Witchoar

ตอนที่ 35 : Book Two : 07 งานใหญ่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,552
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    24 ต.ค. 60

Witchoar 

Book Two : เปลวไฟแห่งเนโคร



*******************************

  หมายเหตุ : การถอดคำศัพท์ในเนื้อหาจะอิงจากการออกเสียงในภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ โดยเนื้อหาที่โพสต์อาจมีความผิดพลาดทางการสะกดอยู่บ้างเนื่องจากเป็นฉบับดราฟค่ะ


ถังไม้โอ๊กซึ่งบรรจุน้ำศักดิ์สิทธิ์ถูกลำเลียงขึ้นรถบรรทุกหลายสิบคัน โดยมีผู้ควบคุมเป็นชายหนุ่มร่างใหญ่ สวมเสื้อหนังสีดำและใส่หมวกปีกกว้างหลายสิบคน ดวงตาสีสนิมเหล็กของผู้คุมงานทุกคนจับจ้องอยู่ที่การทำงานทุกขั้นตอนอย่างเข้มงวด

“ใกล้เสร็จหรือยัง แมท”

แมทธิวหันไปมองคนถาม เขาโบกกระดานเช็กจำนวนของขึ้น และถามว่า “นายตรวจไปแล้วรอบหนึ่ง ทำไมต้องให้ฉันมาคุมการขนส่งของด้วย อาร์ค”

“เพราะเบื้องบนต้องการให้นายเรียนรู้งานอื่น นอกจากการออกพื้นที่ด้วยน่ะสิ” อาร์ค แกรมสัน สารวัตรฮอปกินส์ผู้ดูแลแคว้นปกครองแบรนโคลด์[1]ตอบด้วยน้ำเสียงปกติ

แมทธิวลดกระดานเช็กของในมือลงมาเซ็นชื่อกำกับ แล้วส่งให้อาร์ค

“ทุกอย่างครบถ้วน น่าจะถึงสเปลเลียในอีกสิบวันนะ งานง่ายๆ แค่นี้ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้หรอกน่า ฉันมีงานที่ยากกว่านี้ต้องไปทำ”

“ตามติดเด็กคนนั้นน่ะเหรอ นายพลาดโอกาสนั้นไปแล้วแมท ตอนนี้เราส่งคนอื่นไปทำแทนนายแล้วละ”

แมทธิวหันขวับมาจ้องหน้าอาร์คซึ่งกำลังตรวจดูความเรียบร้อย

“ใคร”

“กาโมร่า”

“หมอนั่นไม่มีทางจัดการเจ้าเด็กนั่นได้ มันไม่ใช่เด็กอ่อนหัดนะ”

อาร์คเงยหน้าจากกระดานเช็กของมาสบตาแมทธิว แล้วตอบด้วยสีหน้านิ่ง

“ก็เพราะเขาไม่ใช่เด็กอ่อนหัดไง เราถึงต้องส่งกาโมร่าไป อย่าลืมสิ ประเทศนี้ยังมีกฎหมาย แล้วการที่นายรอดจากการถูกลงโทษที่ลงมืออย่างเอิกเกริก จนส่วนกลางต้องส่งคนมาตรวจสอบก็เพราะโชคดีเท่านั้น”

“แต่มันเป็นภารกิจของฉัน”

อาร์คถอนหายใจพลางโบกมือให้ยุติการสนทนาในเรื่องนี้ได้แล้ว พลางส่งกระดานเช็กของเอกสารคืน

“ทำหน้าที่ของนายไปจนกว่าคนของส่วนกลางจะหยุดสนใจเรา เข้าใจนะ”

แมทธิวกัดฟันนิ่งเงียบไปขณะรับเอกสารของเขากลับมา เขารู้ดีว่าถึงโวยวายไปตอนนี้ก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ก็อย่างที่อาร์คว่า ประเทศนี้มีกฎหมาย แม้ฮอปกินส์จะได้รับสิทธิพิเศษหลายอย่าง แต่ก็มีบางอย่างที่เราจำเป็นต้องรักษาเอาไว้

“ตอนนี้กาโมร่าอยู่ที่ไหน”

“ปิดภารกิจที่วาลการ์ เสร็จแล้วก็จะตรงไปสเปลเลียเลย”

ความหงุดหงิดที่พุ่งสูงปรี๊ดอยู่เมื่อกี้ค่อยๆ เบาลง เมื่อได้ยินชื่อเมืองซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางเขาเหมือนกัน อาร์ครับรู้ถึงอารมณ์ของแมทธิวที่เปลี่ยนแปลงไปได้ดีจึงเตือนว่า

“ภารกิจของนายคือ ผลิตน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ให้ได้มากที่สุด อย่าเข้าไปยุ่งกับภารกิจของคนอื่นเชียวนะ”

“ฉันจะไม่ยุ่ง แต่ถ้ากาโมร่าพลาดล่ะ”

อาร์คจ้องหน้าแมทธิว “นั่นเป็นเรื่องเขา นายรู้กฎของเราดี อีกอย่างงานของนายก็สำคัญไม่แพ้กัน นายก็รู้”

แมทธิวสูดหายใจเข้าลึก เพราะเขาเข้าใจสิ่งที่อาร์คพูดดี งานใหญ่ ที่หนึ่งปีจะมีครั้งเดียว เชื้อเพลิงแห่งอำนาจที่ทำให้ฮอปกินส์กลายเป็นหน่วยงานที่ทรงอำนาจที่สุด

“เข้าใจแล้ว”

มุมปากของอาร์คยกขึ้น แล้วตบมือลงกับบ่ารุ่นน้อง “ทั้งภารกิจของกาโมร่า และภารกิจของนายก็คือสิ่งสำคัญสำหรับองค์กรเราเหมือนกัน เข้าใจไหม”

“รู้แล้ว”

“ระยะเวลาสิบวันอาจจะยังไม่พอ ระหว่างทางจะมีอีกสองขบวนให้นายคุ้มกัน ถ้าเข้าพื้นที่เขตปกครองพิเศษแล้วแจ้งกลับมาที่ฉันด้วย”

“ผมไม่ช้าแน่นอน แล้วเจอกันที่สเปลเลีย”

“แล้วเจอกัน” แมทธิวรับคำพลางค้อมศีรษะให้แก่ผู้สูงวัย

อาร์คหมุนตัวเดินไปตรวจสอบรถแต่ละคัน พลางพูดคุยกับคนขับรถเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปในโกดัง แมทธิวมองการทำงานของลูกน้องเรียบร้อยแล้ว จึงกระโดดขึ้นนั่งข้างคนขับรถคันที่นำขบวน

“ออกรถ” แมทธิวสั่งพลางหลับตาลง

ขบวนรถเคลื่อนออกไปพร้อมกับเครื่องบินกระดาษซึ่งพุ่งออกจากหน้าต่างรถคันที่นำขบวนหลายสิบลำ ฝูงเครื่องบินกระดาษขึ้นไปลอยตัวอยู่เหนือขบวนรถบรรทุกพร้อมกับแผ่พลังเป็นไอสีเขียวเรืองออกมา แล้วไอพลังจากเครื่องบินกระดาษแต่ละลำเหล่านั้นก็เชื่อมต่อกัน จนกลายเป็นบาร์เรียร์สีเขียวเรืองครอบคลุมรถบรรทุกทุกคันทั้งขบวน

“เดินทางกันยาวๆ เลยนะครับ คุณแมท”

แมทธิวลืมตาขึ้นมองถนนอันยาวไกล “ใช่”

“ถ้าเราเตรียมการทุกอย่างให้เสร็จก่อนงานเฟสติวัลจะเริ่มก็คงดีนะครับ”

แมทธิวพยักหน้า แล้วนึกถึงคนที่จะมารับหน้าที่ตามเด็กสก็อตคนนั้นแทนเขา เขารู้ว่าทำไมเบื้องบนถึงส่งกาโมร่าไปแทนเขา

“พวกกัลดี้สินะ” แมทธิวเอ่ยอย่างเข่นเขี้ยว

“ครับ?”

“งานแสดงพลังของพวกกัลดี้ นายอยากดูงั้นเหรอ”

คนขับรถหันมาหัวเราะ “แน่นอนสิครับ ใครๆ ก็รู้ว่าคนชนะจะได้รับโอกาสเลือกเข้าหน่วยไหนของฮอปกินส์ก็ได้ มันเป็นงานรวมดาวเด่นชัดๆ นะครับ”

แมทธิวยกมุมปากขึ้นนิดๆ “นั่นสินะ ถ้าหมอนั่นชนะก็คงได้สนุกกัน”

คนขับรถหันมามองแมทธิวอย่างไม่เข้าใจ แต่เมื่อเห็นแมทธิวนั่งกอดอกเอนหัวพิงพนักเบาะและหลับตาอยู่ เขาก็ไม่อยากรบกวนอีก

 

“อืม ใช่ มันสลักลงไปในกระดูกจริงๆ”

เจย์ตาโตมองรุ่นพี่อีสชูข้อมือซ้ายซึ่งไม่มีร่องรอยของสลักเวทมนตร์ แล้วชี้ไปที่ข้อมือตัวเองพลางอธิบายต่อว่า

“...ไลต์ริงจะปรากฏขึ้นแค่ในช่วงเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเวลาสิ้นสุดเฟสติวัล และมันจะหายไปจากผิวของเราตลอดกาลเมื่อเราพ้นเงื่อนไขที่ไม่ต้องเข้าร่วมงานนี้อีก แต่ถึงอย่างนั้นไลต์ริงก็ยังมีรอยสลักปรากฏอยู่ที่กระดูกของเรา มันเป็นเครื่องหมายบ่งชี้อย่างหนึ่งในการชันสูตรศพน่ะ ว่าพ่อมดที่ตายเป็นผู้ใช้ศาสตร์อะไร”

“หมายความว่าศาสตร์อื่นก็มีสัญลักษณ์บ่งบอกคล้ายๆ แบบนี้ด้วยเหรอครับ”

“ใช่ จริงไหม คามิโอ” อีสทักทายหัวหน้าบริกรช่วงเวลาหกโมงเย็นถึงเที่ยงคืนเพราะวันนี้เธอมากินอาหารเย็นที่วิทาเรีย แล้วเจอเจย์พอดีเลยได้ร่วมโต๊ะอาหารกัน

“ถามมาสเตอร์ของฉันสิ” คามิโอตอบ พลางก้าวไปรับอาหารที่ส่งขึ้นมากับลิฟต์แก้ว ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ยุ่งที่สุดของวัน เจย์ไม่กล้าเรียกพี่คามิโอไว้นานเลยได้แต่หันไปมองอีสอย่างขอคำอธิบายเพิ่ม

“ทุกศาสตร์ต่างก็มีข้อกำหนด แต่คนที่รู้จักจำแนกสัญลักษณ์นี้ได้ดีที่สุดน่าจะเป็นผู้ใช้ศาสตร์เนโครแมนซี่นะ เพราะพวกเขารับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง”

“พ่อมดเองก็มีหน่วยชันสูตรศพเหรอครับ” เจย์ถาม

อีสพยักหน้า “มีสิ เป็นหน่วยหนึ่งของฮอปกินส์ อย่างคุณฮัลฟี่ก็เคยเป็นฮอปกินส์นะ แต่ตอนหลังลาออก แล้วมาเป็นตำรวจท่องเที่ยวของวิชชอร์”

เจย์เลิกคิ้วพลางนึกถึงวันก่อนที่เขาเห็นฮัลฟี่ไปเก็บเศษพลังในห้องเขา

“ฮอปกินส์นี่ดูเป็นองค์กรใหญ่จังเลยนะครับ”

อีสม้วนเส้นสปาเกตตีกับส้อมพลางตอบว่า “ก็ได้รับสิทธิประโยชน์หลายอย่างนะ ถ้านายชนะไลต์ก็อดเฟสติวัลก็อาจจะได้รับสิทธิ์เข้าทำงานในฮอปกินส์หน่วยไหนก็ได้ทันทีเลย”

“งั้นพี่อีสก็ได้รับสิทธิ์นั้นด้วยสินะครับ”

อีสพยักหน้า “ใช่ แต่พี่ไม่สนใจหรอก พี่ชอบวิชชอร์มากกว่า ไม่อยากไปทำงานที่อื่น”

เจย์พยักหน้าอย่างเข้าใจ โซอี้เคยบอกว่าร้านวิทาเรียเป็นโรงเรียนสอนเวทมนตร์ที่ดีที่สุดในโลก แต่ก็ไม่ได้รับคนเข้าเรียนง่ายๆ เพราะนักเรียนเดิมแม้เรียนจบแล้วก็ไม่คิดจะออกจากร้าน ดังนั้น หากมีที่ว่างไม่ว่าศาสตร์ใดก็ตาม จะมีคนแย่งชิงกันเป็นจำนวนมาก

“แล้วนี่โซอี้ไปไหน”

 “โซอี้กลับไปสเปลเลียได้สามวันแล้วครับ เห็นว่าต้องไปสืบเรื่องรูปแบบการแข่งขันน่ะ”

พอได้ยินเจย์เล่าอย่างนั้นอีสก็หัวเราะขำใหญ่ “เจย์ได้ผู้ช่วยดีนี่นา แล้วฝึกไปถึงไหนแล้ว”

“ผมกำลังเรียนผสมเวทอยู่ครับ แต่ช่วงนี้มาสเตอร์เกลดายุ่งมาก ผมจะได้คุยจริงจังก็แค่ช่วงเช้าวันศุกร์ซึ่งมาสเตอร์จะมาตรวจการบ้านให้เท่านั้นเอง”

“เหรอ อืม มันก็เป็นแบบนี้ทุกปีนะ ต่อจากเบลเทนก็มาลิธา สองวันแซบบาธเนี่ยเป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้ศาสตร์กัลดราบก แล้วมาสเตอร์เกลดาของเราก็เป็นพ่อมดชั้นสูงด้วย เลยมักจะยุ่งมากหน่อย อ้าว! โซอี้ เพิ่งพูดถึงอยู่เมื่อกี้ว่าหายไปไหน”

เจย์หันไปมองโซอี้ที่เดินตรงเข้ามาด้วยรอยยิ้มกว้าง เธอทักทายคามิโอและเวฟก่อนจะเดินมาที่โต๊ะ พอดีที่เวฟดีดนิ้วให้แก้วอี้เสริมมาปรากฏขึ้นข้างเจย์

“สวัสดีค่ะพี่อีส ทำไมมากินข้าวกับเจย์ได้ล่ะคะ”

“บังเอิญเจอกันจ้า เลยโชคดีไม่ต้องกินข้าวคนเดียวไง แล้วนี่เพิ่งกลับจากสเปลเลียเหรอ”

โซอี้พยักหน้า แล้วยื่นหน้ามาพูดเบาๆ

“ไปสืบข่าวจากคุณตามาน่ะค่ะ ใช้เวลาตั้งนานกว่าจะรู้ว่าแผนงานปีนี้เป็นยังไง”

“โห่ สืบมาได้ก็เก่งแล้วนะ แล้วปีนี้เขาจัดกันยังไงล่ะ”

โซอี้อ้าปากจะเล่าอยู่แล้ว อยู่ๆ มือหนาของใครบางคนก็วางปึกทับลงกลางหัวเธอ เลยหยุดคำพูดเธอไป อีสกับเจย์จึงเงยหน้าขึ้น พบว่าเป็นมาสเตอร์เกลดา

“ทำอย่างนี้ไม่ถูกน้า โซอี้ มันไม่ยุติธรรม”

โซอี้รีบดันมือของมาสเตอร์เกลดาให้พ้นหัวพลางร้องท้วง “คุณเกลดาอ่ะ หนูยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ”

เกลดาหัวเราะในลำคอ พลางหันไปสบตาเจย์ แล้วถามว่า “ถ้ากินอาหารเย็นเสร็จก็ไปพบฉันที่ข้างบนหน่อยนะ”

“ครับ” เจย์รับคำ

“หนูไปด้วยได้ไหมคะ”

เกลดาหันมายิ้ม “ใครจะห้ามผู้ช่วยเบอร์หนึ่งได้ล่ะ จริงไหม”

โซอี้ยิ้มกว้าง ขณะเกลดาหันไปหาอีสแล้วพูดว่า “พรุ่งนี้ช่วยไปติดต่อร็อบให้หาต้นไม้สำหรับทำคบเพลิงศักดิ์สิทธิ์ให้หน่อย ทางสเปลเลียเขาขอความร่วมมือมาน่ะ”

“ได้ค่ะ มาสเตอร์”

“กินอาหารต่อเถอะ” เกลดาเอ่ยอนุญาตแก่ทุกคน แล้วเดินไปหามาสเตอร์มูซอลซึ่งกำลังโชว์การผสมค็อกเทลสีรุ้งให้แก่ลูกค้า พูดคุยกันเล็กน้อยก็เดินออกจากร้านไป

“ปกติคุณเกลดาไม่ค่อยมาร้านเวลานี้หรือเปล่าคะ” โซอี้เอ่ย

“เพราะว่ายุ่งมากนั่นแหละเลยต้องมาผิดเวลา โซอี้สั่งอะไรไปหรือยังล่ะ”

โซอี้มองจานอาหารของเจย์ที่กินใกล้จะหมดแล้วจึงส่ายหน้า

“เดี๋ยวหนูให้พี่เวฟใส่กล่องให้แล้วกันค่ะ เจย์กินเสร็จแล้วจะได้ขึ้นไปหามาสเตอร์เลย นาย กินเร็วๆ สิ”

เจย์พยักหน้าหงึกๆ แล้วเร่งตักอาหารเข้าปากจนหมด จึงเรียกเวฟให้มานำวิทการ์ดของเจย์ไปรูด ก่อนจะเดินออกจากร้าน

“เธอว่า เจย์จะรอดงานนี้ไหม” อีสถามเวฟขณะที่ยกจานของหวานมาเสิร์ฟให้อีส แล้วเก็บจานอาหารที่กินเสร็จแล้วกลับด้วย

“รอดสิ”

อีสเลิกคิ้วเพราะน้อยครั้งที่เวฟจะดูคนผิด

“มั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ”

เวฟยกถาดที่ใส่จานใช้แล้วขึ้น แล้วตอบด้วยน้ำเสียงไร้ความรู้สึกเช่นเดิม

“กัลดราบกเป็นศาสตร์ของความจำ เจย์เป็นคนมีความจำดีมาก”

อีสหัวเราะ “นั่นสินะ”

“อีกอย่าง...” เวฟหยุดพูดแล้วปรายตาไปมองมาสเตอร์มูซอลแวบหนึ่ง แล้วหันมาสบตาอีสพลางพูดต่อ “...บางทีฉันก็รู้สึกว่าเจย์คล้ายมาสเตอร์มากนะ”

“มาสเตอร์มูซอลน่ะเหรอ ไม่จริงมั้ง” อีสท้วงอย่างไม่อยากเชื่อ

เวฟยังสบตาอีสนิ่ง อีสเลยถามย้ำอีกครั้ง

“จริงเหรอ แทนที่จะคล้ายมาสเตอร์เกลดาเนี่ยนะ”

“ไม่ใช่ในแง่ของพลัง อีส แต่เขาให้ความรู้สึกเหมือนมีใครอีกคนอยู่ในตัวเขา มนุษย์ที่เป็นแบบนั้นจะพิเศษกว่าคนอื่น” เวฟอธิบาย แล้วหันหน้าไปยังเคาน์เตอร์เพราะมาสเตอร์มูซอลกดกริ่งเรียกให้ไปรับเครื่องดื่ม

“ไปทำงานต่อเถอะ” อีสบอกเพื่อนเพราะรู้ตัวว่ากำลังรบกวนเวลาทำงานของเพื่อนอยู่ เวฟค้อมศีรษะให้เล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวจากไป

อีสหยิบช้อนมาตักของหวานเข้าปาก พลางนึกถึงสิ่งที่เวฟพูดอย่างครุ่นคิด

“ใครอีกคนที่อยู่ในตัวงั้นเหรอ...”

 

“ขอโทษที่ช่วงนี้ไม่ได้มาสอนนายให้เป็นเรื่องเป็นราวเลยนะ ทุกอย่างวุ่นวายมากจริงๆ คิดว่าหลังจากเฟสติวัลจบลงคงได้สอนอย่างจริงจังกว่านี้” เกลดาเอ่ยขึ้นเมื่อเจย์กับโซอี้ทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามเขา

“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าทำงานในช่วงยุ่งมากพอดีด้วย” เจย์ตอบ

เกลดาเคาะนิ้วกับโต๊ะแล้วนิ่งไป เจย์เองก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ทำให้โซอี้ซึ่งทนกับความเงียบไม่ค่อยได้ต้องหาเรื่องถามไปว่า

“คุณเกลดาจะมาบอกกำหนดการของเฟสติวัลให้เจย์ทราบใช่ไหมคะ”

เกลดายิ้ม “ทำไมถึงคิดว่าเป็นแบบนั้นล่ะ”

โซอี้เหลือบมองเจย์แวบหนึ่ง แล้วหันมาสบตามาสเตอร์

“หนูพูดได้เหรอคะ เดี๋ยวจะหาว่าขี้โกงอีก”

เกลดาผายมือเป็นเชิงอนุญาต

โซอี้ก็เลยหันไปหาเจย์แล้วพูดว่า “เพราะมันเป็นงานใหญ่ที่เพิ่งเวียนกลับมาจัดที่สเปลเลียอีกครั้งในรอบสามสิบปี ครั้งนี้เลยจะจัดใหญ่เป็นพิเศษ มันเป็นงานซึ่งถือว่าเป็นหน้าเป็นตาของสเปลเลียเลยละ เพราะเชื่อกันว่าเฟสติวัลครั้งแรกจัดขึ้นที่เมืองนี้”

เจย์พยักหน้า โซอี้ก็เลยอ้าแขนแล้วต่อว่า “สเปลเลียเป็นเมืองภูเขา พวกเขาบูชาแสงอาทิตย์ บนยอดเขาแต่ละลูกเลยมีแท่นคบเพลิง ปกติก่อนวันเริ่มงานจะมีคนขึ้นไปจุดคบเพลิงบนภูเขาแต่ละลูก ก่อนจะนำไฟนั้นมาเป็นตัวแทนของไฟศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในการแข่งขัน”

“พวกเขาต้องเอาไฟมาจุดคบเพลิงเหมือนอย่างที่ทำกันในงานแข่งขันกีฬาอย่างนั้นเหรอ” เจย์ถามเพราะพอพูดถึงคบเพลิง เขาก็นึกถึงแต่งานแข่งขันกีฬาเท่านั้น

“คล้ายๆ อย่างนั้นแหละ แต่ไฟนี้สำคัญมากนะ เพราะมันคือไฟที่ผู้เข้าร่วมแข่งขันจะต้องคุ้มครองไว้ไม่ให้ดับตลอดเวลาตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนดวงอาทิตย์ตก”

เจย์ฟังไปก็คิดตามไป แล้วโพล่งถามขึ้นว่า “แต่ว่าผู้ใช้ศาสตร์กัลดราบกควบคุมพลัง ไฟ ไม่ได้นี่นา”

“แต่เราควบคุมสิ่งที่ใช้กำบังได้” เกลดาเอ่ยขึ้น

เจย์เลยหันมองมาสเตอร์ ก่อนจะก้มมองไลต์ริงที่อยู่บนข้อมือตัวเอง

พึ่บ!

อยู่ๆ รอบข้อมือของเจย์ก็เกิดไฟลุกพึ่บขึ้นโดยรอบพร้อมกันจนกลายเป็นกำไลไฟ แม้เจย์จะตกใจ แต่ด้วยปฏิกิริยาที่ช้าเป็นทุนเดิม เขาเลยทำเพียงค่อยๆ ยื่นมือออกไปให้ห่างจากโซอี้ พร้อมๆ กับรู้ว่าไฟนี้มันไม่ได้ร้อนอย่างที่ควรจะเป็น

“ทุกปีดวงไฟศักดิ์สิทธิ์จะถูกส่งต่อมายังไลต์ริงของผู้เข้าแข่งขัน แล้วการแข่งขันก็จะเริ่มขึ้นเมื่อแสงแรกมาเยือน แต่ปีนี้การแข่งขันจะแตกต่างออกไปจากทุกปี จริงๆ น่าจะเรียกได้ว่าย้อนอดีตกลับไปสู่การแข่งขันในรูปแบบดั้งเดิมมากกว่า นั่นคือ เริ่มต้นในคืนก่อนหน้าที่ครีษมายันจะเริ่มต้น”

“ก่อนหน้า...เหรอครับ”

“ก็หมายถึง ทันทีที่ดวงอาทิตย์ตกดินในวันก่อนหน้าครีษมายัน โดยแบ่งการแข่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกคือการขึ้นเขาเพื่อไปเอาไฟศักดิ์สิทธิ์ และช่วงที่สองก็เป็นการรักษาดวงไฟนั้นไว้ไม่ให้ดับ คุณตาบอกว่า การแข่งขันแบบดั้งงเดิมนั้น มันอันตรายมาก เขาจึงปรับเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นแบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน”

“แล้วทำไมถึงจะเปลี่ยนไปใช้แบบดั้งเดิมอีกละครับ”

“เพราะรางวัลในปีนี้มันใหญ่กว่าทุกปีน่ะสิ”

เจย์เลิกคิ้ว และเมื่อหันไปมองโซอี้ที่ทำท่าอยากจะพูดสิ่งที่รู้มาแทบแย่ แต่พยายามอดใจไว้ เขาก็ยิ่งสงสัยมากขึ้น

“รางวัลเป็นอะไรเหรอครับ”

ดวงตาของเกลดาเปล่งประกาย และบรรยากาศรอบตัวมาสเตอร์ก็เปลี่ยนเป็นเย็นยะเยียบอย่างประหลาด เจย์ไม่ได้รู้สึกอึดอัด แต่เขารับสัมผัสได้ว่า มันเป็นบรรยากาศที่พลุ่งพล่านและน่าตื่นเต้นมากๆ

“ผู้ชนะเลิศในการแข่งทั้งสองช่วง จะได้รับสิทธิ์เป็นพนักงานของร้านวิทาเรียทีรูม”



[1] หนึ่งในเจ็ดหน้าแคว้นปกครองของประเทศโคมาเลีย ตั้งอยู่จุดเหนือสุดของประเทศ


>>> แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ <<<


Writer : Kalthida

(IG & Twitter : kalthida)


Writer's Talk :

ดูเหมือนงานจะเข้าเจย์จริงๆ นะคะ 555 กัลมัวแต่ทำนู้นทุกนี่เลยเกือบลืมว่าวันนีเรามีนัดกัน ช่วงนี้กัลวุ่นวายมาก ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมวุ่นวายขนาดนี้ อยากให้วันหนึ่งมร 48 ชม. แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นกัลก็คงขอให้มีเวลามากกว่านั้นอีก มีหลายคนบอกว่ากัลบ้างาน ซึ่งก็เหมือนจะจริงค่ะ บ้างานอย่างนี้มาหลายปีแล้ว แก้ไม่หายเสียแล้ว แหะ แหะ 

อ่านให้สนุกค่า


ปล. ตอนนี้หนังสือ Witharia Art Book เอาขึ้นหน้าร้านแล้วค่ะ

>> สั่งซื้อ <<


ปล.อ. ใครต้องการสั่งซื้อ Withchoar Book One : หยดน้ำแห่งกัลดราบก สามารถสั่งซื้อได้ตามลิงค์นี้เลยค่ะ 

>> สั่งซื้อ <<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

4,395 ความคิดเห็น

  1. #303 chocolate_2558 (@cream2558) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 22:49
    รู้มั้ยค่ะกว่าหนูจะหานามปากกาในเด็กดีของพี่เจอใช้เวลาเกือบเดือน ก็พิมพ์หาตั้งนานไม่เจอเพราะ พี่ใช้ชื่อนามปากกาเป็นภาษาอังกฤษ แล้วก็พิมพ์หาชื่อเปลวไฟแห่งเนโครตั้งนาน แต่วันนี้มาลองพิมพ์ว่าwitchoar แล้วเจอดีใจมากกกก อ่านเล่มแรกไปเเล้วสนุกติดมากสะสมให้ครบ6เล่ม รออยู่นะคะสู้ๆๆๆๆ หนูมาบ่นเล่นๆค่ะ555555 ว่างๆค่ะ555555
    #303
    1
    • #303-1 Matsuo Masahiro (@matsuo_masahiro) (จากตอนที่ 35)
      26 ตุลาคม 2560 / 14:44
      5555 ขอบคุณที่ติดตามน้า ขอบใจมากที่พยายามหาด้วย ><
      #303-1
  2. #302 *~g_destiny~* (@g_destiny2) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 09:38
    อ่านเล่ม 2 จบแล้ว
    อยากให้เล่ม 3 หนาๆแบบนี่อีกค่ะ อิๆ
    รักเจย์ แต่บางทีก็อยากเตะเจย์มาก 5555
    #302
    0
  3. #301 ~LufaH~ (@fak_fa) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 07:30
    งานเข้าทุกตอนจริงๆเลย
    #301
    0
  4. วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 22:53
    โดนรัยน้อง!
    #300
    0
  5. #299 Chrysola (@chrysola) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 19:50
    อ้าวววว เจย์สู้ๆ น้า
    #299
    0
  6. #298 Jintita22 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 19:32
    เจย์ต้องชนะเท่านั้นสินะเพื่อรักษาตำแหน่งตัวเองไว้
    #298
    0
  7. #297 oKisSaTen123 (@OoKAWAIoO) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 17:49
    ขอบคุณค่ะ รอจ้าาๆๆๆๆ
    #297
    0
  8. #296 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 17:49
    อ้าว จะมาแย่งงานเจย์เรอะ
    #296
    0
  9. #295 pretty-p (@rod_usawadee) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 17:47
    เจย์ก็ได้เป็นอยู่แล้วนี่คะ 
    #295
    0