จำนนรักมาเฟีย

ตอนที่ 13 : บทที่ 4 ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า 35%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 447 ครั้ง
    11 ต.ค. 61


          ภายในห้องหนังสือตระกูลหลี่ ร่างสูงใหญ่ของออสตินนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานสีน้ำตาลเข้ม  หน้าต่างกระจกใสด้านหลังโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีขัดเงาวาววับเผยให้เห็นสนามหญ้ากว้างและสระว่ายน้ำสีฟ้าขนาดใหญ่ ชายหนุ่มเลื่อนปลายนิ้วบนหน้าแท็บเล็ตเพื่ออ่านข่าวออนไลน์ พลางยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มไปด้วย

มันเกือบจะเหมือนเช้าวันอื่นๆ แล้วถ้าไม่ติดว่าวันนี้มีบางอย่างแตกต่างออกไป นั่นก็คือ... การเพิ่มขึ้นของสมาชิกในบ้านแบบปัจจุบันทันด่วน 

            แม่งเอ้ย!

ออสตินสบถในใจเมื่อน้องชายเขาตื่นตัวคับกางเกงเพียงแค่คิดถึงสมาชิกใหม่ของบ้าน

“เราเจอตัวหวังซื่อแล้วครับ”

เสียงของหย่งซิ่นผู้ช่วยคนสนิทดึงความคิดของออสตินให้หลุดจากเรือนร่างในความทรงจำที่ทำให้ความร้อนในร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆ เขาขยับตัวอยู่บนเก้าอี้เพื่อคลายความอึดอัดจากกางเกงที่คับแน่น พยายามปัดความกระหายอยากที่ทวีขึ้นเรื่อยๆ ทิ้ง 

“เป็นหรือตาย” คิ้วที่ประดับอยู่บนใบหน้านิ่งๆ ของหย่งซิ่นซึ่งขมวดเข้าหากันทำให้เขารู้ว่าคนสนิทยังรายงานไม่จบ

ตายครับ

“ไม่ผิดจากที่คาดไว้” เขาคิดไว้อยู่แล้วว่าการตามหาหวังซื่อ อาจได้พบแค่ร่างไร้ชีวิต เพราะเมื่อคืนหวังซื่อบาดเจ็บสาหัส แล้วน้ำในอ่าวก็เย็นจัด  

“แต่มีบางอย่างผิดปกติครับ คืนนั้นผมจำได้ว่าหวังซื่อถูกยิงไปสองนัด แต่ตอนพบศพกลับถูกยิงสามนัด”

“คงกลัวเราจะสาวถึงตัวการ เลยกำจัดตัวกลางทิ้ง แล้วได้อะไรจากพวกลูกกระจอกพวกนั้นบ้างไหม” เขาหมายถึงคนของพวกแก๊งค้ามนุษย์ที่เขาจับตัวไว้ตั้งแต่เมื่อคืน สั่งให้คนขูดรีดเอาความจริงด้วยทุกวิถีทาง

โดนทรมานจนไม่เหลือสภาพ แต่ไม่มีใครรู้เลยครับว่านายใหญ่เป็นใคร ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าหวังซื่อเป็นเพียงคนเดียวที่เคยติดต่อกับนายใหญ่ ตอนนี้ผมให้คนของเราส่งตัวคนพวกนั้นให้ตำรวจหมดแล้ว”

“มันระวังตัว และรอบคอบมากทีเดียว”

สีหน้าของผู้เป็นนายนิ่งสนิท ทว่าหย่งซิ่นก็รู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังเครียดจัด

“มันน่าจะเป็นคนใกล้ตัวเรามากๆ ผมจะลองตรวจสอบการเงินของคนของเราดู” หย่งซิ่นเสนอขึ้นหลังจากเงียบไปชั่วครู่

“อืม แต่ระวังตัวด้วย เราอยู่ในที่แจ้ง พวกมันอยู่ในที่ลับ”

“ทราบแล้วครับ”

หลังได้รับคำตอบจากคนสนิท ออสตินก็หลุบตามองนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูงเมื่อพบว่าถึงเวลาไปทำงานแล้ว ร่างสูงตระหง่านเดินออกจากหนังสือกึ่งห้องทำงาน ตรงไปยังหน้าคฤหาสน์โดยมีหย่งซิ่นเดินตามมาเงียบๆ ทว่าจังหวะการก้าวเดินสม่ำเสมอก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นความวุ่นวายหน้าห้องนอนห้องหนึ่ง

 

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

            เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันทำให้นิลรัตน์สะดุ้งตื่น ดวงตากลมโตปรือขึ้น ก่อนจะกะพริบสองสามครั้งเพื่อไล่อาการตาพร่าจากแสงสว่างที่ลอดเข้ามากระทบ ร่างกายของเธอปวดระบม ตึงเปรี๊ยะ จนต้องขมวดคิ้ว

ไม่จริง!” นิลรัตน์ร้องพร้อมกับผุดลุกขึ้นนั่ง เมื่อภาพความทรงจำเลือนรางอันน่าอับอายและแสนอัปยศไหล่บ่าเข้ามาในห้วงความคิด

ผ้าห่มที่คลุมร่างอยู่ร่วงลงไปกองอยู่ตรงหน้าตัก เผยให้เห็นรอยแดงจ้ำไล่ไปตามผิวเนื้อตั้งแต่ทรวงอกจนถึงหน้าท้อง คราบสีขาวปนแดงน้ำตาลที่เปรอะไปทั่วขาอ่อน และผ้าปูที่นอนที่มีเลือดแห้งสีน้ำตาลอมแดงเปื้อนเป็นด่างดวงทำให้ขอบตาของเธอร้อนผ่าว

หญิงสาวกระชากปกเสื้อหูกระต่ายออกจากคอ ก่อนจะดึงถุงน่องออกจากขาอย่างนึกรังเกียจ...

แม้อยากจะให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความฝัน แต่ทุกหลักฐาน มันก็บ่งชัดเสียจนเธอปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่แค่ความฝันบ้าๆ ที่พอตื่นขึ้นมาทุกอย่างก็จะยังเหมือนเดิม

.................................................


นานนับนาทีกว่าหญิงสาวจะตั้งสติได้ นัยน์ตากลมโตไหวระริกด้วยหยาดน้ำตากวาดตาไปรอบๆ ห้องนอนกว้าง มองหาคนสารเลวที่พรากสิ่งมีค่าของเธอไป หากแต่ไม่พบใครสักคน

เพราะเรียนต่างประเทศมาตั้งแต่มัธยมปลาย เรื่องเพศจึงค่อนข้างเปิดกว้าง แต่เธอก็ไม่เคยคิดจะทำตัวราวฝรั่งมังค่าที่คิดว่าเซ็กส์เป็นเรื่องปกติธรรมดา สำหรับเธอครั้งแรกควรเป็นคนที่รักกัน คนที่พร้อมจะมอบให้โดยไม่เสียดายหากต้องร้างลากันไปในสักวันหนึ่ง ไม่นึกเลยว่าจะต้องมาเสียพรหมจรรย์ไปเพราะเรื่องน่ารังเกียจพรรค์นี้ ไม่นึกเลยว่าผู้ชายคนแรกที่ล่วงล้ำเข้ามาแนบชิดสนิทในตัวเธอ จะเป็นผู้ชายแปลกหน้าที่จ่ายเงินซื้อร่างกายเธอเพื่อใช้เป็นเครื่องระบายอารมณ์ความใคร่

ตอนอยู่บนเวที เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าของราคาประมูลสูงสุดนั่นเป็นใคร หน้าตาเป็นอย่างไร ได้แต่เดาว่าคงเป็นตาแก่ตัณหากลับสักคนหนึ่งที่มีเงินเหลือกินเหลือใช้จนไม่รู้จะเอาไปทำอะไร เมื่อคืนตอนที่เขาทำอะไรแบบนั้นกับเธอ ภาพจำของเธอก็เลือนรางเสียจนนึกไม่ออกว่าหน้าตาเขาเป็นใคร หน้าตาเป็นเช่นไร

หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ อย่างคนที่สิ้นไร้เรี่ยวแรง เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังจะแตกสลายเสียเดี๋ยวนี้ น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาจากดวงตา นิลรัตน์รีบยกมือขึ้นเช็ดมันออก

เวลานี้ไม่ใช่ที่จะมาคร่ำครวญเสียใจ ไม่ใช่เวลามานึกว่าหน้าตาผู้ชายคนนั้นเป็ฯเช่นไร ไม่ใช่เวลาที่จะมานึกเสียดายสิ่งที่ไม่สามารถเอาคืนมาได้ แต่เป็นเวลาที่เธอควรคิดว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตของตัวเองต่อไปต่างหาก นิลรัตน์บอกตัวเอง สมองแล่นเร็วจี๋เพื่อหาคำตอบ แล้วคำตอบเดียวที่ได้คือ...

หนี!’

แม้จะเป็นความคิดเดิม ๆ  ซึ่งผุดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าตั้งแต่เหตุการณ์ชั่วร้ายนี้เกิดขึ้น และเป็นความคิดที่ยังทำไม่สำเร็จเสียที เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ พี่จะหนีพ้น แต่นี่ก็เป็นอย่างเดียวที่เธอพอจะคิดออก เป็นความหวังเดียวที่ยังเหลืออยู่

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ยังไม่ทันได้เริ่มต้นทำในสิ่งที่ผุดขึ้นมาในความคิด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง แม้จะเป็นการเคาะเบาๆ อย่างสุภาพแต่ก็ทำให้ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัว นัยน์ตากลมโตจ้องไปที่ประตูเขม็ง ทั้งตระหนก หวาดหวั่น และหวาดกลัวไปพร้อมๆ กัน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีก แต่หญิงสาวก็ไม่คิดที่จะลุกไปเปิดประตู หรือแม้แต่พูดอะไรออกไป อันที่จริงเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองต้องทำอะไร

“ทำไมเธอยังไม่กินมันอีก”

เสียงทุ้มทรงพลังที่ลอดเข้ามาในห้องทำให้หัวใจดวงเล็กเต้นรัวขึ้น แม้จะไม่เห็นหน้า ทว่าเธอกลับรู้สึกว่าตัวเองเคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน

“เคาะประตูแล้วเธอไม่ยอมตอบอะไรเลย น่าจะยังไม่ตื่นครับ”

ทุกถ้อยทุกคำที่ได้ยินสร้างความหวั่นวิตกให้ ความหวาดกลัวมากมายเข้ารุมเร้า ปั่นป่วนอยู่ในอกราวกับพายุฝนคะนอง ทั้งๆ ที่อากาศภายในห้องเย็นสบาย ทว่าเหงื่อเม็ดเล็กๆ กลับผุดพรายขึ้นตามไรผมเหนือหน้าผาก

“ไม่ตื่นก็เข้าไปปลุกสิ ไม่รู้หรือไงว่าต้องกินมันให้เร็วที่สุด”

“ทราบครับ”

“รู้ก็รีบไปสิ จะยืนบื้อทำพระแสงอะไร... แล้วนั่นจะไปไหน”

นิลรัตน์เงี่ยหูฟังเสียงภายนอกห้องอย่างตั้งใจ ระบบประสาทของเธอตอนนี้ตึงเครียดไปเสียทุกส่วน สมองและร่างกายของเธอหนักอึ้งราวกับทั้งหมดกลายเป็นก้อนหินก้อนมหึมา ความหวาดหวั่นรุ่มเร้าจนแทบเสียสติ

“ไปเอากุญแจครับ”

              “ลองเปิดดูหรือยัง เมื่อคืนฉันไม่ได้ล็อคประตู”

ประโยคนั้นทำให้นิลรัตน์จ้องเขม็งไปที่ลูกบิดทันที

“ยังครับ”

พอพบว่าประตูไม่ได้ล็อกเอาไว้จริงๆ ร่างบางก็ลนลานลงจากเตียง มือเล็กดึงผ้าห่มติดมาด้วย ขณะถลาพุ่งตรงไปที่ประตู

“ไม่ต้องแล้ว ส่งมา ฉันเอาไปให้เธอกินเอง”

ร่างบางอยู่ห่างจากประตูไม้สีมะฮอกกานีเพียงแค่สามก้าวตอนที่เสียงหงุดหงิดนั้นดังเข้ามาในการรับรู้ หญิงสาวเอื้อมมือไปยังลูกบิดประตู

ลูกบิดที่ค่อยๆ หมุนส่งผลให้สติของเธอกระเจิดไปในอากาศ ก่อนที่สตังจะกระเจิงตามไปเพราะบานประตูถูกดันให้เปิดออก 



ซีรีส์ชุดมาเฟียที่รัก
                                      อันดับ 1 สัมผัสรักมาเฟีย โดย กานต์มณี (ไปหน้านิยาย คลิก!!!)
                 อันดับ 2 จำนนรักมาเฟีย  โดย สุนิตย์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 447 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

831 ความคิดเห็น

  1. #543 💋P&M💋 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 21:23
    โหหัวใจเต็นแรงมากนึกว่านางเอกจะปิดประตูทัน5555
    #543
    0
  2. #107 aemly (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 20:58

    ลุ้นๆๆๆๆๆ

    #107
    0
  3. #106 Thanyarat2514 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 19:42
    ต่อนะค่ะรอๆๆ
    #106
    0
  4. #105 kanokradaparima (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 19:39

    ที่ทำเองนี่หวงรึเปล่าคะ
    #105
    0
  5. #104 กระรอกน้อยซันซัน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 19:12
    สงสารอะ
    #104
    0
  6. #103 muttanaseemawong (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 19:03

    มาต่อเถอะไรท์จ๋า
    #103
    0
  7. #102 Fang_ju (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 13:55
    ต่ออออออ
    #102
    0
  8. #101 T\'Ti Tern (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 11:03

    เกาะขอบจอรอ????????????????????

    #101
    0
  9. #100 Bee Nattamon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 10:33

    คนก่อเรื่องต้องเอาให้หนัก ล้องหงายยย
    #100
    0
  10. #99 muttanaseemawong (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 10:29

    สงสารนางเลยเจออย่างนี้
    #99
    0
  11. #98 aemly (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 10:27

    สงสารน้อง

    #98
    0
  12. #97 dokao (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 10:23
    น่าใงสารง่า
    #97
    0
  13. #96 Thanyarat2514 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 10:19
    ต่อเลยได้ไ-ากอ่าน
    #96
    0