จำนนรักมาเฟีย

ตอนที่ 7 : บทที่ 2 เพชรตัดเพชร 75%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,865
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 407 ครั้ง
    12 ต.ค. 61


บ้าฉิบ!

ความคิดซึ่งไม่อาจควบคุมที่ผุดขึ้นมาทำให้ออสตินสบถในใจอีกครั้ง เขารีบดึง สติของตัวเองกลับคืนมาเพราะตอนนี้เรื่องที่เขาควรสนใจคือหวังซื่อเจ้าของร่างแข็งแกร่งในสูทคอจีนต่างหาก ไม่ใช่แม่สาวรูปร่างน่าฟัดคนนั้น

“คนของเราพร้อมแล้วใช่ไหม” ออสตินเอ่ยถามคนสนิทน้ำเสียงเคร่งเครียด

ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าเรื่องที่ทำให้เขาเครียดคือเรื่องไหนกันแน่ ระหว่างเรื่องที่ตั้งใจจะมาจัดการ หรือเรื่องแม่กระต่ายน้อยหน้าหวานที่เพิ่งหายลับไปหลังเวที

“ครับ ให้จัดการเลยไหม”

“รอก่อน ฉันอยากเห็นคนที่อยู่เบื้องหลัง” ออสตินหันไปมองคนสนิท แล้วตอบเสียงขรึม

หวังซื่อเคยทำงานให้ตระกูลหลี่มานาน แต่พอแก๊งมังกรดำถูกเขาเปลี่ยนเป็นแบล็คดรากอนกรุ๊ป หวังซื่อก็เลือกที่จะแยกตัวออกไป ดังนั้นหากไม่มีคนในคอยช่วยเหลือ หวังซื่อที่เป็นเพียงอดีตคนของตระกูลหลี่คงไม่สามารถเข้ามาทำเรื่องหยาบช้าเช่นนี้ในที่ที่เป็นของเขาได้เป็นแน่

ทว่าแค่เพียงวินาทีเดียวที่เขาละสายตาจากแคทวอล์ค เพื่อหันไปสบตากับหย่งซิ่น ความโกลาหลก็เกิดขึ้นชายชุดดำกลุ่มหนึ่งพุ่งตรงไปยังแคทวอร์ค

ทันทีที่ขึ้นไปบนเวที ชายร่างสูงกำยำที่ดูเหมือนจะกุมอำนาจสูงสุดในกลุ่มชายชุดดำหกคนที่เพิ่งพุ่งผ่านร่างเขาไปก็กระชากร่างระหงของแม่เสือสาวออกห่างจากชายวัยกลางคนในชุดสูทคอจีน ก่อนจะชักปืน ยิงไปที่มือข้างหนึ่งของหวังซื่อ

ปัง!

เสียงปืนก้องกัมปนาทไปทั่วบริเวณ ความอลหม่านเกิดขึ้นพร้อมกับเสียงสบถสาบานลั่นของคนในห้องจัดเลี้ยง

“บ้าฉิบ!”

ออสตินสบถออกมาอย่างฉุนจัด เมื่อรับรู้ได้ว่าแผนจับคนเบื้องหลังที่ยังไม่เผยตัวล้มไม่เป็นท่า เพราะตอนนี้เขาคงต้องเลิกซ่อนกายเพื่อเคลียร์ปัญหายุ่งยากที่เกิดขึ้นก่อน และเมื่อเขาปรากฏตัว คนในที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คงไหวตัวทันและคงหนีไปอย่างแน่นอน

ออสตินพุ่งฝ่าความโกลาหลเพราะบอดี้การ์ดของคนใหญ่คนโตต่างพากันคุ้มกันนายของตนออกจากห้องจัดเลี้ยงแห่งนี้ เมื่อเขาทำอย่างนั้นบอดี้การ์ดมือดีสิบนายที่แฝงตัวอยู่ใกล้ๆ ก็พุ่งตามมาเพื่ออารักขาเขาตามที่หน้าที่ตน

โชคดีที่ห้องจัดเลี้ยงแห่งนี้เก็บเสียงไม่เช่นนั้นคนทั้งเรือคงแตกตื่นวุ่นวาย อีกทั้งกฎมีอยู่ว่าห้ามพกปืนขึ้นมาบนเรือ ไม่อย่างนั้นเหตุการณ์คงเลวร้ายกว่านี้หลายเท่าตัว แต่เขาก็ไม่รู้ว่าคนของเขาตรวจสอบอย่างไง กลุ่มชายชุดดำบนเวทีถึงได้ติดอาวุธมาครบมือแบบนั้น

ปัง!

เสียงปืนดังขึ้นอีกนัด เพราะความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเขาจึงไม่เห็นว่าจุดที่เป็นต้นเหตุของเสียงมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ภาพที่เห็นอีกครั้งคือภาพร่างสูงของหวังซื่อที่ทรุดลงคุกเข่ากับพื้น ทว่าคนยิงไม่ได้พอใจเท่านั้น เท้าโตๆ ยันโครมเข้าที่อกจนร่างนั้นหงายหลังล้มไปนอน ก่อนจะเดินไปยกเท้าเหยียบที่อกของชายวัยกลางคนที่พยายามกระเถิบหนีอย่างลนลานไว้ จนไม่สามารถหนีไปไหนได้  ปืนที่ถูกยิงออกมาแล้วสองนัดเล็งไปที่หน้าของคนที่อยู่ใต้ฝ่าเท้า สีหน้าชายคนนั้นดุดันเกรี้ยวกราดราวกับคนสติหลุด

“หยุดเดี๋ยวนี้” ออสตินออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงดุดันและกร้าวก้องไปทั่วบริเวณ ปืนสีดำถูกง้างไก ก่อนจะหันไปทางหัวของชายหนุ่มแปลกหน้าที่กำลังเหยียบเท้าบนอกชายวัยกลางคนที่กำลังดิ้นทุรนทุรายเพราะหายใจไม่ออก

แล้วพอเห็นว่าผู้เป็นนายอยู่ในอันตราย กลุ่มชายชุดดำซึ่งเป็นลูกน้องของคนที่เขาจ่อปืนใส่ก็ชักปืนออกมาเล็งใส่เขา เพื่อปกป้องเจ้านายของตนตามหน้าที่ และทันทีที่เป็นอย่างนั้น หย่งซิ่นและคนของเขาอีกสิบคนก็ชักปืนแล้วเล็งไปที่กลุ่มชายชุดดำเหล่านั้นเช่นกัน

เสียงกริ๊กดังขึ้นรัวๆ เมื่อไกปืนหลายกระบอกถูกง้างขึ้นแทบจะพร้อมกัน

“หะ...หายหัวไปไหนกันหมดวะ” หวังซื่อสบถเสียงอึกอักเมื่อน้ำหนักของคนที่ยืนค้ำร่างอยู่ถูกทิ้งลงมาที่เท้าซึ่งเหยียบอยู่บนอก เขากวาดสายตามองหาคนฝั่งของตน เพราะไม่ว่าจะตกอยู่ในมือของใคร จะเป็นชายแปลกหน้าที่น่าจะเป็นเจ้าของสาวสวยที่เขาพาขึ้นมาบนเวทีด้วยตัวเอง หรือออสติน อดีตผู้เป็นนาย เขาก็ไม่มีโอกาสรอด

ออสตินกระตุกยิ้มเหี้ยมเมื่อเห็นท่าทางลนลานหาคนช่วยของอดีตคนใต้อาณัติ หาให้ตายก็คงไม่เจอ เพราะคนของเขาจัดการคนพวกนั้นเรียบร้อยหมดแล้ว คงเป็นเพราะงานประมูลโสมมครั้งนี้ถูกจัดในเรือของเขา ผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของฮ่องกง พวกมันจึงชะล่าใจว่าตำรวจคงไม่กล้าบุ่มบ่ามมาตรวจสอบ อีกเหตุผลคงเป็นเพราะไม่อยากให้เรื่องถึงหูเขา การจัดงานครั้งนี้จึงใช้คนน้อยที่สุดเพื่อความเงียบเชียบ... ข้อแรกพวกมันคิดถูก แต่ข้อที่สองพวกพลาดไปอย่างมหันต์

“มึงเป็นใคร”

ชายหนุ่มร่างสูงกำยำยกเท้าออกจากร่างที่นอนจมกองเลือดตัวเองซึ่งยังไหลออกมาไม่หยุดจนเจิ่งพื้น คว้าร่างอวบอิ่มในชุดแม่เสือสาวซึ่งตัวสั่นเทาราวกับลูกนกที่ยืนอยู่ไม่ห่างไปไว้อ้อมแขน พร้อมกับหันปลายกระบอกปืนมาทางเขาแล้วถามเสียงทรงอำนาจ

“แล้วมึงล่ะเป็นใคร” ออสตินหรี่ตาจับจ้องประสานตากับอีกฝ่ายอย่างดุดัน ก่อนจะถามกลับเสียงเข้ม ไม่ยอมตอบคำถามของอีกฝ่าย

“มึงไม่รู้จักกู”

“แล้วทำไมกูต้องรู้จักมึง ในเมื่อมึงก็ไม่รู้จักกู”

แม้จะรู้สึกไม่ชอบใจนักกับการที่อีกฝ่ายสบตากับเขาตรงๆ แต่ก็แปลกใจไม่น้อย เพราะมีน้อยคนนักที่จะกล้าประสานสายตากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว โดยเฉพาะเมื่อเขาอยู่ในอารมณ์เช่นนี้

บรรยากาศรอบกายคล้ายถูกแช่แข็งไปชั่วขณะ เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่มีใครพูดอะไรออกมา ได้แต่ประสานสายตากันอย่างไม่ลดละพร้อมกับประเมินกันและกันไปในที และเมื่อผู้เป็นนายไม่พูด ลูกน้องทั้งสองฝ่ายก็ไม่มีใครพูดออกมา พวกเขาต่างเล็งปืนใส่กัน และยืนนิ่ง ไร้ความหวาดหวั่นหวาดกลัวในแววตา ราวกับเป็นเพียงหุ่นยนต์ไร้ชีวิตจิตใจที่รอให้ผู้เป็นนายกดปุ่มสั่งงานเท่านั้น

ออสตินโบกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องเก็บอาวุธในมือ เมื่อเห็นว่าแค่คุยกันก็น่าจะเข้าใจ แม้ว่าจะไม่ใช่การคุยกันแบบดีๆ ก็ตาม

ทันทีที่เห็นสัญญาณของผู้เป็นนาย หย่งซิ่นก็เก็บปืนตามคำสั่ง และชายชุดดำลูกน้องของเขาก็ทำตามเช่นกัน

เมื่อฝั่งเขาสั่งลดอาวุธลง ผู้กุมอำนาจสูงสุดของอีกฝ่ายก็สั่งให้ลดปืนลง 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 407 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

831 ความคิดเห็น

  1. #38 muttanaseemawong (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 14:22

    กำลังมัน ค้างงงงงงเลย
    #38
    0
  2. #37 Paiky Klongluang (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 14:07
    จัดการเลย..
    #37
    0