Until You จนกระทั่ง...คุณ

ตอนที่ 11 : Chapter 11 Freshy night

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,082
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    1 พ.ย. 59

Until you 

จนกระทั่ง...คุณ

 

หมายเหตุ ตัวละคร พฤติกรรม และเหตุการณ์ต่างๆ ในนิยายเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิง แม้จะมีการอ้างอิงถึงสถานที่ กิจกรรม และประเพณีที่มีอยู่จริง แต่ผู้เขียนมิได้มีเจตนาลบหลู่หรือสร้างความเสียหายให้กับความเชื่อ หรือวิชาชีพใดๆ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ทางผู้เขียนขอน้อมรับทุกคำติชมและขออภัยไว้ ณ ที่นี้



-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-

 

              กีฬาเฟรชชี่เริ่มและดำเนินไปจนถึงกีฬาประเภทสุดท้าย สำหรับคณะอื่นนี่อาจเป็นกิจกรรมที่น่าติดตามและลุ้นเชียร์ แต่คณะที่ไม่ได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน ก็เหมือนถูกกันออกจากกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นที่สุดแห่งปีโดยปริยาย พวกเราไปเรียนตามปกติ และมีนัดซ้อมการแสดงบนสแตนด์ตอนเย็นและวันเสาร์เพื่อแสดงในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ ผลลัพธ์ของการขึ้นสแตนด์ในวันทำพิธีเปิดไม่เป็นที่น่าพอใจนัก รุ่นพี่ทุกคนเลยดูตั้งใจมากกับการแสดงในวันปิดการแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ที่จะมาถึง

“เดี๋ยวน้องๆ เปิดถุงดำที่พวกพี่กำลังจะแจกให้ แล้วเช็กด้วยนะครับ ว่ามีของครบหรือเปล่า” เสียงพี่ปิ๊กดังพอทำให้เด็กปีหนึ่งทุกคนได้ยิน ขณะที่รุ่นพี่ปีสามที่อาสามาช่วยทำอุปกรณ์กับรุ่นพี่ปีสองก็หิ้วถุงดำใหญ่มาหลายสิบถุง และส่งให้คนที่อยู่หัวแถวเพื่อส่งผ่านขึ้นไปยังคนที่อยู่บนสุด คนที่ได้รับแล้วก็เปิดปากถุงออกดู

“ในนั้นมีหน้ากากกระดาษสีส้ม 1 อัน ปลอกมือสี่อัน เป็นคู่สีเขียวดำกับส้มดำ สำหรับคนที่อยู่แถวริมจะมีอุปกรณ์เสริมพวกดอกไม้ประดิษฐ์เพิ่มขึ้นมา แล้วก็ยังมี...”

พี่ปิ๊กอธิบายรายการและจำนวนของในถุงดำให้รุ่นน้องทุกคนได้ตรวจนับ และจากอุปกรณ์ทั้งหมดดูท่าพวกรุ่นพี่เองก็ไม่ได้หายไปจากชีวิตน้องปีหนึ่งเพราะเรียนอย่างเดียว สีหน้าอิดโรยของรุ่นพี่บางคนบ่งบอกว่า พวกเขาคงต้องสละเวลาพักผ่อนมาทำอุปกรณ์เหล่านี้

มีเพื่อนคณะอื่นเคยบอกกระดิ่งว่า คณะทันตแพทยศาสตร์เหมือนดินแดนสนธยา รู้ว่ามีอยู่แต่หาไม่เจอ ไม่มีใครรู้จักตัวตน แทบไม่เป็นที่สังเกตของคณะอื่น ตอนแรกกระดิ่งก็คิดอย่างนั้น เพราะนอกจากเวลานัดหมายแล้ว พวกเราก็ไม่เคยเห็นรุ่นพี่คนไหนอีกเลย

“อะไรก็ดีนะ แต่ไอ้หน้ากากนี้จะใส่ทันเวลาเปล่าวะ” มาลีบ่น พลางลองดึงสายรัดหน้ากากซึ่งเป็นยางยืดอย่างไม่มั่นใจ”

“ไม่ทัน แกก็เด่นเลยอะ” อักษรตอบจนมาลียิ้มแหย แค่คนน้อยก็แย่อยู่แล้ว ถ้าจะให้เด่นขึ้นมาอีกก็มากไปนะ

“เอาน่า มันต้องทันสิ” กระดิ่งให้กำลังใจ ก่อนจะหันไปตั้งใจฟังรุ่นพี่อธิบายการใช้อุปกรณ์บางชิ้น ซึ่งมีแค่บางคนเท่านั้นที่ต้องทำ

“เฮ้ย! ตกลงพวกรุ่นพี่จะส่งวาดกับลมเป็นตัวแทนดาวเดือนคณะเราแน่ใช่ไหมวะ” ชัยถามขณะที่พักกินข้าวกลางวัน

“เห็นไอ้ลมมันว่างั้น มันบ่นฉิบหาย ว่าไม่อยากเข้าประกวด เหมือนต้องเตรียมการแสดงด้วย” กรตอบ

“แต่กูว่า ไอ้ลมน่ะเหมาะดีแล้ว หน้าตาก็ดี รุ่นพี่ก็ชอบ แล้วแม่งเวลามันยิ้ม ผู้หญิงนี่มองตาวาวเลย โอ๊ย! กระดิ่ง ตีเราทำไม” โกวิทย์ร้องโวยวายเมื่อโดนฟาดที่แขน

“พูดอย่างนี้ก็ดูถูกผู้หญิงสิ เขามองคนหน้าตาดี มันผิดตรงไหน” กระดิ่งท้วง

ไอ้โกของเพื่อนๆ ลูบแขนป้อยๆ แต่ไม่วายเถียงอย่างไม่ลดละ

“ก็มองปะละ”

“เออ ก็มอง แต่ไม่ได้มองอย่างนั้นโว๊ย! คนมีเจ้าของแล้วจะไปใช้ได้อะไร” กวางโต้ ทำให้คนทั้งหมดหัวเราะครืน

“เออ พูดถึงแฟนลม เห็นเพื่อนเราที่คณะเภสัชบอกว่า แน่นอนแล้วนะ ว่ารุ่นพี่ส่งก้อยเป็นตัวแทนคณะน่ะ”

“ก็สวยขนาดนั้น” ธีเห็นด้วย เขาเคยไปกินข้าวกับพวกลมตอนลมรับแฟนไปกินข้าวด้วย พอเห็นหน้าใกล้ๆ รู้เลยว่าสวยมากจริงๆ

“ถ้าไอ้ลมได้เป็นเดือนมหาวิทยาลัย แล้วก้อยได้เป็นดาว นี่แม่งอย่างกิ่งทองใบหยกเลยว่ะ” ชัยพูดอย่างสนุกปาก

กรเบ้ปากอย่างไม่เห็นด้วย แล้วติงว่า “เหมาะมากเกินไป ก็ไม่ดี”

เพื่อนทุกคนจึงหันมองกรอย่างสงสัย ชายหนุ่มรู้สึกผิดปกติชอบกล จึงกระแอมไอแล้วพูดเปลี่ยนเรื่องไป

“เอ่อ คราวนี้เราขึ้นสแตนด์ช่วงกลางวันใช่ไหม”

“เฮ้ย อย่าเปลี่ยนเรื่องสิวะไอ้กร มึงรู้อะไรมาใช่ไหม มึงมันเจ้าพ่อกรมข่าวนี่หว่า แม่งต้องรู้อะไรดีๆ แน่” ชัยกระทุ้งต่อ พลางพาดแขนโอบบ่าเพื่อน แต่กรปัดออกแล้วพูดกลบเกลื่อนว่า

“กูไม่รู้โว้ย สนใจเรื่องตัวเองเหอะ เมื่อกี้มึงยังหมุนผิดทางอยู่เลย เกิดไปผิดบนสแตนด์ มึงได้อายสาวแน่”

“เออ อย่าขู่กูมากได้เปล่าวะ กูก็แค่ตื่นเต้น เดี๋ยววันจริงรับรองจะไม่ผิดให้ดู”

แล้วบทสนทนาก็เปลี่ยนไปเป็นเรื่องเตรียมความพร้อมในการขึ้นสแตนด์กระทั่งหมดเวลาพัก เพราะประสบการณ์ขึ้นสแตนด์ในครั้งที่แล้ว เด็กปีหนึ่งจึงรู้ว่า พวกเขาจำเป็นต้องเผื่อเวลา และกะระยะก้าวขึ้นลงอัฒจันทร์ในช่วงเปลี่ยนตำแหน่งให้ดี ทุกคนเลยตั้งใจซ้อมมากขึ้น

พวกเราใช้เวลาร่วมกัน คุยกัน แบ่งปันประสบการณ์ และให้กำลังใจกัน มันเป็นช่วงเวลาที่ไม่อาจหาอะไรมาแทนได้ แม้เราจะยังรู้จักกันไม่มาก บางครั้งก็มีสร้างภาพเพื่อไม่ให้ตัวเองดูโดดเด่นมากเกินไปในหมู่เพื่อน แต่ทั้งหมดนั้นก็เพื่อรักษาบรรยากาศ และเพื่อให้สนิทกันมากขึ้นเท่านั้น

 

ปุ้ง! ปุ้ง! ปุ้ง!

เสียงพลุที่จุดเพื่อแสดงสแตนด์เชียร์ในงานพิธีปิดการแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ของคณะมนุษยศาสตร์ ทำให้เด็กปีหนึ่งคณะทันตะถึงกับอ้าปากค้าง

“ไอ้เชี่ยแม่ง แค่เสียงร้องพวกกูก็สู้ไม่ได้ละ คณะมนุษย์แม่งยังเอาพลุกับเครื่องเสียงมาใช้อีก มันจะจัดเต็มไปไหนวะเนี่ย” ชัยเอ่ยอย่างหมั่นไส้

“กูก็ว่างั้น กูได้ยินพวกเด็กมนุษย์คุยกัน เขาว่า คณะมนุษย์ของมอเรา ก็คือคณะจับฉ่าย เล่นเอาทุกคณะของสายศิลป์มารวมกัน แบ่งเป็นหลายภาค จำนวนคนเลยมหาศาล ตอนขึ้นบวงสรวงบนลานสมเด็จฯ อัดกันจนเต็มเลยมึง แล้วไอ้ที่ขึ้นสแตนด์เนี่ย แม่งก็โคตรได้เปรียบ มันแบ่งเป็นสองชุดเว้ย” กรสาธยาย ก่อนจะหันไปมองเพื่อนที่ดูเหมือนกำลังใจเริ่มหดหายกันหมด

“เอาน่า เราก็ทำตามที่ซ้อมมา มันต้องได้แน่” ธีปลอบใจเพื่อนผู้หญิง

“เอาละ เด็กๆ ใกล้ถึงคิวเราแล้ว เช็กอุปกรณ์ในถุงตัวเองอีกที แล้วขึ้นไปทำให้ดีที่สุด” พี่ปิ๊กตะโกนเรียกพลางปรบมือ เรียกสติเด็กปีหนึ่งที่เริ่มสติหลุดไปเพราะการแสดงอันอลังการของคณะมนุษยศาสตร์

สแตนด์ครั้งนี้คือการแก้มือ เป็นการประกาศว่า พวกเราเด็กทันตะก็มีดี แม้มือจะสั่นน้อยๆ แต่ทุกคนก็ยังก้าวเดินขึ้นบันไดซึ่งเคยขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ไม่นานผืนหญ้าสีเขียวและฝูงชนที่เต็มไปด้วยรุ่นพี่แต่ละคณะก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า กระดิ่งมองไปยังเต็นท์อำนวยการ ซึ่งเป็นที่นั่งของบรรดาประธานสโมสรนิสิตทุกคณะซึ่งเป็นผู้ให้คะแนนการแสดงสแตนด์ แล้วสูดหายใจเข้าลึก พลางนึกถึงเมื่อวานที่พี่เขตแดนมาดูการซ้อมใหญ่ของสแตนด์และเชียร์ลีดเดอร์

ไม่จำเป็นต้องแข่งกับใคร ทำให้ดีที่สุด สำหรับพี่แค่ได้ยินประธานสโมอื่นพูดว่า รุ่นน้องมึงเจ๋งว่ะ นั่นก็เป็นรางวัลที่ดีที่สุดแล้ว

บางทีนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ไร้สาระที่สุดซึ่งทำให้เด็กหลายสิบคนมาทำเรื่องบ้าๆ บอๆ บนสแตนด์เพื่อให้คนทั้งมหาวิทยาลัยดู

แต้ก! แต้ก! ตึง!

กรฟาดไม้กลองลงบนกลองเพื่อกำหนดจังหวะ ตามด้วยการรัวกลองไปพร้อมกับเสียงปรบมือรัวของเด็กปีหนึ่งบนสแตนด์ เป็นการเชิญลีดเดอร์ทั้งเจ็ดคนในชุดสีม่วงคราม ซึ่งเป็นสีประจำคณะให้เดินออกมา กระดิ่งกลืนน้ำลาย พลางผ่อนลมหายใจยาว สมองเต็มไปด้วยลำดับของอุปกรณ์ที่จะต้องจับ เนื้อเพลง และขณะที่การแสดงเริ่มต้น แทนที่หูของเธอจะได้ยินเสียงร้องของตัวเอง เสียงที่ดังก้องอยู่ในสมองกลับเป็นภาพและคำเตือนต่างๆ ของรุ่นพี่ที่อยู่ซ้อมกับพวกเธอมาแรมเดือน

เวลาใส่ถุงมือต้องปรบมือให้แรงกว่าเดิม ปรบให้สุดชีวิต เพราะถุงมือมันทำให้เสียงเบาลง

คนที่หันหลังให้ตะโกนให้ดังขึ้น เพราะเสียงมันจะไปไม่ถึง เพื่อนที่ยืนหันหน้าก็ต้องช่วยตะโกน

กระดาษที่ปิดหน้าจะทำให้เสียงสะท้อนกัน ช่วยเพื่อนร้องด้วยครับ

คอยเหลือบมองคนข้างๆ อย่ายกมือสูงเกินไปหรือต่ำเกินไป ไม่งั้นภาพมันจะไม่ออกมาอย่างที่เราตั้งใจ

หมุนพร้อมกันไปทางซ้าย แล้วหมุนกลับขวา อย่าหมุนกลับกันนะครับ

นิ่งครับ นั่งให้นิ่ง เหมือนรูปปั้น ต่อให้คันก็ห้ามเกา

สิ่งที่เกิดขึ้นบนสแตนด์ คือสิ่งที่ผ่านการซ้อมมาครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้อมจนเลิกนับว่าซ้อมกันมากี่ครั้ง พลาดกันจนไม่รู้จะพลาดอะไร ร้องเพลงดังจนเสียงแทบไม่มี ทั้งหมดนั้นก็เพื่อแสดงให้ทุกคนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้รู้ว่า คณะทันตแพทยศาสตร์อยู่ที่นี่ พวกเราไม่ได้ไร้ตัวตน และพวกเราไม่ได้ตัวคนเดียว

เมื่อมองไปยังจุดที่ให้ผู้ชมนั่ง สิ่งที่โดดเด่นมาจากฝูงชน คือกลุ่มคนที่สวมเสื้อคลุมสีม่วงแตกต่างหลากสีกลุ่มใหญ่ที่ยืนดูเรา แม้แดดจะแรงแค่ไหน กลุ่มคนที่คอยปรบมือ และส่งเสียงกรี๊ดทุกครั้งที่เราแสดงสิ่งที่เราซ้อมได้ในจุดที่เราต้องการให้คนประทับใจ เพียงแค่เห็นภาพเหล่านั้น หัวใจของน้องปีหนึ่งทุกคนก็พองฟูจนตะโกนได้ดังกว่าเดิม ปรบมือได้แรงกว่าเดิม และมีความมั่นใจมากกว่าเดิม

ตึง! ตึง!

“ทันตะ! ขอบคุณค่ะ/ครับ”

ทันทีที่พูดและก้มหัวลง หูของกระดิ่งอื้อไปหมด สมองของเธอว่างเปล่า และคำถามที่เด่นชัดในใจก็คือ

นี่มันพอสำหรับที่รุ่นพี่จะไม่อายใครหรือเปล่า

คำถามที่กระดิ่งได้รับคำตอบเมื่อเดินลงมาด้านล่าง แล้วเห็นพี่ปิ๊กกำลังใช้ทิชชูซับน้ำตาแล้วส่งยิ้มมาให้พวกเรา ตลอดเดือนที่ผ่านมา พวกเราเห็นแต่พี่ปิ๊กในมาดใจดี ยิ้มแย้ม บางทีก็เข้มงวด และให้กำลังใจพวกเราเสมอ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นรุ่นพี่ที่แสนอารมณ์ดีคนนี้ร้องไห้

“ทำได้ดีครับ น้องๆ ทำได้ดีมาก พี่...ภูมิใจในตัวน้องทุกคน”

“ไม่ดีหรอกพี่ หนูทำพลาด ยางผูกหน้ากากของหนูมันขาด หนูเลยไม่ได้ใส่ มันต้องน่าเกลียดมากแน่ ที่สแตนด์เป็นรูโหว่ แล้วหนูก็อยู่ตรงกลางด้วย” กวางพูดขึ้นอย่างเสียใจ แต่กรกลับเปลี่ยนให้เป็นเรื่องตลกว่า

“อยากเด่นก็บอกสิกวาง แม่งไม่น่าทำกันแบบนี้”

“ไอ้กร หุบปากเลย แม่ง...”

แม้จะพูดอย่างนั้น ใบหน้าที่เหมือนจะร้องไห้ของกวางก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ทุกคนหัวเราะ เป็นจังหวะเดียวกับกลุ่มรุ่นพี่ที่เคยนั่งดูพวกเราอยู่ด้านล่างเข้ามารวมตัวกันหลังสแตนด์ พลางปรบมือให้

“พี่ปิ๊ก บูมให้น้องมันเพื่อเป็นรางวัลหน่อยดีกว่าพี่” พี่อากร รุ่นพี่ปีสามเสนอ

“เอาดิ เรียกพวกรุ่นพี่ที่อยู่แถวนี้มาให้หมดเลย”

อย่างรวดเร็ว รุ่นพี่ทั้งหมดก็วิ่งมาล้อมตัวน้องปีหนึ่งเหมือนกับวันปิดห้องเชียร์ แล้วเป็นพี่มิคที่ตะโกนเริ่มว่า

“ทันตะบูม!

 “ทันตะบูม!

 “Can you Boom?”

Let’s Boom!

Can you Boom?”

Let’s Boom!

3 4!

“วี้ด บึ้ม!

We are............D D Den T T Tis S SS and T Dentist! Dentist! Dentistry! NU!

 

ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะแทนที่ด้วยเสียงปรบมือของเหล่ารุ่นพี่รุ่นน้อง พี่รหัสหลายคนเดินมานัดแนะน้องเพื่อพาไปเลี้ยงขอบใจที่เหนื่อยมาตลอด กระดิ่งมองไปรอบตัวอย่างมีความสุขปนเปไปกับความเหงา ภารกิจของเด็กปีหนึ่งคงจะจบสิ้นลงในวันนี้ และคงอีกนานที่พวกเราจะได้เจอรุ่นพี่พร้อมหน้าพร้อมตาอย่างนี้อีก

“เห็นพี่เขาบูมให้เราแล้ว อยากบูมเป็นบ้างเนอะ” แสตมป์ผละจากพี่ชายตัวเองที่เอาถุงเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน แล้วเดินกลับมาหากระดิ่ง

“นั่นสิ พี่อากรไม่ได้สอนแสตมป์เหรอ”

แสตมป์ส่ายหน้า “มันบอกว่าเดี๋ยวเทอมหน้าพี่เชียร์จะมาสอน ไม่รู้จะเป็นความลับอะไรนักหนา ฉันพยายามแกะคำพูดของบูมก็แกะไม่ได้ ภาษาอะไรก็ไม่รู้”

กระดิ่งพยักหน้า “จริง พูดรัวๆ เหมือนภาษาต่างประเทศเลย”

“ยังไงเขาก็ต้องสอนเราแหละ ไม่งั้น ใครจะบูมให้พี่บัณฑิตละ จริงไหม ไป ไปหาอะไรกินดีกว่า”

“จ้ะ เออ ตกลงคืนนี้แสตมป์ไม่ไปเฟรชชี่ไนต์เหมือนกันใช่ไหม” กระดิ่งถามขณะทั้งสองเดินไปยังตึกโดม เพื่อให้แสตมป์เปลี่ยนชุดในห้องน้ำ

“ไม่ไปหรอก พ่อกับแม่มา วันเกิดพี่อากรน่ะ”

“อืม เข้าใจละ ฉันก็ไม่อยากไป...นั่นไง พูดถึงเฟรชชี่ไนต์ พระเอกของงานก็โผล่มาพอดี” กระดิ่งพูดพลางเหลือบเห็นร่างสูงของใครบางคนทางหางตาพอดี

“อะไรกระดิ่ง พระเอกอะไร” ลมถามพลางสะพายกระเป๋าเสื้อผ้าที่เขาเพิ่งไปเอามาจากรถ

“กำลังพูดถึงเฟรชชี่ไนต์คืนนี้ พวกเราสองคนไม่ได้ไปนะ ลมก็...สู้ๆ”

“อะไรวะ เพื่อนขึ้นประกวดไม่ไปเชียร์” ลมแกล้งทำเสียงเหมือนน้อยใจจนกระดิ่งและแสตมป์ตบบ่าของคนตัวสูงสองข้างพร้อมกันว่า

“ก็แค่ไม่อยากกดดัน เอาแค่ชนะก็พอนะเพื่อน”

“โห่ แสตมป์ ไม่ค่อยกดดันกันเลยนะ”

“น่า น่า เราจะรอเลี้ยงฉลอง สู้ๆ” กระดิ่งชูมือเป็นกำลังใจให้ แล้วทั้งหมดก็แยกย้ายกันเข้าห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนชุดของตัวเอง

 

เสียงเพลงดังแว่วมาจากอาคารโดม ดังจนถึงหอและร้านหนังสือการ์ตูนที่กระดิ่งเลือกหนังสืออยู่ ค่ำคืนของเด็กปีหนึ่งกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว วันนี้จะมีเปิดตัวชมรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัย แน่นอนเด็กทันตะเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านั้น เพราะรุ่นพี่ทุกคนต่างเตือนว่า แค่เอาตัวให้รอดจากการสอบในแต่ละวิชาก็จะตายแล้ว การเปิดโลกกิจกรรมช่างห่างไกลจากชีวิตของชาวทันตะ แต่ทุกคนก็ยังไปร่วมงาน เพราะหลังการเปิดตัวชมรมต่างๆ ก็ตามด้วยการแสดงคอนเสิร์ตของชมรมประสานเสียง หรือ NU Voice ของมหาวิทยาลัย จากนั้นก็จะเป็นการประกวดดาวเดือนมหาวิทยาลัย หรือเรียกอีกชื่อว่า Freshy boy and girl

ฟังดูเป็นกิจกรรมที่น่าสนุกดี แต่งานเลิกดึกไม่ใช่เล่น กระดิ่งจึงตัดสินใจรักษาสวัสดิภาพตัวเอง ไม่ไปเข้าร่วมงานนี้ แถมวันนี้แสตมป์ก็ไม่ว่างด้วย กระดิ่งเลยจำเป็นต้องเตรียมเสบียงและตุนหนังสืออ่านเล่นไว้อ่านที่หอ

“วันนี้ไม่ไปงานเฟรชชี่ไนต์เหรอกระดิ่ง” พี่อังเจ้าของร้านหนังสือถาม เมื่อกระดิ่งเดินออกจากช่องชั้นหนังสือ เพื่อวิ่งไปตะครุบเจ้าแมวเหมียวของเจ้าของร้านขึ้นมากอด พลางตอบว่า

“ไม่ค่ะ ไม่อยากเดินกลับหอดึกๆ คนเดียว...ไงแครอท จะออกไปคลุกดินหน้าร้านอีกแล้วเหรอ หือ?”

แครอทคือ ลูกแมวขนสีขาว มีลายสีส้มตามตัว พี่น้องมันอีกตัวชื่อ ผักกาด เป็นแมวเรียกลูกค้าของร้านหนังสือมิตรขวัญ เจ้าของร้านรักมันมากเลยเอาไปไหนมาไหนด้วย กระดิ่งเองก็แปลกใจเหมือนกันที่แมวทั้งสองตัววิ่งตามพี่อังขึ้นลงรถได้อย่างกับว่ามันรู้ว่ามันต้องทำอะไร

“มันคลุกไปแล้ว พี่ละเบื่อจริงๆ อาบน้ำเสร็จ มันก็ไปคลุกอีก ราวกับต้องการท้าทายพี่”

กระดิ่งหัวเราะ พลางมองเลยไปยังเจ้าผักกาด ซึ่งกำลังนอนตวัดหางไปมาอยู่บนแฟ้มระเบียนประวัติสมาชิกของร้านอย่างสบายอารมณ์

“มันคงอยากเรียกร้องความสนใจมากกว่าพี่ ทั้งสองตัวมันรักพี่อังจะตาย” กระดิ่งตอบ ขณะวางแครอทไว้บนโต๊ะ แล้วหันไปเลือกหนังสือใหม่ที่ยืมได้วันหนึ่งมาดู

“เออ วันก่อนพี่เห็นน้องทิพย์เดินผ่านหน้าร้านเลยร้องทัก แต่เขาไม่ตอบละ ช่วงนี้โดนพี่ว้ากลงหนักเหรอ”

กระดิ่งเงยหน้ามองคนถาม แล้วส่ายหน้า “ทันตะไม่มีว้ากนะพี่ สงสัยทิพย์ไม่ได้ยินละมั้งคะ”

พี่อังพยักหน้า พี่อังเปิดร้านหนังสือนี้มาตั้งแต่มหาวิทยาลัยเปิดใหม่ๆ รู้จักเด็กมาทุกรุ่น จึงห่วงเด็กทุกคนที่รู้จักเหมือนน้องตัวเอง ร้านหนังสือมิตรขวัญจึงเป็นร้านที่หนึ่งในดวงใจของใครๆ หลายคน มาแล้วได้ทั้งหนังสือ ได้เพื่อน ได้พี่ ที่สำคัญ ได้ความอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน

“พี่เห็นเขาถือร่มเดินก้มหน้างุดๆ เหมือนคนอมทุกข์ ปกติจะเห็นแวะร้านทำผมเพื่อไดร์ผมตลอด เลยแปลกใจน่ะ”

กระดิ่งพยักหน้ารับฟังอย่างไม่รู้จะหาคำตอบให้อย่างไร จริงๆ ทิพย์อายุมากกว่ากระดิ่งหนึ่งปี แม้เด็กปีหนึ่งด้วยกันจะเข้าใจกันโดยปริยายว่าไม่จำเป็นต้องเรียกพี่กับคนที่อายุมากกว่า เพราะเราล้วนอยู่ชั้นปีเดียวกันก็ตาม แต่เรื่องบางเรื่องถึงเป็นเพื่อนก็ไม่เหมาะจะละลาบละล้วง

“คงเครียดเรื่องจะซิ่วดีหรือเปล่าละมั้งพี่” กระดิ่งเดาสุ่มไป

“เหรอ แล้วกระดิ่งละ จะซิ่วหรือเปล่า”

“ไม่อะคะ อยากเรียนแค่ทันตะ จะซิ่วเพื่อเปลี่ยนมหาวิทยาลัยก็ใช่ที่”

พี่อังยิ้มกว้าง แล้วปล่อยให้กระดิ่งหันไปเลือกการ์ตูนอ่านตามสะดวก คืนนี้เป็นคืนของปีหนึ่ง แม้จะแอบเหงาอยู่เหมือนกันที่ต้องอยู่คนเดียว แต่เธอก็หวังว่า พรุ่งนี้เมื่อไปเข้าเรียนคงได้รับข่าวดีจากเพื่อนที่ต้องเข้าประกวดในคืนนี้

 

ติ๊!

เสียงสัญญาณหน้าจอเฟสบุ๊คดังอีกครั้ง กระดิ่งละสายตาจากวิดีโอพรีเซนเตชัน แล้วกดดูว่าคนที่ไม่ยอมหลับยอมนอนจะมากวนอะไรเธออีก ก็พบว่าเธอถูกแท็กให้ไปดูวิดีโอการแสดงของน้องนิสิตปีหนึ่ง คณะทันตแพทยศาสตร์ บนเวทีประกวด Freshy boy and girl


ปีนี้ทำถึงขนาดนี้ ปีเรากากไปเลย แต่ Pranan Chokjinda คงจำไม่ได้หรอก เพราะไม่ได้ไป

มุมปากของปราณันต์ยกขึ้นกับการแดกดันของคนที่ความจำดีไม่เคยเปลี่ยน ก่อนจะรัวนิ้วพิมพ์ตอบไปว่า

ไปหรือไม่ไป ก็ไม่เห็นสำคัญ ยังไง Pranon Pakdeepoom ก็ชนะใสๆ อยู่แล้ว

ติ๊!

แทบจะทันทีที่ปราณันต์ตอบ อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาทันที และเป็นคำตอบที่ทำให้หญิงสาวมองมันนิ่งค้างอย่างไม่รู้จะตอบว่าอะไร

ก็นะ บางทีก็อยากย้อนเวลากลับไปตอนนั้นเนอะ Pranan Chokjinda’

หญิงสาวถอนหายใจยาว แล้วปิดหน้าจอเฟสบุ๊ค เพื่อกลับไปยังโลกของตัวเองอีกครั้ง แม้คนจะบอกว่าคนเรามักลืมอะไรง่ายๆ แต่กับเรื่องบางเรื่อง คนบางคน ไม่ว่าความทรงจำนั้นจะดีหรือร้าย มันก็ไม่จางหายไปโดยง่ายได้ และเวลาก็ไม่เคยช่วยอะไร

ติ๊!

ทั้งที่ไม่อยากเป็นเพื่อนคุยยามดึกของใครบางคนแล้ว แต่หญิงสาวก็อดไม่ได้ต้องเปิดเข้าไปดูว่าเขาแท็กเธอมาทำไมอีก

‘Pranan Chokjinda เมื่อกลางวัน บังเอิญเจอทิพย์ตอนไปกินข้าวด้วย ทิพย์ดูสบายดีนะ

ปราณันต์จ้องมองชื่อของบุคคลที่สามนิ่งนาน แล้วเงยหน้าขึ้นอย่างครุ่นคิด เพราะมันนานแล้วเหมือนกันที่เธอได้ยินคนพูดถึงชื่อนี้

“ทิพย์”


>>> แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ <<<


Writer : Kalthida

(IG & Twitter : kalthida)

Writer Assistant : Veerandah

(IG & Twitter : veerandah)


Dent Talk :

กลับถึงกทม. แล้วค่า เป็นการเดินทางสามวันสองคืนที่เหมือนกลับไปยังความทรงจำ ทำให้เห็นอะไรหลายอย่าง และได้แง่มุมที่อยากนำเสนอในนิยายเรื่องนี้อีกหลายมุม ซึ่งในหลายๆ แง่มุมนั้นก็น่าจะมีให้อ่านกันในนิยายเรื่องนี้ค่ะ

สำหรับตอนนี้ เป็นอีกตอนที่กัลเขียนแล้วร้องไห้ จริงๆ ตอนปีหนึ่งก็ไม่ได้ร้องไห้นะคะ แต่ตอนเขียนกลับร้องไห้ อาจเพราะ พอเราถอยออกมาเป็นผู้มองความทรงจำ มันเลยทำให้เห็นแง่มุมทีแตกต่าง เพราะเราเคยเป็นทั้งคนที่อยู่บนแสตนด์และคนที่อยู่ด้านล่างแสตนด์ พอคิดอย่างนั้นก็เลยร้องไห้ออกมา 

กิจกรรมหลายๆ กิจกรรม ที่กัลเคยไม่เข้าใจ และบางทีก็คิดว่ามันบ้าบอและไม่สำคัญ กลับกลายเป็นกิจกรรมที่หลอมรวมเพื่อนเข้าด้วยกัน ซึ่งก็น่าประหลาดที่อีกหลายปีต่อมา ความเป็นหนึ่งเดียวกันนี้ก็ได้ช่วยให้พวกเราผ่านอะไรมากมายมาด้วยกัน งานนี้คงต้องยกความดีให้กับรุ่นพี่ทุกคนที่จัดกิจกรรมนี้ให้พวกเราค่ะ

สำหรับบูมคณะที่กัลพูดถึงสองครั้งแล้ว แต่กัลก็ไม่เฉลยว่า เราบูมกันอย่างไร นั่นเป็นเพราะ บูมนี้ ห้ามมีการถ่ายทอดโดยการจดค่ะ ต้องท่องปากต่อปากและไม่มีการบันทึก ในรุ่นกัลรุ่นพี่ย้ำมากว่าห้ามจด พอมาเขียนนิยายเลยจำเป็นต้องรักษาธรรมเนียมนี้ ต้องขอโทษคนที่อยากได้ยินบูมเต็มๆ ด้วยนะคะ ^^

ในความเป็นจริง ปี 46 ทันตะรุ่นเจ็ดไม่ได้ตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยนะคะ คนอย่างพี่ลมนี่หายากจริงๆ แต่ปีนั้น ทันตะได้ตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัย กัลไม่ได้เข้าร่วมด้วยเหตุผลเดียวกับกระดิ่งเลยค่ะ เพราะมันเลิกดึกมากแล้วกัลขี่มอเตอรไซด์ไม่เป็นเลยมาได้ยินข่าวดีในตอนเช้าแทน

เขียนมาสิบกว่าตอนแล้ว แต่กลายเป็นว่า พี่ป๊อกได้คะแนนนำไปก่อนหลายก้าว แต่ขอเตือนว่าอย่าเพิ่งปักใจกับหนุ่มผู้มากับเค้กมากนะคะ เพราะอีกไม่นานจะมีคนมาทวงตำแหน่งพระเอกคืน 55555


ปล. สำหรับ รุ่นพี่ รุ่นเพื่อน รุ่นน้อง ของกัลที่ผ่านเข้ามาอ่าน กัลอยากให้มองว่า นี่เป็นบันทึกความทรงจำที่ใส่สีตีไข่ของกัลฝ่ายเดียว ตามประสาคนฟุ้งซ่านมากกว่า กัลไม่ได้มีเจตนาไม่ดี อย่างไรนี่ก็คือ นิยายเพื่อความบันเทิง อ่านเอาเล่นๆ สนุกๆ พอให้คิดถึงกันนะคะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

1,624 ความคิดเห็น

  1. #1058 bunnymelody (@bunnymelody) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 13:20
    มันเหมือนกระดิ่งไม่ได้คู่กับลมเลย แบบ ชื่อเฟสก็คนละนามสกุล -0- เดาว่าน่าจะมีช่วงที่ทั้งคู่ต้องแยกห่างกัน อาจจะตอนใช้ทุนหรือเปล่า แต่ชื่อคล้องจองกันขนาดนี้ก็ขอให้จบแบบแฮปปี้นะคะพี่กัล -/\-
    #1058
    0
  2. #560 Olivia Benson (@ployprincess13) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 16:00
    แอบฮาประโยค นั่งให้นิ่งเหมือนรูปปั้น ต่อให้คันก็ห้ามเกา -..-
    #560
    0
  3. #537 kenjoy (@kenjoy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 22:11
    ตกลงกระดิ่มกะลมป่ะค่ะ กับมาอ่านใหม่ เหมือนไม่ใช่อ่ะ
    #537
    0
  4. #536 kenjoy (@kenjoy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 22:11
    ตกลงกระดิ่มกะลมป่ะค่ะ กับมาอ่านใหม่ เหมือนไม่ใช่อ่ะ
    #536
    0
  5. #67 มะลิซ้อน (@achjaya) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 16:00
    น่าติดตาม อยากอ่านตอนต่อไปเลย
    #67
    0
  6. #66 Milkcake (@meuw) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 12:32
    ว่าแล้วว่าจะอดใจมาอ่านไม่ได้แต่นิยายตรงสเป็คมากเลย หนูรอซิ่วทันตะอยู่แบบอยู่บ้านด้วยเหงามากกกก แต่ตอนนี้บรรยากาศท้ายๆแปลกแบบแอบเศร้าจังพี่กัลนึกว่ากระดิ่งกับลมจะสมหวังตอนเรียนสะอีก ว่าแต่เมื่อไหร่ลมกับก้อยจะเลิกกัน5555 รู้สึกบาป
    #66
    0
  7. #65 มายอีฟ. (@evening731) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 06:45
    ทิพย์นี่ยังไงๆ
    #65
    0
  8. #64 Nomomind (@nomomind) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 05:50
    ใครจะมาทวงตำแหน่งน้าาา ลมหรอ 55555555 เรื่องนี้กระดิ่งเป็นตัวละครเอกใช่มั้ยนะ
    #64
    0
  9. #63 Pornrat D. (@modhuff) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 04:07
    โอ้ยยยยยย ทิพย์มีประเด็นจริงๆด้วยยยย เค้าอยากรู้ //คิดถึงการแข่งสแตนด์ ><
    #63
    0
  10. #62 z-par (@z-par) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 00:42
    รอออออออ
    #62
    0