~Illusion Wing~ ปีกมายาแห่งฝัน

ตอนที่ 7 : เรื่องราวในอดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 499
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 มี.ค. 54

 


“ เราก็จะใช้คุณสมบัติอย่างหนึ่งของมันน่ะสิ ” เสียงจากนักฆ่าสาว ทำให้ทุกสายตาหันมามอง

 

“ ฮะ คุณสมบัติอะไรล่ะ ” เสียงประสานจากซาเวียร์และอาเรียดังจนขี้หูจะไหล ส่วนที่กาโอไม่ได้มาประสานเสียงด้วยเพราะกำลังคิดอะไรอยู่

 

“ อืม ก็ประตูแห่งกาลน่ะ เมื่อกระทบกับพลังที่สูงพอมันจะเปลี่ยนสีจากสีดำกลายเป็นสีเงินประกาย ” เสียงอธิบายจากผู้รู้ทำเอาคนอื่นตาโต ' แล้วคุณเธอไปรู้ได้ไงวะ '

 

“ แล้วไอ้พลังที่สูงพอเนี่ยมันแค่ไหนหรอ ” เสียงถามคราวนี้มาจากกาโอแทน

 

“ มันก็คงต้องใช้พลังของเรารวมกันนั่นแหละ  ถ้าถามว่าประมาณไหน ก็ประมาณเกือบเท่าเทพชั้นสูงนั่นแหละ ” ว่าแล้วทั้งกลุ่มก็ตาและปากเปิดค้างยกเว้นแต่คนบอกกับคนที่ไม่เคยสนใจอะไร

 

“ แล้วมันจะพอหรอ พลังของเทพชั้นสูงน่ะ มันไม่น้อยนะ” เสียงถามจากกาโอทำให้อีก 2 คนหันมาสนใจ แน่นอนว่าต้องไม่ใช่คนที่ไม่เคยสนใจอะไรกับคนต้นคิดอยู่แล้ว

 

“ พอสิ พอแน่นอน ” แค่ฉันคนเดียวก็เหลือแหล่แล้ว เมดันล่าอยากจะบอกนะ แต่คงบอกไม่ได้หรอก

 

“ แค่ของไอ้เอเรียสก็เกือบเท่าระดับเทพทั่วไปแล้ว นับรวมฉันไปอีกคนก็น่าจะพอนะ ” เสียงหวานต่อให้จบ

 

“ งั้นพวกเราก็เริ่มกันเลยดีกว่า อ้อลืมไป ถ้าไม่แน่ใจให้ลองจับดูมันจะเย็นเจี๊ยบเลย ” สิ้นเสียงก็เป็นสัญญาณการเริ่มภารกิจทันที

 

ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทิ้งให้อีก 2 คนที่มีอีกหน้าที่หนึ่งรออยู่ที่เดิม

 

“ เอาล่ะ พวกนั้นก็ไปกันแล้ว เราไปที่สูงๆ ดีกว่าจะได้กระจายพลังได้ง่ายๆ ” ว่าแล้ว 2 คนก็กระโดดทีเดียวขึ้นไปถึงระเบียงที่อยู่เกือบยอดประสาท

 

ดวงตาทั้ง 2 คู่หลับลงเพื่อตั้งสมาธิ พลังสีเงินและสีเทา 2 อัน ขยายขนาดจากเท่าฝ่ามือบัดนี้เกือบเท่าตัวคนแล้ว พลังทั้ง 2 อันกำลังจะปะทะกัน!  แต่ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด เพราะเมื่อพลังทั้ง 2 สี สัมผัสกัน พลังที่น่าจะขัดแย้งกันบัดนี้มันรวมกันเป็นก้อนพลังงานกลมๆ สีเงินเพียงลูกเดียวแทน ขนาดของมันขยายเร็วกว่าเดิมเป็น 3 เท่า!  จนบัดนี้ครอบคลุมทั้งปราสาทกลางเสียแล้ว ความงดงามของมันสะกดสายตาของผู้คนที่กำลังหาทางเข้าคนอื่นๆ


 

“ เอาล่ะ 2 คนนั้นจัดการแล้ว ต่อไปก็ตาเรา ” เสียงเตือนสติจากซาเวียร์ทำให้กาโอกับอาเรียเริ่มหันมาสนใจ หมอนี่เอาจริงเอาจังเป็นกับเค้าด้วยหรอ

 

ทั้ง 3 เริ่มออกวิ่งไปรอบๆ ปราสาทกลาง ก็พบสิ่งที่คล้ายจะเป็นประตูแห่งกาลแต่พอเข้าไปลองจับมันก็ไม่ได้เย็น หรือบางอันอาจจะเย็นแต่ก็ไม่เย็นจัดเหมือนกันที่เมดันล่าบอก

 

“ นี่ๆ เจอแล้วล่ะ ประตูอันนี้ป่ะ ” เสียงจากอาเรียเรียกให้กาโอและซาเวียร์เข้ามาหา มันอยู่ที่ชั้น 2 ของตัวปราสาททางทิศตะวันออก ตัวประตูเป็นบานโค้งสีเงินขนาดพอคนผ่านได้คนเดียวดูคล้ายหน้าต่างมากกว่า มีสีเงินสว่าง เรืองแสงวาวๆ และมีประกายสีเงินระยิบระยับ

 

พอกาโอเอามือไปจับมันก็เย็น  ไม่ใช่เย็นธรรมดา เย็นมาก ” อืม น่าจะใช่นะ งั้นลองเรียกให้เมดันล่า มาดูละกัน ” เสียงบอกจากาโอทำให้ซาเวียร์พยักหน้าและส่งสัญญาณเรียกให้เมดันล่าและเอเรียสมาเช็คอีกที

 

แสงไฟเล็กๆ กระพริบสีแดงสว่างเหนือพวกเขาเป็นสัญญาณที่ตกลงกันไว้ ไม่นานเกินรอ ทั้ง 2 คนก็มาถึง แม้ใบหน้าจะดูเหนื่อยนิดหน่อยพร้อมกับเม็ดเหงื่อเต็มใบหน้า สำหรับเอเรียสยังไม่เท่าไหร่ แต่สำหรับเมดันล่านั้นเดินเซๆ ถึงจะไม่ล้มแต่ก็ต้องให้เอเรียสช่วยพยุงมา

 

ความจริงเมดันล่า จะไม่เหนื่อยแบบนี้เลยถ้าหากเธอไม่ได้ผนึกพลังเอาไว้ถึง 2 ส่วนและที่เธอสภาพแย่กว่าเอเรียสเพราะเธอต้องใช้พลังของตนเองเป็นแกนในการสร้างอาณาเขต และมันต้องใช้พลังมากขึ้นเพื่อไม่ให้เขารู้ ถ้าเอเรียสรู้มีหวังโดนด่าอีกแน่

 

 ที่ต้องการใช้พลังของเธอเป็นแกนเพื่อที่จะได้ให้พลังของเอเรียสใช้ไปให้น้อยที่สุด เพราะตัวเธอเองสามารถที่จะปลดผนึกออกมาเพื่อให้พลังฟื้นฟูขึ้นมาได้เร็วขึ้น เพราะธรรมชาติของวิหคเงินจะมีอัตราการฟื้นตัวที่เร็วกว่าเผ่าอื่นๆ อยู่แล้ว

 

“ เฮ้ย เม เธอไหวป่ะเนี่ย ทีตอนแรกล่ะมั่นใจนักหนา ตอนนี้สภาพเป็นลูกแมวตกน้ำเลย ” แม้น้ำเสียงจากซาเวียร์จะดูกวนๆ แต่มันก็เจือความเป็นห่วงไม่น้อย

 

“ ป่าวๆ ไม่เป็นไร แค่เหนื่อยนิดหน่อย เอาล่ะ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า ” เสียงจากลูกแมวตกน้ำที่ตอนนี้มีสภาพดีขึ้นมาเล็กน้อย เพราะตอนนี้เธอปลดผนึกออกไปชิ้นนึงแล้ว

 

“ ฮะ อะไรอีกอ่ะ ต้องทำอะไรอีก ” เสียงจากกาโอเริ่มโวย ก็แค่นี้ 2 ใน 5 ของคนในกลุ่มก็แทบสลบแล้ว ถ้ามีขั้นตอนอื่นจะไปเหลือหรอ

 

“ อืม ก็ตามที่ในนั้นบอกไงว่าประตูแห่งกาลคือผู้ถาม มันก็คือปริศนาแห่งมิติไงล่ะ เคยได้ยินมะ ” สิ้นเสียงก็ได้รับการส่ายหน้าเป็นคำตอบมาทันที

 

“ ปริศนาแห่งมิติคือคำถามจากผู้พิทักษ์ประตู เพื่อจะชี้เส้นทางไปสู่สถานที่ที่ผู้ที่ตอบได้จะได้ไป ” เสียงอธิบายฉะฉานราวกับเรื่องสนุกที่นั่งจำเล่นๆ ก็จำได้

 

“ แล้วจะเรียกผู้พิทักษ์ประตูออกมายังไงอะ ” เสียงสงสัยจากสาวน้อยองครักษ์หันมาเอาคำตอบจากเมดันล่าแต่สิ่งที่ได้ก็คือคำตอบที่ทำให้ทุกคนงง

 

“ อ้าว แล้วเวลาที่นายจะเรียกคนที่อยู่หลังประตูนายทำยังไงอะ” คำถามที่ดูกวนๆ จากสาวน้อยทำเอาอาเรียแยกเขี้ยวใส่

" เมจัง เธออยากตายใช่มะ ” ทำเอาเมดันล่าส่ายหน้าแทบไม่ทัน

 

“ แฮะๆ ใจเย็น ก็เคาะประตูสิจ๊ะ อาเรียลองดูสิ ” เสียงจากเมดันล่าทำให้อีก 2 หนุ่มมองหน้ากันแล้วไปมองคนบอกอีกรอบพร้อมส่งสายตาประมาณว่า ' เอาจิงดิ ' แต่พอเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าเร็วๆ จนกลัวมันจะหลุดไปอยู่ที่พื้นจึงต้องตอบโอเคไป ก่อนจะหันไปมองอาเรียแล้วพยักหน้าทีนึง

 

“ ก็อกๆ ” เสียงดังจากมือขาวสัมผัสกับประตูนั่นทำให้เกิดเสียง แต่หลังจากนั้นก็เงียบ ไม่มีอะไรโผล่ออกมาเลย จนคนเคาะต้องถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ " มันแค่เคาะแน่หรอ ไม่เห็นมีอะไรเลย ”

 

“ อืม แล้วเธอใส่เวทลงไปหรือเปล่าล่ะ จำได้ไหมกุญแจคือมนตรา ” เสียงหวานตอบยิ้มๆ แต่มันดูเป็นยิ้มที่กวนที่สุดที่เธอเคยเห็นรองจากรอยยิ้มของซาเวียร์

 

แล้วคราวนี้เป็นกาโอที่มาเคาะแทน แถมคุณท่านยังอัดพลังลงไปเสียเยอะแยะจนคนอื่นกลัวมันจะแตกเอา ” แกรกๆ ”

 

“ อ่ะ ทำไมเสียงมันแปลกๆ ไปล่ะ ” เสียงถามจากซาเวียร์ที่ตอนนี้มีเครื่องหมายคำถามอันยักษ์อยู่บนหัว

 

“ เพราะมันเปิดถูกวิธีแล้วไง ” เสียงไม่ได้มาจากคนในกลุ่ม แต่มาจากใครสักคนที่พวกเธอมองไม่เห็น

 

“ มันดังมาจากในประตูน่ะ ” เสียงทีแฝงความตกใจของอาเรียทำเอาทุกคนอึ้ง

 

“ เข้ามาสิพวกเจ้าเรียกข้าแล้วไม่ใช่หรอ ” เสียงจากข้างในประตูยังคงเรียกพวกเขาอยู่

 

แล้วทั้ง 5 คนก็เข้าไปข้างในประตูโดยเอเรียสเข้าเป็นคนแรกตามด้วยอาเรีย กาโอ ซาเวียร์และปิดท้ายด้วยเมดันล่า ข้างในนั้นเหมือนเป็นสวนแห่งหนึ่งที่มีบ้านหลังน้อยๆ อยู่แต่จะเรียกว่าน้อย คงไม่ได้เพราะขนาดมันก็ประมาณบ้านหรูๆ สักหลังนั่นแหละ

 

มีชายหนุ่มรออยู่หน้าบ้านคนนึงใบหน้าที่ดูเข้มกับผมสีดำดูน่าเกรงขามไม่น้อย แม้จะไม่เห็นดวงตาที่บัดนี้ปิดสนิทอยู่เนื่องจากเจ้าของยังไม่อยากจะลืมมันขึ้นมามอง

 

“ เอาล่ะ เชิญในบ้านเลย ข้าดาเมี้ยน ข้ามีเรื่องจะคุยกับพวกเจ้าและมีคนรอพบพวกเจ้าอยู่ ” พอเข้ามาข้างในบ้านก็พบกับการตกแต่งแบบง่ายๆ แจกัน รูปวาด เครื่องชาม หุ่นปั้น ตามปกติ แต่ที่โซฟากลับมีคนที่ไม่น่าอยู่ที่นี่กลับมานั่งรออยู่เฉยเลยทำเอาผู้มาใหม่ตาโตกันทุกคนยกเว้นไอ้คนที่แช่แข็งตัวที่แม้จะตกใจแต่ก็ไม่ได้ตาโตอย่างที่คิดและไม่นานเขาก็กลับมาเหมือนเดิมจะเป็นใครไปได้ล่ะก็ ฟรานซิสต์ โรซาเวีย คนนั้นไง ที่เป็นอาจารย์ใหญ่ของเอ็กคาร์เซียอะ

 

“ อ้า สวัสดีเด็กๆ ว่าไงในที่สุดเราก็ได้คุยกันแบบส่วนตัวเสียที ” เสียงจากอาจารย์ใหญ่ที่ดังขึ้น ไม่ได้ทำให้ 4 คนที่เหลือหายอึ้ง

 

“ ฮัลโหล ได้ยินมั้ย แหม หนุ่มสาวสมัยนี้นี่ตกใจง่ายจัง อ้อ ยกเว้นบางคนน่ะนะ ” เสียงพูดจากอาจารย์ใหญ่ผู้นี้ ก่อนที่ปลายสายตาจะมองไปที่บางคนที่กล่าวถึงเป็นคนสุดท้าย

 

“ เจ้าก็อธิบายเขาไปสักทีสิ เสียเวล่ำเวลาหมด ” เสียงจากชายหนุ่มที่บัดนี้ได้ฤกษ์ลืมตาขึ้นมาแล้วกล่าวกับฟรานซิสต์ราวกับเป็นเพื่อนกัน ทั้งที่ดูอายุน่าจะต่างกันอย่างน้อย 20 ปี

 

“ อะไรเล่า ที่นี่เวลามันเดินที่ไหนกัน ” เสียงขัดจากฟรานซิสต์ที่ทำเอาคนบ่นเถียงไม่ออกและจึงหันมาคุยกับแขกทั้ง 5 “ อ้าวๆ พวกเจ้าก็หายตกใจกันได้แล้ว ข้ามีเรื่องจะคุยด้วยก็แค่นั้นเอง ”

 

“ พวกเจ้ารู้เรื่องเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นตอนนี้ใช่มั้ย ” คำพูดจากฟรานซิสต์ทำให้คนฟังมึนอยู่หลายคนทีเดียว และคำตอบที่ได้มามีทั้งนิ่ง ส่ายหน้า และพยักหน้า

 

ไอ้กรณีที่นิ่งก็คงเป็นไอ้คนที่นิ่งได้ตลอดเวลา ส่วนไอ้คนที่พยักหน้าก็เป็นคนที่มันปลอมตัวลงมาสืบข่าว ส่วนที่ส่ายหน้าก็คือที่เหลือนั่นแหละ

 

แต่ด้วยกรณีที่แตกต่างกันทำให้ไอ้คนที่ส่ายหน้าทั้งหลายหันมองไอ้คนที่พยักหน้าเป็นตาเดียว " เม เธอไปรู้ได้ไงอะ ” เสียงถามจากอาเรียพร้อมกับแววตาเห็นด้วยจากซาเวียร์

 

หลังจากนั้นเธอก็เล่าเรื่องของเธอให้ฟังแต่ไม่ได้เล่าเรื่องของวิหคเงินให้ฟัง สำหรับทุกคนตอนนี้เธอคือเขี้ยวเงิน แล้วก็เรื่องการสืบข่าวเกี่ยวกับการหายตัวไป แต่ไม่มีเรื่องของการแต่งงานอยู่  แล้วเรื่องของเธอก็ทำให้มีคนสนใจ กาโอกับอาเรียนั่งฟังไปตาโตไป ซาเวียร์กับเอเรียสที่รู้อยู่แล้วก็ไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องการสืบข่าวก็ทำให้พวกเขามีปัญหาในหัวไม่น้อย ส่วนอีก 2 คนที่เป็นแขกกิตติมศักดิ์ก็นั่งฟังด้วยท่าทีสงบแต่แววตากลับปิดบังเรื่องบางอย่างไว้

 

“ เอาเป็นว่าเรื่องนี้พักกันไว้ก่อน เข้ามาฟังนิทานของข้าก่อนดีกว่า ” เสียงจากดาเมี้ยนทำให้เด็กหนุ่มสาวทั้ง 5 หันมาสนใจแทบจะทันที

 

แล้วทั้ง 7 ก็ย้ายมานั่งล้อมวงอย่างกับมาเล่นแคมป์ไฟ ทุกคนกางหูตั้งใจฟังอย่างเต็มที่โดยเฉพาะนักฆ่าของเราที่ตอนนี้แทบจะอยากเอาหูไปติดกับคนเล่าเสียให้ได้

 

“ หลายพันปีก่อน อาณาจักรแห่งแผ่นฟ้า หรือาณาจักรวินเซอร์นี่มีการแบ่งเขตการปกครองแบ่งออกเป็นเผ่าพันธุ์แห่งแสง หรือก็คือผู้ที่ใช้มนตราแห่งแสงได้เช่นเหล่าเทพ สัตว์เทพและเผ่าพันธุ์แห่งรัตติ หรือผู้ที่ใช้มนตราแห่งความมืดเช่นเผ่าปีศาจ และเผ่าสัตว์อสูร แต่ก็ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่าพันธุ์ผสม พวกเขาคือเทพปีศาจพวกเขาสามารถใช่มนตราได้ทั้ง 2 สายแต่ไม่อาจใช้มนตราขั้นสูงของทั้ง 2 สายได้มันเหมือนเป็นขีดจำกัดของพวกเขา ” ดาเมี้ยนยังคงเล่าเรื่องต่อไปเรื่อยๆ

 

“ พวกเขายังคงมีการกีดกันทางเผ่าพันธุ์ของทั้ง 3 กลุ่ม โดยเฉพาะพวกเทพปีศาจ พวกเขาไม่อาจเข้าได้กับทั้ง 2 กลุ่ม แถมกลุ่มของพวกเขายังมีไม่มากนักทำให้ดูเหมือนกับพวกเขาเป็นส่วนเกินของที่นี่ ” น้ำเสียงของดาเมี้ยนเริ่มเปลี่ยนจากนิ่งๆ บัดนี้กลับเริ่มสั่นอย่างไม่ทราบเหตุผล

 

“ แต่แล้วเมื่อ 3000 ปีก่อนก็ได้เกิดเรื่องที่พลิกผลันเรื่องนี้ไปตลอด เพราะขณะนั้นเริ่มมีการช่วยเหลือเหล่ากลุ่มที่ 3 ขึ้น และ 2 กลุ่มที่ให้การสนับสนุนอย่างมากก็คือเผ่าวิหคสวรรค์ และเผ่าวิหครัตติกาล จึงเป็นเรื่องปกติที่ทั้ง 2 เผ่าจะได้มาพบปะคุยกันบ่อยกว่ากลุ่มอื่นๆ ” เสียงอธิบายยังคงลื่นไหลพลางหันไปมองหน้าเด็กน้อยแต่ละคนซึ่งตอนนี้มีใบหน้าที่แตกต่างกัน บางคนก็นั่งฟังดี บางคนนิ่งเงียบ บางคนก็เริ่มจะสัปหงก

 

“ นี่ ไอ้โง่ ตื่นเว้ย ตื่นๆ มีมารยาทหน่อยสินี่เรื่องสำคัญนะ ” เสียงจากอาเรียยังคงพูดไปแต่ก็ไม่อาจปลุกเจ้าชายนิทราได้ จนคนเป็นนาฬิกาทนไม่ไหว

 

“ อัก อู้ย เจ็บนะ ใครมันทำฟะ เดียวพ่อซัดเปรี้ยงเลย ” เสียงโวยวายดังขึ้นจากคนที่พึ่งตื่น

 

“ เอ่อ อาเรีย ใจเย็น คือๆ แบบว่าล้อเล่นน่ะๆ อัก แอ็กๆ ”แล้วไอ้คนปากมากก็ได้ฤกษ์นอนอีกรอบลำบากกาโอต้องมาช่วยไม่งั้นสงสัยเรื่องราวคงไม่ได้ดำเนินต่อ

 

เสียงดาเมี้ยนเริ่มกลับมาเล่าต่อเมื่อเห็นว่าทุกคนพร้อมกันแล้ว “ ด้วยตอนนั้นทั้ง 2 เผ่ามีรัชทายาทอยู่แค่องค์เดียวคือองค์หญิงโดล่าแห่งเผ่าวิหคสวรรค์ และองค์ชายมาเคซัสแห่งเผ่าวิหครัตติกาล เพียงครั้งแรกที่ได้พบทั้ง 2 ก็หลงรักกัน และไม่เกิน 10 ปีถัดมาก็ได้เกิดข่าวใหญ่ที่ทำให้ทั้งสองเผ่าพันธุ์ต้องตะลึง เมื่อรัชทายาทของทั้ง 2 เผ่าตัดสินใจแต่งงานกันโดยเผ่าทั้ง 2 ก็จะรวมกันเป็นหนึ่ง ”

 

สำหรับเมดันล่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เธอต้องรู้มาตั้งแต่เด็กแล้วเพราะอะไรน่ะหรอ ' องค์หญิงเพคะ ท่านที่เป็นถึงองค์หญิงแห่งวิหคเงินถ้าหากไม่รู้ถึงประวัติของเผ่าตoเองแล้วใครกันลjะเพคะที่จะมาสนใจประวัติของเผ่าเรา ' นั่นคือคำอธิบายที่คุณเอเทียสบอกเธอตอนสอนประวัติความเป็นมาของเผ่า

 

“ และนั่นเองที่ทำให้การแบ่งแยกระหว่าง 2 เผ่าพันธุ์จบลง แต่เรื่องนั้นก็ทำให้เกิดความไม่พอใจ เพราะว่าไม่ใช่ทุกคนที่ยอมรับเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเผ่าชั้นสูงอย่างเผ่าพยัคฆ์ทมิฬซึ่งปัจจุบันเป็น 1 ในเผ่าผู้ปกครองซึ่งเป็นตัวแทนของฝ่ายความมืด ”

“ นั่นทำให้เกิดสงครามขนาดย่อมที่เกิดจากองค์ราชาวิลเลี่ยมแห่งเผ่าพยัคฆ์ทมิฬ พระองค์ได้รวบรวมบุคคลที่เห็นด้วยกับพระองค์ในการก่อสงครามขึ้นใน 1000 ปีต่อมาแม้สุดท้ายสงครามจะจบลงแต่เผ่าวิหคเงินก็ไม่อาจจะสังหารองค์ราชาได้ เพราะไม่งั้นอาจจะเกิดสงครามที่ใหญ่กว่าและการแบ่งแยกก็จะกลับมาอีกครั้ง ท่านทั้ง 2 จึงทำได้เพียงผนึกองค์ราชาเอาไว้ ” เสียงเล่าที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องถูกขัดด้วยคำถามจากกาโอ

 

“ แล้วทำไมเผ่าพยัคฆ์ทมิฬถึงยังเป็นตัวแทนของฝ่ายปีศาจชั้นสูงอยู่ล่ะครับ ” คำถามนี้เรียกความสนใจจากอีก 2 คนที่ไม่เคยรู้อะไรให้หันมาสนใจ ก่อนหันไปหาคนเล่าเพื่อฟังคำตอบ

 

“ เพราะไม่ใช่ทุกคนในเผ่าที่คิดเช่นนั้น และองค์ชายแห่งเผ่าพยัคฆ์ทมิฬก็ทรงเป็น 1 ในตัวตั้งตัวตีที่ต้องการแก้ไขสงครามให้จบลง เพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อความผิดที่เสด็จพ่อของท่านได้ทำเอาไว้ ” เสียงตอบกลับมาจากคนที่ทำหน้าที่เล่า ทำให้คนถามได้คำตอบตามใจหมาย แต่คำถามก็ไม่ได้จบลงแค่นั้นและยังมาจากคนที่ไม่น่าจะพูดเป็นที่สุดด้วย

 

“ แล้วถ้าอย่างนั้น ทำไมพวกท่านต้องเรียกพวกข้ามาที่นี่ละ ” คำถามจากเด็กหนุ่มผมฟ้าที่เงียบมาตลอดทำให้ทั้ง 4 คนที่เหลือหันมามองอย่างตื่นตะลึง



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

299 ความคิดเห็น

  1. #283 Zixga (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2555 / 18:03
    ซาเวียร์นะซาเวียร์ = =
    #283
    0
  2. #116 Lazy>_<Girl (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 / 12:34
     ซาเวียร์กลายเป็นเจ้าชายยนิทราไปซะแล้ว
    #116
    0
  3. #115 tAKta (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2554 / 15:46

    ทำไมวิธีเปิดประตูถึงง่ายได้จายเลย 
    แหมมีประวัติด้วยพึ่งรู้นะเนี่ย

    #115
    0
  4. #114 knock-up (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2554 / 11:49
    เกี่ยวกับผู้บอกปริศนาที่เป็นเหมือนผู้ชี้ทาง ทำให้นึกถึวงใครบางคน

    เคยดูในหนังเรื่องเขาวงกต  ผู้เฝ้าประตูถามปริศนาแค่ว่า

    " ขึ้นหรือ...ลง ?"

    นางเอกตอบ  "ขึ้น" อย่าง งงๆ

    ผู้เฝ้าประตูจึงตอบว่า  " งั้นแก ลง "  

    แล้วนางเอกก็ร่วงลงไปในเขาวงกตอีกชั้นที่อยู่ใต้ดิน  ซึ่งออกยาก

    ตอนพระเอกมาถึง  พนะเอกตอบ  "ลง"

    ผู้เฝ้าประตูบอก  "งั้นก็รีบๆ ลงไปซะ"  แล้วพระเอกก็ตกลงไป...

    #114
    0
  5. #113 LikeCartoon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2554 / 18:05
    ซาเวียร์ = เจ้าชายนิทรา กร๊ากกกก
    #113
    0
  6. #112 Fairy dream (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2554 / 22:32
    สนุกมากเลย  มีคำผิดนอดหน่อยเเก้ด้วยนะคะ
    #112
    0
  7. #111 roninpw (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 เมษายน 2554 / 11:55

    ตอนนี้รู้ประวัติเยอะเลยแฮะ ตื่นเต้นด้วย!

    นั้นสิ...แล้วเรียกมาทำไมกันนะ???

    #111
    0