จำนนรักมาเฟีย

ตอนที่ 8 : บทที่ 2 เพชรตัดเพชร 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,002
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 322 ครั้ง
    12 ต.ค. 61

พิมพ์เนื้อหาตรงนี้


เมื่อฝั่งเขาสั่งลดอาวุธลง ผู้กุมอำนาจสูงสุดของอีกฝ่ายก็สั่งให้ลดปืนลง

สองสายตาของผู้กุมอำนาจสูงสุดของทั้งสองฝ่ายยังสบประสานกันแน่นิ่ง ท่ามกลางความเงียบที่แทบไม่มีใครกล้าหายใจแรง ทว่า...

“นายครับ ช่วยผมด้วย”

ความเงียบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงร้องขอของหวังซื่อซึ่งนอนหมดสภาพอยู่บนพื้น

ออสตินหลุบตาลงมองคนที่ขอร้องให้ตนช่วย นัยน์ตาสีน้ำตาลเย็นชา ไร้ความรู้สึกสงสาร ไร้ความรู้สึกสมเพชเวทนาใดๆ

แม้จะคลางแคลงสงสัยกับคำขอร้องของคนจองหองพองขนอย่างหวังซื่อ ทว่าเขาก็ปล่อยให้อีกฝ่ายตายตอนนี้ไม่ได้ เพราะหวังซื่อเป็นคนเดียวที่รู้ว่าคนใน ซึ่งอยู่เบื้องหลังเรื่องชาติชั่วครั้งนี้เป็นใคร

 “ที่แท้ไอ้ชั่ว ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องบัดซบทั้งหมดนี่ ก็มึงนี่เอง”

เสียงเหี้ยมเกรียมดังขึ้นจนคนขวัญอ่อนสะดุ้ง ทว่าออสตินกลับยืนนิ่ง มองความเดือดดาลที่เด่นชัดในดวงตาสีน้ำเงินอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน

“ฉันเป็นเจ้าของเรือสำราญนี่ ถ้านายหมายถึงอย่างนั้น” สรรพนามที่ใช้แทนตัวเองเปลี่ยนไป เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคงเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นตัวการที่อยู่เบื้องหลังการประมูลเนื้อสดครั้งนี้ และจากที่เห็นอีกฝ่ายกอดร่างเล็กสั่นเทาอย่างปกป้องเขาก็เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้บ้าบิ่นบุกเข้ามาทำอุกอาจในเรือของเขาเช่นนี้

“แล้วไอ้ชั่วนี่ไม่ใช่คนของมึง”

ปึง!

“แม่ง!”

ออสตินสบถเมื่อร่างของคนที่อีกฝ่ายพูดถึงลับหายไปจากประตูบานที่กระแทกปิดจนเกิดเสียงดัง คำพูดร้องขอก่อนหน้านี้ คงเพื่อให้เขากับคนตรงหน้าวิวาทกัน จะได้หาโอกาสหลบหนีไป ร่างสูงหมุนตัวตั้งใจจะพุ่งตามไป ทว่า...

ปัง!

 “กูยังเคลียร์กับมึงไม่จบ มึงยังไปไหนไม่ได้!”

เสียงปืนดังขึ้น ตามด้วยเสียงตวาดกึกก้อง กระสุนปืนเฉียดหน้าเขาไปเพียงไม่กี่เซ็นติเมตร ซึ่งระยะใกล้เพียงเท่านี้ถ้าอีกฝ่ายตั้งใจจะยิงจริงๆ เขาคงสิ้นชีพไปอย่างไม่ต้องสงสัย

ปืนในมือของบอดี้การ์ดชุดดำทั้งสองฝั่งที่ถูกลดลงถูกยกขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก่อนที่จะมีใครลั่นไก ออสตินก็ยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน เขาพยักหน้าให้กับหย่งซิ่น ซึ่งคนสนิทก็รู้ได้ทันทีว่าเขาต้องการให้ทำอะไร หย่งซิ่นหันไปสั่งให้ลูกน้องสองคนตามหวังซื่อออกไป เขารู้ว่าหย่งซิ่นคงห่วงความปลอดภัยของเขามากกว่าการตามจับตัวหวังซื่อ แต่เขาก็อยากให้คนตามไปมากกว่านั้น ทว่าเขาก็ไม่มีเวลาให้ทำตามอย่างที่ต้องการ

เพราะถ้าช้ากว่านี้กระสุนปืนนัดใหม่อาจเจาะเข้ากะโหลก แทนที่จะพลาดอย่างตั้งใจแบบเมื่อกี้

“ไอ้หมอนั่นเป็นแค่อดีตคนของฉัน ได้ตัวคนของนายแล้วก็กลับไปซะ เรื่องนี้เกิดในที่ของฉัน ฉันจัดการเอง” ออสตินพูดรัวเร็วเพื่อคลายสถานการณ์ตึงเครียด และเพื่อให้เรื่องนี้จบเร็วที่สุด จะได้ไปจัดการเรื่องที่สำคัญกว่า นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนนิ่งสงบยามที่มองอีกฝ่ายที่ยังเล็งปืนมาที่ตน

ซึ่งอันที่จริงเขาจะเปิดฉากยิงกันให้ไปจบๆ ไปก็ได้ จากจำนวนคนตอนนี้เขาได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเขากับคนตรงหน้าไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอะไรกัน ทุกอย่างเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด ไม่จำเป็นต้องให้ถึงกับเลือดตกยางออก เพราะหากทั้งสองฝ่ายกระหน่ำปืนใส่กัน ก็ต้องมีคนเจ็บ และมีคนล้มตายกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งคนที่ต้องตาย มันคือไอ้พวกค้ามนุษย์ไร้ศีลธรรมต่างหาก ไม่ใช่ฝ่ายเขา หรือฝ่ายของคนตรงหน้า

“ให้ฉันจัดการให้ดีกว่ามั้ง” อีกฝ่ายพูดด้วยเสียงกวนอารมณ์

“ไม่จำเป็น ฉันจัดการเองได้”

“ถ้าจัดการเองได้ เรื่องชั่วช้าแบบนี้มันก็คงไม่เกิดขึ้น”

“นายดูแลคนของตัวเองได้ดีมากงั้นสิ ถึงได้ถูกจับมาแบบนี้” นัยน์ตาของออสตินวาววับเมื่อถูกลูบคม ทว่าเขาก็เก็บกดมันไว้แล้วเลิกคิ้วขึ้น ตอบกลับไปด้วยคำยั่วยุอย่างเย็นชา

“เรื่องของฉันกับเมียไม่เกี่ยวกับนาย”

“ที่นี่เป็นที่ของฉัน ไม่เกี่ยวกับนายเหมือนกัน”

“แต่คนของฉันถูกคนของนายทำร้าย และคนที่ทำร้ายคนของฉัน โทษของมันคือต้องตายสถานเดียว” นัยน์ตาสีน้ำเงินแข็งกร้าว น้ำเสียงที่หลุดออกมาเหี้ยมเกรียม

...............................


“ฉันว่าคนที่นายควรสนใจตอนนี้ คือเธอมากกว่ามั้ง เหมือนจะไม่ไหวแล้ว หรืออยากให้ฉันช่วยจัดการให้” ออสตินว่าพลางหลุบตาลงมองร่างเล็กสั่นเทิ้มในอ้อมแขนของคนที่เขากำลังสนทนาด้วยอย่างถึงพริกถึงขิง ผิวของเธอขึ้นสีแดงเรื่อ นัยน์ตาสีนิลไหวระริกด้วยความหวาดกลัว ทว่ากลับปนไปด้วยอารมณ์ร้อนแรงหวามไหว บ่งบอกได้ชัดว่าเธอคงได้รับยาบางอย่างเข้าไป

อีกฝ่ายหลุบตาลงมองคนในอ้อมแขนบ้าง ก่อนจะเม้มริมฝีปากอย่างสะกดกลั้นอารมณ์เดือดดาล พร้อมกับถอดสูทตัวเองออกคลุมร่างเล็กไว้ แล้วย่อตัวลงช้อนร่างอรชรขึ้นไว้ในอ้อมแขน

“นายจัดการคนของนาย ส่วนคนของฉัน ฉันจัดการเอง” ออสตินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม สื่อชัดว่าจัดการของตนหมายถึงอะไร

“ตามนั้น เราต่างคนต่างจัดการคนของตัวเอง ไม่ต้องมีความบาดหมางใด ถ้าจะมีใครผิด คงผิดที่เราสองคนระมัดระวังป้องกันไม่มากพอ”

สายตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่ลดละอีกครั้ง ไม่มีปิดบัง ไม่มีหลบหนี ราวกับจะทิ่มทะลุลงไปในจิตใจของอีกฝ่ายจนสุดท้ายชายหนุ่มผู้มีร่างสั่นเทิ้มในอ้อมแขนก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะหมุนตัวสาวเท้าพาคนในอ้อมแขนตรงไปที่ประตูห้อง

              “ออสติน หลี่ ชื่อฉันจำไว้ซะ เผื่อครั้งต่อไปนายจะได้ไม่ต้องถามว่าฉันเป็นใคร”

              ออสตินพูดขึ้นเสียงเรียบไล่แผ่นหลังกว้างของคนที่โอบอุ้มร่างแม่เสือสาวไว้อย่างทะนุถนอมต่างจากท่าทางแข็งกร้าวที่แสดงต่อคนอื่น

              “ธีโอ คอร์โนแกน”

              ร่างสูงใหญ่ไม่ต่างจากเขาชะงักฝีเท้า ตอบกลับมาโดยไม่หันกลับมามอง

 

ร่างชายชุดดำสี่คนซึ่งเป็นคนที่มีหน้าที่ตรวจสอบอาวุธก่อนที่ลูกค้าจะเข้ามาในเรือที่นอนระเกะระกะไร้สติขวางทางซึ่งใช้ขึ้นไปยังลานจอดเฮลิคอปเตอร์ บนดาดฟ้าเรือ เฉลยข้อข้องใจที่ว่าทำไมคนของธีโอ คอร์โนแกน ถึงได้เข้าไปในเรือโดยมีอาวุธครบมือ นัยน์ตาสีน้ำตาอ่อนหรี่ลงอย่างหงุดหงิด แต่ไร้แววกราดเกรี้ยว

“ตามไม่ทันครับนาย มันกระโดดลงไปจากเรือ แล้วไม่โผล่ขึ้นมาอีก บาดเจ็บไม่ใช่น้อย อากาศก็เย็นมาก ไม่จะน่ารอด” บอดี้การ์ดที่หย่งซิ่นสั่งให้ตามจับตัวหวังซื่อเข้ามามารายงานทันทีโดยไม่รอให้ถาม ด้วยรู้ว่าคนเป็นนายไม่ชอบความชักช้าเยิ่นเย้อ

รายงานละเอียดยิบ และบทสรุปสุดท้าย ไม่ได้ทำให้สีหน้าเครียดขึงของออสตินคลายลงได้เลยสักนิด

หวังซื่อเป็นเด็กกำพร้าที่แก๊งมังกรดำรับเข้ามาตั้งแต่อายุได้ห้าขวบ ถูกฝึกปรือให้เหี้ยมโหดมาตั้งแต่เล็กๆ นอกจากจะมีความจงรักภักดีสูงแล้ว ยังกล้าบ้าบิ่นเป็นพิเศษ มันคงคิดดีแล้ว ว่าการกระโดดลงจากดาดฟ้าเรือลงไปในน้ำเย็นเฉียบ ทั้งๆ ที่บาดเจ็บอยู่ ยังมีโอกาสมากกว่าการตกอยู่ในน้ำมือของเขา ถึงได้ตัดสินใจกระโดดลงไป

“กลับไปพักก่อนเถอะครับ ทางนี้เดี๋ยวผมจัดการเอง” หย่งซิ่นพูดขึ้น

“ไม่ว่าเป็นหรือตาย ก็ต้องตามหามันให้พบ”

ทันทีที่เขารับตำแหน่งผู้นำ และเลือกที่จะเลิกทำธุรกิจผิดกฎหมาย เขาก็ให้ทุกคนในแก๊งเลือกแล้วว่าใครอยากอยู่ต่อก็อยู่ หากใครอยากไปเขาก็ไม่ว่า และหากอยากออกไปทำธุรกิจเอง ไม่ว่าจะธุรกิจอะไร จะขาวหรือดำ เขาจะไม่ยุ่งเกี่ยว แถมยังจะชดเชยให้ตามเงินเดือน และจำนวนปีที่ทำงานกับแก๊งมังกรดำมา ทำเหมือนพนักงานที่ปลดเกษียณจากบริษัท ส่วนใครที่เลือกจะทำงานกับแก๊งมังกรดำที่เปลี่ยนเป็นแบล็คดรากอนกรุ๊ปต่อไป จะได้หุ้นส่วนของบริษัทเป็นการตอบแทน แม้จะไม่มาก แต่เมื่อเทียบกับผลกำไรก็มากโขอยู่ แต่ต้องไม่มีเรื่องอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้เด็ดขาด

ซึ่งหวังซื่อเลือกที่จะแยกตัวออกไป เงินที่ได้จากเขาในตอนนั้น มากพอที่จะทำให้ชายวัยกลางคนสามารถใช้ชีวิตหรูหรา สุขสบาย โดยไม่ต้องทำอะไรเลยไปตลอดชีวิต แต่อีกฝ่ายก็เลือกทำสิ่งผิดกฎหมายเช่นเดิม นั่นคือสิ่งที่หวังซื่อเลือกเอง และในเมื่อเขาลั่นวาจาไปแล้วว่าจะไม่ยุ่งก็คือไม่ยุ่ง แต่เมื่ออีกฝ่ายกลับพาเรื่องโสมมมาเกี่ยวพันกับเขาเอง เขาก็คงปล่อยเอาไว้ไม่ได้ ทว่าที่เขาห่วงมากกว่าก็คือคนในที่หลบซ่อนอยู่ในมุมมืด เพราะถ้าไม่จัดการให้ถึงต้นตอ เรื่องแบบนี้ก็คงไม่แคล้วต้องเกิดขึ้นอีกเป็นแน่


สาวๆ เย็นๆ เจอกันอีกตอนนะคะ

หนูนิลกับเฮียออสตินโคจรมาเจอกันคืนนี้แน่นอนค่ะ

ฮีจะอะไรยังไงกับเฮอ เดี๋ยวรู้กัน


.......................................

"เพชรตัดเพชร" หมายถึง คนเก่งมาเผชิญหน้ากัน คนที่มีสติปัญญาความสามารถทัดเทียมกันมาต่อสู้ประชันกัน เช่น สองคนนี้ก็เหมือนเพชรตัดเพชร ทำงานแข่งขันกันมาตลอดแต่ก็ตัดสินไม่ได้ ไม่มีใครเหนือกว่าใครเพราะเก่งด้วยกันทั้งคู่



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 322 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

831 ความคิดเห็น

  1. #46 niyomsatpupe44 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 17:16
    รอจ้า มาไวๆๆ
    #46
    0
  2. #45 RukSuwapat (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 13:27
    ตื่นเต้นๆๆๆๆ
    #45
    0
  3. #44 Paiky Klongluang (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 12:46
    รอว่าฮีจะยังไงกับเฮอ..
    #44
    0
  4. #43 aranyaorchid (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 11:16
    รอ ค่า
    #43
    0
  5. #42 muttanaseemawong (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 09:16

    จะรอออออเมื่อเค้าเจอกัน
    #42
    0
  6. #41 Paiky Klongluang (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 05:31
    เจอกับคู่จิ้นอีกเล่ม..
    #41
    0
  7. #40 aranyaorchid (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 05:23
    รอ ค่า
    #40
    0