~Illusion Wing~ ปีกมายาแห่งฝัน

ตอนที่ 8 : คำทำนายแห่งโชคชะตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 499
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 มี.ค. 54

 

 

“ แล้วถ้าอย่างนั้น ทำไมพวกท่านต้องเรียกพวกข้ามาที่นี่ล่ะ ” คำถามจากเด็กหนุ่มผมฟ้าที่เงียบมาตลอดทำให้ทั้ง 4 คนที่เหลือหันมามองอย่างตื่นตะลึง

 

“ ก็พวกเราหาประตูนี้ก็เพื่อจะเข้าปราสาทกลางไม่ใช่หรอ ” คำตอบซื่อๆ ของซาเวียร์ทำให้คนถามหันมามองหน้า แต่ก่อนจะได้พูดอะไรก็มีคนตัดหน้าซะก่อนนี่สิ

 

 “ ไม่หรอก การที่พวกเรามาตามหาประตูกันแทบตาย แต่พวกนั้นกลับวิ่งไปวิ่งมาหาทางเข้าไปเรื่อยแสดงว่าใบสมัครของเราไม่ธรรมดาแน่นอน ” เสียงหวานจากเมดันล่าคราวนี้นิ่งและเยื่อกเย็นจนทำให้คนทั้งห้องหันมามองกันเป็นตาเดียว

 

“ และคนที่ทำแบบนี้ได้ก็มีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้นใช่มั้ยคะ อาจารย์ฟรานซิสต์ โรซาเวีย 1 ใน 7 ผู้ผนึกมนตราแห่งคาเมเลีย อาจารย์ใหญ่แห่งโรงเรียนเอ็กคาร์เซีย “ เสียงหวานยังคงสงบและไหลยาวไปเรื่อยๆ ทำเอาคนฟังแต่ละคนตกใจกันทีเดียว เพราะตำแหน่งผู้ผนึกมนตรานั้นอย่างที่บอกในคาเมเลียแห่งนี้มีแค่ 7 คนเท่านั้น

 

“ หมายความว่ายังไงกันเนี่ย ” คำถามที่มาพร้อมกับความฉงนของอาเรียทำให้เอเรียสหันมาตอบ

 

“ ก็หมายความว่าใบกำหนดการของพวกเราไม่เหมือนกับของคนอื่นยังไงล่ะ ที่เขาทำเช่นนี้เพื่อต้องการพาเรามาที่นี่ แต่คำถามคือพามาทำไม ” เสียงเรียบเย็นติดจะน่ากลัวคราวนี้ของเอเรียสทำเอาฟรานซิสต์ถึงกับยิ้มแหยๆ

 

“ มันเป็นเรื่องที่จะเล่าต่อ หากเจ้าไม่ว่า ข้าคงต้องขอเล่าต่อเสียที ” เสียงจากดาเมี้ยนทำให้รู้ว่าเขาเริ่มเซ็งไม่น้อย

 

“ แต่ในขณะที่องค์ราชินีโดล่าแผ่งวิหคเงินทำการผนึกองค์ราชาวิลเลี่ยมเอาไว้ องค์ราชาได้ใช้พลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ร่ายคำสาปเอาไว้กับแผ่นดินแห่งนี้ ตราบที่แผ่นดินแห่งนี้ยังคงอยู่ ตัวตนแห่งข้าจักดำรงอยู่เพื่อล้างแค้นแผ่นดินแห่งนี้และบุคคลผู้ทำลายความหวังแห่งข้า และนั่นคือเหตุผลที่ข้าเรียกพวกเจ้ามาวันนี้ พวกเจ้าคือบุคคลที่องค์ราชินีโดล่าได้ทำนายไว้ ” คำเรียกขานทำให้เหล่าเด็กน้อยผู้ถูกทำนายหน้าเหวอ

 

“ แล้วท่านมั่นใจได้ยังไงล่ะ ว่าพวกเราเป็นบุคคลในคำทำนายจริงๆ ” คำถามจากกาโอเรียกแววตาประกายจาก 2 ผู้อาวุโสได้เลยทีเดียว

 

“ เดี๋ยวเจ้าก็จะรู้เมื่อได้รับคำทำนาย ถ้าเจ้าอยากรู้เชิญห้องข้างๆ มีคนรู้ว่าจะต้องทำอย่างไร " เสียงกล่าวจากดาเมี้ยนเหมือนทิ้งท้ายไว้กับใคร ทำเอาบางคนใจแป้วไม่น้อย

 

หรือว่าพวกนี้จะรู้ว่าฉันเป็นใคร แย่ละสิ แต่การที่พวกนี้ไม่บอกแสดงว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรมากมาย หรือไม่ก็พวกนี้จงใจช่วยเธอปิดความลับซึ่งมันก็ดีกับตัวเธอเองอ่ะนะ

 

แล้วทั้ง 5 ก็ลุกเดินไปห้องข้างๆ แม้จะไม่เข้าใจ แต่ถ้าเขาแนะนำมาก็ควรจะลองไปดูเสียหน่อย โดยมีเมดันล่านำไปเป็นคนแรก ตามด้วยซาเวียร์ อาเรีย กาโอ และปิดท้ายด้วยเอเรียสที่หันไปมองทั้ง 2 คนที่เหลือก่อนออกจากห้องไป จากสายตาไม่สบอารมณ์ของเค้าทำให้ฟรานซิสต์ถอนหายใจ

 

ห้องข้างๆ ภายในเป็นห้องขนาดเล็กไม่ใหญ่นัก ภายในมีชั้นวางหนังสืออยู่ประมาณ 2-3 ตู้ ตรงกลางมีโต๊ะหนังสืออยู่ตัวหนึ่ง และภายในสุดมีแผ่นจารึกอยู่  

 

หลังจากเดินสำรวจกันอยู่ 3 รอบก็มีคำถามปรากฏขึ้นมามากมาย โดยส่วนใหญ่มาจากอาเรียและซาเวียร์เจ้าของคู่หูอันโน ผู้ไม่เคยรู้จักสิ่งใด และมาจากกาโออีก 4-5 คำถามส่วนทางนักฆ่าสาวไม่รู้วันนี้เป็นอะไรเงียบตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องนี้แถมยังทำหน้าน่ากลัวแบบนั้นอีก เหมือนกับเอเรียสอีกคนเลยอะ

 

“ แล้วสรุปว่าเค้าให้เรามาห้องนี้ทำไม แถมยังบอกว่าจะมีคนรู้ว่าต้องทำไงอีก แล้วใครอะ ” จากคำถามทำให้ทั้ง 3 หันมามองไอ้คนที่ทำหน้าเครียดอยู่อีก 2 คน จะเข้าไปทักก็กะไรอยู่ เดี๋ยวจะโดนเชือดเอา แต่แล้วบุคคลใจกล้าผู้เป็นฮีโร่ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ยอมเสียสละเข้าไปหาทั้ง 2 คนโดยมิหวั่นเกรงอันตรายใดๆ แหม สุดยอดๆ

 

“ นี่ๆ พวกนายเป็นอะไรอ่ะ เห็นตั้งแต่เข้ามาในห้องแล้วนะ ” เสียงใสๆ ฉบับกวนๆ ตามสไตล์ของซาเวียร์เจ้าเก่าทำให้เจ้าของในตาสีทอง หันมาสบตา ก่อนรอยยิ้มกวนของเธอจะกลับมาประดับบนใบหน้าสวยนั้นอีกครั้ง

 

“ เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่สงสัยว่าในห้องนี้มันมีอะไรกันแน่  2 คนนั้นถึงให้เรามา ” เสียงสดใสจากคนที่เงียบมาตลอด ทำให้เอเรียสหันมาสนใจได้นิดนึง

 

“ ลองไปดูแผ่นจารึกนั่นหน่อยมั้ย ฉันสงสัยอะไรบางอย่าง ” และเพราะสาวน้อยของเราก็สงสัยอยู่เช่นกัน ทั้ง 5 คนเลยเดินไปที่ท้ายห้องบริเวณที่อยู่ของแผ่นจารึกที่ว่า

 

สักพักเอเรียสก็พูดอะไรสักอย่างที่แต่ละคนฟังกันไม่รู้เรื่องยกเว้นเมดันล่า เธอถึงกับหันไปมอง แววตาแสดงความตกใจไม่น้อย

 

สิ่งที่เอเรียสพูดเมื่อกี้นี้นั้น น้อยคนนักที่จะรู้จักมันมันเป็นภาษาลินอาโบราณที่เคยเป็นภาษาที่เผ่าเทพโบราณเคยใช้กันเมื่อ 3000 ปีก่อน แต่เมื่อมีการกำเนิดเผ่าวิหคเงินทำให้ผู้ที่ใช้ภาษานี้มีน้อยลงมากปัจจุบันเลิกใช้ไปแล้ว แล้วทำไมหมอนี่ถึงอ่านได้ล่ะ

 

“ แกพูดอะไรของแกอ่ะเอเรียสไม่เห็นจะเข้าใจเลย ” คำถามที่อยู่ในหัวของทุกคนถูกเอ่ยจากซาเวียร์ทำให้เมดันล่าต้องหันมามองเพื่อความเนียน แม้เจ้าตัวจะรู้ดีแต่อยากรู้ว่าฝ่ายนั้นจะแก้ตัวยังไงมากกว่า

 

“ มันคือภาษาลินอาโบราณ เคยอ่านเจอในหนังสือที่บ้านน่ะว่ามันเป็นภาษาโบราณที่เผ่าเทพเคยใช้ ก็เลยลองศึกษาดูนิดหน่อย " แม้คำพูดจะแก้สถานการณ์ได้ดีจนอาจหลอกคนอื่นได้แต่ต้องไม่ใช่คนที่เรียนเรื่องนี้มาเหมือนกัน

 

ภาษานี้ไม่ใช่ภาษาง่ายๆที่ใครอยากจะอ่าน อยากจะศึกษาก็ทำได้ ทุกตัวอักษรมีพลังมหาศาลซ่อนอยู่การอ่านมันก็คือการปลดปล่อยพลังของมันออกมาและที่สำคัญคนที่จะอ่านมันได้คล่องขนาดนี้ต้องเป็นระดับเทพชั้นสูงหรือไม่ก็ปีศาจชั้นสูง แล้วหมอนี่เป็นใครกันแน่

 

“ แล้วมันอ่านว่าอะไรล่ะ " เสียงจากองค์ชายแห่งโลนิคทำให้คนที่เป็นล่ามจำเป็นหันมามอง

 

“ มันบอกว่า ' อีกนับล้านราตรีข้างหน้าจอมอสูรมนตราจักฟื้นคืน เพื่อแก้แค้นผืนแผ่นดินเดิมที่กักขังเขาเอาไว้ พร้อมกงล้อแห่งโชคชะตาจะเริ่มหมุนอีกครั้ง กำเนิดเหล่าทายาทแห่งชะตากรรม เพื่อสานฝันเหล่าบรรพชน หนึ่งคือทายาทแห่งราณีผู้เรืองฤทธิ์ สองคือบุรุษผู้พิชิตทุกหย่อมหญ้า สามจอมปราชญ์น้อยแห่งปัญญา สี่จอมกษัตริย์แห่งการค้า ห้าผู้คืนชีวาเหล่าวิญญาณ ” สีหน้าทุกคนกำลังอยู่ในอารมณ์ที่แตกต่างกันไป บางคนกำลังอึ้ง บางคนก็กำลังงงและที่สำคัญบางคนก็ยังนิ่ง

 

“ ไม่เห็นจะเข้าใจเลยแฮะ อธิบายหน่อยดิ ” แล้วคำขอของซาเวียร์ก็เป็นผลเมื่อมีคนยอมเปิดปาก

 

“ ไม่เห็นจะงงเลย อย่างน้อยชั้นก็เข้าใจที่เขาบอกว่าเป็นพวกเราแล้วละ อย่างน้อยก็มั่นใจไป 3 ” แล้วแววตาเจ้าเล่ห์ที่ปกติไม่เคยเห็นจากกาโอก็จ้องไปที่ซาเวียร์กับอาเรียทำเอาคนที่ถูกจ้องหลบตากันแทบไม่ทัน

 

“ จริงมั้ยองค์ชายซาเวียร์ แรนดอฟ รัชทายาทแห่งสกาไลต์ และองค์หญิงอดันเรีย ดรามาก็อซ องค์หญิงองค์สุดท้องแห่งซโคต้า ” แล้ว 2 คนที่ถูกแฉไปเมื่อกี้ก็ทำหน้าบูดก่อนที่ซาเวียร์จะเอามั่ง

 

 “ แน่สิ ใครมันจะไปเหมือนองค์ชายกาโอ คาโนวาวแห่งโลนิค จอมปราชญ์เวทที่อายุน้อยที่สุดแห่งคาเมเลีย กับองค์หญิงองค์สุดท้องแห่งซโคต้าผู้ได้รับฉายายมทูตอัจฉริยะ ( ยมทูตไม่ใช่ตำแหน่งที่จะได้รับกันง่ายๆ ผู้ที่จะได้รับตำแหน่งนี้ต้องเป็นของราชวงศ์เท่านั้น และจะต้องได้รับความไว้วางใจจากเจ้าแห่งความตายด้วยจึงจะได้รับตำแหน่งนี้ ยมทูตไม่ได้มีหน้าที่แค่จับวิญญาณ แต่มีอีกหน้าที่คือคอยดูแลความสงบภายในประเทศบางส่วน ขึ้นตรงต่อเทพแห่งความตายเท่านั้น ) ” เอาล่ะสิ แล้วอาเรียจะยอมน้อยหน้าได้ไง ” แหมๆ ทำเป็นพูดนะเพคะ พ่อองค์ชายแห่งสกาไลต์นักการตลาดผู้อยู่ในเงามืด อัจฉริยะผู้อยู่เบื้องความมั่นคงทางเศรษฐกิจของสกาไลต์ ”

 

“ เอาสิ แล้วนายล่ะ เป็นเจ้าชายจากไหนอีก ” เสียงเหน็บแบบกวนๆ พร้อมยักคิ้วให้ทำให้เอเรียสหันไปมอง ” แล้วเธอล่ะเป็นใคร ทายาทแห่งราณีผู้ยิ่งใหญ่งั้นหรอ ” คำสวนที่แสนเจ็บแสบทำให้ใบหน้าที่เคยยียวนกลับมางอง้ำได้อีกที

 

“ เชอะ ไม่ถามก็ได้ ” แล้วแก้มป่องแบบน่ารักๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากเมจังคนนี้ ทำเอาคนย้อนแทบจะถูกสะกด ดีทีตอนนี้ไม่มีคนดูอยู่ ก่อนที่นักฆ่าสาวจะหันไปคุยกับซาเวียร์ต่อ

การสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งมีแขกเข้ามาในห้องเป็นการจบบทสนทนานี้ เมื่อผู้อาวุโสทั้ง 2 เข้ามาพร้อม บทสนทนาก็มีขึ้นมาอีกด้วยเนื้อหาที่ต่างกัน

 

“ เอาละ พวกเจ้าคงได้รับข้อมูลที่จำเป็นไปแล้ว ข้าก็คงไม่รั้งพวกเจ้าไว้นานกว่านี้หรอกนะ ขอให้โชคดี หากมีอะไรก็มาหาข้าได้ ข้าอยู่ที่เดิมเนี่ยแหละ รู้จักวิธีมาหาข้าแล้วนะ ” แล้วร่างของดาเมี้ยนก็หายไปแบบไร้ร่องรอย!

 

“ โห เจ๋งอะ วันหลังให้ลุงแกสอนมั่งดีกว่า ” เสียงใสๆ จากซาเวียร์ ยังคงทำให้ครึกครื้นได้เสมอและก็เรียกเสียงแหวจากอาเรียได้เช่นกัน

 

“ นายนี่ไม่เคยดูเวล่ำเวลามั่งเลยใช่มั้ยเนี่ย ” แล้วรอยยิ้มจากทั้งกลุ่มก็กลับมาดังเดิม

 

“ อืม เอาละ เด็กๆ วันนี้พอแค่นี้กันก่อนดีกว่าเดี๋ยวพวกเราไปเข้าการทดสอบต่อละกัน แล้วเจอกันนะ” ฟรานซิสต์ว่าแล้วเขาก็จากไปแบบเดียวกับดาเมี้ยน!

 

“ เออ วันไหนให้จารย์ใหญ่แกสอนก็ได้ เอ๊ะ แล้วเราจะออกไปยังไงอะ! ” แล้วเสียงนั้นก็เตือนสติให้กับทุกคน เออนิ เขาไปกันหมด กลับยังไงก็ไม่เห็นสอนกันเลย

 

“ เรามาทางไหนก็กลับไปทางนั้นนั่นแหละ ” คำตอบที่ได้จากไอ้คนเงียบนิรันดร์ก็ไม่เคยหมดประโยชน์เสียที

 

 

หลังจากออกมาก็พบว่าตัวเองอยู่ที่ห้องแห่งหนึ่งปูพรมแดงไว้รอรับเชียว แถมตกแต่งก็ดูดี ใช้โทนสีน้ำตาลเป็นหลัก เฟอร์นิเจอร์ก็มีแค่โซฟา  2-3 ตัว 

 

“ หวัดดีจ้า ว่าไงมากันเป็นกลุ่มแรกเลยนะเนี่ยพี่ชื่อเรเชลจ๊ะ เรเชล โรเรน เป็นผู้คุมหอฝ่ายหญิงของปราการมังกรรัตติกาลนะ ” เสียงเปิดประตูมาพร้อมกับร่างของรุ่นพี่สาวในชุดเครื่องแบบ เสื้อสีดำขลิบทองกับกระโปรงสีขาวขลิบดำยาวครึ่งเข่า ผมสีเขียวอ่อนดวงตาคู่โตสวยสีแดงทอประกายสดใส

 

“ อา หวัดดีค่ะรุ่นพี่ ” เสียงตอบรับจากเมดันล่าทำให้รุ่นพี่สาวหันมาสนใจ

 

“ อืม หวัดดีจ้ะ หน้าคุ้นๆ แฮะ น้องมีพี่เรียนอยู่ที่นี่หรือป่าว " คำถามจากรุ่นพี่สาวเรียกความสนใจจากคนอื่นๆ ที่อยู่รอบข้างได้

 

“ เอ่อ ไม่แน่ใจอ่ะค่ะ ทำไมหรอคะ ” เสียงถามติดๆ ขัดๆ จากนักฆ่าสาวทำเอาคนข้างๆ ไม่แน่ใจรวมทั้งคนถามด้วย

 

“ เปล่าจ้ะเปล่า ไม่เป็นไร งั้นเชิญทางนี้เลย ” พี่เรเชลพาทั้ง 5 คนเดินไปตามทางเดินเกือบ 500 เมตร เข้าไปนั่งที่ห้องแห่งหนึ่งคล้ายๆ ห้องประชุม

 

 

หลังจากผ่านไปเกือบ 10 นาทีจากที่นั่งกันอยู่ 5 คนก็หลับไป 4 เหลือไอ้คนตายด้านนั่งอ่านหนังสืออยู่อีก 1 และไม่รู้ว่านานสักแค่ไหนสำหรับคนนอนแต่ถือว่านานที่เดียวสำหรับคนที่นั่งรอ

 

ผ่านไปเกือบ 2 ชั่วโมง เอเรียสก็เลิกสนใจหนังสือมาดูอีก 4 คนที่หลับอยู่และตำแหน่งที่พวกเธออยู่มันเป็นตำแหน่งที่ไม่ค่อยมีคนมาเพรามันเป็นที่นั่งชั้น 2 ทางขวามือนั่งได้ไม่เกิน 7 คน ที่มานั่งกันตรงนี้เพราะมีคนชวนมาหลับน่ะสิ

 

หลังจากพิจารณาแล้ว จึงเลือกที่จะปลุกคนที่อยู่ใกล้ที่สุดก่อนคือเมดันล่านั่นแหละ สภาพเธอตอนนี้กำลังนอนเอาไหล่เขาต่างหมอน ใบหน้าตอนหลับของเธอมองกี่ทีก็ดีกว่าตอนตื่นเยอะเลย หลังจากสะกิดไป 2-3 ทีเจ้าตัวก็ยังไม่ตื่น แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาเห็นแล้วอยากแกล้ง เพราะงั้นจึงหันไปกระซิบกับคนข้างๆ เบาๆ โดยที่ไม่มีใครรู้นอกจากคนฟังกับคนพูดเท่านั้นกลับทำให้คนที่หลับสนิทลืมตาขึ้นกระทันหัน หน้าแดงก่ำ หันไปค้อนคนพูด 1 วงใหญ่

 

เมื่อจัดการคนนี้เสร็จต่อมาก็เป็นกาโอ เพราะจะได้เอาไปช่วยปลุกคนอื่นต่อ คนนี้สบายๆ แค่สะกิดนิดหน่อยก็ตื่นได้ แต่ไอ้ที่เหลือนี่สินอนกันกะให้ระเบิดลงก็ไม่แคร์ว่างั้น กว่าจะแซะขึ้นมาได้นี่แทบตาย โดยเฉพาะซาเวียร์ กว่าจะตื่นต้องให้อาเรียมาปลุกแบบรุนแรงไป 2-3 ยกทีเดียว

 

ตั้งแต่รอมาจนบัดนี้เกือบ 3 ชั่วโมงคนเริ่มเยอะขึ้นพวกเธอก็ไม่ได้หลับต่อเปลี่ยนมานั่งคุยเล่นกันไปเรื่อยๆ ระหว่างรอจนกระทั่ง..

 

“ เอาล่ะ นักเรียนที่รักทั้งหลายตอนนี้ครบกำหนด 600 คนแล้วเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะเริ่มการทดสอบที่ 2 กันเลย คราวนี้เป็นการทดสอบความรู้เป็นเวลา 3 ชั่วโมง ถ้าเสร็จแล้วสามารถออกมาก่อนได้ เราจะรับเอาแค่ 150 คนเท่านั้น เชิญอาจารย์เคธี่พาไปห้องสอบได้เลย ” เสียงจากอาจารย์ฟรานซิสต์ที่คราวนี้แกมาพูดแป๊บเดียวแล้วก็จากไป ทำเอาผู้ทดสอบอยากจะเอาดาบไปไล่เขวี้ยงจริงๆ บทจะมาก็มาบทจะไปก็ไป

 

แล้วผู้ถูกทดสอบจำนวน 600 คนก็ถูกลำเลียงไปที่ห้องถัดไปทันที ห้องนี้ไม่ได้มีอะไรพิเศษ มีแค่โต๊ะเก้าอี้อยู่ 600 ชุดก็แค่นั้น แค่นั้นจิงๆ

 

ตัวข้อสอบเป็นแบบปรนัย 500 ข้อ และข้อสอบถูกผิดอีก 100 ข้อ ถ้าผิดให้แก้ให้ถูก การคิดคะแนนเป็นแบบตอบถูกได้ 1 คะแนนตอบผิดเสีย 1 คะแนน และสุดท้ายเป็นข้อสอบบรรยายอีก 5 ข้อแต่ให้กระดาษสำหรับเขียนมาเกือบ 100 แผ่น

 

หลังจากผ่านไปได้เกือบ 2 ชั่วโมงก็ได้มีผู้เข้าสอบบางส่วนเริ่มเฝ้าพระอินทร์กันไป แต่ก็มีคนบางคนเช่นกันเริ่มเดินออกไป มีทั้งที่ทำได้กับทำไม่ได้

 

สำหรับเมดันล่าแล้วเธอนั่งทำข้อสอบไปเรื่อยๆ แบบไม่รีบแต่หลังๆ เธอก็ต้องนั่งรีบปั่นเหมือนกัน เธอออกมาจากห้องก่อนหมดเวลาประมาณ 15 นาที หลังจากที่เอเรียสออกมาประมาณ 10 นาที พอออกมาก็พบว่าคนอื่นๆ มารอเธอเรียบร้อยแล้ว

 

แล้วท่านอาจารย์ใหญ่ที่เคารพก็ได้ฤกษ์เสด็จมาเสียที “ เอาละ เด็กๆทั้งหลาย คะแนนจะออกที่ห้องที่พวกเธอไปรอเมื่อกี้ จะบอกคะแนนอันดับที่ 1-150 เท่านั้น ขอให้โชคดีกันทุกคนนะ ” แล้วเจ้าตัวก็จากไปอีกแล้ว ทำไมต้องไปมาๆ แบบนี้ด้วยก็ไม่รู้

 

“ งั้นพวกเราก็ไปรอกันที่เดิมดีกว่า ” หลังจากนั้นทั้ง 5 ก็เดินกลับที่ นั่งรออย่างใจเย็น แต่ความสุขใจก็มีอยู่ได้ไม่นานเมื่อมีปัญหาเข้ามา

 

” มีคนมาก่อนแล้วนิ ” เสียงนุ่มจากด้านหลังทำให้เมดันล่า กาโอแล้วก็อาเรียหันไปดูเพราะซาเวียร์เฝ้าพระอินทร์ไปแล้วส่วนเอเรียสก็กำลังยุ่งอยู่กับการอ่านหนังสือ

 

พอหันไปก็พบกับกลุ่มคน 8 คนเป็นชาย 6 หญิง 2 เดินขึ้นมาท่วงท่าที่ดูหยิ่งผยองนั่นทำให้อาเรียเริ่มหมั่นไส้

 

ชิไอ้ท่าทางแบบนี้นี่ ช่างหน้ากระทืบเสียนี่กระไร แม้จะคิดอย่างนั้นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

 

“ แล้วไง ก็ไล่พวกนี้ไปสิ ” แล้วเสียงหยิ่งๆ จาก 1 ใน 2 สาวที่ดูจะเชิดเกือบที่สุดในกลุ่มก่อน 3 หนุ่มจาก 6 จะเดินมาทางพวกเธอ ก่อนจะเริ่มต้นกิริยาที่ไม่เหมาะสมซึ่งทำให้อีก 2 คนเริ่มมาสนใจมั่งแล้ว

 

“ นี่พวกแกอะ ไปที่อื่นไป ที่นี่พวกเราจะนั่ง จะไปดีๆ หรือจะเจ็บตัวก่อน ” เสียงที่ดูเก๊กให้เหี้ยมที่สุดแล้วจาก 1 ใน 3 คนที่เดินมา แต่ก็ไม่อาจเรียกความสนใจจากคน 5 คนที่นั่งอยู่ได้

 

“ หนอย พวกแก ได้ อยากเจ็บตัวก็ไม่บอก พวกเรา จัดการ ” แล้วทั้ง 3 คนก็เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แต่ก่อนที่จะถึงตัวพวกเธอแค่ 2 เมตร ก็หยุดนิ่ง! นิ่งสนิทเลย

 

“ เฮ้ย อะไรกันเนี่ย ทำไมขยับไม่ได้ ” เมื่อเห็นเป็นอย่างนั้น ผู้ชายอีก 2 คนที่อยู่ด้านหลังก็เดินเข้ามาเพิ่มแต่ก็เป็นเหมือนกัน จนต้องให้อีก1สาวที่อยู่ด้านหลังต้องช่วย เธอพึมพำอะไรอยู่สักพัก หัวคฑาสีมรกตที่ถืออยู่ก็เรืองแสงก่อนจะหายไปพร้อมกับที่ 5 หนุ่มกลับมาขยับได้อีกครั้ง


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

299 ความคิดเห็น

  1. #284 Zixga (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2555 / 18:24
    หนุกๆๆค่ะ
    #284
    0
  2. #124 Lazy>_<Girl (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 / 12:34
     มีคนมาหาเรื่องแล้ว
    #124
    0
  3. #123 tAKta (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2554 / 15:57
    ผู้ผน฿กมนตราแห่งคาเมเลียคืออาราย ไม่เข้าจายงะ
    พวกนี้มันเป็นใครมาพูดแบบนี้หนูโกรธน้า
    #123
    0
  4. #122 knock-up (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2554 / 02:40
    ชอบตรงที่มี 7 คนนี่แหละ

    เพราะถ้ามากกว่านี้จะจัดการยาก

    ( จดจำยาก )

    #122
    0
  5. #121 Say_Windy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2554 / 17:49
    สนุกสุดๆ >< ชอบมากกกกก
    #121
    0
  6. #120 LikeCartoon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2554 / 18:17
    ปริศนาตอนต่อไป 555 ชอบอ่ะ
    #120
    0
  7. #119 Fairy dream (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2554 / 22:42
    เเบบว่า อ่านมาถึงตอนนี้เเล้วยังจำชื่อตัวละครได้ไม่หมดเลย  เเต่อยากบอกว่า สนุกมาก เลยคะ
    #119
    0
  8. #118 roninpw (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 เมษายน 2554 / 14:21
    สนุกกกกกกกกกกกก!
    #118
    0
  9. #117 Star Wish (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2554 / 15:57

    รู้สึกค้างครึ่ง
    อย่าลืมมาอัพต่อนะจ๊ะ

    #117
    0