[Yaoi] Try Me เสพร้าย สัมผัสรัก [ภาคร้ายยั่ว]

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 14 เลือกเหยื่อผิดคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53,188
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 414 ครั้ง
    1 ก.ย. 60




ผู้ชายที่เก็บงำทุกความรู้สึกภายใต้ใบหน้าที่เคร่งเครียด

+++++++++++++++++++++


ตอนที่ 14 เลือกเหยื่อผิดคน

 

 

 

            เมื่อคืน กว่าที่นายภวิศจะเข้าสู่นิทราได้ก็หลังจากที่คนของพี่ชายออกจากห้องได้หลายชั่วโมง เพราะสมองไม่ยอมลืมสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะที่ร่างกายยังจดจำทุกอุณหภูมิของผิวกายที่เสียดสีเข้าหากัน สุดท้ายก็ต้องปลดปล่อยอารมณ์ที่ค้างคาอีกครั้งด้วยสองมือ

 

            ขณะที่เช้านี้ เพียงแค่แสงสว่างส่องลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านหนาหนักเข้ามาภายในห้อง ดวงตาก็เปิดปรือขึ้นช้าๆ ไร้ซึ่งความมึนงง เอาจริงๆ ว่าร่างกายของเขาเบาหวิวและปลอดโปร่งกว่าที่เคยเป็นด้วยซ้ำ

 

            ในเมื่อหลังจากที่ป่วยเป็นไข้ วินก็ไม่ได้ปลดปล่อยเลยสักครั้ง เมื่อคืนน่าจะเป็นการผ่อนคลายความเครียดได้เป็นอย่างดี แต่นั่นหมายถึงร่างกาย หากแต่สภาพจิตใจแล้ว

 

            “เฮ้อ” ชายหนุ่มถอนหายใจยาว ยามที่ลุกขึ้นมานั่งพิงพนักเตียง

 

            วินรู้ตัวว่าเมื่อคืนเขาใช้อารมณ์มากไป เพราะโกรธกับความเห็นแก่ได้ของผู้ชายบางคน ไม่พอใจกับคนที่คิดจะแตะต้องเขาเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ชอบที่ถูกทำเหมือนของตายที่สุดท้ายก็ต้องคลานมาขอความเมตตา ใช่ เขาเคยเป็นของตายแบบนั้น แม้แต่ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่

 

            เขายังร่ำร้องขอความรักจากคนคนเดิม แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือเขาไม่ต้องการความสมเพช

 

            ไม่รู้เหมือนกันว่าปณชัยตีความการกระทำของเขาว่ายังไง

 

            “ก็ส่ายสะโพกเข้าหาเขาจริงๆ นั่นแหละ” วินยกมือลูบหน้า เพราะความสัมพันธ์ที่ดูคืบหน้า แท้จริงแล้วก็แค่เซ็กส์บนเตียง มันไม่มีความผูกพันทางใจใดๆ ทั้งสิ้น

 

            “ก็อย่าไปสนสิ สนแล้วเจ็บ จะสนทำไม”

 

            เขาควรคิดว่าได้แบบนี้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว

 

            ความคิดของคนที่นึกถึงสีหน้าทรมานของผู้ชายอีกคน แต่อารมณ์กลับดิ่งลงเหว ซึ่งมันไม่ใช่ความรู้สึกของคนที่สะใจเมื่อได้เอาคืนเลยสักนิด เพราะภวิศยังจดจำได้ถึงทุกสีหน้า ทุกแววตา แม้แต่ทุกครั้งที่สะโพกสอบขยับเคลื่อนเสียดสีกับร่องลึกของเขา ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น...มีคนมากมายที่เคยเห็นมันมาแล้ว

 

            ภวิศไม่นึกเปรียบเทียบด้วยซ้ำว่าเขากับชัยผ่านมาเยอะมากน้อยต่างกันเท่าไหร่

 

            ประสบการณ์เมื่อคืนบอกนายแบบหนุ่มได้ดีว่า เขาก็เป็นแค่เด็กน้อยเมื่อเทียบกับเสือร้ายอย่างอีกฝ่าย หากไม่มีกุญแจมือคู่นั้น เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะยังคุมสถานการณ์ได้มั้ย จนต้องถอนหายใจอีกเฮือก

 

            ชายหนุ่มอยากแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่าเขาโตแล้ว เขาผ่านโลกมาพอสมควรแล้ว เขาไม่เหมือนเด็กที่วิ่งร่ำร้องขอความรักโดยไม่ดูรอบข้าง เขารู้วิธีหาความสุขให้กับร่างกายนี้ไม่ต่างจากอีกฝ่าย แต่ไม่ว่าอย่างไร เขาก็เทียบประสบการณ์กับคนที่อายุมากกว่านับสิบปีไม่ได้

 

            วินมั่นใจว่าเขามีครูดี พี่ซีนไม่คิดนอนกับคนที่ทำให้ตัวเองเบื่อซ้ำสอง และเขาก็มีความสัมพันธ์กับเพื่อนพี่ชายมาตลอด ไม่นับรวมผู้ชายอีกหลายคนที่เขานอนด้วย และไม่มีคนไหนที่ไม่ต้องการครั้งที่สอง ครั้งที่สาม และครั้งถัดๆ ไป จนชายหนุ่มจึงมั่นใจในตัวเองระดับหนึ่ง

 

            แต่เขาว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า และร่างกายกระตุกวาบเมื่อคืนก็บอกได้ว่าอีกฝ่ายเหนือกว่า

 

            หมับ

 

            สองมือยกขึ้นกอดร่างตัวเอง เมื่อเพียงนึกถึง อุณหภูมิของร่างกายก็ร้อนผะผ่าว จนต้องพยายามควบคุมให้มันสงบนิ่งที่สุด หากแต่ภวิศก็รู้ว่าเขาจะคุมสถานการณ์ได้ไม่นาน กุมบังเหียนได้อีกไม่เท่าไหร่ เมื่อคืนมีกุญแจมือ แล้วครั้งหน้าล่ะ เขาจะใช้อะไรควบคุมผู้ชายคนนั้น

 

            ร่างเพรียวรู้ว่าสุดท้าย...เขาก็ไม่เคยควบคุมอีกฝ่ายได้เลย

 

            “ไม่แน่เสมอไปหรอก” วินพึมพำ เขาควบคุมใจของชัยไม่ได้ แต่หากเริ่มต้นที่ร่างกายล่ะก็

 

            ความคิดของคนที่เม้มปาก พยายามปลอบใจที่วูบโหวงว่าโอกาสยังอยู่ในมือ แม้จะรู้ว่าการครอบครองกายนั้นก็แค่ความสัมพันธ์ชั่วคราว แต่เขามันคนหมดสิ้นหนทาง แม้จะเป็นความสัมพันธ์เพียงข้ามคืน เขาก็จะขอยึดมันเอาไว้ให้แน่นที่สุด

 

            เขาพนันด้วยทุกอย่างที่มีแล้ว เอาตัวเองเข้าแลกแล้ว ก็คงทำได้เพียงดันทุรังไปจนสุดทาง แม้มันจะมีแค่ทางตันรอคอยอยู่ภายหน้าก็ตาม

 

            “อย่าเพิ่งคิดอะไร” ชายหนุ่มปลอบใจตัวเอง แล้วลุกไปอาบน้ำแต่งตัว สำรวจให้มั่นใจว่าไม่เหลือร่องรอยใดๆ อย่างน้อย ใครบางคนก็รู้แล้วว่าอย่าทิ้งรอยไว้บนเครื่องมือหากินของคนอื่น

 

            ไม่เป็นไร ครั้งหน้ายังมีเวลาเตรียมตัว

 

......................................

 

            “แปลกนะ ใครบางคนตื่นเช้าเป็นด้วย”

 

            “ไม่ขำ”

 

            ทันทีที่ภวิศก้าวเข้ามาในห้องอาหาร เขาก็เห็นผู้ชายคนเดียวกับที่ขยับเอวอยู่ใต้ร่างเขาเมื่อคืนกำลังยืนคุยกับพี่ชาย ใบหน้าคมเข้มยังคงมีสีหน้าสุขุม ดวงตาเรียบสนิทดังเดิม ไม่เหลือเค้าลางของคนที่ทรมานเพราะถูกกลั่นแกล้งเลยสักนิด เป็นอีกครั้งที่ปณชัยปกติเกินไป ปกติจนนายแบบหนุ่มต้องเก็บงำทุกอารมณ์ เอาความอ่อนแอใส่ลิ้นชักแล้วซ่อนเอาไว้ ยกยิ้มนิด หันไปทักเจ้าของบ้าน

 

            ขณะที่ภาคินซึ่งสวมเพียงกางเกงนอนขายาวตัวเดียวก็ตอบกลับด้วยท่าทางเหนื่อยหน่าย จนต้องแสร้งหัวเราะ

 

            “ก็ขำดีออก เด็กบางคนขอให้ตื่นขึ้นมากินข้าวเช้าด้วยหรือไง”

 

            ภาคินมีไม่กี่เหตุผลหรอกที่ยอมตื่นเช้า ทั้งที่กว่าจะเข้าบ้านก็ดึกมากแล้ว เหตุผลนั้นคือกราฟ

 

            “เปล่า แต่เด็กบางคนกำลังถูกหมายหัวต่างหาก”

 

            กึก

 

            คนฟังชะงักไปนิด รอยยิ้มลบเลือนไปแล้ว ขณะที่ทรุดนั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง มองหน้าญาติผู้พี่นิ่ง ซึ่งคราวนี้คนไม่ขำก็ยกยิ้มเหี้ยม

 

            “ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้เด็กคนนั้น ฉันคงไม่แหกขี้ตาตื่นมาทั้งที่นอนได้แป๊บเดียวหรอก”

 

            “ผมแจ้งเรื่องเมื่อคืนให้คุณภาคินทราบแล้วครับ” ปณชัยเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยท่าทางปกติ ซึ่งแม้วินจะอยากถามว่า ไม่คิดจะแสดงออกเลยสักนิดใช่มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรา หากแต่เขาก็ต้องเก็บเด็กอ่อนแอคนนั้นเอาไว้ แค่มองตาภาคิน แล้วก็บอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

            “ฉันไม่เป็นไรหรอก”

 

            “รอบคอบเอาไว้ดีกว่า ต่อไปนี้เวลาไปไหนเอามันไปด้วย” มันที่ว่าก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากบอดี้การ์ดร่างใหญ่ และนั่นก็ทำให้วินตวัดสายตาไปมอง เพื่อพบกับสีหน้าสุภาพ และรอยยิ้มบางราวกับพร้อมรับคำสั่ง เสียงทุ้มจึงประชดออกไป

 

            “ให้ตามเข้าห้องแต่งตัวเลยมั้ยล่ะ”

 

            “ก็ให้มันตามไป ขนาดห้องนอนมันยังเข้าไปแล้ว”

 

            กึก

 

            ร่างเพรียวชะงัก มองหน้าญาติผู้พี่อย่างหวังหาคำตอบว่ารู้ได้ยังไง และนั่นก็ทำให้คนพูดแสยะยิ้ม คว้าแก้วกาแฟมาดื่มทีเดียวหมด จากนั้นก็วางลงบนจานรองจนเสียงกระทบกันก้องไปทั่วทั้งห้องอาหาร แล้วร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนเหมือนบอกว่าหมดเรื่องพูดแล้ว แต่...

 

            “อยากฟังเรื่องขำๆ มั้ย” ภาคินเลิกคิ้ว

 

            ขณะที่ภวิศหรี่ตาลง เขาเชื่อว่าคนอย่างพี่ชายไม่มีมุกตลกอย่างคนอื่นเขา ยิ่งดวงตาร้ายกาจคู่นั้นกำลังตวัดไปมองคนสนิท จากนั้นก็หันกลับมาสบตาเขาอีกครั้งนั่นด้วย แต่คนพูดก็ไม่สนใจคำตอบ เพราะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงรู้ทัน

 

            “เมื่อคืนมีขโมยมาเปิดตู้ของสะสมของพ่อ แล้วรู้มั้ยว่าอะไรที่หายไป”

 

            “...”

 

            ใบหน้าสวยเกินชายเรียบนิ่ง ไม่ตอบคำถาม และดูเหมือนคนถามก็ไม่ต้องการ

 

            “ใช้เสร็จก็เอามาคืนด้วยล่ะ...ฮึ เรื่องนี้ตลกพอมั้ย” คนพูดแสยะยิ้มอีกที แล้วก็หมุนตัวเดินกลับขึ้นห้องไปนอนต่อ ปล่อยให้ญาติผู้น้องนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม พักหนึ่งถึงหันไปมองผู้ชายที่ยังยืนนิ่งราวกับทำตัวเป็นรูปปั้น ซึ่งชัยก็ตอบคำถามอย่างรวดเร็ว

 

            “เมื่อคืนผมออกมาเจอคุณภาคินพอดีครับ”

 

            “ไม่ใช่ว่ารายงานทุกเรื่องกับเจ้านายที่เคารพรักหรือไง” คราวนี้ชัยหันมาสบตาตรงๆ แล้วถามเสียงสุภาพ

 

            “คุณวินอยากให้ผมรายงานคุณภาคินหรือครับ”

 

            ดวงตาสองคู่ประสานกัน แล้ววินก็เป็นฝ่ายลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

            “บอกป้าแก้วว่าฉันไม่เอาข้าวเช้าแล้ว” แทนที่จะตอบคำถาม ร่างเพรียวก็หมุนตัว แล้วก้าวออกจากห้องอาหารอย่างรวดเร็ว ทั้งที่สองมือบีบเข้าหากันแน่น ดวงตาวาววับจนน่ากลัว ไม่ใช่เพราะชัยยอกย้อน หากแต่เป็นท่าทางปกติราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นต่างหาก

 

            สิ่งที่เขาทำไปเมื่อคืนไม่ส่งผลอะไรเลยงั้นหรือ

 

          ฮึ ใจร้ายพอกันทั้งนายบ่าวเลยสินะ

 

            ภวิศคิดอย่างขมขื่นว่าถึงเขาพุ่งชนสุดตัวอย่างที่กราฟเคยทำ เขาก็ชนเพียงกำแพงเท่านั้นเอง

 

............................................

 

ต่อค่ะ

 

            เนื้อแท้ของภวิศไม่ใช่คนช่างสังสรรค์เหมือนภาพลักษณ์ที่จงใจแสดงออก ก่อนหน้าที่เขาจะเสียใจจนต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ ชายหนุ่มมีความสุขกับการดูหนัง ฟังเพลง อยู่คนเดียว ทำอะไรเงียบๆ แต่เพราะต้องผลักดันตัวเองให้เข้าสังคมมากขึ้น เขาถึงลองทุกอย่างตั้งแต่ผับ บาร์ ปาร์ตี้ ทั้งงานเซเลปและของกลุ่มนางแบบนายแบบ แต่ตอนนี้ เมื่อใจมันไม่พร้อมปั้นหน้าใส่ใคร เขาถึงขังตัวเองอยู่ในห้องมาทั้งวัน

 

            การขังตัวเองที่พาลจะพาเอาจิตตกเปล่าๆ

 

            “แต่ก็ไม่อยากไป”

 

            วินมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มีคำชวนจากเพื่อนในวงการว่าคืนนี้จะมีปาร์ตี้ และเขาก็เบื่อหน่ายเกินกว่าที่จะโผล่หน้าไปเข้าร่วม ทว่าการอยู่ในห้องคนเดียว เพื่อนึกถึงความใจร้ายของใครอีกคนก็ไม่ใช่เรื่องดี ดังนั้น ทางออกของเขาจึงมีแค่ไม่กี่ทาง

 

            หนึ่งในนั้นคือเด็กบางคนที่ไม่จำเป็นต้องปั้นหน้าใส่

 

            แอ๊ด

 

            “คุณวินจะไปไหนครับ”

 

            “ไวจังนะ นั่งเฝ้าหน้าห้องฉันเหมือนไอ้โหดหรือไง”

 

            เพียงแค่ชายหนุ่มคว้ากระเป๋าและเปิดประตูห้อง ร่างสูงใหญ่ของปณชัยก็ก้าวตามมาข้างหลัง เสียงทุ้มถามอย่างสุภาพ จนต้องตวัดตาไปมองนิด มุมปากยกยิ้มเยาะ

 

            “เป็นหน้าที่ผมครับ”

 

            วินเองนั่นแหละที่ต้องมาปวดใจกับคำตอบ ก็นั่นสินะ จะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้ผู้ชายคนนี้เฝ้าตามติดเขาเหมือนเงาตามตัว มันไม่ใช่เพราะความสัมพันธ์ที่คืบหน้าหรอก ออกจะถอยหลังเสียมากกว่าด้วยซ้ำ

 

            “ฉันจะไปรับกราฟ”

 

            “งั้นผมให้คนเตรียมรถนะครับ” วินรู้ว่ายาก แต่เขาก็ลองถามดู

 

            “ฉันอยากขับไปเอง”

 

            คนฟังทำหน้าเหมือนลำบากใจ ก่อนที่จะปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

 

            “เกรงว่าจะไม่ได้ครับ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ช่วงนี้ คุณภาคินสั่งมาแล้วว่าห้ามให้คุณวินไปไหนมาไหนคนเดียว ถ้าคุณวินอยากไปรับคุณกราฟ ผมจะสั่งให้คนรถที่ไปรับประจำไม่ต้องไป แล้วผมจะขับให้เอง”

 

            ขวับ

 

            ถ้อยคำทั้งหมดที่ภวิศหันกลับไปสบตา ทั้งที่ไม่มีคำไหนที่ควรทำให้เขาโมโห เพราะเขาก็เป็นน้องของภาคิน เป็นหลานของลุงพงษ์มากว่ายี่สิบปี เขารู้ดีว่าอย่าดื้อดึงในสถานการณ์แบบนี้ ยิ่งตัวเองเป็นคนเอาตัวเข้ามาเกี่ยวข้องกับบ้านนี้ แทนที่จะอยู่บ้านตัวเองเงียบๆ แล้วด้วยล่ะก็ แต่เขาก็ยังโกรธ...โกรธท่าทีของอีกฝ่ายที่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

            “นายไม่คิดจะพูดอะไรเลยหรือ” วินถามเสียงเย็น เงยหน้ามองตา

 

            “คุณวินหมายถึงอะไรครับ” เขาเกลียดเวลาผู้ชายคนนี้เสแสร้งไม่รู้เรื่อง

 

            “หมายถึง...” วินขยับตัวเข้ามาใกล้ ยื่นมือออกไป แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีแม้แต่การขยับหนี กระทั่งปลายนิ้วส่งไปเลื่อนชายแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นมานิด เพื่อเผยให้เห็นรอยแดงจากการถูกพันธนาการเมื่อคืน ปลายนิ้วก็ลูบไล้ไปมาอย่างมีความหมาย จากนั้นก็ช้อนตาขึ้นมอง

 

            “นี่ไง”

 

            อีกฝ่ายเพียงก้มลงมองตามที่ปลายนิ้วสัมผัส แล้วตอบคำ

 

            “ไม่มีอะไรนี่ครับ” ภวิศห้ามอาการของริมฝีปากที่เกือบจะเม้มเข้าหากัน ดึงมือกลับเข้าหาตัว

 

            “ฮึ ลืมได้ก็ลืมไป แต่ฉันไม่ลืมสีหน้าทรมานของนายหรอกนะ” คนพูดก้าวลงจากชั้นสองอย่างรวดเร็ว โกรธคนที่หนีทุกครั้ง ทำเป็นไม่รู้เรื่องทุกหน จนอดคิดไม่ได้ว่าแม้พวกเขาจะมีอะไรกันแล้ว ปณชัยก็พร้อมจะตีหน้าไม่รู้เรื่องราวเหมือนเดิม แต่วินไม่ทันสังเกตเห็นว่าคนที่แสดงออกว่าไม่เป็นไร...มองตามเขาด้วยสายตาแบบไหน

 

            บางที คนที่ดูปกติ อาจจะไม่ปกติที่สุดก็ได้

 

.................................

 

            “พี่วิน สวัสดีค่ะ”

 

            “จันทร์เจ้า ไม่เจอกันนานเลย”

 

            ตั้งแต่รถแล่นออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่ จวบจนมาถึงหน้าโรงเรียนชื่อดัง ทั่วทั้งห้องโดยสารก็ปกคลุมด้วยความเงียบ จนภวิศนึกโล่งใจที่ถึงจุดหมายเสียที เขาเองก็ไม่อยากอึดอัดไปมากกว่านั้น พอมาถึง ชายหนุ่มเลยจัดการโทรหากฤติธี ก้าวลงมารอ แต่กลับเจอเด็กสาวหน้าตาคุ้นเคยที่วิ่งเข้ามายกมือไหว้

 

            จันทร์เจ้าเป็นเพื่อนคนสนิทของกราฟ คนที่กราฟเอ่ยปากเลยว่าถ้าใครมาทำอะไรเพื่อนคนนี้ เด็กหนุ่มก็จะไม่อยู่เฉยเช่นเดียวกัน และสนิทมากที่จะทำให้คนแก่บางคนที่บ้านหึง แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าสองหนุ่มสาวไม่มีอะไรเกินเลยมากกว่าความเป็นเพื่อน

 

            วินเองก็รู้จักเด็กสาวคนนี้ตอนที่อีกฝ่ายไปเฝ้าไข้กราฟที่โรงพยาบาล

 

            “ค่ะ ไม่เจอกันนานเลย พี่วินสวยจัง”

 

            “ไม่ใช่ว่าต้องชมว่าพี่หล่อจังหรือ”

 

            “ฮื่อ หนูเห็นที่พี่วินถ่ายแบบล่าสุดแล้วนะคะ โอ๊ย ละลายอ่า ทุกวันนี้ยังไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะรู้จักนายแบบที่ติดตามตัวจริงเสียงจริงด้วย” ภวิศมารู้ตอนหลังว่าอีกฝ่ายตามนายแบบเกาหลี หนึ่งในนั้นคือเอเจนซี่ที่เขาสังกัด จันทร์เจ้าเลยรู้จักเขามาตั้งแต่ก่อนหน้าที่จะเจอกัน ไม่แปลกที่เด็กสาวจะเห็นผลงานของเขามาบ้าง

 

            “ขอบคุณนะ” ชายหนุ่มว่าอย่างเอ็นดู ก่อนที่จะหันไปมองรอบๆ

 

            “กราฟล่ะ”

 

            “อ้อ กราฟนั่งติวหนังสืออยู่ที่ร้านเค้กข้างๆ นี้ค่ะ พอดีติดทำโจทย์อยู่ พี่วินโทรมาพอดี จันทร์เจ้าเลยอาสามารับ” เด็กสาวเจ้าของผมทรงรวบหางม้ายิ้มกว้าง ก่อนที่จะเอ่ยอย่างนึกขึ้นได้

 

            “อ่า แต่ว่าเป็นร้านเล็กๆ นะคะ ไม่รู้ว่าพี่วินจะอยากไปมั้ย” ท่าทางเกรงอกเกรงใจกลัวว่าเขาจะนั่งร้านเล็กๆ ไม่ได้ ทำเอาคนฟังหลุดหัวเราะออกมา สบายใจกว่าเดิมโข นี่ล่ะมั้งที่ทำให้เขาเลือกจะมาหาเด็กพวกนี้มากกว่าพวกที่มักรายล้อมอยู่รอบตัว

 

            ตรงนี้เขาไม่จำเป็นต้องปั้นแต่งอะไรมากมาย

 

            “ไปสิ ขอพี่หยิบกระเป๋าแป๊บนึง” วินหันกลับไปเปิดประตูรถ แล้วสายตาก็ประสานเข้ากับคนขับ

 

            “ได้ยินแล้วใช่มั้ย ฉันจะไปหากราฟ” เขาไม่คิดหรอกว่าอีกฝ่ายจะพลาดอะไรไป

 

            “ผมขอตามไปด้วยนะครับ” บอดี้การ์ดหนุ่มก็บอกทันควัน ดับเครื่องทันที ก้าวออกมานอกตัวรถที่พอจันทร์เจ้าเห็นหน้าปุ๊บ

 

            ฟึ่บ

 

            “ไม่ต้องหรอก จันทร์เจ้ากลัวหมดแล้ว” วินสัมผัสได้ว่าเด็กสาวข้างตัวหลบหลังเขา ทั้งยังยิ้มแหย

 

            “แหะๆ หนูไปหาเรื่องเจ้านายพี่เขาไว้นี่คะ ตอนนี้โดนหมายหัวอยู่” เด็กสาวบอกเสียงเบา ไม่ลืมวีรกรรมที่ไปประกาศต่อหน้าภาคินไว้ว่า ถ้าทำร้ายกราฟนัก ถ้าจะทิ้งขว้างกัน เธอจะเป็นคนขอดูแลเพื่อนคนนี้เอง และนั่นก็ทำให้เด็กสาวถูกสายตาคมกริบประหนึ่งจะปาดคอกันตายมองมาทุกครั้งที่เจอหน้า พาเอากลัวคนของภาคินยกแผงเลยด้วย แน่นอนว่าปณชัยก็ไม่เว้น

 

            มันก็น่ากลัวอยู่ ถ้าเอาจันทร์เจ้ามายืนข้างชัย เด็กสาวก็ตัวแค่หัวไหล่ แถมขนาดตัวยังห่างชั้นกันชนิดจับหักครึ่งได้เลย

 

            “ผมต้องทำตามหน้าที่ครับ” วินเกลียดคำนี้เข้าไส้ แต่เขาทำได้เพียงหันไปถามเด็กสาวข้างหลัง

 

            “ร้านอยู่ไกลมั้ยจันทร์เจ้า”

 

            “ตรงนี้เองค่ะ มองไปยังเห็นเลย” เด็กสาวชี้ไปยังร้านเค้กน่ารักที่อยู่ไม่ห่างออกไปมากนัก จนวินตัดสินใจ

 

            “งั้นนายเอารถไปจอดหน้าร้าน แบบนั้นโอเคใช่มั้ย” เขาเองก็ไม่คิดทำตัวดื้อรั้น การมีปัญหากับปณชัย ไม่ได้หมายความว่าเขาอยากทำตัวมีปัญหากับญาติผู้พี่ วินโตพอจะรู้ดีว่าชีวิตของเขาสำคัญต่อใครหลายคน การกันไว้ดีกว่าต้องมาแก้ไขกันทีหลัง

 

            คนฟังก็นิ่งไปอึดใจ ก่อนที่จะรับคำ

 

            “งั้นไปจันทร์เจ้า”

 

            “ค่า” เด็กสาวพยักหน้าแรงๆ เดินนำไปยังฟุตบาทเรียบถนน แต่ก็อดจะเหลียวหลังกลับไปมองผู้ชายในชุดสูทไม่ได้

 

            “พี่ชัยเขามองพี่วินไม่วางตาเลยค่ะ” จันทร์เจ้าว่าอย่างไม่แน่ใจ แบบที่คนฟังตอบเหมือนขบขัน หากแต่ประชดหัวใจตัวเอง

 

            “เขาทำตามหน้าที่ของเขาน่ะ”

 

            “เอ่อ ใช่เรื่องเดียวกับที่กราฟเกิดอุบัติเหตุหรือเปล่าคะ อ่า จันทร์เจ้าว่าไม่ถามต่อดีกว่า เรื่องบางเรื่องก็อย่ารู้เลยดีกว่าเนอะ” วินยิ้มบาง เขาชอบเด็กคนนี้ส่วนหนึ่งคืออ่านสถานการณ์ออก เลยไม่จำเป็นต้องแต่งเรื่องให้มากความ แต่ในยามที่กำลังพูดคุยกับเด็กสาวข้างกายนั่นเอง

 

            บรื๊นนนนนนนนนนน

 

            หมับ

 

            “โอ๊ย!!!

 

            วินเห็นทางหางตาแล้วว่ามีรถมอเตอร์ไซค์แล่นสวนทางมา แต่เขาไม่ได้ใส่ใจ ดังนั้น วินาทีที่สัมผัสได้ว่ากระเป๋าถูกกระชากจนแขนที่ติดอยู่ถูกลากไปด้วย ชายหนุ่มก็ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ดวงตาเบิกกว้าง จันทร์เจ้าเองก็กรีดร้องอย่างตกใจ แต่เขาสะบัดมือออกจากกระเป๋าหลุยส์ที่เกี่ยวกับคอเสื้อและแขนไม่ได้

 

            ตอนนี้เขาถูกกระชากจนขาลากถูไปกับพื้น!

 

ต่อค่ะ

 

          บ้าชะมัด หลุดสิวะ!

 

            วินไม่สนใจหรอกว่ากระเป๋าเขาจะโดนกระชาก แต่เขาตระหนักดีว่าตัวเองมีงานถ่ายแบบในอีกไม่กี่วันหลังจากนี้ ดังนั้นสองมือจึงพยายามสะบัดให้หลุดจากพันธนาการ แต่แรงลากของเครื่องยนต์ทำให้ร่างของเขาติดไปด้วย ขาข้างหนึ่งก็ครูดไปกับพื้นถนน

 

            “ไอ้เหี้ย! ปล่อยสิวะ!

 

            พวกมันคงคิดว่าเขาหวงของจนยื้อเอาไว้ จนคนที่นั่งซ้อนท้ายและกระชากกระเป๋าถีบเข้าที่กลางลำตัวของวิน แม้จะพลาดไปโดนสีข้าง แต่มันก็มากพอให้แขนพลิกไปด้านหลัง หูกระเป๋ากับขอบเสื้อที่เกี่ยวกันอยู่ก็หลุดทันที แต่นั่นหมายความว่า...

 

            โครม!

 

            “พี่วิน!!!

 

            ร่างของภวิศล้มลงกระแทกกับขอบฟุตบาท แถมตัวยังไถลไปตามแรงเคลื่อนของรถมอเตอร์ไซค์ก่อนหน้า พาตัวเขากระแทกครูดกับขอบฟุตบาท ตั้งแต่สีข้างไล่ยาวไปจนถึงหัวเข่า มีเพียงใบหน้าที่เจ้าตัวปกป้องเอาไว้สุดความสามารถ ความเจ็บปวดก็จู่โจมร่างกายอย่างไม่ทันตั้งตัว

 

            “ได้แล้วเว้ย!

 

            ขณะที่พวกกระชากกระเป๋าก็ตะโกนอย่างย่ามใจ ดูท่าจะทำมาแล้วหลายครั้ง แต่...

 

            “เฮ้ยยย มึง ข้างหน้า!!! รถ!!!

 

            “ว้ากกกกกกกก”

 

            โครม!!!

 

            ทันใดนั้น รถคันใหญ่ก็พุ่งมาขวางหน้าอย่างรวดเร็ว ทำเอาคนซ้อนท้ายรีบตะโกนบอกคนขับที่เหลียวมองหลัง แต่ไม่ทันแล้ว เพราะรถมอเตอร์ไซค์กระแทกเข้ากับตัวถังของรถสีดำสนิทเต็มแรง พาเอาล้อหลังของมอเตอร์ไซค์ยกขึ้น ร่างของคนซ้อนท้ายพุ่งกระเด็นตีลังกาไปตกกระแทกอยู่ที่กระโปรงรถ ขณะที่คนขับก็ล้มกลิ้งไปพร้อมกับมอเตอร์ไซค์

 

            ความเร็วที่ชะลอลงตอนกระชากกระเป๋าไม่ทำให้คนซ้อนและคนขับถึงตาย แต่หารู้ไม่ว่าคนที่พวกมันกระชากกระเป๋ากำลังพาความตายมาสู่ตัว

 

            “โอย เหี้ยเอ๊ย! มึงทำบ้าอะไร...”

 

            คนซ้อนนอนหงายอยู่บนกระโปรงรถ ในมือมีหลักฐานอย่างกระเป๋าหลุยส์ก็ร้องโอดโอย ยามคนขับก้าวลงมาอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อมองสีหน้าแล้ว ทุกคำพูดกลับกลืนหายไปในลำคอ ความเจ็บปวดเปลี่ยนเป็นอาการหนาวสั่นเมื่อสบตา

 

            สีหน้าของคนขับราวกับยมฑูตมาเอาชีวิต

 

            “กูต้องถามต่างหากว่ามึงทำอะไร!!!

 

            หมับ

 

            ก่อนที่ขโมยจะตะเกียดตะกายลงจากกระโปรงรถ เพราะสีหน้าน่ากลัวจับใจของคนขับ ปณชัยก็พุ่งปราดเข้ามาอย่างรวดเร็ว กระชากเข้าที่หลังคอเสื้อของคนที่พลิกคว่ำหนี ออกแรงเพียงทีเดียว มันก็หงายมาข้างหลัง แต่นั่นยังไม่พอ

 

            โครม!

 

            ร่างนั้นหล่นลงมาจากกระโปรงรถกระแทกพื้น เสียงดังยิ่งกว่าตอนที่วินล้มหลายเท่า

 

            “พะ...พี่ ผมยอมแล้วๆ อย่าทำอะไรผมเลย อย่าทำอะไรนะ” มันร้องอย่างหวาดกลัวสุดขีด เหงื่อแตกพลั่กทั้งตัว

 

            ส่วนคนฟังสีหน้าไม่เปลี่ยนเลยสักนิด แค่ยื่นมือมาหา

 

            หมับ...กร๊อบ

 

            “อ๊ากกกกกกกกกกก!

 

            คนที่รู้ชะตากรรมลางๆ ทำท่าพร้อมจะสารภาพว่าทำผิดอะไรไว้บ้าง ตั้งแต่เจอสีหน้าของคนจริงแล้ว แต่ยังไม่ทันจะสิ้นคำขอร้อง ชัยก็คว้าเข้าที่ข้อแขน แล้วออกแรงบิดไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว แต่ใครจะคิดล่ะว่าจะได้ยินเสียงของกระดูกที่หักจนแขนข้างนั้นตกห้อยอย่างไร้แรง จนเสียงร้องดังโหยหวนก้องไปทั่ว

 

            “อ๊ากกกกก แขนกู แขน เจ็บๆๆ ช่วย...ด้วย...”

 

            ปณชัยไม่สนใจเสียงร้อง ใบหน้าคมคายถมึงทึง กระชากคนที่เจ็บจนน้ำตาไหลเข้ามาใกล้ เพื่อกระซิบบอก

 

            “มึงจะไปกระชากกระเป๋าใคร กูไม่สน แต่เมื่อมึงมาทำร้ายเจ้านายกู...กี่ชีวิตก็ไม่พอ”

 

            ตอนนี้เขาโกรธ...โกรธแทบคลั่ง!

 

            เมื่อครู่ บอดี้การ์ดหนุ่มเพิ่งจะสตาร์ตเครื่องอีกครั้ง เพื่อเคลื่อนรถไปจอดหน้าร้านขนมอย่างที่เจ้านายบอก เพราะเห็นว่าระยะทางมันแค่นิดเดียว แต่ใครจะคิดเล่าว่า ช่วงเวลาที่แค่ก้มหน้าไปหยิบของ คือช่วงเวลาที่ไอ้เหี้ยบางตัวเข้ามาทำร้ายเจ้านายของเขา

 

            ตอนที่ปณชัยเงยหน้าขึ้นมา คือตอนที่ภวิศถูกลาก จนขาข้างหนึ่งครูดไปกับพื้นถนนแล้ว แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป และเขาก็ไม่มีเวลาที่จะทำอะไร เมื่อมันคนหนึ่งกล้าถีบคุณวิน จนอะไรบางอย่างขาดลั่นในหัว ความโกรธครอบงำ จนเขาไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะเปลี่ยนเกียร์ แล้วกระแทกคันเร่งพารถคันใหญ่พุ่งไปข้างหน้า

 

            เสียงกระแทกของรถมอเตอร์ไซค์ที่ชนเข้ากับรถของเขาไม่สามารถบรรเทาความโกรธลงได้เลย

 

            ตรงกันข้าม มันยิ่งทำให้เขาอยากจะหักกระดูกพวกมันออกเป็นชิ้นๆ

 

            โครม!!

 

            “ชะ...ช่วย...”

 

            โครม!!!

 

            ชัยจับหลังหัวของคนที่เขาเพิ่งหักแขนมัน แล้วกระแทกเข้ากับถังรถเต็มแรง ไม่สนใจเสียงร้องขอชีวิต ไม่สนใจเลือดมากมายที่กำลังพุ่งทะลักออกมาจากปากแผล สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยน มีเพียงดวงตาโหดเหี้ยมที่พร้อมจะฆ่าคนด้วยมือเปล่า

 

            ความโกรธที่มากกว่าปกติ มากเสียยิ่งกว่าที่พบว่าภาคินตกอยู่ในอันตราย

 

            “เฮ้ย ปล่อยเพื่อนกูนะเว้ย” ขณะพวกมันอีกคนที่ลุกขึ้นจากรถมอเตอร์ไซค์ได้แล้วตะโกนเสียงดัง และปณชัยก็เลื่อนมือไปยังข้างเอวอย่างรวดเร็ว แต่...

 

            “พี่วิน!!!” เสียงร้องของกราฟเรียกสติเขาให้หันไปมองอีกทาง จนพบว่านายแบบหนุ่มกำลังนอนกุมสีข้างอยู่บนพื้นถนน มันมากพอที่จะหยุดเขาให้ไม่อยากเสียเวลากับพวกระยำไปมากกว่านี้ ถ้าเขาชักปืนออกมา เรื่องมันจะยาว มือข้างที่จะจับด้ามปืนจึงเปลี่ยนเป็นเหวี่ยงออก

 

            ผัวะ!

 

            กระแทกเข้ากลางหน้าคนที่เงี่ยหมัดเข้ามา

 

            ตอนนี้คนหนึ่งนอนโชกเลือดร้องโหยหวนอยู่บนพื้น ส่วนอีกคนกำลังล้มไปกุมจมูกที่เลือดทะลัก ปณชัยทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีพวกมันคนใดคนหนึ่งหนีไปก่อนที่คนของเขาจะเข้ามาจัดการต่อ จากนั้น ขายาวก็ก้าวข้ามพวกมัน แล้วพุ่งตรงไปหาคนที่ขยับขึ้นมานั่งสำรวจบาดแผล

 

            “ไม่เป็นไรกราฟ พี่ไม่เป็นไร”

 

            “ไม่เป็นไรห่าอะไรล่ะพี่! พี่ชัย! พาพี่วินไปโรงบาลเหอะ เลือดโชกเลยว่ะ” กราฟที่วิ่งออกมาจากร้านเค้กหลังได้ยินเสียงชนก็เงยหน้าขึ้นบอก หากแต่บอดี้การ์ดหนุ่มกลับมองเห็นเพียงแค่รอยขาดของเสื้อและกางเกง ซึ่งเผยให้เห็นแผลสดเลือดไหลโชกไปทั้งซีกหนึ่งของร่างกาย จนดวงตาวาววับ

 

          น่าจะซัดพวกมันให้ตาย!

 

            “ชัย หน้า หน้ามีแผลมั้ย” เขาเกือบจะหมุนตัวไปจัดการอีกรอบ ถ้าไม่ใช่เพราะคนเจ็บเงยหน้าขึ้นสบตา

 

            หมับ

 

            “ไม่มีครับ ไม่เป็นไรครับคุณวิน เราจะไปโรงพยาบาลกัน” ชายหนุ่มพยุงร่างเพรียวขึ้นมาอย่างระมัดระวัง บอกเสียงต่ำลึกจนน่ากลัว ใบหน้าคมคายยิ่งเครียดเขม็งดูน่าหวั่นเกรงไปอีกหลายเท่าตัว และมันก็มากพอให้วินหัวเราะเบาๆ ทั้งที่นิ่วหน้าด้วยความเจ็บแผล

 

            “ฉันพลาดเอง นายไม่ได้ทำผิดในหน้าที่สักหน่อย”

 

            วินบอกเสียงเครือ หลับตาลง สูดหายใจลึกๆ จากความเจ็บปวดที่ได้รับ แต่นั่นกลับทำให้คนฟังอยากตะโกนให้ก้องโลก

 

            เขาไม่ได้โกรธแทบบ้าเพราะห่วงคำว่าหน้าที่ แต่เขาโกรธแทบฆ่าตัวเองให้ตายเพราะห่วงคนที่ชื่อภวิศ!

 

            ความจริงที่ไม่สามารถออกจากปากของผู้ชายคนนี้ได้เลย

 

.............................................

 

            ครบค่ะ เลือกเหยื่อผิดนี่เหมือนเลือกที่ตายดีๆ นี่เองเนอะ แถมยังเกิดต่อหน้าลุงอีกด้วย เหตุการณ์นี้ย้ำอีกครั้งว่าลุงไม่ใช่พี่ชายใจดีอย่างที่กราฟมอง เขาสามารถเป็นปีศาจร้ายได้เช่นกัน เพียงแต่เขาเก็บสิ่งเหล่านั้นเอาไว้ใต้หน้ากากเรียบนิ่ง ซึ่งต้องสงสารคนที่ได้เห็นสีหน้าใต้หน้ากากนะคะ คาดว่าจะรอดยาก อ้อ แต่ไม่รวมพี่วินไว้คน พี่วินเราตรงข้ามค่ะ พยายามดึงหน้ากากลุงเพื่อเห็นสิ่งที่อยู่ภายในมากกว่า ซึ่งถามว่าพี่วินกลัวมั้ย เหตุนี้ล่ะค่ะถึงต้องเป็นญาติพี่ภาคิน น่ากลัวไงพี่วินเราก็ไม่หวั่นหรอกเนอะ แต่ตอนนี้ คนสวยเป็นแผลง่ะ T^T ตอนที่เขียนให้พี่วินมีแผลนี่ปวดใจจุง ตอนกราฟรถล้มยังไม่ห่วงเท่านี้เลยจริงๆ แฮ่ แต่เชื่อเมย์ค่ะว่าเหตุกาณณ์เจ็บตัวนี้จะนำไปสู่ครั้งที่สอง

            อ้อ เรื่องกระชากกระเป๋านี่เอามาจากเพื่อนตอนป.ตรีค่ะ ตอนที่มันโผล่มาเรียนยังถามเลยว่านี่ถูกกระชากกระเป๋าหรือรถชน คือมันถูกลากแบบพี่วินเลยค่ะ แล้วมันขี่จักรยานด้วย ล้มจากจักรยานไม่พอ ยังถูกลากไปตามพื้น สภาพน่ากลัวมาก คือพังมากอะ พอนึกภาพไปเขียนไปก็แอบสยอง แบบพี่วินเจ็บข้างเดียวพอเนอะ ขนาดเพื่อนเมย์ก็ไม่ไหวล่ะ

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #พี่วินสวยมาก นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 414 ครั้ง

15,041 ความคิดเห็น

  1. #14798 toto (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 10:31

    คนสวย มีแผลก็สวย

    #14798
    0
  2. #14287 ;เซฮาน △ (@chunjiteentop) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 17:31
    พี่วินนน เป็นแผลเลยอะ โอ่ยยย
    #14287
    0
  3. #14226 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 21:56
    เกือบตายแล้ว-โจรกะจอก
    #14226
    0
  4. #14100 maknae_ (@maknae_) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 07:26

    พี่ชัยคนโหดดด

    #14100
    0
  5. #12988 bemysunshine (@DBK1802) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 10:00
    กลัวแล้วจ้า ลุงโหดมากเลยเด้อ พี่วินหายไวไวน้า คนดี ขวัญเอ๊ยขวัญมา
    #12988
    0
  6. วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 18:30

    โหดเ-้ยมโคตอำมหิต ไม่ใช่ไอโหดแต่เป็นพี่ชัย!!!

    #12881
    0
  7. #12587 ดาวประกายพรึก★ (@veva_545) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 20:02
    หน่วง-
    #12587
    0
  8. วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 21:59
    วงวารโจร เจอเคราะห์ใหญ่นะเนี่ย55
    #12455
    0
  9. #10683 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 16:27
    ลุงน่ากลัวอะ
    #10683
    0
  10. #9765 keyblack_b (@keyblack_b) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 21:45
    อ่านncตรงไหนอ้ะ!!!! อื้อไม่รุ้อ้ะค้างมาก
    #9765
    1
    • #9765-1 X ome (@ximmim) (จากตอนที่ 15)
      29 เมษายน 2561 / 11:59

      พี่อครับ/ุผิด ุ/จ้.
      อม
      ๆ,’บุ/ ิเมะบไ
      #9765-1
  11. #9441 ang_9potion (@ang_9potion) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 16:27
    อย่าเป็นแผลเป็นนะ...
    #9441
    0
  12. #8978 Aunchiree (@0956535071) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 17:21
    น่ากลัวมาก
    #8978
    0
  13. #8825 Intelligence- (@capacite) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 17:29
    โหยยย เจ็บแทนเลยอ่ะ ฮืออออ น่ากลัววววว
    #8825
    0
  14. #7127 Feremaka (@feremaka) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 23:32
    ฮือออ น่ากลัวว
    #7127
    0
  15. #7115 benben204 (@pichaya-benben) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 02:35
    แค่อ่านเรายังเจ็บตามเลยอ่ะ ฮือออออ ;_;
    #7115
    0
  16. #6874 Asuno (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 10:03
    รู้สึกเจ็บแทนพี่วิน
    #6874
    0
  17. #6863 Thitaphorn Tiemnara (@thitanana) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 07:18
    เจ็บเเผลเดทนเลยอ่ะ ฮืออ
    #6863
    0
  18. #6861 Leucippus (@bamhunnie) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 18:59
    เราอ่านไปเจ็บมากอะ เสียดายผิวพี่วิน ฮืออแแ
    #6861
    0
  19. #6859 itzmeboombim (@itzmeboombim) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 18:17
    นี่ถ้าไม่ห่วงพี่วิน สองคนนั้นได้ตายคามือคาเท้าพี่ชัยแน่ แต่ยังไงก็ไม่รอดอะ
    #6859
    0
  20. #6828 DarKlANdd (@naslvoeploy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 12:48
    น่าสงสารพี่วิน
    #6828
    0
  21. #6787 SungEun~ (@Kim_SungEun) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 21:40
    พี่ชัยปากแข็งเว่อร์ สงสารพี่วินอ่า ต้องเจ็บมากแน่ๆเลย ฮือออ
    #6787
    0
  22. วันที่ 6 กันยายน 2560 / 01:10
    ห่วงก็บอกว่าห่วงซิ
    #6766
    0
  23. #6728 Sweet Time (@ging3) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 01:55
    คนสวยของเค้า TT
    #6728
    0
  24. #6695 Nebbianuvolaa (@Nebbianuvolaa) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 13:06
    คนสวยเค้ามีแผลเลยฮือออออTT
    #6695
    0
  25. #6694 mon9228 (@mon9228) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 23:10
    ดีละ สมควรให้พี่ชัยตื้บ มาทำให้พี่วินมีบาดแผลได้ยังไงกัน
    #6694
    0