เล่ห์ร้ายร่ายรัก

ตอนที่ 4 : บทที่ 2 ข้อเสนอประกาศิต 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34,505
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 291 ครั้ง
    14 พ.ค. 61

            

                       “แต่คุณพีชไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของมูลนิธินะคะ แล้วก็ไม่ทราบข้อมูลของสถานสงเคราะห์ด้วย คงไม่สามารถตอบคำถามหรือให้ข้อมูลที่คุณอยากรู้ได้” เจ้าหน้าที่มูลนิธิสาวที่ทำหน้าที่ดูแลเด็กๆ ในบ้านพยายามอธิบายอย่างใจเย็น

                “แต่ผมว่าเธอน่าจะเป็นคนที่รู้ทุกซอกทุกมุมของบ้านหลังนี้ดีที่สุด...ไม่ใช่เหรอ”

แม้จะเป็นคำพูดที่พูดเหมือนจะถาม แต่มันกลับมีนัยอย่างชัดเจน ว่าเขารู้ข้อมูลบางอย่างที่ไม่สมควรจะรู้ และนั่นก็ทำให้ใบหน้าของพีชยาเครียดขึงขึ้นมาฉับพลัน

                “แต่ว่า...” เจ้าที่หน้าสาวยังพยายามค้าน

                “ไม่มีแต่ ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงคนนี้ ข้อตกลงทุกอย่างก็เป็นอันยกเลิก จะไม่มีการรับอุปการะ ให้ทุน หรืออะไรทั้งสิ้น” นั่นคือประกาศิตที่ทำให้สรรพสิ่งรอบกายเงียบกริบไปชั่วขณะ

ขณะที่พูดกับเจ้าหน้าที่สาว ดวงตาของผู้ชายตรงหน้ากลับจับจ้องมาที่เธอ นัยน์ตาสีทองเปร่งประกายระยิบระยับอย่างคนที่เหนือกว่าของเขาทำให้พีชยามั่นใจว่าผู้ชายคนนี้คงต้องศึกษาข้อมูลมาอย่างดี เพราะดูเหมือนเขาจะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับบ้านหลังนี้ และดูเหมือนจะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเธอด้วย มันทำให้เธอหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ รู้แต่เพียงว่ามันคงไม่ใช่สิ่งดีๆ สำหรับเธอแน่นอน ลางสังหรณ์ของเธอมันบอกเช่นนั้น

                “เออ...คือ” คนรับใช้ในบ้านที่กลายมาเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิอ้ำอึ้ง หันมามองหน้าพีชยาอย่างเกรงอกเกรงใจ และตัดสินใจไม่ถูก

                “ไม่เป็นไรจ๊ะพี่พร เดี๋ยวพีชจัดการเอง”

พีชยาหันไปพูดกับเจ้าหน้าที่ที่ชื่อพร หรือพรพรรณ อดีตคนรับใช้เก่าในบ้านที่ผันตัวเองมาเป็นเจ้าหน้าที่มูลธินิด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะหันขวับไปจ้องหน้าชายหนุ่มที่ชี้นิ้วเลือกให้เธอพาชมบ้านเขม็ง

                “เชิญครับคุณผู้หญิง”

แมทธิวเอ่ย มือหนาผายไปข้างหน้า เหมือนจะบอกให้เธอเริ่มทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้ว ใบหน้าคมเข้มเครียดขึงคลายลงเมื่อได้ดั่งที่ใจต้องการ ก่อนรอยยิ้มที่ผสมผสานกันระหว่างอารมณ์ดีกับความสมใจจะปรากฎอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา

                พีชยากระแทกเท้าเดินนำไปอย่างกระแทกกระทั้นสื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอไม่พอใจและไม่ได้เต็มใจเลยสักนิด เธอพาชายหนุ่มเข้าออกห้องนั้นห้องนี้พร้อมอธิบายด้วยน้ำเสียงที่ถูกข่มให้เรียบสนิทเท่าที่ทำได้ หากแต่คนฟังก็รับรู้ได้ถึงความไม่พอใจที่ปะปนออกมาจากน้ำเสียงนั้นได้อย่างชัดเจน

                “ฉันพาคุณชมบ้านจนทั่วแล้ว ขอตัวนะคะ”

เมื่อทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จพีชยาก็เอ่ยขึ้นทันที มันไม่ใช่การขออนุญาตมันเป็นแค่ประโยคบอกให้รู้เท่านั้น เพราะพูดจบร่างบางก็หันหลังกระแทกเท้าเดินจากไปทันที

                “นั่นคุณจะไปไหน” แมทธิวตะโกนไล่หลังคนที่เชิดหน้าเดินหนีอย่างไม่แยแสตนเสียงดังลั่น

                “ก็ฉันทำหน้าที่ของฉันเสร็จแล้ว คุณจะเอายังไงกับฉันอีก” พีชยาสะบัดเสียงใส่อย่างลืมตัว

“ผมยังไม่อนุญาต คุณไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้น”

“...” พีชยากัดริมฝีปากแน่น ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปอีก เท้าเล็กๆ ในรองเท้าอยู่บ้านสีน้ำตาลอ่อนยังก้าวไปข้างหน้าไม่สนใจเสียงทุ้มที่ยังตะโกนไล่หลังไม่ยอมหยุด ผู้ชายคนนี้ทำให้ขีดความอดทนอดกลั้นของเธอลดลงไปได้จนเกือบไม่เหลือ และถ้าหากว่าเธอไม่กลัวจะเสียเรื่องละก็ เธอจะอาละวาดให้หน้าหงายไปเลยทีเดียว

                “นี่คุณกล้าเดินหนีผมงั้นเหรอพีชยา” แมทธิวว่าอย่างหัวเสียพลางสาวเท้าไล่ตามร่างเล็กที่เดินหนีไปติดๆ

“นี่คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่...ว้าย!”

พีชยาแว๊ดลั่นพร้อมหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ที่เดินตามหลังมาด้วยอารมณ์ที่ปรี๊ดเต็มที่ แต่แล้วความโมโหก็ต้องเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกแทน...

เพราะการกระทำของเธอเป็นไปด้วยความรวดเร็วจนคนเดินตามเบรกไม่ทัน พอหันหลังเธอก็ชนโครมเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่เดินตามหลังมาเต็มแรง ร่างบางผละจนแทบหงายหลังถ้าไม่ได้มือหนาที่เอื้อมมาโอบกอดเอวขอดเอาไว้ละก็ เธอคงล้มก้นจ่ำเบ้าไปแล้ว

ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหันทำให้คนทั้งคู่อึ้ง ดวงตากลมโตช้อนขึ้นกับดวงตาคมเข้ม ตาสบตา ลมหายใจเริ่มติดขัด ดวงตาสองคู่สะกดกันและกันจนไม่สามารถละไปไหนได้ ใบหน้าหล่อเหลาก้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนจมูกโด่งเป็นสันแตะกับจมูกโด่งเรียว ดวงตาสีน้ำตาลทองเผยความต้องการออกมาอย่างไม่ปิดบัง


^....................^


“ปะ...ปล่อยฉัน” คนที่ได้สติก่อน ผลักไสร่างสูงใหญ่ออกห่างด้วยแรงทั้งหมดที่รวบรวมได้

        “ผมอุตส่าห์ช่วย ขอบคุณสักคำก็ไม่มี ใจดำชะมัด”

ท่าทางราวกับกวางน้อยระวังภัยทำให้แมทธิวอารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูก ใจจริงเขาก็ไม่อยากปล่อยเนื้อเนียนนุ่มหอมกรุ่นออกจากอ้อมแขนสักเท่าไรนัก แต่เป็นเพราะว่าเขามีสิ่งที่สำคัญกว่าต้องตกลงกับหญิงสาว เขาจึงยอมปล่อยร่างเล็กออกจากอ้อมแขนแต่โดยดีแต่เป็นไปอย่างสุดแสนเสียดาย

        “แล้วใครขอให้ช่วยไม่ทราบ แล้วก็กรุณาไปไกลๆ ฉันด้วย” พูดจบก็พีชยาก็พาร่างของตัวเองถอยห่างจากคนตัวสูง หญิงสาวยกมือทาบอกของตัวเองด้วยหวังว่ามันจะช่วยทำให้หัวใจที่เต้นระรัวกลับมาเต้นปกติ ทว่ามันกลับไม่ช่วยอะไรเลย มันยังเต้นรัวเร็วและแรงเสียจนพีชยากลัวว่ามันจะหลุดออกมานอกอก

        “...” ไม่มีแม้แต่คำเดียวที่หลุดออกมาจากลำคอหนา ไหล่หนาทั้งสองข้างยกขึ้นด้วยท่าทางกวนๆ บ่งบอกว่าไม่ยี่หระกับคำพูดของอีกฝ่าย

        “คุณต้องการอะไรกันแน่?” ตอนนี้ความอดทนของพีชยาคงหมดสิ้นแล้วจริงๆ เพราะเสียงที่เคยถูกข่มให้เรียบมันถึงกลายเป็นทั้งห้วนทั้งดัง

        “ผมมีข้อเสนอให้คุณ”

        “ข้อเสนออะไรไม่ทราบ ฉันไม่รับ!”

        “ผมจะใช้หนีธนาคารให้คุณทั้งหมด แต่คุณต้องโอนบ้านให้เป็นชื่อของผม” แมทธิวยังคงเอ่ยในสิ่งที่เขาตั้งใจไว้แต่แรกต่อ โดยไม่สนใจคำพูด และใบหน้างอๆ ที่เริ่มกลายเป็นหงิกขึ้นทุกขณะของคนที่เขากำลังยื่นข้อเสนอให้

        “แล้วแบบนี้มันจะเรียกว่าใช้หนี้แทนยังไง ในเมื่อบ้านก็เป็นของคุณ มันน่าจะเรียกว่าซื้อบ้านมากกว่า”

        “ฟังให้จบ แล้วค่อยพูด... ผมจะใช้หนีธนาคารให้คุณทั้งหมด แต่คุณต้องโอนบ้านให้เป็นชื่อของผม และตัวคุณต้องไปอยู่กับผม ผมจะให้เงินเดือนคุณ”

        “ในฐานะอะไร” พีชยาโพลงถามออกไปเพราะรู้สึกแปลกๆ กับข้อเสนอกำกวมของคนตรงหน้า

        “ผู้หญิงของผม”

พีชยาอ้าปากค้าง เบิกตากว้างกับคำตอบตรงๆ ไม่อ้อมค้อมของผู้ชายตรงหน้า แม้จะคาดไว้อยู่แล้วกับคำตอบที่จะได้รับ แต่เมื่อได้ยินจริงๆ เธอก็อดโมโหไม่ได้อยู่ดี

        “ถ้าฉันปฏิเสธล่ะ”

        “คุณใช้คำว่าถ้า... แสดงว่าคุณยังไม่ปฏิเสธ และอีกอย่างผมว่าคุณไม่มีทางเลือกนะ เพราะว่าถ้าคุณไม่ตกลง ผมก็จะซื้อบ้านหลังนี้อยู่ดี แล้วเมื่อใดที่บ้านหลังนี้กลายเป็นของผม ผมจะไล่ทุกคนในบ้านออกให้หมด”

น้ำเสียงที่ใช้ทั้งหนักแน่นและมั่นคง สื่อความหมายว่าเขาไม่ได้แค่ขู่ แต่เขาพูดจริงทำจริง อย่างที่เขาเคยพิสูจน์ให้เธอเห็นมาแล้ว

        “ก็เรื่องของคุณสิ มันไม่เกี่ยวกับฉัน คุณจะทำอะไรก็เรื่องของคุณ ฉันไม่สน” พีชยาพูดด้วยน้ำเสียงที่ปั้นให้เรียบเฉย ไหล่บอบบางทั้งสองข้างยกขึ้นด้วยท่าทางกวนๆ เลียนแบบท่าทางของคนตรงหน้าได้เหมือนเป๊ะเสียจนคนถูกเลียนแบบแทบหลุดยิ้มออกมา

        “แน่ใจนะที่พูด แล้วถ้าผมทุบบ้านหลังนี้ทิ้งล่ะ”

ชายหนุ่มพิงสะโพกกับพนักพิงโซฟาด้วยท่าทางสบายๆ แล้วมองมาที่เธออย่างคนที่เหนือกว่า...

เอาอีกแล้ว ผู้ชายคนนี้เขาพูดเหมือนเขารู้จักเธอดี เหมือนเขารู้ว่าเธอไม่มีทางปล่อยให้บ้านหลังนี้ถูกทุบทิ้ง  และรู้ว่าเธอไม่มีทางทิ้งคนในบ้านหลังนี้แน่ๆ 

        “ถึงคุณจะไม่รับอุปการะบ้านอุปถัมภ์แห่งนี้ ก็ยังมีคนอื่นที่เขาอยากจะทำบุญกับเด็กกำพร้า คุณคิดว่าฉันจะง้อคุณงั้นเหรอ”

        “ฮึ! คุณแน่ใจนะว่ามี แม้จะใจบุญแค่ไหน แต่เงินมากมายขนาดนั้นก็ไม่มีใครอยากเสี่ยงหรอก และผมว่าคุณคงหาคนใหม่ไม่ทันสิ้นเดือนนี้แน่นอน แต่ถึงคุณจะเสาะหาคนคนนั้นเจอ คุณคิดเหรอว่าเขาจะกล้า ถ้าคนอย่างผมไม่ยอม”

        พีชยาไม่รู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นใคร เพราะเธอไม่ได้ใส่ใจกับความเป็นไปของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอยู่แล้วถึงแม้ว่าบ้านหลังนี้จะเป็นชื่อของเธอก็เถอะ! ในเมื่อเธอยกให้เป็นการกุศล เธอก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวอีก เพียงแค่เวลาที่เธออยากคิดถึงความทรงจำเก่าๆ ขอให้เธอกลับมาที่นี่ได้ เธอก็พอใจแล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่ได้สนใจว่าใครที่จะมาอุปถัมภ์เด็กกำพร้าพวกนี้ต่อจากเธอ แต่ไม่รู้เพราะอะไรเธอจึงหวาดหวั่นและหวาดกลัวต่อคำพูดของผู้ชายตรงหน้า อาจเป็นเพราะน้ำเสียงที่มั่นคง บุคลิกที่โดนเด่น ความเชื่อมั่นในตัวเองสูงของเขา หรือจะเป็นคำพูดที่เหมือนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเธอ เธอก็ไม่อาจรู้ได้ แต่เธอเชื่อว่าผู้ชายคนนี้สามารถทำได้อย่างที่พูดจริงๆ


^....................^

“แต่ฉันทำอย่างอื่นให้คุณได้นะ ฉันจบปริญญาตรีด้าน...” พีชยายังพูดไม่ทันจบ อีกฝ่ายก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน....

        “ไม่จำเป็นผมมีมืออาชีพทำงานให้ครบทุกด้านแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีมาเพิ่มอีกคน”

        “ทำไมต้องเป็นฉันด้วย เงินคุณก็มีตั้งมากมาย ทำไมไม่ไปหาคนที่เขาเต็มใจ มาบังคับคนที่ไม่เต็มใจทำไม อย่าบอกนะว่าคุณรักฉัน!”

        “เปล่า!” แมทธิวตอบกลับไปทันควันโดยไม่ได้ใช้เวลาคิดแม้แต่เสี้ยววินาที

        “เปล่าแล้วคุณมายื่นข้อเสนอให้ฉันไปเป็นผู้หญิงของคุณทำไม”

        “ผู้หญิง ผู้ชาย นอนด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องรักกันเสมอไป ความต้องการทางกาย ไม่ต้องมีความต้องการทางใจมาเกี่ยวข้องหรอกพีชยา มีแค่ความพึ่งพอใจก็พอแล้ว อีกอย่างคุณไม่รู้ตัวเหรอว่าคุณเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกเลยนะ เพราะผม... แมทธิว เคนตัน มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่สาวๆ ทั่วโลกต่างฝันถึง เป็นคนชี้นิ้วเลือกคุณ ให้มาเป็นผู้หญิงของเขาด้วยตัวเอง ตำแหน่งที่ผู้หญิงต่างแย่งกันจนแทบตีกันตายเพื่อให้ได้มา”

ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจขณะที่พูด และใช่! แมทธิว เคนตันเป็นคนที่มีความมั่นใจสูง สูงมากเสียจนเรียกได้ว่าหลงตัวเองเลยล่ะ 

“ยกเว้นฉันไว้คนหนึ่งแล้วกัน เพราะถึงโลกนี้จะเหลือผู้ชายเพียงคนเดียว ฉันก็จะไม่ยกนิ้วขึ้นชี้เลือกคุณมาทำสามีให้เมื่อยหรอก” พีชยาว่าเสียงดัง หมายจะลบรอยยิ้มหลงตัวเองออกจากใบหน้าหล่อเหลา แต่มันกลับทำให้รอยยิ้มตรงมุมปากกระตุกกว้างขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

        "แล้วคุณคิดเหรอว่าผู้ชายคนอื่นจะกล้ามาเป็นสามีของคุณ ถ้ายังมีผมอยู่ในโลกนี้”

        “นี่คุณ...”

        “อีกอย่างผมว่าคุณไม่มีทางเลือกมากนัก เพราะถ้าไม่ตกลงก็เตรียมย้ายออกจากบ้านหลังนี้ ภายในสิ้นเดือน อีกกี่วันนะ อ๋อ...ใช่ อีกอาทิตย์หนึ่ง” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ทว่าริมฝีปากกลับกระตุกขึ้นอย่างคนที่เหนือกว่า

        “ถ้าฉันตกลง แล้วฉันต้องทำอะไรบ้าง บอกไว้ก่อนว่าฉันทำงานบ้านไม่เป็น ทำกับข้าวก็ไม่ได้เรื่อง เอาใจใครก็ไม่เก่งด้วย”

        “ไม่จำเป็น นั่นมันหน้าที่คนใช้ ส่วนคุณ แค่ทำหน้าที่บนเตียงก็พอ”

ใบหน้าหวานแดงเรื่อกับคำพูดไม่อ้อมคอมของผู้ชายตรงหน้า เธอทั้งโกรธทั้งอาย ทว่าเธอก็ต้องข่มความทั้งอายและความโกรธเอาไว้แล้วถามออกไป “นานเท่าไร?”

“ถามแบบนี้ คุณตกลงแล้วใช่ไหม”

“เปล่า ฉันแค่ต้องการข้อมูลในการตัดสินใจก็เท่านั้น”

        “ก็คุณหาเงินมาคืนผมได้ หรือไม่ก็จนกว่าผมจะเคลียร์งานที่เมืองไทยเสร็จ”

        “จนกว่าคุณจะเคลียร์งานที่เมืองไทยเสร็จ หมายความว่ายังไง”

        “หมายความว่าถ้าคุณยังหาเงินมาคืนผมไม่หมด แต่ผมเคลียร์งานที่นี่เสร็จแล้ว ผมจะยกหนีให้คุณ”

“แล้วคุณจะให้เงินฉันเท่าไร”

        “คุณต้องการเท่าไรล่ะ”

“ฉันขอแสนหนึ่ง”

“ผมให้สองแสน” แมทธิวตอบกลับอย่างใจป้ำ เพราะเขาแน่ใจว่าไม่ถึงเดือนเขาคงเบื่อผู้หญิงคนนี้ เหมือนที่เขาเป็นมาแล้วกับผู้หญิงหลายๆ คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต บางคนเขาต้องจ่ายมากกว่านี้เสียด้วยซ้ำ แล้วเพื่อสิ่งที่เขาต้องการมาก ทำไมเขาจะจ่ายไม่ได้

        “แล้วก็ขอค่าเสียหายต่างหากด้วย” ถ้าคนตรงหน้าคิดว่าเธอไร้เขี้ยวเล็บ พีชยาก็อยากให้เขารู้ว่าเขาคิดผิดถนัด

“ยังไง” แมทธิวมองคนตรงหน้าด้วยสายตาพิจารณา ชายหนุ่มกระตุกยิ้มขึ้น รอฟังข้อต่อรองของหญิงสาวอย่างใจเย็น

“จับมือครั้งละหนึ่งพัน กอดครั้งละสองพัน หอมแก้มสามพัน จูบห้าพัน อย่างอื่น...ค่อยว่ากันอีกที”

พูดเองหน้าก็แดงเอง และแดงขึ้นเรื่อยๆตามหัวข้อที่พูด จนคนที่มองอยู่กลั้นยิ้มแทบไม่อยู่

“ไม่มีปัญหา” แมทธิวตกลงโดยไม่มีข้อแม้ ปกติแล้วนักธุรกิจอย่างเขาคิดถึงแต่เรื่องผลประโยชน์และกำไร  แต่สำหรับเรื่องนี้เขายอมขาดทุนโดยไม่มีเหตุผล  เขารู้แต่เพียงว่า ตอนนี้เขาต้องการครอบครองผู้หญิงคนนี้ก็เท่านั้น

“และถ้าฉันหาเงินมาคืนให้คุณครบเมื่อไรเราจะเป็นอิสระต่อกันทันที”

“อันนั้นก็ไม่มีปัญหาอีกเช่นกัน แล้วคุณไม่คิดบ้างเหรอว่าผมอาจเบื่อคุณเร็วกว่าที่เราตกลงกันไว้ก็ได้”

“ตอนแรกฉันอยากขอให้คุณยกหนี้ให้ฉันทั้งหมด ถ้าหากคุณเป็นคนทนฉันไม่ได้แล้วไล่ฉันให้ออกจากชีวิตของคุณ แต่มันคงจะเป็นการเอาเปรียบคุณมากเกินไป ฉันจะไม่ขออย่างนั้น ฉันขอแค่ให้คุณจ่ายเงินเดือนให้ฉันเป็นจำนวนหนึ่งปี ส่วนที่เหลือฉันจะค่อยๆ หามาคืนให้คุณ แต่ระหว่างนั้นคุณไม่มีสิทธิ์ไล่ใครออกจากบ้านแม้แต่คนเดียว”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 291 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,511 ความคิดเห็น

  1. #4011 กระต่ายน้อย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 09:49

    ฮิ้วๆๆ

    #4,011
    0
  2. #49 ภาวนา ยะถาเทศ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2557 / 22:05
    เหมือนหมาป่าจ้องจะงาบกระต่ายเลยเนอะรอตอนต่อไปนะคะรีบๆมานะ ไรท์สู้ๆๆๆ
    #49
    0