[HaeEun] The Spirit หรือพรหมลิขิต อาจมาพร้อมกับความตาย

ตอนที่ 2 : EP1: My name is "Lee Hyukjae"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    30 ธ.ค. 61

EP1

“คุณทงเฮครับ”

“ว่าไง”

 อีทงเฮรองประธานบริษัทส่งออกต่างประเทศที่นั่งดูกราฟการส่งออกที่มีความมั่นคงมาตลอด 3 ปีติดอย่างพอใจ เงยหน้าขึ้นหลังจากเสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมร่างเลขาส่วนตัวนาม เซฮุน

“คุณดงอุคเรียกพบครับ”

ได้ยินเช่นนั้นก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะเดินออกมาจากห้องทำงานของตัวเอง เดินตรงไปที่ห้องใหญ่ซึ่งเจ้าของเป็นประธานของบริษัท

“ว่าไงครับพ่อ” ทงเฮกล่าวเปิดก่อนจะนั่งลงตรงโซฟาใหญ่หลังพิง

“พ่อจะให้ลูกไปเคลียปัญหาแทนจุนซูพี่เค้าหน่อย” ดงอุคพูดขึ้นโดยหน้ายังคงจ้องมองตัวหนังสือบนเอกสาร

“ผมบอกกี่ครั้งแล้วเงยหน้าขึ้นมามองผม” ทงเฮพูดเสียงแข็งเมื่อดงอุคเลือกที่จะจดจ่อกับเอกสารทั้งๆที่เจ้าตัวเป็นคนเรียกลูกชายตัวเองมา

ดงอุคพับเอกสารปิดลงตรงหน้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามเสียงใจเย็น “ลูกไปแทนพี่ได้ไหมเย็นนี้”

“ได้ แล้วจุนซูเป็นอะไร”

“ไปพักร้อนนิดหน่อยน่ะ” ดงอุคพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มมุมปาก

“หึ โอเค แค่นี้ใช่ไหมพ่อ” ทงเฮถามก่อนจะลุกขึ้น

“เออ ห้ามเจ็บตัวล่ะ”

“ห้ามได้ด้วยเหรอพ่อ” พูดขึ้นพร้อมเดินหันหลังให้ก่อนจะออกไปจากห้องประธานใหญ่ ทิ้งไว้เพียงรอยยิ้มของชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงาน

___

510/44

“สวัสดีครับคุณทงเฮ มาคนเดียวเลยเหรอครับ” ลูกน้องหน้าประตูกล่าวก่อนจะก้มหัวลงตามหน้าที่โดยอัตโนมัติ

“อืม ยุนโฮล่ะ” ทงเฮถามขึ้นทันที

“ข้างในครับ ตรงเค้าเตอร์บาร์” ลูกน้องพูดขึ้นก่อนจะผายมือไปทางเค้าเตอร์บาร์ข้างใน ทงเฮพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปทันที

“ไหนมัน ยุนโฮ” เมื่อถึงตัวเค้าเตอร์ก็สั่งบาเลย์มาดื่มสักแก้ว

“มันมาพอดีเลย…9 นาฬิกา” ยุนโฮพูดแค่นั้นก่อนจะส่งหยิบอาวุธกุญแจธรรมดาแต่หารู้ไหมว่ามันคือมีดเล็กที่ซ่อนอยู่

“อ่อ เจ้าเดิมเหรอ?” ทงเฮถามยิ้มมุมปาก

“เปล่า จุนซูมันเอาเจ้าใหม่มา” ยุนโฮยิ้มกลับก่อนจะลุกออกจากเค้าเตอร์แล้วเดินไปต้อนรับแขกเจ้าใหม่ที่บอก

“ศัตรูเป็นล้านแล้วมั้งพวกเรา” พูดกับตัวเองเบาๆก่อนจะเดินตรงไปที่นั่งวีไอพี นั่งเสริมทัพข้างๆยุนโฮก่อนจะแนะนำตัว

“สวัสดีครับ ผมน้องพี่จุนซู ทงเฮครับ” พูดจบก็ยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่ม

“อ้อ ผมแทยง แล้วจุนซูไปไหนล่ะ”

“ติดธุระที่ต่างจังหวัดนิดหน่อยน่ะครับ ผมเลยมารับหน้าที่แทน” พูดจบก็ชนแก้วกับแขกที่รับเชิญมาก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์สไตล์อีทงเฮ

“อ่า งั้นเรามาเริ่มคุยธุระของเราดีกว่านะครับ คุณทงเฮ” แทยงยิ้มกลับก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้นจิบดื่ม

“อ่า ว่ามาสิครับ” ทงเฮพูด ยุนโฮยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ทงเฮก่อนจะหันไปจดจ่อโจทย์ที่วางไว้ต่อ

“ผมว่าคุณน่าจะรู้อยู่แล้วนะครับคุณทงเฮ”

“เหรอครับ พอดีผมรู้หลายเรื่องซะด้วยสิ ไม่รู้เรื่องไหนแน่” ทงเฮส่วนกลับ

“นี่คุณจะเล่นไม่ซื่อกับผมเหรอ” ลูกค้าคนโปรดของวันนี้ดูท่าจะเริ่มโมโห

“เปล่านะครับคุณแทยง  ใจเย็นๆก่อนสิ” ยุนโฮพูดปลอบแต่ในใจกลับลอบยิ้ม

“ทำไมผมต้องใจเย็น”

 

 

 

 

“ก็บุกถ้ำเสือขนาดนี้ ไม่ใจเย็นก็ระวังเสือขย้ำเละนะครับ” ทงเฮพูดแค่นั้นก่อนลุกขึ้นยืนได้ไม่นานแทยงก็ลุกขึ้นตามและชักปืนจ่อไปที่ตัวของทงเฮ

 ผับบาร์ผสานกับการพนันที่ไม่ถูกและไม่ผิดกฎหมายของตระกูลมีเพียงแสงไปสลัวๆและแสงสีสันเล็กน้อยเฉพาะที่ ปืนของยุนโฮจ่อไปที่หัวของลูกค้าคนโปรด มือของร่างหนาทั้งสองข้างสอดเข้ากระเป๋ากางเกงยีนส์ยี่ห้อดัง สีหน้าเย็นชายกยิ้มมุมปากไม่กลัวปืนตรงหน้า ลูกน้องของลูกค้าคนโปรดยกปืนขึ้นจ่อมาที่ทงเฮกับยุนโฮเช่นกัน

“คิดดูดีๆนะ ว่าผมมากันแค่นี้จริงๆหรือเปล่า” แทยงพูดขึ้นก่อนจะยิ้มมุมปากบ้าง

“ก็เรียกมาซะสิ ไอ้ยุนโฮ มึงไปเรียกลูกน้องมันเข้ามาข้างในให้หมดเลย มารอดูจุดจบของหัวหน้ามัน” ลักษณะการพูดของร่างหนาบ่งบอกว่าเครื่องน่าจะติดแล้ว ปืนที่จ่อมาที่อกไม่ส่งผลต่อใจของเขาเลยสักนิด เขาไม่เคยกลัวตาย

ยุนโฮส่งซิกให้ลูกน้องให้ทำตามที่ทงเฮบอก ก่อนจะหันมาส่งสายตาให้ทงเฮ

“มึงนี่เหมือนพี่ไม่มีผิด” แทยงพูดขึ้น ทันทีลูกน้องของเจ้าตัวทั้งหมดก็ตามเข้ามาเป็นโขยง หยิบปืนที่มีคนละกระบอกจ่อเข้ามาที่ร่างของทงเฮไม่ว่าจะซ้ายขวาหรือหน้าหลัง “ดูสิ ทีนี้ใครเป็นต่อ”

 

 

 

ร่างหนาเอียงคอหักดัง “ก๊อก” ได้ทีหนึ่งก่อนจะฉีกยิ้มเย็นยะเยือกจนบางคนต้องใจสั่นอยู่เงียบๆ

 

 

 

 

 

“กูนี่ไงที่เป็นต่อ

เพียงเท่านั้นแสงไฟที่สลัวๆอยู่ตั้งแต่เริ่มกลับสว่างขึ้นทั้งบ่อนผับ ผู้คนที่ดูท่าจะเป็นลูกค้าที่มาใช้บริการเป็นธรรมดาของทุกวันกลับชักปืนขึ้นจ่อแขกที่รับเชิญมาตายหมู่กันทั้งร้านไม่ว่าจะผู้ชาย หรือแม้กระทั้งผู้หญิงแต่งตัวเซกซี่

“มะ มึง” ลูกค้าคนโปรดพูดเสียงสั่น

“วันนี้กูเรียกมึงมาฆ่านะ บอกไว้ก่อน” ทงฮพูดจบแค่นั้นเสียงปืนก็ดังกระหน่ำยิงไปทั่วร้าน ผู้คนที่โดนตราหน้าว่าเป็นศัตรูไม่ว่าใครก็ต่างนอนลงไปกองที่พื้นหมดเหลือเพียงแค่หัวหน้าลูกค้าคนโปรดคนนี้ทียืนตัวสั่นมองลูกน้องของตัวเองสู้กับอีกฝั่งแต่ดูท่าจะ ย่อยยับ

ปัง!!

“ไอ้เหี้ย! มึงเหี้ยมเกินไปแล้วนะทงเฮ!” แทยงตะโกนด่าหลังจากที่ลูกปืนลั่นใส่ที่ไหล่ซ้ายของทงเฮทำให้ร่างหนาเซเล็กน้อย

ปัง! ปัง!ปัง!

สามนัดที่ตามมาจากปืนกระบอกที่แทยงถืออยู่ลั่นเล็งไปที่ตัวร่างหนาเหมือนเดิม ร่างหนาเบี่ยงกระโดดหลบได้ทันก่อนจะวิ่งไปหาลูกค้าคนโปรดของวันนี้ หยิบกุญแจที่รับมาจากยุนโฮก่อนจะเปิดเปลี่ยนด้านที่มีมีดเล็กแต่คมจัดออกมาจ่อที่คอก่อนจะพูดขึ้นว่า

 

“มึงมีลูกปืนตั้งกี่กระสุนแต่กูมีมีดเล็กแค่เล่มเดียวไอ้หมาอ่อนหัด”

 

ฉึก!

 

“ยุนโฮ จัดการด้วย” ทงเฮพูดก่อนจะเดินไปเติมบาเลย์มาดื่มอีกแก้ว

“แผนมึงนี่สิ้นคิดจริงๆเลย ฮ่าๆๆๆ”  ยุนโฮพูดก่อนจะหัวเราะลั่นแล้วเดินไปสั่งลูกน้องให้เก็บศพจำนวนเกือบ 20 คนที่ตายเกลื่อนกราดอยู่ตรงพื้น

“สิ้นคิดไรมึง ละหัวเราะทำไม” ทงเฮพูดจาหน้าตายังคงขมวดไม่หาย ลูกน้องสาวคนหนึ่งยืนพันแผลที่ไหล่ซ้ายให้อย่างถนอมมือ

“อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงตำรวจได้แห่มาแน่ กูก็ต้องมาเสียเวลาปิดปากอีก” ยุนโฮพูดพร้อมกับเดินมานั่งข้างๆ

“ห้ะๆ แต่มึงก็เอาด้วยนี่หว่า” ร่างหนาพูดเป็นเวลาเดียวกับที่พันแผลเสร็จพอดี

“ใครจะไปห้ามคนอย่างมึงได้ล่ะละนี่ ไม่ไปโรงบาลวะ” ยุนโฮพูดก่อนจะต่อยเบาๆมาที่ไหล่ซ้ายที่โดนยิงมาหมาดๆ

“โอ๊ย! ไอ้เหี้ยยุน เดี๋ยวกูก็ฟาดด้วยแก้วนี่” ยกแก้วเบียร์ขึ้นแล้วปากคว่ำ

“เออๆๆ ไปโรงบาลได้แล้วเดี๋ยวกูจัดการตรงนี้เอง”

“ไล่กู?” ทงเฮเลิกคิ้วถามนิ้วชี้มาที่ตัวเอง

“เออ ไปชิ่วๆ” ยุนโฮพูดขึ้นปัดมือไล่

 

___

โรงพยาบาล

“เยซอง” เมื่อถึงโรงบาลทงเฮก็เดินตรงไปหาเพื่อนหมอของตนเองที่แผนกฉุกเฉินทันที

“เชี้ย เป็นเหี้ยไรมาเนี่ย” หน้าตาหมออย่างตกใจเลือดที่ไหลออกมาของเพื่อนตัวเองก่อนจะดึงแขนอีกข้างที่ไม่มีเลือดมาที่เตียงที่ยังว่าง

“โดนยิง” พูดสั้นๆก่อนจะมองไปที่แผลของตัวเอง

“นานรึยัง” ถามขึ้นในขณะที่พยาบาลเข็นอุปกรณ์มาพอดี

“ก็มั้งนะ” ตอบคำถามแบบกล้าๆเกร็งๆปนไม่แน่ใจนัก

“อ่าวสัด เดี๋ยวกูตบแขนหลุด ทำไมไม่รีบมาทำแผล มึงจะชิลแบบนี้ไม่ได้นะไอ้ทงเฮ” เยซองบ่นรัวเมื่อเห็นทงเฮตอบคำถามเขาแบบไม่แน่ใจนัก

“เออๆๆๆ รู้แล้วๆๆ” ร่างหนาบอกปัดรำคาญเพื่อนช่างบ่น

“รู้แล้วตลอดไอ้สัด สักวันเถอะมึง เลือดจะหมดตัว”

 

 

 

 

หลังจากพันแผลเสร็จเรียบร้อยแล้วทงเฮก็เดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน ความเร็วธรรมดาเดินตามทางไปเรื่อยๆผ่านห้องไอซียูห้องหนึ่ง ผู้ชายร่างบางหน้าตาซีดเซียวนอนอยู่บนเตียงไอซียูมีผู้ชายสองคนนั่งดูอาการหน้าตาเศร้าซึม เขาเพียงมองแค่นั้นโดยไม่คิดอะไรก่อนจะหันหน้าไปที่ทางเดินเตรียมจะเดินต่อ

 

 

 

 

 

 

“เชี่ย! …ตาฝาดรึเปล่าวะ” ร่างหนาขยี้ตาทั้งสองข้างด้วยมือข้างเดียวก่อนจะเพ่งมองไปยังภาพตรงหน้าอีกครั้ง 

 

 

“เหี้ยไรเนี่ย!!!” ทงเฮตะโกนร้องเสียงดังลั่น คนเดินผ่านไปผ่านมาต่างมองมาที่เขาด้วยความสงสัย อะไรกัน เกิดอะไรขึ้นกับเขา สีหน้าท่าทางตกใจสุดขีดก่อนจะก้าวถอยหลังไปไม่กี่ก้าวสายตาเบนพร้อมใบหน้าไปที่คนในห้องไอซียูอีกครั้ง ผู้ชายคนในห้องหันมามองตามเสียงที่เขาด้วยคำถามทางสายตา ร่างหนาตาค้างมากกว่าเดิมก่อนจะหันไปที่ที่ทำให้ทงเฮตกใจเมื่อเห็นหน้าของคนไข้ในห้องไอซียูชัดๆ หายใจเข้าลึกๆพุธ หายใจออกยาวๆโธ

 

 

 

“ซีวอน พี่ว่าเราออกไปเคลียร์บ้านดีกว่า เราต้องย้ายมานอนที่โรงแรมสักพัก” อีทึกผู้เป็นพี่ใหญ่สุดเดินเข้ามาในห้องขาวที่เรียกว่าไอซียู ส่งยิ้มให้พยาบาลสาวที่เข้ามาดูความเรียบร้อยของคนบนเตียงเล็กน้อยก่อนจะหันมาพูดกับคนกลาง

 

“ครับ ไปกัน” ซีวอนยิ้มเล็กๆ

______

  

“ตาฝาดๆๆๆๆ ตาฝาดแน่ๆไอ้เหี้ยเอ้ย” ตบหน้าตัวเองเบาๆก่อนจะก้าวเท้ารัวๆไปที่ประตูทางออก ก่อนจะเจอเพื่อนหมอที่อยู่หน้าประตูห้องฉุกเฉิน

“อะไรวะไอ่ทง ตบหน้าตัวเองทำไมเนี่ย” เยซองถามหน้าตาตกใจปนสงสัย

“ไอ่เย่ ตบหน้ากูดิ”

“ห้ะ?!

“ตบหน้ากูดิวะ!

 

 

 

เพี๊ยะ!!

ด้วยความตกใจกับเสียงตะคอกของไอ้เพื่อนสติเฟื่องเลยเผลอตบไปไม่ยั้งมือ

 

“เจ็บนะไอ้เชี่ยเย่!!!!” ทงเฮตะโกนลั่นจนคนทั้งโรงบาลหันมามอง สายตาคมกริบจ้องมองแค่ที่เพื่อนตัวเอง มือข้างที่ยังดีอยู่กุมหน้าซีกที่โดนตบเอาไว้

 

“เบาๆดิ! ก็มึงบอกให้กูตบ” เยซองพูดเน้นคำ

“เออ เรื่องจริง ไม่ได้ฝัน แต่ตาฝาดแน่ๆไอ่เหี้ยเอ้ยกูกลับละ” พูดจบก็เดินออกมาทันทีปล่อยให้เพื่อนของตัวเองมองมาอย่างเหลอหลางงงวยกับร่างหนาที่คงจะเสียเส้นไปแล้ว

______

ร่างหนาใช้เวลาขับรถไม่ถึงชั่วโมงก่อนจะถึงคอนโดของตนเอง ตอนนี้ความคิดความรู้สึกในหัวสับสนไปหมด นี่มันเกิดอะไรขึ้น ไอ้ภาพที่เห็นนี่คือสิ่งที่ไม่น่าจะเข้ามาในสายตาเขา นึกถึงตอนนั้นตัวเองเหมือนคนบ้าเลย อยากจะเข้าไปรักษาสภาพจิตที่โรงบาลสักหน่อยแต่กลัวหมอจะสันนิฐานว่าตัวเค้าเองจะเป็นบ้า วอทเดอะฟัค?!

098

เปิดประตูเข้ามาให้ห้องของตนเองก่อนจะเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวอย่าง(ไม่?)ระมัดระวังแผลที่แขนของตัวเอง แต่งตัวเรียบร้อยก่อนจะเตรียมตัวเข้านอน

“ตี3? เหนื่อยมาทั้งวันแล้วนะทงเฮ” พูดกับตัวเองก่อนจะทิ้งตัวลงนอนเตียงคิงไซด์สีเทามน

 

 

“คุณเห็นผมเหรอ?

“เห้ยยยยย! ไอ่เหี้ยยยยยยยยยยย!!!

“ชู่ววว อย่าร้องสิ!

“โคร่ม!

กูก็สงสัยตั้งนานอะไรมากระซิบอยู่ข้างหู ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับสิ่งที่ไม่คาดคิดก่อนจะถอยหลังกรูดตกเตียงลงพื้นอีกฝั่ง

 

“นี่! ฟังกันก่อนสิ”

“ฟังเหี้ยไร มะ..ไม่ฟังโว้ย ไอ่เหี้ย คอนโดนี่ไม่มียันต์กันผงกันผีเหรอวะ ไปเหอะ ไปเหอะชิ่วๆ มึงเป็นศพไหนที่กูฆ่าไปปะเนี่ย ไปเห๊อออออออ”

“นี่!! หยุดกลัวแล้วก็ฟังผมสิ!!!” กระทืบเท้าหนึ่งทีก่อนที่ของที่ตั้งไว้ในห้องจะสะเทือนเล็กน้อย ทงเฮชะงักตาค้างไปชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆเกร็งๆ

ทงเฮถูก(สั่ง?)ให้มานั่งที่ปลายเตียงอย่างกลัวปนตกใจอย่างไม่นิดเท่าไหร่

“นายชื่ออะไร?

“ฉันสิต้องถาม” ทงเฮย้อนอย่างลืมตัว

 

 

 

“โอเค ฉันชื่อ อีฮยอกแจ

_________

 จบสักทีไปค่ะตอนแรก555555   อาจจะงงๆหน่อยแต่ช่วยติดตามด้วยนะคะ บรรยายเรื่องแรกของเราอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เราทำเต็มที่จริงๆ เลิ้บๆ<3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #9 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:16

    คุณผีที่รักป่ะเนี่ย 5555
    #9
    0
  2. #7 Phahmon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 00:44
    นึกว่าจะมาแนวดราม่าหนักบู๊เลือดสาดที่ไหนได้มาแนวไสยศาสตร์หรอคะไรท์5555555 รอตอนต่อไปนะคะ
    #7
    0
  3. #6 Anna (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 00:09

    ใช่ม่ะๆ คนที่นอนอยู รพ.ก็คือฮยอกแจใช่ม่ะ แล้วเหมือนจะกลับเข้าร่างไม่ได้ไรงี้ป่ะ แต่เปิดเรื่องมาจะงงๆหน้อยยย แต่ก็ติดตามนะค้า

    #6
    0
  4. #5 Nnninaa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 21:44

    อะไรยังไง? คนเฺคนเ-้ยมโดนวิญญาน(?) ตามใช่มะ แล้วร่างที่เห็นที่ รพ.คือคนที่ตามทงเฮอยู่ (????) มาต่อนะครัชชชชชชชhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-01.png


    #5
    0