Until You จนกระทั่ง...คุณ

ตอนที่ 17 : Chapter 17 หนี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,271
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    6 พ.ย. 59

Until you 

จนกระทั่ง...คุณ

 

หมายเหตุ ตัวละคร พฤติกรรม และเหตุการณ์ต่างๆ ในนิยายเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิง แม้จะมีการอ้างอิงถึงสถานที่ กิจกรรม และประเพณีที่มีอยู่จริง แต่ผู้เขียนมิได้มีเจตนาลบหลู่หรือสร้างความเสียหายให้กับความเชื่อ หรือวิชาชีพใดๆ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ทางผู้เขียนขอน้อมรับทุกคำติชมและขออภัยไว้ ณ ที่นี้



-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-

 

           “กระดิ่ง ตื่น!

กระดิ่งสะดุ้งเฮือก แล้วหันไปมองแสตมป์ซึ่งกำลังเก็บปากกาใส่กระเป๋าดินสอเหมือนเพื่อนหลายคนในห้องเรียนใหญ่ของตึกวิทยาศาสตร์การแพทย์ นิสิตในเสื้อคลุมสีเขียวใบไม้เริ่มลุกขึ้น แล้วเดินออกไป เช่นเดียวกับนิสิตทันตแพทย์ที่ใส่เสื้อคลุมสีม่วงเทา

“แกไม่สบายหรือเปล่าวะ ทำไมนอนได้นอนดี อาจารย์สอนไม่ถึงสิบนาที แกก็หลับแล้ว อย่างนี้จะสอบผ่านได้ยังไง” แสตมป์ถามอย่างหงุดหงิด แม้จะรู้ว่าเพื่อนพูดด้วยความเป็นห่วง และรู้ตัวดีว่าทำไม่ถูก แต่กระดิ่งก็อดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้ที่เพื่อนพูดจี้ใจดำ

แสตมป์เรียนเก่ง แม้จะเป็นเด็กโควตา แต่ก็สอบได้อันดับต้นๆ ของชั้นปี แม้แต่คะแนนสอบที่ใช้ข้อสอบเดียวกับพวกแพทย์ แสตมป์ก็ยังมีคะแนนสูงกว่าเด็กแพทย์หลายคน ดูเหมือนการเรียนจะไม่ใช่ปัญหาหลักของแสตมป์ ผิดกับกระดิ่งที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรทุกอย่างก็ยิ่งดำดิ่ง

“เออ รู้แล้ว” กระดิ่งตอบสั้นๆ

“รู้แล้วก็อย่าหลับสิวะ ฟังอาจารย์บรรยาย มันเข้าใจง่ายกว่าอ่านชีตแกะอยู่แล้ว ฉันไม่อยากเห็นแกสอบตกนะ”

เพราะสนิทกัน นิสัยปากร้ายใจดีของแสตมป์เป็นอย่างไร ทำไมกระดิ่งจะไม่รู้ แต่เวลานี้กระดิ่งไม่อยากฟังคำพูดเสียดแทงใจที่เหมือนตอกย้ำถึงเรื่องเรียนของเธอทุกครั้งที่พูดเลย มันทำให้เธอรู้สึกแย่ แล้วเริ่มจะโกรธเพื่อนผู้หวังดีขึ้นมาจริงๆ

“เออ รู้แล้ว กลางวันนี้ฉันจะไปศูนย์หนังสือจุฬาหน่อยนะ แกกินข้าวก่อนเลย”

ทางออกของการไม่ต้องเผชิญหน้ากับสายตาดุและคำพูดแทงใจดำของสแตมป์คือ แยกตัวเองออกไป ซึ่งก็ทำได้ไม่ยาก เพราะแสตมป์รู้อยู่แล้วว่ากระดิ่งเป็นหนอนหนังสือ แล้วศูนย์หนังสือจุฬาฯ ก็อยู่ห่างจากตึกวิทยาศาสตร์การแพทย์แค่นิดเดียว เวลากระดิ่งอยากหนีเธอก็จะอ้างว่าไปที่นั่นแทน

“โอเค รีบไปรีบมาละ เดี๋ยวจะเข้าแล็บตอนบ่ายไม่ทัน” แสตมป์ยังย้ำเตือนต่อ

“อือๆ” กระดิ่งรับคำไปอย่างนั้น แล้วเดินแยกไปลงอีกบันไดหนึ่ง ซึ่งใกล้กับที่จอดรถหลีดของเธอมากกว่า ตอนนี้กระดิ่งรู้สึกดีใจที่สุดที่เลือกเรียนขับรถ มันทำให้เธอไปไหนมาไหนได้คนเดียว เวลาที่ไม่สบายใจมากๆ กระดิ่งก็จะขับรถเล่นวนรอบมหาวิทยาลัยไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องกังวลกับคนอื่น ที่สำคัญ มันทำให้เธอไม่ต้องทนทำตัวติดกับคนที่คอยเตือนสติเธอ

แสตมป์เป็นห่วง กระดิ่งรู้ แต่ตอนนี้เธออยากหนี หนีไปให้ไกลจากอะไรบางอย่างที่เธอเองก็ไม่อยากยอมรับ

“กระดิ่ง”

คนที่กำลังไล่นิ้วไปตามชั้นหนังสือนิยายซึ่งความจริงก็ไม่ได้มีหนังสือใหม่ให้เลือกซื้อหันไปมองคนเรียก แล้วยิ้ม

“อ้าว ลมก็มาศูนย์หนังสือจุฬาเหรอ”

“อืม เรามายืมหนังสือที่สำนักหอสมุด เลยลงมาดู text[1] เพิ่ม”

กระดิ่งพยักหน้า แล้วหันกลับไปอ่านนิยายตามเดิม ลมเดินผ่านเธอไปตรงชั้นหนังสือวิชาการ กระดิ่งไม่รู้ว่าลมออกจากศูนย์หนังสือตอนไหน แต่กระดิ่งนั้นรีรออยู่ จนใกล้ถึงเวลาเข้าเรียนจึงเดินออกไป ก่อนจะหยุดมองรถหลีดอย่างชั่งใจ การเรียนแล็บในช่วงแรกก็มีการเช็กชื่อและสอบควิซ แต่พอเรียนไปเรื่อยๆ บางครั้งก็ไม่มี และอาจารย์ก็ปล่อยให้นิสิตเรียนรู้ด้วยตัวเอง แวบหนึ่งกระดิ่งนึกอยากขับรถกลับหอ เธอไม่อยากเข้าไปในห้องนั้น

“วันเดียวคงไม่เป็นไรมั้ง” กระดิ่งหาเหตุผลบอกตัวเอง ขณะถอยรถหันหน้าไปทางอุโมงค์ต้นไม้ แม้สมองจะรู้ว่าสิ่งที่จะทำเป็นเรื่องผิด แต่ร่างกายกลับขยับไปตามจิตใต้สำนึกที่สั่งให้หลบหนี และขณะที่บิดคันเร่ง รถก็พุ่งทะยานไปยังตึกคณะเกษตรศาสตร์

ในเสี้ยววินาทีนั้น กระดิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองได้รับการปลดปล่อย แต่ในวินาทีต่อมากระดิ่งก็อยากร้องไห้ เพราะภาพความดีใจของการสอบติดที่นี่มันดูรางเลือนลง พลันบทสนทนาที่เธอคุยกับฟุตอนที่พาเขาไปเลี้ยงข้าวก็แจ่มชัดขึ้นในหัว

 

“ถ้ามันไม่ไหวก็ซิ่วไหม คะแนนของกระดิ่งก็พอจะไปคณะอื่นได้นะ แถมเรียนที่นี่มาเต็มปีก็น่าจะโอนหน่วยกิตได้ด้วย” ฟุแนะนำหลังจากฟังกระดิ่งเล่าถึงความลำบากในการเรียนของเธอ

“แกว่าอย่างนั้นเหรอ แต่เราอยู่ปีสองแล้วนะ”

ฟุมองหน้ากระดิ่ง แล้วถอนหายใจ “ถ้าเป็นไปได้ เราก็ไม่อยากแนะนำอย่างนี้ ตอนก่อนสอบเอนท์ เราเห็นแกอ่านหนังสือแทบตาย แกพยายามมากเลยนะ ทั้งที่คนอื่นบอกว่าแกไม่มีทางสอบติดคณะที่แกฝันได้หรอก แต่แกก็ไม่ยอมแพ้ จนปาฏิหาริย์มีจริง แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่ ในเมื่อแกบอกว่า ไม่ไหว แล้วจะฝืนทำไม”

กระดิ่งพยักหน้ารับอย่างเศร้าสร้อย

“หมามองเครื่องบิน ต่อให้ขึ้นมาบนเครื่องบินก็ยังเป็นหมาอยู่ดีเนอะ”

ฟุมองคนพูดนิ่ง แล้วแย้งว่า

“แต่หมาที่ขึ้นเครื่องบินได้ ก็ต้องไม่ใช่หมาธรรมดานะ”

กระดิ่งเงยหน้าสบตาเพื่อน แล้วถามว่า

“เราจะเสียใจไหม ถ้าเราออกจากคณะนี้”

ฟุส่ายหน้า “ไม่รู้สิ ตั้งแต่แกบอกเราว่า อยากเป็นหมอฟัน เราก็ไม่เคยเห็นภาพแกทำอาชีพอื่นเลย”

 

เอี๊ยด!

กระดิ่งเบรกและจอดในลานจอดรถหน้าหอ ก้าวขาลงเหยียบพื้นเอาขาหยั่งลง แล้วฟุบหน้ากับแฮนด์รถ ไม่มีใครรู้ดีเท่าตัวกระดิ่ง ว่าอยากเป็นทันตแพทย์แค่ไหน ดังนั้นสิ่งที่ยากที่สุดที่จะออกจากคณะนี้ไม่ใช่เธอเรียนไม่ได้ แต่เป็นการยอมรับว่า ตัวเธอไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะผ่านด่านวิชาชีพนี้ไปได้ เธอมันไม่ได้เรื่อง

กระดิ่งดันตัวเองขึ้น ยกมือปาดน้ำตาพลางขยับตัวออกจากรถ แต่เมื่อเธอหมุนตัวตั้งท่าจะเดินขึ้นหอพักก็ต้องชะงัก เพราะคนที่เธอไม่คิดว่าเขาจะอยู่ตรงนี้ ยืนมองเธออยู่

“ลม” กระดิ่งเรียกอีกฝ่าย

ลมก้าวมาเข้าใกล้ พลางถอนหายใจยาว “มีเรื่องจะบอกเราไหม”

กระดิ่งเบือนหน้าไปมองทางอื่นอย่างกลั้นใจ ก่อนจะปรับสีหน้า แล้วหันมาส่งยิ้มให้ลม “ไม่มีอะไรหรอก เราลืมของน่ะ เดี๋ยวเราไปเอาของก่อนนะ”

กระดิ่งเดินผ่านลม แล้วเร่งฝีเท้าขึ้นบันไดไป

“ไม่ใช่แค่เรานะที่ห่วงแกน่ะ” ลมพูดขณะเดินตามไปติดๆ

กระดิ่งหันมามองเพื่อน เมื่อลมเดินมาดึงประตูไว้ เพื่อไม่ให้กระดิ่งผลักเข้าไปในโซนของหอพักหญิงได้ แล้วพูดว่า

“ถ้าแกไม่ไหว แกก็บอกสิ แกไม่พูด แล้วใครจะช่วยแกได้ล่ะ”

ดวงตาของกระดิ่งร้อนผ่าวขึ้น แต่เจ้าตัวก็ยังเม้มปากแน่น ลมจึงพูดต่อ

“วันก่อนเราเจอพี่จี๊ดที่ตึกคณะ พี่จี๊ดก็รู้ว่าแกกำลังแย่ พี่เขายังฝากให้เราดูแกด้วย มีแต่คนห่วงแกนะ”

น้ำตาหยดแรกหยดแหมะลงมา กระดิ่งปล่อยมือจากที่จับประตูมาปาดน้ำตาออก ลมเองก็ลดมือจากที่จับ แล้วขยับออกห่างเพื่อไม่เป็นการกดดัน

“ถ้าไม่ไหวก็พูดดิวะ”

“ใช่ว่าเราไม่อยากพูดนี่” กระดิ่งโพล่งออกมา แล้วเบือนหน้าหนี แต่แทนที่ลมจะโกรธ ชายหนุ่มกลับแย้มยิ้มมากขึ้น

“งั้นพูดมาสิ”

กระดิ่งกำมือที่กำลังสั่นอย่างไม่ทราบสาเหตุแน่น แต่ก็ไม่ยอมพูด ลมก็เลยพูดแทน

“กลัวสอบตกเหรอ”

กระดิ่งสูดหายใจเข้าลึก

“...หรือว่ากลัวถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”

คำพูดแทงใจดำ ทำให้น้ำตาที่กลั้นไว้ร่วงพรูเป็นสาย กระดิ่งยกมือปิดปากเพื่อกลั้นเสียงไว้ แต่ยิ่งทำอย่างนั้น เสียงสะอื้นก็ยิ่งดังขึ้น จนทำให้คนพูดต้องยกมือลูบไหล่คนร้องไห้เบาๆ

“ไม่เป็นไรหรอกแก เราผ่านไปได้น่า”

พอได้ร้องไห้ กระดิ่งก็หยุดร้องไม่ได้ ดีที่ช่วงกลางวันไม่ค่อยมีคนอยู่หอ เลยไม่มีใครลงมาเห็นคนร้องไห้ขี้มูกโป่ง แต่ลมก็ไม่อยากให้กระดิ่งยืนร้องไห้อยู่ตรงนี้ ชายหนุ่มจึงจูงมือคนขี้แยลงบันไดไปที่รถของเขา ให้กระดิ่งเข้าไปนั่งตรงที่เบาะข้างคนขับ แล้วเขาก็เดินอ้อมไปขึ้นรถและขับออกไป

จุดหมายปลายทางไม่ใช่ห้องเรียน แต่ขับออกไปนอกมหาวิทยาลัยแล้วตรงเข้าเมือง และกว่ากระดิ่งจะรู้ตัว ลมก็แล่นรถเข้ามาจอดในลานจอดรถของวัดใหญ่แล้ว หญิงสาวดึงทิชชูที่หน้ารถของชายหนุ่มมาเช็ดหน้าเช็ดตา พลางมองไปรอบลานจอดรถซึ่งแทบไม่มีรถจอดอย่างงงงวย

“ลงกันเถอะ ไปไหว้หลวงพ่อใหญ่กัน” ลมบอก พลางเปิดประตูลงจากรถ

กระดิ่งนั่งนิ่งอยู่ไม่ถึงอึดใจก็เปิดประตูตามลงไป แล้วเดินตามชายหนุ่มไปตามเส้นทางลัดผ่านหน้าโบสถ์ ซึ่งประดิษฐานอยู่ด้วยพระพุทธชินสีห์ ทั้งที่บอกว่าจะไปไหว้หลวงพ่อใหญ่ แต่ลมกลับเดินตรงไปถอดรองเท้า แล้วเดินเข้าโบสถ์นี้ กระดิ่งก็เลยถอดรองเท้า แล้วเดินตาม

ทั้งคู่คุกเข่าก้มกราบพระพุทธรูปปางมารวิชัย ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่อยู่คู่เมืองสองแควมาช้านาน แล้วจึงเปลี่ยนเป็นนั่งพับเพียบ ความเย็นจากพัดลม ทำให้แดดร้อนภายนอกโบสถ์เหมือนอยู่กันคนละโลก ความเงียบทำให้กระดิ่งจิตใจสงบลง ดวงตาที่ร้อนผ่าวแห้งผาก จนอยากจะเอาน้ำมาล้างตา แต่หญิงสาวก็ไม่นึกอยากขยับตัวไปไหน

“รู้ไหม ทำไมเราเข้าทันตะ” อยู่ๆ ลมก็พูดขึ้น

“เพราะก้อยเหรอ”

มุมปากของลมยกขึ้น หลังจากปลายภาคเรียนที่สองที่ลมกับก้อยเลิกกัน กระดิ่งก็ไม่เห็นก้อยอีกเลย ข่าวลือว่าก้อยเริ่มคบกับเด็กภาคพิเศษ[2]คนหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกของผู้มีอิทธิพลของพิษณุโลก และดูเหมือนผู้ชายคนนั้นจะคุมดาวมหาวิทยาลัยแจ จนเป็นที่เลื่องลือ

“นั่นก็ส่วนหนึ่ง มีแต่คนพูดว่าคนเรียนเก่งต้องเรียนหมอ แต่เราไม่อยากอยู่เวร เราเลยเลือกทันตแพทย์ พูดง่ายๆ ก็คือ เราไม่ได้มีความฝันเป็นพิเศษ ที่เลือกคณะนี้ก็เพราะทุกคนบอกว่า คนเก่งต้องติดคณะนี้ มันก็เท่านั้น”

กระดิ่งก้มหน้ามองมือตัวเองอย่างหดหู่ใจ

“เราถึงได้อิจฉากระดิ่งนิดหน่อย เวลาที่กระดิ่งเล่าว่า ต้องพยายามขนาดไหนถึงเข้าคณะนี้ได้”

กระดิ่งเงยหน้าขึ้นสบตาเพื่อน

“กระดิ่งใช้เวลาตั้งแต่ ม. ต้น จนจบ ม. ปลาย พยายามอย่างสุดความสามารถในทุกวัน เพื่อให้เข้าใกล้ความฝันของตัวเอง พยายามทั้งที่ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า เมื่อเทียบกับเราแล้ว เราดูตัวเล็กไปเลย”

“ไม่ใช่หรอก เราก็แค่...ดันทุรัง จริงๆ แล้ว เราน่าจะรู้ตัวตั้งแต่แรก ว่าเราไม่เหมาะกับคณะนี้”

ลมพยักหน้า “ก็คงจริง บางครั้งการที่เราคว้าสิ่งที่เราอยากได้ที่สุดมาไว้ในมือ ก็ไม่ได้ความว่าเราจะมีความสุขที่ได้อยู่กับสิ่งนั้นก็ได้”

สีหน้าที่ก้ำกึ่งระหว่างความเหงากับความเจ็บปวดของลม ทำให้กระดิ่งอดคิดไม่ได้ ว่าคำพูดนี้ลมน่าจะพูดถึงก้อยมากกว่า ไม่ใช่เธอ กระดิ่งจึงได้แต่นิ่งเงียบ

“แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ความว่า เราต้องเขวี้ยงของชิ้นนั้นทิ้งไปทันทีที่รู้ว่า มันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการนี่นา”

“แกต้องการจะพูดอะไรกันแน่” กระดิ่งถาม

ลมมองสบลึกเข้าไปในดวงตาของกระดิ่งนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วจึงถามว่า

“แกเลือกคณะนี้ด้วยมือของแกเองหรือเปล่า”

กระดิ่งพยักหน้า

“ที่แกเสียใจอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่เพราะแกได้คะแนนไม่ดี แต่เพราะแกรู้แน่แก่ใจ ว่าแกไม่เหมาะกับทันตะ และอาจจะไม่มีวันเหมาะไปตลอดชีวิต”

กระดิ่งก้มมองมือนิ่ง ดวงตาที่แห้งผากของเธอร้อนผ่าวขึ้นอีกครั้ง

“เพราะแกรักในวิชาชีพนี้ แต่วิชาชีพนี้ไม่ได้รักแก แล้วแกก็ไม่อยากยอมรับความจริง แกถึงตั้งใจจะหนี แต่ว่ากระดิ่ง คนเราน่ะ มันหนีคนที่เรารักได้เหรอวะ”

ติ๊ง!

น้ำตาที่เอ่อล้นหยดลงกระทบมือที่กำกันแน่น

“ถ้ารักจริง ทำไมไม่ลองสู้จนสุดใจอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ตัวเองกับมันละ”

กระดิ่งเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนทั้งน้ำตา ลมไม่ได้ขยับเข้ามาเช็ดน้ำตา หรือว่าส่งผ้าเช็ดหน้าให้ ชายหนุ่มทำแค่มองตรงมาที่เธอด้วยสายตาที่แสดงออกอย่างชัดเจนถึงความเป็นห่วง

“เราอาจจะตกรุ่นก็ได้ เราอายที่ต้องไปเรียนกับรุ่นน้อง”

มุมปากของลมระบายยิ้มออกมา “แต่ตอนนี้แกยังไม่ตกนี่ แล้วแกก็ไม่ได้อยู่คนเดียว พวกเราจะช่วยกัน จะไม่ยอมให้แกหรือใครในชั้นปีเราตกรุ่นแน่”

กระดิ่งอยากยิ้มรับคำประกาศนั้น แต่ยิ้มไม่ออก หญิงสาวก้มหน้าลง แล้วปล่อยให้น้ำตาไหลรินต่อไป จนหยุดร้องไห้ไปเองในอีกหลายนาทีต่อมา ลมนั่งนิ่งมองเธออย่างอดทน กระทั่งหญิงสาวป้ายน้ำตาบนใบหน้าแห้งหมด ลมจึงลุกขึ้นยืน แล้วยื่นมือไปหากระดิ่ง หญิงสาวจับมือเพื่อน แล้วผุดลุกขึ้น

“ไปเสี่ยงเซียมซีหลวงพ่อใหญ่กัน”

“จะให้ถามว่า เราจะตกรุ่นหรือเปล่าเหรอ”

ลมพยักหน้า “เอาสิ ถ้าออกเป็นใบดี แสดงว่าแกไม่ตก ถ้าออกเป็นใบไม่ดี ก็ให้หลวงพ่อบอกวิธีแก้ให้ด้วย”

“โหย ขออย่างนี้ มันเล่นได้ทั้งขึ้นทั้งล่องนี่”

ลมหัวเราะ พลางสวมรองเท้าอย่างเก้ๆ กังๆ กระดิ่งมองดูคนที่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ขาน่าจะเหน็บชากิน เพราะนั่งพับเพียบนานอย่างนึกซึ้งใจเพื่อน

“ขอบใจนะ” กระดิ่งพูดเสียงเบา

ลมหันมามอง แล้วยิ้มกว้าง “เราก็แค่อยากรับปริญญาพร้อมแก ถ้าแกไม่จบ ใครจะนั่งถัดจากเราละ”

“ไอ้บ้า” กระดิ่งเอ่ย พร้อมยกมือทุบแขนเพื่อนเบาๆ พลางเดินไปตามเส้นทางเข้าสู่โบสถ์ของสมเด็จพระพุทธชินราช

 

ข้อดีของการหนีคือ เราได้รู้ว่าเรารักสิ่งที่เราจากมาแค่ไหน และหากเราจะเดินกลับไป เราต้องเตรียมใจอย่างไร กระดิ่งไม่ได้ต้องการสอบได้ที่หนึ่ง หรือเป็นคนที่ได้คะแนนดี สิ่งที่เตรียมใจไปคือ ความตั้งใจที่จะฝ่าด่านทุกด่านเพื่อที่จะเดินร่วมทางไปกับเพื่อนร่วมรุ่นให้ได้ไกลที่สุด ซึ่งแน่นอนว่า หากเธอพยายามจนสุดความสามารถแล้ว มันจะจบลงด้วยการที่เธอต้องตกรุ่น เธอก็พร้อมที่จะเดินต่อไปในเส้นทางเดิม แม้มันจะต้องใช้เวลานานกว่าคนอื่นก็ตาม

“เฮ้อ! สอบเสร็จก็ได้นอนหลับเต็มตาสักที” แสตมป์เอ่ย พลางบิดคอไปมาอย่างปวดเมื่อยจากความเครียดสะสม

“นั่นสิ ฉันไม่ได้นอนมาสามคืนแล้ว” กระดิ่งตอบ พลางเดินลากขาอย่างอ่อนล้า แค่จะก้าวขาเดินยังแทบไม่มีแรงเลย

“วันนี้ไปกินข้าวต้มหน้ามอกันไหม” ชัยที่เดินตามมาข้างหลังถามสองสาว

กระดิ่งหันไปพยักหน้า “เอาสิ กินของหนักๆ ตอนนี้ มีหวังอ้วกแน่”

“ดีเหมือนกัน ต้องการอะไรอุ่นๆ...ธี ไปกินข้าวต้มกัน” แสตมป์ตอบ พลางร้องเรียกเพื่อนที่เพิ่งเดินออกจากห้องสอบ

ธีหันมาส่งยิ้มให้ ทั้งที่ในมือถือโทรศัพท์ที่กำลังสั่น แล้วตอบว่า “ไม่ละ เรามีนัด ไปก่อนนะ”

พูดจบ ธีก็ออกวิ่งผ่านหน้ากรกับลมซึ่งเดินออกจากห้องสอบที่อีกประตูหนึ่ง โดยไม่หันมองเพื่อนเลย สองหนุ่มมองตามหลังเพื่อนไป แล้วกรก็หันมามองหน้าเพื่อนทั้งสามคน ก่อนจะพูดว่า

“พวกแกนัดเลี้ยงน้องรหัสกันยัง ไปเลี้ยงพร้อมกันมะ”

“เราไม่มีน้องรหัสตรงอะ แต่กวางมี ต้องถามกวางก่อน” กระดิ่งตอบ เพราะรุ่นน้องปีนี้มีจำนวนน้อยกว่ารุ่นกระดิ่งเลยทำให้มีน้องรหัสหลุดมาไม่ถึงรหัสของเธอ เช่นเดียวกับลมที่ไม่มีน้องรหัสเหมือนกัน

“ไอ้กวาง เลี้ยงน้องรหัสพร้อมเราไหม” กรตะโกนถามไปทันที

“เออ ก็ได้ ที่ไหน” กวางตอบ

“พรุ่งนี้ ร้านหมูกระทะหลังมอ สักหกโมงเย็นมะ”

กวางพยักหน้า “โอเค เดี๋ยวเรานัดน้องเรา กระดิ่งมาด้วยนะ อย่างน้อยก็เป็นพี่เทค”

“จะหาคนหารก็บอก” กระดิ่งแซวเพื่อนอย่างรู้ทัน กวางเลยหัวเราะร่วน ขณะที่มาลีที่ได้ยินกรกับกวางนัดกันก็เลยถามกลับว่า

“เราจะไปพร้อมสายนี้เลยไหมลม เราจะได้นัดน้อง”

ลมเห็นดีด้วยก็เลยพยักหน้า “ได้ หลายๆ คนสนุกดี”

“โอเค แล้วเจอกันพรุ่งนี้”

“บาย”

ทั้งหมดแยกย้ายกันไปยังรถของตัวเองเพื่อไปยังร้านข้าวต้มตามที่นัด เมื่อกินเสร็จก็แยกย้ายกลับหอพัก หลังจากตรากตรำกับการสอบ พวกเราจะได้พักหลังสอบเพราะเป็นวันหยุดยาวสี่วัน แล้วกลับมาเริ่มเรียนหฤโหดอีกครั้ง แต่เพราะเหนื่อยเกินไป และอยากนอนพักนิ่งๆ โดยไม่ต้องทำอะไร กระดิ่งเลยไม่ได้วางแผนกลับบ้านที่กรุงเทพฯ

แวะร้านการ์ตูนเช่าการ์ตูนอ่านดีกว่า กระดิ่งคิดพลางเตรียมหักเลี้ยวรถหลีดเพื่อเข้าจอดฝั่งตรงข้าม แต่ก็ติดที่มองกระจกข้างแล้วเห็นรถเก๋งยี่ห้อดังไม่ยอมชะลอรถ เธอเลยต้องเลี้ยงแฮนด์รอให้รถคันนั้นขับผ่านไปก่อน ซึ่งขณะที่รถคันนั้นขับผ่านเธอไป หางตาของเธอก็เหลือบไปเห็นว่า มีใครบางคนที่เธอรู้จักนั่งอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับ

“ธี? หรือเปล่านะ”

          กระดิ่งพึมพำขณะจอดรถก่อนจะลืมสิ่งที่สงสัยไปเมื่อเท้าก้าวเข้าสู่โลกที่เธอหลงใหล


[1] เป็นคำย่อที่นิสิตแพทย์ ทันตแพทย์ ใช้เรียก ตำราเรียนภาษาอังกฤษ มาจากคำว่า Text book

[2] นิสิตที่เรียนในช่วงเวลา 17.00 21.00 น. ในวันจันทร์ถึงศุกร์ และเรียนเวลา 8.00 17.00 น. ในวันเสาร์อาทิตย์ ซึ่งในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยนเรศวรไม่มีหลักสูตรนี้แล้ว


>>> แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ <<<


Writer : Kalthida

(IG & Twitter : kalthida)

Writer Assistant : Veerandah

(IG & Twitter : veerandah)


Dent Talk :

พี่ลมของเราเป็นพระเอ๊ก พระเอกใช่ไหมคะ แต่ก็เป็นคนตรงไปตรงมาระดับหนึ่งเลย. กัลว่าคำถามของลมคงโดนใจหลายๆ คน หรือแม้แต่หากไม่มีใครพูดคำถามนี้กับเรา เราก็อาจถามตัวเราเองก็ได้ค่ะ มันช่วยได้เยอะเลยเวลาเราสับสน 

สำหรับวัดใหญ่ แม้ไม่ได้ไปมานาน แต่พอกลับไปอีกรอบ กัลก็ยังรู้สึกเหมือนเป็น วัดใกล้บ้านอยู่ดี เพราะตอนเรียนไปบ่อยมากๆ ค่ะ แล้วเวลาไป ถ้าอยากรู้สึกสงบ นั่งมองพระท่านก็จะเลือกไปโบสถ์ของพระพุทธชินสีห์ เพราะจะคนไม่ค่อยพลุกพล่าน อยากจะตั้งสมาธิ คิดทบทวนอะไรก็สะดวกกว่า เด็กมน. คนไหนจะทำบ้างก็ไม่ว่าค่ะ

ส่วนเซียมซีวัดใหญ่ โดยส่วนตัว กัลว่าแม่นนะคะ ดูจากตลอดหกปี ก็เสี่ยงเซียมซีตลอด 55555 จริงจนน่ากลัวเลยทีเดียว แต่อาจต้องถามคำถามที่จำเพาะหน่อย ตั้งจิตให้มั่น ก่อนเปิดเทอม พอถึงพิษณุโลกก็ต้องไปไหว้พระก่อน เลยเสี่ยงเซียมซีถามถึงชีวิตในเทอมนั้นๆ ปีหนึ่งไม่ค่อยเท่าไรค่ะ แต่ปีสองถึงปีห้านี่ไม่เคยออกใบดีเลย มีแต่บอกให้ทำให้ความดีแล้วจะมีคนช่วยเรา มุ่งมั่น (อันนี้ความเชื่อส่วนตัวนะคะ) กัลก็ทำตามนะคะ แล้วก็รอด 5555

ตอนนี้หลายๆ คนก็ลุ้นโมเมนต์ลมกระดิ่งกัน ยังค่ะ ยังก่อน ความสัมพันธ์ของคนคู่นี้จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่พอรู้ตัว พี่ลมของเราก็ใช่ย่อยนะคะ^^

ปล. สำหรับ รุ่นพี่ รุ่นเพื่อน รุ่นน้อง ของกัลที่ผ่านเข้ามาอ่าน กัลอยากให้มองว่า นี่เป็นบันทึกความทรงจำที่ใส่สีตีไข่ของกัลฝ่ายเดียว ตามประสาคนฟุ้งซ่านมากกว่า กัลไม่ได้มีเจตนาไม่ดี อย่างไรนี่ก็คือ นิยายเพื่อความบันเทิง อ่านเอาเล่นๆ สนุกๆ พอให้คิดถึงกันนะคะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

1,624 ความคิดเห็น

  1. #1597 Nanagita (@Nanagita) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 11:31
    ร้องไห้เลยค่ะตอนลมพูด"กลัวถูกทิ้งไว้ข้างหลังหรอ" คือมันเป็นความรู้สึกนี้จริงๆ ทั้งกลัวทั้งกดดัน จนมันแย่ไปหมด
    #1597
    0
  2. #1440 pookpack (@pookpack) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:41
    ชอบมากเลยค่ะ ได้อะไรดีๆ หลายอย่างจากการอ่านนิยายเรื่องนี้มาก
    #1440
    0
  3. #460 Winter_galaxy (@wintergalaxy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 18:07
    ขอบคุณไรต์เตอร์ที่เขียนนิยายดีๆแบบนี้ ตอนแรกเห็นผ่านตาก็บอกกับตัวเองว่าเดี๋ยวค่อยมาอ่านละกัน พอเห็นนิยายเรื่องนี้อีกครั้งเลยลองเปิดอ่านซึ่งมันดีมากๆ โดยเฉพาะตอนนี้รู้สึกตัวเองมีแรงฮึดสู้
    #460
    0
  4. #246 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 18:37
    ตอนแรกว่าจะรออ่านจนถึงตอนล่าสุดค่อยเม้นทีเดียว แต่เจอตอนนี้เข้าไป ร้องไห้เลยค่ะ มันเป็นค.รู้สึกของหนูตอนนี้เลย รู้สึกเหมือนกระดิ่งเลย คณะที่เรียนอาจจะไม่ได้ยากเท่าของกระดิ่งหรือไม่ได้ต้องมานั่งตรากตรำอ่านดึกดื่นเหมือนคณะอื่น แต่ว่า ในความรู้สึกเรามันไม่โอเคจริงๆ ทั้งที่ตอนแรกคิดว่า เรียนไหว เรียนได้ แต่ยิ่งเรียนยิ่งท้อมาก เจอตอนนี้เข้าไปแบบ... มันใช่มากๆ ฮือออออออ ขอบคุณที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ค่ะ มันให้ข้อคิดหนูได้เยอะจริงๆ
    #246
    2
    • #246-2 มิ้น (จากตอนที่ 17)
      23 พฤศจิกายน 2559 / 17:19
      เป็นเหมือนกันเลยค่ะ เราพยายามมากกับการเรียน การอ่านหนังสือ ผลที่ได้แย่มากๆ แย่จนคิดว่าเราไม่เหมาะสมกับการเป็นเด็กทุนเลย ทั้งความกดดันจากตัวเอง จากเพื่อน จากการเรียน จากวิจัย ทุกอย่างมันพาลทำให้ท้อ ทำให้เรียนไม่รู้เรื่องไปหมดเลย อยากหลุดพ้น ไม่อยากเป็นแบบนี้
      #246-2
  5. #143 Mimmy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 00:16
    โคตรเข้าใจกระดิ่งแต่ผ่านมาหลายปีแล้วจบมาได้ไงไม่รู้
    #143
    0
  6. #142 Phen Laphaslada (@rabbitphen) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 00:08
    อ่านรวดเดียว. 17. ตอนเลยค่ะ
    มีทั้งยิ้ม มีทั้งหัวเราะ แอบๆ อมยิ้มก็มีนะ. เสียน้ำตาก็มีนะเออ. และยิ้มทั้งน้ำตาด้วย
    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่อยากจะบอกคือ. "อิจฉา" ค่ะ เพราะเราไม่มีโอกาสได้เรียนมหาลัย ไม่มีโอกาเอนฯ
    แต่ความทรงจำระหว่างเพื่อนระหว่างเรียน. ปวส.ก็พอมีบ้าง. เพราะตอนนั้นเรียนภาคค่ำ ต่างคนต่างเรียน
    ต่างคนต่างทำงาน. ไม่มีเวลาสนทนาพาทีเฮโลไปเที่ยว. ถึงจะไม่มีสังคมของเด็กมหาลัย. แต่ก็ได้ประสบการณืไปอีกแบบ

    ขอบคุณค่ะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2559 / 00:12
    #142
    0
  7. #141 Be Yah (@xvalya_8) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 22:53
    ธีนี่อะไร ยังไง หย่อนปมแล้วหนีไปเฉยเลย
    #141
    0
  8. วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 19:39
    อ่านแล้วถึงกับต้องกลับไปอ่านหนังสือเลย
    ชีวิตนศโดยแท้
    #140
    0
  9. #139 Nikkynik (@narissara-nik) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 18:18
    โมเมนต์เดี๋ยวกันค่ะ กลัวไม่ผ่านกลัวตกรุ่น แต่ของหนูเรียนแพทย์TT
    #139
    0
  10. #137 ใใจใณใใซใญใผ (@withun94x) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 17:05
    ขอบคุณลมมากๆ ที่ช่วยกระดิ่งไว้ได้ แต่ทำไมเรา #ทีมฟุ ล่ะคะ555 แถมหย่อนปมของธีไว้ด้วย ฮืมมมม
    #137
    0
  11. #136 Milkcake (@meuw) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 15:52
    ร้องไห้ โคตรเข้าใจเลยกระดิ่ง
    #136
    0
  12. #135 มะลิซ้อน (@achjaya) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 15:46
    ร้องไห้เลย สงสารกระดิ่งมากๆ
    #135
    0
  13. #133 littlestar crazy (@sky37) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 14:24
    อ่านแล้วร้องไห้เลยค่ะ คิดถึงตัวเอง ตอนนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะต้องไปทางไหนดี ได้แต่ทำไปเรื่อยๆไม่มีจุดมุ่งหมาย
    #133
    2
    • #133-1 Matsuo Masahiro (@matsuo_masahiro) (จากตอนที่ 17)
      6 พฤศจิกายน 2559 / 14:32
      ตอนพี่เป็นแบบนั้น ถ้าคิดอะไรไม่ออกก็ทำสิ่งตรงหน้าให้เต็มที่ที่สุดค่ะ เพราะทันอาจจะดีกว่าการหนี แล้วยืดช่วงเวลาแห่งปัญหาให้นานขึ้น ถ้าเรายังทำมันจะมีวันสิ้นสุด ทำจนสุดแล้วไม่รอด เราก็จะรู้ว่าเราจะแก้ไขมันยังไง บางอย่างถ้าเราไม่เดินจนสุดทาง เราก็จะไม่รู้ว่าเราจะแก้มันยังไง ให้กำลังใจตัวเองเยอะๆ ทุกอย่างมันจะผ่านไปแน่นอนค่ะ
      #133-1
    • #133-2 littlestar crazy (@sky37) (จากตอนที่ 17)
      6 พฤศจิกายน 2559 / 15:02
      ขอบคุณมากนะคะพี่กัล ????????????????????
      #133-2
  14. #130 Tanawan Watwilai (@cornaedong) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 13:49
    อ่านตอนนี้แล้วจะร้องค่ะ เราก็กำลังหนีอยู่เหมือนกัน เพียงแต่เราไม่มีคนแบบลมอยู่เคียงข้าง มีเพียงหมอนข้างเท่านั้น555
    #130
    1
    • #130-1 Matsuo Masahiro (@matsuo_masahiro) (จากตอนที่ 17)
      6 พฤศจิกายน 2559 / 14:33
      ก็ยังดีน้า ตอนกัลเป็นก็มีแต่หมอนข้างเหมือนกัน 555
      #130-1
  15. #129 psrps (@ploysp18) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 13:46
    พี่ลมมม รอดูคู่นี้จะเป็นยังไงต่อน้า
    #129
    0
  16. #128 The Snail Queen (@chaninatcin) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 13:26
    #ลมกระดิ่ง เกือบร้องไห้ตาม;-;
    #128
    0
  17. #127 Mook (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 13:26
    5555 รอดูตอนพี่ลมก็ใช่ย่อยนี่แหละ

    #127
    0