Until You จนกระทั่ง...คุณ

ตอนที่ 10 : Chapter 10 Spirit Cheer

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,085
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    1 พ.ย. 59

Until you 

จนกระทั่ง...คุณ

 

หมายเหตุ ตัวละคร พฤติกรรม และเหตุการณ์ต่างๆ ในนิยายเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิง แม้จะมีการอ้างอิงถึงสถานที่ กิจกรรม และประเพณีที่มีอยู่จริง แต่ผู้เขียนมิได้มีเจตนาลบหลู่หรือสร้างความเสียหายให้กับความเชื่อ หรือวิชาชีพใดๆ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ทางผู้เขียนขอน้อมรับทุกคำติชมและขออภัยไว้ ณ ที่นี้



-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-

 

           “พี่เรียน อยู่มอหนองอ้อ ถึงรูปพี่ไม่หล่อ แต่คอทองแดง รักพี่เถิดนะ แม่แก้มแดง แด้ แด แด่ แด แด้ แด แด้ แด...”

เสียงร้องทุ้มดังก้องไปถึงอาคารพาณิชย์ที่อยู่นอกมหาวิทยาลัย แล้วสะท้อนกลับมายังคนที่นั่งอยู่บนสแตนด์ ทำให้แสตมป์ที่ยืนลุ้นเพื่อนอยู่ด้านล่างต้องหัวใจเต้นตึกตัก แม้ไม่อยากยอมรับว่าพอมายืนอยู่ตรงนี้ และฟังเสียงร้องเพลงของคณะวิศวกรรมศาสตร์แล้ว ต้องนึกถึงคำพูดของพี่ปิ๊กที่ว่า แค่ฟังเสียงก็รู้สึกเลยว่า คนร้องน่าจะหล่อมาก นั่นเป็นความจริง

ทั้งความฮึกเหิม ทั้งจังหวะ และธงที่โบกสะบัด ประสานกับเสียงร้องที่ไม่ได้หวานติดจะดิบและเถื่อนด้วยซ้ำ แต่ก็ทำให้หัวใจของสาวน้อยสาวใหญ่ที่มองอยู่ข้างล่างแอบตกหลุมรักเจ้าของเสียงได้นิดหนึ่ง และพอนึกว่าตัวเองแอบตกหลุมรักเสียงนั่นเข้า ก็พานนึกถึงหน้ารุ่นพี่วิศวะขี้เก๊กคนนั้นเสียนี่

“ฮึ! พูดมาได้ ไม่หล่อแต่คอทองแดง มันก็แย่ทั้งหมดนั่นแหละ” แสตมป์แขวะดังๆ อย่างไม่เกรงใจ เพราะแน่ใจว่าคงไม่มีใครมาสนใจเธอ แต่ดูเหมือนเธอจะคิดผิด

“คุณคิดว่างั้นเหรอ”

เสียงทุ้มของคนที่เข้ามากวนใจเธอดังขึ้นข้างหู หญิงสาวหันขวับไป แล้วต้องชะงักเบนหน้าหนีแทบไม่ทัน เพราะแก้มของเธอเกือบจะชนกับจมูกของชายหนุ่มคนที่มายืนชิดอยู่ด้านหลังเธอตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้

“สะ...สวัสดีค่ะ พี่มาดูช้าไปนะคะ คณะของพี่กำลังจะแสดงเสร็จแล้ว” แสตมป์พยายามพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แล้วทำเป็นลืมว่าเธอเพิ่งพูดแขวะรุ่นน้องของเขาไปหยกๆ

“ผมดูมาตั้งแต่แรกแล้ว และตั้งใจจะมาดูการแสดงของสแตนด์ต่อไป คุณเป็นปีหนึ่งไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ขึ้นสแตนด์”

“หนู...เอ่อ หนูเป็นลีดค่ะ” แม้ไม่อยากใช้คำแทนตัวเองว่า หนู กับคนที่ด้านหลัง แต่หาคำอื่นที่เหมาะกว่านี้ไม่ได้ จะแทนตัวด้วยชื่อก็ประหลาดไป ไม่ได้สนิทกันสักหน่อย

“งั้นเหรอ น่าเสียดายนะ”

เสียดายอะไร แสตมป์คิด แต่อีกฝ่ายก็เงียบไปเลย หญิงสาวจึงลอบมองดูที่ด้านหลัง ก็พบว่าคนที่ออกจากความคิดมากวนประสาทเธอในชีวิตจริงได้หายตัวไปแล้ว

“ทำผลุบๆ โผล่ๆ อย่างกับผี ตาบ้าเอ๊ย!” หญิงสาวบ่นอย่างหงุดหงิด แต่ก่อนจะบ่นไปมากกว่านั้น เสียงกลองอันคุ้นเคยก็ดังขึ้น

ตึง! ตึง!

“ทันตะ! สวัสดีค่ะ/ครับ”

แสงสปอตไลต์ขยับเลื่อนจากสแตนด์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มาโฟกัสที่คณะทันตแพทยศาสตร์ การแสดงเริ่มต้นด้วยเพลงบังคับและการปรบมือตามมาตรฐาน แต่พอเริ่มถึงกลางเพลง นิสิตปีหนึ่งก็เริ่มขยับตัวเพิ่มมากขึ้น จนเกิดเป็นลวดลายจากการขยับตัวของแต่ละคน ตามด้วยการแปรขบวนบนสแตนด์ แม้การเคลื่อนขบวนจะไม่สมบูรณ์นักซึ่งเกิดจากการก้าวขึ้นลงอัฒจันทร์ซึ่งใหญ่กว่าที่เคยซ้อมมา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การแสดงของเด็กปีหนึ่งคณะทันตะ ทำให้คนดูตื่นตะลึงจนเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย

“ทำดีมาก เพื่อน” แสตมป์พึมพำชมขณะกำมือแน่น พลางลุ้นไปกับเพื่อนบนสแตนด์ แล้วเหลือบมองเพื่อนเชียร์ลีดเดอร์คนอื่นๆ ซึ่งก็จ้องตาเขม็งอย่างลุ้นไม่แพ้กัน

เมื่อการแสดงในเพลงบังคับจบลง การแสดงในเพลงที่มีเวลาฝึกน้อยที่สุดก็เริ่มต้น ทุกคนบนสแตนด์ลุกขึ้นยืน แล้วตั้งการ์ดคล้ายกับเชียร์ลีดเดอร์ที่แสตมป์ฝึกมา เพราะต้องร้องเพลงและทำท่าไปด้วย พี่ปิ๊กกับพี่จี๊ดจึงต้องปรับท่าให้มีการหันหน้ามากที่สุด เสียงที่เปล่งออกไปพร้อมกับการขยับมืออย่างพร้อมเพรียง ลุกนั่ง ย่อ จนเหมือนทั้งสแตนด์มีเชียร์ลีดเดอร์ห้าสิบหกคน แสตมป์กำมือแน่นอย่างลุ้นระทึก ขณะที่คนดูรอบข้างเริ่มวิพากษ์วิจารณ์

“ทันตะมันทำอะไรวะ เหมือนเต้นลีดเลย”

“เพราะคนน้อยเสียงก็เลยเบา พอยิ่งขยับออกท่าทางมาก เสียงก็ยิ่งเบาลงไปอีก”

“แต่ก็สวยดีนะแก ใส่ชุดดำทั้งชุด แล้วสวมถุงมือขาวสะท้อนกับแสงสปอตไลต์ ดูแล้วเจ๋งดี แต่เสียงเบาไปหน่อย อย่างว่าละนะ ก็มีคนอยู่แค่นี้นี่นา”

แสตมป์อยากเถียงแทนเพื่อน แต่คงไม่มีประโยชน์ เพราะสิ่งที่เธอควรทำในเวลานี้คือ วิ่งกลับไปหลังสแตนด์ เพื่อรอรับเพื่อนของเธอทั้งหมด ซึ่งได้แสดงสปิริตตามจุดประสงค์ของงานแล้ว มันก็อย่างพี่ปิ๊กว่าแหละ วันนี้คือการแสดงสปิริต แต่ครั้งหน้า เวลาที่หน้าสแตนด์มีเชียร์ลีดเดอร์และอุปกรณ์พร้อม พวกเราจะทำให้คนที่ดูถูกเราหน้าหงายไปเลย

 

ตึง! ตึง!

“ทันตะ! ขอบคุณค่ะ/ครับ”

แสงสปอตไลต์เปลี่ยนทิศทางส่องสว่างไปยังคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ขณะที่รุ่นพี่ซึ่งควบคุมลำดับการแสดงสแตนด์ วิ่งขึ้นมาให้เด็กทันตะแถวหน้าลุกเดินออกไป เพื่อเปิดทางให้คณะต่อไปเข้ามาจัดแถวบนสแตนด์ ความมืดช่วยอำพรางการเปลี่ยนผ่านของแต่ละคณะได้ดี ทุกอย่างผ่านไปเร็วมาก จนกระทั่งทั้งหมดมายืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่าง โดยมีพี่ปิ๊กและเหล่าเพื่อนที่เป็นเชียร์ลีดเดอร์ยืนรอพวกเขาอยู่

พี่ปิ๊กเป็นคนแรกที่ปรบมือให้ ตามด้วยเพื่อนทุกคน และตัวคนขึ้นสแตนด์เองที่ปรบมือให้ตัวเอง

“เก่งมากๆ น้องๆ เก่งจริงๆ ผลเป็นยังไงก็ช่างมัน เราทำดีที่สุดแล้ว ทำได้ดีมาก ทำได้ดีมากจริงๆ” พี่ปิ๊กพูดพลางเดินมากอดน้องทุกคน น้องๆ ก็หันมามองหน้ากัน แล้วยิ้มอย่างโล่งอก จริงๆ เราก็ไม่รู้หรอกว่า การแสดงบนสแตนด์เมื่อกี้ ทำให้ใครชอบเราบ้าง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนคือ ในชั่วเวลาหนึ่ง เด็กปีหนึ่งซึ่งมาจากคนละที่ได้เข้าใจถึงคำว่า น้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างลึกซึ้งถึงก้นบึ้งของหัวใจเลยทีเดียว

พี่ปิ๊กนัดแนะการซักซ้อมสแตนด์รอบต่อไปอีกเล็กน้อยก็ให้ทุกคนกลับได้ กระดิ่ง ทิพย์ แสตมป์ ตกลงกลับกับรถของลม แต่กว่าจะขับรถแล่นออกจากลานจอดรถได้ก็ต้องเสียเวลาไม่น้อย เพราะมีรถของคนที่ต้องการมาดูสแตนด์เชียร์เยอะ กระดิ่งนั่งมองรถมอเตอร์ไซค์ที่ขับซอกแซกผ่านออกไปยังถนนใหญ่ได้อย่างง่ายดาย จึงเอ่ยขึ้นว่า

“สงสัยเราต้องฝึกขี่มอเตอร์ไซค์แล้วละมั้ง”

“ก่อนหน้านั้น แกควรหาซื้อรถมอเตอร์ไซค์ก่อนดีไหม หรือจะเอารถหลีด[1]” แสตมป์ถาม

“รถหลีด คืออะไรเหรอ” เด็กกรุงเทพฯ ที่เคยนั่งแต่รถเมล์ถามอย่างไม่เข้าใจ

แสตมป์จึงหันไปมองหน้าลม เพราะไม่รู้จะอธิบายให้เด็กเมืองกรุงฟังอย่างไร ทิพย์จึงเดาว่า

“คล้ายๆ กับรถที่คุณครูในการ์ตูนขี่กันหรือเปล่า มันคล้ายกับรถสกูตเตอร์”

“อ้อ เหรอ มันขี่ง่ายกว่ามอเตอร์ไซค์เหรอ” คนไม่เคยขี่รถถามอย่างสนใจ

ลมพยักหน้า “ก็ง่ายนะ ผู้หญิงก็ขับได้ ไม่มีเกียร์ ไม่มีครัช แค่บิดคันเร่งกับบีบเบรกมือ”

“แล้วจะหาซื้อรถอย่างนี้ที่ไหนอ่ะ ใกล้ๆ มหาวิทยาลัย มีไหม”

“ไม่มีหรอก แต่เรารู้จักร้านที่ขายรถหลีดมือสอง” ลมตอบ

ดวงตาของกระดิ่งเปล่งประกาย “งั้นพาเราไปซื้อหน่อยสิ”

“เดี๋ยวกระดิ่ง แกมีใบขับขี่แล้วเหรอ” มณทิพย์เตือนสติเพื่อน

กระดิ่งส่ายหน้า “ไม่มี มีรถแล้วค่อยฝึก แล้วค่อยไปสอบใบขับขี่สิ”

“ง่ายๆ อย่างนั้นเลย” หนุ่มเจ้าของรถถามด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เมื่อฟังตรรกะง่ายๆ ของเพื่อน

“ง่ายๆ อย่างนี้แหละ แสตมป์ขับเป็นใช่ไหม สอนเราหน่อยสิ” พอตัดสินใจได้ กระดิ่งก็เริ่มหาเหยื่อทันที

แสตมป์รีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน “ไม่เอาหรอก เดี๋ยวได้ตายหมู่น่ะสิ ฉันก็ให้พี่ชายฉันสอนเหมือนกัน”

“อ้าว! แล้วใครจะสอนฉันขี่ละ” กระดิ่งโอดครวญ พอดีกับมีคนขับรถหลีดแซงผ่านหน้ารถของลมไป หญิงสาวเลยชี้แล้วถามว่า

“นั่นใช่ไหม รถหลีดน่ะ เล็กกะทัดรัดดีนะ เราต้องขับได้แน่ๆ ไม่เป็นไรเดี๋ยวลองดู มันคงเหมือนจักรยานมั้ง”

พอได้ยินคำพูดมาดมั่นอย่างนั้น ชายหนุ่มที่กำลังขยับรถให้แล่นไปตามเส้นทางก็รีบร้องห้ามทันที

“เฮ้ย เฮ้ย มันไม่เหมือนนะครับคุณกระดิ่ง จะหลีดหรือมอเตอร์ไซค์ก็หนังหุ้มเหล็กทั้งนั้น เอางี้ไหม รอไว้หลังสอบกลางภาคก่อน ค่อยไปซื้อรถหลีด แล้วเดี๋ยวเราสอนให้ แต่กระดิ่งต้องสอบใบขับขี่ให้ผ่านด้วยนะ ไม่งั้นเราจะแจ้งตำรวจ”

กระดิ่งหันมายิ้มกว้าง “ขอให้สอนจริงเถอะน่า เรื่องสอบใบขับขี่ เราไม่กลัว”

“ได้ครับผม”

“ขอบใจมาก”

“งั้นพวกเราก็ควรซื้อรถหลีดด้วยสิเนอะ แสตมป์ พักนี้ก็เริ่มเหนื่อยที่ต้องเดินแล้ว” ทิพย์รีบพูดขึ้น แต่แสตมป์กลับส่ายหน้า

“แต่ฉันไม่ต้องให้แกสอนหรอกลม ฉันขับได้อยู่แล้ว”

ลมหัวเราะ แต่ไม่มีใครตอบทิพย์จนกระทั่งลมขับวนไปส่งทุกคนเสร็จ ลมกับกระดิ่งก็กลับมาถึงหอพัก และก่อนที่กระดิ่งจะลงจากรถ โทรศัพท์ของลมก็ดังขึ้น

“ว่าไงก้อย อืม ลมถึงหอแล้ว พอดีวนไปส่งเพื่อนน่ะ อือ เภสัชเพิ่งเสร็จไม่ใช่เหรอ ตอนนี้รถติดมากเลย ก้อยจะกลับกับเพื่อนไหม...”

น้ำเสียงดูเคร่งขรึมในหางเสียง ทำให้กระดิ่งรู้สึกว่าอาจจะละลาบละล้วงไป ถ้าต้องนั่งฟังคนรักคุยโทรศัพท์กัน หญิงสาวจึงส่งสัญญาณบอกลมว่า เธอขอลงก่อน แล้วเปิดประตูลงจากรถ ลมคุยต่ออีกนิดหน่อยก็สตาร์ตรถอีกรอบ พลางลดกระจกลง แล้วบอกลากระดิ่งว่า

“เราต้องกลับไปรับก้อยน่ะ เจอกันพรุ่งนี้นะ”

กระดิ่งพยักหน้า “แล้วเจอกัน ขับรถดีๆ ล่ะ”

“บาย”

หญิงสาวมองตามท้ายรถยนต์ จนรถเลี้ยวลับมุมถนนไปแล้ว จึงเดินเข้าที่พัก หลังจากผ่านความตื่นเต้นกับภารกิจสำคัญในวันนี้ ตอนนี้ก็ได้เวลาพักผ่อนแล้ว

 

กีฬาเฟรชชี่เริ่มต้นและดำเนินไปท่ามกลางเนื้อหาวิชาเรียนที่เข้มข้นขึ้น ปีหนึ่งทุกคนต้องทำทั้งกิจกรรมและเรียนไปพร้อมๆ กัน ทำให้เวลาทั้งหมดผ่านไปอย่างรวดเร็ว กระดิ่งเริ่มคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยมากขึ้น แม้ตอนแรกจะเหนื่อยมากกับตารางเรียนและกิจกรรม แต่ทั้งหมดก็เป็นผลดีทำให้รู้จักเพื่อนในชั้นปีเดียวกันได้เร็ว ตอนนี้เธอสามารถไปไหนคนเดียวในมหาวิทยาลัยได้ เหมือนกับที่ไม่เก้อเขินอีกต่อไปที่ต้องนั่งกินข้าวกับเพื่อนในคณะ

“กระดิ่ง ฉันจะไปตึกวิศวะ ไปเป็นเพื่อนหน่อยสิ” แสตมป์ชวน ขณะทั้งสองคนกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในสำนักห้องสมุด

“ไปทำไมเหรอ” กระดิ่งเงยหน้าจากชีตเรียนที่อ่านอยู่

วันเสาร์อาทิตย์เป็นช่วงเวลาที่เด็กอยู่หอห้องพัดลมจะมาฝังตัวในสำนักหอสมุด เพราะที่นี่เป็นที่เดียวที่นั่งฟรี และมีแอร์เย็นฉ่ำ ถ้าเบื่อก็ไปเล่นอินเทอร์เน็ตตรงส่วนบริการคอมพิวเตอร์ได้ หรือจะลงไปหาหนังสืออ่านเล่นที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ซึ่งอยู่ชั้นหนึ่งของอาคารก็ได้

“ไอ้พี่บ้า มันให้ฉันไปเอาของที่ฝากเพื่อนซื้อน่ะ”

“พี่อากรน่ะเหรอ แต่วันนี้วันเสาร์นะ จะมีใครอยู่ที่ตึกคณะล่ะ หรือพวกวิศวะมีห้องเชียร์กันวันเสาร์” กระดิ่งถาม พลางเริ่มเก็บชีต ความจริงอยากวางจองที่ไว้เหมือนกัน แต่หากต้องไปนาน เดี๋ยวบรรณารักษ์ห้องสมุดจะมาเก็บของที่วางจองเอาไว้ เลยจำใจต้องเก็บก่อน ทั้งที่วันนี้เธอได้ที่นั่งอยู่ในมุมสงบและรับลมเย็นจากแอร์เต็มๆ เลย

“ไม่รู้มัน ถ้าไม่ไปเดี๋ยวมันมาบ่นอีก ช่วงนี่มันยิ่งทำแล็บไม่ผ่าน ขี้เกียจทะเลาะด้วย” แสตมป์บ่นขณะเก็บของ

“งั้นขากลับแวะร้านเบเกอรีตรงตึกคณะเกษตรได้ไหม ฉันอยากกินเค้ก”

“ได้อยู่แล้ว”

“ปะ”

สองสาวเดินลงจากชั้นสามของสำนักหอสมุด ก่อนจะมายืนมองแดดที่สาดแสงแรงกล้า จนกระดิ่งต้องควักหมวกออกมาใส่

“เราเดินตัดผ่านอุโมงค์ต้นไม้ดีกว่า โชคดีจริงๆ ที่แถวนี้มีต้นไม้เยอะ” แสตมป์เสนอ

สำนักหอสมุดตั้งอยู่ระหว่างตึกคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์กับคณะเกษตรศาสตร์ ด้านหน้าของสำนักหอสมุดคือ สวนเทเลทับบี[2]ซึ่งปลูกต้นไม้ประจำจังหวัดของทั้งเจ็ดสิบหกจังหวัดไว้ พื้นที่ที่กั้นสำนักหอสมุดกับคณะเกษตรศาสตร์คือ ดงต้นไม้ที่มีช่องทางแคบพอให้แค่เดินหรือขี่มอเตอร์ไซค์ได้เท่านั้น พวกเราเลยเรียกเส้นทางนี้ว่า อุโมงค์ต้นไม้

“เย็นดีนะ แดดที่นี่น่ากลัวชะมัด” กระดิ่งเปรย

“จริง ถ้าต้องเดินไปเสียเที่ยวนะ ฉันจะเล่นงานพี่อากรให้เจ็บเลย”

กระดิ่งหัวเราะกับการทะเลาะของสองพี่น้อง “เอาน่า พอเราขึ้นปีสามพี่เขาก็ปีหก คราวนี้เราก็ให้เขาช่วยเราทำแล็บสิ ไหนๆ ก็มีพี่อยู่คณะเดียวกันแล้ว”

“เออจริงด้วย ความคิดดีนี่กระดิ่ง ใช้ได้ๆ ฉันจะจำไว้ใช้”

สองสาวเดินคุยกันไปจนเข้าสู่เขตตึกคณะวิศวะที่อยู่ถัดจากเทเลทับบี สแตมป์เดินผ่านตึกหน้าสุดเข้าไปยังพื้นที่ส่วนกลางซึ่งเป็นโถงทางเดินที่ไม่น่าเชื่อว่าจะซ่อนอยู่ในตึกคณะสีเทาอันแสนแข็งกระด้างของคณะวิศวกรรมศาสตร์

“ไหนละเพื่อนพี่ที่จะเอาของมาให้แสตมป์”

“เดี๋ยวนะ พี่อากรให้เบอร์โทร. มา บอกว่าถ้ามาถึงโถงทางเดินให้โทร. หาเพื่อนเขา” แสตมป์ตอบ พลางล้วงโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ตามกระดาษที่จดจากพี่ชาย รอสายไม่นานปลายสายก็รับ

“ค่ะ หนูเป็นน้องสาวพี่อากรค่ะ พี่ชายให้มารับของ ค่ะ ค่ะ ให้รอตรงนี้นะคะ” แสตมป์วางสาย แต่ยังขมวดคิ้วราวกับไม่แน่ใจอะไรบางอย่าง

“ทำไมเหรอแสตมป์ ไม่ได้ของเหรอ”

แสตมป์ส่ายหน้า “ไม่ใช่ เดี๋ยวเขาเอามาให้ แต่ว่า...ฉันคุ้นๆ เสียงของเพื่อนพี่ชายคนนี้ยังไงไม่รู้”

“อาจเพราะคุยผ่านโทรศัพท์มั้งแก”

แสตมป์พยักหน้า “นั่นสิ ช่างเถอะ เดี๋ยวรับของแล้วเราก็ไปตึกเกษตรกัน”

กระดิ่งพยักหน้า สองสาวยืนหันซ้ายหันขวามองตึกคณะวิศวะอยู่ไม่นาน หางตาของกระดิ่งก็เห็นใครบางคนเดินมาทางนี้ เธอจึงหันไปมองพร้อมเรียกเพื่อน

“มาแล้วมั้งแสตมป์”

แสตมป์หันไปมองตาม แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อพบว่าผู้ที่กำลังเดินตรงมาหาเธอ คือคนที่เธอไม่อยากเจอที่สุด...พี่ป๊อก วันนี้เขาไม่ได้สวมเสื้อยืดสีเลือดหมูประจำคณะ แต่สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีน้ำเงิน ทับด้วยกางเกงยีนสีซีด คาดด้วยเข็มขัดหนัง พอมองรวมกับใบหน้าที่ดูเคร่งขรึม จึงดึงเอาความดิบเถื่อนของคณะที่มีคนหมายตามากที่สุดในมหาวิทยาลัยออกมาให้ดูโดดเด่นมากขึ้น ถ้าไม่ติดว่าเขาถือถุงกระดาษสีส้มสะท้อนแสงให้เสียภาพลักษณ์น่ะนะ

“สวัสดีค่ะ” สองสาวยกมือไหว้รุ่นพี่อย่างพร้อมเพรียง

พี่ป๊อกค้อมศีรษะรับไหว้ แล้วยื่นถุงสีส้มแสดให้แสตมป์

“ของที่อากรฝากซื้อ”

แสตมป์กะพริบตาก่อนจะละสายตาจากใบหน้ารุ่นพี่ไปมองถุงสีส้ม แล้วยื่นมือไปรับของมาส่งให้กระดิ่ง จากนั้นจึงล้วงมือควานหากระเป๋าเงินในกระเป๋าถือ

“พี่อากรฝากเงินมาให้พี่ด้วยค่ะ รอแป๊บหนึ่งนะคะ”

ป๊อกพยักหน้า แล้วยืนรอ แสตมป์มัวแต่ค้นหากระเป๋าเงิน เลยไม่ทันเห็นว่าคนหน้านิ่งยกมุมปากเล็กน้อย แต่ภาพรอยยิ้มนั้นไม่พ้นสายตาของกระดิ่งไปได้ ด้วยสัญชาตญาณ เธอจึงก้มมองถุงสีส้มในมือ แล้วมองลอดช่องเข้าไป ก็พบของที่พี่อากรฝากซื้อ เป็นเค้กปอนด์ของร้านดังในตัวเมือง

มันอร่อยขนาดต้องฝากกันซื้อเลยเหรอ กระดิ่งคิด

“นี่ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”

“ไม่เป็นไร ผมไปนะ”

“คะ? ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” แสตมป์ตอบอย่างมีมารยาท ป๊อกหมุนตัวกลับ แล้วเดินจากไป

“พี่อากรชอบกินเค้กร้านนี้มากเหรอ” กระดิ่งถามพลางส่งของให้เพื่อน

“อะไรนะ เค้กเหรอ” แสตมป์ถามเสียงสูงแล้วเปิดดู

“ไอ้พี่...บ้า เล่นอะไรบ้าๆ”

“ทำไมเหรอแสตมป์” กระดิ่งถามอย่างไม่เข้าใจ

แสตมป์เลยนั่งยองๆ แล้ววางกล่องกับพื้น เพื่อคลี่กล่องออก กล่องเค้กที่ด้านบนถูกเจาะเป็นรูเผยให้เห็นหน้าเค้กที่เขียนว่า

‘Happy birth day to Stamp’

“วันนี้วันเกิดแกเหรอ” กระดิ่งถามเสียงสูง

“ไม่ใช่ วันเกิดฉันมันวันพรุ่งนี้ต่างหาก พี่บ้ามันเล่นอะไรเนี่ย ร้อยวันพันปีไม่เห็นเคยให้เค้ก”

กระดิ่งเอียงคอมองเพื่อนที่แม้จะบ่นว่าพี่ชาย แต่ใบหน้าที่อมยิ้มอย่างดีใจนี้ มันแสดงออกชัดถึงความสนิทสนมของพี่ชายกับน้องสาวคู่นี้

“พี่อากรนี่ก็แอบแสนดีนะเนี่ย”

“หยุดล้อเลย ไม่งั้นไม่แบ่งเค้กให้”

“โอ๋ แสตมป์อ่ะ แบ่งเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะซื้อท็อฟฟี่เค้กเป็นของขวัญวันเกิดให้แก”

สแตมป์หัวเราะร่ากับการต่อรอง โดยไม่รู้ตัวว่า คนที่ไม่ได้เดินจากไปจริงได้เก็บภาพรอยยิ้มของเธอไว้ในกล้องถ่ายรูปที่มีเลนส์ยาวซึ่งซูมภาพจากระยะไกลได้แบบนับไม่ถ้วน ก่อนจะหยุดกดชัตเตอร์เพื่อรับโทรศัพท์ที่ดังขึ้นขัดจังหวะ

“ว่า”

“ถือว่าเจ๊ากันกับเรื่องครั้งที่แล้วที่มึงหาเบอร์ดาวคณะมึงให้กูน่ะ แต่รู้สึกว่ากูเสียเปรียบยังไงไม่รู้ว่ะ นั่นน้องสาวกูนะโว้ย ถ้าไม่ใช่มึงกูไม่ทำแน่”

“เออ กูขอบใจมึง ครั้งหน้าถ้ามึงอยากได้เค้กบ้านกูไปง้อสาว กูจะไม่คิดเงินมึงสักบาท”

“ขอบใจหลายเพื่อน แค่นี้”

“เออ บาย”

ป๊อกกดวางสายทั้งที่สายตาไม่ได้ละไปจากแผ่นหลังเจ้าของเค้กวันเกิดที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองโดนหลอกให้มาถึงตึกคณะวิศวะเพราะอะไร ยิ่งคิดป๊อกก็ยิ้มกว้าง แล้วก้มลงกดโทรศัพท์หาเบอร์โทร. ที่เรียกเข้าจากหญิงสาว แล้วบันทึกชื่อเจ้าของเบอร์ไว้อย่างอารมณ์ดี ผิดกับมาดแสนเคร่งขรึมซึ่งแสดงต่อหน้าคนอื่นลิบลับ



[1] รถหลีด หรือ รถป๊อป คือ รถจักรยานยนตร์ 50 cc ส่วนใหญ่เป็นรถมือสองนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นมาประกอบ

[2] เป็นสวนสาธารณะกลางมหาวิทยาลัย ที่อยู่ระหว่างอาคารสำนักหอสมุด คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ โดยชื่ออย่างเป็นทางการของสวนนี้คือ กรีน แอเรีย (Green Area) หรือ โอเอซิส (Oasis) จนกระทั่งมีภาพยนตร์สำหรับเด็กเรื่อง เทเลทับบีเข้ามาฉายในประเทศไทย ซึ่งลักษณะของสวนมีความคล้ายคลึงกับสวนในภาพยนตร์ นิสิตจึงเรียกกันเล่นๆ ว่าสวนเทเลทับบีจนติดปาก


>>> แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ <<<


Writer : Kalthida

(IG & Twitter : kalthida)

Writer Assistant : Veerandah

(IG & Twitter : veerandah)


Dent Talk :

ตอนกัล กัลชอบเพลง "พบรักที่มอหนองอ้อ" มากเลยค่ะยิ่งแสตนด์วิศวะร้องเพลงนี้ บางทีกัลก็แอบคิดเลย แหมถ้ามีหนุ่มวิศวะมาจีบตอนปีหนึ่งคงจะดีเหมือนกัน >< แต่ตอนที่ฟังสแตนด์วิศวะร้องเพลงนี้ขณะที่เรานั่งอยู่ข้างๆ มันไม่สนุกนะคะ เพราะมันดังมาก ทั้งเสียงกลอง เสียงปรบมือ แต่ฟังแล้วดูหล่อมากจริงๆ

มีหลายคนทายเรื่องพี่ป๊อก ซึ่งถูกต้องแล้วค่าที่พี่ป๊อกคือพระเอกคนแรก และน่าจะเป็นพระเอกแห่งชาติในเวลาอันใกล้นี้แน่นอน เด็กทันตะมีแฟนเป็นวิศวะเยอะมากเลยค่ะ น่าจะสามารถตั้งสมาคมพ่อบ้านทันตะได้เลย แต่พี่ป๊อกมีความพิเศษในหลายๆ อย่างเพราะว่ากัลนำเอาลักษณะของคนที่จะมาเป็นเขยทันตะมารวมกัน ซึ่งรับรองว่าผู้ชายที่มากับเค้กคนนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน 

วันนี้กัลยังนอนพิษณุโลกอีกหนึ่งวันค่า พรุ่งนี้จะกลับแล้ว การมาที่นี่ได้เจอทั้งเพื่อน รุ่นน้อง อาจารย์ ได้คุยได้ไอเดียในการแต่งเรื่องนี้ต่ออีกหลายอย่าง ดีใจที่ได้ตัดสินใจมา และคิดว่าอยากจะมาอีก (จริงๆ ยังเมาท์กันไม่พอ 5555) 

กัลเริ่มเขียนนิยายเรืองนี้ด้วยความคิดถึง แต่ดูเหมือนยิ่งเขียนก็ยิ่งคิดถึง แล้วยิ่งได้มาแจ้งอาจารย์อย่างเป็นทางการว่าจะเขียนนิยายกับคณะ ก็ยิ่งรู้สึกว่า กัลจะต้องทำตามตั้งใจให้สำเร็จ 

ขอบคุณนักอ่านที่เข้ามาอ่านนะคะ เพราะต่อให้ทุกคนไม่ได้เรียนคณะนี้ แต่กัลรับรองว่าสิ่งที่จะได้กลับไปอย่างแรกจะเป็นความสนุกแน่นอนค่ะ


ปล. สำหรับ รุ่นพี่ รุ่นเพื่อน รุ่นน้อง ของกัลที่ผ่านเข้ามาอ่าน กัลอยากให้มองว่า นี่เป็นบันทึกความทรงจำที่ใส่สีตีไข่ของกัลฝ่ายเดียว ตามประสาคนฟุ้งซ่านมากกว่า กัลไม่ได้มีเจตนาไม่ดี อย่างไรนี่ก็คือ นิยายเพื่อความบันเทิง อ่านเอาเล่นๆ สนุกๆ พอให้คิดถึงกันนะคะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

1,624 ความคิดเห็น

  1. #1612 มืใหม่คาซึ (@wapaya) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 11:52
    อร๊ายย เขินแทน พี่ป๊อกร้ายมากเลยอ่าาา
    #1612
    0
  2. วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 14:01
    เขินอิพี่ป๊อกตลอดเลย งืออออ
    #1590
    0
  3. #1570 ชาใหญ่ (@phaipongsatorn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 23:19
    นึกว่าลมเป็นพระเอก นี่พี่ป๊อกเองเหรอเนี่ย เขินโว้ยยยยยยยยยยยย><
    #1570
    0
  4. #1557 pandayld (@pandayld) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 17:11
    เขินแทน งื้ออออ~><?
    #1557
    0
  5. #1532 Benjie_BB (@Benjie_BB) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:13
    พี่ป๊อกน่ารักมากกก
    #1532
    0
  6. #800 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 10:26
    งือออออ ฟิน
    #800
    0
  7. #462 P-kongkwan (@prakykwan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 19:45
    พี่ป็อกน่ารักมากกกกกกกกกก 
    #462
    0
  8. #413 มิ้น (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 16:18
    เขินพี่ป๊อกง่าาาาาาาา
    #413
    0
  9. #354 &#12490;&#12483;&#12488; (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 01:31
    เขินแทนแสตมป์หมดแล้ววววว
    #354
    0
  10. #132 ภัตตรา (@scis2or) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 14:22
    เชียร์พี่ป๊อก55555555 เขิน
    #132
    0
  11. #60 Nomomind (@nomomind) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 19:46
    ขอคู่นี้ค่าาาา โอ้ย เขิน พี่ป๊อกค่า กรี้ดมากๆ FC เลยค่ะ 5555555
    #60
    0
  12. วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 19:02
    ทำไมพี่ป๊อกคือดี 5555
    #59
    0
  13. #58 yaon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 17:50
    FC พี่ป๊อก ตามคาดหมาย มีความน่ารัก ชอบโผล่เจอแสตมป์บ่อย ตึกคณะก็ออกจะไกลขนาดนั้นนนนนนน 5555







    รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ







    ปล อัพเยอะอีกหน่อยได้มั้ยค๊า

    #58
    0
  14. #57 มะลิซ้อน (@achjaya) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 14:53
    จะเอาพี่ป็อก กับ แสตมป์ จะเอา จะเอา อย่าลืมแต่งนิยายคู่นี้ด้วยนะคะ
    #57
    0
  15. #56 ppwi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 12:15
    พี่ป๊อกน่ารักกกกก

    เรียนทันตะไม่เห็นจะมีโมเม้นหนุ่มวิดวะแบบนี้เลย

    มีแต่คนไข้เป็กเด็กวิดวะ ที่แค่เห็นหน้าเราก็กลัวแล้ว
    #56
    0
  16. #55 ppwi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 12:15
    พี่ป๊อกน่ารักกกกก

    เรียนทันตะไม่เห็นจะมีโมเม้นหนุ่มวิดวะแบบนี้เลย

    มีแต่คนไข้เป็กเด็กวิดวะ ที่แค่เห็นหน้าเราก็กลัวแล้ว
    #55
    0
  17. #54 ppwi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 12:14
    พี่ป๊อกน่ารักกกกก

    เรียนทันตะไม่เห็นจะมีโมเม้นหนุ่มวิดวะแบบนี้เลย

    มีแต่คนไข้เป็กเด็กวิดวะ ที่แค่เห็นหน้าเราก็กลัวแล้ว
    #54
    0
  18. #53 littlestar crazy (@sky37) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 11:50
    พี่ป๊อกมามืดจริงๆ แล้วเมื่อไหร่กระดิ่งจะเจอรักซักทีนะ 55555555 รออยู่นะคะ
    #53
    0
  19. #52 Miii (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 10:55
    นี่ก็ตั้งแต่เรียนยันเป็นทันตแพทย์ยังไม่เคยมีโมเมนต์แบบนี้กับเค้าเลยค่ะ
    #52
    0
  20. #51 Kocka (@katzeto) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 10:17
    พี่ป๊อกน่ารักจัง งื้ออออออ
    #51
    0
  21. #50 psrps (@ploysp18) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 09:27
    Fc พี่ป๊อกเลยค่า
    #50
    0
  22. #49 z-par (@z-par) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 07:56
    รอออออออออ
    #49
    0
  23. #48 flourite (@praethai) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 07:36
    รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างจากพี่ป๊อกตั้งแต่ครั้งแรกที่ปรากฏตัว แต่ไม่คิดว่าจะมาเป็นตัวหลัก นี่มันรวมเขยทันตะเชียวนะ 

    ทิพย์ดูมีพลังงานลบ รอดูว่าคนคนนี้จะทำอะไรมั้ย

    ลมแสนดีมาก จนอยากให้ได้คู่กับคนดีๆ เลย
    #48
    0
  24. #47 มายอีฟ. (@evening731) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 07:07
    คู่รองเห็นแววแล้ว แต่คู่หลักริบหรี่เหลือเกิน 5555
    #47
    0
  25. #46 puphaa (@puphaa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 06:42
    ชอบค่ะ
    #46
    0