Witchoar

ตอนที่ 34 : Book Two : 06 งานเข้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,866
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    20 ต.ค. 60

Witchoar 

Book Two : เปลวไฟแห่งเนโคร



*******************************

  หมายเหตุ : การถอดคำศัพท์ในเนื้อหาจะอิงจากการออกเสียงในภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ โดยเนื้อหาที่โพสต์อาจมีความผิดพลาดทางการสะกดอยู่บ้างเนื่องจากเป็นฉบับดราฟค่ะ


แต่เป็น...กระดูก

“เจย์!” เสียงตะโกนเรียกของใครบางคน ทำให้เจย์ที่นั่งเหม่ออยู่สะดุ้งเฮือก แล้วหันไปมองคนที่ก้าวเข้ามาในห้องของเขาหลังจากไม่ได้เห็นหน้ามาเกือบสัปดาห์

“กลับมาแล้วเหรอโซอี้” เจย์เอ่ยพร้อมกับลุกเดินไปหา

โซอี้เลิกคิ้วมองเขาแล้วถามว่า “นายนอนหลับได้แล้วเหรอ”

เจย์ส่ายหน้า “เปล่านะ”

“เหรอ แต่นายดูหน้าตาสดชื่นขึ้นนะ”

เจย์ยกมือขึ้นแตะหน้า พลางนึกว่า การฝึกชำระล้างอย่างสม่ำเสมอตามคุณวิทบอก มันทำให้เขาสดชื่นจริงๆ นั่นแหละ แม้จะยังนอนไม่หลับเหมือนเดิม แต่ร่างกายเขาก็เคลื่อนไหวได้คล่องขึ้น

“ทำข้อสอบได้ไหม”

โซอี้ยักไหล่พลางก้าวไปทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาแล้วตอบว่า “ไม่เห็นจะยากเลย ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมใครๆ ถึงคิดว่ามันยาก”

เจย์เดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเหยือกน้ำส้มที่เขาคั้นไว้เมื่อคืนออกมาเทใส่แก้วพลางถามว่า “แล้วผลสอบจะประกาศเมื่อไร”

“สิ้นเดือน จริงๆ ฉันสอบเสร็จตั้งแต่สามวันที่แล้วนะ แต่ทางมหาวิทยาลัยโคมาเลียติดต่อให้ไปสอบสำหรับโปรแกรมเรียนทางไปรษณีย์พอดี ฉันก็เลยอยู่ต่อ กว่าจะจัดการทุกอย่างเสร็จก็นานเลย คิดถึงขนมของมาสเตอร์พิคก้าจะตาย”

เสียงพูดที่ดังเจื้อยแจ้วของโซอี้เรียกรอยยิ้มจากเจย์ได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มเดินมายื่นแก้วน้ำส้มให้เพื่อน โซอี้ยื่นมือไปกำลังจะรับ แต่พอสายตามองไปเห็นไลต์ริง เธอก็เปลี่ยนใจเป็นคว้าข้อมือของเจย์แทน

“นี่มันไลต์ริงนี่”

“เบาๆ สิโซอี้ เดี๋ยวน้ำหก” เจย์เตือน แล้วปล่อยมือจากแก้วน้ำส้มให้มันลอยนิ่งอยู่ตรงหน้าหญิงสาว ขณะที่โซอี้ดึงมือเจย์เข้าไปดูใกล้ๆ

“ใช่จริงๆ ฉันจำได้ พวกกัลดี้ที่ฉันรู้จักก็มีมันเหมือนกัน”

“เพื่อนเธอที่ชมรมพ่อมดแม่มดรุ่นเยาว์น่ะเหรอ” เจย์ถาม โซอี้ปล่อยมือเจย์พลางคว้าแก้วน้ำส้มมาจิบ แล้วตอบว่า

“ใช่ ปีที่แล้วนิกกี้ได้รับเลือกให้ไปเรียนเวทมนตร์กับพ่อมดในสเปลเลีย ฉันเลยได้เจอ นายไปได้มายังไง”

เจย์รอให้โซอี้พูดจบ แล้วจึงเริ่มเล่าเรื่องช่วงเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา พอเล่าจบโซอี้ก็เอ่ยขึ้นว่า

“ชีวิตนายนี่น่าสนุกดีนะ”

เจย์ยิ้มแห้ง “พี่ซีราฟก็พูดอย่างนั้น เธอ...รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับไลต์ก็อดเฟสติวัลบ้างไหม”

“มาสเตอร์เกลดายังไม่ได้อธิบายให้นายฟังเหรอ”

เจย์ส่ายหน้า “มาสเตอร์ยุ่งมาก บอกแต่ว่าไม่มีอะไรแค่ทำการบ้านตามที่มาสเตอร์สอนไว้ การแข่งก็ไม่น่ามีปัญหา”

โซอี้พยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วพูดว่า “ไลต์ก็อดเฟสติวัลเป็นกิจกรรมของพ่อมดแม่มดที่ใช้ศาสตร์กัลดราบกให้ความสำคัญมาก พอถึงช่วงเวลานี้ของปีทีไร มาสเตอร์เกลดาก็ไม่ค่อยพูดเล่นเหมือนเดิม อาจจะเพราะเหนื่อย”

“ผมก็ว่าอย่างนั้น แถมนักท่องเที่ยวก็เยอะด้วย หาเวลาคุยเล่นแทบไม่ได้เลย ขนาดช่วงเวลาของมาสเตอร์วีคคนยังเต็ม ผมเลยขออนุญาตมาสเตอร์เมจไปช่วยพี่ธีบีนเต็มเวลา”

โซอี้ยกขาขึ้นมานั่งขัดสมาธิบนโซฟา แล้วส่งเสียงอืออาราวกับครุ่นคิดวางแผนอะไรอยู่ เจย์เลยถามขึ้นว่า

“เธอรู้อะไรหรือเปล่า”

“รู้”

“รู้ว่า?”

“งานนี้ นายสามารถพาคนติดตามไปได้หนึ่งคน ให้ฉันไปนะ”

เจย์มองโซอี้ที่จ้องมองเขาตาใส แล้วร้องครางออกมา “โซอี้...”

โซอี้วางแก้วน้ำส้มลงบนโต๊ะ แล้วยื่นมือจับแขนเจย์เขย่าอย่างปะเหลาะ พลางเอ่ยเสียงอ้อนว่า

“ฉันอยากเห็นการแข่งของพวกพ่อมดนี่นา ไม่เคยมีใครพาฉันไปเลย แต่ครั้งนี้ฉันเป็นผู้ช่วยของนายนะ ไปด้วยได้สบายอยู่แล้ว”

เจย์ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เพราะขณะที่เขายังสงสัยอยู่ ว่าต้องเข้าร่วมการแข่งขันประเภทไหนกัน โซอี้กลับคิดไกลไปกว่านั้นอีกขั้นคือ อยากไปด้วย นี่เขาควรโกรธหรือเอ็นดูความตั้งใจอันแรงกล้าของเพื่อนดีล่ะ

“นะเจย์นะ แล้วฉันจะช่วยนายหาข้อมูล คราวนี้ฉันจะยอมไปก้มหัวให้คนรู้จักเพื่อถามข้อมูลมาให้นายเลยเอ้า ดีใช่ไหมล่ะ”

เจย์ยกมือขึ้นเกาคออย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี “ถ้ามาสเตอร์อนุญาตน่ะนะ”

“เย้! ต้องอนุญาตอยู่แล้ว เอาละ มาเข้าเรื่องกัน นายไม่รู้จักไลต์ก็อดเฟสติวัล แล้วรู้จักวันลิธาหรือเปล่า”

“ครีษมายันใช่ไหมล่ะ วันที่กลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี” เจย์ตอบ

“แล้วก็เป็นวันที่ผลิตผลเริ่มผลิดอกออกผลด้วย เวลาแบบนี้นายนึกถึงอะไร”

เจย์กะพริบตา “ก็พืชผักผลไม้น่ะสิ”

“ใช่ ช่วงนั้นจะมีผลผลิตทางการเกษตรออกมาเยอะมาก และมีการลักขโมยของพวกนั้นมากด้วยเหมือนกัน ดังนั้น ไลต์ก็อดเฟสติวัลก็คือ การทดสอบการคุ้มกันผลผลิตทางการเกษตรนั่นเอง”

เจย์พยักหน้าหงึกๆ

“เท่าที่ฉันรู้ แต่ละปีจะมีการกำหนดโจทย์ไม่เหมือนกัน บางปีก็แค่ป้องกันเฉยๆ แต่บางปีก็มีแย่งชิงกันด้วย...”

“แบบแบ่งเป็นสองทีม ทีมหนึ่งรักษา อีกทีมเป็นขโมยอย่างนี้น่ะเหรอ”

โซอี้พยักหน้า “นิกกี้เล่าว่า มีคนบาดเจ็บเยอะเลย เพราะมีพวกชอบแสดงพลังไง”

พอพูดถึงตรงนี้เจย์ก็นึกถึงกาโก้ที่มาหาเรื่องเขาเมื่อวันก่อน

“โซอี้”

“หือ?”

“รู้จักคนที่ชื่อ กาโก้หรือเปล่า”

ดวงตาของโซอี้เบิกโตขึ้น “นายไปรู้จักกับกาโก้ได้ไง”

“เขามาหาเรื่องที่ร้าน เอ่อ...”

“มาเอาของฟรีใช่ไหม” โซอี้เดาแทรกขึ้น

เจย์พยักหน้า โซอี้เลยชกกำปั้นกับฝ่ามือตัวเองอีกข้าง

“แหมให้ฉันอยู่หน่อยไม่ได้ ผู้ชายอะไรขี้เก๊ก แล้วยังน่าเตะเป็นบ้าเลย คนแบบนี้แม่ฉันยังอยากจะให้ฉันไปดื่มน้ำชาด้วยอีก คิดดูสิ”

“คนนี้เหรอ” เจย์ถามหน้าเหลอ

โซอี้พยักหน้า “แล้วยังมีอีกหลายคนนะ พวกพ่อมดที่สเปลเลียน่ะ หูย น่ายึ๊ยจะตาย แต่ละคนถ้าไม่ใช่พวกชอบกร่าง ขี้เก๊ก ก็เป็นพวกบ้าศักดิ์ศรี ฉันไม่ชอบสักคน”

น่ายึ๊ย คืออะไร ฟังดูเละๆ ยังไงชอบกล เจย์คิดพลางมองโซอี้ทำท่าขนลุกขนพอง ก่อนจะหันมาจ้องเขาตาเป๋งจนเจย์ผงะจึงต้องถามว่า

“อะไรเหรอ”

“ฉันจำได้ละ นิกกี้บอกว่า นายกาโก้นี่แหละที่ชนะไลต์ก็อดเฟสติวัลเมื่อปีที่แล้ว จริงๆ ก็เห็นว่าชนะมาหลายปีแล้วนะ เป็นกัลดี้หน้าใหม่ไฟแรงที่ชนะติดต่อกันมาเก้าครั้งแล้ว ถ้าครบสิบครั้ง เขาว่าจะได้มีสิทธิ์ไม่ต้องเข้าแข่งต่อไปได้”

“งั้นเราให้เขาชนะปีนี้อีกปีดีไหม เขาจะได้ไม่ต้องลงแข่งในปีหน้าไง” เจย์เสนอความคิด

“ไม่ได้!” โซอี้แย้งเสียงสูง

เจย์เลยพยักหน้ารับ เขาก็เห็นด้วยว่าไม่ได้ ทั้งที่เขาเองก็ไม่ได้คิดว่ามันจะสำคัญตรงไหนที่ใครจะเป็นผู้ชนะ เพราะถ้ามันเป็นเพียงงานประจำปีก็น่าจะเป็นเรื่องแข่งกันเล่นสนุกๆ

“ไม่ได้การละ ฉันต้องไปหาข้อมูลเพิ่ม นี่กี่โมงแล้ว อื้อจะเก้าโมงแล้วนี่ นายไม่เข้ากะทำงานกับคุณเมจเหรอ”

เจย์หันไปมองนาฬิกาแล้วลุกขึ้น “ใช่ เดี๋ยวผมไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ”

โซอี้ไม่ได้พยักหน้า เพราะกำลังครุ่นคิดแผนการอะไรสักอย่างซึ่งเจย์คาดว่าใครก็ตามที่ตกอยู่ในแผนการนั้นคงไม่ได้อยู่อย่างสุขสบายแน่ เมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จเจย์ก็นึกได้ว่ายังไม่ได้ถามเรื่องที่เกี่ยวกับรอยสลักเวทมนตร์บนข้อมือเลย พอเปิดประตูออกมาจะถาม โซอี้ก็ไม่อยู่ในห้องรับแขกเสียแล้ว

“เฮ้อ! มาเร็วไปเร็วเหมือนเคย...” เจย์บ่นพึมพำอย่างไม่จริงจัง พลางเดินไปหยิบกุญแจห้อง แล้วเดินออกจากห้องไป แต่พอเปิดประตูออกมาก็พบกับคุณฮัลฟี่ยืนหน้านิ่งอยู่หน้าห้อง

“สวัสดีเจย์”

“เอ่อ...สวัสดีครับ มีอะไรให้ผมช่วยเหรอครับ”

“กำลังจะไปทำงานเหรอ”

“ครับ ตอนเก้าโมง” เจย์ตอบแล้วทั้งสองคนก็เงียบ

ตั้งแต่พบกันครั้งแรกที่เมืองวาลการ์ เจย์ก็ยังไม่มีเวลาได้คุยกับผู้ชายตรงหน้าแบบเป็นส่วนตัวอีกเลย อาจเพราะฮัลฟี่เป็นตำรวจ แม้จะได้ยินมาบ้างว่าเขาก็ทำงานที่นี่ด้วยและมีตำแหน่งเทียบเท่ามาสเตอร์ แต่เจย์ยังไม่เคยเห็นเขาทำงานในมาดแบบนั้น

“ฉันมาตรวจสอบไอพลังของเครื่องบินกระดาษน่ะ ขอเข้าไปในห้องได้ไหม”

เจย์พยักหน้า แล้วเบี่ยงตัวหลบให้ฮัลฟี่เดินเข้าห้องพลางพูดว่า “แต่มันตั้งสัปดาห์กว่าแล้วนะครับ ยังเหลือร่องรอยให้ตรวจสอบ...”

หวืด! ติ๊ก!

ทันที่คุณฮัลฟี่วาดมือ อยู่ๆ เข็มนาฬิกาก็หยุดชะงักค้างไป ห้องที่สว่างไสวด้วยแสงแดดก็มืดลง ราวกับมีใครเอามือไปบังดวงอาทิตย์ไว้ เจย์กะพริบตาเพื่อปรับสายตาให้คุ้นกับความมืด แล้วในจังหวะที่เจย์ปรับสายตาได้ดีแล้วก็เห็นว่าคุณฮัลฟี่ดึงถุงมือข้างที่เขามักใส่อยู่ตลอดออก เผยให้เห็นมือที่เป็นเหมือนโครงกระดูก

แวบ!

แสงสีขาวพุ่งปราดสาดขึ้นมาจากมือโครงกระดูกข้างนั้น ก่อนจะลดลำแสงลงจนคล้ายกับลำแสงที่ส่องจากไฟฉาย ลำแสงนั้นเคลื่อนไปหยุดอยู่ที่โต๊ะอาหารตรงจุดที่เครื่องบินกระดาษเคยทิ้งตัวลง คุณฮัลฟี่ขยับตัวเข้าไปใกล้ แล้วสาดลำแสงไปยังที่ตรงนั้น ประกายสีเขียวเรืองก็ลอยขึ้นจากผิวโต๊ะ แล้วนิ้วกระดูกทั้งห้าก็คว้ามันไว้ แสงสีขาวค่อยห่อหุ้มประกายสีเขียว แล้วในที่สุดแสงทั้งหมดก็ดับไป

พึ่บ!

แสงสว่างของยามเช้าก็กลับคืนมาดังเดิม เข็มนาฬิกาก็เคลื่อนผ่านตัวเลขที่มันหยุดค้างไว้ไป เจย์กะพริบตาครั้งต่อมา เจย์มองไปที่โต๊ะแล้วเหลือบมองฮัลฟี่แวบหนึ่ง ก็พบว่ามือโครงกระดูกของอีกฝ่ายได้สวมถุงมือหนังเรียบร้อยแล้ว

“เอ่อ” เจย์อ้าปากค้าง เขาอยากถามแต่พูดไม่ออกเมื่อฮัลฟี่หันมาสบตา

“ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ”

“ไม่เป็นไรครับ” เจย์ตอบรับโดยอัตโนมัติ แต่ดวงตาของเขายังคงมองไปที่ถุงมือหนังข้างนั้น

ฮัลฟี่หลุบตาลงมองตามสายตาของเจย์ไปนิดหนึ่ง แล้วเหลือบกลับมาสบตาเจย์อีกครั้ง เจย์จึงเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังเสียมารยาทอยู่

“ขอโทษครับ”

“ขอโทษอะไร” ฮัลฟี่ถามอย่างงุนงงหน่อยๆ

เจย์กลืนน้ำลายเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะโกรธที่เขาเอาแต่มองมือกระดูกนั่นตาไม่กะพริบ แต่จะให้โกหกเจย์ก็ไม่อยากทำ ไม่ใช่เกรงใจ แต่มันเหมือนมีพลังบางอย่างลอยวนอยู่รอบตัวเขา ซึ่งส่งสัญญาณเตือนว่า หากเขาพูดโกหกต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ สุดท้ายเจย์ก็เลยตอบไปว่า

“ที่มองมือกระดูกของคุณครับ”

เงียบ...ไม่มีการตอบสนองจากฮัลฟี่ ดวงตาสีดำของฮัลฟี่ก็ดำมืดราวกับท้องฟ้าในคืนที่ไร้ดวงดาว มันน่ากลัวไม่น้อย แต่ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกปลอดภัยได้อย่างประหลาด เจย์ไม่กล้าแม้แต่จะถามว่า เขาพูดอะไรผิดไปรึเปล่า ในที่สุดฮัลฟี่ก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบ

“เมื่อกี้...เห็นมือของฉันด้วยเหรอ”

เจย์พยักหน้าอย่างเชื่องช้า

“เจย์ สก็อต”

“คะ...ครับ”

“ช่วงนี้นายขึ้นทำงานเต็มเวลากับธีบีนใช่ไหม”

“ครับ” เจย์ตอบรับไปทั้งที่ไม่เข้าใจคำถาม ว่ามันเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เขาพูดไปก่อนหน้าอย่างไร

“ดี ไปทำงานเถอะ”

เจย์กะพริบตาสองสามครั้งเพื่อเรียกสติตัวเองกลับ เขาค้อมตัวให้แล้วเดินไปที่ประตู เมื่อก้าวพ้นประตูเจย์ก็หันมามองฮัลฟี่นิ่งอยู่

“มีอะไรงั้นเหรอ” ฮัลฟี่ถาม

เจย์ยิ้มจืด “ผมจะล็อกประตูน่ะครับ”

ความเงียบเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที แล้วฮัลฟี่ก็เหมือนจะเข้าใจสิ่งที่เจย์ต้องการจะสื่อ เขาเลยเดินออกจากห้อง และก้าวลงบันไดไปโดยไม่หันมาอีก

“เราทำอะไรผิดหรือเปล่านะ ตายละ จะเก้าโมงแล้ว เดี๋ยวจะสายนะเรา” เจย์พึมพำกับตัวเอง แล้วเร่งก้าวเดินลงบันไดไปทำงาน

 

“ถ้าผลกำไรในสัปดาห์สุดท้ายของเรายังอยู่ในระดับนี้ เดือนนี้เราจะมีผลกำไรเพิ่มเป็นสามเท่าของเดือนที่แล้วเลยนะ” ฮัลฟี่สรุปผลประกอบการของร้านในช่วงสามสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคมด้วยสีหน้าที่พอใจเป็นอย่างมาก

“นายดูดีใจนะ” วีคซึ่งฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะเปรยขึ้น

มูซอลจึงหันมาสบตาพลางแดกดันว่า “แน่นอน เพราะในช่วงเวลาของนายพอจะสร้างรายได้ให้แก่ร้านได้มากขึ้นไง”

“เหรอ ดีใจด้วยนะ”

วีคตอบรับอย่างไม่ยินดียินร้าย ราวกับไม่ใช่เรื่องของตัวเอง จึงเรียกเสียงหัวเราะจากเกลดาและพิคก้าได้เป็นอย่างดี

“นายก็ลดความเปี๊ยะลงซะบ้างเถอะมูซ ต้นปีมันก็อย่างนี้แหละ วีคจะทำกำไรได้มากก็ต้องตอนเข้าหน้าหนาวนู่น” เกลดารีบไกล่เกลี่ยเมื่อเห็นมูซทำท่าจะระเบิดลง

“ให้มันจริงเถอะ” มูซพึมพำ แล้วทั้งหมดก็เงียบไปเพราะเดียตี้ยกมือขึ้นเพื่อพูดบางอย่าง

“ฮัลฟี่มีเรื่องจะแจ้งน่ะ”

ทุกสายตาพุ่งไปมองหน้าคุณตำรวจที่ยืนพิงอยู่ข้างประตูทางเข้าเรือนกระจก ฮัลฟี่กวาดสายตามองทุกคนแวบหนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า

“ก่อนหน้านี้เมจสั่งให้พวกเราทุกคนสอนเวทมนตร์ให้แก่เจย์”

เกลดาพยักหน้า

“ใช่ หลังจากนั้นฉันก็ขอว่าอยากให้เขาเชี่ยวชาญในศาสตร์กัลดราบกก่อน เลยขอเวลาจากพวกนายจนกว่าจะจบไลต์ก็อดเฟสติวัล”

“ใช่ แต่ฉันไม่คิดว่าเจย์จะรอได้จนถึงเวลานั้นหรอก”

ทุกคนขมวดคิ้ว แต่ยังคงรอให้ฮัลฟี่พูดต่อ

“วันก่อนฉันเข้าไปเก็บเศษพลังของ แมทธิว ฮอปกินส์ ในห้องเจย์”

“แล้ว...” วีคลากเสียงยาวถาม

“เจย์มองเห็นทุกอย่างที่ฉันทำ”

ทุกอย่างหยุดชะงักไป แม้แต่วีคก็ยังผุดลุกจากท่านอนฟุบขึ้นมานั่งมองฮัลฟี่ ฮัลฟี่จึงย้ำอีกครั้งพร้อมกับยกมือข้างที่สวมถุงมือหนังขึ้นและพูดว่า “เขาเห็นทุกอย่าง แน่นอนว่าเห็นมือข้างนี้ด้วย”

“ช่างเป็นเด็กที่สร้างความประหลาดใจได้ตลอดเลยนะ” พิคก้าวิจารณ์แกมขบขัน แล้วยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ

“มันให้ความรู้สึกเหมือนโดนงานเข้าตลอดเวลามากกว่านะ” วีคแย้งพลางลอบถอนหายใจ

ศาสตร์เวทมนตร์แบ่งออกเป็นสองศาสตร์ใหญ่ๆ นั่นคือ เวทมนตร์ขาวกับเวทมนตร์ดำ แต่สีที่ใช้เรียกไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกถึงความดีหรือเลวของแต่ละศาสตร์เวทมนตร์ มันเพียงบ่งบอกถึงจุดมุ่งหมายปลายทางของแต่ละศาสตร์นั้นๆ เวทมนตร์ขาวคือ เวทมนตร์ที่มุ่งเน้นทำความเข้าใจกับธรรมชาติ แต่เวทมนตร์ดำคือ เวทมนตร์ที่ฝึกฝนขึ้นเพียงเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ของผู้ฝึกเป็นหลัก

เวทมนตร์ทั้งสองศาสตร์แบ่งแยกออกไปอีกหลายแขนง แม้ไม่มีข้อจำกัดในการฝึกใช้เวทมนตร์ในแขนงต่างๆ นั้น แต่โดยข้อเท็จจริงก็มีสิ่งที่พึงปฏิบัติอยู่ข้อหนึ่งซึ่งไม่เคยเปลี่ยนเลยตลอดเวลาของปรวัติศาสตร์เวทมนตร์ที่เคยมีมา นั่นก็คือ เมื่อได้เลือกศึกษาศาสตร์เวทมนตร์ดำหรือขาวไปแล้ว จะไม่มีการย้ายข้ามสายไปการศึกษาในศาสตร์เวทมนตร์อีกพวกที่เหลือ ไม่มีข้อห้ามเขียนเป็นตำราไว้ชัดเจน แต่พ่อมดทั้งหลายก็รู้ผลลัพธ์กันดี ว่าผู้ที่ฝ่าฝืนไปทำแบบนั้นมักต้องใช้ชีวิตหลังจากนั้นอย่างทุกข์ทรมานและไร้ซึ่งพลัง

กัลดราบกเป็นศาสตร์เวทมนตร์ดำ หากผู้ที่ฝึกกัลดราบกต้องการศึกษาเวทมนตร์แขนงอื่นก็ควรจะเป็นอัลฮาคิม หรืออะบลามีลิน ไม่ใช่...

“นายกำลังจะบอกว่า เด็กคนนั้นน่าจะใช้ศาสตร์เนโครแมนซี่ได้ใช่ไหม” เดียตี้เอ่ยแทรกขึ้น

ฮัลฟี่ส่ายหน้า “มันตีความหมายได้หลายอย่าง”

“มันก็ความหมายเดียวกันนั่นแหละ” มูซอลแทรกขึ้น

ฮัลฟี่นิ่งไป มูซอลเลยพูดต่อ

“มีแต่คนที่ใช้ศาสตร์เวทมนตร์ขาวด้วยกันและคนที่ตายแล้วเท่านั้นจึงจะยังมีสติสมบูรณ์อยู่ได้เมื่อเข้าไปอยู่ในอาณาเขตพลังของศาสตร์เนโครแมนซี่”

“...แต่เจย์ยังไม่ตาย” เกลดาสรุป พลางหันไปสบตาเดียตี้ แล้วพูดต่อ

“ดูเหมือนนายไม่ตกใจเลยนี่”

เดียตี้ถอนหายใจ “แม้จะพอคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่ถึงกับไม่ตกใจเลยหรอก”

“นายคาดการณ์ไว้แล้วเหรอ” ทิคก้าถาม

เดียตี้ส่ายหน้า “ต้องเรียกว่า ฉันรู้มาบ้างดีกว่า”

“รู้จากใคร” มูซอลถาม

เดียตี้กวาดสายตาไปมองแต่ละคน แล้วตอบว่า “วิท...ฉันถามวิท ว่าเขาเป็นคนสอนเวทมนตร์ให้เจย์งั้นเหรอ แต่เขาปฏิเสธ”

“แล้วใครสอนล่ะ” ฮัลฟี่ถาม

“เจย์เรียนรู้ด้วยตัวเอง”

“จริงหรอ” ทิคก้าถามย้ำเสียงสูงเหมือนไม่อยากเชื่อ

เดียตี้ไม่ยืนยัน เขาทำเพียงสบตาฮัลฟี่นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วถามว่า

“มีวิธีทดสอบไหม ว่าที่เจย์ใช้เป็นศาสตร์เนโครแมนซี่จริงๆ หรือเปล่า”

เจ้าของดวงตาสีดำเหลือบมองวีคในทำนองโยนลูกต่อให้

วีคเลยโวยขึ้นว่า “ฉันไม่ทำงานนอกเวลานะ แค่นี้ก็นอนไม่พอแล้ว”

เกลดาหลุดหัวเราะก๊ากเป็นคนแรก ตามด้วยพิคก้า และทิคก้าก็ส่งสายตาและท่าทางอ่อนใจไปให้ แม้มูซอลจะอยากต่อว่าวีคที่ยึดถือเรื่องส่วนตัวเป็นใหญ่ แต่ก็ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงให้เสียเวลา เขาเลยยกมือปิดหน้าเสียเฉยๆ ฮัลฟี่ก็เลยแย้มยิ้ม

“ไม่หนักหนาหรอกน่า ก็แค่ถ้ามีลูกค้า ฉันอาจขอใช้ช่วงเวลาของนายเปิดร้านต้อนรับลูกค้าหน่อยเท่านั้น”

วีคพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ว่าแต่ ตั้งแต่คราวพ่อแม่ของเจย์ นายก็ไม่รับลูกค้ามาสักพักแล้วนี่ ตอนนี้มีเหรอ”

ฮัลฟี่ส่ายหน้า

“อ้าว แล้วนายจะประเมินเจย์ได้ยังไง” เกลดาถาม

ไม่มีคำตอบจากฮัลฟี่ จนกระทั่งเดียตี้พูดว่า “ไลต์ริง”

ดวงตาของผู้ฟังทุกคนเปล่งประกายวาววับขึ้น แล้วมูซอลก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายว่า

“เฟสติวัลใกล้จะเริ่มขึ้นแล้วสินะ ก็ดี จะได้เห็นอะไรสนุกๆ อย่างที่ไม่ได้เห็นมานานแล้วบ้าง”

“นายพูดอย่างนี้ฉันขนลุกเลยนะ งานนี้เป็นงานสนุกๆ น่า” เกลดาปรามผู้เป็นใหญ่ในปีศาจทั้งปวงไม่ให้เข้ามายุ่งวุ่นวาย

“ถ้านายคิดว่ามันเป็นงานสนุกจริงๆ นายคงไม่สอนการผสมเวทมนตร์ให้แก่เจย์หรอก จริงไหม” มูซอลพูดดักคออย่างรู้ทัน พลางชี้ไปที่แผงกิมอรีสโตนการบ้านของเจย์ซึ่งถูกเคลื่อนย้ายไปเป็นภาพประดับเรือนกระจกอยู่ที่มุมห้อง เกลดาเลยได้อมยิ้มไม่โต้แย้งอีก

“งั้นตามนี้ ฉันจะติดต่อคนจัดงานก็อดเฟสติวัลให้ปรับแผนการแข่งขันหน่อย” เดียตี้สรุปพลางลุกขึ้น ก่อนจะจางหายไป ตามด้วยคนอื่นๆ เหลือเพียงเกลดาที่ทำหน้าที่เก็บกวาด

“ถ้าเจย์ใช้เนโครแมนซี่ได้จริงๆ นายจะว่ายังไง” เกลดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ

“ถ้าเป็นไปได้ฉันไม่อยากให้เขาใช้มันก่อนที่จะรู้ว่า มันควรใช้ยังไง” เสียงของฮัลฟี่ดังตอบมา

เกลดายื่นมือไปแตะชุดน้ำชาทั้งหมดให้มันหายไป แล้วจึงหันมาเผชิญหน้ากับเพื่อน

“นายกลัวว่าเจย์จะต้องผ่านความยากลำบากเหมือนนายงั้นเหรอ”

ฮัลฟี่ยกมือข้างที่สวมถุงมือขึ้น แล้วใช้มืออีกข้างถอดถุงมือออกมา มือที่ควรจะมีเนื้อหนังมังสาอย่างคนทั่วไปกลับมีเพียงโครงกระดูกที่ขยับเขยื้อนได้

เกลดาเพ่งมองมือโครงกระดูกนั้นเช่นกัน เขาไม่สนใจความน่าสยองขวัญของมันที่ว่ามนุษย์ธรรมดากลับมีมือที่เหลือแต่กระดูก แต่เขาเพ่งมองรอยสลักเวทมนตร์สีแดงซึ่งปรากฏให้เห็นอยู่อย่างเจือจางอยู่รอบกระดูกข้อมือ

“ฉันก็แค่อยากรู้...” ดวงตาสีดำของอัฟฟี่ละจากรอยสลักเวทมนตร์มาสบตาเพื่อน แล้วพูดต่อว่า

“...ว่าเจย์เคยอยู่ในใจกลางความลับแบบเดียวกับฉันไหม”


>>> แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ <<<


Writer : Kalthida

(IG & Twitter : kalthida)


Writer's Talk :

เมื่อวานไปแจกลายเซ็นวันแรก มีคนมารับพ่อหนุ่มเจย์ของกัลไปหลายคน ดีใจจริงๆ ที่ทุกคนชอบและยังติดตามกัลนะคะ แม้จะเหนื่อยบ้าง เครียดบ้าง แต่กัลก็ดีใจเสมอที่ยังมีโอกาสได้เล่าเรื่องราวให้ทุกคนฟัง ^^


ปล. ตอนนี้หนังสือ Witharia Art Book เอาขึ้นหน้าร้านแล้วค่ะ

>> สั่งซื้อ <<


ปล.อ. ใครต้องการสั่งซื้อ Withchoar Book One : หยดน้ำแห่งกัลดราบก สามารถสั่งซื้อได้ตามลิงค์นี้เลยค่ะ 

>> สั่งซื้อ <<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

4,332 ความคิดเห็น

  1. #294 Ploy (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 10:09
    พี่กัลคะ เล่ม 3 จะออกเมื่อไหร่คะ

    อยากอ่านต่อมากๆ เลยค่ะ T T
    #294
    0
  2. #291 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 21:10
    ปริศนาเยอะเหลือเกิน เจ้าเจย์
    #291
    0
  3. #290 Yaon (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 20:34
    สนุกมากค่ะ ชอบมาก ติดตามมาตั้งแต่เซวีน่า แล้วค่ะ ขอบคุณที่เขียนนิยายดีๆ มาให้อ่านตลอดค่ะ

    จะติดตามต่อไปค่ะ
    #290
    0
  4. #289 หญิง PaNDeL (@bamberauy) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 15:32
    รอเล่ม3นะคะ สนุกมากๆเลย
    #289
    0
  5. #288 selenna (@weetvxqsj) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 07:39
    อยากได้หนังสือแล้วค่ะพี่กัลล ฮื่อออ สู้ๆนะคะ
    #288
    1
  6. #287 mai146 (@mai146) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 22:57
    จะวางจำหน่ายแบบเข้าร้านตอนไหนเหรอคะ? อยากได้แย้วว
    #287
    0
  7. #285 Aodkringdingdong (@Aodkringdingdong) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 22:49
    ปมมาอีกแย้วววว
    #285
    0
  8. #284 ~LufaH~ (@fak_fa) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 20:46
    สลับซับซ้อนจริงๆเลยค่ะ ปริศนาเพียบเลย
    #284
    0
  9. วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 20:35
    ความลับเยอะมากค่ะ
    #283
    0
  10. #282 DeWhisper (@peechfer) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 19:57
    พึ่งอ่านเล่ม2จบ สนุกมากๆเลยครับ หรอเล่ม3แทบไม่ไหวอยากอ่านต่อแล้วงื้ออ
    #282
    0
  11. #281 chnuttanun (@chnuttanun) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 19:46
    ยิ่งอ่านปมยิ่งเยอะ
    #281
    0
  12. #280 Jintita22 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 19:34
    โอย งงมากค่ะ ท่าทางพ่อหนุ่มเจย์จะใช้ได้ทุกศาสตร์แน่เลย



    คุณกัลคะ ช่วงสัปดาห์หนังสือนี้ book two กับ เดรกเกอร์ภาคพิเศษที่หน้าเว็บไม่ลด 20% แล้วเหรอคะ กำลังจะซื้อน่ะค่ะ แต่รอๆโปรอยู่
    #280
    2
    • #280-1 Matsuo Masahiro (@matsuo_masahiro) (จากตอนที่ 34)
      20 ตุลาคม 2560 / 21:55
      ได้ยินมาว่ามีส่วนลดเท่ากับในงานนะคะ 15% แต่ว่าถ้ารอเดือนเกิดจะได้ลด 30% ค่ะ ^^
      #280-1
    • #280-2 jintita22 (จากตอนที่ 34)
      23 ตุลาคม 2560 / 15:14
      เดือนเกิดเพิ่งผ่านไปค่ะคุณกัล รอวิชชอร์เล่ม 2 ออกเลยยังไม่ได้สั่ง อยากได้แล้วล่ะค่ะ งั้นแวะไปสั่งก่อนนะคะ ขอบคุณคุณกัลมากๆค่ะ ที่เขียนหนังสือสนุกๆให้อ่าน เรื่องนี้สนุกมากๆค่ะ^^
      #280-2
  13. #279 Pepper__myMint (@Pepper__myMint) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 18:36
    เย่ พี่กัลมาแล้ว เจย์ก็มาแล้ว สนุกมากๆเลยค่ะ รอติดตามต่อไปนะคะ
    #279
    0
  14. #278 Be Yah (@xvalya_8) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 17:41
    เจย์ศึกษามาแล้วทั้งสายขาวและดำ หรือเจย์เคยตายมาแล้ว ??
    #278
    0
  15. #277 Ninan (@nan-chalunda) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 16:51
    เล่มสองวางจำหน่ายหรือยังคะพี่กัล ถ้ายังทจะวางจำหน่ายตอนไหนคะ
    #277
    1
    • #277-1 Matsuo Masahiro (@matsuo_masahiro) (จากตอนที่ 34)
      20 ตุลาคม 2560 / 21:55
      วางแล้วจ้า แต่อาจยังไม่เข้าร้าน สามารถซื้อได้จากเวป หรือในงานหนังสือจ้า
      #277-1
  16. #276 Nongsirivimon (@Nongsirivimon) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 14:53
    หูยยยยยยชอบบบบบบมากกกกกค่ะ
    #276
    0
  17. #275 iriss28 (@nut28phat) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 14:26
    ฮื้อออ พ่อหนุ่มน้อยของเราใช้ได้ 6 ศาสตร์เวทย์แน่ๆ
    แต่ๆม่ชอบโซอี้เลย สงสัยจะหวงพ่อหนุ่ม
    #275
    0
  18. #274 Chrysola (@chrysola) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 14:12
    โฮ้ยยยยยย พี่กัลลลลล
    สนุกมากกกกก ตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ เลย ลุ้นนนนนน
    ขอบคุณมากค่า
    #274
    0