คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย knights_lojae

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



อ่านช้าๆ ชัดๆ ฟังเพลงคลอไปด้วยยิ่งได้บรรยากาศเลย ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่านกันเนาะ
พล็อตฟิคเพลงมาจาก เพลง Frozen in Time เน้อ ใครมองภาพไม่ออกให้นึกถึงระบบฟิวดัล

ในสมัยกลางของยุโรปเด้อ 


เอ็นจอยรี้ดดิ้งจ้า





เนื้อเรื่อง อัปเดต 5 พ.ค. 60 / 11:25












คุณค่อยๆ หายไปทิ้งฉันไว้ข้างหลัง


ฉันมองหาเวลาที่มันผ่านไปแล้ว


มองคุณ....มองคุณ..


ดวงตาคู่นั้นของคุณที่เคยมองมาที่ฉัน
ริมฝีปากของคุณที่จูบริมฝีปากของฉัน


ฉันจำตัวเองที่เคยอยู่ภายในตัวคุณได้
ยิ่งหนาวมากเท่าไหร่..  มันก็ยิ่งชัดเจน


ฉันถูกจองจำด้วยร่องรอยของคุณ


Frozen in Time – Sunmi

Knight_โล่แจ



ยามราตรีที่สายฝนกระหน่ำลงมาเสียงฟ้าร้องผ่าคล้ายกำลังโกรธาทุกสรรพสิ่ง ฝีเท้าอาชาที่เร่งรีบด้วยคำสั่งเจ้านายมันกึกก้องสู้ศึกเสียงคะนองของฟ้า เสื้อเกราะที่สวมกายบัดนี้เริ่มหนักอึ้งด้วยความเปียกปอนจากเสื้อผ้าที่อยู่ชั้นด้านในสุดแต่ก็มิอาจหยุดยั้งให้ร่างสง่าหยุดเดินทางด้วยอาชาตัวนี้ไม่ เขาเริ่มรู้ว่าม้าตัวเองของตนเองเริ่มเหนื่อยล้าเต็มทีจากการเดินทางมาทั้งวันแต่จะหยุดลงไม่ได้หากว่าสหายรักยังคงได้รับบาดเจ็บจากสงคราม 



ความแตกต่างระหว่างศาสนาทำให้เขาต้องร่อนเร่จากเมืองหลวงมารบราฆ่าฟันกับมนุษย์ด้วยกันเอง ไม่ใช่สิ่งที่ตนเองภูมิใจนักหากต้องฆ่าใครแต่หากว่ามันคือหน้าที่ของอัศวินที่ต้องรับคำสั่งนายใหญ่ มือแกร่งเหยียดบังเหียนให้อาชาเร่งฝีเท้า มองออกไปข้างหน้าดวงตาสีนิลที่ถูกบดบังด้วยหน้ากากที่เห็นจะเป็นเกราะปิดบังใบหน้าไว้เห็นไฟสว่างเรืองๆ ไม่ไกลนัก เขากระชับมือตนเองอีกข้างให้จับสหายรักเพื่อไม่ให้ตกหลังม้าไปก่อนที่จะถึงหมู่บ้านข้างหน้า




จงออบ.. ยังหายใจอยู่รึเปล่าเขย่าแขนอีกคนมือเห็นว่าเพื่อนเงียบไปนาน เขารู้ว่าสหายเหนื่อยอ่อนจนลืมตาแทบไม่ไหว แต่ก็ยังไม่อยากให้เพื่อนหลับไปเสียตอนนี้


เออ.. ใกล้รึยัง ข้าจวนจะตายแล้วสหายรักส่งเสียงลอดออกมาแต่ก็ไม่วายหัวเราะในลำคอด้วยความขันเพื่อน


อย่าพูดอย่างนั้นสิวะ ข้าเห็นบ้านคนแล้วอีกไม่นานหรอก อดทนไว้ก่อน


คนอย่างข้าไม่ตายง่ายๆหรอกน่า” 


เขาหันไปมองไหล่ที่โดนฟาดฟันก่อนหน้านี้ มันเป็นแผลที่ใหญ่พอตัวแต่ดีที่ไม่ได้ลึกมากคนตรงหน้าได้ห้ามเลือดไว้แล้วแต่เห็นทีจากการเดินทางมาหลายชั่วโมงบวกกับฝนฟ้าที่ตกทำให้แผลต้องได้รับการรักษาให้เร็ว ครั้นจะกลับเมืองหลวงไปรักษาคงใช้เวลาเดินทางอย่างน้อยห้าวัน แบบนั้นเขาคงมิอาจเน่าตายก่อนหรอกหรือ นึกได้แบบนั้นก็หัวเราะออกมา 


มันไม่ใช่สถานการณ์ที่จะมาขำขันอะไรตอนนี้จุนฮงคิดแบบนั้น


เจ้าขันอะไรนักหนา


ข้าไม่ใช่ไก่


เจ้าควรเลิกกวนตีนซักที ข้าไม่เห็นว่ามันจักน่าขันตรงไหนตัวเองแทบจะเอาชีวิตไม่รอดอยู่แล้ว เจ้ายังตลกอีกหรอ เขาอดหัวเสียกับสหายตนเองไม่ได้



เจ้าอย่าได้คิดมากน่า ข้าเห็นเจ้าเครียดเพราะข้าก็ไม่อยากให้เป็นกังวลนัก


ข้าเห็นจะเป็นกังวลเพราะเจ้าไม่ตายนี่แหละ ฮ่าๆๆ


บ๊ะ ไอ้นี่สองสหายสนทนากันเคล้าด้วยเสียงหัวเราะร่าแข่งกับตายฝนที่กระหน่ำลงมา  ไม่นานนักก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านเล็กๆ เสียงฝีเท้าของม๊าทำให้บ้านหลังน้อยต้องแอบเปิดม่านดูว่าดึกยามนี้แล้วยังมีใครเดินตรวจตราอยู่อีก จุนฮงลงจากอานม้าเดินมาเคาะประตูบ้านหญิงชราที่เขาแอบอยู่หลังม่าน 



ก๊อกๆๆ!!






เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้หญิงชราสะดุ้งตื่นด้วยความกลัว นางคิดว่าตนเองแอบมองอัศวินในชุดเกราะอยู่เหตุใดจึงได้รู้ว่ามีคนยังไม่หลับนอน



ไม่มีใครอยู่หรอก เขานอนกันหมดแล้ว” 


หญิงชราโพล่งไปแบบนั้นด้วยความกลัวหรือความเขลากันแน่ จุนฮงที่ได้ยินแบบนั้นก็นึกขันในใจ เขาไม่ได้มาร้ายแค่ต้องการว่าที่นี่พอจะมีหมอรักษาเพื่อนเขาได้รึเปล่าแต่คงเป็นสัญชาตญานปกติของมนุษย์ที่ต้องรักษาความปลอดภัยให้ตนเอง



ข้าจะมาถามว่าที่นี่พอมีหมอบ้างไหม เพื่อนข้าได้รับบาดเจ็บจากสนามรบมา


ห...เห็นจะมีอยู่หญิงชราพูดด้วยเสียงอันสั่นเทา


ท่านจะช่วนบอกข้าได้รึไม่ ท่านน้า


บ้านหมอแจซอก เข้าไปอีกหน่อยจะมีต้นไม้ใหญ่อยู่หน้าซอยเจ้าเข้าไปในถนนซอยนั้นจะมีบ้านเดี่ยวมีต้นไม้แยะหน่อย ไม่ไกลนักหรอก บ้านแกหาง่าย” 


ขอบคุณขอรับท่านน้า” 


เขาพูดจบก่อนที่หญิงชราจะเงียบไป ร่างสูงโดดขึ้นหลังม้าพร้อมพาสหายรักเดินทางต่ออีกหน่อย เขาเดินตามอย่างที่หญิงชราบอกก็พบต้นไม้ใหญ่จึงเร่งฝีเท้าอาชาให้เข้าไปในถนนลูกรังที่ตอนนี้เต็มไปด้วยโคลนตม ไม่นานก็เจอบ้านหลังเล็กพรรณไม้หลายชนิดแข่งกันเลื้อยไปถึงชั้นบนของบ้าน 



แสงจากฟ้าแลบฟ้าผ่าที่คอยส่องสว่างอยู่เนืองๆทำให้เขาได้เห็นตัวบ้านชัดเจนขึ้น รู้สึกขอบคุณที่ฟ้าไม่ผ่าลงมากลางกบาลตัวเองทั้งที่ยังใส่ชุดเกราะอยู่แบบนี้ แสงไฟชั้นล่างของบ้านยังสว่างอยู่เล็กน้อย ดวงตาลอบมองผ่านแผ่นไม้ก็ไม่เห็นมีใคร จึงเดินไปเคาะประตูเรียกอยู่นานเพื่อนตัวน้อยที่อยู่บนหลังอานม้าตอนนี้ถูกหิ้วปีกติดมือมาอยู่หน้าประตูบ้านเรียบร้อยแล้ว



มีใครอยู่บ้างมั้ย เพื่อนข้าได้รับบาดเจ็บ” 


เขาตะโกนอยู่แบบนั้นสองสามครั้งก่อนจะมีแสงไฟส่องสว่างมาหน้าประตูไม้ มันถูกเปิดออกด้วยมือเล็กเรียว ใบหน้าหวานเงยมองผู้มาเยี่ยมเยือนในยามราตรีดวงตาสีนิลจ้องลึกไปยังใบหน้าที่กำลังเงยมองขึ้นมาอยู่ๆ หัวใจก็กระตุกวูบขึ้นมาเสียอย่างนั้น ฟันขาวขบริมฝีปากอวบอิ่มของตนเองอย่างเคยตัว สายตากลมเสไปมองสหายของคนตัวสูงที่ตอนนี้ดูท่าจะหมดสติไปเสียแล้ว



เข้ามาก่อน พ่อของข้ากำลังแต่งตัวอยู่” 


ร่างบางเชิญให้แขกเข้ามาแล้วพาไปอีกยังห้องหนึ่ง กลิ่นสมุนไพรเตะจมูกของจุนฮงเข้าอย่างจัง เขาไม่คุ้นชินกับกลิ่นพวกนี้มันฉุนซะจนเขาอยากจะหายตัวไปทันทีที่เข้ามา เสียงตะกุกตะกักจากการเดินทำให้รู้ว่าใครอีกคนกำลังมาเขาวางเพื่อนให้นอนลงกับเตียงก่อนจะถอดเกราะออกจากใบหน้า ยองแจมองตามอย่างลืมตัวผมสีบลอนที่ดูหยักโศกเล้กน้อยเหมือนผู้คนธรรมดาในแถบนี้ แต่หากมันกำลังเปียกปอนพาลให้ชวนร้อนรุ้มในกายร่างสูงขยี้ผมเพื่อไล่ความชื้นแฉะให้พ้นก่อนจะเอ่ยวาจาบอกหมอ



ข้าสองคนมาจากเมืองหลวง เราต้องออกรบกับสงครามครั้งนี้แต่สหายข้าได้รับบาดเจ็บข้าจึงขอตัวลากลับ เพราะศึกเริ่มสงบลงบ้างแล้ว



แผลเขานานเท่าไหร่แล้ว


ตั้งแต่ยามบ่าย


ยองแจพานายท่านไปพักซะก่อน เดี๋ยวทางนี้พอจะดูแลเองชายสูงอายุพูดจบก็ตระเตรียมเครื่องมือเพื่อจะรักษา ร่างสูงสง่าละตัวเองออกมาเพื่อจะไปดูอาชาของตนเองที่ถูกปล่อยไว้ก่อนจะมีเสียงเล็กโพลงออกมาบอกเสียก่อน


ข้าเห็นอาชาของนายท่านเดินไปต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านแล้ว มันคงไปไหนไม่ไกลหรอก



จุนฮงพยักหน้ารับก่อนจะเดินตามร่างบางไปยังข้างบนของตัวบ้าน ชั้นสองของบ้านมีแค่สองห้องที่เขาสังเกตเห็นอีกห้องคงจะเป็นของหมอที่รักษาสหายของตนอยู่ตอนนี้ แล้วจะนอนที่ไหนเขายืนมองอย่าง งง-งวย ร่างบางหันมามองเหตุใดอีกคนถึงยังไม่ตามเขาเข้ามาอีก



จะให้ข้านอนที่ไหนหรือท่านหญิงร่างบางขมวดคิ้วเมื่อได้ยินแบบนั้น


ข้าเป็นผู้ชาย..” 


เขาลืมไปเสียสนิทว่าตนเองใส่ชุดกระโปรงของน้องสาวที่เสียชีวิตไปปีที่แล้ว เหตุจากสงครามการไปเป็นอาสาสมัครเพื่อคอยช่วยเหลือคนบาดเจ็บในสนามรบ แต่ต้องมาประสบเคราะห์เสียเอง ท่านแม่รับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้นคลุ้มคลั่งเสียสติเมื่อได้รับข่าวนั้นเอาแต่ร้องห่มร้องไห้กลายเป็นโรคประสาทอ่อนๆ พร่ำเพ้อถึงแต่ลูกสาวอันเป็นที่รัก ท่านพ่อเห็นทีคงยากที่จะรักษาอาการของภรรยาตนได้ สุดท้ายแล้วร่างบางต้องแต่งตัวเป็นผู้หญิงเพื่อท่านแม่ 




ข้าไม่รู้  ข้าขอโทษ..” 


เขาพูดจริงๆ ไม่ได้จะนึกขันอะไร แต่คิดว่าคนตรงหน้าดูไม่เหมือนผู้ชายด้วยซะซ้ำ ครั้งแรกที่เจอกันเขาก็แอบใจสั่นอยู่ไม่น้อย เรือนกายที่ถูกปิดไว้ด้วยชุดกระโปรงผู้หญิง ผู้ชายวัยกลัดมันอย่างเขาก็อดคิดไม่ได้หากมืออันจวบจ้วงของตนสัมผัสเรือนร่างตรงหน้าจะเคลิบเคลิ้มเพียงใด


 เอวบางสะโพกอ้อนแอ้นทำให้เขาต้องรีบไล่ความคิดกามารมณ์ในหัวออกไปให้หมด คนสวยเดินนำเข้าไปในห้อง มือเล็กช่วยถอดชุดเกราะของอัศวินตรงหน้าอย่างรู้งานก่อนจะหาเสื้อผ้าให้อีกคนเปลี่ยน คงไม่ดีเท่าไหร่นักที่จะให้แขกผู้สูงศักดิ์ในคราป่วยไข้จากการตากฝนมาทั้งคืน เขาปล่อยให้อีกคนแต่งตัวจึงขอละตัวเองออกลงไปก่อน 



เจ้าจะไปไหนจุนฮงเอ่ยเมื่อเห็นร่างบางเดินถึงประตู


ข้าจะไปหาอะไรร้อนๆ ให้นายทานดื่มแก้หนาวขอรับ


ไม่ต้องหรอก ข้าง่วงเต็มแก่แล้วหรือว่าเจ้าจะไปช่วยพ่อของเจ้ากันล่ะ” 


ไม่ขอรับ ท่านพ่อต้องใช้สมาธิ ข้าโดนดุบ่อยๆ เวลาไปยุ่มย่ามในห้องนั้น


งั้นก็มานอนเถิด” 

เขาเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว สหายตัวดีก็ปล่อยไปก่อนเถอะ ตอนนี้ดวงตาเริ่มหนักอึ้งจากไม่ได้นอนมาหลายคืนแล้ว คนตัวเล็กเดินไปหยิบหมอนกับในชั้นจะมาปูนอนข้างๆ เตียง



เจ้ารังเกียจข้ารึ


ไม่ใช่นะขอรับ..ข้าแค่เกรงใจนายท่าน” 


มานอนข้างๆ ข้า แล้วนี่ก็บ้านเจ้าเหตุใดต้องเกรงใจ


ชายวัยกลางคนตบเบาะข้างๆ ชาวบ้านอย่างเขามิอาจทำตัวใกล้ชิดกับผู้สูงศักดิ์ได้สนิทใจนัก แค่ชาวบ้านธรรมดาหากกล้าไปเทียมทัดกับบุคคลตรงหน้ามิหวังจะพาเรื่องเดือดร้อนมาให้ตนเองหรอ เขาคิดในใจแต่ก็ยอมลุกไปนอนข้างๆ ตามที่อีกคนบอก แสงไฟจากตะเกียงทำให้ร่างสูงมองเห็นใบหน้าหวานไม่ชัดเจนนักแต่ก็พอคาดเดาได้ว่าอีกคนงดงามเพียงใด


ฟูกนอนที่เคยครอบครองคนเดียวบัดนี้ได้ถูกแบ่งปันให้ชายแปลกหน้าจากเมืองหลวง ร่างบางหลับไม่ลงถึงแม้ดวงตากลมจะปิดแต่เสียงหายใจที่ไม่เป็นจังหวะนั้นทำให้คนข้างตัวรู้ว่าอีกฝ่ายยังคงประหม่าอยู่ ไหล่เล็กหันหลังให้เขาอย่างนึกเอ็นดูเขาแกล้งนอนขยับตัวไปใกล้น้องแต่อีกคนกลับขยับตัวหนีอย่างนึกขนาด รอยยิ้มปรากฏในความมืดเขาขยับไปใกล้จนรู้ว่าว่าอีกคนใกล้จะตกเตียงอยู่รอมร่ออยู่แล้ว


 อดแกล้งไม่ได้เสียจริงนึกก่นด่าตนเองที่บอกว่าง่วงแต่กลับตาค้างตอนน้องนางชิดใกล้ จุนฮงขยับพลิกตัวอีกครั้งเป็นจังหวะเดียวกันที่ร่างบางตกใจพยายามกระถดถอยหนีเกือบจะตกลงไปอยู่รอมร่อแขนแกร่งรีบรั้งเอวบางไว้อย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่เห็นสันกรามชัดเจนหนวดเคราที่นานครั้งจะได้โกนตอนนี้กำลังสัมผัสโดนต้นคอของร่างบางจนขนลุกเกรียวด้วยความเสียววาบคางได้รูปเกยลงบนไหล่เล็ก มือหนากอดกระชับเอวบางให้เข้ามาชิดยิ่งขึ้น



กลัวข้ารึ


ป...เปล่าขอรับเขาโกหก 



ต้องน่าขันมากแน่ๆ หากนายท่านได้เห็นว่าตอนนี้ใบหน้าเล็กร้อนผ่าวเพียงใด


เสียงลมหายใจกระชัดชิดดังอยู่ข้างใบหูของตน มันทำให้เขาต้องหดคอหนีตามสัญชาตญาณ ลิ้นหนาอดใจที่จะล่วงล้ำคอระหงส์ตรงหน้าไม่ได้ น่าขบให้ขึ้นรอยแดงเสียร่างบางถูกโลมเลียด้วยลิ้นจนเกิดเสียงเฉอะแฉะแข่งกับสายฝนด้านนอก คางสากไล่เลียไปตามลำคอสวย ยองแจครางอื้ออึงมือมือของอีกคนเอาแต่ปัดป่ายแกล้งเขาตามร่างกาย ปากสวยถูกกลบเสียงร้องด้วยอวัยวะเช่นเดียวกัน ริมฝีปากถูกดูดดุนจากร่างสูงลิ้นหนาชำแรกเข้าโพรงปากอย่างรุนแรง ไล่ต้อนลิ้นเล็กจนร่างกายใต้ร่างดิ้นเร่าๆ 


ร่างกายสั่นเทาจากการสัมผัสด้วยมือสาก มันถูกลากไปยังเม็ดบัวที่ประทับบนหน้าอกสองข้างน้ำลายเปรอะเปื้อนจากการสวาปามข้างนั้นทีข้างนี้ที ลิ้นหนาทำหน้าที่ของตัวเองอย่างไม่บกพร่อง ยองแจไม่ได้ปฏิเสธความรู้สึกนั้นหากว่าร่างกายและจิตใจก็ในส่วนลึกแล้วก็ยังรู้สึกดีไม่น้อยเมื่อได้รับสัมผัสจากจุนฮง เป็นสัมผัสที่แปลกใหม่.. ใช่เขาไม่เคย...


อะ..อ..อื้ออ


ปากเล็กครางอื้ออึงเมื่อถูกลิ้นของคนตรงหน้าไล่วนเลียอยู่ตรงหน้าท้องสวยอย่างนึกแกล้งตั้งแต่ไม่ไหร่เขาก็ไม่รู้ตัวเมื่อชุดกระโปรงที่เคยใส่ตอนนี้ลงไปกองอยู่ข้างๆ เตียงเสียแล้ว เอวบางแอ่นรับสัมผัสอย่างลืมตัว มือเล็กกำผ้าห่มจนเกิดรอยยับจุนฮงส่งเสียงหึในลำคออย่างพอใจ 


เสียงกระเส่าตรงหน้ายิ่งสร้างความกระสันให้ชายวัยกลางคนมากขึ้น หากเขาไม่ห้ามใจไว้ป่านนี้น้องต้องต้องร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดจากสัมผัสที่เขาให้เป็นแน่ หากต้องอดเปรี้ยวไว้กินหวานไม่อยากรังแกน้องให้ร่างกายบอบช้ำนัก นึกดูแคลนตนเองที่ไม่เคยมอบสัมผัสแบบนี้ให้ใครถึงแม้จะผ่านผู้หญิงมาไม่ซ้ำหน้าหากแต่ว่าเขามักทำให้มันจบๆ ไป แค่สนองความใคร่ให้ตนเองเท่านั้นแต่ตนนี้กลับไม่ใช่..



สัมผัสที่มอบให้ร่างบางตอนนี้แปลกไปจากคนอื่นเขาอยากถะนุถนอม ดูแลพร้อมต้องการชำเราไปในตัว
มือหนาจับข้อเท้าของร่างบางให้ตั้งฉากกับเตียงนอนลิ้นสากลากเลียตั้งแต่ข้อเท้าเล็กจนไปถึงต้นขาด้านในที่อ่อนนุ่มคล้ายขนมปุยฝ้าย ฟันขาวขบเม้มอย่างนึกหมั่นเขี้ยว รอยกุหลาบปรากฏขึ้นจางๆ จากการดูดดุน นิ้วหัวมือมือสองข้างแหวกแก้มก้นน้องให้แยกกันก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้าไปเชยชม



อะ..อ่า” 

เสียงเล็กถูกส่งเสียงออกมาอย่างนึกอาย ลิ้นถูกตวัดเลียอย่างจวบจ้วงร่างบางกระตุกครั้งหนึ่งเมื่อความรู้สึกเสียววาบถูกส่งเข้ามาจากปลายลิ้น น้ำคาวถูกปล่อยออกมาแม้จะยังไม่ได้ถูกสัมผัสจากส่วนอ่อนไหวเลยสักคราจุนฮงกระตุกยิ้มอย่างพอใจ นิ้วเรียวยาวถูกส่งเข้าไปสำรวจภายในกายเล็กมันถูกดูดกลืนทันทีที่สอดเข้าไป ใบหน้าหวานนิ่วหน้าด้วยความรู้สึกเจ็บปวด

ชู่ว.. ข้าไม่ทำให้เจ้าเจ็บหรอกจุนฮงโกหกคำโต



ความรู้สึกแปลกใหม่เข้ามาแทนที่เมื่อนิ้วแกร่งทิ่มแทงถูกจุดกระสันในกาย ริมฝีปากล่างถูกขบกัดด้วยฟันขาวจุนฮงโน้มกายไปจูบปากอิ่มที่บวมเจ่อจากการโดนขบอีกครั้ง 



อึก..อื้อ

นิ้วที่เคยส่งไปคราแรกถูกเติมเต็มด้วยนิ้วที่สองมันถูกวนไปรอบๆ จนยองแจต้องขมิบให้รับรู้ว่าควรพอซะก่อนเขาเจ็บและจุกไปหมดตนนิ้วยาวๆนั่นแกล้งวนไปมา เสียงหายใจหอบอย่างกระชั้นชิดเมื่อถูกปรนเปรออีกครั้งด้วยลิ้นที่หยอกล้อใบหูเล็ก ความรู้สึกเจ็บข้างใต้ถูกแทนที่ด้วยความเสียวกระสัน

ร่างสูงลุกขึ้นมารีดแท่งเนื้อของตนเองสองสามครั้ง ยองแจกัดนิ้วอย่างลืมตัวเมื่อเห็นท่อนเนื้อของอีกคน ขนาดแตกต่างกันจนเขานึกละอายมือหนาประคองแท่งเนื้อให้ไปจ่อหน้าช่องทางสีหวานที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยเมือกน้ำลาย มืออีกข้างดันสะโพกอ้อนแอ้นให้ยกสูงขึ้นท่อนเนื้อที่ตื่นตัวมันบวมเป่งด้วยความอัดอั้นเริ่มบดเบียดเข้าสู่กายบาง 


คิ้วสองข้างของจุนฮงขมวดเข้าหากันคล้ายปมที่มัดไว้ แค่ส่วนหัวที่ถูกดูดกลืนไปทำเอาร่างกายเขาสั่นสะท้านด้วยแรงปรารถนาเอวสอบกระถึบเข้ากับลำตัวของคนใต้บัญชาอย่างเชื่องช้า เหลืออีกครึ่งลำก็จะสามารถครอบครองอีกคนได้แล้ว ร่างบางเกร็งหน้าท้องจนเห็นซี่โครงได้รูปเสียงอื้ออึงครางไม่เป็นศัพท์ปลุกเร้าร่างสูงยิ่งนัก สะโพกหนาถอนกายออกมาก่อนจะส่งกระบอกลำของตนเข้าอีกครั้งจนสุด ร่างน้องกระตุกขึ้นอีกครามือเล็กปัดป่ายสิ่งที่พอยึดเหนี่ยวให้กายได้ระบายความเสียวซ่ายออกไปบ้าง



อา...อ๊า น..นายท่าน นายท่าน อึก.. 


เสียงร่ำร้องออกมาอย่างเผลอตัว จุนฮงกระถดกายเข้าออกอย่างเชื่องช้า เขาพอใจอย่างมากเมื่อถูกร่างบางเอ่ยเรียกอย่างหลงใหล เอวสอบส่งกายเข้าออกอย่างเป็นจังหวะเนิบนาบถูกแทนที่ด้วยความเร่าร้อน เสียงเนื้อกระทบกันดังพับๆ จนหน้าอาย มันคล้ายเสียงฝีเท้ากระทบพื้นที่เจิ่งนองด้วยน้ำที่ไหลทิ้งไว้ 


อื้ม..ซี้ด 

ขาเล็กถูกจับเกี่ยวเข้ากับเอวให้เข้าที่ เอวสอบกระแทกกระทั้นจนต้องเสียงออกมาด้วยความสุขสมเสียงสูดปากยิ่งทำให้แก้มอิ่มมีเลือดฝาดออกมา  ความขวยเขินของน้องไม่อาจหยุดรั้งกายให้โถมใส่ ประหนึ่งแรงอาชาที่กำลังขับเคลื่อนด้วยความบ้าคลั่ง มือสองข้างถูกประสานกันคนตัวเล็กกว่าคล้ายแขนสองข้างจะจมเข้ากับเตียงไปเสียแล้ว แรงที่ส่งมาไม่ยั้งทำให้ยองแจถึงกับเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอายเป็นครั้งที่สองแล้วที่น้องเล็กปล่อยน้ำคาวขุ่นออกมาขณะที่จุนฮงเปรอเปรอให้อย่างไม่ขาด 


ร่างสูงโน้มตัวลงโลมเลียปากบางให้หายจากความกลัว ริมฝีปากดูดดึงกันจนน้ำผึ้งใสหยดย้อยออกมา เสียงฟ้าร้องดังแข่งกับความก้าวร้าวของท่อนเนื้อแข่งกันสร้างความยิ่งใหญ่กระหน้าโหมกระหน่ำเข้าออกจนร่างเล็กเคลื่อนไหวตามแรงที่ถูกส่งมา


อะ..อ๊า อ๊า อื้อ อ๊า.. 


อ๊า...!”


เสียงขาเตียงที่ดังกึกกักแข่งกับเสียงร้องครางของน้องมันถูกหยุดลงเมื่อจุนฮงเร่งจังหวะรุนแรงอีกครั้งจนปล่อยน้ำเชื้อขาวข้นจำนวนมากสู้ความร้อนแฉะในกายอีกคน เขาหายใจหอบกอบเอาอากาศเข้าสู่ปอดอีกทีก่อนจะจูบประโลมอีกคนให้หายขนาดแล้วพลิกตัวน้องให้อยู่ในท่าหมอบคลานอีกครา


 เขาไม่อาจปฏิเสธความต้องการทางเพศของตนเองตอนนี้ได้ความสุขสมที่น้องนางมอบให้มันแปลกใหม่จนเขาต้องการลิ้มรสนี้ไปจนชั่วชีวิต มือหนาชำแรกก้นงอนออกอีกครั้ง ลิ้นสากละเลงลงบนช่องทางหวานที่ตอนนี้น้ำคาวไหลออกมาเปรอเต็มปลีน่อง เขาใช้นิ้วชำแรกน้ำกามออกมาจนน้องต้องกระถดกายหนีแต่ก็ไร้ผลเมื่อขาทั้งสองถูกตึงไว้ด้วยกำลังกายที่แข็งแรงกว่า 



อะ..อ๊ะ อ๊า..ลิ้นยาวลากเลียจากส่วนล่างไล่ขึ้นมาจนหลังกระดูกสันหลังของกายบาง น้องเล็กรู้สึกเสียววาบจนไปถึงช่องท้องขาทั้งสองข้างรู้สึกหมดเรี้ยวแรงจนค้ำยันไม่ได้ แรงกำลังทั้งหมดแทบจะแนบไปกับพื้นเตียงอยู่รอมร่อ ไม่ทันความเร็วของอัศวิน เข่าที่แข็งแรงต้นขาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเข้ามาแทรกต้นขาของน้องไว้ไม่ให้ล้ม ก่อนที่กายหน้าจะหยัดตัวเองให้นำท่อนดาบลำใหญ่ของเข้ามาสำรวจภายในช่องทางอีกครั้ง 



อืออ..อ๊าเสียงร่ำร้องด้วยความกระสันมันเสียวจนยองแจแทบขาดใจ น้ำคาวที่ยังไหลออกมาไม่หมดยิ่งทำให้เขาจุกขึ้นมา มันร้อนวูบๆไปทั่วช่องท้อง มือเล็กกำผ้าห่มที่ตอนนี้ยับยู่อยู่ไปหมด พยายามคว้าหาหลักอะไรที่พอช่วยให้ตนเองระบายความเสียววูบวาบตอนนี้ไปบ้าง 


เอวบางถูกจับให้ถนัดมือเป็นจังหวะเดียวที่มือเล็กควานจับหัวเตียงได้ทัน แรงที่ถูกส่งเข้ามายังช่องทางด้านหลังอีกครั้งเสียงมันดังจนแข่งกับเสียงฝนที่เริ่มกระหน่ำลงมาไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เสียงเสียดสีของแท่งเนื้อเข้มกับช่องทางสีหวานมันโผล่เข้าออกอย่างเป็นจังหวะ แก้มก้นถูกแหวกออกให้เห็นเด่นชัดขึ้น ร่างสูงกระถดกายเข้าไปอย่างลึกสุดขีด 


อ๊าซ์..อ๊า


มันเหมือนตะปูที่ถูกตอกด้วยค้อนแรงๆ ห้าทีก่อนที่น้ำคาวจะหลั่งไหลออกมาท่วมปลีน่อง มันเขรอะที่นอนจนน่าอายหากแต่ไม่ได้ใส่ใจ แท่งเนื้อถูกแช่เอาไว้จนน้องรู้สึกอึดอัด เขากระถดตัวหนีแต่ก็ไม่วายโดนรั้งด้วยมือสากที่ส่งเอวสอบเข้ามาตามอย่างเอาแต่ใจ ร่างเล็กมือบางอ่อนปวกเปียกไม่มีแรงแม้แต่จะยันตัวเองให้ลุกข้นแต่ต้านอีกคนไว้ได้ ครั้งที่สามที่เผลอปล่อยความกระสันของตัวเองออกมาตอนที่จุนฮงแหวกแก้มก้น เสียงครางอื้ออึงในลำคอทำให้ร่างสูงต้องโน้มตัวเองลงไปฟัง



นายท่าน..ข...ข้าเหนื่อยแล้ว” 


อื้ม..ข้ารู้” 

พูดจบก่อนจะถอนกายตัวเองออกมา โอบอุ้มร่างบางเอาไว้ในอ้อมแขนพรมจูบหน้าผาก เปลือกตา แก้มอิ่มจนไปถึงปลายคางนานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกถึงความโหยหาต้องการอีกคนตลอดเวลาเช่นนี้ หากน้องไม่อ่อนแรงไปเสียก่อนคงจะฟ้าสางกระมังถึงจะได้พักกายา



เจ้าชอบมั้ย..



เสียงทุ้มแหบเอื้อนเอ่ยอยู่ข้างใบหูเล็กจนร่างบางต้องหดคอหนีอีกครั้งเขากลัวใจตนเองจะอ่อนไปให้กับศึกบนเตียงอีกครา ไม่กระดากปากบ้างรึอย่างไรเป็นคำถามที่คนถูกถามถึงกับหน้าแดงขึ้นมาอีกระลอก ปากเล็กเลือกที่จะเงียบแต่ในใจร่ำร้องว่าเขาหลงใหลนายท่านยิ่งนัก









to be continued ต่อไปค่ะ

 

 


 จะมีอีกซัก
2 ตอนมาให้นะคะ ฉากนี้ไม่ง่ายเลยค่ะ สามหน้า! ถึงขั้นปาดเหงื่อกันเลยทีเดียว จัลล้อง ฮื่ออออ
มีคำผิดหรือพิมพ์ตกตรงไหนบอกได้นะคะ ตรวจคำคนเดียวคงไม่ถี่ถ้วนพอ

ผลงานอื่นๆ ของ meanjan

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 oynit
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 16:04
    รอตอนต่อไปค่ะไรท์ชอบการบรรยาย บรรยากาศฟินเวอร์รอโล่แจมานานแสนนานไม่ค่อยมีโมเม้นท์เลยแต่ก็ชอบคู่นี้มากๆขอบคุณนะคะ

    แหม่ๆๆจุนฮงไหนว่าเหนื่อยไม่ได้นอนหลายคืนนี่อัลไรร

    คือncแบบเทพอ่ะ555จริงๆนะชมค่ะ
    #1
    0