คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Yaoi] แอคหลุม...

โดย mayrisung

ถ้าหลายคุณได้เห็นไอจีของผม คุณก็อาจจะคิดว่าผมชอบถ่ายรูป แต่ในความเป็นจริงมันอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คุณหรือใครหลายๆคนคิดก็ได้

ยอดวิวรวม

60

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


60

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  21 ม.ค. 62 / 21:40 น.
นิยาย [Yaoi] ͤ... [Yaoi] แอคหลุม... | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แอคหลุม...




ⓒ、b a b y
Tiny Grey Pointer

เนื้อเรื่อง อัปเดต 21 ม.ค. 62 / 21:40


ถ้าหลายคุณได้เห็นไอจีของผม คุณก็อาจจะคิดว่าผมชอบถ่ายรูป แต่ในความเป็นจริงมันอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คุณหรือใครหลายๆคนคิดก็ได้

 

            "พรุ่งนี้มีถ่ายงานที่ไหนอะ?" เสียงเพื่อนร่วมงานเอ่ยถามผมขึ้น ผมที่นั่งเช็คกล้องอยู่จึงเงยหน้าขึ้นมามองแล้วก็ใช้สมองคิดถึงสถานที่ที่ต้องไปถ่ายในวันพรุ่งนี้

            "จำไม่ได้ว่ะ"

            "ส้นตีนเถอะวี ความจำมึงเสื่อมหรอ?" ผมยักคิ้วใส่เพื่อนนิดหน่อยก่อนที่จะหันกลับมาสนใจกับกล้องของตัวเองต่อ พรุ่งนี้ผมมีถ่ายงาน งานที่รับมาเป็นงานถ่ายฟิล์มครับ ช่วงนี้ผมรับถ่ายแค่กล้องฟิล์มเพราะว่างานดิจิตอลผมเบื่อ อีกอย่างช่วงนี้กล้องฟิล์มก็กำลังกลับมาฮิตกันด้วย

            "จะให้ไปช่วยมั้ย?"

            "ไม่แบ่งค่าจ้างนะ"

            "คนเหี้ย"

            "อืม" ผมว่าแล้วพยักหน้าเบาๆก่อนที่จะได้มือหนักๆของเพื่อนตัวดีผลักมาที่หัวหนึ่งที หัวกูนี่เพื่อนเล่นมึงหรอ

            "เจ็บครับ"

            "ตอแหล สรุปเอาไง ถ้าไม่ให้ไปกูจะได้ไปดูหนังกับไอ้ฟิว"

            "ดูหนัง?" ผมนี่ขมวดคิ้วยุ่งเลย

            "เยสสส พรุ่งนี้มันชวนกูไปดูหนัง กูเห็นมึงมีถ่ายงานก็เลยมาถามก่อนว่าจะให้กูไปด้วยมั้ย ถ้าไม่กูจะไปดูหนัง ขี้เกียจมาฟังมึงงอแงทีหลังอีกว่าไม่ช่วยงาน" ครับผมกับมันที่ว่าเป็นเพื่อนร่วมงานกันก็คือเราเปิดเพจรับถ่ายงานด้วยกัน แต่จริงๆแล้วผมกับมันเป็นเพื่อนร่วมคณะกันครับ ผมเรียนอยู่นิเทศฟิล์ม มันอยู่วารสาร เราทั้งคู่เป็นนักศึกษาปีสุดท้ายกันแล้ว เหลือเรียนกันคนละตัวสองตัว ดูเหมือนชิลแต่ไม่เลยครับ เพราะมีงานใหญ่คือทำหนังจบเนี่ยแหละ

            "ดูที่ไหน"

            "สกาล่าดิ"

            "ไปด้วย"

            "ไม่ถ่ายงาน?"

            "หมายถึงว่าให้คุณไปช่วยถ่ายงานด้วยครับ"

            "สัด" มันว่าก่อนที่จะเบะปากเดินไปเปิดประตูห้องออกไป

            "เฮ้ย เดี๋ยว" ผมร้องเรียก คนที่กำลังจะเดินออกไปจากห้องของผม

            "อะไร?"

            "สิบโมงนะพรุ่งนี้"

            "เออ แล้วมึงก็อย่านอนดึกนักนะ"

            "เป็นห่วงหรอครับ"

            "ดูสภาพตัวเองด้วย นอนดึกหัวล้านนะ" โอโห้ พูดแบบนี้เลิกเป็นเพื่อนกันเลยมั้ย

            "หัวล้านเพราะดึงผมเหอะ นอนดึกไม่เกี่ยว"

            "เออๆ กูไปล่ะ มีอะไรก็เคาะห้องเรียกแล้วกัน" ผมพยักหน้าแล้วคนที่ไม่ใช่เจ้าห้องนี้ก็เดินออกไป  ลืมบอกว่าเราอยู่ห้องข้างๆกันนี่เองครับ เฮ้อออ แล้วคืนนี้ผมจะได้นอนกี่โมงวะ งานที่ตัวเองกำลังทำอยู่ความจริงมันควรจะเสร็จไปตั้งนานแล้วแต่ก็อย่างว่าแหละผมเกเรไม่ยอมทำเอง ก็ต้องรับกรรมแบบนี้นี่แหละ ขอเอสเปรสโซ่เข้มๆหน่อยครับ

            "วี ไอ้วี ถ้ามึงไม่เปิดประตูกูจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ตื่นยัง!!"

            "เออ แปบ" ผมว่าแล้วเดินไปเปิดประตูให้คนที่กำลังโวยวายอยู่หน้าห้องผม โชคดีแค่ไหนที่ห้องอื่นไม่เปิดประตูออกมาด่า

            "ไหนบอกกูว่าสิบโมง"

            "ก็สิบโมง"

            "สิบโมงครึ่ง?"

            "ก็ถือว่าสิบโมงปะ" ผมว่าแล้วหยักไหล่เบาๆ

            "ถ้ากูเป็นคนจ้างงานกูจะด่าหัวมึงให้ แล้วนี่เตรียมของเสร็จแล้ว?" ผมส่ายหน้าให้กับเพื่อนตัวเองเบาๆ

            "ยัง"

            "ไอ้วี มึง!"

            "ล้อเล่น เสร็จแล้ว เนี่ย เตรียมออกได้เลย"

            "ให้แน่?" หรี่ตามองผมอย่างไม่เชื่อกัน เอ้า เชื่อใจกันหน่อยผมเตรียมของเสร็จแล้วจริงๆ เห็นผมเป็นคนช้าขนาดนั้นเลย

            "เสร็จแล้วจริงๆครับคุณ"

            "งั้นก็ไป สรุปเขาจ้างที่ไหนนะ?" ผมไม่บอกแล้วยกยิ้มขึ้นมานิด

            "ตามพี่มาครับน้อง"

            "อีกนิดคือกูจะด่ามึงแล้วนะวี"

            "เอกมัยค่ะ" ผมยกมือห้ามแบบขอยอมแพ้ เออ ไม่แกล้งแล้วก็ได้ครับเกรี้ยวกราดใส่ผมแต่เช้า

            "เออก็แค่เนี้ย ไม่ลืมของใช่มั้ย?"

            "คิดว่านะ" ผมว่าพลางคิดถึงของที่จำเป็นในการถ่ายงานวันนี้ เลนส์ กล้อง ฟิล์ม ก็ครบแล้วนะ

            "งั้นก็ไป นี่เขานัดกี่โมงวะ สาบานว่าถ้ากูไม่ได้เป็นหุ้นส่วนทำเพจกับมึงกูจะไม่เดือดร้อนกับงานเลย" ผมพยักหน้าฟังมันบ่นแล้วเดินออกตากคอนโดไปตามทางเดิน อืม คอนโดผมอยู่ติดกับBTSครับ ถามว่าเดินทางสะดวกมั้ยก็สะดวกดีครับ

            "ขอบคุณนะครับ เดี๋ยวผมล้างฟิล์มแล้วจะส่งรูปกลับไปให้นะ" ผมว่าบอกกับคนจ้างงานหลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป

            "มึงไปไหนต่อ?" เอ่ยถามหลังจากที่ก้มดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง

            "คุณอยากไปไหนอะครับ"

            "อยากดูหนัง"

            "งั้นไปดูหนัง"

            "งานมึงเสร็จแล้ว?" โอโห้ คำพูดแม่งโคตรทิ่มแทงหัวใจเหมือนมีมีดนับพันพุงเข้ามาปักที่ผม

            "ร้องไห้แล้วครับ พูดอย่างนี้"

            "หึ เฮ้าส์ RCA หรือสกาล่า"

            "แน่นอนว่าขอเป็นสกาล่าดีกว่ารอบนี้"

            "แต่กูอยากดูที่เฮ้าส์ ใกล้ดี" เอ้า แล้วจะถามความเห็นผมทำไมวะ

            "เอ้า ถามทำไมแบบนี้" ผมว่าแล้วก็ยกมือขึ้นมาเสยผมตัวเองเบาๆ

            "แดดร้อนเลยพอมึงเสยผม"  

            "เลิกเป็นเพื่อนเลยแล้วกันงี้" ผมเบะปากใส่คู่สนทนานิดหน่อย มันหัวเราะแล้วยักคิ้วใส่

            "หยอกน่า ไปสกาล่าก็ได้"  หืมมม ผมว่ามันกวนตีนล่ะว่าปะ

            "ย้อนแย้งจังวะคุณ"

            "เรื่องของผมว่ะ"

            "ผมที่หัว"

            "หัวมึงเลยวี สัด ไป! เต็มเงินบัตร" ผมยอมเดินไปเต็มเงินบัตรแรปบิทอย่างที่มันว่า เพื่อนผมชื่อคุณนะครับ ที่ผมเรียกคุณๆนี่ไม่ได้ให้เกียรติแต่เป็นชื่อของมันเฉยๆ

            สาเหตุที่เราทำเพจรับงานถ่ายรูปด้วยกันเป็นเพราะว่าส่วนหนึ่งเป็นช่วงที่ผมกับคุณเบื่อๆกับงานที่เรียนอยู่ด้วยกันทั้งคู่เลยอยากหาประสบการณ์อะไรใหม่ๆ แบบท้าทาย หมายถึงว่าพอรับงานแล้วท้าไทร์งานที่เรียนเลย กูจะจบมั้ยวะปีนี้ หยอก ไม่ใช่แบบนั้นครับ เพราะผมค่อนข้างแน่ใจว่าปีนี้ผมน่าจะจบ ไม่ผมจบจากการเรียนก็จบชีวิตนี่แหละ แหะๆ

            ผมกับคุณชอบถ่ายรูปเหมือนกันๆ แต่ความจริงผมก็ไม่ได้ชอบถ่ายอะไรขนาดนั้นหรอก แต่เวลาผมเอารูปลงไอจีก็จะมีคนมาบอกว่ารูปผมสวยไม่ก็มีคนทักมาถามว่ารับถ่ายรูปมั้ย เท่านั้นแหละตัวนี่ลอย ล่องลอยในอวกาศเลยไอ้ชิบหาย ขอขิงหน่อย ก็ไม่ได้ถ่ายสวยอะไรขนาดนั้นแต่มีคนชอบแล้วติดต่อมาเฉยๆอ่ะ ผมก็เลยคิดว่าจริงๆเราสามรถรับงานก็ได้นะ เพราะง่าจนๆอยู่ด้วย ก็เลยตัดสินใจจับมือกับคุณเปิดเพจรับถ่ายรูปก็เท่านั้นครับ

            "ขอหาอะไรกินก่อนดูหนังได้ปะวะ" พอลงจากบีทีเอสกำลังมุ่งหน้าเดินจากสยามไปยังโรงภาพยนตร์สกาล่าเสียงของคนที่เดินมาด้วยกันก็เอ่ยขึ้น

            "หิว?"

            "ไม่หิวมั้งล่ะ ไปกินข้าวกัน"

            "จะกินอะไรล่ะ"

            "mk อยากกินเป็ด"

            "ทีมไม่ลวกหมี่หยก"

            "แต่กูลวก!" ปัญหาเกิดแล้ว เวร ผมไม่น่าเล่นเลย

            "เออๆ สรุปเอ็มเคนะ"

            "เมื่อกี้ผมก็ว่าผมพูดชัดแล้วนะครับคุณวี" พูดเหมือนประชดกันแล้วทิศทางการไปสกาล่าก็เปลี่ยนไปยังจุดหมายปลายทางใหม่นั่นก็คือเอ็มเค

            "หัดกินผักบ้างก็ดีนะ" ผมว่าแล้วก็คีบผักในหม้อต้มใส่จานของคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน

            "โอโห้ เดี๋ยวกูก็ตบปากมึงเลย คนที่ไม่กินผักนี่มึงปะวีไม่ใช่กู"

            "ใส่ร้ายว่ะ" ผมว่าพร้อมๆกับคีบหมี่หยกเข้าปากตัวเอง เห็นคุณเบะปากทำหน้าทำตาหมั่นไส้กัน ก็อดเอ็นดูไม่ได้แหะ

            แชะ!

            "ทำอะไรวะ?" คุณมองหน้าผมแทบจะในทันทีที่ได้ยินเสียงชัตเตอร์จากโทรศัพท์ของผมเอง ชิบหายลืมปิดเสียงครับ

            "โทษที กูลืมปิดเสียง"

            "ถ่ายรูป?"

            "อืม"

            "รูปกู?"

            "รูปเป็ดตรงหน้าเนี่ย" คุณส่ายหัวเบาๆส่วนผมก็ได้แต่ยกยิ้มแล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้

            "เออถามอะไรหน่อยสิ"

            "กูว่าแถวนี้ไม่มีคนชื่อหน่อย" มันว่าหน้าตาเฉยแล้วตัดเป็ดเข้าปาก

            "นี่ปีอะไรแล้ว มุกนี้ยังมีคนกล้าเล่น"

            "นี่ด่ากูปะ?"

            "เปล่าเลย จริงจริ้ง"

            "อีกนิดเสียงก็สูงกว่าตัวมึงแล้วอะวี" ผมทำหน้าทะเล้นก่อนที่คุณจะยื่นมือเข้ามาดึงหัวผม โอ้ย ผมยิ่งน้อยๆอยู่ไอ้บ้านี่

            "อายุมึงไม่เท่าไรผมมึงคือไปครึ่งหัวแล้ววี มึงคิดว่าอายุสักห้าสิบผมยังจะอยู่กับมึงมั้ยวะ"

            "ผมไม่อยู่ไม่เป็นไรขอแค่คุณอยู่ก็โอเคค่ะ"

            "ส้นตีนเป็ดกูนี่ ไอ้สัดหยอดเก่งไม่เว้นแม้แต่กับกู" ผมหัวเราะชอบใจกับคำด่าของคนตรงข้ามเหมือนเป็นบ้า จนเกือบจะลืมคำถามที่คิดจะถามไปแหน่ะ

            "เออ นอกจากชอบเป็ดแล้วชอบอะไรอีก?"

            "หืม?"

            "ถามว่านอกจากชอบเป็ดแล้วยังมีอะไรที่ชอบอีก" คุณมองหน้าผมแล้วเงียบไปสักพักก่อนที่จะตักผักที่ผมเคยคีบให้เข้าปากเคี้ยวๆกลืน

            "อยากเล่นมุกว่าชอบมึงอ่ะ"

            "..."

            "แต่ไม่ได้ชอบไง" มันว่ายิ้มๆแล้วตักของกินเข้าปากต่อ ส่วนผมก็หน้าแห้งไปดิครับ ไม่ชอบกันแต่ไม่ได้แปลว่าเกลียดใช่มั้ยวะ

            "เหมือนจะชงอะแต่ไม่ใช่ อย่างเจ็บ"

            "ถ้าจุลมึงไม่เสร็จอาจเจ็บกว่านี้ก็ได้"

            "โอโห้ คำพูดครับจาอะครับ เจ็บปวดจัดๆ" ผมยกมือขึ้นมากุมหัวใจตัวเองประกอบคำพูด ส่วนคนที่เห็นก็ยกยิ้มหัวเราะใหญ่ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงๆแล้วเอ่ยดุขึ้นมา 

            "รีบกินเหอะ เดี๋ยวก็ไม่ได้ดูหนังพอดี" พูดจบเราทั้งคู่ก็เลยตัดใจกินอาหารตรงหน้าเพราะคิดว่าถ้ายังนั่งเรื่อยๆกินเรื่อยๆกันแบบนี้ไป อาจจะไม่ได้ดูหนังกันอย่างจริงจัง

            "เดี๋ยวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ ฝากซื้อตั๋วด้วย" ผมว่าบอกกับคุณเมื่อเราทั้งคู่มาถึงยังจุดหมายปลายทางที่ตั้งใจไว้นั้นก็คือสกาล่านั้นเอง กว่าจะเดินทางมาถึงได้กินเวลาไปหลายชั่วโมงเพราะแวะกินข้าวกันไปนานเลยทีเดียว
            "เงินด้วยครับ"

            "เอาไปทั้งกระเป๋าเลยอ่ะ" ผมว่าแล้วดึงสายกระเป๋าผ้าสะพายข้างยื่นให้กับคุณ

            "จะเนียนฝากกระเป๋ากับกูก็พูดมาเหอะ" ผมหยักไหล่ไม่ได้ใส่ใจอะไรซึ่งที่คุณพูดมามันคือความจริง ผมไม่ได้อยากหอบกระเป๋าที่มีอุปกรณ์ถ่ายรูปต่างๆไปเข้าห้องน้ำเท่าไหร่หรอกนะ

            ผมใช้เวลาในห้องน้ำไม่ได้นานมากมายอะไรขนาดนั้นพอออกมาจากห้องน้ำก็เห็นเพื่อนของตัวเองกำลังนั่งหน้าเครียดอยู่หน้าโรงหนัง

            "มาแล้วๆ" คนที่กำลังนั่งอยู่เงยหน้าขึ้นมามองผมก่อนที่จะยื่นกระเป๋าคืนให้กัน

            "เป็นไรวะ?" แล้วก็เป็นผมที่เอ่ยถามออกไปเนื่องจากที่หน้าของคุณดูแปลกๆไป แบบดูเครียดๆ หรือว่าอาจารย์ที่ปรึกษาโปรเจ็คมันโทรมา

            "นี่คือไร??" มันว่าแล้วก็ยืนโทรศัพท์มาตรงหน้าผม เอ้า สมองกลับจนไม่รู้จักโทรศัพท์แล้วหรอวะ หรือยังไง

            "โทรศัพท์ของกู?"

            "อืม" พยักหน้าแล้วก็ลดมือดึงโทรศัพท์ผมกลับเข้าไปกดๆจิ้มๆ อ่ะ รู้รหัสโทรศัพท์กูก็เล่นไปสิครับ

            "แล้วยังไงอะ"

            "กูต้องถามมึงมากกว่าปะวี" ผมขมวดคิ้วมองหน้าอย่างไม่เข้าใจ จนคุณยืนหน้าจอโทรศัพท์ของตัวผมเองที่ตอนนี้กำลังปรากฏภาพหน้าต่างไอจีขึ้นมาและมันก็ทำให้ผมแทบจะฉวยโทรศัพท์ของตัวเองกลับคืนมา แต่ก็ไวไม่เท่าคนที่ถือมันอยู่

            "ทำไมกูไม่เคยเห็นแอคอันนี้ของมึง" รู้ก็เหี้ยแล้วครับนั่นแอคหลุมไอจีผม

            "เอ่อ..." หน้าแห้งจัดๆเลยครับตอนนี้

            "เป็นแอคที่มีแต่รูปกูเต็มไปหมดเลยด้วย ตลกดี" ตอนนี้เรื่องมีเหงื่อไหลแล้วครับไม่ค่อยแห้งเท่าไรแล้ว

            "คือ..." เลิ่กลั่กๆแล้วครับ

            "ตั้งแต่เมื่อไหร่?"

            "..."

            "วีกูถามว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ มึงจะเงียบทำไมวะ!" คุณเริ่มขึ้นเสียงขมวดคิ้วยุ่ง ส่วนผมอีกนิดคือจะดึงผมหมดหัวแล้วเว้ย เครียดดดด

            "รูปแรกเมื่อไรก็ตอนนั้นแหละ" ผมรวบรวมอากาศเข้าปอดแล้วพูดออกไปด้วยเสียงสั่นๆ นี่ยากกว่านำเสนองานหน้าห้องเรียนอีกครับ เหมือนจะจมน้ำให้ได้เลยให้ตายสิ

            "ปีหนึ่ง?" คุณเงียบไปสักพักแล้วเลื่อนๆดูรูปในแอคหลุมไอจีของผมจนพบกับรูปแรกที่ผมเปิดแอคแล้วได้ลงรูปไปแล้วถึงอุทานออกมาเบาๆ

            "อืม ก็นั่นแหละ" ผมเกาท้ายทอยตัวเองก้มมองพื้นทางเดินของสกาล่า เอออ เขาปูนพื้นสวยดีนะครับเพิ่งได้ตั้งใจสังเกตดีๆก็รอบนี้

            "ชอบกูเหรอ?" โอโห้ เป็นคนถามที่เหมือนโดนตบหน้าแรงๆเลยครับ เห็นแอคหลุมผมลงรูปตัวเองมาตั้งแต่ปีหนึ่งขนาดนั้นแถมเป็นรูปแอบถ่ายทุกรูปด้วย ไม่น่าจะเรียกว่าชอบคุณเลย ชอบถ่ายรูปเฉยๆ จะให้ตอบแบบนี้เลยมั้ย

            "อืม"

            "..." เงียบไปเลย ผมคิดว่านี่คงเป็นโมเม้นต์ยอดแย่สำหรับผมกับคุณ ตั้งแต่ผมกับคุณรู้จักกันมาผมกับมันก็รู้รหัสโทรศัพท์ยืมเล่นโทรศัพท์กันออกจะบ่อย แล้วเสือกมาพลาดเอาอะไรวันนี้วะ แล้วก็ต้องมาสารภาพความจริงทั้งๆที่ผมไม่เคยคิดที่จะบอกเลยแท้ๆ ครับ ผมชอบคุณ ชอบมาตั้งแต่แรกที่เจอกันแล้ว ผมว่าคุณมันมีเสน่ห์ มีมากจนทำให้ผมละสายตาไปจากคุณไม่ได้เลย หลายคนอาจจะคิดว่าผมชอบถ่ายรูป ซึ่งมันก็ใช่ผมชอบถ่ายรูปจริงๆ แต่ว่าถ้าจะพูดให้ถูกตรงๆก็คงจะเป็น ผมชอบถ่ายรูปคุณมากกว่า ชอบมากจนเหมือนเป็นการเสพติดการถ่ายรูปคุณไปแล้ว

            "แล้วผมนี่มึงจะดึงให้หมดหัวเลยมั้ย?" เสียงที่เงียบไปนานเอ่ยขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะหึๆเบาๆ

            "..."

            "พื้นสกาล่าสวยมากปะ?" อืมมม ก็ไม่แย่นะ สวยอยู่ เพราะผมยังคงก้มหน้ายีหัวดึงผมตัวเองเล่นอยู่เลยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองว่าคนที่กำลังพูดมีสีหน้ายังไง จนคุณมันยัดโทรศัพท์ใส่มือผมนั่นแหละ ทีแรกผมคิดว่าจะเก็บมันเข้ากระเป๋าแต่ว่าพอสังเกตดีๆ เอ้า ไม่ใช่โทรศัพท์ของผมนี่

            "หืม?" ผมเงยหน้ามองคนที่ยัดโทรศัพท์ตัวเองมาในมือผม ก่อนที่มันจะยกคิ้วให้กันเหมือนท้าทายอะไรสักอย่าง ผมขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยเข้าใจ ก่อนที่จะแทบช็อคเมื่อปลดล็อคโทรศัพท์ของคุณแล้วเห็นว่าแอคไอจีที่อยู่ในโทรศัพท์ของคุณชื่อมันแปลกตาไป จะบอกให้ถูกคือผมไม่เคยเห็นแอคนี้ต่างหน้า

          __we_are

            ชื่อแอคดูมีความหมายน่ารักดี แต่ที่น่าสนใจกว่าชื่อแอคคือรูปที่แอคนี้ลงต่างหาก ผมเข้าใจความรูสึกของคนที่ต้องกลั้นยิ้มเอาไว้เลย รูปที่แอคนี้ลงส่วนใหญ่เป็นรูปวิวก็จริงแต่เป็นวิวที่ผมทำให้ผมนึกออกเสมอว่าช่วงเวลานั้นคืออะไร และมันน่ารักมากตรงที่พอเป็นรูปถ่ายบุคคล คนในรูปนั้นก็เป็นผมและเจ้าของเครื่องโทรศัพท์เครื่องนี้

            "ทำหน้าตลก จะยิ้มก็ยิ้ม" เจ้าของเครื่องโทรศัพท์ว่าแล้วแย่งโทรศัพท์ของตัวเองคืนไป

            "หมายความว่าไง?" ผมเอ่ยถามไปด้วยความยากรู้และหัวใจตอนนี้ก็ทำงานหนักมากเหลือเกิน มึงไปวิ่งรอบโลกมาหรอหัวใจ

            "ไม่ชอบโกงใคร" ว่าแล้วก็ยกยิ้มนิดหน่อยก่อนที่จะลุกขึ้นโวยวายใส่กัน

            "เข้าโรงได้ยัง จะยืนดึงผมให้หมดหัวจริงดิ เข้าโรงหนังเหอะ" ผมว่าแถวนี้มีคนเขิน หนึ่งในนั้นคือผมแหละคนหนึ่ง แต่อีกคนคือคนที่กำลังเดินหนีกันเข้าโรงหนังนี่ด้วย

            "เดี๋ยว"

            "อะไร?"

            "..." ผมไม่ตอบได้แต่ส่งยิ้มให้ คนที่หันกลับมาเลิกคิ้วใส่ก่อนที่มันจะเบะปากยู่หน้าแล้วหันหลังกลับไปเดินเข้าโรงหนัง หึหึ

            แล้วคุณก็เล่นน่ารักแบบนี้จะไม่ให้ผมชอบคุณได้ยังไงครับ

            ถ้าแอค __we_are  ของคุณหมายถึงเรื่องของเรา

            แอค  ityouu_u  ของผมก็หมายถึงเรื่องของคุณนั้นแหละครับ

            น่ารักจัดๆเลยว่ะ คุณว่ามั้ย หุแหะ :)

 

ผลงานทั้งหมด ของ mayrisung

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น