ร่ายรักขจัดร้าย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,286 Views

  • 3 Comments

  • 29 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    25

    Overall
    2,286

ตอนที่ 10 : บทที่ 3 : ข่มขู่ดูใจ [3] จบบท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 182
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    3 มี.ค. 62



นอกจากคนนอกจะมาทำให้ปวดหัวแล้ว คนในก็วุ่นวายไม่แพ้กัน พรรณิภาเดินเข้าห้องทำงานมาได้ไม่ทันไร โทรศัพท์บนโต๊ะเลขาหน้าห้องก็ดังขึ้นรัวสามสี่สาย รอจนแน่ใจว่าหมดแล้ว อีกฝ่ายจึงเดินตามเข้ามาแจ้ง 

“คุณพั้นช์คะ ผู้ถือหุ้นโทรเข้ามสอบถามเรื่องคุณแอชเชอร์ค่ะ”

มือเล็กส่งเอกสารที่เพิ่งเซ็นชื่อลงท้ายเสร็จให้เลขาพร้อมสั่งงานต่อเสียงเนือย

“ช่วยส่งจดหมายแจ้งเรื่องประชุมการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ให้ทุกท่านทราบด้วยนะคะ กำหนดวันประชุมเร็วที่สุดเลยนะ”

อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดละ...

“ได้ค่ะ เอ่อ...” รับงานแล้วแต่เลขาสาวก็ยังอ้ำอึ้งไม่ออกไปจากห้อง

“มีอะไรอีกหรือเปล่าคะ”

“คุณแอชเชอร์โทรตามมาขอนัดทานมื้อค่ำกับคุณพั้นซ์ค่ะ”

“ไม่รับค่ะ!” บอกเสียงเด็ดขาด

“เอ่อ...เขาให้พี่เรียนคุณพั้นช์ว่าความอยู่รอดของธาราวิลล์ขึ้นอยู่กับเรื่องนี้...ค่ะ”   

 

เวลาทุ่มตรง ณ ลานนั่งเล่นข้างบ้านหลังเล็กริมทะเล

ชายคนหนึ่งกำลังนั่งรอคอยการมาถึงของใครบางคนอยู่เงียบ ๆ เดาได้เลยว่าตอนได้ยินคำลงท้ายที่เขาฝากเอาไว้ พรรณิภาคงแทบเต้น อยากรู้นักว่าเธอจะยอมมานั่งทานข้าวเย็นกับเขาหรือเปล่า แอชเชอร์ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกสนุกทุกครั้ง เวลาได้เห็นพรรณิภาทำหน้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตอนโดนเขาแกล้ง เธอเหมือนแมวขี้ตื่นตัวเล็ก ๆ พอเห็นเขาก็กางเล็บพองขนขู่ใส่ ไม่รู้เลยว่าท่าทางแบบนั้นมันทำให้เขาชอบใจนักละ เพราะปกติสาว ๆ รอบตัวเขามักจะโอนอ่อนผ่อนตามจนน่ารำคาญ ไม่มีพยศใส่เหมือนเธอเลย

“เธอมาแล้วครับ”

เลขาหนุ่มบอกขึ้นเมื่อเข็มนาฬิกาเลยเวลานัดมาเกือบสิบนาที

หญิงสาวในชุดเดรสยาวพลิ้วไปกับลมทะเลเบา ๆ ปรากฏตัวขึ้นยังทางเดินเล็ก ที่เชื่อมต่อกับบ้านพักหลังอื่น ๆ ในบริเวณนี้

“ดีใจที่คุณยอมมานั่งดินเนอร์กับผม”

พรรณิภาค้อนขวับใส่คนลุกขึ้นมาเลื่อนเก้าอี้ให้ “ถ้าคุณไม่ยกเอาธาราวิลล์มาขู่ ฉันก็คงไม่มานั่งให้คุณแทะด้วยสายตาเล่นแบบนี้หรอก คุณแอชเชอร์ อัศวรรษ หวง”

“ฮ่า ๆ เรียกผมว่าอัศก็ได้ มันเป็นชื่อเล่นของผม” แอชเชอร์บอกเสียงกลั้วหัวเราะ ขณะเดินกลับมานั่งที่ตัวเอง เมื่อเธอนั่งลงบนเก้าอี้แล้ว

“เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นค่ะ” คนได้สิทธิพิเศษบอกหน้านิ่ง

ชายหนุ่มไม่ถือสา หันไปปรบมือเรียกพนักงานออกมาเสิร์ฟอาหาร ซึ่งก็หาใช่คนอื่นคนไกล เป็นตี๋หนุ่มหน้าคมนามว่าอีธานนั่นเอง  

 “ถ้าคุณมาช้ากว่านี้อีกสักหน่อย กุ้งย่างเนยของผมคงหมดอร่อย ลองทานดูสิ ผมลงมือเข้าครัวเองเลยนะ”  

พรรณิภามองจานอาหารที่อีธานยกออกมาเสิร์ฟพร้อมไวน์แก้วสูงแบบไม่เชื่อถือ “ทำเองจริงเหรอคะ”

“จริงสิ พอดีไปเดินเล่นแถวนี้มา เห็นกุ้งสด ๆ เยอะแยะ ผมเลยชื้อมาทำอะไรกินเอง ขี้เกียจไปนั่งหล่อ ๆ ให้ชาวบ้านมองที่ห้องอาหาร”

ความจริงก็คือออกไปสำรวจดูพื้นที่รอบนอกโรงแรมนั่นแหละ

คนฟังกลอกตาให้กับความหลงตัวเองของพ่อคุณ พอเขาพยักพเยิดให้กินอาหาร ก็ทวงถามเรื่องสำคัญ

“คุณบอกว่าถ้าฉันยอมมา...”

“กินก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ มา ชนแก้วกันหน่อย” ว่าแล้วคนหล่อก็ยื่นแก้วไวน์ไปรอยิ้ม ๆ “เร็วสิ ผมไม่หลอกคุณหรอกน่า”

พรรณิภาถอนหายใจขณะยกแก้วไวน์ของตนไปแตะแก้วอีกฝ่าย หากใครได้เห็นสายตาวิบวับเดาไม่ออกของเขาแล้วยังเห็นความน่าเชื่อใจหลงเหลืออยู่

จะขอชูฮกให้เลย!


ดินเนอร์บรรยากาศแปลก ๆ ผ่านไปในเวลาไม่นาน แต่จนย้ายมายืนมองดูทะเลยามค่ำคืนได้หลายนาทีแล้ว คนหาข้ออ้างเชิญตัวเธอมาก็ยังไม่เอ่ยถึงเรื่องสำคัญสักที...

“ตกลงคุณมีอะไรจะพูดกับฉันคะ ถ้าไม่มี ฉันขอตัว” พรรณิภาเอ่ยขอตัวในที่สุด

“ไม่มีหรอก ผมแค่อยากทานข้าวกับคุณ” พอเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของคนฟัง ชายหนุ่มก็หัวเราะเบา ๆ “ล่อเล่นน่า ในฐานะว่าที่ผู้บริหารคนใหม่ ผมก็อยากจะเชิญคนกำลังจะกลายเป็นอดีตผู้บริหารอย่างคุณมาพูดถึงแนวทางการพัฒนาโรงแรมในวันหน้าด้วยกัน ตอนนี้ปัญหาใหญ่ที่ผมเจอกับตัวน่าจะเป็นเรื่องอิทธิพลเถื่อน ส่วนเรื่องโครงสร้างการบริหารภายในโรงแรมยังอยู่ในระดับที่ดี คิดว่าถ้าทีมผมเข้าดูแล มันจะจะดีเยี่ยมกว่านี้ แต่ก่อนหน้านั้นผมคงต้องจัดการกับอิทธิพลของเสี่ยอ้วนนั่นก่อน ว่าไหม?”

“คนกำลังจะกลายเป็นอดีตผู้บริหารอย่างฉัน คงไม่มีสิทธิ์พูดออกความคิดเห็นหรอกมั้งคะ” ว่าน้ำเสียงประชด

“มีซี๊ อย่างน้อยคุณก็เป็นคนในพื้นที่...” ชายหนุ่มชะงักคำพูดแล้วยกมือขึ้นบอกให้พรรณิภาอยู่เงียบ ๆ ก่อน “มีคนมาทางนี้”

“คะ?”

“ชู่ว์”

ทำเสียงบอกแล้วแอชเชอร์ก็ดึงร่างบางให้ขยับเข้าไปยืนอยู่ในเงามืดของต้นหูกวางด้านข้าง พรรณิภาเห็นท่าทางจริงจังของเขาแล้วเม้มปากปิดเสียงตนเอาไว้ทันที สายตาก็มองหาความผิดปกติที่ว่า ตอนนั้นเองที่คนข้าง ๆ กระซิบบอกมาเสียงเบา

“...มันมาแล้ว”

บริเวณข้างผนังบ้านพักหลังน้อยในเวลานี้ มีเงาร่างสูงใหญ่หลายเงาปรากฏตัวขึ้นมา พวกมันแยกกันค้นบ้านโดยไม่รีรอ

“มีมันเรื่องอะไรกัน...” เจ้าของโรงแรมครางเสียงหวั่นใจ

“พวกเขาจะมาเล่นสนุกกับผมนะสิ” แอชเชอร์บอกแล้วสั่งต่อเสียงเข้ม “คุณกลับไปก่อน ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว”

“แล้วคุณล่ะ”

“ผมก็จะไปเล่นสนุกกับพวกมันไง” เขายักคิ้วให้แม้จะรู้ว่าเธอคงไม่เห็นมัน

และพรรณิภาก็ไม่เห็นจริง ๆ เธอขยับตัวเข้าไปมองเขาด้วยแววตาประหลาดใจ หาเดาไม่ผิดคนอื่นคงตามมาเล่นงานแอชเชอร์ถึงที่นี่ แต่เขายังจะทำเป็นเล่นอยู่อีก หากพอนึกถึงเรื่องบนเรือวันนั้นแล้วหญิงสาวก็ถอนหายใจยาว บางทีเขาอาจจะสนุกอยู่จริง ๆ  

“เร็วสิคุณ” แอชเชอร์เร่ง

“ให้ฉันเรียกคนมาจับตัวพวกเขาดีกว่าไหมคะ”

“ขอให้มันรอดมืออีธานมาถึงผมก่อนเถอะ ค่อยไปนึกถึงคนของคุณน่ะ ผมบอกให้กลับไปก่อนไง เร็ว ๆ เข้า เดี๋ยวก็ไม่ทันพอดี”

“ฉัน...”

“อ๊ากกกกก!!!

พรรณิภาสะดุ้งตัวโหยง หันไปมองบ้านพักที่มีเสียงโหยหวนดังขึ้น

“เสียงใครคะ หรือว่าคุณอีธานจะถูกทำร้าย!

“ไม่หรอก ไม่ใช่เสียงร้องของอีธาน...หึหึ”

 

-------------------------------------------------------

จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา ต้องกดติดตามต่อในตอนต่อไปนะคะ

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

0 ความคิดเห็น