2nd Love หนุ่มเฮ้วสาวเปรี้ยว รักเดียวโดนใจ

ตอนที่ 6 : เรื่องหยุมหยิม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,749
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    14 ม.ค. 64

5

เรื่องหยุมหยิม

 

วิถีชีวิตของนิสิตชั้นปีหนึ่งเยี่ยงฉันจึงเริ่มดำเนินต่อไปอย่างเหน็ดเหนื่อย ฮือๆๆๆ กิจกรรมเยอะมากจนฉันไม่มีเวลาสนใจเรื่องอื่นๆ เลย T^T พอเรียนเสร็จปุ๊บ ฉันต้องขึ้นห้องเชียร์เพื่อซ้อมร้องเพลงปั๊บ พอตรงวันหยุดรุ่นพี่มักจะเรียกนัดรวมมาทำกิจกรรมของแต่ละคณะ แถมยังต้องเข้าค่ายวิชาเอกที่เรียนอยู่ด้วย โอ๊ย หญิงทรรศิกาเหนื่อยจังเลยค่ะ T[]T

นอกจากกิจกรรมของตัวเองแล้ว ฉันยังต้องทำให้ของไอ้บ้าสองนี่ด้วย T[]T ไม่ว่าจะเป็นการล่าลายเซ็นรุ่นพี่ การเข้ากิจกรรมของคณะวิศวะฯ จับสายพี่รหัส จับสลากพี่เทคแคร์ (หมอนี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน้าตาพี่รหัสตัวเองเป็นยังไง) จดรายงาน ตามถ่ายเอกสารชีทงานที่หมอนี่เรียนและอีกสารพัด บลาๆๆๆ หรือแม้กระทั่งเข้าไปเช็คชื่อแทน T^T จนตอนนี้ทุกคนเริ่มสงสัยแล้วว่าฉันเรียนอยู่คณะวิศวะฯ หรือสังคมฯ กันแน่ แถมบางคนเจอฉันยังเรียกฉันว่า

สองจ๊ะ ได้ลายเซ็นพี่ว้ากหรือยัง

‘น้องสอง! ไหนเขาตกลงกันไว้แล้วว่าจะใส่ยีนแทนกางเกงวอร์มไง ไปมุดหัวอยู่ไหนมา ไม่เชื่อฟังรุ่นพี่เลยนะ

ฮือๆๆๆ นั่นล่ะ ฉันอยากตาย ฉันชื่อเปรี้ยวต่างหาก T_T

“นั่น! นั่นพี่ว้ากนี่หว่า OoO”

อุ๊ย! จริงๆ ด้วย แต่เป็นพี่วากเกอร์ของคณะวิศวะฯ ต่างหาก เขาถือเป็นคนสำคัญนะ เพราะสองต้องได้ลายเซ็นของพี่คนนั้นด้วย เขาถึงจะมีสิทธิ์ได้ติ้งคณะ (สำหรับผู้ชายเอาไว้ติดที่เนกไท) ความจริงฉันจะไม่สนใจก็ได้

แต่ว่า...ฉันเป็นคนรับผิดชอบงานทั้งหมดของเขาไงล่ะT[]T

“พี่คะ พี่ขาหนูขอลายเซ็นหน่อยค่ะ -O-!”

ฉันวิ่งพลางตะโกนไปด้วย พี่หน้าโหดคนนั้นหยุดเดินก่อนจะมองมาที่ฉันด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม

“น้องมีอะไร ตะโกนเสียงดังเลยเนี่ย”

“หนูขอลายเซ็นพี่ได้มั้ยคะ (._.)”

“ถ้าอยากได้ น้องต้องร้องเพลงบูมประจำคณะวิศวะฯ ให้ดูก่อน”

“กลางโรงอาหารแบบนี้อะนะ”

“ไม่มีหางเสียง!”

“กลางโรงอาหารแบบนี้เหรอคะ TOT

“ใช่! ไม่ยอมทำใช่มั้ย งั้นไม่ต้องเอา”

ฉันก้มหน้าอย่างหมดอาลัยตายอยาก ทำไมฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย (T^T)(._.)(TOT) ฉันตะโกนร้องเพลงบูมประจำคณะวิศวะฯ อยู่กลางโรงอาหารของมหาลัยอย่างโดดเดี่ยว หลายคนที่เดินผ่านไปผ่านมา พากันมองฉันแล้วส่งเสียงหัวเราะ T[]T ฉันร้องไปทั้งหมดเจ็ดรอบเพราะพี่ว้ากเกอร์คนนี้บอกว่าฉันเสียงเบาเกินไป ฮือๆๆๆ ฉันอยากตาย อับอายชิบ แงๆๆๆ

“น่าสงสารจังเลยยัยเปรี้ยว”

ป่องบอกด้วยน้ำเสียงเศร้าจับจิตจับใจ ฉันโยนสมุดล่าลายเซ็นของไอ้บ้าสองใส่หัวนังกะเทยเพื่อนรัก

“ต่อไปแกเอาไปจัดการนะ ช่วยกันรับผิดชอบเลย เหลือของรุ่นพี่ปีสี่อีกสิบชื่อเป็นอันเสร็จแล้ว T^T”

“แหม ก็ได้ ฉันน่ะอยากรู้จักหนุ่มๆ วิศวะฯ อยู่แล้ว +O+”

โชคดีที่อย่างน้อยนังป่องยังมีน้ำใจช่วยเหลือเรื่องพวกนี้ได้บ้าง เนื่องจากมันเป็นกะเทยที่หน้าด้าน เลยไม่ค่อยอายที่จะต้องไปร้องเพลงหรือเต้นสะดีดสะดิ้งโชว์แลกเปลี่ยนกับลายเซ็นของบรรดารุ่นพี่

“แล้วไอ้เปรี้ยว ที่พี่ดาด้ามาขอให้แกไปเป็นตัวแทนดาวคณะล่ะ แกตอบตกลงไปยัง”

“ม่าย ไม่เอา ไม่เป็น ไอ้ป่องแกดูฉันสิวะ ตอนนี้ฉันน่ะแทบจะไม่มีเวลาหายใจแล้วด้วยซ้ำ อย่าหางานให้ฉันอีกเล้ยยย ถ้าแกยังรักฉัน T[]T

“แต่แกเกิดมาหน้าตาจิ้มลิ้มๆ น่ารักกว่าใครเค้า..แกควรจะใช้มันให้เป็นประโยชน์นะ!”

ฉันสะบัดหัวเป็นเชิงบอกว่าไม่เอาเด็ดขาด ที่ป่องมันมาเกลี้ยกล่อมฉันแบบนี้เพราะว่ามันถูกโหวตให้เป็นประธานของรุ่นไงล่ะ มันเลยต้องรีบจัดการเพราะมหาลัยกำลังจะจัดกิจกรรมประกวดดาว-เดือนมหาลัย =_=

~คุณสุดสวยครับ รับสายกิ๊กด้วยครับ~

ฉันล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดรับสายอย่างเร่งด่วน ท่านสอง โทรมาไงล่ะ

[อยู่ไหนอะ]

“โรงอาหารใต้ตึกคิวเอส

[อย่าเพิ่งไปไหน เดี๋ยวไปหา เพิ่งเรียนเสร็จ]

“เออ” ฉันรับคำห้วนๆ

[พูดให้ดีหน่อย เดี๋ยวถูกเตะหรอก -_-^ แล้ววานไปซื้อราดหน้าให้ทีดิ เดี๋ยวไปถึงจะได้กินเลย ปรุงมาให้ด้วยเลยนะ]

ใช่เยี่ยงทาสเลยเฟ้ย ฮือๆๆๆ สองเดือนกว่าที่ผ่านมา ฉันเรียนรู้ที่จะปรนนิบัติพัดวีอีตาคุณชายสองนั่นอย่างไร =_= สะสมความรู้ว่าเขาชอบอะไร ต้องการแบบไหน พริกกี่ช้อน น้ำกี่แก้ว ของสดๆ กี่กิโล (ประชดนะ) ฉันรับใช้เขายิ่งกว่าทำให้แม่ตัวเองด้วยซ้ำ -_- อใจจริงๆ

“อือ งั้นแค่นี้นะ”

ฉันตอบรับก่อนจะกดวางสาย ป่องมองฉันแล้วทำหน้าเหมือนกะเทยขี้อิจฉา

“สามีสั่งให้ซื้อข้าวให้กินล่ะสิ”

“เลิกบ้าเหอะ สองไม่ใช่แฟนฉัน และจะไม่มีวันใช่ด้วย =_=”

ฉันบอกอย่างเบื่อๆ แล้วลุกขึ้นเดินไปซื้อราดหน้าให้สอง ฉันไม่มีวันมีสามีที่หาแต่เรื่องใช้ฉันทั้งวี่ทั้งวันแบบหมอนี่เด็ดขาด -_- อ๊ากกก เจ็บเท้าฟะ >_< ตั้งแต่เข้าปีหนึ่งมาฉันถูกรองเท้ากัดมาโดยตลอด เจ็บปวดทรมานมั่กๆ T^T ขนาดฉันติดแผ่นกันกัดเท้าแล้วนะ มันแค่ช่วยให้ฉันทรมานน้อยลงนิดเดียวเท่านั้น T[]T ความจริงฉันควรจะเลิกใส่มันได้แล้ว แต่เด็กชั้นปีหนึ่งทุกคนยังต้องอยู่ในกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ฉันจึงต้องใส่รองเท้าคัทชูสีดำคู่นี้ไปจนกว่าจะปลดระเบียบ =_=!

ฮึกๆๆๆ เจ็บส้นเท้าจังเลย

ฉันเดินกระโดกกระเดกไปยังร้านขายราดหน้า และจัดการซื้อและปรุงให้สองอย่างเรียบร้อย แสบๆๆ เจ็บๆๆ โอ๊ย..ยามข้อเท้าฉันเสียดสีกับรองเท้าคราใด ก็ราวกับฉันจะขาดใจตายคราวนั้น T^T

“ไหนราดหน้าของฉัน -O-“

มาแล้วเหรอ =_= ฉันเบะปากพลางวางจานราดหน้าลงบนโต๊ะ สองในชุดนิสิตแบบหลุดๆ ลุ่ยๆ นั่งลงแล้วโยนแฟ้มงานทั้งหลายแหล่ทิ้งก่อนจะเลื่อนราดหน้าเข้าหาตัวอย่างหิวโหย ขณะที่หมง อั๋น เอกเดินไปหาซื้ออะไรกิน (ดีนะที่เจ้าพวกนั้นไม่ใช้ฉันด้วย) ฉันถอดรองเท้าคัทชูของตัวเองทันที เมื่อพบว่ามันกัดส้นเท้าฉันจนเลือดสาดแล้ว TOT

“ทำอะไรน่ะ”

“หาอะไรกินอยู่มั้ง -_-“

“งั้นก็ยกขึ้นมากินบนโต๊ะสิ”

=_= ฉันเกลียดผู้ชายคนนี้จัง

“ถามว่าทำอะไร”

โอ๊ยยย หมอนี่! แหกตาดูเอาเองไม่ได้หรือไง

“รองเท้ากัด”

“กัดตอบดิ”

-_-“

“มองอะไร”

“ฉันไปล่ะ กลับไปนอนที่หอดีกว่า”

ฉันคว้ากระเป๋าของตัวเองขึ้นมาสะพายก่อนจะกลั้นใจใส่รองเท้าคัทชูกลับเข้าไปใหม่ แต่พอฉันออกเดินกลับถูกหมอนี่จับแขนเอาไว้

“มีอะไรจะใช้ฉันอีกล่ะยะ” ฉันถาม

“นั่งลง”

“อะไรของนายอีกเนี่ย!”

สองถลึงตาใส่ฉันที่ถามกลับเสียงดัง =_=; เขากระชากแขนฉันจนต้องยอมลงไปนั่งที่เดิม ก่อนจะเลื่อนสายตาลงไปมองที่เท้าของฉัน

“เจ็บมากหรือเปล่า”

“เจ็บ แต่ไม่เป็นไรหรอก -_-;”

ฉันบอก สองขยับลุกจากเก้าอี้แล้วมาย่อตัวลงตรงหน้า เขาค่อยๆ ถอดรองเท้าให้เบาๆ แต่ฉันขยับหนี สองแหงนหน้าขึ้นมาจ้องใส่เหมือนเป็นการต่อว่าที่ฉันขยับหนีเขา ฉันเลยต้องยอมอยู่เฉยๆ ให้เขาพินิจเท้าฉันเล่น -O- เอ่อ มันกินไม่ได้จริงๆ นะยะ ราดหน้าของนายอยู่บนโต๊ะไง TOT

“เฮ้ย! มันถลอกจนเลือดออกแล้ว เธอยังบอกว่าไม่เป็นไรได้ไงฮะ -_-^

“เดี๋ยวฉันจัดการเอง นายไปกินราดหน้าต่อเหอะ -O-

สองไม่พูดอะไรอีก เขาลุกขึ้นผลักหัวฉันแรงๆ ทีนึงก่อนจะเดินหายเข้าไปร้านค้าเพื่อซื้ออะไรสักอย่าง เมื่อเขากลับมามีน้ำเปล่าหนึ่งขวด กระดาษทิชชูหนึ่งม้วน และพลาสเตอร์หนึ่งแผ่น O_O

“ต่อไปนี้เลิกใส่ไอ้รองเท้าเวรนี่เลยนะ”

“แต่มันจำเป็นต้องใส่นี่นา เด็กปีหนึ่งทุกคนต้องใส่”

“ไม่จำเป็น =_= เท้าเธอแทบจะเละหมดแล้

“เดี๋ยวรุ่นพี่ว่านะ T^T”

“ให้มันมาว่าฉันแทน ต่อไปนี้ห้ามใส่อีก! ถ้าไม่ฟัง เธอโดนเตะแน่ =_=”

เขาสั่งพลางจัดการเปิดฝาน้ำเปล่า แล้วเทราดลงไปที่แผลฉัน!

“แสบๆ TOT พอแล้ว”

ฉันชักเท้ากลับแต่สองก็ขืนมันเอาไว้ ฉันนั่งดิ้นพรวดๆ ร้องแหกปากอยู่ในโรงอาหาร แต่หมอนี่กลับถูแผลฉันไปราวกับจะถลกเนื้อฉันไปทิ้งงั้นแหละ

“กรี๊ดๆ แสบนะ พอๆ ฮือๆๆๆ T^T”

“ไม่อายเขาหรือไง เลิกร้องสักที -_-“

เขาบอกแล้วก็จัดการแกะกระดาษทิชชูแล้วก็ซับเท้าฉันเบาๆ ดูเขาตั้งอกตั้งใจมากจนฉันไม่กล้าร้องอะไรอีก ไม่รู้ทำไมฉันถึงยิ้มออกมา =_=;; รุ่นพี่ที่เดินผ่านมองสิ่งที่สองทำให้ฉันแล้วก็ซุบซิบอะไรกันไม่รู้ แล้วก็ทำหน้ายิ้มๆ พร้อมกับหัวเราะคิกคัก

“ฉันทำเองดีกว่า แค่แปะพลาสเตอร์ใช่มั้ย”

ฉันบอกพร้อมกับชักเท้ากลับ สองมองหน้าพลางส่งสายตาชิ้งๆ -_-+ แบบนี้มาให้

“เฉยเหอะน่า”

“แต่...ราดหน้านายเย็นหมดแล้วนะ”

แล้วคนก็มองกันเต็มแล้วด้วยนะ T.T

“เย็นก็ซื้อใหม่ได้ แต่เธอดิ... ปล่อยให้รองเท้ากัดขนาดนี้ได้ไง โง่จริงๆ ยัยโครมันยองงี่เง่าเอ๊ย -_-^”

ย่ะ! ไอ้ฉลาด ฉันแอบเบ้ปากใส่เมื่อเขาก้มลงไปสนใจเท้าอันสวยงามของฉันต่อ ถึงหมอนี่จะโหด โฉด และชั่วขนาดไหน แต่เขาก็รู้จักเป็นห่วงคนอื่นเหมือนกันนะเนี่ย นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ฉันอดทนกับคนอย่างหมอนี่ได้ แต่จนถึงตอนนี้ ฉันยังไม่รู้เลยว่าอะไรคือโครมันยอง -O-;;

“อ้าวเฮ้ย! ทำไรกันอยู่ เปรี้ยวน้อยของเราเป็นอะไรไป”

หมงเดินเข้ามาพร้อมกับจานข้าวผัด ตามด้วยอั๋นและเอก พวกเขานั่งลงที่โต๊ะเดียวกับเรา

“ยัยนี่ถูกรองเท้ากัดจนเลือดออก -_-“

“แหมมม ดูแลกันดีจังเลยนะ โฮ่ๆๆๆ” อั๋นบอกพลางหันมายิ้มกรุ้มกริ่ม -_-; ฉันเลยทำท่าเหมือนจะอ้วกใส่หน้าเขา เขาเลยหันไปสนใจดูดเส้นก๋วยเตี๋ยวในชามแทนที่จะล้อฉันเล่นต่อ

“ต้องดูให้ดีหน่อย เพราะต้องใช้งานกันไปอีกนาน”

ชิ! ที่แท้ เพราะกลัวว่าจะไม่ได้ใช้งานฉันอย่างคุ้มค่าสินะ TOT

“ไม่ต้องรีบเอาเงินมาใช้ฉัน รู้ปะ -v-

=_=”

“เธอจะได้เป็นมือขวาให้ฉันแบบนี้ไปนานๆ หึๆ”

“รอหมดกิจกรรมรับน้องก่อน พอฉันหางานทำได้ ฉันจะคืนนายเงินนายให้เร็วที่สุด!”

“ก็บอกว่าไม่ต้องรีบนะ โครมันยองน้อย ^^”

สองบอกยิ้มๆ ฉันไม่ชอบมองตอนหมอนี่ยิ้มเลย =_=;; เขามีเขี้ยวเล็กๆ ที่ข้างขวาด้วย เวลาที่ยิ้มหรือหัวเราะ ทำให้เขาดูเหมือนเด็กแสบๆ หน้าตี๋ๆ แต่น่ารักอ่า =O= คือฉันไม่อยากยอมรับเลยนะว่าสองเป็นผู้ชายมีเสน่ห์ เขาดูดีไปหมด ผู้หญิงรุ่นเดียวกับฉัน ไม่มีใครไม่รู้จักหมอนี่เลย ยิ่งพอเห็นฉันสนิท ถ้าไม่เข้าใจผิดว่าฉันเป็นแฟน ก็จะเข้ามาตีสนิทฉันแล้วขอเบอร์เขาทันที -_-

“เสร็จละ!

“ขอบใจนะ ^^”

ฉันบอกพลางส่งยิ้มแฉ่งให้เขา น่าแปลกที่อยู่ดีๆ หมอนี่จ้องหน้าฉันกลับ เดี๋ยวนี้พบฉันหันหน้าขวับไปหาเขาทีไร สองจะมองฉันอยู่ก่อนแล้ว บางทีเขาก็ทำเสียงไม่พอใจแล้วก็ผลักหัวฉันเล่นเหมือนเดิม แต่ฉันรู้สึกแปลกๆ นิดหน่อยที่สอง (แอบ) มองฉันบ่อยๆ หรือเขาจะรู้ว่าฉันก็ (แอบ) มองเขาบ่อยๆ เหมือนกัน แฮ่ๆๆๆ

“ฉะ...ฉันไปดีกว่า”

ฉันพูดแล้วก็แกล้งหันไปหยิบกระเป๋าเพื่อหลบสายตาของสอง ไม่เอา ไม่อยากมอง เดี๋ยวฉันเกิดเผลอคิดลึกอะไรขึ้นมา มันต้องไม่ดีแน่ T^T

“กลับยังไง”

“ขึ้นรถไฟฟ้ากลับอะ”

“ไอ้ตู้อบโดเรมอนเคลื่อนที่ได้นั่นน่ะเหรอ”

ฉันพยักหน้าหงึกหงัก เพราะมันไม่ต่างอะไรจากที่สองพูดสักนิด เพราะรถไฟฟ้าที่วิ่งรอบมหาลัยฉันมันเป็นสีฟ้าสวยใสเหมือนโดราเอมอน แต่ข้างในร้อนระอุไม่ต่างจากนรก T^T

“ไม่ต้องอะ เดี๋ยวไปส่ง”

“ไม่เป็นไร”

“จะไปส่ง -_-^”

“นายยังไม่ได้กินราดหน้าเลยนะ”

“ช่างมัน! เฮ้ย ฉันไปส่งโครมันยองน้อยก่อน พวกแกรออยู่นี่ก่อนนะ ฝากของฉันด้วย”

สองบอกเพื่อนแล้วแย่งกระเป๋าฉันไปถือ ฉันซึ่งไร้ทางเลือกก็เลยต้องเดินตามเขาไปด้วย

“นายไม่คิดจะเปลี่ยนมาใช้รถมอไซค์มั่งเหรอ”

ฉันถาม เพราะว่าในมหาลัยแห่งนี้ ไม่ค่อยมีใครเว่อร์ใช่รถยนต์กันหรอก =_= ส่วนใหญ่ทุกคนจะใช้มอไซค์กันมากกว่า เพราะถูกแล้วก็ประหยัด แต่ไอ้บ้านี่ขับบีเอ็มไปๆมาๆ อยู่แค่ในมหาลัยทุกวัน ไม่มีใครบอกนายหรือไงว่ามันดูเว่อร์และขี้อวด -O-;; (แต่ผู้หญิงชอบ)

“เธอจะให้ฉันขายรถแล้วไปถอยมอเตอร์ไซค์มาขับหรือไง -_-^”

“แต่น้ำมันแพงนะ”

“ฉันขอเงินเธอเหรอ”

“ก็แค่...เป็นห่วงเงินนาย”

เพราะถ้านายไม่มีตังค์เมื่อไร นายอาจจะหวนคิดแล้วมาทวงเงินฉันก็ได้ T[]T

“เป็นห่วงตัวเธอเองดีกว่า”

สองบอกพร้อมกับเปิดประตูรถ เขาจับหัวฉันกดลงก่อนจะผลักเข้าไปในรถเหมือนฉันเป็นของเล่น มีผู้หญิงรุ่นเดียวกัน นุ่งสั้นมองมาทางฉัน ซุบซิบและทำปากเบะใส่นิดหน่อย -O-;;

“ว้ายยย สองเขามีแฟนแล้ววะ”

“แฟนหน้าตาน่าหมั่นไส้จัง”

“ดูเหมือนเด็กบ้านนอก ไม่เหมาะกันเลยสักนิด >O<

ฉันดูเหมือนเด็กบ้านนอกตรงไหนยะ หน้าตาเหมือนเด็กในเมืองชัดๆ! เชอะ

“มีอะไรกับกระจกรถฉันหรือเปล่า เห็นมองอยู่ได้”

สองถามเมื่อเข้ามานั่งที่คนขับแล้ว ฉันเบะปากใส่เขาและทำหน้าบูด ไอ้บ้านี่เริ่มผลักหัวฉันอีกครั้ง

“เป็นบ้าอะไรเนี่ย -_-^ เออ ชีทแคลคูลัสกับพื้นฐานวิศวะฯ อยู่กับเธอหรือเปล่า วันนี้ไปเรียนไม่มีอะไรให้อ่านเลย -_-“

“จะไม่อยู่กับฉันได้ไง ก็นายเอามาโยนๆ ทิ้งไว้ให้ฉันเก็บเมื่อวานอะ”

แถมลากฉันไปนั่งกินข้าวที่ร้านอะไรไม่รู้ด้วย ทั้งๆ ที่ฉันยังไม่ทำรายงานเลยสักตัวเดียว T^T

“เหรอ งั้นเย็นนี้เอามาด้วย แล้วฝากเอาชีทที่เบาะหลังไปเน้นข้อความให้ด้วย ฉันขีดดินสอเอาไว้แล้ว แต่มันเห็นไม่ค่อยชัดอะ”

สงสัยหมอนี่คงเห็นฉันว่างมากมั้ง -_- ฉันดูเหมือนป็นคนไม่มีภาระอะไรเลยหรือไงยะ T_T จริงๆ นะ มันยิ่งกว่าที่ทุกคนคิดอีก ตอนนี้ของของสองหลายอย่างมาปนอยู่กับของฉันมั่วไปหมดแล้ว บางวันฉันเรียนอังกฤษ ฉันกลับถือชีทฟิสิกส์ของหมอนี่มาแทน TOT บางทีเขายึดเอากระเป๋าปากกาของฉันไป (ฉันเลยไม่มีใช้ไงล่ะ) บางทีกระเป๋าตังค์เขามาอยู่ที่ฉัน หรือไม่ก็แหวน นาฬิกา หรือของมีค่าทั้งหลายแหล่

แล้วเมื่ออังคารที่ผ่านมา ในมหาลัยจะมีตลาดนัด ฉันซื้อพวงกุญแจตุ๊กตามาใหม่ ไอ้บ้านี่ดั๊นมาแกะของฉันไปห้อยกุญแจรถตัวเองหน้าตาเฉย T^T มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ยยย

“สมัยตอนนายเรียนมัธยมฯ ใครเป็นคนทำเรื่องงี่เง่าพวกนี้ให้นายฮะ”

“งี่เง่าตรงไหนฮะ”

“ไอ้เรื่องหยุมหยิมทั้งหลายแหล่แบบนี้ เมื่อก่อนนายให้ใครทำให้”

สองทำท่านึก เวลาเขากำลังคิดอะไรอยู่ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้น มือข้างหนึ่งเขาเคาะอยู่ที่พวงมาลัยรถ โอ๊ยยย แกจะคิดอะไรมากมายขนาดนั้น =_=

“แฟนมั้ง -O-

“ดีเลย! งั้นรีบหาแฟนสักทีสิ ฉันขี้เกียจมารับผิดชอบชีวิตนายแบบนี้นะ”

“เป็นคนรับใช้มีสิทธิ์พูดจาแบบนี้เหรอ -_-“

“ก็ฉันเหนื่อยนี่นา แฟนก็ไม่ใช่ TOT

“งั้นเอาเงินมาเดะ เอามาเดี๋ยวนี้เลย เอามาๆๆๆ”

ไหนเมื่อกี้นายยังบอกว่าไม่ต้องรีบจ่ายไง ไอ้บ้า! หมอนี่แบมือกระดิกนิ้วใส่หน้าฉัน

“ยังไม่มี TOT”

“งั้นจงทำหน้าที่นี้ต่อไป ห้ามบ่น”

เขาบอกพลางผลักหัวฉันสองสามทีอีกตามเคย สมองฉันเคลื่อนที่หมดแล้วล่ะ อีกไม่นานมันคงจะไหลออกมาทางปากกับจมูกแหงๆ T_T และภายในไม่ถึงสิบนาที สองก็ขับรถมาจอดที่บริเวณหน้าหอใน เขายัดชีทของตัวเองให้ฉันเอากลับไปเน้นข้อความให้ ก่อนจะไล่ฉันลงจากรถไปเลย เพราะเขารู้สึกหิวข้าวสุดๆ แล้ว =_=

“ไงเปรี้ยว ^^”

“เอ่อ หวัดดีจ้ะเปล”

ฉันทักเพื่อนต่างคณะ เธอเป็นสาวที่สวยมากกก เปลเรียนอยู่คณะสถาปัตย์ฯ แถมยังครองตำแหน่งดาวคณะด้วย ฉันคิดว่าจะในอนาคต แม่นี่จะต้องได้ตำแหน่งดาวมหาลัยแน่ๆ (ฉันเลยไม่อยากลงจากรถตอนนี้ไง สู้ไม่ได้เห็นๆ TOT)

“แฟนมาส่งเหรอ”

“ม่ายยย ไม่ใช่นะ สองเป็นเพื่อนเรา”

เปลหัวเราะคิกคักอย่างนาน -_-;; มีอะไรหรือเปล่า แต่ทำไมยัยนี่น่ารักจังเลย T_T มีคนบอกว่าเธอมีเชื้อฝรั่งผสมด้วย พ่อเป็นลูกครึ่ง จมูกเธอก็เลยโด่งสวยงามแบบนี้ ปากสีแดงจีบเล็กๆ แต่งตัวแนวนำสมัยกว่าใครทุกคนในมหาลัยนี้ เดินไปไหนทำให้มีแต่คนมองตาค้าง O_O

“เรามีอะไรอยากให้เปรี้ยวช่วยหน่อย ^^

“อ่า ได้สิ”

“เปรี้ยวแน่ใจนะว่าไม่ได้เป็นแฟนสอง”

“แน่สิ”

“ดีเลย! เพราะเราสนใจสองอยู่ ช่วยเราหน่อยได้มั้ย”

O_O

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,798 ความคิดเห็น

  1. #13760 Iturlek (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:13
    สนุกมาก นู๋ชอบนิยายแนวนี้..*-*
    #13,760
    0
  2. #13754 ByChu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มกราคม 2557 / 09:34
    ฮาอ่า บอกตรง
    #13,754
    0
  3. #13731 เนสเร่ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มีนาคม 2556 / 23:51
    อยากอ่านให้จบง่าาา จบเรื่องนี้มากๆ >< อ่านทีไรฮาตลอดอ่า เสียดายหาเล่มนี้ไม่เจอจริงๆ T T
    #13,731
    0
  4. #13730 เนสเร่ -0- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มีนาคม 2556 / 23:51
    อยากอ่านให้จบง่าาา จบเรื่องนี้มากๆ >< อ่านทีไรฮาตลอดอ่า เสียดายหาเล่มนี้ไม่เจอจริงๆ T T
    #13,730
    0
  5. #13724 cha-chumie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 00:00
     สนุกกก
    #13,724
    0
  6. #13713 Numkhing Chiczz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2554 / 17:01
    มันส์มากกกกกกกกกกกก 
    #13,713
    0
  7. #13705 ►I-wind™ Café (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2554 / 15:45
    555
    ฮาอ่ะเจ๊เม ชอบสองมากกกก >O<
    #13,705
    0
  8. #13697 dekza (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2554 / 17:57
    โครมันยอง

    มันคืออาราย?
    #13,697
    0
  9. #13658 -0- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2552 / 02:47
    มนุษย์ยุคหินมั้ง = =
    #13,658
    0
  10. #13654 ดับเครื่องชนไฮเปอร์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2552 / 21:14
    หนุกหนานมากมาย
    #13,654
    0
  11. #13628 F @ n G (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2552 / 16:12

    ฮ่าๆ ๆ ๆๆ

    โครมันยอง

    แปลว่าไรอ่ะ ??

    #13,628
    0