาลูกสนิชไปทั่วทุกทิศ คอยหลบลูกบลัดเจอร์ มุดหลบลงใต้ดิกกอรี่ที่ทะยานสวนไป 


มีเสียงฟ้าร้องอีกครืน และฝนที่ตกหนักดังพายุ สภาพอากาศอันตรายขึ้นทุกที แฮร์รี่ต้องจับลูกสนิชให้ได้โดยเร็ว เขาหมุนตัวหมายจะย้อนกลับไปกลางสนามแข่ง แต่นาทีนั้นเองฟ้าแลบขึ้นอีกครั้งจนอัฒจันทร์สว่างวาบ  


แล้วแฮร์รี่ก็เห็นอะไรบางอย่างเข้าทำให้ความสนใจหักเหไปจากเกมโดยสิ้นเชิง ภาพเงาสุนัขสีดำขนรุงรังตัวใหญ่มหึมา ทาบซัดตัดกับผืนฟ้า ยืนนิ่งไม่ไหวติงบนแถวที่นั่งด้านบนสุด แต่ก่อนที่เขาจะได้จ้องมองมันนานนัก วู้ดร้องเสียงหลงมาจากประตูกริฟฟินดอร์เรียกชื่อของเขาจนทำให้แฮร์รี่หันไปสนใจการแข่งแทน เป็นจังหวะที่ลูกสนิชบินมาอยู่ตรงหน้าเขาพอดิบพอดี จนกระทั่งมันบินหนีไปซ้ายทีขวาทีและหนีไปที่ด้านหลัง แฮร์รี่หันตามลูกสนิขและเห็นเซดริกกำลังพุ่งทะยานมาหาเขาหวังที่จะมาจับลูกสนิชเช่นเดียวกัน ด้วยความกลัวที่วูบขึ้น แฮร์รี่ทิ้งตัวราบกับด้ามไม้กวาดแล้วพุ่งตรงไปที่ลูกสนิชเพื่อที่จะเอื้อมมือไปจับมัน แต่ว่างเปล่า ลูกสนิชหนีไปอีกด้านหนึ่งด้านบนฟ้า เขายังคงทะยานพุ่งตรงไปหาลูกสนิชอย่างไม่ลดละ เซดริกตามมาติด ๆ ไม้กวาดของทั้งคู่บินสวนวนกันไปมา ลูกสนิชลอยสูงขึ้น สูงขึ้นเรื่อย ๆ  


ทว่ากลับมีอะไรแปลกไป ความเงียบและความหนาวเย็นกลับเพิ่มพูนมากขึ้นเป็นเท่าตัว เงาดำมืดปรากฏอยู่ด้านบนเบื้องหน้า หูของเขาเริ่มรู้สึกอื้อมากขึ้น เซดริกดูเหมือนจะท่าไม่ดีจึงได้บินหักหลบลงไปเบื้องล่างแทนอย่างยอมแพ้ แฮร์รี่ก้มลงมองอีกฝ่ายที่ละความพยายามไปแล้ว แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ใช่ เขาไม่คิดจะทำให้ใครบางคนผิดหวังไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ก่อนที่แฮร์รี่จะเห็นว่าลูกสนิชหายไปจากตรงหน้าเขาแล้ว ในเวลาเดียวกันเขากลับสังเกตว่ามีอะไรเคลื่อนไหวอยู่แทน เป็นเงาดำมืดที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง จนเขามองเห็นภาพที่ทำให้แฮร์รี่รู้สึกหนาวสั่นและหวาดกลัว 


ผู้คุมวิญญาณนับสิบลอยอยู่เบื้องหน้าเขา ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้หมวกคลุมแหงนเงยขึ้นมองเขา มันเหมือนมีกระแสน้ำเย็นเฉียบอยู่ภายในอกกรีดชำแหละอวัยวะภายใน ความเศร้าโศกและรู้สึกเหมือนโดนกลืนกิน ผู้คุมวิญญาณแต่ละตัวกำลังจะดูดกลืนวิญญาณของแฮร์รี่ เขารู้สึกหมดแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ และแล้วแฮร์รี่ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงใครคนหนึ่งที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือ เหมือนกับเสียงของคนที่กำลังจะพบกับความตาย เสียงของผู้หญิง ..กรีดบาดลึกเข้าไปในใจเขา กว่าจะทันรู้ตัว แฮร์รี่รู้สึกหมดสติดับมืดไป ตัวของเขาเลื่อนตกจากไม้กวาดจมดิ่งลงสู่เบื้องล่างลงมาต่ำลง ต่ำลง 


คนเบื้องล่างสังเกตเห็นอะไรตกลงมาจากเบื้องบนจนกระทั่งเกิดเสียงร้องร้องไห้กังทั่วสารทิศของเหล่านักเรียน ศาสตราจารย์พากันตกใจกลัวเมื่อเห็นร่างของแฮร์รี่ที่หล่นลงมาจากฟ้า ดัมเบิ้ลดอร์รีบผุดลุกขึ้นร่ายคาถาที่ทำให้แฮร์รี่ลงมาสู่พื้นได้อย่างนิ่มนวลทันที ... 



.........…................ 



”ฉันนึกว่าเขาจะตายซะแล้ว” 


“อย่าเวอร์น่ะรอน แฮร์รี่ไม่ตายหรอกนะ” 


“แว่นเขายังปกติดีอยู่เลย” 


แฮร์รี่ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบจนกระทั่งลืมตาตื่นขึ้นด้วยความยากลำบาก ภาพพร่ามัวทำให้เขามองไม่เห็นอะไรเลยสักนิดก่อนจะเอื้อมมือหยิบแว่นตารอบ ๆ เฮอร์ไมโอนี่เห็นดังนั้นจึงได้หยิบแว่นตายื่นให้แฮร์รี่ใส่ทันที เขามองเห็นเพื่อน ๆ มายืนรายล้อมรอบเตียงเต็มไปหมด และหันมองรอบ ๆ ด้วยความสงสัย ..เขาอยู่ในที่ห้องพยายาล แต่เมื่อไหร่กัน เกิดอะไรขึ้น ? 


“นายรู้ไหม นี่เป็นเหตุการณ์สุดสยองของฉันเลยนะตอนที่เห็นนายตกลงมาน่ะ” รอนพูดขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนของตนตื่นขึ้นแล้ว แต่แฮร์รี่ไม่ได้ใส่ใจฟังเท่าไรนัก 


“เกิดอะไรขึ้น ?” คำถามของแฮร์รี่ทำให้แต่ละคนอ้าปากค้าง หันหน้ามองกันและกันเล็กน้อยจนกระทั่งเฟร็ดเป็นผู้กล้าตอบเขาแทนเพื่อนคนอื่น ๆ  


“นายตกลงมา คงจะราว ๆ ... เท่าไรนะ ? สิบห้าเมตรได้มั้ง” 


“พวกเรานึกว่าเธอตายแล้ว” อลิเซียเพื่อนร่วมทีมตัวสั่น 


“แล้วการแข่งขันล่ะ ?” แฮร์รี่ถามอย่างกังวนใจ “เกิดอะไรขึ้น เราต้องเล่นใหม่หรือเปล่า” 


ไม่ทีใครพูดอะไรออกมา ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวซึบซาบสู่แฮร์รี่ช้า ๆ ความผิดหวัง เสียใจ และความมั่นใจ กำลังใจที่เขามีมามันสูญสิ้น เขารู้สึกหดหู่อย่างเห็นได้ชัดทีเดียว 


“ไม่มีใครโทษเธอหรอก แฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่พูดปลอบขึ้นแต่ดูเหมือนจะไม่ได้ทำให้เขาดีขึ้นเลยสักนิด “นายปลอดภัยแค่นี้ก็ดีสำหรับทุก ๆ คนแล้ว ศาสตราจารย์ดัมเบิ้ลดอร์ช่วยเธอไว้ไม่ให้เธอตกลงมากระแทกพื้น” 


แฮร์รี่นั่งซุกหน้าลงกับหัวเข่า ถอนหายใจอย่างคนผิดหวัง 


“ไม่เอาน่า ใคร ๆ ก็พลาดกันได้ นายไม่เคยแพ้สักครั้งเดียวเลยที่ผ่านมา” เฟร็ดพูดปลอบ  


“แต่ไม่ใช่ครั้งนี้!” แฮร์รี่ร้องขึ้นด้วยความอดกลั้น ทุกคนเงียบลงฉับพลันอย่างไม่กล้าพูดอะไรขึ้นมาอีก จนกระทั่งมาดามพอมฟรีย์มาบอกให้เพื่อน ๆ ของเขาปล่อยให้แฮร์รี่ได้พักผ่อนอยู่เงียบ ๆ 


“แล้วเราจะมาเยี่ยมอีกนะแฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่พูดก่อนจะหันหลังจากไปพร้อมกับเพื่อน ๆ ของเธอแต่ก็หยุดเดินทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ เธอเดินกลับมาหาแฮร์รี่อีกครั้ง มือแปะลงบนบ่าของเขาเบา ๆ เชิงปลอบโยน 


แฮร์รี่ เธอควรจะได้รู้เรื่องนี้” เฮอร์ไมโอนี่พูดก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก เพิ่มความมั่นใจให้กับความเลวร้ายนี้ “ไม้กวาดของเธอ ..ตอนที่เธอตกลงมา ..มัน ..มัน”  


เฮอร์ไมโอนี่ก้มลงหยิบเศษไม้ข้างเตียงขึ้นมายกให้เขาดู แฮร์รี่ได้แต่มองมันเงียบ ๆ ท้องไส้ของเขาปั่นป่วนไปหมด น้ำตาเอ่อคลอออกมาเล็กน้อย เขาไม่รู้จะเสียใจเรื่องอะไรแล้วตอนนี้ ในหัวของเขามีแต่เรื่องแพ้ควิดดิชแถมยังต้องเสียไม้กวาดอีก 


“ช่างมันเถอะ เฮอร์ไมโอนี่ ฉันคงเกิดมาเพื่อเจอเรื่องซวยซ้ำซวยซ้อนแบบนี้อยู่แล้ว” แฮร์รี่พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด เฮอร์ไมโอนี่จ้องมองเขาด้วยความเห็นใจปนเป็นห่วง 


“เธอต้องพักผ่อนนะ ฉันหวังว่ามันจะผ่านไปได้ด้วยดี” แฮร์รี่พยักหน้าให้เธอเป็นการตอบกลับ ก่อนเธอจะเดินออกจากห้องพยาบาลไปสมทบกับเพื่อนคนอื่น ๆ 


แฮร์รี่ได้แต่นอนแน่นิ่งมองไม้กวาดของเขา ตกอยู่ในห้วงความคิดที่ตีกันปั่นป่วน ความเศร้าหมองหดหู่อยู่ภายในใจมากมายเสียจนเขาอยากจะร้องไห้ออกมาให้รู้แล้วรู้รอด ทำไมเขาถึงอ่อนแอได้ขนาดนี้กัน ความคิดต่าง ๆ หลั่งไหลเข้ามาจนกระทั่งเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนเรียกขึ้นปลุกให้เขาหลุดออกจากภวังค์ 


“แฮร์รี่” สเนปร้องเรียกขึ้นอยู่ด้านข้างเตียงที่มาตั้งแต่เมื่อไรแฮร์รี่เองก็ไม่รู้ตัวเช่นกัน เขาสะดุ้งลุกขึ้นนั่งพรวดพราดอย่างตกใจ เมื่อเห็นใบหน้าของสเนปมันทำให้เขากลับรู้สึกเศร้าใจมากกว่าเดิม 


“ผม—ผม ทำให้คุณผิดหวัง ผมแพ้แล้ว ไม้กวาดของผมมัน ..ไม่สิ ศาสตราจารย์อุตส่าห์มาหาผม แต่ผมกลับ ..” แฮร์รี่พูดด้วยเสียงสั่นคลอนปนสะอื้น กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาต่อหน้าคนข้าง ๆ สเนปนั่งลงช้า ๆ ที่เก้าอี้ข้างเตียงก่อนจะเอื้อมไปจับกับฝ่ามือเล็กของแฮร์รี่มากุมเอาไว้อย่างอ่อนโยน 


“ไม่ใช่ความผิดของเธอแฮร์รี่ เธอทำดีที่สุดแล้ว และเธอทำมันได้ดีมาก ฉันเห็นข้อนั้นดีจากที่นั่งชม เพียงแค่เธอดันไปเจอสิ่งที่โหดร้ายเข้าเท่านั้นเอง..” สเนปพูดพลางจ้องมองเข้าไปในนัยน์ตาสีเขียวมรกตคู่สวยด้วยความจริงใจ “ความจริง ฉันหวาดกลัวมากเมื่อเห็นเธอตกอยู่ในอันตราย มันน่ากลัวมากกว่าบ็อกการ์ตของฉันเสียอีก เรื่องควิดดิชมันเทียบไม่ได้หรอก” 


น้ำเสียงที่ทั้งหวาดกลัวและปลอบโยนของสเนปทำให้แฮร์รี่ใจเย็นลง รวมไปถึงนัยน์ตาสีดำสนิทที่จ้องมองเขาด้วยความโศกเศร้าปนเป็นห่วง มันทำให้แฮร์รี่ทั้งอุ่นใจและสงสัยไปในคราเดียวกัน เหตุใดสเนปถึงได้โศกเศร้านักในตอนที่จ้องมองเขาอย่างนี้ แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกไป ตัดสินใจปล่อยความรู้สึกและใจของเขาให้ผ่อนคลายลงกับความรู้สึกที่ชายด้านข้างได้มอบให้เขา 


“ผมขอโทษครับ” แฮร์รี่เอ่ยขึ้นก่อนจะยกมือเล็กที่กุมไว้กับมือของอีกฝ่ายขึ้นมาสัมผัสกับใบหน้าข้างแก้มของตนอย่างแผ่วเบา พลางหลับตาลงรับความอบอุ่นกับฝ่ามือนุ่มของสเนป ความอบอุ่นใจแผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจ ทุก ๆ ครั้งที่แฮร์รี่ได้รับสัมผัสจากอีกฝ่ายมันมักจะทำให้จิตใจของเขาสงบลงอยู่เสมอ เป็นความสบายใจเดียวที่เขาจะได้รับจากใครสักคน เป็นเพียงคนคนเดียวที่เขาต้องการที่จะสัมผัสเขานี้ ก่อนจะกดริมฝีปากเข้ากับฝ่ามือนิ่มเบา ๆ แล้วแนบเข้าที่แก้มเช่นเดิมพลางลืมตาขึ้นมอง “ผมชอบสัมผัสจากคุณจัง ศาสตราจารย์” 


คำพูดที่เผลอพูดขึ้นด้วยความไม่รู้ตัวของแฮร์รี่ ส่งผลให้สเนปรู้สึกใจสั่น หน้าร้อนผ่าวกระทันหันกับการกระทำที่ไม่คาดคิดเช่นนี้ ... 


“อย่าเพ้อเจ้อน่ะ พอตเตอร์” สเนปพูดเสียงแข็งใส่ นั้นทำให้แฮร์รี่ยิ้มขำออกมาน้อย ๆ และเริ่มรู้มาอีกข้อแล้วว่า เมื่อไรที่สเนปรู้สึกไม่เป็นตัวเองหรือกำลังไม่พอใจ อีกฝ่ายมักจะเรียกเขาด้วยนามสกุลอยู่เสมอ แต่เมื่อความคิดหนึ่งฉุดทุกอย่างให้หยุดลง จู่ ๆ ภาพของสุนัขตัวใหญ่ขนสีดำรุงรังก็ปรากฏขึ้นมาภายในหัวเขาทันที ใบหน้ายิ้มแย้มเริ่มถอดสีและเป็นกังวนอย่างเห็นได้ชัดจนสเนปขมวดคิ้วสงสัยกับอารมณ์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน “มีอะไรหรือเปล่า ?” 


มือของแฮร์รี่ที่กุมกับอีกฝ่ายอยู่ค่อย ๆ ละออกจากใบหน้าและผละออกจากกันช้า ๆ เขาลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจถามออกไป 


“ศาสตราจารย์ครับ คือว่า—มันอาจจะดูไร้สาระแต่ ผมมักจะเห็นสุนัขตัวใหญ่อยู่ตลอด มันมีขนสีดำและ—และมันดูน่ากลัวมาก ผมเคยเห็นมันอยู่ตอนที่ผมออกมาจากบ้านเดอร์สลีย์ และตอนสนามแข่งขันเมื่อกี้ด้วย...” สายตาแฮร์รี่ก้มลงมองผ้าห่มของตนอย่างหวาดกลัวไปชั่วขณะยามที่นึกถึงสุนัขตัวใหญ่ขนสีดำตัวนั้นก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามอย่างสงสัย “อาจารย์พอจะรู้ไหมครับ ว่ามันหมายความว่ายังไง”  


สเนปนิ่งเงียบเมื่อได้ฟังคำบอกเล่าเช่นนั้น เขาใช้ความคิดอยู่สักพักก่อนจะไตร่ตรองได้ว่ามันคืออะไร สุนัขตัวใหญ่สีดำ ..มันเหมือนกับกริม และใช่ มันเหมือนกับใครบางคนที่เขารู้จักอีกด้วย แถมยังเหมาะเจาะกับเหตุการณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นข่าวที่แบล็กแหกคุกออกมา หรือตอนที่รูปของสุภาพสตรีอ้วนถูกทำร้ายฉีกขาด ข่าวที่แบล็กแอบเข้ามาในฮอกวอตส์ หลังจากที่เขากลับมาจากอนาคตมันยากและสับสนเล็กน้อยที่จะต้องทำความเคยชินกับความเป็นมาของที่นี่ แต่ถึงอย่างงั้นเขาก็ยังรู้ข่าวคราวทุกอย่างดี ถึงความคิดของเขาจะดูสมเหตุสมผลแค่ไหน สเนปกลับเลือกที่จะไม่บอก เขาไม่อยากให้แฮร์รี่ต้องคิดมากไปกว่านี้อีกแล้ว และไม่ว่าอย่างไรเขาจะปกป้องแฮร์รี่ด้วยตัวของเขาเอง 


ฉันจะพยายามหาคำตอบมาให้เธอแฮร์รี่ แต่ตอนนี้ เธอควรจะพักผ่อนซะ” สเนปลุกขึ้นยืนพลางห่มผ้าให้คนตัวเล็กตรงหน้าเรียบร้อย แฮร์รี่ยังคงสงสัยและหวาดกลัวแต่ก็พยักหน้าเข้าใจโดยดี แต่ความหวาดกลัวทั้งหมดกลับหมดไปเมื่อถูกบดบังด้วยรอยยิ้มของคนร่างสูงที่มีให้เขาเพียงเสี้ยววินาที 


ราตรีสวัสดิ์” 


“ครับ..” แฮร์รี่ตอบรับและยิ้มบาง ๆ กลับไป 



เมื่อสเนปก้าวเดินออกจากห้องพยาบาลไป จึงเหลือเพียงแฮร์รี่ที่นอนพักผ่อนอยู่เพียงคนเดียว ความสบายใจและความอบอุ่นฝังลึกอยู่ด้านในจิตใจ สัมผัสจากชายผู้เป็นที่รักของเขา เขายังคงจดจำได้ดีเหมือนมันยังแผ่ซ่านอยู่ในความรู้สึก แฮร์รี่พลิกตัวนอนตะแคงพลางมือฝ่ามือเล็กของตนด้วยรอยยิ้มบาง ๆ เขาไม่เคยได้รู้สึกดีเท่านี้มาก่อน  

“คุณทำให้ผมแปลกใจเสมอเลย..” แฮร์รี่พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบากับตัวเอง ความเศร้าโศกผิดหวังทั้งหมดถูกบดบังหายไป เหลือเพียงแต่ความสุขสบายใจที่ทำให้เขาผ่อนคลายจนกระทั่งเขาหลับใหลและเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างง่ายดาย ... 

 


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ขอโทษรีดเดอร์ทุก ๆ คนด้วยจริง ๆ นะคะที่ห่างหายไปนานหลายวันนน เนื่องจากไรท์งานยุ่งมาก ๆ เลย จนไม่มีเวลาทำอย่างอื่นเลยจริง ๆ เหนื่อยมากด้วยยย แต่วันนี้ก็หาเวลามาอัพให้อีกตอนได้สำเร็จ ! เพราะวันหยุดของพรุ่งนี้และมะรืนนั้นเองค่ะ ถ้าสะดวกก็อาจจะมาต่อในวันสองวันแน่นอน ! และช่วงสงกรานด้วย ไรท์ไม่ชอบเล่นสงกรานค่ะและไม่มีแพลนจะไปเที่ยวไหนเลย ฮ่าาา


ตอนนี้จะยาวกว่าตอนอื่นตั้งสองหน้าแหน่ะ (?) แฮะ ๆ ความจริงไรท์พยายามจะบรรยารูปลักษณ์อยู่นะ แต่รู้สึกเหมือนจะยังทำไม่ได้ จะเน้นในช่วงอีโรติกหรือกำลังหวาน ๆ แบบถึงเนื้อถึงตัวแล้วกันนะคะ ตอนนี้เอาแบบหวาน ๆ ไปก่อนน


เจอกันตอนหน้านะ ฝากเม้นกันด้วยนะ ! ขอบคุณที่ติดตามค่าาา ><'

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

230 ความคิดเห็น

  1. #120 Yamabuki no Ryoki (@bunthitap504) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 19:41
    เมื่อไหร่จะมาต่อง่ะ เค้ารออยู่น้าาาา
    #120
    0
  2. #119 chonnikarn043 (@chonnikarn043) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 23:34
    ต่อด่วน
    #119
    0
  3. #116 iStranger (@iStranger) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 23:14
    หลงในความละมุนนน งื้ออออ น่ารักกกก เป็นกำลังใจให้ไรท์ค่ะ
    #116
    0
  4. #115 BabyFish2547 (@lookpa2547) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 22:45
    เซวีน่ารักมากค่ะ >\\\\\< 
    สู้ๆนะไรท์ 
    #115
    0
  5. #114 จอมIวทสีเทา (@YukiCH_TH) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 13:58
    //ถือป้ายเหม็นความรักโว้ย!!
    #114
    0
  6. #113 pungploy (@pungploy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 11:22
    โหยยยย ความใส่ใจของป๋านี้ มีแอบไปให้กำลังใจก่อนแข่งด้วยยย โอ๊ยยยยเหม็นความรัก //รอนะคะไรท์ :)
    #113
    1
  7. #112 Me The Ripper (@MeTheRipper) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 11:12
    รอๆๆๆๆๆๆ แต่อยากให้เน้นเรื่องรูปลักษณ์ของแฮร์รี่ให้มันดูเป็นเมะอีกนิดนึง ฝากด้วยเน้อออ
    #112
    1
  8. #111 YoSChi (@koyoty_13) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 09:19
    ละมุนมาก ปลื้มเลยยยย ไรท์สู้ๆฮะ
    #111
    0
  9. #110 Yanikajitklang (@Yanikajitklang) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 08:20
    ยิ้มมมมม....... ป๋าน่าร๊ากกก ไรท์ก้สู้ๆนะคะ แบ่งเวลาพักผ่อนด้วยน๊า #รอนะคะ ^_^
    #110
    0
  10. วันที่ 9 เมษายน 2561 / 07:20
    ดีต่อใจ... ละมุน... ^\\\^
    #109
    0